[ APINK (Yuri fic.)ปฏิบัติการรักมาเฟียจอมเวทย์ ]

ตอนที่ 17 : STAGE 16 : เริ่มฝึก เลิกฝึก และเริ่มฝึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 ม.ค. 59



     Naeun...
         หลังจากที่ได้รับแอสโมดิวส์มา ฉันก็รู้สึกว่ามีพลังเวทย์ไหลเวียนภายในร่างกาย และเริ่มใช้พลังเวทย์ได้บ้างแล้ว โดยมีพี่อึนจีคอยเป็นครูสอนทุกขั้นตอนอย่างละเอียดยิบในห้องฝึกของพี่เค้าที่สร้างจากมิติพิเศษ ซึ่งมันมีขนาดใหญ่มาก ไม่รู้ว่าพี่เค้าจะทำให้ใหญ่ไปไหน 



        "ห้องฝึกของพี่อึนจีนี่กว้างดีนะค่ะ^^"



         "อ๋อ ก็นะ เคยทำเล็กกว่านี้แต่มันไม่พอฝึกน่ะ พอใช้พลังเต็มที่แล้วมิติแทบพัง" อ่าห๊ะ!? เพราะพลังเวทย์เยอะสินะ เยี่ยมค่ะแฟนอิฉัน



         "ค่ะ ว่าแต่เราจะเริ่มฝึกกันยังไงหรอค่ะ?"



         "เรียกเด็กน้อยออกมาก่อนล่ะกัน" ฉันทำตามที่พี่อึนจีบอก  เพียงนึกถึงแอสโมดิวส์ปานรูปแพะที่อยู่บนฝ่ามือข้างขวาก็ส่องแสงก่อนที่จะปรากฎร่างของเธอออกมายืนข้างๆฉัน ในเวลาเดียวกันพี่อึนจีก็เรียกลูซิเฟอร์ออกมาด้วย

         แอสโมดิวส์นั้นมีร่างกายที่เหมือนกับเด็กผู้หญิงทั่วไป จากที่ฉันดูก็สูงพอๆกับลูซิเฟอร์ของพี่อึนจีล่ะมั้ง เส้นผมก็ตรงสีน้ำเงินอมม่วงยาวคลุมหลังมิด ผมสวยดีด้วย สวมชุดกระโปรงแบบชิ้นเดียวสีดำขลิปสีน้ำเงินเข้ม ชายกระโปรงอยู่แค่หัวเข่าพอดีไม่สูงหรือไม่ต่ำจนเกินไป ดวงตาคมดีนะแถมนัยตายังมีสีเดียวกับสีผมอีก ดูๆไปก็น่ารักดีนะ แต่ก็มีข้อเสียอย่างนึงล่ะ.....

. . . .

...


......

. .. . . .... .

        ....ยังไม่มีใครน่ารักสู้พี่อึนจีของฉันได้เลย และคงจะไม่มีด้วย



         "อืม... เริ่มไงดีหว่า เอางี้ทั้งสองคนนั่งรออยู่ที่โต๊ะตรงนั้นก่อนก็ได้นะ บนโต๊ะมีขนมจะกินก็ได้นะ เดี๋ยวขอคุยกับนาอึนแปบนึง" พี่อึนจีพูดพร้อมชี้ไปทางหนึ่งของห้องฝึกซึ่งมีโต๊ะสำหรับพักตั้งอยู่เซ็ตหนึ่ง ส่วนเด็กสองคนนี้ก็ไม่ได้แย้งอะไร พงกหัวยิ้มให้ก่อนชวนกันเดินไปนั่งที่โต๊ะนั่น และเริ่มบรรเลงศึกกับขนมบนโต๊ะกัน อ่า...เหลือไว้บ้างนะ เผื่อฉันหิว "เอาล่ะ นาอึน ไหนเราลองเร่งพลังเวทย์ดูสิ พี่จะลองตรวจดูว่าเราเป็นพลังแบบไหนจะได้เริ่มสอนถูก" ระหว่างพูดก็เดินไปที่ตู้เก็บของที่อยู่ใกล้ๆกับทางเข้า แล้วก็เหมือนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมา



         "นั่นอะไรหรอค่ะพี่อึนจี"



