[ APINK (Yuri fic.)ปฏิบัติการรักมาเฟียจอมเวทย์ ]

ตอนที่ 9 : STAGE 8 : ความจริงและการลาจาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 218
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    14 ก.ย. 58




         สามวันหลังจากที่อึนจีได้ช่วยเหลือแม่ของนาอึนไว้ ในระหว่างที่รอยานซ่อมเสร็จ อึนจีได้ช่วยนาอึนทำกายภาพบำบัดให้กับแม่ของเธอและแน่นอนว่าเรื่องนี้แอบทำกันแบบลับๆโดยไม่ให้พ่อของนาอึนและคนอื่นๆในบ้านรู้เลย สามวันมานี้อาการของแม่ของนาอึนนั้นฟื้นตัวได้เร็วพอสมควรอาจจะเป็นเพราะมีกำลังใจจากลูกสาวบวกกับการทำกายภาพสม่ำเสมอเลยทำให้กล้ามเนื้อขาไม่ตายตัวจึงฟื้นตัวได้รวดเร็ว



         "ที่จริง..พี่อึนจีไม่ต้องมาช่วยฉันก็ได้นะค่ะ"



         "นั่นสิ แม่ว่าหนูไม่ต้องทำอะไรแบบนี้หรอก เหนื่อยซะเปล่าๆนะ"



         "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ก็ไม่ได้เหนื่อยอะไรนี่นา ได้ลองทำอะไรที่ไม่เคยทำด้วยแถมยังได้อยู่ใกล้กับคนน่ารักๆอย่าง...คุณแม่อีก ดีจะตายไป" ถึงอึนจีจะพูดกับแม่ของนาอึนแต่สายตานั้นกลับไม่ได้มองที่แม่เลย สายตาของอึนจีได้แอบเหล่ไปมองทางลูกสาว แต่ยังไงก็มิอาจหลบพ้นสายตาของผู้เป็นแม่ได้พ้น



         "แน่ใจเปล่าจ๊ะที่ว่าแม่น่ารักน่ะ แล้วแน่ใจหรือเปล่าที่ว่าอยากอยู่ใกล้ๆแม่ ว่าไงจ๊ะอึนจี"



          "กะ...ก็..ก็แน่ใจสิค่ะ ทำไมจะไม่แน่ใจล่ะ"



         "ใจร้ายจังนะค่ะพี่อึนจี ชมแต่แม่ฉัน แบบนี้ฉันก็น้อยใจเป็นนะค่ะ" นาอึนหันมาพูดกับอึนจีพลางทำแก้มป่องเชิงว่างอนใส่ แต่สำหรับอึนจีนั้นมันช่างดูน่ารักเอามากๆ น่ารักจนขนาดที่ว่าอึนจีอยากจะละลายกลายเป็นน้ำแล้วไหลลงไปกองกับพื้นซะตอนนั้นเลย



         "โอ๋ๆๆ ไม่เอาน่า ไม่งอนสิ พี่ก็ยังไม่ได้บอกเลยนี่นาว่าเราไม่น่ารักน่ะ" อึนจีพูดพลางใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าผากอันแวววับของนาอึนเบาๆ เพียงแค่นั้นก็ทำให้นาอึนยิ้มจนหน้าบานแก้มปริแทบแตกเลยทีเดียวเชียว
.

  .

.

  .

         "นี่ฮายอง...เธอคิดว่ายานของพี่อึนจีจะซ่อมเสร็จยัง"



         "มาถามฉันแล้วฉันจะรู้มั๊ยค่ะ ฉันไม่ใช่ช่างสักหน่อย"



         "จิ๊! นี่ฉันถามเธอดีๆนะ"



         "งั้นก็ลองไปดูที่อู่ซ่อมกันมั๊ยล่ะ ว่างอยู่ด้วยเพราะคุณหนูมีพี่อึนจีคอยดูแลแล้ว"



         "อืม งั้นก็ตามนั้นล่ะกัน"
.
.
  .
    .
      .
        .
         
         ใช้เวลาไม่นานนัก ทั้งสองก็เดินทางมาถึงอู่ที่นำยานมาซ่อมไว้ ไม่รีรอ ฮายองเดินนำนัมจูเข้าไปด้านใน และตรงไปยังโกดังที่จอดยาน ทั้งสองเดินไปหยุดอยู่ข้างๆชายคนหนึ่งซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นช่างซ่อม



         "โอ้ว...พี่โยซอบ ยานเป็นไงบ้างค่ะ ซ่อมเสร็จหรือยัง"



         "อ่ะ ฮายองเองหรอ อื้อ ก็เสร็จแล้วล่ะ ฝีมือระดับนี้แล้วใช้เวลาไม่นานหรอก"



         "อ่ะค่ะ รู้ค่ะรู้"



         "หืม...ว่าแต่พาใครมาด้วยล่ะนั่น?"



