[ APINK (Yuri fic.)ปฏิบัติการรักมาเฟียจอมเวทย์ ]

ตอนที่ 14 : STAGE 13 : แฟมิลี่ที่ถูกโจมตี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 191
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 ต.ค. 58





      5 นาทีก่อนหน้าที่พวกอึนจีจะมาถึง

         ณ สถานที่ตั้งของแพนดาเรียแฟมิลี่ ในขณะที่เหล่าลูกน้องทั้งหลายต่างทำหน้าที่ของตนกันอย่างขมักเขม้น จู่ๆก็เกิดระเบิดขึ้นที่ประตูรั้วขนาดใหญ่หน้าแฟมิลี่ พวกลูกน้องต่างละวางหน้าที่ที่ตนปฏิบัติกันอยู่เพื่อออกมารับมือกับเหตุร้ายที่กำลังเกิดขึ้นกับแฟมิลี่ของตน 



         "เกิดอะไรขึ้นน่ะ" เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งดูว่าน่าจะเป็นระดับหัวหน้า วิ่งออกมาจากด้านในแล้วตะโกนถามลูกน้อง



         "ไม่ทราบเหมือนกันครับ จู่ๆพวกมันก็พังประตูหน้าเข้ามา" ลูกน้องคนหนึ่งตอบคำถามด้วยความรีบร้อน



         "แล้วพวกมันมากันกี่คน" หญิงสาวคนเดิมตะโกนถามลูกน้อง



         "ครับ จากหน่วยที่เข้าปะทะ บอกว่าพวกมันมากัน 3 คนครับ แล้วพวกมันยังจัดการคนของเราไปกว่า 20 คนแล้วด้วย" ลูกน้องคนเดิมตอบคำถามกลับมา



         "(แค่ 3 คนกล้าบุกมาถึงแพนดาเรียเชียวหรอเนี่ย แต่ลงว่าทำลายประตูหน้าที่บอสร่ายเวทย์ไว้ได้คงไม่ใช่เล่นล่ะนะ)" หญิงสาวคิด "บอกพวกเราว่าอย่าเข้าปะทะตรงๆ พยายามทิ้งระยะเอาไว้" เมื่อหญิงสาวพูดจบหนึ่งในลูกน้องรับคำ แต่ว่าในวินาทีนั้นเอง หญิงสาวก็ต้องตกตะลึงกับภาพตรงหน้า เพราะคนที่บุกรุกนั้นได้มาถึงลานกว้างหน้าแฟมิลี่เร็วกว่าที่เธอคิด โดยมีลูกน้องกว่า 30 คนระดมโจมตีด้วยพลังเวทย์ไม่ขาดสาย หากแต่ผู้บุกรุกทั้งสามก็ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด เพราะทั้งหมดได้กางบาเรียกันไว้ "พลังเวทย์น่าขนลุกนี่มัน... 13 อสูรงั้นหรอ ทำไมถึงมาเร็วแบบนี้ล่ะ นี่มันเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้เยอะมาก ไม่ได้การ แบบนี้ต้องรีบติดต่อบอสถึงการมาของพวกมัน" พูดจบหญิงสาวรีบหยิบอุปกรณ์สื่อสารขนาดพกพามาเพื่อติดต่อบอสของเธอ



         "บอส ตอบด้วยบอส"



         "[หืม? ยูจัง อืม..นี่ฉันพูดอยู่ อึนจีไม่อยู่ตรงนี้ มีอะไรก็ว่ามาได้เลย]" มีเสียงจากปลายสายที่ถูกเรียกว่ายูจังอย่างรวดเร็ว



         "พี่โชรงหรอ คือว่าเกี่ยวกับเรื่องที่ติดต่อไปก่อนหน้านี้น่ะ พวกมันมากันแล้ว พวก 13 อสูรจากอันเดอร์เวิลด์"



         "[ห๊ะ ว่าไงนะ ทำไมพวกมันมาเร็วขนาดนี้ล่ะ ไหนคราวที่แล้วบอกว่าอย่างน้อยก็อีก 10 เดือนไม่ใช่เหรอ]"



         "ก็นั่นสิ แต่เรื่องนั้นช่างก่อน พวกพี่รีบกลับมาให้เร็วหน่อยได้มั๊ย เดี๋ยวฉันกับพวกลูกน้องจะพยายามถ่วงเวลาไว้ให้นานที่สุด แต่ 3 ตนนี่ไม่รู้ว่าฉันจะถ่วงได้นานแค่ไหนนะ"