         "มันเป็นเครื่องที่ไว้ใช้สำหรับตรวจสอบชนิดของพลังเวทย์ไง พอดีพี่ให้นักวิทยาศาสตร์ของแฟมิลี่ช่วยกันสร้างขึ้นมาน่ะ" นั่นไง ห้องพยาบาลใหญ่อย่างกับโรงพยาบาล มีหมอเป็นสิบๆว่าเวอร์แล้ว นี่ยังมีนักวิทยาศาสตร์ด้วย ถ้าว่างก็พาฉันไปทัวน์แล็ปหน่อยนะค่ะ อยากเห็นจังเลย



         "ใช้ดินก็ได้ไม่ใช่หรอค่ะ ไม่เห็นจำเป็นต้องสร้างเครื่องนี่เลย" ฉันพูดขึ้นหลังจากเคยเห็นนัมจูให้ฮายองใช้ดิน



         "หืม? ใครบอกเราหรอว่าใช้ดินได้ ถ้าเคยเห็นยัยนัมจูใช้ล่ะก็เข้าใจผิดแล้ว" ฉันขมวดเอียงคอทำหน้างงๆ เป็นการบอกพี่อึนจีว่าฉันไม่เข้าใจ แน่ะๆ ยังจะมาขำใส่ฉันอีก ถึงจะน่ารักแต่แอบงอนนะค่ะ "ยัยนั่นมีพลังพิเศษอย่างหนึ่งที่สามารถทำให้วัตถุดิบจากธรรมชาติสามารถแสดงเอกลักษณ์หรือรูปแบบของพลังเวทย์ออกมาได้ ตอนที่ฮายองใส่พลังเวทย์ไป ยัยนั่นคงแอบใส่พลังไว้ในดินนั่นแหละ ดินนั่นถึงได้แสดงผลออกมาน่ะนะ" ฉันพยักหน้าเป็นการบอกพี่อึนจีว่าเข้าใจ ไอเราก็ว่า มันจะมีวิธีตรวจพลังง่ายอะไรจะปานนั้น แต่ช่างเหอะผ่านมาแล้ว ว่าแล้วฉันก็เร่งพลังขึ้นตามที่พี่อึนจีบอกแต่ว่านะพลังเวทย์ของฉันมัน......



         "นะ..นาอึน อะไรเนี่ย พลังเวทย์ของเรามัน..." ดูเหมือนว่าจะสร้างความตกใจให้พี่อึนจีนะ แต่ว่าดีหรือไม่ดีล่ะ



         "ค่ะ? พลังเวทย์ของฉันมันทำไมหรอ?" ก็ถามสิค่ะ ตามสไตล์สงสัยก็ให้ถามของนาอึน



         "ก็ไม่ทำไมหรอก แต่เวทย์ของเราน่ะ ถึงจะน่าเสียดายแต่ก็น่ายินดีในเวลาเดียวกัน" ยัง ยังอีก ยังจะพูดอะไรให้งงอีกแล้วแบบนี้เมื่อไรฉันจะรู้เนี่ย



         "ตรงๆนะค่ะ ฉันไม่เข้าใจที่พี่อึนจีพูด บอกมาเลยดีกว่ามั๊ยค่ะ" ถ้ายังพูดงงๆอีกรับรองว่าได้เจอหมัดตรงเลี้ยวซ้ายของฉันแน่นอน



         "อ่ะๆ บอกดีๆก็ได้ คือจากที่เครื่องแสดงผลพลังเวทย์ของเราแล้วก็รู้ได้ในทันทีเลยว่าไม่สามารถต่อสู้ได้ นี่แหละที่น่าเสียดาย" หึหึ กลัวล่ะสิหมัดตรงเลี้ยวซ้ายของฉัน ถึงกับต้องรีบบอกกันเลยทีเดียว......แต่เดี๋ยวนะ ไหงเป็นงั้น? สู้ไม่ได้! ถ้างั้นที่อุตส่าห์มีพลังเวทย์ขึ้นมามันก็ไร้ประโยชน์น่ะสิ? "แต่ว่านะนาอึน...ก็อย่างที่บอกไปว่ายังมีเรื่องน่ายินดี" อ่ะ! จริงด้วยสิ เมื่อกี้พี่อึนจีบอกว่ามีเรื่องน่ายินดีด้วยนี่นา 



         "แล้วเรื่องที่ว่าน่ายินดีนั่นคืออะไรหรอค่ะ???"



