[ APINK (Yuri fic.)ปฏิบัติการรักมาเฟียจอมเวทย์ ]

ตอนที่ 23 : STAGE 21 : ความแข็งแกร่งที่แท้จริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 93
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    5 พ.ค. 59




        -ฉั๊วะ!!!-
         “อ้ากกก!!” เสียงร้องโอดครวญที่ปล่อยออกมาจากปากของหญิงสาวหนึ่งคนที่ฟังดูแล้วรู้สึกทรมาณไม่ใช่น้อย แล้วเสียงนั้นเป็นของใครล่ะ


         "ฮียูแขนของเธอมัน" จินจูที่ยืนอยู่ข้างๆกันนั้นร้องออกมาด้วยความตกใจ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าตอนนี้ก็คือ ภาพที่เห็นแขนของฮียูร่วงลงสู่พื้น


         "บ้าน่า ถึงขนาดตัดแขนฮียูได้เลยงั้นเหรอ" โฮซูที่ตอนนี้เข้าประคองตัวของฮียูพูดออกมาด้วยความตกใจ


         "ที่น่าตกใจกว่าคือยัยนั่น...ตัดแขนฉันตั้งแต่ตอนไหนต่างหาก" ทั้งสามไปทางยูคยองเป็นสายตาเดียวและยังเป็นสายตาที่บ่งบอกถึงความสงสัยปะปนกับความตกใจและใบหน้าที่แสดงถึงความเจ็บปวดของฮียู


         ระยะเวลาสั้นๆแค่นี้ กลับพัฒนาฝีมือได้ระดับนี้เชียวเหรอ? ซึ่งแน่นอนว่าความสงสัยลำดับต่อไปคือทำไมยูคยองถึงมีความสามารถมากขึ้นขนาดนี้ และเหมือนว่าทางตัวยูคยองเองก็จะดูออกในความสงสัยนั้น


         "สงสัยใช่มั๊ยล่ะ ฉันบอกแล้วนะว่าอย่าดูถูกกัน อย่าลืมสิว่าฉันเองตอนนี้ครองพลังของหนึ่งในเจ็ดบาปอยู่นะ แล้วตอนนี้ฉันก็เอาจริงแล้วด้วย ไม่อยากตายโดยไม่รู้ตัวก็เอาจริงซะล่ะ" ยูคยองเร่งพลังเวทย์ขึ้นเพื่อเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายพร้อมสู้


         "......ในเมื่อทางนั้นเอาจริงแล้ว ถ้าทางนี้ไม่เอาจริงบ้างก็คงจะเป็นการดูถูกและฆ่าตัวตายด้วยสินะ" โฮซูพูดด้วยสีหน้าที่ผ่อนคลายลงและดูสุขุมขึ้น


         "นี่พวกเราต้องเอาจริงเลยงั้นหรอเนี่ย" จินจูบ่นออกมาพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่


         "คงต้องแบบนั้นแหละ ไม่งั้น อาจจะเป็นแบบฉันก็ได้" ฮียูลุกขึ้นยืนหลังจากที่ได้พลังเวทย์ของจินจูที่ช่วยห้ามเลือดไว้ แต่ถึงอย่างนั้นความเสียหายที่ได้รับก็มากพอที่จะทำให้พลังเวทย์ของเธอนั้นลดลงไประดับหนึ่ง


         "แล้วเอาไง บุกพร้อมกันเลยมั๊ย?" 


         "เห็นทีคงจะต้องเป็นแบบนั้นแหละ เพราะเท่าที่สัมผัสพลังเวทย์ที่ยัยนั่นปล่อยออกมาได้ มันน่าจะมากพอที่จะฆ่าเราคนใดคนหนึ่งได้โดยโจมตีแค่ไม่กี่ครั้ง"


         "นั่นสิ พลังเวทย์นี่มีความรู้สึกของซาตานด้วย งี้นี่เอง ตอนนี้คงผสานพลังเวทย์กันแล้วสินะ ไม่แปลกใจเลยที่ยัยนั่นจะแกร่งขึ้นขนาดนี้"


         "งั้นก็จัดการยัยนั่นไปพร้อมกับซาตานเลยก็แล้วกัน" ฮียูเป็นคนแรกที่ทะยานตัวออกไปก่อน ทั้งที่ยังบาดเจ็บอยู่ จากนั้นก็ตามไปติดๆด้วย จินจูและโฮซู