         "อ๋อ นี่เป็นน้องสาวของเจ้าของยานลำนี้ชื่อพี่นัมจู พี่นัมจูนี่พี่โยซอบค่ะ พี่เค้าเป็นช่างซ่อมยานที่เก่งมากเลยล่ะ"



         "นัมจูค่ะ (ว้าว ยังหนุ่มอยู่เลยแฮะ แถมหน้าตาดีด้วยแบบนี้ต้องอ่อยเล่นๆซะหน่อย)"



         "โยซอบครับ"


 
         ทั้งคู่พูดแนะนำตัวเองพร้อมกับโค้งคำนับกันและกัน จากนั้นเงยหน้าขึ้นมา สบตากันเสี้ยววินาที นัมจูแอบส่งสายตาเป็นเชิงอ่อยๆให้โยซอบ เขาส่งยิ้มบางๆคืนให้นัมจู แต่ว่าพฤติกรรมทั้งหมดถูกสายตาอันเฉียบคมของฮายองบันทึกไว้ ฮายองใช้มือโอบไหล่นัมจูไว้และกระซิบเบาๆไปที่หู



         "ฉันคิดว่าฉันรู้นะว่าพี่คิดอะไรแต่...อ่อยให้ตายเค้าก็ไม่สนใจพี่หรอกค่ะ" คำพูดของฮายองสร้างความสงสัยให้กับนัมจูได้ในระดับหนึ่งโดยที่แสดงออกมาทางสีหน้าของเธอ



        "อะ..อะไร ไม่ได้อ่อยสักหน่อย แล้วหมายความว่าไงที่ว่าไม่สนใจ"



         ฮายองยิ้มกริ่มออกมาพร้อมพยักหน้าให้นัมจูมองตาม นัมจูมองตามสายตาของฮายอง วินาทีนั้นนัมจูอึ้งกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า ภาพที่มีเด็กน้อยตัวเล็กๆอายุน่าจะราวๆ4-5ขวบวิ่งมาหาช่างโยซอบ



         "พ่อค้าบ~ พักทานข้าวกันเถอะ ผมหิวแล้ว"



         "คร๊าบ ได้เลย งั้นไปรอพ่อในบ้านนะ บอกแม่ด้วยพ่อขอคุยกับลูกค้าแปบนึง เสร็จแล้วเดี๋ยวพ่อตามไป"



         "คร๊าบ" เด็กน้อยตอบรับคำพูดของผู้เป็นพ่อและเดินกลับเข้าไปยังตัวบ้านด้วยท่าทีแบบเด็กน้อย



         "พี่โยซอบน่ะ แต่งงานมีครอบครัวแล้วแถมยังรักครอบครัวมากๆด้วย ต่อให้พี่ขนสารพัดวิธีอ่อยมาก็ไร้ผลค่ะ"



         "......งั้นหรอ ฉันก็ไม่ได้อะไรสักหน่อยแค่อ่อยเล่นๆเอ๊ยแค่มองเค้าเฉยๆ ไม่ได้จะอ่อยอะไรนี่"



         "หรอค่ะ แต่จากที่ดูคิดว่าใช่นะ ฉันจะโกรธพี่ได้มั๊ยเนี่ย"



         "อย่าโกรธเลย  เดี๋ยวเด็กน้อยของพี่หน้าแกเร็วนะ ไม่เอาๆ" นัมจูพูดพลางใช้มือบีบแก้มทั้งสองข้างของฮายองแล้วส่ายไปส่ายมา



         "แหม  ทั้งสองคนนี่น่ารักดีนะเนี่ย" 



         "อ่ะ  โทษทีค่ะ งั้นมาคุยต่อกันเรื่องยานดีกว่า ค่าใช้จ่ายในการซ่อมยานนี่ทั้งหมดเท่าไรเหรอค่ะ"



         "อ่อ เรื่องนั้น...นี่ครับบิล" นัมจูรับบิลค่าซ่อมยานมาพร้อมกับก้มหน้าดูราคา เธอชะงักเล็กน้อยก่อนเงยมองหน้าช่างโยซอบ



         "นี่ช่างคิดราคาอะไรตรงไหนหรือเปล่าเนี่ย"



         "ก็ไม่นะครับ  ต้องขอโทษด้วยหากราคาสูง เพราะยานเสียหายค่อนข้างหนักเลยต้องซ่อมกันเยอะเลย"



         "เปล่าๆ ไม่ใช่ว่าแพงหรอก แต่มันถูกกว่าที่คิดไว้น่ะสิ"



         "ห๊ะ ถูกงั้นเหรอครับ ราคาขนาดนี้เนี่ยนะถูก"



          "อื้อ แค่ 105 เหรียญทองเอง ที่เคยไปซ่อมกับอู่ใหญ่ๆตั้ง 300 เหรียญทองแถมซ่อมจิ๊ดเดียวต่างหาก ขูดเลือดขูดเนื้อกันชัดๆ พูดแล้วมันขึ้น" 



         "ฮ่ะๆ งั้นหรอครับ ของผมถูกงั้นสินะ  แต่ว่าใจเย็นๆนะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว....ว่าแต่จะชะรำเงินยังไงดีครับ จะชำระเป็นแบบ..."