         "นาอึน เวทย์ของเราน่ะ เป็นประเภทที่หายากมากเพราะว่าเป็นถึงโฮลี่มาสเตอร์เชียวนะ นี่แหละที่บอกว่าน่ายินดี" อ๋อ กะอีแค่โฮลี่มาสเตอร์ ไม่เห็นจะน่ายินดีตรงไหนเลย
     ...End Naeun



         "โฮลี่มาสเตอร์? เวทย์มนต์ที่เกี่ยวกับการรักษาน่ะเหรอค่ะ น่ายินดียังไงเหรอ ช่วยพี่อึนจีต่อสู้ก็ไม่ได้" นาอึนรู้สึกผิดหวังในเวทย์มนต์ของตัวเองและมีสีหน้าสลดลงเล็กน้อย เพราะคิดว่าจะไม่สามารถเป็นกำลังรบให้กับอึนจีได้ แต่ทว่าอึนจีสังเกตุเห็นกิริยาที่แม้จะน้อยนิดของนาอึนแต่ก็ชัดพอสำหรับเธอ



         "นี่ๆๆ อย่าเพิ่งผิดหวังที่ตัวเองไม่ใช่สายต่อสู้สิ" อึนจีพูดพร้อมกับใช้มือบีบไปที่แก้มทั้งสองข้างของนาอึนเบาๆแล้วส่ายไปซ้ายไปขวาอย่างทะนุถนอม "ถึงจะไม่ใช่สายต่อสู้ แต่ก็มีความสำคัญกับสายต่อสู้มากนะ" เมื่อได้ฟังที่อึนจีพูดสีหน้าของนาอึนเปลี่ยนจากสลดเป็นสงสัยขึ้นมาแทน



         "ง่า~~ ถ้างั้นช่วยอธิบายให้เข้าใจหน่อยสิค่ะพี่อึนจี" แล้วนาอึนผู้ขี้สงสัยก็ถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอยากรู้ปนออดอ้อนตามแบบฉบับของเธอ ซึ่งมันทำให้อึนจีอมยิ้มขึ้นมาในความน่ารักนั้น



         "จ้าๆ งั้นยกตัวอย่างเลยนะ ถ้าสมมุติว่าพี่ไปต่อสู้แล้วเกิดบาดเจ็บหนักขึ้นมา แล้วตอนนั้นไม่มีหมออยู่เลย เราคิดว่าพี่จะเป็นยังไง" ด้วยการยกตัวอย่างของอึนจี ทำให้นาอึนแอบขมวดคิ้วเล็กๆ แต่ก็ยังไม่พ้นสายตาอันเฉียบคมของอึนจีและอมยิ้มมากขึ้นไปอีก ซึ่งมันทำให้รู้ว่าแม้จะเป็นเรื่องสมมุตินาอึนก็ไม่อยากให้เธอบาดเจ็บ



         "ถ้าบาดเจ็บหนัก หรือมีแผลใหญ่อาจจะเสียเลือดจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ค่ะ" แต่ถึงยังงั้นนาอึนก็ยังตอบออกไปให้อึนจีได้ชื่นใจ



       "ใช่แล้ว แต่ถ้าพี่มีนาอึนซึ่งใช้เวทย์รักษาไปด้วยซึ่งความจริงพี่ก็คงไม่ปล่อยเราห่างตัวหรอกใช้เวทย์มนต์รักษาบาดแผลให้พี่ได้ แบบนั้นคิดว่าดีมั๊ยล่ะ" อึนจีอธิบายปนถามความเห็นกับนาอึน



         "แน่นอนค่ะ เพราะว่าฉันสามารถช่วยให้พี่อึนจีปลอดภัย" และด้วยคำตอบของนาอึนนั้นทำให้อึนจียิ้มกว้างขึ้น "แต่ว่านะค่ะ..." แล้วใบหน้าของอึนจีก็ต้องหุบยิ้มลงและเปลี่ยนเป็นใบหน้าสงสัยแทนเพราะว่าเหมือนนาอึนจะพูดอะไรบางอย่าง



         "แต่อะไรอ่านาอึน?" 



