พ่อลูกอ่อน - minle [jaemin x chenle]

ตอนที่ 1 : ที่สนามเด็กเล่น กับสไลด์เดอร์และพ่อลูกอ่อนคนนั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    28 มี.ค. 61


01










        เจย์ นี่มึงจะไม่ไปตี้กับพวกกูจริงๆอ่ะ”

 

        “อืม.. คงงั้นแหละ กูจะไปเดินถ่ายรูปแถวๆหอด้วยอ่ะ”

 

        “โห.. รักความสงบชิบหายเลยสัส แต่ไม่เป็นไรนะเพื่อน กูจะแดกเผื่อมึงเองนะ”

 

        อีกคนตบบ่าผมปุๆก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไปกับเพื่อนอีกสองสามคน หันหน้ามาโบกมือลาให้ผมสองสามทีก่อนจะเดินหายไปหลังประตูคลาสเรียน

 

        ผมส่งยิ้มบางเบาไปให้ หยิบกระเป๋าเป้สีซีดใบเก่าๆวางไว้บนโต๊ะเลคเชอร์ เปิดมันออกก่อนจะหยิบเอากล้องถ่ายรูปตัวเก่งขึ้นมาวางเอาไว้ข้างๆกัน กล้องตัวนี้เป็นกล้องที่ผมเพิ่งซื้อมาได้ไม่กี่วัน กะว่าจะเอาไปลองถ่ายรูปสักหน่อย แต่จริงๆแล้วผมมีกล้องอยู่ตัวหนึ่งซึ่งมันเก่ามาก และตอนนี้มันก็พังไปแล้วเช่นเดียวกัน

 

 

 

        เพราะผมดันเอาถ่านที่ไม่ใช่ของมันโดยเฉพาะไปใส่ค้างไว้น่ะสิ มันเลยละลายคากล้องไปแล้วล่ะครับ

 

 

 

        ส่วนกล้องตัวนี้น่ะนะ กว่าผมจะตัดสินใจควักเงินซื้อมันมาได้ คนรอบๆตัวผมแทบจะต้องก้มกราบกันเลยทีเดียว เพราะผมน่ะชอบถ่ายรูปมากๆแต่ก็ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของยี่ห้อ รุ่น หรือวิธีการใช้ที่ลึกลงไปแบบช่างกล้องมือโปรคนอื่นๆหรอก แล้วอีกอย่างผมยังขี้เหนียวมากๆเลยล่ะครับ..

 

        มองกล้องตัวใหม่อย่างสำรวจกลายๆ ตอนที่ไปซื้อน่ะผมได้ดูรูปร่างและรู้ฟีเจอร์การใช้งานเพียงคร่าวๆจากพนักงานเท่านั้นเพราะพวกเพื่อนๆต่างยุให้ผมซื้อเลยๆอยู่นั่น ไม่ได้มีเวลาคิดตัดสินใจสักนิดเดียว— เรียกว่ามัดมือชกจะดีกว่า

 

 

 

        แต่ซื้อมาแล้วก็คงต้องใช้มันไปล่ะนะ เพราะยังไงกล้องตัวนี้ผมก็จะนำมันมาเก็บความทรงจำของผมไว้เหมือนกล้องตัวเก่านั้นแหละ..

 

 

 

       

        “อ่า.. ยังไงก็ขอให้อยู่ด้วยกันไปนานๆนะกล้องตัวนี้”

 

        ผมพูดกับตัวเองอย่างติดตลก ลุกขึ้นจากเก้าอี้และหยิบเป้ขึ้นสะพายเอาไว้ หยิบสายคล้องคอของกล้องขึ้นมาคล้องที่คอกันตก จุดมุ่งหมายของผมในวันนี้ไม่ใช่ไปเดินถ่ายรูปแถวๆหออย่างที่ผมบอกไปก่อนหน้าหรอกครับ แต่เป็นโรงเรียนอนุบาลที่อยู่คนล่ะทางกันต่างหาก..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        ตอนนี้ผมกำลังนั่งอยู่บนม้านั่งด้านหน้าโรงเรียนอนุบาลครับ ข้างๆเป็นสนามเด็กเล่นที่มีเด็กตัวน้อยๆหลายคนกำลังเล่นกันอยู่ในนั้น บ้างก็วิ่งกับเพื่อนไปรอบๆ บ้างก็นั่งเล่นในบ่อทราย บ้างก็เล่นเครื่องเล่น เสียงหัวเราะคิกคักปะปนไปกับเสียงร้องไห้จ้าละหวั่นของเด็กบางคนดังก้องไปทั่ว แต่ถึงจะบอกไปแบบนั้นมันก็เป็นสีสันและเรื่องธรรมดาของเด็กอนุบาลใช่มั้ยครับ— เป็นเด็กนี่น่าอิจฉาจัง

