[ APINK (Yuri fic.)ปฏิบัติการรักมาเฟียจอมเวทย์ ]

ตอนที่ 16 : STAGE 15 : ความจริงที่ได้รับรู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 201
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    31 ต.ค. 58




         ทั้งเจ็ดคนมาหยุดอยู่ที่หน้าผนึกของลูซิเฟอร์ ซึ่งมีลักษณะเป็นเหมือนกับห้องสี่เหลี่ยมธรรมดาๆหนึ่งห้อง มีสีขาวบริสุทธิ์ มีประตูขนาดสำหรับหนึ่งคนเดินเข้าหนึ่งบาน ที่ประตูมีสัญลักษณ์รูปสิงโตอยู่ถูกสลักไว้อยู่ มีวงแหวนเวทย์มนต์รูปดาวหกแฉกถูกเขียนไว้ข้างใต้รูปสลัก และสัมผัสได้ถึงพลังเวทย์เล็กน้อยที่แผ่ออกมาจากข้างใน ถึงจะน้อยแต่ก็รู้สึกได้ถึงอันตรายจากเจ้าของพลังเวทย์นี้



         "เอาล่ะงั้นเริ่มจากลูซิเฟอร์ก่อนก็แล้วกัน" อึนจีพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม



         "ลูซิเฟอร์เลยเรอะ  เฮ้ยๆๆ แล้วไหงแกพูดถึงเจ้านี่ด้วยรอยยิ้มฟ่ะ" ผิดกับโชรงที่แสดงสีหน้าที่ค่อนข้างจะจริงจังออกมา



         "นั่นเป็นเพราะว่าบอสสามารถจัดการมันได้ไงล่ะค่ะพี่โชรง และคงมีแต่บอสด้วยที่จัดการได้ ใช่มั๊ยค่ะบอส" ยูคยองพูดถึงบอสตัวเองด้วยความมั่นใจมาก



         "เปล่า  ฉันก็กำลังคิดว่าใครจะเป็นไปจัดการเจ้านี่ดี" อึนจียิ้มกว้างก่อนจะตอบแบบที่ทำให้ทุกคนขมวดคิ้ว



         "ก็จะมีใครล่ะ แกนั่นแหละไปเลยไอบอสบ้า" โชรงพูดด้วยเสียงที่ดังขึ้นแต่คงไว้ด้วยเสียงที่ฟังดูผ่อนคลายลง



         "เห... แล้วทำไมถึงเป็นฉันล่ะ ไม่ดีมั้ง" อึนจียืนยิ้มจนตาปิดและใช้มือเกาหัวตัวเองด้วยท่าทีเขินอาย



         "นี่อีพี่อึนจี ไม่ต้องมาทำท่าเขินเลย" นัมจูอดหมันไส้ไม่ได้ที่เห็นพี่สาวทำท่าแบบนั้น



         "อึนจีจะไหวหรอ ลูซิเฟอร์เลยนาาา" โบมีพูดลอยๆเป็นเชิงว่าแขวะอึนจี



         "นี่พี่อึนจีจะเข้าไปข้างในเองเลยเหรอค่ะ สุดยอดเลย" ฮายองตื่นเต้นด้วยดวงตาที่เป็นประกาย



         "พี่อึนจีต้องทำได้แน่ๆค่ะ ฉันมั่นใจว่าพี่อึนจีต้องจัดการลูซิเฟอร์ได้" ยิ่งนาอึนยิ่งแล้วใหญ่ เพราะเธอมองอึนจีด้วยสายตาที่คาดหวังและมั่นใจมาก



         "คือ แต่ว่าฉัน..."



