[ APINK (Yuri fic.)ปฏิบัติการรักมาเฟียจอมเวทย์ ]

ตอนที่ 19 : STAGE 18 : เริ่มศึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 135
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    18 ก.พ. 59




         "ฮ้าว~~~" เสียงหาวของหญิงสาวร่างน้อยแต่อายุไม่น้อยตามตัว ที่กำลังก้าวลงจากเตียงหลังจากตื่นนอนในตอนเช้ามืดเพื่อที่จะไปล้างหน้าแปรงฟันและอาบน้ำ



         "คุณโชรง ทำไมวันนี้ตื่นเช้าจังค่ะ?" เสียงของเด็กสาวดังขึ้นภายในหัวของโชรงพร้อมกับถามบางสิ่งด้วยความแปลกใจ



         "งืม~~ ไม่รู้สิ จู่ๆมันเกิดตื่นขึ้นมาเองเฉยๆน่ะ อยากนอนต่อก็นอนไม่หลับ" โชรงตอบกับลิเวียธานอย่างงัวเงียโดยที่ไม่ได้อ้าปากพูดแต่อย่างใด


         ระหว่างผู้ทำพันธสัญญากับอสูรนั้น จะสามารถสื่อสารกันได้ผ่านห้วงความคิด ทำให้ไม่ต้องเรียกอสูรออกมาทุกครั้งที่ต้องการจะคุยกัน



         "โบมยังไม่ตื่นแฮะ แล้วในระหว่างนี้จะทำอะไรดีน๊า" และในระหว่างที่พึมพำกับตนเองว่าอยากหาอะไรทำเป็นการฆ่าเวลานั้น โชรงก็ยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย ใบหน้าที่เผยให้เห็นถึงความเจ้าเล่ห์ที่ปรากฎขึ้นมาบนใบหน้าที่สวยงามนั้นซึ่งจากการคาดเดาแล้วคิดว่าคงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไรนัก



         "คุณโชรงค่ะ ฉันรู้นะค่ะว่าคิดอะไรอยู่ ฉันขอเตือนว่าให้หยุดและเลิกคิดดีกว่านะค่ะ" และตัวลิเวียธานเองก็เหมือนจะรู้ว่าโชรงนั้นคิดอะไรจึงเอ่ยเตือนออกไปด้วยความหวังดีเพื่อที่โชรงจะคิดได้



         "อะไรกันๆๆ ไม่เสียหายอะไรหรอกน่า ตอนนี้โบมีหลับอยู่ด้วยไม่รู้หรอก ฉันก็แค่หาอะไรทำฆ่าเวลาเท่านั้นเอง" โชรงยังคงยืนกรานในสิ่งที่ตัวเองได้ตั้งใจไว้โดยที่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้สนใจในคำเตือนของลิเวียธาน



         "ฆ่าเวลาหรอค่ะ? ฉันคิดว่าคงเป็นการฆ่าตัวตายซะมากกว่า จะหาอะไรฆ่าเวลาโดยการแอบย่องไปเจอพยาบาลสาวที่เพิ่งเข้ามาใหม่เมื่ออาทิตย์ก่อนนั่นน่ะ ฉันขอเตือนอีกทีนะค่ะว่าเลิกล้มความคิดจะดีกว่า ฉันไม่อยากเห็นคุณโชรงเจ็บตัวก็เท่านั้นเอง" ส่วนในทางของลิเวียธานนั้นก็ยังคงยืนกรานที่จะให้โชรงเลิกล้มความคิดที่ดูเหมือนจะเป็นการฆ่าตัวตายของโชรง เนื่องจากตัวลิเวียธานเองนั้นไม่อยากที่จะเห็นโชรงในตอนที่ถูกโบมีสำเร็จโทษเท่าไรนัก



         "ช่างฉันเหอะน่า  อีกอย่างถ้าเธอไม่พูดสักคนแล้วโบมจะรู้ได้ไง จริงมั๊ยล่ะ" และด้วยนิสัยหรืออะไรสักอย่างโชรง ทำให้เธอไม่ฟังในคำเตือนที่ลิเวียธานนั้นเตือนซ้ำอีกครั้ง ทำให้ลิเวียธานนั้นต้องถอนหายใจออกมาเป็นครั้งแรกในชีวิต



         "..... ถ้างั้นก็ตามใจแล้วกันนะค่ะ ฉันถือว่าฉันพยายามเตือนคุณโชรงแล้วนะ จากนี้ถ้าเกิดอะไรขึ้นอย่ามาโทษฉันก็แล้วกัน" และในที่สุดนั้น ลิเวียธานก็ยอมจำนนให้กับความตั้งใจที่พยายามฟันฝ่าอุปสรรคและเสี่ยงอันตรายเพื่อที่จะได้ไปเต๊าะสาว(?)ของโชรง และพยายามที่จะไม่คิดถึงเรื่องราวสุดสยองขวัญที่ยากเกินบรรยายที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้