 

        ผมยิ้มให้กับเด็กบางคนที่แวะเวียนเข้ามาทักทายบ้างตามประสา เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมมานั่งที่นี่ แล้วถ้าถามว่าผมมาทำอะไรน่ะหรอ? มันก็แล้วแต่บางวันด้วยสิสำหรับเรื่องนี้ บางวันผมก็มานั่งอยู่เฉยๆมองเด็กๆเล่นกันไปหรือบางทีถ้าวันนั้นไม่มีเรียนผมก็มาช่วยเลี้ยงเด็กพวกนี้บ้าง เรียกว่ามาจนผู้ปกครองคิดว่าผมเป็นคุณครูที่นี่แล้วล่ะ

 

        นอกจากนั่งอยู่เฉยๆผมก็มียกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปรอยยิ้มพวกนั้นไว้ด้วยนะครับ กล้องตัวเก่าของผมเต็มไปด้วยภาพของเด็กๆที่นี่ บางทีหลายคนที่เปิดกล้องผมขึ้นมาดูก็คิดว่าผมเป็นพวกโรคจิตชอบกินเด็ก แต่มันไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย ผมก็แค่เอ็นดูพวกเขาเท่านั้นเอง

 

        แล้วก็สิ่งสุดท้ายที่ผมทำที่นี่คือการวาดรูปครับ มีหลายครั้งที่ผมมานั่งวาดรูปที่นี่ถึงแม้ฝีมือของผมมันจะเละเทะกว่าเด็กประถมบางคนก็ตามที แต่ส่วนมากผมก็แค่นั่งขีดๆเขียนๆไปเรื่อยจนมันออกมาเป็นรูปเป็นร่าง— แต่อาจต้องใช้จินตนาการสักหน่อยในการมองน่ะนะ

 

 

 

        “ว.. เหวอ! ช ช่วยน้องหลินที!

 

        ผมหันไปตามทิศทางของเสียง เด็กผู้ชายตัวอวบกำลังนั่งอยู่บนสไลด์เดอร์แต่กลับหันหลังออกมา และเด็กคนนั้นกำลังจะตกจากเครื่องเล่น!

 

 

        หมับ!

 

        ผมวิ่งไปอุ้มตัวเด็กคนนั้นไว้ได้ทันอย่างเฉียดฉิว ถอนหายใจเบาๆพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงจนเหนื่อยหอบจากทั้งการวิ่งมาและความตื่นเต้น กลัวว่าจะช่วยไม่ทันซะแล้ว..

 

        “ฮึก น้องหลินกลัว..”

 

        ก้มลงมองเด้กน้อยในอ้อมกอดด้วยความเอ็นดู เสียงสะอื้นกับแรงสั่นเบาๆนั่นทำให้รู้ว่าเด็กคนนี้คงขวัญเสียอยู่ไม่น้อย ผมปล่อยตัวเขาลงแล้วย่อตัวลงเล็กน้อย ก้มหน้ามองเด็กคนนี้ที่กำลังพยายามกลั้นสะอื้นสุดชีวิตด้วยท่าทางน่าเอ็นดู

 

        “โอ๋ๆ น้องหลินไม่เป็นอะไรแล้วนะครับ พี่ชายช่วยน้องหลินไว้แล้— “

 

        “น้องหลิน!

 

        “ฮ— ฮึก ปะป๊า!

 

        ผมมองเด็กน้อยที่วิ่งไปหา เอ่อ ..ปะป๊า? เขาเป็นผู้ชายตัวขาว ขาวมากจนผมคิดว่าไม่น่าจะใช่คนไทย ดูจากหน้าตาที่ค่อนไปทางจีนนั่นก็พอจะรู้อยู่...

 

        อีกคนดูรีบร้อนมากจนผมหน้าม้าสีอ่อนนั่นแตกเป็นแฉก— อ่า ผมนี่ไม่มีมารยาทเลยนะครับ

 

        “น้องหลินเป็นอะไรมั้ยครับ? เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า? ไปหาหมอมั้ย?”