         "มาแล้วๆ" ยูคยองที่ยืนยิ้มรอรับการโจมตี พูดกับตัวเองด้วยความดีใจ


         เมื่อทั้งสามมาถึงตัวของยูคยอง ฮียูหมุนตัวเตะเข้าไปที่ใบหน้าของยูคยอง ยูคยองยกหน้าหลบการเตะนั้นแบบฉิวเฉียด แต่ยังไม่ทันได้หายใจก็มีการโจมตีด้วยเวทย์น้ำที่สร้างขึ้นจนมีรูปร่างเหมือนดาบคาตานะของจินจูพุ่งมาจากด้านหลังตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ แต่ที่รับรู้ได้ก็คือเป้าหมายของมันเล็งมาที่หัวใจของเธอ ยูคยองหมุนตัวเอี้ยวหลบดาบน้ำเพียงนิดเดียวแต่ถึงอย่างนั้น ดาบก็ยังโดนเข้าที่แผ่นหลังของยูคยองแบบถากๆ ทำให้มีรอยผลจากการถูกกรีดเล็กน้อยและไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากนัก แต่ยังไม่ทันที่ขาจะถึงพื้นก็ถูกการโจมตีต่อเนื่องจากโฮซูตามมาด้วยการโจมตีจากเวทย์ดินซึ่งเป็นพลังอีกอย่างของเธอที่สร้างฝ่ามือขนาดใหญ่ยักษ์จนสามารถคลุมคนได้ทั้งคน มาจากใต้เท้าของยูคยอง ที่ตอนนี้ยังคงลอยอยู่บนอากาศ ผ่ามือดินทั้งสองข้างพุ่งเข้าใส่หวังตบให้ตายด้วยแรงบีบอัดของตัวมันเอง เป็นอีกครั้งที่ยูคยองหลบได้  โดยใช้เท้าแตะที่ผ่ามือนั้นเพียงเสี้ยววินาทีก่อนดีดตัวหลบได้อย่างงดงาม เหตุการทั้งหมดเกิดขึ้นรวดเร็วราวลมพัด ก่อนที่จะหยุดลง โดยที่ทั้งสามคนยังคงยืนล้อมรอบตัวยูคยองเอาไว้ห่างๆเพื่อรอโอกาสโจมตีอีกครั้งหลังจากพลาดในครั้งแรก


         "อะไรจะเร็วขนาดนั้น"


         "ขนาดบุกพร้อมกันสามคน...ยังทำอะไรไม่ได้เลย"


         "นี่ๆ ใครว่าไม่ได้ ฉันกรีดแผ่นหลังยัยนั่นได้นิดนึงนะ(ถึงตั้งใจจะแทงหัวใจก็เถอะ)" จินจูแย้งขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับประโยคสุดท้ายที่คิดในใจ


         "ก็แค่เฉี่ยวๆเอง ไม่เห็นจะสร้างความเสียหายอะไรนักหนา........หรือว่าดาบของแกมีพิษ?" ฮียูพูดตัดพ้อกับการแย้งขึ้นมาของจินจู ก่อนจะเอ๊ะใจเกี่ยวกับบางอย่าง


         "หึหึหึ ระดับจินจูผู้นี้แล้ว ไม่มีหรอก" ปฏิเสธด้วยความภาคภูมิใจมาก


         "ถุย!!!" ฮียูและโฮซูพร้อมใจกันทำท่าถุยน้ำลายลงพื้นใส่จินจู


         "ถึงจะเป็นอสูรฉันก็ชอบที่จะสู้แบบตรงไปตรงมานะ" ยืดอกพูดด้วยความภาคภูมิใจยิ่งกว่าเดิม โดยไม่ได้สนใจในการสร้างความเสียหายให้กับยูคยองเลย


         "เฮ้อ~ เธอเนี่ย นิสัยไม่เหมาะกับที่เป็นอสูรเลยจริงๆ" โฮซูบ่นจินจูถึงนิสัยของเจ้าตัวที่ดีเกินกว่านิสัยของอสูรตนอื่น


         "เอาน่าโฮซู บ่นไปก็เหมือนกับบ่นตัวเอง...ก็ยัยนั่นน่ะดันรับเอาด้านดีของเราไปหมดนี่นา" ฮียูพูดปรามโฮซูให้เลิกบ่นจินจู