         "จ่ายสดเลยค่ะ มันไม่วุ่ยวายดี ตกลงตามนี้น่ะค่ะ"



         "อ่ะครับ ตกลงครับ......เอ้อใช่ ผมสงสัยอยู่ว่ายานลำนี้ไม่มีถังเก็บพลังงานแต่ว่ามันสามารถเคลื่อนที่ได้ ถ้าเดาไม่ผิดยานลำนี้ขับเคลื่อนโดยใช้พลังเวทย์มนต์ และแหล่งพลังงานก็มาจากผลึกที่อยู่ใจกลางยานใช่มั๊ยครับ"



         "...รู้ละเอียดดีเหมือนกันนะค่ะเนี่ย ก็ตามนั้นละค่ะ ผลึกนั่นเป็นแหล่งพลัง"



         "แล้วพอจะบอกได้มั๊ยครับว่า ได้ผลึกนั่นมาจากไหน เพรระเท่าที่ลองวัดค่าพลังงานดูเป็นพลังงานที่สูงมากๆเลย หาไม่ได้ง่ายๆแน่"



         "ง่ายสิ...ก็ซื้อผลึกพลังเวทย์เปล่าๆมา เอาที่เก็บพลังได้เยอะๆแล้วพี่ของฉันก็อัดพลังเวทย์ลงไปเองเท่านี้แหละ พอใจยังค่ะ" นัมจูเริ่มทำหน้าเซ็งๆหลังจากที่ต้องตอบคำถามของช่างโยซอบหลายคำถาม 



         "พี่โยซอบค่ะ ฉันว่าพี่รีบไปหาลูกชายพี่ดีกว่านะคงรอกินข้าวแล้ว พี่นัมจูค่ะจ่ายค่าซ่อมเลยมั๊ย" ฮายองที่ฟังบทสนทนาของทั้งคู่เงียบๆเห็นว่านัมจูเริ่มไม่ชอบใจจึงพูดแทรกขึ้นมาเพื่อตัดจบบทสนทนา นัมจูพยักหน้าพร้อมกับยื่นถุงใส่เหรียญทองให้ช่างโยซอบ เขารับมันพร้อมกับโค้งเพื่อเป็นการขอบคุณ



         "งั้นฉันเอายานไปเลยก็แล้วกันนะค่ะ จะได้ไม่เกะกะโรงเก็บยานช่างด้วย" ช่างโยซอบพยักหน้ารับพร้อมกับบางๆ "ฮายอง ที่บ้านนาอึนมีที่ว่างให้จอดใช่มั๊ย"



         "เลือกที่จอดตามสะบายเลยค่ะ"



         "โอเค งั้นขึ้นยานเลย กลับกันได้แล้ว"



         "พี่ขับยานเป็นด้วยเหรอค่ะ?"



         "ขับไม่เป็นจะเอากลับเองเรอะ ไม่ต้องถามมากขึ้นยานมา หรือจะนั่งวินมอ'ไซต์"



         "เราขับรถมาตอนขามาจำไม่ได้หรอค่ะ พอดีว่าฉันต้องขับกลับน่ะค่ะ"



         "ยากอะไร เอาเข้ามาเก็บในยานนี่ ไปพร้อมกันเลย ถึงบ้านแล้วค่อยเอาออก" นัมจูพูดกับฮายองพร้อมกับเปิดประตูของตัวยานให้ฮายองนำรถเข้าไปจอด ที่จริงแล้วยานของพวกอึนจีนั้นก็มีขนาดใหญ่พอสมควร ใหญ่ขนาดที่ว่ามีโรงจอดรถในตัวซึ่งสามารถจอดรถยนต์ได้ 2-3 คัน ละยังมีห้องย่อยๆที่ไว้ใช้เป็นห้องนอนอีก3-4ห้อง ดังนั้นจึงไม่ใช่ปัญหาเลยที่ฮายองจะนำรถเข้าไปจอด หลังจากที่ฮายองนำยานเข้าไปจอด ยานก็เคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปที่บ้านของนาอึน
..
 ..
..
..
  ..
  ..
 .
.
.

         หลังจากที่มาถึงบ้านของนาอึนและนำยานไปจอดบริเวณลานจอดยาน โชรงกับโบมีที่ออกมาเดินเล่นบริเวณนั้นก็เห็นว่ายานนั้นซ่อมเสร็จแล้ว จึงเดินเข้าไปหานัมจูซึ่งกำลังลงจากยาน



         "โอ๊ะ...ยานซ่อมเสร็จแล้วเรอะนัมจูวววววว"



         "ฉันขับมานี่ยังไม่เสร็จมั้งค่ะพี่โชรง"



         "เฮ้ๆ นี่ฉันถามเธอดีๆนะนัมจู"



         "ฉันก็ว่าฉันบอกดีๆนะ มีหางเสียงด้วย" 



         ทั้งสองยืนเถียงกันไปมาแบบเด็กๆทะเลาะกัน ฮายองยืนยิ้มกับการกระทำของโชรงและนัมจู



         "พอๆ ทั้งสองคนเงียบเลย รำคาญ" โบมีพูดขึ้นเพื่อหยุดการโต้เถียงแบบเด็กน้อยของทั้งสองคน "ยานซ่อมเสร็จแล้วแบบนี้เราก็เดินทางต่อได้แล้วสิเนี่ย เนอะพี่โชรง นัมจู" คำพูดของโบมีนั้นทำให้ฮายองฉุกคิดขึ้นมาได้