         "[หืม? 3 ตนเลยเหรอ ได้ๆ งั้นเดี๋ยวพี่ไปบอกอึนจีก่อน ช่วยถ่วงเวลาหน่อยแล้วจะรีบไป]" 



         โชรงเงียบไปโดยไม่ได้ตัดสาย ยูจังได้ยินเสียงฝีเท้าที่ฟังดูรีบร้อนวิ่งออกไป จึงกำลังจะตัดสาย



         "[ยูจัง]"



         "ค่ะ? พี่โบมีหรอ"



          "[อื้อ ช่วยรับมือพวกมันสัก 3 นาทีนะ แล้วพวกเราจะรีบไป ห้ามตายล่ะ]"



         "ได้ค่ะพี่ แต่ลำพังฉันคนเดียวก็ไม่รู้ว่าจะถ่วงเวลาพวกมัน 3 ตนได้แค่ไหนนะ ถ้าคนเดียวยังพอทน งั้นจะพยายามไม่ให้ตายแล้วกัน งั้นแค่นี้นะ ต้องรีบไปช่วยพวกลูกน้องก่อน" พูดจบยูจังก็ตัดสายและพุ่งเข้าประจัญหน้ากับอสูรทั้ง 3 อย่างรวดเร็ว "พวกเราถอยมา" เมื่อบอกให้ลูกน้องที่กำลังโจมตีอยู่ถอยออกมา ยูจังก็ยิงเวทย์เพลิงใส่อสูรทั้ง 3 คนจากด้านข้างทันทีโดยที่เหล่าลูกน้องก็หลบมาแบบฉิวเฉียด โดยเปลวเพลิงที่ยิงออกไปนั้นเรียกว่าเป็นกำแพงเปลวเพลิงก็ไม่ผิด เพราะเหมือนกับใช้เปลวเพลิงที่มีรูปลักษณ์เหมือนกำแพงซึ่งมีความสูงกว่าสามเมตรยิงใส่อสูรทั้ง 3 ตนเป็นทางยาว หลังจากที่โจมตียูจังก็กระโดดมายืนด้านหน้าของอสูรทั้ง 3 โดยที่ลูกน้องทั้งหมดได้มายืนรวมตัวอยู่ข้างหลังของเธอ



         "สำเร็จแล้ว สมกับที่เป็นหัวหน้าของที่ปรึกษาแก๊ง พลังเวทย์สุดยอดจริงๆ" ลูกน้องคนหนึ่งตะโกนขึ้น



         "ยังหรอกอย่าเพิ่งดีใจไป อย่าลดการป้องกันลงด้วย" ยูจังเอ่ยขึ้น



         "ว่าไงนะครับ หัวหน้าจะบอกว่าโดนพลังเวทย์ขนาดนั้นเข้าไปแต่พวกมันไม่เป็นอะไรงั้นเหรอ" ลูกน้องอีกคนพูดขึ้นมาด้วยความสงสัย



         "อืม  ดูนั่นสิ" ยูจังตอบเพียงสั้นๆ พร้อมกับบอกให้ลูกน้องมองเข้าไปยังเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้อยู่ ปรากฎเงาของบางอย่างขึ้นมา 3 ตำแหน่งเรียงกันกำลังเดินออกมาจากกำแพงเปลวเพลิง



         "ว้าว ที่นี่เค้าต้อนรับพวกเราได้อบอุ่นดีแฮะ" อสูรหนึ่งในสามตนพูดออกมา



         "อย่าทำเหมือนว่าเป็นเรื่องสนุกสิ ฮียู นี่เราโดนพวกเค้าโจมตีใส่นะ" อสูรอีกตนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาแต่บ่งบอกถึงความจริงจัง



         "นั่นสิๆ ก็อย่างที่ โฮซู พูดนั่นแหละฮียู อย่าทำเป็นสนุกไปเปลวเพลิงนี้นั้นออกจะงดงามและร้อนแรงขนาดนี้ จินจูผู้นี้ปลาบปลื้มมาก" อสูรตนที่สามกล่าวชมเปลวไฟอย่างเดียว



         "เปล่า ฉันไม่ได้หมายถึงอย่างนั้นนะจินจู ที่ฉันหมายถึงน่ะ..."