         "...ที่เจ้าพวกนั้นพูดกัน หมายถึงอะไร ฟังดูแปลกๆแฮะ" ยูคยองที่ยืนอยู่กลางวงฟังบทสนทนาของทั้งสามอย่างเงียบๆพลางคิดในใจถึงความหมายของบทสนทนานั้น
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
         ทางด้านของโชรง
         "วู้ววว สาวๆเป็นไงบ้างจ๊ะ ใช้วิธีการแยกออกมาแบบนี้คงไม่ว่ากันเนอะ^^" โชรงเอ่ยกับอสูรสามตนที่ลอยมาจากการโจมตีของตนด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ


         "ก็จะว่าอะไรได้ล่ะค่ะ เล่นซัดมาแบบนี้แล้ว ก็ต้องยอมรับตามนี้" หนึ่งในอสูรสาวกล่าวขึ้น


         "นี่สาวๆ ไม่สู้กันไม่ได้หรอ ไปเดทกันดีกว่ามั๊ย" มาถึงปุ๊บยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไร โชรงเองก็โชว์ความเต๊าะของตัว


         "ขอปฏิเสธค่ะ!!!" คนที่หนึ่งไร้เยื่อใย


         "พอดีคุณไม่ใช่แนวน่ะค่ะ" คนที่สองรักษาน้ำใจเล็กน้อย


         "คุณก็น่ารักดีนะค่ะ แต่ว่าคุณมีคนรักอยู่แล้วนี่นา" และคนที่สาม ถึงจะไม่พูดตรงๆ แต่ก็รับรู้ได้ล่ะนะว่าปฏิเสธ แหม รักษาน้ำใจดีจัง


         และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่โชรงโดนคอมโบมปฏิเสธการขอเดทสามคนรวด ทำไมอ่ะ มีเมียแล้วไง อยากมีกิ๊กบ้าง ถึงจะโดนจับได้ตลอดก็เถอะ


         "ว้า แย่จัง ไม่มีใครสนใจเราสักคนเลยแฮะ ตั้งใจว่าจะเจรจาด้วยดีๆซะหน่อย" บ่นงุบงิบดังๆให้อีกฝ่ายได้ยิน โดยหารู้ไม่ว่า
.
.
.
.
.
.
         "ย๊าาาาาา ไอพี่โชรง! ริอาจเต๊าะสาวเรอะ ขนาดอสูรยังไม่เว้น ไว้เดี๋ยวกลับมาก่อนเถอะ น่าดู!!!" โบมีที่ดูแลอยู่ด้านนอกนั้นได้ยินและรับรู้ถึงการกระทำอันดีงามของคนรักของเธอเหมือนกัน


         "มะ..มีอะไรงั้นหรอค่ะพี่โบมี?" นาอึนที่ยืนอยู่ข้างๆถามออกมาเมื่อเห็นคนพี่โวยวายเสียงดังขึ้นมาเฉยๆ


         "อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกนาอึน แค่คนบางคนมันออกนอกลู่นอกทางเวลาไม่อยู่ในสายตา สงสัยอยากตาย" โบมีกัดฟันตอบด้วยอารมณ์หงุดหงิดเข้าขั้น


         "งั้นเหรอค่ะ เหมือนจะไม่รักตัวเองเท่าไรนะค่ะ^^"


         "นั่นสิ โดนแล้วโดนอีกก็ไม่รู้จักเข็ด"


         "นั่นสิค่ะ แบบนี้มันต้องเอาให้หนัก" เอาล่ะสิ นาอึนเริ่มยุแล้ว


         "ใช่ กลับมาล่ะน่าดู!!!" นี่ก็ดันบ้ายุอีก


         "ฉันก็เหมือนกันค่ะ ถ้าพี่อึนจีมีกิ๊กนะ น่าดู"


         "หืม? วันนี้เธอเป็นไรอ่ะนาอึน ดูของขึ้นแปลกๆนะ?"