         "สบายใจได้ รับรองว่าไม่เกิดเรื่องอะไรแน่ แต่ถึงเกิดฉันก็จะไม่โทษเธอแน่นอน รับรองได้" บทสนทนาของทั้งคู่จบลงพร้อมกับโชรงที่แต่งตัวเสร็จพอดี โชรงเดินย่องไปที่ประตู ค่อยๆแง้มประตูออกอย่างเบาที่สุดแล้วลอดตัวเองผ่านช่องที่เปิดขึ้นพอให้ร่างบางๆนั้นผ่านไปได้ แล้วปิดประตูลงอย่างเงียบเชียบที่สุด โชรงเดินลงไปทางห้องพักพยาบาลและตรงไปที่ห้องพักของพยาบาลสาวคนใหม่ที่ได้แอบไปสืบมาอย่างลับๆด้วยความยากลำบากมาก่อนหน้านี้แล้ว


         แต่โชรงหาได้รู้ไม่ว่า เบื้องหลังนั้นบนเตียงที่เธอลุกมา ได้มีจักรพรรดินีอสูรถือกำเนิดขึ้นมาจากการกระทำของเธอเองแล้วหนึ่งตน ร่างเล็กๆนั้นค่อยๆลุกขึ้นนั่งจากการนอนแววตาที่ดุดัน นัยตาสีแดงก่ำที่บ่งบอกถึงความโหดเหี้ยมอำมหิต จักรพรรดินีอสูรตนนี้มีนามว่า'โบมี'



         "ไอ-พี่-โช-รง-" โบมีเอ่ยชื่อคนรักในลำคอโดยเน้นทีละคำบ่งบอกถึงความรุนแรงในอารมณ์ของเธอ "นี่เป็นครั้งที่สี่แล้วนะตั้งแต่ยัยนั่นเข้ามา ไม่เข็ดงั้นสินะ ได้เลย..." โบมีค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงอย่างใจเย็นและค่อยๆเดินตามโชรงไปอย่างช้าๆแต่กระนั้นก็ยังมีความรวดเร็วผิดกับท่าเดิน ทุกย่างก้าวของโบมีแฝงไปด้วยกลิ่นอายของรังสีแห่งความตาย


         ที่โชรงกับลิเวียธานดูสนิทสนมกันมากขึ้นนั้น เพราะในระยะเวลาเกือบๆสองอาทิตย์มานี้ ลิเวียธานเห็นโชรงโดนโบมีสำเร็จโทษมาหลายครั้ง จึงเกิดข้อสงสัยและตั้งคำถามกับโชรงขึ้นมาถึงเหตุการณ์ที่มักจะเกิดซ้ำๆ และเป็นฝ่ายลิเวียธานที่มักจะชวนโชรงพูดก่อนเสมอ จึงทำให้ตัวลิเวียธานเองเปิดใจให้โชรงทีละนิดโดยไม่รู้ตัว โชรงเล็งเห็นตรงจุดนี้จึงไม่เคยขัดแล้วมักจะตอบคำถามของเธอเสมอแม้ว่ามันจะเป็นคำถามเดิมๆก็ตามที และสุดท้ายเธอเองไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองเปิดใจให้กับโชรงเมื่อไร รู้ตัวอีกทีก็คุยกันอย่างสนิทสนมแล้ว ซึ่งเป็นสายสัมพันธ์ระหว่างอสูรและผู้ทำสัญญาที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่
.
..
...
..
.
. . . . .
 . . . .
  . . .
   . .
    .

         'ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!'
         "ใครค่ะ?" เสียงใสๆของผู้หญิงคนหนึ่งดังมาจากข้างในห้อง ซึ่งคงจะเป็นเจ้าของห้องและคงอยากรู้ว่าใครมาเคาะห้องของเธอตั้งแต่เช้ามืด จึงตั้งคำถามออกไปตามระเบียบ



         "ฉันเอง จำได้หรือป่าวววว~~" โชรงตอบออกไปอย่างอารมณ์ดี ใช่แล้ว! ในตอนนี้โชรงได้เดินทางมาถึงเป้าหมายของตัวเองแล้ว แถมยังไม่รู้ด้วยว่าตัวเองก็ได้ตกเป็นเป้าหมายด้วยแล้วเช่นกัน



         "คุณโชรงหรอค่ะ มีอะไรหรือเปล่าค่ะถึงได้มาหาดิฉันแต่เช้ามืดแบบนี้ แล้วรู้จักห้องของดิฉันได้ยังไง?" หญิงสาวยังคงไม่ได้เปิดประตู เพียงแค่ถามกลับด้วยเสียงที่ดังพอให้คนที่อยู่อีกฝั่งได้ยินเท่านั้น



         "ก็ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่คิดถึงเธอจนนอนต่อไม่หลับน่ะสิ" โชรงยังคงตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอารมณ์ปะปนไปด้วยความมีเลศนัยเล็กน้อยถึงมาก