         "ก็ตั้งแต่รู้จักกันมาเนี่ย ฉันยังไม่เคยเห็นพี่อึนจีแม้แต่จะมีรอยขีดข่วนเลยสักนิดเดียว ถ้างั้นแล้วเวทย์มนต์ของฉันจะมีประโยชน์อะไรล่ะค่ะ" เมื่อได้ฟังดังนั้นอึนจีถึงกับนิ่งอึ้งไปราวๆสามวินาทีและหัวเราะออกมาเบาๆอย่างชอบใจ



         "ฮ่ะๆๆๆๆ มันก็จริงที่ว่าพี่ยังไม่เคยมีแผลให้เราเห็น แต่ใช่ว่าก่อนหน้านี้พี่ไม่เคยมีนี่นา แล้วหลังจากนี้มันก็ไม่แน่เหมือนกัน" ถึงจะพูดออกมาอย่างอารมณ์ดีแต่อึนจีเองก็มีน้ำเสียงที่ฟังดูจริงจัง



         "พี่อึนจีหมายถึงการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึงหรอค่ะ?" ทำให้นาอึนเองมีสีหน้าที่จริงจังตามไปด้วย 



         "ใช่ อย่างที่ลูซิเฟอร์เล่าให้ฟัง อย่าลืมสิว่าเจ้าพวกนั้นเคยถูกรับเลือกให้เข้าชิงตำแหน่งของ 7 บาป ดังนั้นระดับพลังเวทย์ของเจ้าพวกนั้นไม่ใช่เล่นๆแน่นอน แล้วตามที่ลูซิเฟอร์บอกไว้เจ้าสามตนที่มาเมื่อวันก่อนนั่นพลังต่ำที่สุด ถ้าเป็นแบบนั้นจริง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่พี่จะต่อสู้แบบไร้แผล.....อื้อ!!จริงสิ นัมจูเคยเล่าให้ฟังแล้วใช่มั๊ยว่าโฮลี่มาสเตอร์นั้นมีพลังในการป้องกันสูงที่สุด แบบนี้พี่ก็โล่งใจได้อีกเปราะหนึ่งว่าเราคงปกป้องตัวเองได้......" ในระหว่างที่ฟังอึนจีพูดนาอึนก็ค่อยเริ่มทำหน้ายู่ขึ้นทีละนิดๆจนสังเกตุได้ และมาบึ้งเต็มกำลังเพราะคำพูดประโยคสุดท้ายของอึนจี



         "หมายความว่าไงค่ะที่บอกว่าฉันจะสามารถดูแลตัวเองได้ หรือจะบอกว่าต่อไปนี้จะให้ฉันดูแลตัวเองแล้วหรอค่ะ"  นาอึนพูดสวนออกไปทันทีด้วยอารมณ์ที่แอบเคืองอึนจี โดยที่ไม่สนใจว่าตรงหน้าจะพูดจบประโยคหรือไม่



         "เปล่านะ ไม่ใช่แบบนั้นนะนาอึนฟังพี่ก่อนสิ"



         "......"



         "ที่พี่หมายถึงน่ะคือ ไม่ได้จะบอกให้ดูแลตัวเอง พี่ก็ยังดูแลเราเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่พี่จะอุ่นใจขึ้นถ้ามีพลังในการป้องกันเพิ่มขึ้นมาอีกชั้นหนึ่งก็เท่านั้นเอง" พอได้ยินแบบนั้นใบหน้าที่บึ้งตึงจึงกลับเป็นปกติ เมื่อเห็นดังนั้นอึนจีจึงเอื้อมมือขึ้นไปขยี้หัวของนาอึนเล่นด้วยความหมันเขี้ยว "อย่าคิดมากสิ พี่บอกแล้วว่าจะดูแลเราให้ดีที่สุด พี่ไม่กลืนคำพูดตัวเองแน่นอน สำหรับพี่แล้วนาอึนสำคัญที่สุดนะ" พูดเสร็จก็โปรยยิ้ม ซึ่งเป็นยิ้มที่มีดาเมจแห่งความเขินสูงมากตามแบบฉบับของอึนจี เล่นทำเอานาอึนหน้าแดงเพราะเห็นยิ้มขึ้นมาเฉยๆ โดยที่ลืมไปว่า...



......

...

..


