[ APINK (Yuri fic.)ปฏิบัติการรักมาเฟียจอมเวทย์ ]

ตอนที่ 25 : STAGE 23 : สภาวะคลั่งที่แท้จริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 121
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 ก.ค. 59




         ทางด้านของโบมีและเหล่าสมาชิกของแฟมิลี่
         'อึก!!'
         โบมีที่จู่ๆก็กระเลือดออกมา พวกลูกน้องที่อยู่ใกล้ๆและเบลเซบับที่อยู่ข้างๆถึงกับตกใจในสิ่งที่เห็น และรีบเข้ามาดูอาการด้วยความเป็นห่วง


         "คุณโบมี เป็นอะไรไปนะค่ะ ทำไมอยู่ดีๆถึงได้กระอักเลือดออกมาแบบนี้" เบลเซบับที่อยู่ใกล้ที่สุดถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง


         "นั่นสิครับ คุณโบมีเป็นอะไรมากมั๊ยครับ..." หนึ่งในลูกน้องที่พากันกรูเข้ามาหาถามออกไปด้วยความเป็นห่วง "เฮ้ย! ใครก็ได้ ตามหมอมาให้ที" ก่อนที่จะตะโกนให้พรรคพวกไปเรียกหมอมา


         "อ่า...ฉะ..ฉันไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องตกใจไป" โบมีตอบด้วยเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย


         "ไม่เป็นไรได้ไงครับ จู่ๆคุณโบมีก็กระอักเลือดออกมาแบบนี้ ผลกระทบของเวทย์มนต์หรอ นี่เพิ่งจะผ่านไปแค่ไม่กี่นาทีเองนะครับ" ลูกน้องคนเดิมแย้งในคำตอบของโบมีด้วยความเป็นห่วง


         "ยุ่งน่า  บอกว่าไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไรสิ..." โบมีตอบด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่ดุเล็กน้อย "คนที่เป็นจริงๆน่ะ ตอนนี้อยู่ข้างในนั้น...และมันก็ยังเป็นความผิดของฉันอีกด้วย..." และในประโยคต่อมา สีหน้าและน้ำเสียงของโบมีดูเศร้าลงจนสังเกตุได้อย่างชัดเจน ทำเอาทั้งเบลเซบับและลูกน้องที่ได้ยินและเห็น เกิดความสงสัยในทันที


         "ข้างในนั้นเกิดอะไรขึ้นงั้นหรอค่ะคุณโบมี..." ประโยคนี้เบลเซบับเพียงพูดออกมาเบาๆเท่านั้น เพราะเนื่องจากเห็นสีหน้าและแววตาของคนตรงหน้าแล้วทำให้เธอไม่กล้าถามออกไปตรงๆ
.
.
.
.
.
.
.
.
.

         "คะ..แค่ครั้งเดียวเนี่ยนะ โกหกน่า" โซยูพูดขึ้นในขณะที่กำลังมองดูเยรินซึ่งได้แบกร่างที่หมดสติของโซจองกลับมาตรงที่พวกเธอรวมกันอยู่และคิดว่าคงจะปลอดภัยที่สุด....แต่ในตอนนี้ที่แบบนั้นมันอาจจะไม่มีแล้วก็ได้


         "นี่แล้วเราจะเอายังไงต่อกันดีล่ะ ขึ้นปล่อยไว้แบบนี้ มีหวังบอสได้โดนฆ่าแน่เลย" โบราถามความคิดเห็นหลังจากที่เยรินได้กลับมาถึงพร้อมกับร่างของโซจอง


         "จะยังไงก็รีบๆว่ามาเถอะ ตอนนี้บอสแย่แล้วนะ!!!" เยรินตะโกนออกมาด้วยความเครียดสุดๆ หลังจากที่พวกเธอกำลังเห็นบอสของเธอนั้นกำลังถูกบอสสาวแห่งกลุ่มมาเฟียใหญ่ ค่อยๆทรมาณเธออยู่


         "หึหึหึ  ตอนแรกฉันก็ว่าจะฆ่าแกเลยนะ แต่พอคิดไปคิดมา....ค่อยๆทรมาณแกเล่นไปเรื่อยๆ...มันก็เป็นความคิดที่ดีเหมือนกันนะ" อึนจีที่อยู่ในสภาวะเดวิลลอร์ดนั้น ถึงจะมีคำพูดที่ฟังดูเหมือนมีสติ แต่จริงๆแล้วนั่นเป็นเพียงคำพูดของอารมณ์และความรู้สึกเพียงเท่านั้น การใช้เวทย์มนต์บทนี้อึนจีจะไม่สามารถครองสติเอาไว้ได้ และจะใช้อารมณ์เป็นตัวขับเคลื่อนเท่านั้น ยิ่งเหตุผลด้วยแล้วไม่ต้องถามถึง ในตอนนี้นั้นอึนจีไร้ซึ่งเหตุผลทั้งปวง ต่อให้เป็นพวกโชรง อึนจีก็จะมองว่าเป็นศัตรูไปทั้งหมด "เอ...ต่อไปเอาอะไรดีนะ" อึนจีพูดพลางมองไปบนตัวของบอสอสูร "ว่าไงล่ะ...ซันนี่ เธอต้องการโดนทรมาณแบบไหนก่อนดี" บอสอสูรนามว่าซันนี่ถูกเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก


         "จะ...จะทำอะไรก็เรื่องของแกเถอะยัยปิศาจ!" ซันนี่ที่ตอนนี้ถูกมัดโดยเชือกเวทย์มนต์ ซึ่งแตกต่างจากปกติที่จะเป็นสีเหลืองอ่อน แต่คราวนี้กลับมีสีดำสนิทและบริเวณที่ถูกเชือกสัมผัสกลับมีรอยไหม้ซึ่งคงจะสร้างความเจ็บปวดให้กับซันนี่เองไม่ใช่น้อย


         "......" อึนจีไม่ตอบอะไร เพียงแต่หุบรอยยิ้มที่มีเพียงน้อยนิดลง และเริ่มที่จะทำอะไรบางอย่างกับร่างกายของซันนี่


         "อ้ากกกกกกกกกกก" เสียงกรีดร้องของซันนี่ดังขึ้นทำให้ทั้งหมดซึ่งยืนดูถึงกับตกตะลึงในสิ่งที่กำลังพบเห็น


         ภาพที่อึนจีใช้กรงเล็บอันคมกริบของเธอเจาะลงไปบนแขนข้างขวาของซันนี่ แล้วจากนั้นก็ลากลงมาเป็นทางยาวจนเกิดเป็นบาดแผลยาวจำนวนสามแผล เลือดสดๆไหลทะลักออกมาจากปากแผลทั้งสาม เท่านั้นยังไม่พอ อึนจีใช้นิ้วมือล้วงเข้าไปในบาดแผลแล้วจัดการจับและกระชากกระดูกแขนของซันนี่ของมาหนึ่งท่อน ถึงกับทำให้ซันนี่ร้องเสียงหลงออกมาด้วยความเจ็บปวด การกระทำนี้ทำให้ทั้งทางฝั่งอสูร และฝั่งของอึนจีเองอดที่จะรู้สึกหวาดหวั่นในการกระทำของอึนจีไม่ได้ จนในที่สุดอสูรทั้งสามตนทนเห็นผู้เป็นหัวหน้าต้องเจ็บปวดต่อไปไม่ไหว จึงพร้อมใจกันพุ่งเข้าหาอึนจีโดยไม่ต้องนัดกันแต่อย่างใด