         "อ่ะ! เปล่าหรอกค่ะ ไม่มีอะไร(พอดีเมื่อคืนฝันว่าพี่อึนจีมีกิ๊กน่ะค่ะ)^^" ประโยคหลังแค่คิดล่ะนะ


         "งั้นหรอ_อื้อว่าแต่ จะเริ่มเลยมั๊ยนาอึน ที่คุยกันไว้"


         "เริ่มเลยก็ได้ค่ะ"


         "โอเค งั้นยืนตรงนั้นนะ" นาอึนเดินไปยืนตรงจุดที่โบมีชี้โดยไม่พูดอะไร "เอาล่ะ ดูแลตัวเองดีๆนะ ถ้าเธอเป็นอะไรเดี๋ยวอึนจีมันมาว๊ากใส่ฉันอีก"


         "ค่ะ ไม่ต้องห่วง ขอบคุณมากค่ะพี่โบมี" นาอึนยิ้มใฟ้โบมี โบมียิ้มตอบโดยไม่พูดอะไร และเริ่มทำบางอย่าง
.
.
.
.
.
.
         "อูยยย ไหงจู่ๆขนลุกขึ้นมาได้ล่ะเนี่ย แต่ช่างเหอะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว มาเริ่มกันเลยดีกว่าเนอะ" โชรงมีสีหน้าที่จริงจังขึ้นและเริ่มปล่อยพลังเวทย์ออกมา และจากนั้นก็ "อาวุธรูปแบบที่สาม 'ปืนคู่' " พลังเวทย์รวมตัวกันจนเกิดเป็นปืนสั้นขนาดใหญ่ที่ดูไม่เข้ากับมือและตัวของโชรงเท่าไรสองกระบอก.....กลายเป็นสาวน้อยปืนคู่ไปซะแล้ว 


         "อะไรของเค้าน่ะ วิธีใช้พลังเวทย์แบบนั้น" อสูรC-1 สบถคำพูดขึ้นมา


         "ระวังตัวด้วยแล้วกัน เหมือนทางนั้นกำลังจะเริ่มแล้ว" อสูรC-2 กล่าวเตือนเพื่อนทั้งสอง


         "ในเมื่อทางนั้นเล่นของแปลกๆ งั้นเราก็ใช้ร่างจริงเลยสิ" อสูรC-3 เสนอแนะบางอย่างที่น่าสงสัยออกมา


         "เอางั้นเลยเหรอ งั้นแม่สาวมาเฟียนั่นคงน่าสงสารน่าดูเลย"


         "แต่ก็ไม่แน่หรอก อย่าลืมสิว่ายัยพวกนี้ครองพลังของ7บาปกันอยู่นะ อาจจะสูสีกับพวกเราก็ได้"


         "ร่างจริง? หมายถึงอะไรกัน ยัยพวกนั้นกำลังพูดถึงอะไรอยู่น่ะ?" โชรงขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินเรื่องที่ทั้งสามคุยกัน


         ยังไม่ทันที่โชรงจะสงสัยได้นาน ก็เกิดบางอย่างขึ้นกับร่างกายของทั้งสาม ซึ่งมันทำให้โชรงต้องระวังตัวมากขึ้น


         "เกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย..."
.
.
.
.
.
.
.
.
.


         "พี่นัมจูค่ะ นั่นพวกนั้นกำลังทำอะไรกันน่ะ ทำไมห้าคนนั้นถึงตัวเรืองแสง? แล้วทำไมอีกคนหนึ่งที่ฟันจมูกพี่ถึงปกติดี?" เสียงใสๆของฮายองเอ่ยขึ้นถามคนพี่ถึงเหตุการณ์ผิดปกติที่กำลังเกิดขึ้น


         "แล้วฉันจะไปรู้มั๊ยล่ะ ฉันก็ยืนมองอยู่ด้วยกันกับเธอเนี่ย" นัมจูที่รู้สึกตึงเครียดขึ้นตอบด้วยน้ำเสียงที่เข้มและฟังดูจริงจังอย่างมาก


         "แค่นี้ก็ดุอีก เห็นว่าพี่รอบรู้เรื่องเวทย์มนต์เยอะนี่ เลยคิดว่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นไง" ฮายองกำแก้มป่องหน้าบุ้ยเชิดหน้าใส่นัมจู ข้อหาดุ งอนใส่แม่ม!