         "งะ..งั้นหรอค่ะ. แล้วทำไมมาคิดถึงดิฉันกันล่ะค่ะ" พยาบาลสาวยังคงตั้งคำถามกับโชรงอยู่โดยที่ตัวของเธอนั้นยังไม่ได้มาเปิดประตูให้แต่อย่างใด



         "ก็แหม...เธอออกจะน่ารักขนาดนี้ไม่คิดถึงได้ยังไง" โชรงยังคงตอบคำถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่หวานเป็นการยืนยันความน่าเชื่อถือในคำตอบของตัวเอง



         "ระ...หรอค่ะ แต่ถึงจะพูดแบบนี้ก็เถอะ คุณโชรงก็มีคุณโบมีอยู่แล้วไม่ใช่หรอค่ะ มายุ่งกับฉันแบบนี้เกรงว่าจะไม่ดีนักนะค่ะ ถ้าเกิดว่าคุณโบมีรู้เข้าล่ะก็..."



         "ตอนนี้โบมยังหลับอยู่นะ แล้วอีกอย่างถ้าเธอไม่พูดจะมีใครรู้ไปได้กันไง ใช่มั๊ยล่ะ" ยังไม่ทันที่พยาบาลสาวพูดจบโชรงก็พูดแทรกแจงเหตุผลขึ้นมา "แล้วนี่จะไม่เปิดประตูออกมาหน่อยเหรอ ฉันอยากเห็นหน้าเธอจะแย่แล้วนะแม่สาวน้อย" และเหมือนโชรงจะรู้สึกตัวได้แล้วว่าตอนทั้งคู่คุยกันในสภาวะที่มีประตูกั้นขวางกันอยู่



         "อ่ะ!!! ขอโทษที่เสียมารยาทค่ะ พอดีว่าดิฉันกำลังแต่งตัวอยู่ก็เลยไม่สะดวกมาเปิดให้ ขอประทานโทษจริงๆนะค่ะ" พยาบาลสาวพูดอย่างลุกลี้ลุกลนและได้ยินเสียงฝีเท้ารีบก้าวออกมาเปิดประตูให้กับโชรง เมื่อประตูเปิดออกพยาบาลสาวเห็นโชรงยืนยิ้มหวานส่งมาให้เธอและสายตาเธอมองผ่านไหล่ของโชรงไปก็ได้พบกับบางสิ่ง "ขอประทานโทษอีกครั้งนะค่ะ"


      'ปัง!!!!!' 
         เสียงปิดประตูดังขึ้นหลังจากที่เปิดได้ไม่นาน ทำเอาโชรงที่กำลังยืนยิ้มอยู่เปลี่ยนสีหน้าเป็นสงสัยด้วยความฉงน



         "โอ้ว..แม่สาวน้อย!? เป็นอะไรไปน่ะ ปิดประตูทำไม" โชรงออกเสียงถามเหตุผลคนในห้องที่เพิ่งปิดประตูห้องไป ทั้งที่เปิดได้เพียงแว๊บเดียว



         "ก..ก็รักษาชีวิตให้กับตัวเองน่ะค่ะ"



         "รักษาชีวิต? พูดอะไรของเธอน่ะฉันไม่เห็นเข้าใจเลย"



         "ถ้างั้นคุณโชรงก็หันไปมองด้านหลังดูสิค่ะ แล้วจะรู้เหตุผล" เมื่อได้ยินดังนั้นโชรงจึงค่อยๆหันไปดูด้านหลังตามที่พยาบาลสาวได้บอกเมื่อครู่



         และสิ่งที่โชรงได้เห็นหลังจากที่หันหลังไปมองก็คือ ทางทอดยาวที่สองฝั่งเป็นห้องพักสำหรับพยาบาลที่ทำงานในแฟมิลี่ ตรงทางเดินเข้าได้ปรากฎสิ่งมีชีวิตที่เคยเจอหรือเปล่าก็โชรงเองไม่แน่ใจได้  แต่ที่แน่ๆในตอนนี้สิ่งที่โชรงสังเกตุได้คือมันมีรูปร่างภายนอกคล้ายมนุษย์มากแถมยังดูคุ้นตาอีกต่างหาก นัยตาแดงก่ำบ่งบอกถึงความดุร้าย สายตามันมองมายังโชรงเหมือนเป็นการบอกว่าอยากจะฉีกเนื้อของเธอเต็มที ซึ่งตอนนี้อยู่ห่างจากโชรงไปไม่ถึง 25 เมตร



         "บะ..โบม" แต่ด้วยความคุ้นชินหรืออะไรก็ไม่ทราบ ทำให้โชรงเอ่ยเรียกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็นชื่อของคนรักของตัวเอง



         "อ่อ จำเค้าได้ด้วยหรอ นึกว่าจะคิดถึงแต่พยาบาลสาวสวยนั่นจนลืมเค้าไปแล้วซะอีก" โบมีในโหมดจักรพรรดินีอสูรเอ่ยปากพูดกับโชรงด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยรู้สึกน่าขนลุก