         "...กระดูกแข็งดีนี่  ฉันขอยืมหน่อยนะ" อึนจีพิจารณากระดูกในมือที่ยังคงมีเลือดสดๆเปรอะเปื้อนอยู่ รวมไปถึงมือของเธอเองที่ยังคงมีเลือดของซันนี่ไหลหยดอยู่ ก่อนที่ทำอะไรบางอย่าง


         "แกกกกกกก...ตายซะเถอะ" เสียงของเยรินตะโกนมาทางอึนจี พร้อมๆกับที่เธอและพรรคพวกพุ่งตามกันเข้ามาแบบติดๆ


         "หึ!" อึนจีหัวเราะในลำคอหนึ่งครั้งก่อนที่ทั้งสามจะพุ่งเข้าถึงตัวของอึนจี และเริ่มที่จะโจมตีเข้ามา


         เยรินอัดพลังเวทย์จำนวนมหาศาลไว้ที่มือทั้งสองข้างเพื่อใช้เป็นตัวเสริมในด้านความรุนแรงของพลังหมัด แล้วชกหมัดขวาออกไปโดยมีเป้าหมายก็คือแก้มซ้ายของอึนจี ในวินาทีเดียวกันนั้นอึนจีที่แขนขวายังคงอุ้มร่างของนาอึนเอาไว้ได้ยกมือซ้ายที่ถือกระดูกแขนของซันนี่ขึ้นมาแล้วแตะเบี่ยงหมัดของเยรินไปด้านซ้ายและเลื่อนท่อนกระดูกไปฟาดเข้าที่ไหปลาร้าของเยรินอย่างแรงจนกระเด็นออกไปไกลถึง 30 เมตร ตามมาติดๆด้วยการโจมตีของโบราที่เกร็งฝ่ามือเคลือบพลังเวทย์หวังที่จะเจาะเข้าที่ลำคอของอึนจี แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะอึนจีใช้กระดูกตีเข้าที่ข้อมือของโบราอย่างแรงจนวิถีโจมตีคลาดเคลื่อนลงไปที่พื้น ซ้ำยังถูกอึนจีเตะเข้าอย่างแรงที่บริเวณหน้าอกจนกระเด็นไปในทิศทางเดียวกับเยริน ยังไม่ทันที่เยรินจะกระทบกับพื้นโซยูก็ใช้ดาบยักของเธอเหวี่ยงเข้าใส่อึนจี แต่ถึงแบบนั้นอึนจีก็ไม่ได้หลบดาบนั้นแต่อย่างใด กลับใช้ท่อนกระดูกในมือรับคมดาบยักของโซยูไว้อย่างง่ายดายเหมือนกับการโจมตีนั้นเป็นเพียงการโจมตีที่ไร้ซึ่งพลังทำลายล้าง


         "บะ..บ้าน่า แค่แขนข้างเดียวเนี่ยนะ" โซยูสบถกับตัวเองด้วยความตกใจ ก่อนที่จะกระโดดถอยหลังไปประมาณ 10 เมตร แล้วรวมพลังเวทย์ทั้งหมดไว้ที่ดาบเพื่อใช้โจมตีเพียงอย่างเดียว


         โซยูพุ่งตัวสุดกำลังทันทีที่รวมพลังเวทย์เสร็จ และเป้าหมายนั้นก็คืออึนจี ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะหลบแต่อย่างใด คมดาบที่อัดแน่นด้วยพลังเวทย์กรีดอากาศหรือแม้กระทั่งมิติเวทย์ของโบมีจนแยกออกเป็นทางบ่งบอกถึงความรุนแรงในการโจมตีนี้ว่ามากกว่าเมื่อครู่นี้อย่างเทียบไม่ติด


         "นี่คือพลังทั้งหมดของฉัน จงสลายหายไปซะ" โซยูตะโกนใส่พร้อมกับพุ่งเข้าหาอึนจีด้วยความเร็วสูงสุด


         อึนจีมองไปยังโซยูที่กำลังพุ่งเข้าหาเธอด้วยความเร็วสูง แต่สำหรับอึนจีนั้นเหมือนกำลังเห็นภาพวีดีโอที่ถูกกดสโลวให้ช้าลง อึนจีโยนท่อนกระดูกโค้งขึ้นด้านไปบนทางที่โซยูกำลังมาและยกมือขึ้นทำอะไรบางอย่าง เธอยิงคลื่นพลังเวทย์สีดำเข้าใส่โซยูทันที แน่นอนว่าพลังของอึนจีในตอนนี้สามารถหยุดการโจมตีของโซยูได้และยังสร้างความเสียหายให้กับโซยูในระดับที่มากพอดู ในตอนนี้ร่างกายของโซยูเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยไหม้จากการโดนคลื่นพลังเวทย์ของอึนจี ดาบในมือสลายไปพร้อมกับร่างกายที่กำลังจะทรุดลงกับพื้น แต่ในวินาทีนั้นอึนจีกลับมายืนตรงหน้าและคว้าท่อนกระดูกที่กำลังลอยมาใกล้ๆแล้วฟาดไปที่ใบหน้าของโซยูอย่างเต็มแรงจนกระเด็นไถลไป
.
.
.
.
.
.
.

         "นี่ยูจัง ไหนเธอบอกว่าระหว่างที่ใช้เวทย์บทนี้เจ้าอึนจีจะควบคุมตัวเองไม่ได้ไง แต่เท่าที่เห็นนอกจากนิสัยมันจะโหดขึ้น ก็ไม่เห็นว่ามันจะควบคุมตัวเองไม่ได้เลยนี่" โชรงที่ดูสถานการณ์อยู่รอบนอกพูดขึ้น


         "อืม...ไม่แน่ใจเหมือนกันนะค่ะ แต่ถ้าเท่าที่จำได้ บอสเคยบอกว่าช่วงแรกของการใช้พลังจะอยู่ในระยะฟัก แต่เมื่อใช้พลังไปได้สักพักหนึ่ง การควมคุมจะถูกลบไปโดยสมบูรณ์จนเข้าสู่ภาวะคลั่งค่ะ" ยูคยองคาดเดาจากสิ่งที่เธอจำได้แล้วอธิบายให้โชรงฟัง


         "ระยะฟัก? ตลกหรือเปล่า นี่จะบอกว่าพี่อึนจียังจะบ้าได้มากกว่านี้อีกงั้นหรอ ไม่เอาแล้ว...ถ้ามากกว่านี้ฉันจะหยุดพี่อึนจีเอง" นัมจูที่รู้สึกไม่พอใจกับเวทย์มนต์บทดังกล่าวพูดขึ้นด้วยอารมณ์เสียสุดขีด


         "ใจเย็นๆค่ะพี่นัมจู เมื่อกี้พวกบาปก็บอกแล้วไม่ใช่หรอค่ะว่าพี่อึนจีในตอนนี้น่ะอันตรายแค่ไหน" ฮายองเอ่ยขึ้นเตือนนัมจูทันทีก่อนที่เธอคิดจะทำอะไร


         "นั่นสินัมจู ในตอนนี้ควรจะใช้สมองมากกว่าใช้กำลังแก้ไขปัญหานะ" โชรงพูดเสริมให้กับฮายอง "เอ่อนี่ แล้วเราจะมีวิธีหยุดเวทย์มนต์บทนี้มั๊ยอ่ะยูจัง" โชรงหันมาถามยูคยองต่อด้วยสีหน้าเคร่งเครียด


         "มันก็มีนะค่ะ แต่จะทำกันได้หรือเปล่าเนี่ยสิ..." ยูคยองยิ้มเจื่อนๆส่งให้กับทุกคน
.
.
.
.
.
.