         "โอ้ เปลวเพลิงเอ๋ย ช่างงดงามอะไรเช่นนี้ เปลวเพลิงที่งดงามแบบนี้ช่างหาชมได้ยากนัก" อสูรนามว่าจินจูไม่ได้สนใจที่พรรคพวกพูดแต่หันกลับไปชื่นชมเปลวเพลิงของยูจังที่พวกตนเพิ่งเดินฝ่าออกมาอย่างหน้าตาเฉย "อะอ้าว น้ำนี่มาจากไหน โฮซูเธอทำแบบนี้เปลวเพลิงนี่ก็ดับหมดนะสิ จินจูเศร้าเลย"


   ซ่าาาาา
        "น่ารำคาญดับๆไฟไปนี่ซะจะได้ทำงานต่อ" โฮซูหยุดการกระทำอันน่ารำคาญของจินจูด้วยการร่ายเวทย์น้ำของเธอมาดับไฟของยูจัง



         "(โห ดับไฟของเราเฉยเลย แถมโดนไฟไปขนาดนั้นยังไม่เป็นไร ถึงเรายังใช้พลังไม่เต็มที่แต่ก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ สงสัยแค่ถ่วงเวลาคงไม่ได้แล้วล่ะมั้ง คงต้องเอาจริงแล้วล่ะ) นี่พวกเธอน่ะ เป็น 13 อสูรใช่มั๊ย แล้วบุกมาถึงแฟมิลี่ของพวกเราต้องการอะไร" หลังจากยืนคิดอะไรอยู่แวบหนึ่งยูจึงได้ตะโกนถามออกไป



         หลังจากดับไฟหมดโฮซูหันมามองทางยูจังด้วยสีหน้าเฉยชา "นี่คุณไม่รู้จริงๆหรือว่าแกล้งไม่รู้กันแน่ค่ะ เป้าหมายที่พวกเรามาถึงที่นี่น่ะก็คือ..."



         "ผนึกของราชันย์" ยูจังชิงพูดตอบไปก่อน



         "ใช่ๆๆ พวกเรามาเพื่อสิ่งนี้แหละ ถ้าเธอรู้อยู่แล้วก็คุยกันง่ายหน่อย ขอพวกเราเข้าไปทำลายมันได้มั๊ย แล้วเราจะไม่ทำอะไรพวกเธอเลย" ฮียูพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสนุกสนานแต่แฝงไปด้วยความจริงจัง



         "ใช่แล้วล่ะปริ้นเซสผู้งดงาม ยอมให้เราผ่านเข้าไปเถอะ" จูจินพูดเสริมให้กับฮียู



         "เห็นทีคงจะให้ในสิ่งที่ขอไม่ได้ล่ะนะ ถ้าปล่อยให้พวกเธอทำลายไปมันคงจะไม่ดีนัก" ยูจังปฏิเสธพร้อมตั้งท่าเพื่อต่อสู้



         "นี่พวกเราขอดีๆแล้วนะ อุตส่าห์ไม่อยากให้เจ็บตัว  นี่โฮซู ฉันขอจัดการยัยนี่เองนะ เธออย่ามายุ่งล่ะ" ฮียูพูดพร้อมกับเดินเข้าหายูจัง



         "........." โฮซูไม่ตอบเพียงแต่ยืนมองเฉยๆ →_→



         "(เข้ามาตนเดียวหรอ แบบนี้อาจจะพอต้านไหวก็ได้ แต่เราก็ไม่ควรประมาท เอาจริงแต่แรกเลยแล้วกัน)" เมื่อคิดได้ดังนั้นยูจังก็เร่งพลังเวทย์ขึ้นจนถึงขีดสุด ทำเอาลูกน้องที่อยู่ใกล้ๆต้องรีบถอยห่างเพื่อลดแรงกดดันจากพลัง