         "ปิศาจแห่งความเย่อหยิ่งสินะ เจอกับบอสนี่แหละเหมาะที่สุดแล้ว" ยูคยองไม่ได้สนใจอะไรเพียงแต่พึมพำอยู่กับความคิดของตนเอง



         "เฮ้อ... สรุปแล้วก็เป็นฉันสินะ" อึนจีถอนหายใจส่ายหน้าด้วยความจำใจ "นี่ยูจัง ปลดผนึกทีสิพี่จะเข้าไปแล้ว" อึนจีหันไปพูดกับยูคยองที่ยืนคิดอะไรอยู่



         ยูคยองพยักหน้ารับ และเดินเข้ามายืนหน้าประตู ใช้มือวางแตะไปที่วงแหวนเวทย์และเริ่มปลดผนึกของประตูออก เพียงแค่ผนึกถูกคลายเท่านั้น ทุกคนรู้สึกได้ถึงใช้พลังเวทย์อันมหาศาลไหลออกมาจากข้างใน แรงกดดันจากพลังเวทย์ทำให้ทุกคนต้องเร่งพลังขึ้นมาเพื่อต้านแรงกดดันที่ได้รับ มีเพียงนาอึนเท่านั้นที่ยังไม่สามารถต้านพลังเวทย์ได้จนขาอ่อนแรงทรุดลงกับพื้น อึนจีจึงขยายขอบเขตของพลังเวทย์ขึ้นเพื่อต้านแรงกดดันให้นาอึนด้วย



         "เป็นไงบ้างนาอึน โทษทีนะ พี่ก็ไม่นึกว่ามันจะมีพลังขนาดนี้ ถ้าให้เรารอข้างบนคงจะดีกว่า" อึนจีเดินเข้าไปโอบนาอึนยืนขึ้น



         "ไม่เป็นไรแล้วค่ะ...ขอโทษนะค่ะพี่อึนจี ฉันเป็นภาระให้พี่อีกแล้ว" นาอึนสีหน้าสลดลงด้วยเพราะรู้สึกผิด



         "คิดมากอีกแล้วเราอ่ะ พี่ยังไม่ได้พูดสักคำเลย...งั้นเอางี้แล้วกัน" ขณะที่ยังโอบนาอึนอยู่อึนจีได้แบ่งพลังเวทย์ไปคลุมรอบๆตัวนาอึนไว้เพื่อลดแรงกดดันจากพลังเวทย์ของลูซิเฟอร์ "นี่ไง แค่นี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว"



         "พ..พี่อึนจี..." นาอึนเงยหน้าขึ้นมองหน้าของอึนจี เป็นเวลาเดียวกันกับที่อึนจียิ้มกว้างตามแบบฉบับของเธอส่งมาให้นาอึน ทั้งคู่จ้องตากันโดยมิได้นัดหมาย รอบๆตัวทั้งคู่กระจายไปด้วยหัวใจที่สร้างจากเวทย์น้ำแข็งของฮายอง



         "เยี่ยมมากฮายอง ฝีมือในการใช้เวทย์พัฒนาไปเยอะแล้วนี่" ซึ่งมาจากการกำกับของนัมจู -_-



         "พี่โชรงคู่นี้หวานอีกแล้วอ่ะ ( ^0^)"



         "สองคนนี้มันรู้สถานะการณ์ในตอนนี้บ้างมั๊ยเนี่ย"



         "อ่ะแฮ่มๆๆๆๆ  บอสค่ะบอส"



         "อ่ะ อ่าว โทษทีๆ พอดีบรรยากาศมันพาไปน่ะ" อึนจียิ้มออกมาจนตาหยีตามแบบฉบับของเธอ



         "เออ บรรกาศดีมากเลยเนอะ บรรยากาศที่มีแต่พลังเวทย์ของลูซิเฟอร์อยู่รอบๆเนี่ย" โชรงอดที่จะหมันไส้ไม่ได้จึงพูดแขวะอึนจีอีกครั้ง



         "ช่างเถอะค่ะ  ว่าแต่บอสจะเข้าไปเลยมั๊ย คิดว่าลูซิเฟอร์คงรอนานแล้ว" ยูคยองเดินเข้ามาหาใกล้ๆพร้อมพูดิดตลกเล็กน้อย



         "อืม  งั้นเข้าไปเลยก็แล้วกัน...ยอมรับเลยว่าไม่มั่นใจเท่าไร ไม่รู้เหมือนกันว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน ไม่แน่ใจด้วยว่าจะกลับออกมาได้หรือเปล่า แต่ว่านะ...ฉันจะพยายามก็แล้วกัน  รอพี่แปบนึงนะนาอึน" พูดจบอึนจีก็เดินเข้าไปข้างในพร้อมกับประตูที่ปิดเองจนเสียงดังสนั่น และผนึกที่เริ่มทำงานอีกครั้ง