         "ปะ...เปล่าซะหน่อย พยาบาลสาวที่ไหนไม่มี๊~ พี่แค่มาเดินตรวจตราแถวนี้ แล้วก็สุ่มเคาะห้องสอบถามความเป็นอยู่ของแต่ละคนเท่านั้นเอง" โชรงเห็นว่าสถานการณ์ไม่ค่อยจะดีนัก จึงรีบใช้สมองอันแสนเจ้าเล่ห์คิดแผนการเอาตัวรอดแบบสิ้นคิดสุดๆหรือที่เรียกว่า'แถ'



         "งั้นเหรอ...ถ้าเป็นงั้นก็แล้วไป" หลังโบมีพูดจบก็กลับเป็นเหมือนปกติ ทำให้โชรงแอบถอนหายใจยาวและยิ้มออกมา แต่ว่า..."ซะทีไหน! ใครมันจะไปเชื่อกัน!!! คิดว่าฉันโง่นักใช่มั๊ย  เดินตรวจบ้าไร สุ่มเคาะห้องแบบไหนกัน ฉันเห็นเดินดุ่มๆตั้งใจไปเคาะห้องแม่นั่นโดยเฉพาะไม่ใช่เรอะ" ยังไม่ทันที่โชรงจะได้ดื่มด่ำกับความดีใจโบมีก็เปลี่ยนร่างอีกครั้ง แถมพลังยังรุนแรงและน่าสยดสยองกว่าเดิมอีกเท่าตัว "ตายยยย!!!"



         "กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด  โบมจ๋า อย่าทำอะไรพี่เลย ยกโทษให้พี่เถอะ กรี๊ดดดดดดดด~!!!ใครก็ได้ช่วยด้วยยยย" โชรงได้แต่ส่งเสียงร้องอันโหยหวน พยาบาลที่อยู่มาก่อนทุกคนรู้ว่ามันคืออะไร แล้วต้องทำตัวอย่างไร จึงไม่มีใครคิดจะออกมาจากห้องเด็ดขาด จะมีก็แต่พยาบาลสาวคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามา ด้วยความสงสัยเธอจึงแอบแง้มประตูเล็กน้อยออกมาดู


         สิ่งที่ปรากฎต่อสายตาของเธอในตอนนี้ก็คือ ภาพที่ขาทั้งสองข้างของโชรงถูกดูดหายเข้าไปในประตูมิติเล็กๆสองบานและโดนลากตามผู้หญิงที่เธอคิดว่าน่าจะเป็นโบมีซึ่งคงจะเป็นผู้ใช้เวทย์มนต์มิตินี้ สภาพของโชรงคือลำตัวขนานกับพื้น พลางใช้เล็บจากมือทั้งสองข้างจิกพื้นและพยายามขัดขืนแรงดึงจากโบมีเอาไว้ ซึ่งแน่นอนว่ามันไร้ผล เธอมองโชรงและทั้งคู่สบตากันเสี้ยววินาทีก่อนที่โชรงจะถูกลากหายออกไปจากโซนห้องพักพยาบาล เหลือทิ้งไว้เพียงแค่รอยเล็บของโชรงที่เกิดจากการจิกพื้นแล้วโดนลากไปเท่านั้น



         "โชคดีนะค่ะคุณโชรง จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด~" หลังจากโชรงถูกลากออกไปแล้ว พยาบาลสาวเอ่ยส่งท้าย ._.

...
 ..
  .
 .
.
.
         "หืม!?!? เสียงอะไรน่ะ" นาอึนที่ยังไม่ตื่นนอนสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง



         "อ๋อ...ไม่มีอะไรหรอก เป็นเรื่องปกติน่ะนอนต่อเถอะ" ซึ่งอึนจีที่ตื่นอยู่ก่อนแล้วและพอจะเดาเหตุการณ์ได้อธิบายให้กับนาอึนฟัง



         "เรื่องปกติ..งั้น...หรอค่ะ?" นาอึนขมวดคิ้ว เอียงคอ ทำหน้าสงสัยสวนกับคำตอบของอึนจีในทันที ทำให้อึนจีอดที่จะยิ้มในความขี้สงสัยของนาอึนไม่ได้



         "ก็...พี่โชรงคงจะแอบยัยโบมีลงไปเต๊าะพยาบาลสาวที่เพิ่งเข้ามาทำงานล่ะนะ ส่วนเสียงร้องนั่นก็คงมาจากที่โดนยัยนั่นจับได้แล้วกำลังพาไปเชือด  ก็..คงประมาณนี้" อึนจีเล่าเรื่องและลำดับขั้นตอนตามความเป็นไปได้ที่สุดตามความคิดของเธอให้กับนาอึนฟัง ทำให้นาอึนเปลี่ยนสีหน้าจากสงสัยมาเป็นนั่งทำกระพิบตาปริบๆแทนด้วยความอึ้ง