         "วิ้ววว  พลังเวทย์ใช้ได้นี่ แบบนี้ค่อยน่าสนุกหน่อย" ฮียูผิวปากพร้อมกับพูดชมยูจัง



         "ใช้ได้หรือไม่ได้ถ้าสู้กันเดี๋ยวก็รู้" ทันทีที่พูดจบยูจังสร้างบอลเพลิงขนาดเท่าลูกบาสขึ้นมาสองลูกจากมือซ้ายและขวาแล้วยิงใส่ฮียูทันที วินาทีแรกที่บอลเพลิงสัมผัสกับร่างกายของฮียู บอลเพลิงทั้งสองลูกระเบิดเกิดเป็นเสาเพลิงที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางสองเมตรทอดยาวขึ้นไปบนฟ้า เท่านั้นยังไม่พอยูจังยังสร้างหอกเพลิงขึ้นมากกว่าสิบเล่มพร้อมกับพุ่งเข้าใส่ฮียูที่อยู่ท่ามกลางเสาเพลิงทันที เมื่อโจมตีเสร็จบนหน้าของยูจังผุดเม็ดเหงื่อขึ้นมาเนื่องจากใช้เวทย์ระดับสูงไปถึงสองบท ทำให้หมดพลังเวทย์ไปถึงหนึ่งในสาม ยูจังยืนมองเปลวเพลิงที่ยังคงลุกไหม้ล้อมรอบร่างของฮียูอยู่แต่ยังคงไม่ละการป้องกันลง แล้วการที่ยังป้องกันก็ไม่เสียเปล่าเพราะจู่ๆก็มีกระสุนพลังเวทย์สามลูกพุ่งออกมาจากเปลวเพลิงทำให้ยูจังที่ตั้งการ์ดอยู่นั้นหลบได้แบบฉิวเฉียด



         "เฮ้ๆ ไฟนี่มันร้อนกว่าเมื่อกี้ไม่ใช่หรือไง นี่กะจะฆ่ากันเลยนี่นา" ไฟของยูจังถูกดับโดยการที่ฮียูสะบัดแขนเพียงครั้งเดียว "หอกเพลิงเมื่อกี้นี้เล่นซะแขนซ้ายฉันใช้ไม่ได้เลย เจ็บนะเนี่ย ใจร้ายจังนะ" ฮียูยกแขนซ้ายที่มีรอยถูกหอกเพลิงของยูจังเสียบเข้าที่ข้อพับพอดิบพอดีขึ้นให้ดู ทำให้แขนท่อนล่างห้อยล่องแล่งแม้ต้นแขนจะยังคงยกขยับได้ก็ตาม "เห็นทีแบบนี้ฉันก็คงต้องเลิกเล่นซะแล้วล่ะ" พูดจบก็พุ่งเข้าหายูจังทันที



         "ยัยบ้าฮียู มันก็ไม่สมควรที่จะเล่นอยู่แล้วไม่ใช่รึไง" โฮซูยืนบ่นด้วยเสียงเหนือยๆและสีหน้าเย็นชา



         ทั้งยูจังและฮียูเข้าปะทะแลกหมัดกัน หมัดของยูจังตอนนี้ห่มหุ้มไปด้วยเปลวเพลิง ส่วนหมัดของฮียูเป็นหมัดที่ใช้พลังเวทย์เสริมสมรรถภาพของร่างกายจนถึงขีดสุด ทั้งสองผลัดกันชกกันไปกันมา จนตอนนี้ที่ใบหน้าของทั้งสองมีรอยฟกช้ำบ้างเล็กน้อยที่มุมปากของทั้งสองมีเลือดซึมออกมา แม้ฮียูจะบาดเจ็บแต่ยูจังก็ไม่ได้ออมมือให้แต่อย่างใด แต่กลับใส่เต็มแรงเพื่อจะได้รีบปิดฉาก ในวินาทีที่ฮียูปล่อยหมัดขวาออกมา ยูจังก้มหลบลงแบบเส้นยาแดงผ่าแปด และสวนหมัดขวาที่หุ้มด้วยเปลวเพลิงอย่างเต็มกำลังหมายจะปิดฉากด้วยหมัดนี้ แต่แล้วสิ่งที่ยูจังไม่ทันได้คิดก็เกิดขึ้น เมื่อฮียูบิดตัวตามแรงเหวี่ยวของหมัดแล้วผนึกพลังเวทย์ไปไว้ที่แขนซ้ายอดทนต่อความเจ็บปวดและเหวี่ยงหลังมือของหมัดซ้ายที่ห้อยล่องแล่งใส่แก้มซ้ายของยูจังอย่างเต็มแรง ความรู้สึกของยูจังในตอนนั้นเหมือนกับโดนลูกตุ้มขนาดใหญ่ฟาดเข้าที่แก้มก็ไม่ปาน ทำให้กระเด็นไปตามแรงไกลถึง 15 เมตร นอนนิ่งประมาณสามวินาทีก็รีบลุกขึ้นมาแต่ทว่า


   -ฉึก!!!
         กระสุนน้ำเจาะเข้าที่ช่วงท้องข้างซ้ายของยูจัง ทำให้เธอทรุดเข่าลงทันทีที่ความเจ็บปวดแล่นเข้าสมอง