         "(นั่นสินะ ทำไมเราถึงลืมไปได้นะ ถ้ายานซ่อมเสร็จพี่นัมจูกับทุกคนก็ต้องเดินทางต่อ แต่ก็นะเราก็พอทำใจได้ แต่คุณหนูนี่สิถ้าพี่อึนจีไปจะเสียใจมากเปล่า คุณหนูจะทำใจได้มั๊ย เราจะทำยังไงดี)" แล้วความคิดมากมายก็ผุดขึ้นในหัวของฮายอง เธอยืนเหม่อคิดอะไรต่อมิอะไรในขณะที่ทั้งสามคนกำลังคุยกัน สีหน้าของฮายองดูเศร้ามองลงจนสังเกตุได้



         "นี่ฮายอง เป็นอะไรไปหรอ สีหน้าดูเศร้าๆนะ" นัมจูซึ่งสังเกตุเห็นอาการของฮายองเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง



         "ห๊ะ!อ๋อ ป่าวค่ะ...ไม่ได้เป็นอะไรหรอก แค่..ยืนคิดอะไรเพลินๆน่ะค่ะ" 



         "งั้นหรอ อืม ถ้างั้นเข้าบ้านกันดีกว่า ขึ้นไปหาพี่อึนจีกัน จะได้ไปบอกเรื่องยานด้วย พี่โชรง พี่โบมี ไปด้วยกันเลยมั๊ย"



         "ว่าไงโบม ขึ้นข้างบนเลยเปล่า"



         "อืม...ขึ้นข้างบนเลยก็ได้จะได้คุยเรื่องเดินทางด้วยเลย"



         แล้วทั้งสี่ก็เดินเข้าไปในตัวบ้านโดยมีจุดหมายไปที่ห้องของนายหญิงของบ้านหรือก็คือแม่ของนาอึน ซึ่งก็เพื่อไปคุยกับอึนจี ตลอดเวลาที่เดินไปยังห้องนั้น ฮายองก็ครุ่นคิดถึงเรื่องในวันพรุ่งนี้ที่พวกนัมจูบอกว่าจะออกเดินทาง เรื่องนี้เท่านั้นที่อยู่ในหัวของฮายองในตอนนี้ จนมาถึงหน้าห้องตอนไหนก็ไม่รู้ตัว ทั้งหมดเดินเข้าไปในห้อง ทำความเคารพแม่ของนาอึน และทักทายอึนจีกับนาอึน โบมีบอกเรื่องยานกับอึนจีและเริ่มคุยกันถึงเรื่องเวลาออกเดินทางที่แน่นอน แล้วก็เป็นอย่างที่ฮายองคาดไว้ ทันทีที่รู้เรื่องสีหน้าของนาอึนดูเศร้าลงแต่เธอก็เก็บอาการไว้และยิ้มออกมาทันที อาการในครั้งนี้ของนาอึนมีเพียงฮายองที่คาดเดาไว้กับแม่ผู้รู้จักลูกสาวตัวเองดีของนาอึน



         "อืม...งั้นเอาเป็นว่าพรุ่งนี้สายๆเราจะออกเดินทางกันก็แล้วกันนะ ทั้งสามคนไม่ขัดข้องอะไรใช่เปล่า"



         "อืม เอางั้นก็ได้ เนอะโบม นัมจู"



         "ฉันยังไงก็ได้ไม่มีปัญหาอยู่แล้วล่ะ"



         "ก็โอเคนะ ตามนั้นแหละ"



         "อืม งั้นก็เอาตามนี้"



          "อึนจี พวกหนูจะพักต่อก็ได้นะแม่ไม่ว่าอะไรหรอก" แม่ของนาอึนลองพูดขึ้นเพื่อยื้อพวกอึนจีดู หลังจากที่เห็นท่าทางที่ดูเศร้าของลูกสาว แต่ว่า...



         "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พวกเรารบกวนคุณพ่อกับคุณแม่มากแล้วในระหว่างที่รอยานซ่อมเสร็จ แค่นี้ก็เกรงใจมากๆแล้ว" อึนจีปฏิเสธคำชวนที่จะอยู่ต่อเนื่องจากว่าเกรงใจพ่อกับแม่ของนาอึน ซึ่งอันที่จริงแล้วก็ไม่ได้เป็นรบกวนอะไรมากมายนัก เป็นการดีซะอีกที่คอยอยู่ช่วยเป็นเพื่อนให้กับนาอึน เพราะหลังจากที่รู้จักกับอึนจีนั้นทำให้นาอึนดูสดใสขึ้นกว่าเดิม



         "งั้นเหรอจ๊ะ ไม่ได้จริงๆสินะ......อื้อแต่เอาเถอะ นี่ก็ใกล้เวลาที่พ่อของนาอึนจะกลับมาแล้วด้วย งั้นเอางี้ เดี๋ยวตอนอาหารมื้อเย็นฮายองพาพวกพี่ๆเค้าลงไปที่โต๊ะอาหารก่อนตามปกตินะ เดี๋ยวฉันกับนาอึนจะลงไปทีหลัง พอดีว่าวันนี้จะทำเซอร์ไพรส์พ่อของนาอึนเค้านะ" แม่ของนาอึนหันมาสนใจแผนเซอร์ไพรส์สามีของตัวเองต่อโดยเริ่มนัดแนะแผนการให้ทุกคนฟัง



         "เซอร์ไพรส์...หรือว่าคุณนายเดินได้แล้วเหรอค่ะ" ฮายองถามด้วยสีหน้าตกใจปนสงสัยผสมกับดีใจ 



         "อื้ม คิดว่าเดินได้เองแล้วแหละ แต่ยังไม่เต็มร้อยเท่าที่ควรล่ะนะ" 