         "อืม......เอ่อ...แสดงว่าต้องเกิดเรื่องทำนองนี้บ่อยสินะค่ะ พี่อึนจีถึงได้เดาเนื้อเรื่องได้ขนาดนี้น่ะ" ที่นาอึนนั่งกระพริบตานั้นไม่ใช่เพราะว่าอึ้งในการเดาเนื้อเรื่อง แต่เป็นเพราะอึ้งในตัวของโชรงกับสกิลติดตัวที่เรียกว่า'ความดื้อด้าน' เพราะเท่าที่ฟังจากที่อึนจีเล่ามา เดาได้ว่าโชรงนั้นทำแบบนี้บ่อยแล้วก็โดนจับได้ตลอด แต่ก็ยังไม่รู้จัดเข็ด ทำให้นาอึนนั้นทึ่งในตัวของโชรงไม่น้อย



         "ก็...ประมาณนั้นล่ะนะ^^" อึนจีพูดจบก็หัวเราะแหะๆออกมา ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่นาอึนเพิ่งสังเกตุเห็นสิ่งที่อึนจีกำลังทำ



         "พี่อึนจีจะไปไหนเหรอค่ะ ทำไมแต่งตัวแต่เช้าเลย" เมื่อเห็นยังเช้ามืดอยู่แต่อึนจีกลับกำลังแต่งตัว จึงถามออกไปตามระเบียบเพื่อคลายความสงสัย



         "อ๋อ...พี่ว่าจะไปเดินตรวจตราแฟมิลี่หน่อยน่ะ จะไปดูรูนของกำแพงเวทย์มนต์แต่ละจุดด้วยว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า" อึนจีจึงอธิบายให้กับนาอึนฟังเพื่อคลายความสงสัยของเธอ "เราน่ะนอนต่อเถอะ ยังไม่เช้าเท่าไรเลย กว่าพี่จะเสร็จงานก็คงเกือบๆกินข้าวเช้านู้นแหละ" เมื่อแต่งตัวเสร็จอึนจีเดินไปทิ้งตัวนั่งบนเตียงข้างๆกับคนรักของตน ที่ตอนนี้ทำหน้างัวเงียอยู่



         "ม่ายอาวววว~ ฉันจะไปด้วยอ่า อยากเห็นรูนที่พี่พูดถึง อยากรู้ว่าหน้าตามันเป็นยังไงแล้วอยากรู้ด้วยว่าทำไมถึงเรียกว่ารูน" จู่ๆนาอึนก็เกาะแขนอึนจนแน่นและพูดจาทำหน้าตาท่าทางออดอ้อนอึนจีบ่งบอกถึงความต้องการที่จะไปด้วยกันกับอึนจี



         "อ่ะๆ อยากไปก็ไป" ซึ่งมันก็ได้ผลมากสำหรับอึนจี



         "จริงนะค่ะ" นาอึนถามย้ำ อึนจีพยักหน้าตอบและ...



         "พี่ให้เวลาอาบน้ำแต่งตัว 10 นาที ถ้าไม่ทันก็กลับไปนอนต่อได้เลย โอเค๊?"



         "รับทราบ!!!" พูดจบนาอึนก็กระโดดลงจากเตียงคว้าอุปกรณ์ต่างๆนาๆในการอาบน้ำของเธอวิ่งเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว........ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีนาอึนก็ออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย "เรียบร้อยค่ะพี่อึนจี ฉันมั่นใจว่าคงไม่เกินเวลาแน่นอน" นาอึนเดินมาหยุดยืนที่ตรงหน้าอึนจีด้วยสีหน้ามั่นใจสุดขั้ว



         "ทำเวลาได้ดีนี่" อึนจีพูดชมพร้อมกับยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู



         "แน่นอนค่ะ ไม่งั้นฉันก็อดไปกับพี่น่ะสิ" พูดพร้อมกับยิ้มกว้างด้วยใบหน้าอันสวยสด



         "งั้นก็ตามพี่มาเลยแม่สาวน้อย" อึนจีพูดชวนพร้อมกับเดินออกไป นาอึนจึงเดินตามไปทันที ระหว่างเดินตรวจความเรียบร้อยของแฟมิลี่ทั้งคู่ก็คุยหยอกเย้ากันไปเรื่อย จนมาถึงรูนจุดแรก



         "นี่น่ะเหรอค่ะพี่อึนจี รูนที่ว่าน่ะ" เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้านาอึนจึงถามออกมาทันทีด้วยความสงสัย



         "ใช่ นี่แหละรูน จะเรียกว่าเป็นเวทย์มนต์อีกประเภทหนึ่งก็ได้นะ เป็นเวทย์มนต์โบราณที่เกือบจะสาปสูญไปแล้ว การใช้งานก็ง่ายนะ แต่เดี๋ยวนี้หาจอมเวทย์ที่จะใช้ยากมาก" อึนจีพูดพร้อมกับมองไปที่รูนเพื่อนสำรวจความเรียบร้อย