         "........งอนอะไรของเธออีกยัยบ้า พอเลยๆ ดูสถานการณ์หน่อยสิ เอาไว้งอนตอนเรื่องจบ" ง้อไปสิ จะเรียกแบบนั้นก็ไม่ได้ แค่นัมจูบอกเลื่อนการงอนของฮายองออกไปเท่านั้น


         "ก็ได้ค่ะ งั้นไว้เคลียร์กันทีหลังก็ได้" ทำหน้าเป็นปกติหลังจากถูกเลื่อนการงอน หันมาจริงจังมองทางศัตรูตามที่นัมจูต้องการ


         "อืม...ระวังตัวด้วยล่ะ เรายังไม่รู้ว่ายัยพวกนั้นกำลังทำอะไร" นัมจูเอ่ยเตือนฮายองด้วยความเป็นห่วง...มั้งนะ


         "เป็นห่วงเค้าหรอ...เขินเลยสิแบบนี้" เอามือปิดหน้าแล้วบิดตัวไปมา...อืมหน้าหมันไส้ นัมจูได้กล่าวในใจ


         "......"


.
.
.
.
.
.
.


         "แล้วจะเอายังไงดีล่ะ บุกพร้อมกันสามทางยังไม่ได้ผลเลย" โฮซูขอความเห็นจากอีกสองคน


         "งั้นก็คงต้องบุกเข้าจากทางเดียวเลย" ฮียูให้คำตอบกับโฮซู


         "เอาแบบนั้นเลยหรอ...แล้วเธอล่ะจินจู ว่าไง?"


         "ก็จะทำไงได้ล่ะ ตามนั้นล่ะกัน"


         "เยี่ยม" โฮซูหันกลับมายกยิ้ม แล้วทั้งสามก็กระโดดออกมาจากจุดที่ยืนอยู่ มาหยุดยืนรวมกันอยู่ที่ด้านหน้าของยูคยอง ห่างไปประมาณ 30 เมตร


         "พวกเธอจะทำอะไรกันน่ะ?" ยูคยองเกิดความสงสัยขึ้นภายในหัวก่อนจะยิงคำถามออกไป


         "เดี๋ยวเธอก็ได้รู้...ที่จริงเราก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอกนะ" จินจูตอบแทนเพื่อนทั้งสอง


         ถึงจะตอบ แต่คำตอบของทางอสูรทั้งสามนั้นก็ยังคงสร้างความสงสัยให้กับยูคยองอยู่ดี และคิดว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้นั้นอาจจะให้คำตอบในความสงสัยของยูคยองได้ เธอจึงทำเพียงยืนดูสิ่งที่อสูรทั้งสามกำลังทำอยู่นิ่งๆ และแล้วมันก็เริ่มขึ้น เมื่อจู่ๆทั้งสามก็ปล่อยพลังเวทย์ออกมาอย่างมหาศาล ซึ่งมันก็มากจนทำให้พื้นเกิดการสั่นสะเทือนและอากาศที่ถูกเสียดสีด้วยพลังเวทย์จนเกิดเสียง เกิดวงแหวนเวทย์ขนาดใหญ่ขึ้นที่พื้นใต้เท้าของทั้งสามอสูร พลันร่างของทั้งสามลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย และค่อยๆลอยเข้าหากัน จากนั้นร่างกายของทั้งสามเรืองแสงสีขาวสว่างจนมองไม่ออกว่าใครเป็นใคร และร่างแสงทั้งสามก็ผสานเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นรูปร่างใหม่เพียงหนึ่งเดียว แสงสว่างค่อยๆดับลงและปรากฎร่างของหญิงสาวหนึ่งคนที่มีหน้าตาสวยงาม ร่างนั้นค่อยๆลอยลงพื้นพร้อมกับวงแหวนเวทย์ที่หายไป ร่างนั้นยิ้มบางๆมาทางยูคยอง ทางฝ่ายยูคยองเองมีความตกใจอยู่ในระดับหนึ่งแต่ก็ไม่ถึงกับสติหลุดไปจึงเรียบเรียงคำพูดและพูดออกไป


         "นี่สินะที่บอกว่าเดี๋ยวก็รู้น่ะ ก็ว่าที่คุยกันเมื่อกี้มันแปลกๆ ตอนนี้นี่เข้าใจเหตุผลชัดเจนเลยล่ะ"


         "เธอ...ยูคยองสินะ เธอบังคับให้เราต้องทำแบบนี้เองนะ ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็จงโทษในการกระทำขอตัวเองก็แล้วกัน" อสูรสาวกล่าวขึ้นกับยูคยอง