        "นี่ เธอคิดเหมือนฉันมั๊ยลูซิเฟอร์?" 



         "หืม? คิดอะไรเหรอแอสโมดิวส์"



         "ก็คิดว่า ทั้งสองคนลืมไปน่ะสิว่าเรียกพวกเราออกมาเพื่อที่ฝึกน่ะ"



         "อ๋อ อืม...ฉันว่าฉันก็คิดแบบเดียวกับเธอนะแอสโมดิวส์"



         "......."



         "งั้นรอให้พวกเค้าคุยกันอีกสักหน่อยก็ได้ ส่วนเราก็นั่งรอกันไปก่อน"



         "หวังว่าเราคงจะรอพวกเค้าไม่นานนะลูซิเฟอร์"



         "คงจะไม่นานหรอก......มั้งนะ"



         "......"



         "......" 



     30นาทีผ่านไป...



         "...นี่แอสโมดิวส์ ฉันว่าเราหลับรอกันดีกว่า"



         "นั่นสิ ฉันว่าแบบนั้นคงจะดีกว่านั่งรอเฉยๆ...ล่ะนะ"



      ทั้งสองคนคุยกันจนลืมไปว่ามี จะต้องมีฝึกต่อ และปล่อยให้ลูซิเฟอร์และแอสโมดิวส์รอ......รอ..จนหลับ...



     ...เยี่ยมมากจ๊ะสาวๆ ._.



.....

...

. . . .

..
.
.



         "นี่ลิเวียธาน" โชรงเอ่ยเรียกชื่อของเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งเธอก็หันมองตามเสียงที่เรียก



         "ค่ะ?" เด็กสาวหันมาตอบสั้นๆ



         "นี่เธอไม่คิดจะพูดอะไรกับฉันหน่อยหรอ เห็นนั่งเงียบมานานแล้วนะ" โชรงที่นั่งจ้องลิเวียธานอยู่นานสองนอนอดที่จะถามขึ้นมาไม่ได้ เพราะว่าตั้งแต่เรียกออกมา เธอก็เอาแต่นั่งเงียบๆอยู่เบื้องหน้าของโชรงโดยที่ไม่พูดอะไรขึ้นมาก่อนเว้นแต่ตอบคำถามของโชรง



         "ก็จะให้พูดอะไรล่ะค่ะ" ลิเวียธานตอบกลับมาด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉยแต่น้ำเสียงแฝงความสงสัย ทำเอาโชรงแอบคิ้วกระตุกเล็กน้อย



         "ก็อะไรก็ได้ อย่างเล่าเรื่องสมัยอยู่อันเดอร์เวิล หรืออะไรที่เกี่ยวกับเพื่อนๆ ทำนองนั้น" โชรงพยายามทำใจเย็นและพูดแนะนำด้วยสีน้าที่ยิ้มแย้ม



         "ขอโทษค่ะ พอดีฉันไม่ค่อยถนัดอะไรแบบนั้น" คำตอบของลิเวียธานทำเอาโชรงถอนหายใจออกมาเบาๆ โชรงชวนเธอคุยหลายเรื่องต่อหลายเรื่องจนหมดเรื่องที่จะชวนคุย จึงนั่งจ้องและพยายามคิดหาเรื่องชวนคุย

         ที่โชรงมานั่งพยายามชวนลิเวียธานคุยโดยที่ไม่ได้ทำการฝึกนั้น เพราะในตอนที่ทำการฝึกช่วงแรกนั้น พลังของทั้งคู่เกิดเข้ากันได้ดีจึงเลิกฝึก ถึงในเรื่องของพลังจะเข้ากันได้ดี แต่ลิเวียธานนั้นเข้าสังคมไม่เก่งจึงเอาแต่นั่งเงียบอย่างที่โชรงประสบพบเจออยู่



         "เฮ้อ...งั้นช่างเถอะ ไม่ถนัดก็ไม่เป็นไร ฉันก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรขนาดนั้น   แต่ดูเหมือนทางโบมนี่จะเข้ากันได้ดีนะกับเบลเซบับน่ะ ทั้งเรื่องพลังทั้งทางนิสัยเลย" โชรงพูดพลางหันไปมองทางโบมีกับเบลเซบับ ซึ่งตอนนี้ทั้งคู่กำลังตาเป็นประกายกับกองขนมที่อยู่เบื้องหน้าคนละหนึ่งกองใหญ่ ย้ำ! คนละหนึ่งกองใหญ่ ลิเวียธานก็หันไปมองเช่นกันพร้อมกับยิ้มขึ้นเล็กน้อย