         "เอ๋? ถ้าบอกว่าใช้ง่าย งั้นแล้วทำไมถึงไม่ค่อยมีคนใช้ละค่ะ" ด้วยคำพูดของอึนจีซึ่งฟังดูขัดแย้งกันทำให้นาอึนเกิดความสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง



         "อืม...ไงดีล่ะ เดี๋ยวพี่จะเล่าให้เราฟังแล้วเราจะเข้าใจเองว่าทำไมคนถึงไม่ค่อยใช้กัน...ก็อย่างที่เห็น รูนเป็นเวทย์ประเภทเขียนตัวอักษรเพื่อให้มันแสดงผลใช่มั๊ยล่ะ" อึนจีพูดพร้อมกับชี้ตัวอย่างให้นาอึนดู "ซึ่งเป็นเวทย์ที่ทรงพลังมากในระดับหนึ่ง ระดับต่ำสุดของรูนเมื่อแสดงผลถ้าเทียบกับเวทย์มนต์ในปัจจุบันก็ระดับสามจะรุนแรงขึ้นตามแต่ผู้ใช้ ใช้พลังเวทย์มนต์น้อยกว่า ระยะการแสดงผลนานกว่า ใช้งานง่ายกว่าเพียงแค่เขียนตัวอักษรของรูนเท่านั้นเอง"



         "เท่าที่ฟังก็มีแต่ข้อดีนี่ค่ะ ไม่เห็นจะมีข้อเสียอะไรเลย" นาอึนพูดขึ้นหลังจากที่ฟังได้อึนจีอธิบาย



         "ฟังพี่อธิบายให้จบก่อนสิค่ะ คนสวย" อึนจีหันมาพูดกับนาอึนที่พูดแย้งขึ้นมา พร้อมกับใช้มือยีหัวนาอึนด้วยความหมันเขี้ยวอย่างเบามือ



         "ง่า...ขอโทษค่ะ^^ แต่ทำไมต้องยีหัวด้วย ผมเสียทรงหมด" นาอึนพูดหยอกล้อพลางใช้มือทั้งสองข้างจับมือของอึนจีออกจากหัวอย่างเบามือ และจัดผมตัวเองให้เข้าทรง



         "อ่า...โทษที ก็เราทำตัวน่ารักนี่ พี่เลยหมันเขี้ยวไง"

         "เกี่ยวกันมั๊ยค่ะ -///-"

         "เกี่ยวสิ ก็มันจริง"

         "โอเคค่ะ ยอม...เล่าต่อเถอะ"



         "อ่า...ใช่ ลืมแล้วนะเนี่ย  เมื่อกี้ถึงไหนนะ? อ๋อนึกออกแล้ว...รูนนั้นเป็นเวทย์มนต์โบราณมีมาตั้งแต่ก่อนที่เวทย์มนต์ยุคใหม่ที่พวกเราใช้จะมีอีก ข้อเสียอย่างมหันของมันคือ ความคงทนของตัวเวทย์มนต์เอง ไม่ต้องทำหน้างงหรอก ดูนี่นะ" เพราะสีหน้าของนาอึนบ่งบอกถึงความไม่เข้าใจอึนจีจึงแสดงให้ดูด้วยการใช้เพียงเล็บขูดไปบนรูนที่ถูกเขียนไว้จนเป็นรอยเพียงนิดเดียว ในวินาทีนั้นกำแพงเวทย์ที่มาจากรูนก็ค่อยคลายลง สีหน้าของนาอึนเปลี่ยนไปทันทีบ่งบอกได้ถึงความเข้าใจ เมื่อเห็นแบบนั้นอึนจีจึงเขียนรูนให้เป็นเหมือนเดิมกำแพงเวทย์มนต์จึงเริ่มทำงานอีกครั้ง



         "ข้อเสียที่ว่าคือแบบนี้สินะค่ะ แค่รอยข่วนนิดเดียวก็ทำลายรูนได้แล้ว" อึนจีพยักหน้าตอบ 



         "แล้วในตอนหลังได้มีการค้นพบในการใช้เวทย์มนต์แบบใหม่ซึ่งถึงจะใช้เวทย์มากกว่า ระยะการแสดงผลน้อยกว่า แต่การถูกขัดขวางระหว่างใช้เวทย์จะทำได้ยากกว่าจึงทำให้เวทย์มนต์ยุคใหม่ค่อยๆเริ่มใช้กันมากขึ้นในหมู่จอมเวทย์ รูนจึงค่อยๆถูกลืมเลือนไปทีละนิดยังไงล่ะ"



         "อ๋อ แบบนี้เอง เรียกว่ายอมเพิ่มข้อเสียเล็กๆน้อยๆ เพื่อลบข้อเสียใหญ่ข้อเดียวสินะค่ะ" นาอึนยืนพูดกับอึนจีพร้อมกับพงกหัวกว่าเข้าใจ