         "คุณหนูดีใจด้วยนะค่ะ ถ้านายท่านรู้จะต้องดีใจมากแน่ๆ งั้นเดี๋ยวพวกเราก็จะเตรียมตัวทำตามแผนแล้วกันนะค่ะ" ถึงจะแสดงออกมาว่าดีใจแต่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความรู้สึกในตอนนี้เท่านั้น เพราะเกือบทั้งหมดฮายองยังคงคิดถึงเรื่องของนัมจู



         รอได้สักพักใหญ่ๆพ่อของนาอึนก็กลับมาจากทำงานตามปกติ ทั้งหมดรอให้ถึงเวลาอาหารเย็น หลังจากนั้นก็เริ่มทำตามแผน



         "นายหญิงค่ะ งั้นเดี๋ยวพวกเราลงไปกันก่อนนะค่ะ ป่ะ...ไปกันค่ะพวกพี่ๆ" ทั้งสี่คนพยักหน้ารับและเดินออกไปจากห้องเหลือเพียงนาอึนและแม่ของเธอเท่านั้นที่อยู่ในห้อง



         "นาอึน  แม่มีเรื่องจะคุยกับหนู"



         "ค่ะแม่ มีเรื่องอะไรหรอ"



         "อืม...พูดยากอยู่นะ แม่มีอะไรจะถาม ให้หนูตอบตามตรงและตัดสินใจมาเลย เพราะเราจะคุยแค่ตรงนี้และตอนนี้"



         "ค่ะ ถามมาได้เลยค่ะ"



         "ที่แม่จะถามคือ......"
..
 ...
..
....
   ...
 ..
   ......
  .....
 ....
  ...
 ..
.
      ทางด้านของโต๊ะอาหาร



         "เอ...นาอึนทำอะไรอยู่กันน๊า  ทำไมมาช้าจังเลย" ผู้เป็นพ่อของนาอึนบ่นลอยๆออกมาด้วยความหิวเนื่องจากลูกสาวลงมาที่โต๊ะทานข้าวช้า โดยที่รอบโต๊ะมีพวกอึนจีนั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วยใบหน้าที่แอบยิ้ม



         "มาแล้วค่าาาา  ขอโทษค่ะที่มาช้า"



         "มาแล้วหรอลูกสาวพ่อ ทำอะไรอยู่ล่ะมาช้าจัง"



         "พ่อค่ะ หนูมีอะไรมาเซอร์ไพรส์พ่อด้วย"



         "เซอร์ไพรส์?  อะไรหรอที่ว่าเซอร์ไพรส์พ่อน่ะ"



         "อิอิ  ดูเอาเองค่ะ" นาอึนผายมือไปทางประตูทางเข้าห้องทานอาหาร ก็ปรากฎร่างของหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา เป็นสิ่งที่สร้างความประหลาดใจ ตกใจ และดีใจให้กับพ่อของนาอึนเป็นอย่างมาก เพราะบุคคลที่เดินมานั้นคือภรรยาของเขาเอง เขาลุกจากเก้าอี้รีบไปหาภรรยาสุดที่รักด้วยความดีใจ ใบหน้าเปื้อนยิ้มที่ปะปนกับน้ำตาแห่งความดีใจไหลออกมา เขาถามไถ่ถึงอาการของเธอ สารพัดคำถามพูดฟังออกมั่งไม่ออกมั่งปนกันไปเนื่องจากดีใจจนพูดไม่ถูก



         "คุณค่ะใจเย็นๆสิ เช็ดน้ำตาก่อน อายเด็กๆบ้าง มองกันใหญ่แล้วดูสิ"



          "ก็แหม คนมันดีใจนี่นา ดูสิจู่ๆคุณก็ลุกขึ้นมาเดินได้แบบนี้น่ะ แล้วเรื่องมันเป็นมายังไง ทำไมคุณถึงเดินได้เล่าให้ผมฟังหน่อยสิ"



         "ได้ค่ะ  แต่ว่าฉันว่าเราทานข้าวกันก่อนดีกว่า เด็กๆคงหิวกันแล้ว อิ่มแล้วเดี๋ยวฉันจะเล่าให้ฟัง"



         ทั้งหมดเริ่มลงมือทานอาหารเย็นกัน โดยอาหารเย็นมื้อนั้นเป็นทั้งอาหารเย็นที่มีความสุขและสอดแทรกความเศร้าของคนสองคน หลังจากทานอาหารเสร็จ ทั้งหมดย้ายที่นั่งไปคุยกันที่ห้องโถง  แม่ของนาอึนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้กับผู้เป็นสามีฟัง โดยที่เขาตั้งใจฟังสิ่งที่ภรรยานั้นเล่ามาอย่างมาก



         "อ๋อ เรื่องมันเป็นอย่างนี้นี่เอง ต้องขอบคุณมากจริงๆเลยนะที่ช่วยแม่ของนาอึนไว้น่ะ"



         "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เรื่องแค่นี้เอง ไม่ได้หนักหนาอะไร"



         "งั้นพ่อขอถามอะไรหน่อยสิ"



         "ค่ะ? จะถามอะไรหรอค่ะ"