         "ดูเหมือนว่าคุณโบมีกับเบลจะสนุกกับการกินเหมือนกันสินะค่ะ" โชรงแอบอึ้งนิดๆที่จู่ๆลิเวียธานก็พูดขึ้นมาก่อน



         "นั่นสิ เพราะแบบนี้ล่ะมั้งถึงได้เข้ากันดี" แต่ก็ไม่ได้ทักหรือแซวอะไร เพราะเกรงว่าอาจจะทำให้เธอเขิน จึงปล่อยตามน้ำไปด้วยสีหน้ายิ้มๆ



         "นี่เบลจัง เธอก็ชอบกินขนมเหมือนกันหรอ?" โบมีพูดกับเบลเซบับโดยที่ตามยังคงจ้องอยู่ที่กองขนม



         "ค่ะ เรื่องกินน่ะขอให้บอก อะไรที่กินได้เบลกินหมด" เช่นเดียวกันกับโบมี เบลเซบับตอบโดยที่ตายังจ้องอยู่ที่กองขนม



         "งั้นมาแข่งกันไหมว่าใครจะกินขนมกองนี้หมดก่อน" โบมีเสนอการท้าดวลการกินกับเบลเซบับ



          "แน่ใจนะค่ะที่มาท้าเบลแข่งน่ะ เรื่องความเร็วในการกิน ยังไม่เคยมีใครเอาชนะเบลได้เลยนะ เอาแบบนี้มั๊ยด้วยดีกว่า ถ้าใครกินหมดก่อน สามารถกินของคนหมดทีหลังต่อได้จนกว่าจะหมด" เมื่อโบมีได้ยินดังนั้นถึงกับเบิกตากว้าง และยิ้มออกมาจนแก้มแทบปริ



         "เบลจัง เธอพูดแบบนั้นเองมาเองนะ แล้วจะมาเสียใจทีหลังไม่ได้นะ" โบมีพูดพลางตัวเราะเป็นเสียงโทนต่ำในลำคอ เบลเซบับรู้สึกขนลุกซู่ทันที่ทีได้ยินเสียงหัวเราะนั้น



         "งะ..งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่ามั๊ยค่ะ" เบลเซบับกลืนน้ำลายลงคอก่อนชวนโบมีเริ่มการดวล 'เบลเป็นถึงบาปแห่งการกินนะ ไม่มีทางแพ้แน่นอน' เบลเซบับคิดอย่างมั่นใจว่ายังไงก็ไม่แพ้โบมีแต่นอน



3...
2..
1.
...เริ่มได้!!!
         ทันทีที่สัญญาณเริ่ม เพียงไม่ถึง 10 วินาทีขนมในกองของเบลเซบับหายไป 8 ชิ้น เห็นอีกทีก็เหลือเพียงแต่ซองเปล่าๆวางอยู่ข้างกาย เบลเซบับหันไปมองทางโบมีหวังว่าคงกินได้ไม่เร็วเธอ แต่ทว่า...ทางโบมีนั้นมีเปลือกซองขนมวางอยู่ถึง 11 ชิ้น



         'บ้าน่า นี่มันอะไรกัน คนอะไรกันจะกินได้เร็วขนาดนั้น' เบลเซบับคิดในใจขณะที่ปากยังคงเคี้ยวขนมอยู่เต็มปาก



         'โหว ไม่น่าเชื่อแฮะว่าเล็กๆนั่นจะกินขนมได้เร็วขนาดนี้' เช่นเดียวกันกับโบมีที่เหลือตามอง คิด และเคี้ยว ในเวลาเดียวกัน



         'ไม่ได้การแบบนี้โดนแย่งกินขนมแน่ ต้องกินให้เร็วกว่านี้' เบลเซบับที่กลัวโดนแย่งขนมเร่งการกินให้เร็วขึ้นไปอีก