         "เฮ้ย ยูจังนี่มันคืออะไร ทำไมประตูถึงปิดเองแล้วผนึกนั่นอีก กลับมาทำงานเฉยเลย" ทันทีที่ประตูปิด โชรงที่เห็นว่ามีอะไรแปลกๆจึงรีบถามยูคยองในทันที



         "ใจเย็นๆค่ะพี่โชรง นี่น่ะเป็นระบบที่ถูกเซ็ทไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ทันทีที่มีคนเข้าไปด้านในประตูจะปิดและผนึกจะทำงานเผื่อป้องกันไม่ให้บาปของผนึกนั้นๆหนีออกมาด้านนอก" ยูคยองอธิบายให้โชรงฟัง



         "งั้นเมื่อกี้ตอนที่เราเปิดประตูทิ้งไว้ ทำไมลูซิเฟอร์ถึงไม่อาศัยจังหวะนั้นหนีออกมาล่ะ" โบมีรีบถามต่อทันที



         "นั่นก็เพราะว่าโดนโซ่แห่งบาปผนึกไว้อีกชั้นหนึ่งน่ะค่ะพี่โบมี ทำให้ไม่สามารถออกมาได้ โซ่จะถูกปลดออกก็ต่อเมื่อมีคนเข้าไปด้านในเท่านั้น" ยูคยองอธิบายต่อ



         "งั้นเราจะเปิดประตูอีกครั้งได้ยังไงหรอ" นัมจูที่รู้สึกห่วงพี่สาวจึงเริ่มถามถึงวิธีเปิดประตูเผื่อเกิดเรื่องไม่คาดฝัน



         "มีแค่สองวิธีเท่านั้น อย่างแรกคือต้องเอาชนะและได้พลังของปิศาจแห่งบาปมา อย่างที่สองคือคนที่เข้าไปนั้นถูกบาปฆ่าตาย โซ่จะทำการผนึกบาปไว้ทันทีละประตูจะเปิดเพื่อให้เราเข้าไปเก็บร่างของผู้เสียชีวิต" ยูคยองอธิบายอย่างละเอียดด้วยสีหน้าที่เฉยชา



         "แบบนั้นมันเลวร้ายสุดๆเลยไม่ใช่รึไง" โชรงทีสีหน้าที่เครียดขึ้นทันทีที่ได้ยิน รวมไปถึงโบมี นัมจู และฮายองด้วย มีเพียงนาอึนและยูคยองเท่านั้นที่ไม่ได้มีสีหน้าเปลี่ยนไป



         "ไม่เห็นจะต้องกังวลไปเลยนี่ค่ะทุกคน ฉันเชื่อว่าพี่อึนจีทำได้แน่นอน" นาอึนยิ้มออกมาอย่างเชื่อมั่นในตัวของอึนจี



         "นั่นสินะ นี่พวกเรากังวลอะไรกันอยู่เนี่ย เจ้าอึนจีมันเป็นถึงบอสของพวกเราเชียวนะ ยังไงมันก็ต้องทำได้สิ" เมื่อได้เห็นนาอึนที่เชื่อในตัวของอึนจีก็เริ่มคิดแบบเดียวกัน



         ในขณะที่ทุกคนกำลังคุยกันอยู่นั้นประตูที่เป็นผนึกของลูซิเฟอร์ก็เปิดออก ด้วยกระแสและปริมาณของพลังเวทย์ที่สัมผัสได้นั้นทำให้ทุกคนหันไปมองที่ประตูพร้อมกัน และสิ่งที่ปรากฎต่อหน้าของทุกคนนั้นทำให้ทุกคนทำให้ทุกคนลอบเร่งพลังเวทย์ขึ้นเพื่อระวังตัว



         "แก...ใช่อึนจีแน่เหรอ" โชรงที่อยู่ใกล้ที่สุดตั้งท่าพร้อมสู้เป็นการระวังตัว 


  
         เจ้าของพลังเวทย์ที่อยู่ในคราบของอึนจีไม่ตอบเพียงแต่ยิ้มกว้างตามแบบฉบับเจ้าของร่าง และหายไปจากการมองของทุกคน ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนอย่างมาก