      "จริงๆแล้วพวกหนูเป็นใครกันแน่ ทำงานอะไรกัน จากที่ฟังดูเวทย์ที่ใช้เป็นเวทย์ที่ระดับสูงพอดูทำไมถึงใช้เวทย์ระดับนั้นได้"



         "พวกเราก็แค่นักเดินทางธรรมดาๆ ที่ลาพักร้อนจากบริษัทออกมาท่องเที่ยวน่ะค่ะ พอดีว่าพวกเราสนใจเวทย์มนต์มากเลยลองศึกษาและฝึกใช้มันดูน่ะค่ะ เนอะพวกเรา" อึนจีหันไปขอความเห็นจากพรรคพวกทั้งสาม และทั้งหมดพยักหน้าเห็นด้วยกับอึนจีอย่างเร็ว 



         "อึนจี พวกหนูอย่าโกหกพวกเราเลย แม่คิดว่าพนักงานบริษัทธรรมดาๆคงใช้เวทย์ไม่ได้ขนาดนั้นหรอก แล้วเมื่อตอนที่ช่วยแม่ หนูก็บอกกับจิตชั่วร้ายนั่นว่าหนูเป็นจอมเวทย์นี่นา บอกแม่มาตามตรงเถอะนะ" หลังแม่ของนาอึนพูดจบ อึนจีคิดโทษถึงความสับเพร่าของตัวเองที่เผลอหลุดคำพูดไปตอนนั้น



         "ใช่ค่ะ ฉันก็อยากรู้นะพี่อึนจี บอกมาเถอะ" ยิ่งนาอึนมาเสริมคำพูดให้ ยิ่งทำให้อึนจีเริ่มใจอ่อนที่จะบอก



         "ทุกคนอยากรู้จริงๆใช่มั๊ยค่ะ ถ้าฉันบอกไปทุกคนคงจะไปรังเกียจพวกเราน่ะ" อึนจีพูดโดยหันมามองทางพรรคพวกทั้งสามอีกครั้งเพื่อเป็นการบอกว่ากำลังบอกพูดความจริงออกไป และทั้งหมดก็ไม่ได้คัดค้านอะไร



         "บอกมาเถอะจ๊ะ พวกเราไม่ว่าอะไรหรอก"



         "คือ......คือจริงๆแล้ว  พวกเราสี่คนเป็นมาเฟียน่ะค่ะ" ทันทีที่อึนจีกล่าวประโยคนี้ออกไปสามคนพ่อแม่ลูกรวมไปถึงฮายองเบิกตากว้างตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน



         "พวกหนูพูดจริงใช่มั๊ย ไม่ได้โกหกพ่อกับแม่นะ" 



         "ค่ะ นี่คือเรื่องจริง พี่โชรงนั้นเป็นรองบอสของแฟมิลี่ ส่วนโบมีเป็นหัวหน้าใหญ่ของหน่วยทั้งหมดในแฟมิลี่ นัมจูเป็นหัวหน้าของหน่วยที่หนึ่งในแฟมิลี่......"



         "แล้วพี่อึนจีล่ะค่ะ มีตำแน่งอะไรหรอ" นาอึนกัดฟันถามอึนจีด้วยอาการอึ้งกับสิ่งที่ได้ฟัง



         "อึนจีเค้าเป็นบอสของแฟมิลี่น่ะ" โชรงพูดแทนอึนจีเมื่อเห็นว่าเธอนั่งเงียบ



         "แล้วแฟมิลี่ของพวกหนูมีชื่อว่าอะไรเหรอ" 



        "แฟมิลี่ที่พวกเราอยู่น่ะหรอค่ะ..." อึนจีเอ่ยพูดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง "แพนดาเรียแฟมิลี่ค่ะ" เมื่อได้ฟังถึงชื่อของกลุ่ม ทำให้พ่อและแม่ของนาอึนตกใจยิ่งกว่าเดิม โดยที่นาอึนและฮายองได้แต่สงสัย



         "พ่อค่ะแม่ค่ะ ทำไมต้องตกใจกันขนาดนั้นล่ะค่ะ" ไม่เคยปล่อยให้สงสัยนาน นาอึนถามออกมาทันที



         "จะไม่ให้ตกใจได้ไงล่ะลูก 'แพนดาเรียแฟมิลี่น่ะ' เป็นถึงหนึ่งในสามของไตรภาคีในโลกมาเฟีย และยังเป็นแฟมิลี่ที่ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดด้วย โดยมาเฟียกว่า50%ของโลกอยู่ใต้การดูและของแฟมิลี่นี้" นาอึนและฮายองกระจ่างในข้อสงสัยและตกใจไปพร้อมๆกัน



         "นี่พวกพี่ทำงานแบบนี้กันหรอค่ะ..." อึนจีนิ่งเงียบลงอีกครั้งเมื่อนาอึนเริ่มพูดและคิดว่าโดนรังเกียจแล้ว "สุดยอดไปเลย"



         "เอ๋...หมายความว่ายังไงน่ะนาอึน" อึนจีซึ่งตกใจกับคำพูดที่นาอึนเปล่งออกมา



         "ก็สุดยอดไง พวกพี่นี่เท่อ่ะ เป็นมาเฟีย แถมยังรู้สึกได้อีกว่าสุดยอดมากๆ ได้เจอคนเจ๋งๆแบบนี้ดีใจนะเนี่ย" 