         'หืม?  นี่ยังเร็วได้อีกหรอเนี่ย เร็วกว่าเราแล้วด้วย สุดยอดไปเลย แต่ว่านะ..... แค่นั้นน่ะยังชนะฉันตอนเอาจริงไม่ได้หรอก' และโบมีไม่มีทางที่จะยอมแพ้และใช้ความเร็วสูงสุดในการกินอย่างพิถีพิถัน



         และในที่สุด 3 นาทีต่อมา ขนมกองของโบมีหมดก่อน โบมีจึงหันแววตาอันเหมือนสัตว์ร้ายที่ส่องประกายชายสายตามายังกองขนมที่ยังเหลืออยู่ของเบลเซบับ เจ้าของกองขนมสะดุ้งโหยงและพยายามเร่งการกินให้เร็วขึ้น แต่ก็ช้าไป เพราะโบมีได้เข้าถึงและช่วยกินขนมกองนั้นด้วยความเร็วสูง ในเวลาไม่ถึง 30 วินาที ขนมก็หมดลง ฉายเพียงภาพของโบมีที่ยืนหัวเราะเยี่ยงผู้มีชัย และเบลเซบับที่นั่งพับเพียบร้องไห้อยู่ข้างซองขนม



         "ขนมจ๋า เบลขอโทษนะที่กินพวกเธอไม่ทันทำให้โดนแย่งกินไปเยอะเลย" เบลเซบับพูดไปก็ร้องไห้ไปกับซากของซองขนม



         "หึหึหึ เด็กน้อยเอ๋ย ยังฝึกมาไม่พอนะ ไปฝึกปรือการกินมาใหม่แล้วมาขอแก้ตัวได้นะ" โบมีพูดพลางหัวเราะให้กับเบลเซบับ



         "แงงงงง  ครั้งนี้เบลจะยอมไปก่อน ครั้งหน้าเบลจะไม่แพ้แน่" ร้องไห้พร้อมประกาศการท้าดวลไว้ล่วงหน้า



         "จ้าๆ ฉันจะรอนะ แต่ว่าหยุดร้องก่อนเถอะ ไว้ออกจากห้องฝึกเดี๋ยวฉันพาไปเลี้ยงขนมเอง" เมื่อเบลเซบับได้ยินดังนั้นถึงกับหูผึ่งขึ้นทันที



         "แน่นะค่ะ สัญญาเลยป่าว" เบลเซบับถามย้ำพร้อมยื่นนิ้วก้อยออกมา



         "จ๊ะ แน่นอนสิ  สัญญาเลย" ทั้งคู่เกี่ยวก้อยสัญญากัน น้ำตาของเบลเซบับที่ไหลเมื่อครู่ก็หายไปในบัดดล



         เหตุการณ์ในครั้งนี้มีเพียงโชรงและลิเวียธานที่เห็น เป็นเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ที่ทั้งสองจะต้องจดจำไว้ ความเร็วในการกินของโบมีสุดยอด แม้แต่เบลเซบับเจ้าแห่งการกินเองยังไม่สามารถเอาชนะได้ หรือว่าเจ้าของตำแหน่งบาปแห่งการกินตอนนี้จะได้ผู้ดำรงตำแหน่งคนใหม่แล้วงั้นเหรอ? จะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ฟ้าลิขิต และตอนนี้ไขมันอันน้อยนิดบนหน้าท้องของโชรงและลิเวียธานร้องประสานเสียงกันประมาณว่า "ถ้าทั้งคู่กินแบบนั้น สักวันพวกมันจะเจริญเติบโตเป็นไขมันอันงดงามไปปรากฎย้อยห้อยเป็นพุง บนหน้าท้องของทั้งคู่แน่นอน ไขมันสัญญา"

. . . . . . . 

.. .. .. .. .. ..

... ... ... ... ...
 
..

....

..

.