         "เฮ้ย นี่ทำอะไรของเธอน่ะโฮซู ไหนว่าจะไม่ยุ่งไง" ฮียูหันไปตะโกนใส่โฮซูทันที เพราะรู้ว่าการโจมตีเป็นของใคร



         "ฉันยังไม่ได้บอกสักคำว่าจะไม่ยุ่ง เราไม่มีเวลามาเล่นแล้วนะ อย่าลืมสิว่าจุดประสงค์ของเราคืออะไร" โฮซูพูดกับฮียูด้วยสีหน้าเรียบเฉยเช่นเคย



         "...... ชิ เอางั้นก็ได้ งั้นต้องขอโทษทีนะแม่สาวน้อย ลากันแค่นี้แล้วกัน" ฮียูร่ายเวทย์สร้างบอลพลังงานขึ้นเบื้องหน้า "เวทย์แห่งความตาย : เสียงกรีดร้องของวิญญาณ" บอลพลังงานเบื้องหน้าประจุพลังเวทย์ไว้มหาศาล เสียงพลังเวทย์เสียดสีกับอากาศจนเกิดเสียงคล้ายกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณ



         ยูจังที่นั่งทรุดอยู่ด้วยความเจ็บปวดบวกกับพลังเวทย์ที่เหลือน้อยไม่สามารถขยับตัวหรือปัดป้องอะไรได้ ได้แต่นั่งมองด้วยสีหน้าหมดหวัง "นี่พวกนายน่ะ รีบออกไปจากที่นี่ให้หมด พวกนี้คิดจะทำลายที่นี่ไปด้วย" ยูจังตะโกนบอกพวกลูกน้องให้รีบหนีออกจากแฟมิลี่



         "แล้วหัวหน้าละครับ" ลูกน้องคนหนึ่งตะโกนออกมา



         "ช่างฉันเถอะน่า ตอนนี้ฉันก็ไม่ต่างจากตัวถ่วงของพวกนายหรอก อย่างน้อยๆถ้าพวกนายรอดไป ก็ยังช่วยบอสสร้างแฟมิลี่ขึ้นมาใหม่ได้" ยูจังตะโกนใสพวกลูกน้อง



         แต่สิ่งที่สร้างความแปลกใจให้กับยูจังอีกครั้งของวันก็เกิดขึ้น เมื่อพวกลูกน้องต่างพากันมายืนด้านหน้าและช่วยกันพยุงตัวของยูจังขึ้น



         "พวกเราจะทิ้งหัวหน้าไปได้ยังไงล่ะครับ พวกเราน่ะอยู่กันเป็นแฟมิลี่นะ" ลูกน้องคนหนึ่งพูดขึ้น



         "โหๆๆ ซึ้งมาก งั้นก็หายไปพร้อมกันนั่นแหละ" ฮียูพูดด้วยเสียงขี้เล่นและกำลังจะยิงพลังออกไป


   ---ตู้มมมม--- 
         สายฟ้าขนาดมหึมาผ่าลงมาตรงที่ฮียูยืนอยู่ส่งเสียงสนั่นไปทั่วบริเวณ ทำให้พลังเวทย์สลายไปในทันที ฮียูรีบกระโดดออกมาจากตรงที่โดนฟ้าผ่าและเข้าไปหาพรรคพวกที่ยืนห่างออกไปด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยไหม้จากการโดนฟ้าผ่า



         "นี่พวกแกทำอะไรคนของฉัน" เจ้าของสายฟ้าพูดขึ้น



         "บะ..บอส มาช้าจังเลยนะค่ะ" ยูจังพูดขึ้นพร้อมกับเงยขึ้นไปมองบนหลังคาตรงระเบียงหน้าของแฟมิลี่ซึ่งเป็นที่มาของต้นเสียง



         เจ้าของสายฟ้าผู้ที่ถูกเรียกว่าบอสนามว่าอึนจีกระโดดลงมาที่พื้น "อ่า... โทษที พอดีว่ายานมันใหญ่น่ะ เลยเคลื่อนย้ายมาช้า"



         "ฮ่ะๆๆ ยังไงก็มาแล้วนี่นะ ที่เหลือบอสจัดการต่อทีนะ ฉันขอพักสักหน่อย" ยูจังผละตัวออกจากการถูกพยุงแต่ก็ยังไม่วายเซถลาล้ม



         "เอ้าๆๆ แย่เลยนี่นา ท่าทางจะเจอมาหนักนะเนี่ย มาๆๆ มาซบไหล่ฉันนี่" นัมจูเดินเข้ามารับตัวยูจังไว้