         "นาอึน...ไม่รังเกียจพวกพี่งั้นหรอกหรอ"



          "หึ ไม่เห็นน่ารังเกียจตรงไหนเลย ป่ะ...ไปพักผ่อนกันดีกว่า ทุกคนค่ะ คู่ใครคู่มันนะ ส่วนพ่อกับแม่ คืนนี้จู่จี๋กันเต็มที่เลยนะ" พูดจบนาอึนก็ลากมืออึนจีขึ้นไปยังห้องของตน



         "ป่ะคุณ ลูกว่ามางั้นแน่ะ มาฉลองที่คุณเดินได้กันเถอะคืนนี้" พ่อของนาอึนหันมาพูดกับภรรยาของเขา



         "พูดบ้าอะไรของคุณน่ะ อายเด็กๆบ้างสิ" แม่ของนาอึนก็ตีไปที่แขนของสามีเบาๆด้วยความเขินอาย



         "แหม...เด็กๆคงไม่ได้ยินอะไรหรอกน่า  เนอะใช่มั๊ยเด็กๆ"เขาหันมาถามพวกโชรงที่กำลังลุกขึ้นจากเก้าอี้



         "ฮ้าววว  ง่วงจังเลยอ่ะโบม ทำเอาสมองไม่รับรู้อะไรเลย"



         "นั่นสิพี่โชรง พอง่วงแล้วหูมันอื้อๆยังไงไม่รู้อ่า ไปอาบน้ำนอนกันดีกว่าป่ะ"



         "ฮายองอ่า ฉันรู้สึกง่วงจนฟังอะไรไม่รู้เรื่องแล้ว ขาก็ไม่ค่อยมีแรงพยุงหน่อย"



         "เฮ้อ...งั้นเดี๋ยวฉันพาพี่ขึ้นไปบนห้องเองนะค่ะ ยุ่งจริงๆเลยนะเนี่ย"



         แล้วทั้งหมดก็แยกย้ายเดินขึ้นห้องกันไปจนหมด เหลือก็แต่คู่สามีภรรยาที่นั่งอยู่ที่เดิม



         "ไงล่ะคุณเด็กๆไปหมดแล้วนะ เราจะไม่ไปพักบ้างหรอ"



         "โอย...จู่ๆขาฉันเป็นไรก็ไม่รู้ค่ะ อ่อนเปรี้ยเพลียแรงขึ้นมาเฉยๆเลย คุณอุ้มฉันไปหน่อยสิค่ะ ไปห้องคุณนะ" คำพูดของศรีภรรยาทำให้ผู้เป็นสามียิ้มออกมาพร้อมกับอุ้มภรรยามาไว้ในอ้อมอกและเดินขึ้นไปบนห้อง  หลังจากนั้นพักใหญ่ที่ทั้งหมดอาบน้ำเสร็จแล้วและเตรียมตัวที่จะนอน



         "พี่อึนจีค่ะ"



         "หืม...ว่าไงหรอนาอึน"



         "พรุ่งนี้พี่จะไปแล้วจริงๆใช่มั๊ยอ่ะ"



         "อื้อ โทษทีนะ แต่พอดีว่าพี่มีอะไรต้องทำ เลยอยู่กับที่นานๆไม่ได้ ไว้พี่จะมาหาเราบ่อยๆนะ"



         "ค่ะ งั้นพรุ่งนี้ฉันไม่ไปส่งพี่นะ"



         "เอ๋ ทำไมล่ะ ไหงเป็นแบบนั้นอ่ะ"



         "ก็ฉันคงทำใจไม่ได้ที่พี่จะจากฉันไปนี่"



         "ง่ะ  แค่นั้นเองหรอ"



         "เปล่า ที่จริงฉันรักพี่มากเลยนะ รักตั้งแต่แรกเห็นเลย ถ้าจะเห็นคนที่ตัวเองรักต้องจากไปฉันต้องเสียใจมากแน่ๆ"



         "นาอึน......พี่ก็เหมือนกันนะ รักเราตั้งแต่แรกเห็นเลย พี่ก็เสียใจแต่มันช่วยไม่ได้จริงๆ"



         "ค่ะ งั้นคืนนี้ฉันขอนอนกอดพี่ให้นานที่สุดได้มั๊ย"



         "ได้สิ ถ้าไม่รังเกียจพี่อ่ะนะ"



         "เมื่อกี้ฉันก็บอกอยู่ว่าฉันรักพี่ จะรังเกียจได้ไง"



         "จ้าๆ พี่ก็รักเรานะ ฝันดีเด็กน้อยของพี่"



         "ค่ะ ฝันดีนะค่ะพี่อึนจี" ไม่นานนักทั้งสองก็ผลอยหลับไป ไม่ต่างจากคู่ของนัมจู ที่นอนคุยกันถึงเรื่องการเดินทางในวันพรุ่งนี้ ทั้งคู่นอนกอดกันจนหลับไหลไปในที่สุด เว้นก็แต่คู่ของโชรงที่ไม่เหมือนชาวบ้าน ซึ่งต่างคนต่างนอนหลับไม่สนใจอะไรตั้งแต่อาบน้ำเสร็จ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.    
         เช้าวันต่อมา พออึนจีตื่นก็ไม่เห็นนาอึนนอนอยู่ข้างๆแล้ว แต่ก็ไม่ได้เอ๊ะใจอะไร จึงเตรียมตัวเพื่อออกเดินทางต่อ ทั้งหมดเก็บสัมภาระส่วนตัวมาใส่ไว้ในยานเรียบร้อยและเตรียมพร้อมออกเดินทางโดยที่มีพ่อกับแม่ของนาอึนมายืนส่งและมีแม่บ้านอีก3-4คนมายืนด้วย