         "เฮ้ยยยย  แกจะทำอะไรก็มาลงที่ฉันสิ แกจะไปยุ่งกับลูกน้องฉันทำไม" เสียงของซันนี่ตะโกนออกมาอย่างสั่นเครือด้วยความเจ็บปวด


         "........." อึนจีไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่หันไปมองและ...


         "เอ๋?..." ปลดโซ่ที่พันธนาการซันนี่ไว้ออก "ชิ! แล้วแกจะเสียใจที่ทำกับฉันแบบนี้" ซันนี่บ่นพลางกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปหาร่างของลูกน้องทั้งสี่ของตนที่นอนกองอยู่ใกล้ๆกัน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจของอึนจีหรือความบังเอิญกันแน่


         "อ่อ...นี่กระดูกของแกแน่ะ" อึนจีเอ่ยออกมาเบาๆแล้วขว้างกระดูกของซันนี่จนพุ่งเข้าเสียบกับร่างกายของเธอจนทะลุปอด


         "อั่ก!!!" ซันนี่กระอักเลือดออกมาก่อนจะล้มลงจนหน้าไถลไปกับพื้น ซันนี่ไม่ได้พูดหรือหันมามองอึนจีแต่อย่างใด เธอลุกขึ้นแล้วเดินต่อไปเพื่อไปหาลูกน้องของตน


         หากแต่มีคนมาเห็นหน้าและแววตาของซันนี่ในตอนนี้นั้น จะรู้ในทันทีว่ามันเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและอาฆาตเพียงใด


.
.
.
.
.
.
          "นะ..นี่ ทุกคน เป็นไงบ้าง โบรา โซยู โซจอง เยริน...ตอบฉัน...อั่ก! หน่อยสิ" เมื่อมาถึงตำแหน่งที่ลูกน้องของตนนอนกองรวมกันอยู่ ซันนี่เข้าไปเขย่าร่างที่หมดสติเบาๆ


         "อือ..." ด้วยอะไรก็ไม่ทราบได้ โซจองรู้สึกตัวขึ้นมาและค่อยลืมตามองคนตรงหน้าช้าๆ "บอส...ไม่เป็นไรสินะ...!!!" เมื่อเห็นสภาพบอสของเธอ โซจองอดที่จะตกใจไม่ได้ "ทำไมบอสถึงบาดเจ็บได้ขนาดนี้ ฝีมือยัยนั่นงั้นหรอ" โซจองพยายามที่จะลุกขึ้นมาเพื่อที่จะไปจัดการกับผู้ที่ทำร้ายบอสของเธอ


         "พอเถอะ ถึงจะเจ็บใจ...แต่ก็ต้องยอมรับว่าพวกเราในตอนนี้เอาชนะยัยนั่นไม่ได้จริงๆ แค่การโจมตีเดียวก็สามารถล้มพวกเธอได้ พลังของยัยนั่นมหาศาลมาก" ซันนี่ห้ามไม่ให้โซจองลุกขึ้นมาทำอะไรที่ไร้ประโยชน์อย่างการพุ่งเข้าไปหาความตาย "แต่ถ้าพวกเธอไม่ว่าอะไร มันมีวิธีที่สามารถเพิ่มพลังให้กับฉันอยู่จนอาจจะสู้ได้สูสีกับยัยนั่น" ซันนี่พูดด้วยแววตาที่เศร้าลง


         "ถ้ามันจะทำให้บอสสามารถจัดการกับยัยนั่นได้ฉันยอมทุกอย่าง อีกสามคนก็คงไม่ว่าอะไรเหมือนกัน บอสบอกมาเถอะ" โซจองตอบด้วยสายตาที่แน่วแน่กับการตัดสินใจ


         "กลืนวิญญาณ...เวทย์บทนี้จะทำให้พลังของฉันเพิ่มขึ้นมามหาศาลแต่..." ซันนี่พูดมาถึงใจความสำคัญของการใช้เวทย์ก่อนที่จะชะงักไปครู่หนึ่ง "ต้องแลกกับชีวิตของผู้ที่ถูกดูดกลืนพลังและเงื่อนไขก็คือต้องได้รับการยินยอมจากผู้ที่ถูกกลืนพลังด้วย" ซันนี้หุบสายตาลงต่ำและไม่มองไปที่ลูกน้องของตน


         "........ ถะ..ถ้างั้นบอสก็เริ่มเลยเถอะ เพื่อบอสแล้วพวกเราไม่เสียดายชีวิตหรอก" เยรินที่นอนหายใจรวยรินอยู่ได้สติและพูดขึ้นมา เธอไม่สามารถที่จะลุกขึ้นมาได้เนื่องจากตอนที่ถูกอึนจีโจมตีเมื่อกี้นี้ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บมากกว่าที่ควรจะเป็น เพราะทั้งอวัยวะภายในหลายจุดได้รับความเสียหายรวมไปถึงกระดูกซี่โครงที่หักอีกหลายซี่ "สภาพของฉันในตอนนี้คงช่วยอะไรบอสไม่ได้แล้ว แถมเป็นตัวถ่วงบอสอีกต่างหาก ประโยชน์ของพวกเราในตอนนี้คือเป็นพลังให้บอสเท่านั้น"


         "พวกเธอ..."


         "เอาเลยบอส คิดว่าทางนั้นคงไม่อยู่เฉยนานๆแน่" เยรินพูดเร่งเร้าบอสของเธอ


         "อืม..." ซันนี่ตอบรับความต้องการของลูกน้อง เธอเร่งพลังเวทย์ขึ้นมาจนเกิดเป็นใยเวทย์มนต์ขนาด 5 นิ้วขึ้นมาสี่สาย และทุกสายพุ่งเข้าที่หน้าอกของทั้งสี่สาวอย่างพอดี "พวกเธอจะอยู่กับฉันตลอดไป.....กลืนวิญญาณ!" เมื่อสิ้นคำพูด ร่างของทั้งสี่เรืองแสงขึ้นจนกลายเป็นแสงและค่อยๆถูกดูดเข้ามาตามใยเวทย์มนต์เข้าสู่ร่างกายของซันนี่ โดยที่ทั้งสี่ไม่ได้พูดอะไรทิ้งท้ายจะมีก็เพียงแต่รอยยิ้มเท่านั้น


         ซันนี่กัดฟันดึงกระดูกที่ปักอกเธออยู่ออกแล้วขว้างทิ้งไป ร่างของซันนี่เรืองแสงที่แดงอ่อนๆขึ้นมา บาดแผลทั้งร่างค่อยๆสมานตัว กระดูกที่ถูกกระชากไปก่อนหน้านี้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็วและไม่น่าเชื่อ
.
.
.
.
.
.
.
.
.

         และในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง

         "นั่นพี่อึนจีทำอะไรน่ะค่ะ!!??" ฮายองโดนเสียงหลงเมื่อเห็นสิ่งที่อึนจีทำ


         "นี่อึนจีมันบ้าไปแล้วรึไงเนี่ย ทำไมถึงปล่อยยัยนั่นล่ะ" โชรงเองก็ไม่ต่างกันเพราะถึงกับงงในสิ่งที่เห็น


         "หูย! ดอกนี้ท่าทางจะเจ็บแฮะ!?" นัมจูยกมือปิดตาเหลือบมองลอดซอกนิ้วเมื่อเห็นอึนจีขว้างกระดูกปักตัวซันนี่ "หือ??? แล้วนั่นพี่อึนจีจะทำอะไรอีกเนี่ย" และยิ่งงงหนักไปอีกเมื่อทุกคนเห็นอึนจีกำลังทำอะไรบางอย่าง


         ที่ทุกคนกำลังเห็นอยู่นั้นก็คือ อึนจีอุ้มร่างของนาอึนเอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง แล้วข้างหน้าปรากฏวงแหวนเวทย์สีดำขึ้นหลายร้อยวงทับซ้อนกันอึนจีเดินไปหยุดที่ใจกลางของวงเวทย์นั้นแล้วปล่อยร่างของนาอึนออกจากอ้อมอก น่าแปลกที่ร่างของนาอึนไม่ร่วงลงตามแรงโน้มถ่วงแต่กลับลอยขว้างอยู่กลางอากาศ อึนจีถอยออกมาจากวงเวทย์ ในทันทีที่อึนจีถอยออกมาวงเวทย์เหล่านั้นก็ลอยขึ้นมาจากพื้นและวนรอบร่างของนาอึนทับซ้อนกันไปมาจนไม่มีช่องว่างแล้วกลายเป็นบอลขนาดใหญ่สีดำโปร่งใสเห็นร่างของนาอึนที่ลอยอยู่ใจกลางบอล และที่น่าสังเกตุคือบาดแผลบนหน้าอกสมานตัวกันอย่างรวดเร็วจนหายสนิทในที่สุด และยังเป็นเวลาเดียวกันกับที่ทางฝั่งของซันนี่จัดการเรื่องของตัวเองเสร็จพอดี


         "......" อึนจีหันมามองซันนี่โดยไม่พูดอะไร และเริ่มเกิดบางสิ่งขึ้นกับอึนจี "อะ..อ้ากกกก" จู่ๆอึนจีก็ร้องออกมาอย่างทรมาณพร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากุมหัวเอาไว้และทรุดเข่าลงไปนั่งกับพื้น อาการปวดหัวอย่างรุนแรงของอึนจีทำให้ทุกคนเกิดความตกใจและสงสัยกันเป็นอย่างมาก ไม่เว้นแม้แต่ ซันนี่เองก็ด้วย


         "พะ..พี่อึนจี!!! เป็นอะไรไปน่ะ" นัมจูร้องออกมาด้วยความตกใจและหันหน้าไปหายูคยองทันที "นี่ยูจัง พี่อึนจีเป็นอะไร ทำไมจู่ถึงได้ทำอย่างกับปวดหัวอย่างรุนแรงแบบนั้น?!" วามสงสัยปะปนกับความตกใจและความเป็นห่วงถูกถามออกไปทันที


         "ไม่รู้เหมือนกัน ในตอนนี้บอกอะไรเกี่ยวกับบอสมากไม่ได้ เพราะในตอนนี้บอสนั้นไม่เหมือนเดิม" ยูคยองตอบด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก


         แต่เหมือนจะมีอะไรบางอย่างรู้ใจของพวกเธอ คำถามที่สงสัยกันอยู่นั้นได้ถูกเฉลยด้วยสิ่งที่ปรากฏในเบื้องหน้า อึนจีค่อยๆลุกอึนมาพร้อมกับการปลดปล่อยพลังเวทย์อันมหาศาลของเธอออกมาอย่างต่อเนื่องและไร้ประโยชน์ พลังเวทย์ที่ถูกปล่อยออกมาอย่างทิ้งขว้างทำให้พื้นแผ่นดินสั่นสะเทือน เสียงของอากาศที่ถูกพลังเวทย์เสียดสี ท้องฟ้าที่อยู่ๆก็เกิดการแปรปรวณอย่างไร้สาเหตุ ท่าทางของอึนจีในตอนนี้ดูเหมือนไร้การควบคุม มือที่กำแน่นจนเกราะกระดูกที่ส่งเสียงลั่น ดวงตาที่ดุร้ายแลดูไร้แววตาต่างกับก่อนหน้านี้ หางที่สะโพกด้านหลังสะบัดฟาดพื้นไปมาตลอดเวลา นั่นคือคำตอบที่ทำให้รู้ได้ว่า...


         "คลั่ง.....ในตอนนี้อึนจีมันคงเข้าภาวะคลั่งแล้วล่ะ" โชรงเอ่ยเพื่อย้ำในคำตอบที่ทุกคนก็รู้ดีอยู่แล้ว


         "พี่อึนจี..." นัมจูเรียกชื่อของผู้เป็นพี่สาวอย่างแผ่วเบา


         "พี่นัมจู" ฮายองที่อยู่ข้างๆเดินเข้ามาโอบไหล่คนตัวเล็กเอาไว้ "หน้าแบบนี้ไม่เหมือนพี่เลยนะ พี่จะขี้เล่นและหาทางออกได้ตลอดนี่นา"


         "........" นัมจูมองหน้าฮายองโดยไม่พูดอะไร "หึ...จะให้คิดอะไรได้ล่ะ ก็ดูสิ พี่สาวเป็นบ้า ส่วนทางฝั่งนู้นก็โรคจิตกินลูกน้องตัวเองเข้าไปจนพลังเพิ่มโคตรๆ ต่อให้มีแผนอะไร เราจะไปทำอะไรสัตว์ประหลาดสองตัวได้ล่ะ" นัมจูพูดด้วยเสียงที่ฟังดูผ่อนคลายลงจากการโอบกอดของคนบางคน....ที่สำคัญกับเธอเหมือนกัน


         "ก็รอดูสถานการณ์ไปก่อนแล้วกัน มันอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้" ฮายองพูดกับนัมจูด้วยน้ำเสียงอบอุ่น