         "นี่ๆ รวมร่างแบบนี้แล้ว ชื่อของเธอก็ต้องเปลี่ยนไปใช่ป่ะ? เหมือนในดราก้อนบอลตอนเวลาที่เค้าฟิวชั่นกันอ่ะ บอกหน่อยสิๆ อยากรู้ว่าตอนนี้เธอชื่ออะไร" และก็ดูเหมือนว่ายูคยองเองจะไม่ได้ฟังที่อีกฝั่งหนึ่งพูดเลย...เมินกันซะได้นะ


         "อะ...เอ่อ ตอนนี้ชื่อของฉันคือ 'โซยู' น่ะ" อสูรสาวนามว่าโซยูแอบตกใจที่อีกฝั่งดูเหมือนจะไม่ได้ตกใจกับการเปลี่ยนแปลงของตนนัก "คือว่าจะเรียกว่ารวมร่างก็ไม่ถูกนะ เพราะว่านี่น่ะเป็นร่างจริงของฉัน ต้องเรียกว่าคืนร่างถึงจะถูก" แต่โซยูก็ยังคงพูดแย้งในสิ่งที่ยูคยองกำลังเข้าใจผิด


         "ร่างจริงงั้นหรอ...ต้องการจะสื่ออะไร" ยูคยองดูมีสีหน้าที่จริงจังขึ้นทันทีที่อีกฝ่ายพูดบางอย่างออกมา


         "ฉันว่าเธอน่าจะเข้าใจอยู่นะ...แต่จะบอกให้ชัดเจนก็ได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น ฉันแยกตัวเองออกเป็นสามร่าง และในระหว่างที่แยกร่างพลังของฉันจะเหลือแค่ครึ่งเดียวแล้วยังถูกแบ่งเป็นสามส่วนด้วย เท่ากับว่าตลอดมานั้น พลังที่เธอเคยเจอ เป็นเพียงพลังไม่ถึงครึ่งของฉันด้วยซ้ำ" โซยูอธิบายด้วยความเย็นชาแต่แฝงไปด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหย่อหยิ่ง


         "แค่เธอหรอที่ทำแบบนี้ได้น่ะ?" ยูคยองยังคงไม่รู้สึกใดๆต่อการเปลี่ยนแปลงนี้แต่ยังคงตั้งคำถามต่อมา


         "เอาตรงๆก็ไม่ ทุกคนยกเว้นบอสล้วนแบ่งตัวเองเป็นหลายร่างเพื่อผนึกพลังของตัวเองเอาไว้" และทางโซยูเองก็ตอบคำถามให้กับทางยูคยองโดยไม่ได้มีทีท่าว่าจะรำคาญใดๆ


         "งั้นหรอ...แล้วคนที่เหลือน่ะ แข็งแกร่งหรือเปล่าล่ะ" 


         "แกร่งสิ...แกร่งมากด้วย"


         "งั้นก็คงต้องขอบคุณเธอสองเรื่องล่ะนะ"


         "ขอบคุณ? แถมสองเรื่องด้วย? ทำไมล่ะ?"


         "ก็เรื่องแรกขอบคุณที่ตอบคำถามโดยไม่บ่ายเบี่ยง เรื่องที่สองขอบคุณเธอและเพื่อนๆแข็งแกร่งไง :)" พูดด้วยรอยยิ้มที่บอกถึงความตื่นเต้นสุดๆ ...ยูคยองเครื่องติดแล้วสินะ


         "หึ...นี่ไม่ได้เป็นห่วงเพื่อนๆของเธอเลยงั้นหรอ พวกนั้นแกร่งมากนะ" โซยูหัวเราะครั้งหนึ่งเหมือนจะดูถูกในพลังของพวกโชรงก่อนจะถามถึงความรู้สึกในปัจจุบันของยูคยอง


         "ตอนแรกก็ห่วงนะ....เป็นห่วงว่าพลังของพวกเธอจะแกร่งพอที่จะรับมือพวกเราได้มั๊ย แต่ตอนนี้หายห่วงแล้วล่ะ เพราะถ้าแต่ละคนนั้นมีพลังระดับเธอ..." ยูคยองเลือนหายไปจากการมองของโซยูชั่วครู่ และรู้สึกได้ว่ามายืนอยู่ข้างๆกาย ก่อนที่โซยูนั้นจะรู้สึกหน่วงๆที่ท้องและปลิวถอยหลังไปอย่างรวดเร็วจนกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่ที่ห่างออกไปอีกหลายเมตรจนต้นไม้นั้นหักโค่นลง "...พวกเราก็คงไม่ต้องออมมือล่ะนะ!" และสิ่งที่ทำให้โซยูกระเด็นไปนั้นก็คือ ยูคยองที่ปล่อยหมัดใส่หน้าท้องของโซยูนั่นเอง