         "หายไปไห...นาอึน!!!" โชรงตะโกนบอกทุกคนในทันทีที่สัมผัสพลังเวทย์ได้ว่าอยู่ตรงจุดไหน และเตรียมพุ่งเข้าไปตรงนั้น



         "นาอึน พี่กลับมาแล้ว รอนานมั๊ย" อึนจีใช้มือจับไปที่หัวของนาอึนและด้วยคำพูดของอึนจีทำให้ทุกคนชะงักและหยุดการกระทำ



         "ไม่นานค่ะ แถมเร็วกว่าที่คิดอีก" นาอึนยิ้มรับที่อึนจีกลับมาจนหน้าบาน



         "อึนจีจริงหรอเนี่ย ทำไมกระแสพลังเวทย์เปลี่ยนไปแบบนี้ล่ะ ความเร็วก็ต่างจากเดิมลิบลับพวกเราถึงกับมองไม่ทันเลยนะ แล้วทำไมออกมาเร็วนักล่ะ ไหนเล่ารายละเอียดมาให้ฟังเลย" เมื่อคิดว่าเป็นอึนจีจริงๆโชรงก็ยิงคำถามทันที



         "ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่ลูซิเฟอร์น่ะต่างไปจากที่คิดนิดหน่อยน่ะนะ" อึนจีหันมายืนกอดอกและเริ่มอธิบายให้โชรงและทุกคนฟัง



         "ยังไงหรอค่ะพี่อึนจี" นาอึนถามต่อด้วยความสงสัย



         "จะว่ายังไงดีล่ะ  ก็เริ่มตั้งที่เข้าไปข้างในล่ะนะ จู่ๆประตูก็ปิดเองใช่มั๊ยล่ะ ข้างในมันมืดมากเลยแต่ก็สัมผัสได้ถึงพลังเวทย์ที่อยู่ในห้อง แล้วก็มีเสียงพูดขึ้นมาว่า 'ในที่สุดก็มาสักทีนะค่ะ หนูรอคุณอยู่นานแล้ว รอให้คุณมาเปิดผนึกให้หนู' พี่สงสัยเลยถามเจ้าของเสียงว่าลูซิเฟอร์ใช่มั๊ย เธอก็พิสูจน์โดยการเร่งพลังเป็นหลักฐาน แล้วจากนั้นในห้องก็เริ่มสว่างขึ้น ตรงกลางห้องปรากฎร่างของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่พื้นรอบๆตัวเธอมีโซ่วางกองอยู่เต็มไปหมดเลย และเธอก็พูดขึ้นอีกว่า 'พาหนูออกไปจากที่นี่ แล้วพลังของหนูจะเป็นของคุณ' แต่ด้วยเหตุเพราะว่ามันง่ายเกินไป ฉันเลยยังไม่วางใจเท่าไร เหมือนว่าเธอจะรู้ล่ะมั้งก็เลยบอกว่า 'หนูไม่ได้ต้องการอะไร แค่พาหนูออกไปข้างนอกก็พอ' และด้วยเหตุนั้นตัวเธอกลายเป็นแสงแล้วพุ่งเข้ามาที่มือของฉัน และมือของฉันก็มีเจ้านี่ขึ้นมา" อึนจียกมือขวาขึ้นโชว์สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาบนฝ่ามือของตน บนฝ่ามือของอึนจีมีสิ่งที่ลักษณะคล้ายกับปานรูปสิงโตแบบเดียวกับรูปสลักบนประตูเกิดขึ้นมา 



         "นี่แกได้พลังของลูซิเฟอร์มาในสามนาทีเนี่ยนะ แถมแค่คุยกันอย่างเดียวด้วย มันจะง่ายอะไรขนาดนั้น" โชรงทำหน้าเหมือนไม่เชื่อที่อึนจีพูด แต่ด้วยหลักฐานจึงต้องเชื่อไปโดยปริยาย