         "พวกเราต้องขอบคุณ คุณพ่อกับคุณแม่อีกครั้งนะค่ะที่ช่วยเหลือพวกเรา บุญคุณครั้งนี้พวกเราจะไม่ลืมเลยค่ะ"



         "ไม่เป็นไรหรอก พวกเราเต็มใจช่วยน่ะ  ยังไงก็เดินทางปลอดภัยนะ"



         "ค่ะ ขอบคุณนะค่ะ แต่ว่านะ...สุดท้ายนาอึนไม่มาจริงๆด้วยสินะค่ะเนี่ย..."



         "แม่ต้องขอโทษแทนลูกสาวแม่ด้วยนะจ๊ะ คงจะเสียใจเลยไม่อยากมาส่งน่ะ"



         "ค่ะ ไม่เป็นไร งั้นพวกเราไปก่อนนะค่ะ"



         "จ้า โชคดีนะ"



         "ชิ! ยัยฮายองก็ไม่มาเรอะ ได้ฉันแล้วหายหัวเลยนะ" นัมจูบ่นกับตัวเองเบาๆถึงฮายอง



         "หื้ม อะไร ใครได้อะไรเรอะนัมจู" แต่ก็ไม่พ้นหูของโชรง



         "นั่นสิ ฉันคิดว่าได้ยินเหมือนพี่โชรงนะ" และหูของโบมีด้วย



        "(ผัวเมียคู่นี้หูดีจังแฮะ) ป่าว...ฉันบอกว่ายัยฮายองน่ะ ทั้งที่ได้ใจฉันไปแล้วแม้แต่มาส่งยังไม่มาเลย ใจร้ายชะมัด"



         "อ๋อ...งั้นหรอกเหรอ/อืม แบบนี้นี่เอง"



         สิ้นสุดการสนทนาทั้งหมดขึ้นมาบนยาน และเริ่มเดินทางต่อ ยานค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากเมือง อึนจีคอยมองบานกระจกหลังยานอย่างหวังว่านาอึนจะวิ่งมาส่งเหมือนอย่างในละคร แต่ก็ได้แค่หวัง เพราะว่าไร้วี่แววของคนที่เธอรอคอย  เมื่อตัวยานออกมาไกลจากตัวเมืองพอสมควรอึนจีจึงเดินมานั่งที่โซฟากลางยาน


     
         "เฮ้อ...ไม่มาจนนาทีสุดท้ายเลยสินะ..."



         "ของฉันก็เหมือนกันเลยพี่อึนจี หายหัวเงียบเชียว"



         "ไปหลบอยู่ไหนของเค้ากันน๊ายัยนั่นน่ะ"



         "พี่อึนจีกำลังพูดถึงใครอยู่หรอค่ะ" 



         "นั่นสิ  คนที่กำลังพูดถึงนี่ใช่พวกเรารึเปล่าค่ะพี่นัมจู" สิ้นเสียงพูดอึนจีและนัมจูหันไปทางต้นเสียง



         "นาอึน/ฮายอง"



--------------------------------------------------



    โหลวววว  ขอโทษทีมาช้านะคร๊าบ แบบว่า สมองมันตื้อตันมากมายเลย กว่าจะคลอดตอนนี้ออกมาได้นี่ไรท์พยายามหนักมาก ยังไงก็ฝากติดตาม ฝากอ่านกันด้วยนะครับ แล้วก็ต้องขอโทษด้วยนะถ้ามีอะไรที่ผิดพลาดไป 
ฝากคอมเม้นเป็นกำลังใจให้เค้าหน่อยนะ  ขอแบบด้านๆเลยนะเนี่ย ใครใจดีเม้นให้หน่อยน๊า~~~


    รักreadนะ จุ๊ฟ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #96 snsd_redvelvet (@0842215988kie) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2558 / 12:17
    ฮายอง นาอึนแอบขึ้นยานหรอ ร้ายกาจ 555
    #96
    0
  2. #57 Aten_AP (@sanext20) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กันยายน 2558 / 20:57
    ไปด้วยกันเลยไง5555555555 นาอึนไม่ปล่อยอึนจีแน่ๆ นัมจูฮายองไม่ใช่คนแบบนั้นนะ-0- โยซอบนี่น่าสงสัยแฮะ
    #57
    0
  3. #56 bowzeza (@suppharat) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 23:02
    รอติดตามต่อนะคะ ว่าแล้วนาอึนกับฮายองไม่ยอมปล่อยให้จากไปเฉยๆหรอกทไปดั้วกันสะเลย เท่อ่ะเป็นมาเฟียซะดั้ว
    #56
    0
  4. #55 pej_apink (@por2918) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 02:56
    น้องนาอึนตามพี่อึนจีไปจริงๆด้วย โยซอบทำไมถามถึงเรื่องพลังเยอะจังมีไรรึเปล่า จะรอติดตามต่อนะครับไรท์
    #55
    0