         "ขอให้เป็นแบบนั้นแล้วกัน" นัมจูคิดในใจ


         "หึ...รู้สึกว่าตอนนี้แกจะบ้า...!!!" ยังไม่ทันที่ซันนี่จะได้พูดจนจบประโยคอึนจีก็พุ่งเข้าใส่ทันที


         อึนจีไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไร รัวหมัดใส่ซันนี่อย่างไม่ยั้งมือ พลังโจมตีของหมัดที่อึนจีปล่อยออกไปนั้นมีพลังทำลายที่สูงมาก เพราะว่าแค่พลังหมัดก็ถึงกับทำให้อากาศโดยรอบกระเพื่อมตามแรงชก ทางด้านซันนี่เองหลังจากที่เพิ่มพลังแล้วก็สามารถที่จะรับมือกับอึนจีได้อย่างสูสี เธอทั้งเอี้ยวตัวหลบ ทั้งปัดหมัด หรือรับหมัดของอึนจีได้โดยแทบไม่ได้รับความเสียหาย 
         เมื่อเห็นแบบนั้นกลับเริ่มรู้สึกไม่พอใจที่ทำอะไรฝ่ายตรงข้ามไม่ได้และเร่งพลังเวทย์เพิ่มขึ้นอีก ทำให้ตอนนี้ปริมาณพลังเวทย์ที่ทะลักออกมานั้นมีมากกว่าเดิม อึนจีรวมพลังเวทย์ไว้ที่ฝ่ามือทั้งสองข้างเป็นรูปทรงกรมขนาดเท่ากับลูกฟุตบอลและกระแทกมันเข้าหาซันนี่อย่างรวดเร็ว ซันนี่เห็นสิ่งที่อึนจีทำตั้งแต่ต้น แต่เนื่องด้วยระยะที่ห่างกันไม่ถึงหนึ่งเมตรประกอบกับการรวมพลังเวทย์ของอึนจีนั้นเร็วมาก ทำให้ซันนี่ไม่สามารถที่จะหลบได้ทันจึงยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมากันเพื่อรับผลของบอลเวทย์มนต์นี้
      'ตู้มมมม' 
         เสียงบอลเวทย์มนต์ที่ปะทะเข้ากับแขนของซันนี่จนเกิดการระเบิดเล็กๆแต่ความเสียไม่ไม่เล็กตามด้วยซันนี่ที่กระเด็นออกไปด้านหลัง อึนจีไม่รอช้าทะยานตัวเข้าหาซันนี่ต่อทันที ทางด้านซันนี่เองก็ตีลังกาใช้ขาดันพื้นเพื่อลดระยะในการปลิวลง แต่ก็ใช้โอกาสนี้ร่ายเวทย์ที่มีความเข้มข้นสูงออกมาในรูปแบบของดาบเพลิงสามเล่มและพุ่งเข้าใสอึนจีทันที อึนจีไม่มีท่าทีว่าจะหลบดาบทั้งสามเล่มของซันนี่แม้แต่น้อย
      'ฉึก! ฉึก! ฉึก!' 
         เสียงของดาบทั้งสามปักบนร่างของอึนจีที่ต้นแขนซ้าย ช่องท้อง และหัวไหล่ขวาตามลำดับ บริเวณบาดแผลเกิดรอยไหม้ตามคุณสมบัติของเวทย์เพลิงในทันที แต่ถึงเป็นแบบนั้นอึนจีกลับไม่ได้แสดงอาการที่บ่งบอกถึงความเจ็บปวดออกมาเลย ซ้ำยังพุ่งเข้าหาซันนี่ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น จนมาประชิดตัวและเตะจนซันนี่ปลิวไปกระแทกกับโขนหินจนพังทลาย อึนจียืนมองแผลและใช้มือขวาปัดดาบทั้งสามเล่มจนหักและสลายไป เลือดสดๆไหลออกมาจากบาดแผลทั้งสาม แม้จะไม่มากนักแต่ก็ไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง
      'ตู้มมมม'
         ซันนี่ระเบิดพลังเวทย์ออกมาจนเศษหินทั้งใหญ่ทั้งเล็กกระเด็นไปคนละทิศทางตามแรงระเบิด เมื่อเห็นเป้าหมายยังอยู่อึนจีรีบพุ่งเข้าไปหาหวังจะโจมตีซ้ำ ทว่าซันนี่ที่รออยู่ใช้เวทย์พื้นฐานอย่างเชือกเวทย์มนต์รัดอึนจีที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วจนเธอเสียหลักล้มหน้าทิ่มไถลไปกับพื้นอย่างแรง ซันนี่รีบเข้ามายังที่อึนจีล้มอยู่พร้อมกับดาบเพลิงที่ตอนนี้มีขนาดใหญ่กว่าก่อนหน้านี้จนถึงกับต้องถือสองมือ ทั้งยังเงื้อขึ้นเหนือหัวของตนและเตรียมที่จะฟาดฟันลงบนร่างของอึนจี แต่ยังไม่ทันที่จะได้ฟันดังที่หวังอึนจีก็ดีดตัวขึ้นเอาหัวชนกับคงของซันนี่อย่างแรงจนเธอนั้นผงะเซไปด้านหลัง ตามด้วยกัดเข้าที่ไหล่ขวาของซันนี่และฉีกกระชากเนื้อออกมา


         "อ้ากกกกกก" ซันนี่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับดาบเพลิงที่สลายไปจากมือ เธอหันมามองอึนจีด้วยสายตาโกรธแค้นพร้อมพูดกับตัวเองว่า "สู้แบบมั่วซั่วเลยนะ เสียใจจนบ้ารึไงแก!"


         "....." ไม่มีคำพูดใดๆจากปากอึนจี เธอเงยหน้ามาสบตากับซันนี่พร้อมกับคายเศษเนื้อจากหัวไหล่ของซันนี่ทิ้ง ปากที่เปรอะเปื้อนเลือดแสยะยิ้มออกมาเล็กน้อย "ฮือออ..." ซึ่งต่างกับเสียงที่เปล่งออกมาอย่างเบาบางผ่านลำคอ เพราะเสียงนั้นช่างฟังดูเศร้าสร้อยต่างจากบุคลิกในตอนนี้ลิบลับ


         "แกนี่ท่าทางจะบ้าจริงๆ ทั้งพลังเวทย์ทั้งรูปลักษณ์ทรงพลังดั่งราชันต์แห่งปิศาจ แต่กลับมีเสียงร้องไห้ปะปนออกมาแบบนี้" ซันนี่ที่ตอนนี้เอากุมอยู่ที่หัวไหล่ขวาพูดถึงอึนจีด้วยความฉงน


         "......ฮูม.ม..มมม" วินาทีที่ซันนี่พูดจบ เสียงจากคำคอของอึนจีกลับเปลี่ยนเป็นเสียงที่ขู่คำรามเบาๆในลำคอออกมาแทนเสียงที่โศกเศร้าเมื่อครู่นี้


         "บ้าจริงๆสินะ..." ซันนี่พูดออกมาอีกครั้งซึ่ง...