         "ฉันเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน อ่อ ดูเหมือนจะทำแบบนี้ได้ด้วยนะ" อึนจียกมือขึ้นมาอีกครั้งพลันปานที่มือก็ส่องแสง และปรากฏร่างของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มีหน้าตาน่ารักน่ากอด ทั้งดวงตาที่โตสีดำสนิทดูลึกลับ แก้มที่ป่องจนน่าหยิกทั้งสองข้าง ผมสีขาวบริสุทธิ์ที่ยาวสลวยลงมาจนถึงกลางหลัง ชุดที่สวมก็เป็นชุดกระโปรงแบบคุณหนูที่มีสีขาวสะอาดเก็บขอบด้วยด้ายสีดำสนิททำให้ดูสวยงามไม่น้อย และด้วยขนาดตัวที่เล็กซึ่งมีส่วนสูงพอๆกับเด็กสามขวบ ทำให้เธอดูน่ารักคล้ายกับตุ๊กตาก็ไม่ผิด จะเรียกว่าเป็นตุ๊กตาที่มีชีวิตก็คงจะไม่เกินไป



         "(เด็กคนนี้น่ะเหรอลูซิเฟอร์)" ในวินาทีแรกที่เห็นรูปลักษณ์ของลูซิเฟอร์ทุกคนแทบจะคิดออกมาพร้อมกันว่า "(น่ารักจังเลย)"



         "สวัสดีค่ะทุกคน หนูชื่อลูซิเฟอร์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะมาเป็นอสูรรับใช้ของคุณอึนจี ฝากตัวด้วยนะค่ะ" ลูซิเฟอร์แนะนำตัวซึ่งเพิ่มความน่ารักให้กับตัวของเธอเองเข้าไปอีก



         "พี่อึนจีค่ะ เด็กคนนี้...ลูซิเฟอร์แน่เหรอค่ะ" นาอึนยังคงถามย้ำเพื่อความแน่ใจ



         "ก็เจ้าตัวเค้าบอกแบบนั้นนี่นา ก็ตามนั้นแหละ" ทางอึนจีก็ตอบไปตามที่รู้



         "หนูคือลูซิเฟอร์จริงๆค่ะ เชื่อได้ร้อยเปอร์เซ็น" ส่วนลูซิเฟอร์ก็ช่วยอึนจีย้ำ



         "แล้วไหงปิศาจแห่งความเย่อหยิ่งถึงได้สุภาพเรียบร้อย แถมยังน่ารักแบบนี้ล่ะ" โชรงถามออกไปด้วยความสงสัย



         "ก็คนที่ผนึกพวกเรา ถูกปิศาจอีกกลุ่มหนึ่งหลอกให้มาผนึกพวกเราน่ะค่ะ พวกคุณคงรู้จัก 13 อสูรแห่งอันเดอร์เวิลด์ใช่มั๊ยค่ะ"



         "อืม พวกเราเพิ่งซัดกับพวกมันมาเมื่อวานนี้น่ะ" อึนจีตอบ



         "ค่ะ เมื่อวานฉันพอสัมผัสถึงพลังเวทย์ได้อยู่ พวกเราทั้ง 20 ตนน่ะเคยถูกเลือกให้เข้าร่วมการคัดเลือกเป็นผู้สืบทอดพลังของ 7 บาป แต่แล้วผลสุดท้ายพวกเราที่เป็นเด็กทั้งเจ็ดตนก็ถูกรับเลือก ส่วนอีก 13 ตนนั้นเป็นปิศาจที่ขาดคุณสมบัติ แต่เนื่องจากว่าพวกเราที่ยังเป็นแค่เด็กกลับได้รับสืบทอดพลังจึงทำให้พวกปิศาจที่โตเต็มวัยแล้วเกิดความไม่พอใจ สร้างสถานการณ์โดยโยนให้เป็นความผิดของพวกเรา จากนั้นพวกเราจึงถูกผนึกไว้ที่นี่ แต่ว่าจากนั้นไม่นานเจ้าพวกนั้นก็เริ่มออกล่าวิญญาณมนุษย์และถูกขนานนามว่า 13 อสูร จนสุดท้ายถูกผนึกไว้ที่อันเดอร์เวิลด์ แต่เหมือนว่าเวลาผ่านไปนาน ทำให้ผนึกเริ่มอ่อนลง แล้วก็ เจ้าสามตนที่มาเมื่อวานเป็นพวกที่อ่อนที่สุดใน 13 อสูรเลยนะ" การเล่าเรื่องในอดีตของลูซิเฟอร์ทำเอาทุกคนอึ้งในความเป็นมา