         ชายสุดขอบของอันเดอร์เวิล ปรากฎปราสาทสีดำทมิฬตั้งตระการอยู่ ล้อมรอบไปด้วยอสูรชั้นต่ำนับพันที่บินวนเวียนอยู่รอบๆปราสาท ซึ่งปกติแล้วจะมีไม่มากขนาดนี้ นี่บ่งบอกถึงสัญญาณบางอย่าง



         "ร่างกายของพวกเธอสามคนเป็นไง แต่จากภายนอกแผลเกือบจะหายสนิทแล้วล่ะนะ" เสียงของหญิงสาวผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น



         "อื้อ โดยรวมๆแล้วพวกเราก็ดีขึ้นมากแล้วล่ะ" เสียงของโฮซูกล่าวขึ้นเพื่อตอบคำถามของหญิงสาว



         "ใช่ๆ ด้วยแคปซูลรักษาบวกกับเวทย์ฟื้นฟูของเธอ ทำให้พวกเราเกือบจะหายดีแล้วล่ะ" ฮียูพูดเสริมให้กับการรักษาของพรรคพวก



         "ด้วยการรักษาที่งดงามนี้ ทำให้ฉันนั้นหายเป็นปลิดทิ้งเลยละ ต้องขอบใจเธอมากเลยนะ เมจิน" นามของผู้ให้การรักษาถูกเอ่ยออกมาและเธอกำลังจะพูดบางอย่าง



         "ก็ดีแล้วที่หายเร็ว เมื่อเช้าบอสมีคำสั่งลงมาแล้ว บอกว่าจะบุกไปฆ่าพวกบาปทั้ง 7 กัน ให้ตรียมตัวให้ดี จะฝึกเพิ่มพลังหรือจะพักก็ได้ แต่อย่าให้เสียงานเป็นพอ"  ทั้งสามเงียบฟังมีสีหน้าที่จริงจัง



         "แล้วจะเริ่มบุกเมื่อไร!?" โฮซูถามด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่เข้มขึ้นบ่งบอกถึงความตั้งใจ



         "อีก 2 อาทิตย์เราจะเริ่มบุกกัน!!!"





__________________________________


         สวัสดีคร๊าบบบบ  กลับมาแล้วจร้า พร้อมกับเอาตอนใหม่มาส่งให้ด้วย ขอโทษนะที่หายไปนาน ขอโทษครับที่อัพช้า ในที่สุดผมก็ฝึกจบแล้ว สิ้นสุดกันทีกับสองเดือนกว่าอันแสนจะเหน็ดเหนื่อยและหฤโหด เหตุเพราะดันไปตกอยู่หน่วยที่ใช้คำว่ารักษาพระองค์ เลยฝึกหนักเป็นพิเศษ -*- กลับมาบ้านนี่กางเกงตัวเก่าถึงกับใส่ไม่ได้ เพราะมันหลวม..... ขออภัยที่นอกเรื่องครับ สำหรับตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรมาก เพราะหายไปนานทำให้การเขียนไม่ปะติดปะต่อ จึงมาแบบชิวๆไปก่อน ผิดพลาดตรงไหนขออภัยด้วยนะครับ ไว้ตอนต่อไปจะพยายามลงฉากสนุกๆให้นะครับ และจะรีบแต่งในตอนต่อไปและต่อๆไปให้ทันทีถ้าว่างเว้นจากการขับเครื่องบินต่ำ(ตัดหญ้า) และลงเก็บวัตถุอันตรายในน้ำ(เก็บผักตบชวา) จึงเรียนมาเพื่อทราบ 
                             ขอบคุณทุกท่านที่รออ่านผลงานครับ ขอบคุณจริงๆ^^

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #108 tiffanysnsd132 (@tiffanysnsd132) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:18
    ในที่สุดไรท์ก็กลับมาไชโย~~~~จะรอตอนต่อไปนะ

    #108
    1
    • #108-1 Amp_Pinkpanda (@Amp_Pinkpanda) (จากตอนที่ 17)
      3 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:45
      คร๊าบ ขอบคุณมากครับที่รอ
      #108-1
  2. #104 pej_apink (@por2918) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 20:15
    ไรท์กลับมาแล้ว แต่ละคนเริ่มฝึกกันบ้างแล้ว โบมีนี่เรื่องกินชนะทุกคน55555 รอตอนต่อไผนะครับไรท์
    #104
    2
    • #104-1 Amp_Pinkpanda (@Amp_Pinkpanda) (จากตอนที่ 17)
      26 มกราคม 2559 / 21:51
      กลับมารายงานตัวแล้วครับ^^ ผมกลับมาจากการฝึกอันแสนหนักหน่วง เพื่อมาดำเนินเรื่องต่อแย้ววววว ขอบคุณที่รอนะครับ
      #104-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(