         "เฮ้ย!!! มันจะมากไปแล้วนะ คำก็บ้าสองคำก็บ้า นี่แกอย่ามาว่าพี่ฉันนะ" นัมจูที่ทั้งดูและฟังอยู่นานได้ยินที่ซันนี่พูดออกมาทั้งหมดเกิดฉุนขึ้นมาจนเกินจะทน


         "อื้อหือ  ใจเย็นๆสิค่ะคุณน้องสาว นี่แกจะของขึ้นทำพระแสงอะไร" โชรงรีบดึงคอเสื้อของนัมจูเอาไว้ เพื่อรั้งไม่ให้นัมจูทำอะไรๆ(บ้าๆ)


         "ก็พี่โชรงดูมันว่าพี่อึนจีดิ จะไม่ให้ฉันของขึ้นได้ไงล่ะ" นัมจูที่ถูกดึงไว้ทำเสียงงอแงออกมา


         "เออน่าๆ ฉันรู้ว่าแกโกรธ แต่ตอนนี้เลิกสนใจทางนั้นแล้วหันมาสนใจทางนี้ก่อนดีกว่ามั๊ย" โชรงพูดพร้อมกับพยักหน้าให้นัมจูมองตาม "ฉันว่าไปดูนาอึนก่อนดีมั๊ย"


         ".... เอางั้นก็ได้" นัมจูตอบตกลงอย่างว่าง่าย แล้วเดินไปยังลูกบอลสีดำใสที่บรรจุร่างของนาอึนไว้ด้านใน พร้อมๆกันกับทุกคน


         "บาดแผลของคุณหนูหายแล้ว...แต่สัมผัสพลังชีวิตของคุณหนูไม่ได้เลย" ฮายองที่ยืนมองร่างของนาอึนอยู่เอ่ยขึ้น


         "ถ้ารักษาบาดแผลก็แปลว่าเป็นเวทย์มนต์ที่ปลอดภัยสินะ" นัมจูเอ่ยพร้อมกับยกมือขึ้นเพื่อจะสัมผัสกับบอลเวทย์มนต์นั้น


         "เดี๋ยวก่อนนัมจู" แต่กลับถูกทักไว้โดยยูคยองเสียก่อน "ฉันกว่ามันแปลกๆ?" พูดจบยูคยองสร้างหอกเพลิงขึ้นมาและขว้างใส่บอลเวทย์มนต์ทันที


         "เฮ้ย! นี่เธอทำไรน่ะยูจัง เดี๋ยวก็โดนนาอึนหรอก" นัมจูเอ่ยด้วยความตกใจก่อนที่จะเห็นอะไรบางอย่างที่ทำให้ต้องตกใจ


         'พรึ่บ!'
         หอกเพลิงของยูคยองไม่สามารถที่จะผ่านบอลเวทย์มนต์นั้นไปได้ซ้ำยังถูกเปลวเพลิงสีดำเผาหอกเพลิงซึ่งเป็นไฟเหมือนกันเผาจนมอดไหม้ไป


         "กะไว้แล้ว" ทุกคนแสดงสีหน้างงอย่างเห็นได้ชัดกับสิ่งที่ยูคยองพูดออกมา "นี่น่ะเป็นเวทย์รักษาก็จริง แต่ก็เป็นเวทย์โจมตีไปในตัวด้วย เพราะบอสโปรแกรมไว้สำหรับนาอึนแค่คนเดียว" ยูคยองอธิบายออกมาคร่าวๆ


         "มีเวทย์แบบนั้นคือด้วยหรอค่ะ" ฮายองย่นคิ้วสงสัยทันที


         "Dead magicหรือเวทย์มนต์ต้องห้าม แต่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเวทย์มนต์บทนี่ชื่ออะไร" ยูคยองตอบด้วยสีหน้าจริงจัง


         ในตอนหลังพวกโชรงจะมารู้เอาทีหลังว่า เวทย์มนต์นี้มีชื่อว่า 'การรักษาแห่งจอมมาร' ซึ่งเป็นเวทย์มนต์เฉพาะเป้าหมาย จะใช้เพื่อรักษาหนึ่งเป้าหมายและคอยปกป้องจากอันตรายโดยรอบได้โดยสมบูรณ์ ที่เวทย์มนต์บทนี้กลายเป็น Dead magic ก็เพราะเงื่อนไขในการใช้นั้นยุ่งยากคือผู้ใช้จะต้องมีจิตใจที่มีความอาฆาตแค้นซ้ำทั้งยังต้องใช้เวทย์มนต์ในปริมาณมากเพื่อร่ายเวทย์ ในอดีตกลุ่มผู้ที่คิดค้นเวทย์นี้ขึ้นมาได้ทำการทดลองและบรรทึกไว้ว่าจากการใช้จอมเวทย์ที่มีความอาฆาตแค้นถึงสิบห้าคนในการร่ายเวทย์นี้ เกิดผลสำเร็จที่น่าพึงพอใจ แต่ต้องแลกกับชีวิตของจอมเวทย์ทั้งสิบห้าคนนั้นไป เนื่องจากถูกดึงพลังเวทย์ไปจนหมดกับการใช้เวทย์มนต์นี้ สุดท้ายแล้วไม่มีใครที่สามารถใช้เวทย์นี้ได้ เวทย์บทนี้จึงถูกบันทึกไว้ว่าเป็น Dead magic ที่ไม่ควรใช้และหายสาบสูญไปตามกาลเวลา แต่ตอนนี้อึนจีได้แสดงให้เห็นว่าเธอสามารถร่ายมันได้ด้วยตัวคนเดียวและยังมีชีวิตอยู่ได้จากปริมาณเวทย์มนต์ที่มหาศาลและความอาฆาตแค้นอันมากมาย


         "ดีนะเธอห้ามฉันทัน ไม่งั้นฉันคงโดนเผาดำแน่นอน" นัมจูพูดออกมาด้วยความเสียวไส้


         "แต่จากที่เห็นเมื่อกี้นี้พี่คงไม่เหลือซากค่ะ ขนาดไฟด้วยกันเองยังเผาได้เลย" ฮายองพูดติดตลกออกมาเล็กน้อย


         "แสดงว่าพี่อึนจีไม่ต้องการให้ใครมายุ่งกับนาอึนงั้นสินะ" นัมจูหรี่ตาลงมองนาอึนอย่างปลง


      'ตู้มมมมม'
         เสียงระเบิดของบางอย่างเรียกความสนใจของทุกคนให้หันไปมอง และเมื่อทุกคนหันไปมองก็ได้เห็นว่า อึนจีและซันนี่นั้นตอนนี้ทั้งคู่ได้ยิงคลื่นพลังเวทย์ปะทะกันอยู่จนเกิดการระเบิดขึ้นโดยรอบบริเวณนั้น ผลข้างเคียงจากการที่ทั้งคู่ปะทะพลังกันนั้นค่อยๆเพิ่มความเสียหายขึ้นเรื่อยๆจนเอจรูมของโบมีนั้นเริ่มที่จะถูกฉีกจนเกิดเป็นช่องว่างระหว่างมิติกับโลกภายนอก จากนั้นก็เหมือนมีคลื่นพลังถูกดูดออกจากเอจของอย่างรุนแรงจนพวกโชรงที่อยู่ห่างออกไปนั้นถูกดูดออกไปยังด้านนอก เผลือไว้เพียงอึนจี ซันนี่ และร่างของนาอึนที่อยู่ภายในบอลเวทย์มนต์เท่านั้น ซันนี่เองเมือเห็นช่องทางออกจากเอจรูมเธอก็หยุดยิงพลังเวทย์และกระโดดหลบคลื่นพลังเวทย์ของอึนจีที่พุ่งมาทางเธอแล้วหนีออกไปทางช่องว่างนั้น อึนจีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหนีออกไปก็คิดจะตาม แต่ก่อนที่จะออกไปนั้นเธอกลับหยุดชะงักแล้วมองไปทางด้านที่ร่างของนาอึนอยู่ เธอทะยานเข้าหาร่างนั้นแล้วคลายบอลเวทย์ออก พร้อมกับช้อนร่างของนาอึนมาไว้ในอ้อมกอดเช่นเดิมแล้วค่อยๆเดินไปยังจุดที่มิติพังทลาย
.
.
.
.
.
.
.
.
.