         "แล้วทำไมเจ้าพวกนั้นถึงยึดติดกับตำแหน่ง 7 บาปนักล่ะ" โบมีถามด้วยสีหน้าที่สงสัย



         "สำหรับพวกเราที่เป็นปิศาจแล้ว ตำแหน่ง 7 บาปนั้นถือว่าเป็นอะไรที่มีค่ามาก การได้ตำแหน่งนี้ก็เหมือนกับได้เป็น 7 ราชาของอันเดอร์เวิลด์ จึงทำให้เจ้าพวกนั้นยึดติดกับตำแหน่งมาก" ด้วยคำตอบนี้ทำให้ทุกเข้าใจและรู้สึกสงสารลูซิเฟอร์และอีกหกตนที่ถูกผนึกอยู่ ทั้งนี้สิ่งที่ได้ยินมาเกี่ยวกับบาปทั้งเจ็ดเป็นเพียงแค่สิ่งที่เล่าต่อกันมาจนผิดเพี้ยนไม่เหลือเค้าเดิม



         "แล้วพวกมันพูดถึงผนึก หรือว่าผนึกที่ว่าหมายถึงพวกเธอหรอ" คราวนี้เป็นนัมจูที่ถามออกไป



         "ค่ะ ในขณะที่พวกเราถูกผนึกอยู่พวกเราจะอ่อนแอมาก ถ้าพวกมันฆ่าพวกเราได้ ก็จะได้รับตำแหน่งได้โดยปริยาย" ทุกคนพยักหน้าพร้อมๆกันเป็นการบอกว่าเข้าใจ



         "เอาล่ะถ้ายังงั้น พวกเราก็ช่วยเด็กพวกนี้ออกมาจากผนึกกันดีกว่า แต่ว่านะอึนจี นาอึนยังไม่ใช่จอมเวทย์นี่นา แบบนี้ก็มีตนหนึ่งสิที่ยังต้องถูกปิดผนึกไว้" โชรงเอ่ยถามด้วยความสงสัย



         "คุณอึนจี ผู้หญิงคนนี้มีแหล่งพลังเวทย์ที่ว่างเปล่า เรามีทางกระตุ้นมันนะ" ลูซิเฟอร์พูดขึ้นทำให้ทุกคนหันมามองอย่างมีความหวัง แต่ก็ต้องคอตกเหมือนเดิมเพราะว่าหมอเคยบอกไว้ว่าการกระตุ้นทางลัดจะเป็นอันตราย



         "ไม่ได้หรอกนะ แบบนั้นมันจะเป็นอันตรายกับตัวของนาอึนน่ะ" อึนจีให้เหตุผล



         "ไม่หรอกค่ะ ถ้าเป็นแอสโมดิวส์ล่ะก็ ปลอดภัยแน่นอน พลังของแอสโมดิวส์จะไปทำให้การไหลเวียนของแหล่งกำเนิดพลังเวทย์ทำงาน แต่จะคอยควบคุมไม่ให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย แบบนั้นจะดีหรือเปล่าค่ะ" ลูซิเฟอร์ถามด้วยความสงสัย



         "ทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ ถ้ายังงั้นก็ช่วยพวกเธอทุกคนได้แล้วน่ะสินะ" อึนจียิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ



         "ค่ะ แบบนี้เพื่อนๆของหนูก็จะได้ออกมาสักที ขอบคุณทุกคนมากนะค่ะ อ้อ แล้วก็นะ เพื่อนของหนูแต่ละตนนั้นค่อนข้างที่จะซนหน่อยนะ" ลูซิเฟอร์ยิ้มออกมาอย่างดีใจ



         จากนั้นทุกคนก็เดินแยกกันไปตามผนึกต่างๆ ที่เหมาะสมกับตัวเองตามที่ลูซิเฟอร์แนะนำ ทุกคนปลดผนึกตามคำแนะนำที่ยูคยองบอก ทุกคนหายเข้าไปข้างในประตูผนึกแต่ละบาน และใช้เวลาไม่นาน ทุกคนต่างก็ออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยแต่ละคนได้บาปแต่ละตนที่เข้ากับตัวเองจนพลังเวทย์เพิ่มขึ้นมหาศาล แม้แต่นาอึนก็ยังเริ่มที่จะมีพลังเวทย์แผ่ออกมาจากร่างกาย