         "ก็นะ เพราะแบบนั้นพี่ก็เลยสร้างบาเรียคุมไว้รอบๆรูนด้วยเพื่อป้องกันการโดนขีดข่วนจากหลายๆสาเหตุ" นาอึนยังคงฟังที่อึนจีพูดอยู่ด้วยความตั้งใจ "งั้นพี่ว่าไปดูจุดอื่นกันบ้างดีกว่า อยู่จุดนี้นานแล้ว" 



         "ค่ะ ก็ดีเหมือนกันค่ะพี่อึนจี เดี๋ยวเกิดเสร็จช้าขึ้นมาแล้วจะไปกินข้าวกันช้าซะเปล่าๆ" ทั้งคู่เดินต่อไปยังจุดต่อๆไปเรื่อยๆ



         หลังจากที่ตรวจการทำงานของรูนเสร็จแล้ว อึนจีและนาอึนจึงไปรวมกับทุกคนในห้องอาหาร ตอนนี้มีเพียง นัมจูกับฮายองที่มานั่งรอที่โต๊ะกันก่อนแล้ว ทั้งสองจึงเดินเข้าไปนั่งที่ของตัวเองเนื่องจากทุกคนยังมากันไม่ครบ ไม่นานนักยูคยองก็เดินลงมาจากชั้นบนและไม่นานนักโบมีก็เดินตามลงมาและตามหลังด้วย...เศษซากของโชรง



         "เห็นมั๊ยอ่านาอึนพี่บอกแล้ว เดาผิดซะทีไหนล่ะ" อึนจีหันไปกระซิบกระซาบนาอึนที่นั่งอยู่ข้างๆกัน พร้อมกับหัวเราคิกคัก ซึ่งก็ไม่ต่างกันกับทางนัมจู ฮายองและยูคยองที่จับกลุ่มกับนินทาโชรงในระยะเผาขนสุดๆ



          "อ่ะๆๆ หยุดก่อนเลยนะนาอึน ถ้าคิดจะมารักษาให้พี่โชรงละก็อย่าเพิ่งเลย ปล่อยให้เจ็บแบบนี้สักพักก่อน จะได้จำ(?)" ทันทีที่เห็นว่านาอึนทำท่าจะเข้ามารักษาให้โชรง โบมีก็พูดดักทางนาอึนไว้ก่อน นาอึนจึงนั่งกลับที่เดิมแต่โดยดี



          "โบมอ่า ยังไม่หายโกรธพี่อีกหรอ ยกโทษให้พี่เถอะนะ พี่สำนึกผิดแล้ว" โชรงที่ตอนนี้สภาพแทบไม่เหลือความเป็นโชรง ทั้งหน้าตาที่ปูดบวม ฟกช้ำดำเขียวจนแทบจะไม่เหลือเค้าเดิมของใบหน้ารวมไปถึงผิวหน้าผิวที่เคยสวยงามที่ตอนนี้เห็นแล้วรู้สึกเจ็บแทน จะเรียกได้ว่าเป็นโชรงระยะสุดท้ายก็คงไม่เกินไป



         "ยัง!!! ไม่ต้องมาทำเสียงออดอ้อน กินข้าวไปเงียบๆ หายโกรธเมื่อไรแล้วจะบอกเอง" คำสั่งโบมีถือเป็นเด็ดขาดโชรงยอมนั่งกินข้าวเช้าไปอย่างเงียบๆ


         ในระหว่างกินข้าวนั้นนาอึนได้แอบกระซิบกับอึนจีว่าให้ช่วยคุยกับโบมีให้ทีในเรื่องของโชรง เพราะว่าเธอเองนั้นไม่อยากให้คนรอบๆตัวบาดเจ็บเท่าไรนัก แม้ว่าคนๆนั้นจะกระทำตัวเองก็ตาม ทางด้านอึนจีเมื่อถูกนาอึนขอร้องมามีหรือจะไม่ทำให้ หลังจากที่กินข้าวเสร็จอึนจีจึงไปคุยกับโบมีให้ แต่ก็ต้องใช้เวลาเกลี้ยกล่อมอยู่พักใหญ่กว่าโบมีจะยอมให้นาอึนรักษาแผลให้กับโชรง ด้วยบาดแผลบนใบหน้าของโชรงนั้นถ้าไม่ใช้เวทย์รักษาในการฟื้นฟู บาดแผลจะไม่มีทางหายสนิทและทิ้งรอยแผลเป็นไว้แน่นอน แต่ถึงยังไงเรื่องที่ยอมให้รักษากับเรื่องยกโทษให้ก็ยังเป็นคนละเรื่องกัน ดังนั้นที่เหลือก็คงเป็นหน้าที่ของโชรงที่ต้องตามง้อโบมีเอาเอง



         "เอ่อ...โบม..คือว่า...แบบ..คือ..พี่..." 