      ด้านของโบมี
         "อึก! อั๊ก!!!" โบมีที่จู่ก็กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง ทั้งยังมีปริมาณที่มากกว่าเดิม ทำให้ทั้งหมดเริ่มเป็นหวงโบมีขึ้นมาอีกครั้ง


         "คุณโบมีเป็นไรค่ะ!" เบลเซบับที่เห็นอาการของโบมีไม่สูดีนักีบถามออกไป


         "อ่า...ก็.."


         'ตุบ ฟุบ ฟุบ' เสียงบางอย่างปรากฎใกล้ๆขัดจังหวะการพูดของโบมี เมื่อทั้งหมดหันไปดูก็พบ โชรงที่อยู่ในท่านั่งคุกเข่าโดยชันเข่าขวาขึ้นหนึ่งข้าง ยูคยองที่ยืนอยู่แต่มีรอยกระแทกรอบบริเวณที่เธอยืน นัมจู....ที่ตอนนี้ล้มไม่เป็นท่าเพราะฮายองหล่นทับ


         "นี่! รีบลุกขึ้นเลยนะฮายอง ฉันหนัก!" นัมจูเอ็ดฮายองไปหนึ่งช็อตพร้อมบอกให้ลุก


         "อุ๊ย! ขอโทษค่ะพี่นัมจู พอดีฉันทรงตัวไม่ทัน" ฮายองรีบลุกออกจากตัวของนัมจูและประคองขึ้นยืนทันที


         "ตัวหนักใช่เล่นนะเธอน่ะ" หลังจากลุกขึ้นนัมจูยังคงบ่นฮายองต่อ


         "เอ๋? ช่วงนี้ฉันก็คุมอาหารอยู่นะ น้ำหนักก็ลดลง ทำไมถึงยังหนัก?" ฮายองถามนัมจูด้วยความสงสัย


         "จะไปรู้เรอะ หนักไอสองลูกบนอกเธอมั้ง" นัมจูพูดประชดประชันฮายอง


         "พี่นัมจู!" ซึ่งมันทำให้ฮายองเขินจนหน้าแดง


         "เลิกไร้สาระกันสักแปบได้มั๊ย" เป็นโชรงที่พูดขัดขึ้นมา


         "พะ..พี่โชรง" โบมีเอ่ยเรียกคนรักด้วยเสียงแผ่วเบา


         "โบม!...เป็นไรไปน่ะ" โชรงรีบวิ่งเข้าไปหาโบมีทันทีที่เห็นโบมีในสภาพกระอักเลือด


         "ไม่เป็นไรหรอกพี่โชรง...ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นข้างในหรอ หลังจากที่เห็นนาอึน..." พูดได้แค่นั้นโบมีก็ชะงักแล้วก็มีน้ำใสๆไหลอาบที่แก้มทั้งสองข้างของเธอ "มันเป็นเพราะฉัน นาอึนถึงต้องเป็นแบบนั้น...ฮึก!" โบมีสะอื้นออกมาแล้วโทษถึงการตายของนาอึนว่าเป็นความผิดของตน


         "ไม่เอาน่าโบม ไม่ร้องนะ...เดี๋ยวพี่จะเล่าทุกอย่างให้โบมฟังเอง....แต่ต้องเป็นหลังจากนี้นะ" โชรงหันไปมองทางที่พวกตนถูกดูดออกมา ปรากฎร่างของซันนี่ยืนอยู่บริเวณนั้น และลอยแตกนั้นก็ค่อยๆปิดลง


         "รักกันดีจริงๆนะพวกแก" ซันนี่กัดฟันพูดด้วยความโกรธเมื่อนึกถึงลูกน้องของตนที่ต้องมาจบชีวิตไปเพราะพวกอึนจี


         "ชิ ยัยนี่ตามเราออกมาด้วยงั้นเรอะ" ยัมจูสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์


         "นั่นสิค่ะ แถมรอยแตกก็ยังปิดไปแล้วด้วย พี่อึนจียังไม่ออกมาเลย แย่แน่ค่ะพวกเรา" ฮายองก็จริงจังขึ้นพร้อมๆกับการเร่งพลังเวทย์


         "บางทีปล่อยให้เจ้าอึนจีมันอยู่ในนั้นอาจจะดีกว่าก็ได้" โชรงแอบพูดติดตลกเล็กน้อย


         เวลาไม่คอยท่า ซันนี่เองก็ไม่จำเป็นต้องรอให้พูดจบ พุ่งตัวเข้าหาพวกโชรงอย่างรวดเร็วหวังปลิดชีพ แต่ก็ต้องหยุดแทบไม่ทัน เพราะระหว่างซันนี่กับพวกโชรงปรากฎรอยแตกของมิติแล้วก็มีร่างของใครบางคนค่อยๆลอยลงมาพร้อมกับร่างไร้วิญญาณของคนรักในอ้อมอก เมื่ออึนจีลงมาถึงพื้นพลังเวทย์อันมหาศาลก็ถูกปล่อยออกมา ทำเอาลูกน้องกว่าครึ่งทนแรงกดดันไม่ไหวจนสลบทันที บางกลุ่มก็แค่ยืนยังเต็มที่ ส่วนน้อยมากที่จะสามารถทนแรงกดดันอึนจีได้และยังคงยืนอยู่


         "โฮกกกกกกกกกกกก!" เสียงคำรามอันกึกก้องของอึนจี ส่งเสียงดังไปทั่วบริเวณ ดังไปไกลมากจนทั่วทั้งเมื่อได้ยินอย่างชัดเจน และสร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับผู้คนเป็นอย่างมากถึงที่มาของเสียงนั้น


         "พะ...พี่โชรง ที่ฉันไม่สามารถรับรู้เหตุการณ์ข้างในได้นั้นเป็นเพราะแบบนี้" โบมีถามโชรงด้วยความสงสัยกึ่งบังคับ


         "ก็อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้ก็ได้ เจ้าอึนจีในตอนนี้น่ะอันตรายกว่ายัยซันนี่อีก" โชรงตอบโบมีตามความน่าจะเป็น