         โชรง - ลิเวียธาน เด็กสาวที่มีผมสีฟ้าอ่อนยาวประบ่า นัยตาสีน้ำเงินเข้ม ใส่เสื้อแขนสั้นสีขาว กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน

         โบมี - เบลเซบับ เด็กหญิงที่ผมยักศกสีเขียวมรกต ใส่ชุดกระโปรงสีเขียวอ่อนทั้งชุด ดวงตาสีตำกลมโต 

         นัมจู - เบลเฟกอร์ เด็กผู้ชายผมสั้นสีดำดูทะมัดทะแมน แต่งตัวเหมือนลูกชายขุนนางทางยุโรป ดวงตาคมสีน้ำตาลหน้าตาน่ารักแบบเด็กน้อย
  
         ยูคยอง - ซาตาน เด็กผู้ชายที่มีผมสีดำยาวปกหน้า ผิวขาวเนียนเหมือนเด็กผู้หญิง แต่งตัวด้วยเสื้อยืดสีดำธรรมดา คลุมด้วยเสื้อแจ็คเก็มสีแดงเข้ม กางเกงขาสั้นสีดำ 

         ฮายอง - แมมม่อนเด็กผู้หญิงที่มีผมยาวปิดหลัง ผิวขาวดุจดังหิมะ ดวงตาสีฟ้าใส แก้มอมชมพู แต่งตัวด้วยชุดเดรสแบบเด็กสีฟ้าอ่อนเก็บขอบสีขาว ทำให้ดูน่ารักไปอีกแบบ



         หลังที่ได้รับพลังแห่งบาปทั้งเจ็ดมา พวกอึนจีก็ออกมาจากห้องลับ และตกลงแยกย้ายกันไปฝึกยังโรงฝึกประจำของแต่ละคน เพื่อที่จะได้ใข้พลังที่ได้รับมาให้เคยชินเตรียมตัวไว้รับมือกับศึกที่กำลังจะเริ่มขึ้น



__________________________


         มาส่งแล้วนะครับสำหรับตอนนี้ ตอนนี้อาจจะสั้นนิดนึงและอาจจะสบายๆหน่อยไม่ค่อยมีอะไรตื่นเต้นเท่าไร ซึ่งคงจะเป็นตอนสุดท้ายของช่วงนี้แล้วด้วย เพราะก็อย่างที่บอกไปว่าผมจะต้องไปเป็นทหาร เลยทำให้ต้องหยุดอัพไปอีกนานหลายเดือนเลย ยังไงก็ต้องขอบคุณทุกคนที่ติดตามมานะครับ ผมดีใจมากเลยนะที่มีคนเข้ามาอ่านฟิคของผม ยังไงก็ช่วงที่ผมหายไปอย่าทิ้งกันไปไหนนะ แล้วจะรีบกลับมาอัพให้เลยถ้ามีโอกาส ไม่รับปากว่าจะมาเร็วแค่ไหน แต่จะพยายามมาให้เร็วที่สุดเลยครับ
      ปล.ลงแดงแน่เลย ไม่ได้ฟังเพลงพวกเพี้ยนนานอ่า^^
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #102 snsd_redvelvet (@0842215988kie) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2558 / 13:24
    ครบทั้ง 7 แล้ว นาอึนสู้ๆน่ะ
    #102
    0
  2. #87 PinPin Naeunji (@pin6229) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 17:44
    สู้สู้นะคะไรท์ จะรอไรท์กลับมาอัพนะคะ
    #87
    0
  3. #86 YBOAP (@suppharat) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 22:10
    รอไรท์อัพต่อนะคะ สู้ๆค่ะ
    #86
    0
  4. #85 bmbeem2 (@BmBeem) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 21:09
    ง่ายมากไรทื3นาทีอะไรจะเร็วปานนั้น55
    #85
    0
  5. #84 pej_apink (@por2918) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 06:32
    ทุกคนได้บาปทั้ง7มาแล้วจะเก่งขึ้นแค่ไหนอ่ะคจะรอไรท์กลับมาอัพต่อนะครับ
    #84
    0