 

        ดูเหมือนว่าจะเป็นห่วงลูกชายไม่น้อยเลยล่ะครับ หมุนตัวเด็กน้อยไปมาแล้วถามนู่นถามนี่ไม่หยุด แถมยังทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้อีก— ทำไมเขาถึงคิดว่ามันน่ารักจังเลยล่ะเนี่ย แต่ท่าทางธรรมดานั่นมันเหมือนกับเด็กไม่มีผิดเลยนะครับ!

 

        “ฮ ฮึก น้องหลินไม่เป็นอะไร ตะ แต่พี่ชายคนนี้เขามาช่วยน้องหลินแล้ว ฮึก”

 

        “ขอบคุณมากนะครับ ..แล้วนี่น้องหลินขอบคุณพี่เขาไปหรือยังครับ?”

 

         ผู้ชายคนนั้นหันมายิ้มให้ผมแล้วบอกขอบคุณก่อนจะหันไปถามเด็กชายตัวอวบ เด็กคนนั้นส่ายหน้าไปมาเบาๆ เด็กชายหันหน้ามายกมือไหว้ผมแบบเก้ๆกังๆแล้วเอ่ยขอบคุณด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม

 

        “ขอบคุณครับ”

 

        “อ่าครับ ไม่เป็นไรหรอกครับ”

 

        ว่าจบผมก็ส่งยิ้มแหยๆส่งไปให้ ความจริงผมเป็นคนขี้อายมาก แต่สำหรับคนที่ผมค่อนข้างสนิทผมจะพูดไม่หยุดเลยล่ะครับ พอมีคนมาคุยด้วยแบบจริงจังผมก็เลยทำตัวไม่ค่อยถูกเท่าไหร่

 

         พ่อของเด็กผู้ชายคนนั้นหันหน้ามาหาผมก่อนจะยิ้มให้อีกรอบ— ตาพร่ามัวเลยครับ รอยยิ้มสดใสและเจิดจ้าเหมือนแสงแดดชะมัด

 

        “ยังไงผมก็ต้องขอบคุณอีกครั้งนะครับ ถ้าไม่ได้คุณมาข่วยล่ะก็ ป่านนี้น้องหลินคงได้ไปนั่งร้องไห้ในห้องพยาบาลไม่ก็ไปนอนให้น้ำเกลืออยู่บนเตียงคนไข้แล้วล่ะครับ”

 

        “อ..เอ่อ ไม่เป็นอะไรหรอกครับ ผมอยู่แถวนี้พอดีถ้าผมไม่เข้าไปช่วยก็ดูจะใจร้ายไปหน่อย”

 

        ผมตอบออกไปแบบคนทำอะไรไม่ถูก จริงๆแล้วผมไม่ใช่คนที่พูดเก่งขนาดนั้นสักหน่อย แถมยิ่งกับคนที่เคยเจอกันครั้งแรกผมยิ่งทำตัวไม่ถูกเลยล่ะครับ แอบเห็นอีกคนหัวเราะออกมาน้อยๆด้วย นี่ผมเผลอทำอะไรน่าอายออกไปหรือเปล่านะ..

 

        “อืม.. คุณคงเป็นนักศึกษาสินะครับ?”

 

        อันนี้อีกคนกำลังชวนผมคุยหรือเปล่าล่ะเนี่ย.. แล้วผมควรตอบออกไปยังไงดีเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท

 

        “ครับ ผมชื่อเจย์ครับเป็นนักศึกษาปี 3 คณะวิศวะกรรมศาตร์ครับ”

 

        “ฮ่าๆ แนะนำตัวซะเต็มยศเลย ผมเฉินเล่อครับ เป็นพ่อของน้องหลินน่ะ”

 

 

        อ่า คุณเฉินเล่อเป็นพ่อลูกอ่อนที่น่ารักจังเลยนะครับ..









Talk : 28032018

 

นั่นแหละทุกคน เรื่องเก่าก็ยังไม่จบสักเรื่องหรอกเปิดอีกแล้วค่ะ

 

เอาล่ะเรื่องนี้ก็แอบผิดศีลนิดๆด้วยนะจะบอกหั้ย เพราะน้องเล่อเขามีลูกแร้ววววว 55555 ยังไงก็ฝากพ่อลูกอ่อนเฉินเล่อกับนักศึกษาปีสามนิสัยรักสงบอย่างเจย์ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ

 

ปล. เรื่องเกิดที่ไทยนะคะทุกคน




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #1 Modlele (@Modlele) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 01:53
    งื้อออชอบบบบบ น่ารักๆๆๆๆ
    #1
    0