         "ซันนี่?...หมายถึงยัยอสูรนั่นน่ะหรอ" โบมีถามต่อด้วยความสงสัย


ื         "อื้อ พวกเรารู้ชื่อยัยนั่นเพราะได้ยินอึนจีเรียกแบบนั้นน่ะ" โชรงตอบตามความจริง


         "สเปคพี่เลยสิ อสูรสาวทรงโตซะด้วย" แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแขวะแม้ในสถานการณ์แบบนี้


         "บ้าน่าโบมี นี่มันใช่เวลามั๊ยเนี่ย -*-" โชรงหน้ามุ้ยทันทีที่โบมีเล่นอะไรไม่ดูเวลา


         "ก็ด้วยนิสัยแบบนั้นของพี่มันอดที่จะแขวะไม่ได้นี่นา" และโบมีก็ยังคงเถียงต่อไป


         "เอาไว้ก่อนเรื่องนั้นน่ะ ตอนนี้เปิดสัญญาณเตือนภัยระดับ 5 ให้ชาวเมืองพากันไปหลบลงหลุมหลบภัยของแต่ละครอบครัวพร้อมเปิดบาเรียขั้นสูงสุดด้วย" โชรงสั่งการไปยังลูกน้องคนหนึ่งซึ่งเพิ่งกลับมาถึงแฟมิลี่หมาดๆจากการทำภารกิจและมีดีกรีเป็นถึงหัวหน้าหน่วยที่ 2 ของแฟมิลี่ "ช่วยหน่อยนะ'ดงอุน'"


         "ถึงจะยังไม่เข้าใจเรื่องราว แต่จัดให้เลยคุณโชรง รอแปบ..." ดงอุนรับปากพร้อมกับหายวับไปจากตรงนั้น "ประกาศพากแพนดาเรียแฟมิลี่ ขณะนี้ได้มีเหตุฉุกเฉินระดับ 5 ขอให้ทุกท่านรีบหลบเข้าหลุมหลบภัยให้เร็วที่สุดพร้อมกับเปิดบาเรียระดับสูงสุดด้วยเพื่อความปลอดภัยของท่านเอง ย้ำ...." เป็นการเคลื่อนที่ข้ามเวลาในระยะสั้นของดงอุนที่สามารถไปถึงห้องกระจายเสียงได้ในพริบตาแล้วประกาศแจ้งเตือนทันที


         ทันทีที่ประกาศจบ ทางด้านนอกของแฟมิลี่หรือก็คือตัวเมือง ได้เริ่มมีเสียงเอะอะโวยวายขึ้นชั่วครู่ และเงียบไปภายในไม่ถึง 3 นาที เป็นสัญญาณให้รู้ว่าทุกคนในเมืองได้ทำตามที่ทางแพนดาเรียประกาศเรียบร้อยแล้ว


         "เรียบร้อยคุณโชรง สมกับที่เคยฝึกซ้อมกันมาหลายครั้ง ชาวเมืองทุกคนทำได้รวดเร็วดีจริงๆ" ดงอุนกลับมายังที่เดิมและรายงานผลกับโชรง


         "อืม...ขอบใจมาก" โชรงรับคำสั้นๆพร้อมกับพูดขอบคุณ


         "ให้ตายซี่ ผมไม่อยู่แปบเดียวนี่เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันเนี่ย....ถ้าให้เดา คนที่ยืนปล่อยพลังเวทย์อันเย็นยะเยือกนี่คือบอสใช่มั๊ย แล้วทำไมบอสถึงมีร่างกายแบบนั้น แล้วที่บอสอุ้มอยู่คือใคร แล้วคนที่ประจัญหน้ากับบอสอยู่นั่นคือใคร แล้ว..." ยังไม่ทันที่จะำด้คำตอบอะไรจากโชรงกับคำถามที่ยิงมาเป็นชุด ทั้งหมดก็ต้องหันไปมองอึนจี


      'ซูมมมมม'
         อึนจียิงพลังเวทย์ที่มีความแน่นหนาและเข้มข้นสูงใส่ซันนี่ แน่นอนว่าซันนี่กระโดดหลบด้วยความเร็วสูง แต่ก็ยังได้รับผลกระทบของลำแสงเวทย์มาระดับหนึ่ง พลังเวทย์ของอึนจีเจาะทะลวงกำแพงของแฟมิลี่และพุ่งออกไปเป็นเส้นตรง
      'ตูม บรึ้มมมมมม' 
         เมื่อลำแสงนั้นพุ่งไปชนกับภูเขาก็เกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงจนแผ่นดินสะเทือน พร้อมๆกับภูเขาลูกใหญ่ที่ถูกลบจนหายไปทั้งลูก ไม่เพียงเท่านั้นตลอดเส้นทางที่ลำแสงเวทย์ผ่านแม้จะไม่โดนแบบเต็มๆ แต่ตึกรามบ้านช่องนั้นกลับถูดพัดจนพังทลายไม่มีชิ้นดี สร้างความตกตะลึงกับผู้ที่เห็นเหตุการณ์เป็นอย่างมาก


         "บ้าน่า....พลังทำลายอะไรกันเนี่ย" ดงอุนอึ้งกับสิ่งที่ได้เห็นจนเผลอพูดออกมา


         "อย่างแรกที่นายต้องรู้ก็คือ ตอนนี้อึนตีมันอันตรายมาก" โชรงที่เห็นอาการอึ้งของดงอุนพูดขึ้นทันทีถึงสถานการณ์ในตอนนี้


         "......"
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
   
         "นา...อึน...." เสียงอันแหบแห้งต่างจากปกติของอึนจีเอ่ยเรียกชื่อคนรักที่เป็นร่างไร้วิญญาณอยู่ในอ้อมอก


_____________________________


         ก่อนอื่นต้องกราบขอโทษทุกท่านก่อนเลยนะครับที่อัพช้ามาก คราวนี้นี่ผมถึงกับดองเป็นเดือนเลยทีเดียว ไม่มีขอแก้ตัวใดๆทั้งนั้นครับ^^
         แต่ผมก็เอามาส่งให้แล้วนะ
        ไม่โกรธกันเนาะ ( ^0^)/
         รักรีด จุ๊บๆ 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #139 LuminusNUT (@luminousnut) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 19:20
    กำลังสนุกเลย 😅😅 อึนจีน่ากลัวมากกกก
    รออยู่นะครับ ไรท์
    #139
    1
  2. #137 NOYNAE_A (@NOYNAE_A) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 00:37
    อึนจีโหดมาก -3- รอไรท์นะครับบบบบ
    #137
    1
  3. #136 pej_apink (@por2918) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 00:07
    ไรท์กลับมาอัพต่อแล้ว พลังอึนจีน่ากลัวมากเลยครับ แล้วนาอึนจะฟื้นรึเปล่า รอตอนต่อไปอยู้นะครับ
    #136
    1
  4. #135 YBOAP (@suppharat) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 00:07
    อึนจีน่ากลัวมากเลยแต่ละอย่างที่ทำเจ็บแทนTOTแล้วนาอึนจะฟื้นมาไหม รอต่อนะคะไรท์
    #135
    1