         -ครึ๊กๆ-
         "หึหึหึ" โซยูลุกขึ้นยืนหลังจากที่ถูกชกจนกระเด็น ก่อนใช้มือลูบท้องปอยๆด้วยความเจ็บ "ทำให้ฉันเจ็บปวดได้ด้วย ในร่างจริงนี่นอกจากบอสและอีกสามคนในร่างจริงด้วยกันแล้ว ยังไม่เคยมีใครทำฉันเจ็บได้เลยนะ" โซยูยิ้มกว้างออกมาด้วยความปิติ "เธอเป็นคนแรกเลยนะเนี่ย งั้นก็ขอเอาจริงเพื่อเป็นการให้เกียรติเธอก็แล้วกันนะ"


         "ยัยบ้า มันก็ต้องแบบนั้นอยู่แล้วไม่ใช่รึไง" ถึงจะฟังดูเหมือนอารมณ์เสีย แต่คำพูดของยูคยองนั้นบ่งบอกถึงความตื่นเต้นมากกว่า


         ในตอนที่สิ้นสุดคำพูดของยูคยอง โซยูได้พุ่งเข้าหายูคยองทันที เช่นเดียวกันกับทางยูคยองที่พุ่งเข้าหาโซยูเหมือนกัน ทั้งคู่ปล่อยหมัดใส่กันเป็นอย่างแรก เมื่อหมัดของทั้งคู่ปะทะกันเกิดเสียงดังสนั่นทั้งบริเวณ เหตุเนื่องมาจากพลังเวทย์ที่ทั้งคู่ใช้ห่อหุ้มร่างกายไว้เพื่อใช้ในการโจมตีนั้นได้กระทบกันและเกิดการระเบิดของตัวเอง


         "เยี่ยม พลังเวทย์เทียบไม่ได้กับตอนแยกร่างไว้เลย อุ่ก!!"


         "แน่นอนสิ ก็นี่น่ะเป็นพลังแบบเต็มที่ของฉันนี่นา จะเอาไปเทียบกันไม่ได้ อั่ก!!!" 


         ระหว่างต่อสู้ ทั้งคู่ก็อดที่จะชื่นชมในพลังอีกฝ่ายไม่ได้ จึงมีทั้งเสียงคุยกันและเสียงหลงของการถูกการโจมตีอีกฝ่าย


         "ฮู่ววว สู้กับคนเก่งๆนี่เปลืองพลังแฮะ" ยูคยองถอนหายใจเมื่อเริ่มรู้สึกถึงความเหนื่อยหลังจากที่ต่อสู้กันมาได้สักพัก


         "ฮ้าาา นั่นสิ งั้นอย่ายื้อกันให้เสียเวลาเลย ตัดสินกันด้วยพลังเต็มที่ดีกว่า" โซยูพูดบางสิ่งบางอย่างที่ดูเหมือนจะต้องการปิดฉากการต่อสู้ให้เร็ว


         "เรื่องสิ เพิ่งจะสู้เองนะ ทำไมจะต้องรีบตัดสินล่ะ" แต่ดูเหมือนว่าทางยูคยองเองจะไม่ต้องการแบบนั้น "เอาล่ะพักพอแล้วมั้ง มาเริ่มกันต่อได้แล้วมั้ง?" ยูคยองร่ายเวทย์เพลิงที่เธอถนัดโดยควบคุมให้ไฟเหล่านั้นควบตัวแน่นจนกลายเป็นหอกเพลิงเล่มหนึ่งที่ดูมีความงดงามในตัวเองมากระดับหนึ่ง พร้อมกันนั้นก็ตั้งท่าจรดปลายหอกไปยังทางโซยู


         "หึหึหึ มันต้องแบบนี้สิ ถึงจะสมกับที่ฉันคืนร่างเดิมหน่อย" โซยูฉีกยิ้มกว้างออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน บ่งบอกได้ถึงความดีใจเป็นอย่างมากกับการที่ยูคยองสามารถที่จะสู้พอฟัดพอเหวี่ยงกับเธอได้ เพราะสำหรับโซยูแล้วนอกจากพวกเดียวกันก็ไม่มีใครแกร่งพอที่จะตอบรับพลังของเธอได้เลย "ฉันก็ว่างั้น มาต่อกันเหอะ" โซยูเองก็ร่ายเวทย์บังคับให้น้ำควบตัวเองกลายเป็นดาบ ดาบที่มีขนาดใหญ่และความยาวเท่าตัวผู้เป็นเจ้าของ และการรวมตัวจนแน่นของน้ำทำให้วามแข็งตอนนี้ไม่ต่างจากเหล็กกล้าด้วยซ้ำ