         บรึ้ม!!!
         ยังไม่ทันที่โชรงจะได้พูดอะไรออกมา ก็เกิดการระเบิดขึ้นที่ด้านนอกของแฟมิลี่ ทำให้มีแรงสั่นสะเทือนมาถึงภายในแฟมิลี่ ถึงไม่ต้องคุยกันทุกคนก็รู้ว่านี่คือสัญญาณการเปิดศึกจากพวก 13 อสูร ที่ตอนนี้มาเยือนแฟมิลี่ของพวกเธอแล้ว



         "เรื่องนั้นไว้ค่อยคุยกัน ตอนนี้เค้าว่าเราไปรวมกันที่ลานว่างหน้าแฟมิลี่ก่อนดีกว่า" โชรงพยักหน้ารับ แล้วจึงรีบพากันวิ่งไปที่ลานว่าง เพื่อที่จะรวมตัวกับทุกคน



         "เหตุการณ์เป็นยังไงบ้าง" ทันทีที่มาถึงโบมีก็ถามถึงสถานการณ์ในทันที



         "ตอนนี้ยังดี การโจมตีเมื่อกี้ไม่สามารถทะลุกำแพงเวทย์มนต์เข้ามาได้ค่ะ ต้องยกให้บอสจริงๆ ที่เปลี่ยนมาใช้รูนเป็นกำแพงเวทย์มนต์แทน" ยูคยองพูดพร้อมกับผายมือไปที่บอสสาวและปรบมือเบาๆ



         "ยูจัง เธอก็พูดเกินไป ฉันคิดว่าถ้าโจมตีระดับเดียวกันกับเมื่อกี้นี้คงทนได้ไม่กี่ครั้งหรอก" อึนจีพูดพลางเงยขึ้นมองกำแพงสีทองบางๆแต่แข็งแรงที่คลุมแฟมิลี่ของพวกเธออยู่


         แล้วการโจมตีในระลอกที่สองก็ตามมา และยังคงต่อมาเรื่อยๆจนกำแพงเวทย์มนต์แตกและพังทลายลง ทำให้พวกอึนจีเริ่มตั้งท่าเตรียมพร้อมในการต่อสู้



         "เอาล่ะนะพวกเรา เตรียมตัวให้พร้อม อย่าลืมทำตามแผนที่วางกันไว้ล่ะ"  เมื่ออึนจีพูดจบก็มีแสงวูบวาบขึ้นมาเบื้องหน้าที่ลานกว้าง ห่างจากพวกอึนจีไปไม่ไกลนัก และปรากฎร่างของศัตรูของพวกเธอ ซึ่งได้มาแค่ 13 ตน แต่ยังมีกองทัพของฝั่งศัตรูมาด้วย "วู้วววว ขนมาเป็นกองทัพเลยแฮะ แบบนี้ก็สนุกสิ"



__________________________________________________

      เอิ้วววว ในที่สุดศึกของพวกอึนจีกับ 13 อสูรก็เริ่มแล้ว จะเป็นยังไงต่อไปน่อ ผมเองก็ยังไม่รู้เลย ฮ่าๆๆ ^^

         ขอโทษนะครับที่มาอัพช้ามาก เนื่องจากไม่มีเวลาเลย ทั้งเข้าเวรคลังอาวุธ เวรธงชัยเฉลิมพล เวรกองรักษาการณ์อีก  เวลาแต่งแทบจะไม่มี แถมยังมีเตรียมพื้นที่รับเสด็จด้วยงานยาวจนไม่ได้พักเลย ผมเลยแอบอาศัยเวลาที่เข้าเวรคลังอาวุธตอนดึกมานั่งแต่ง และในที่สุดก็เสร็จ 
     ยังไงก็ฝากตอนนี้ไว้อีกตอนนะครับ ทำเต็มที่แล้ว
         ถ้ามีอะไรผิพลาดก็ขออภัยด้วยนะครับ  (_ _)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #113 พิงค์แฟนซี (@fcsistar) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 10:36
    เวลาไม่ค่อยมียังจะแอบแต่งตอนเข้าเวรอีก
    555 เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆค่ะ
    #113
    1
    • #113-1 Amp_Pinkpanda (@Amp_Pinkpanda) (จากตอนที่ 19)
      20 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:07
      ฮ่าๆๆ ก็นิดนึง ถึงจะเสี่ยงต่อการโดนนายทหารเวรซ่อม แต่เพื่อรีดเดอร์ ผมยอมเสี่ยง
      #รู้สึกมีความกล้ามาก
      ขอบคุณมากนะครับ^^
      #113-1
  2. #112 pej_apink (@por2918) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:06
    สนุกเหมือนเดิมเลยครับ พี่โชรงนี่ไม่เข็ดจริงๆโดนโบมจัดการไปกี่ทีแล้ว55555 คู่ทูอึนก็หวานกันตลอดเลย  รอตอนต่อไปนะครับ สู้ๆนะคร๊าบบบบบบ
    #112
    1
    • #112-1 Amp_Pinkpanda (@Amp_Pinkpanda) (จากตอนที่ 19)
      18 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:51
      รับแซ่บ!!! จะพยายามต่อไปให้ดียิ่งๆขึ้นครับ^^
      #112-1