         "อาวุธน่าสนใจดีนี่"


         "ท่าทางเธอเองก็ดูเหมือนจะถนัดหอกนะ แต่หอกเล็กๆนั่นจะรับการโจมตีของดาบของฉันได้หรือเปล่า"


         "เรื่องนั้นก็ต้องลองดูก่อนล่ะนะ"


         ทั้งคู่ยกยิ้มให้กัน และโซยูเป็นฝ่ายเริ่มก่อน โดยการยกดาบยักษ์ขึ้นแล้วฟาดลงใส่ยูคยอง แน่นอนว่ายูคยองแค่เบี่ยงตัวหลบนิดหน่อยก็พ้น แต่ทว่ามันไม่ได้มีแค่นั้น ด้วยแรงลมจากการลงดาบ ทำให้ยูคยองปลิวถอยหลังขาลากพื้นไปหลายเมตร


         "ช้าแต่พลังทำลายใช้ได้เลยนี่ งั้น..." ยูคยองแทงหอกเข้าหาตัวของโซยูทันที ด้วยความเร็วบวกกับที่โซยูยังไม่ได้ตั้งตัวทำให้เธอหลบด้วยความยากลำบาก แต่ก็ไม่ถึงกับต้องรับการโจมตีแบบเต็มๆ ถึงจะหลบยากแต่ก็ใช่ว่าจะหลบไม่ได้ จึงทำให้โดนไปเพียงเฉี่ยวๆเท่านั้น ยูคยองดึงหอกกลับทันที หวังจะแทงซ้ำเข้าที่จุดเดิม แต่ในจังหวะนั้น...


         "ฮ้ากกกกกกกก" ทั้งยูคยองและโซยูเองต้องหยุดชะงักทันที เมื่อได้ยินเสียงคำรามที่ฟังดูน่าขนลุกแต่ก็ชัดเจนด้วยความโศกเศร้าเสียใจของผู้เป็นเจ้าของเสียง มันฟังดูเศร้ามากจนทำให้ยูคยองรู้สึกเศร้าใจตามไปด้วย หรือแม้แต่โซยูเองที่เป็นอสูรเองก็ยังปฏิเสธไม่ได้ที่จะบอกว่าเสียงเมื่อครู่นั้นทำให้เธอรู้สึกเสียใจไปด้วยเช่นเดียวกัน แต่เพราะอะไรล่ะถึงได้มีเสียงแบบนั้นเกิดขึ้นกลางสนามรบ แล้วเสียงอันโศกเศร้านั้นใครกันที่เป็นเจ้าของ


         "บะ..บอส เสียงของบอส!!!" และผู้ที่รู้และจดจำเจ้าของเสียงได้เป็นอย่างดีก็คือยูคยอง เธอรู้ว่าเสียงนี้เป็นของใคร แต่ว่าเพราะอะไรถึงทำให้อึนจีปล่อยเสียงที่น่าเศร้าแบบนั้นกัน


_____________________________________________

     (   _ _)

         ดีครับ ก่อนอื่นต้องกราบขอโทษงามๆเลยนะครับที่มาช้ามาก เหตุเนื่องมาจากตัวผมนั้นแทบจะไม่มีเวลาเลย หัวถึงหมอนนี่เป็นหลับ

         สั้นหน่อยนะครับตอนนี้ เพราะไม่อยากหายไปนาน ผิดพลาดตรงไหนขออภัยด้วยครับ เนื่องจากเมา(ความง่วง)
 จุ๊บุๆ -3-
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #126 pej_apink (@por2918) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 23:58
    ยูคยองเก่งสุดๆ อึนจีเป็นอะไร จะรอติดตามต่อนะครับไรท์
    #126
    0
  2. #125 YBOAP (@suppharat) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 06:40
    55555 ตลกโชรงยังเตาะได้อีกเนอะ แล้วอึนจีเป็นไรๆ จะรอต่อนะคะ
    #125
    1