          "ยัยนัมจูเรอะ หึ...พยุงให้หน่อยแล้วกัน" นัมจูพยุงตัวยูจังขึ้นหันไปทางอึนจี



         "นี่พวกเธอรู้มั๊ยว่าต้องรับผิดชอบยังไงที่มาทำกับคนของฉันน่ะ" อึนจีมองอสูรทั้งสามด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรง




         "(อึ้ก! จิตสังหารอะไรจะขนาดนี้เนี่ย)" เมื่อสัมผัสได้ถึงจิตรสังหารอสูรทั้งสามมีความคิดแบบเดียวกันทันที "(ยัยนี่อันตราย)"



         "ฮียู จินจู ลงมือพร้อมกันนะ" โฮซูบอกพรรคพวกทั้งสอง



         "ดะ..เดี๋ยวก่อน ฉันว่าเราถอยกันก่อนดีกว่า" ฮียูแย้งขึ้น



         "ทำไมล่ะ ถ้าพวกเราลงมือพร้อมกัน เอาชนะยัยนั่นได้แน่ๆ ยัยนี่น่ะอันตรายนะ กำจัดไปซะตอนนี้จะดีกว่า" โฮซูแย้งขึ้นมาด้วยความสงสัย



         "ดูแผลของฉันสิ" ฮียูบอกให้โฮซูและจินจูดูบาดแผลที่ได้จากสายฟ้าของอึนจี



         "หืม? แผลพวกนี้ มาจากสายฟ้าอันงดงามเมื่อกี้งั้นหรอ อา....ที่นี่มีแต่ของงดงามมาให้ชมแฮะ เยี่ยมจริงๆ" จินจูมองดูบาดแผลแล้วก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมสายฟ้าของอึนจี



         "เรื่องงดงามน่ะช่างมันเถอะ แต่แผลพวกนี้น่ะ มันไม่ได้ไหม้แค่ผิวๆนะ แต่ได้ความเสียหายมันไปถึงภายในเลย เวทย์ยัยนั่นน่ะไม่ต่ำกว่าระดับเจ็ดแน่นอน แค่ยืนตอนนี้ฉันก็แย่แล้วล่ะ" ฮียูอธิบาย



        "ใช่ ถึงเรา 3 คนจะเอาชนะยัยนั่นได้ก็จริง อย่างดีเราบาดเจ็บสาหัส อย่างร้ายเราก็อาจตายไปด้วย เธออย่าลืมสิว่ายัยนี่ยังมีพวกอยู่นะ แต่ละคนพลังเวทย์ก็ไม่ใช่เล่นๆเลย เรื่องผนึกเอาไว้ทีหลังก็ได้" จินจูเสริมขึ้น



         "งั้นเหรอ ไม่คิดเลยแฮะว่าเธอสองคนก็คิดอะไรเป็นกับเค้าด้วย งั้นเราก็ถอยกันก่อนดี..."


    --เปรี้ยง--
         ไม่ทันที่จะได้ถอย อึนจียิงกระสุนสายฟ้าเป็นเส้นตรงจนทะลุท้องของโฮซู เป็นแผลกว้าง 3 นิ้ว



         "อั๊ก อะไรกันน่ะยัยนี่" กระสุนสายฟ้าของอึนจีไม่เพียงสร้างบาดแผลแต่ยังทำลายอวัยวะภายในด้วยทำให้โฮซูกระอักเลือดออกมา



         "ถึงกับยิงทะลุผิวหนังของอสูรอย่างพวกเราได้เลยเรอะ" ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับอสูรทั้งสาม


   
         "รู้สึกว่าจะเป็นเธอสินะที่เจาะท้องคนของฉันจนเป็นรู" กวาดสายตามามองโฮซูและหันมามองทางฮียู "ส่วนเธอเป็นคนที่เหวี่ยงหมัดใส่หน้าคนของฉัน...สินะ" พุ่งเข้าหาฮียูอย่างรวดเร็วและฟาดหมัดใส่หน้าจนกระเด็นไปตามแรง "ส่วนเธอ.....ไม่มีอะไรแค่หมันไส้เฉยๆ" แล้วก็ชกไปที่หน้าของจินจูจนหงายหลัง



         "ชกฉันด้วยเหตุผลแค่นั้นเนี่ยนะ จินจูเสียใจจจจ" 



         "กลับไปบอกพวกของพวกแกที่เหลือด้วย ถ้าอยากจะทำลายผนึก ก็ขนมากันให้หมด เพราะแค่นี้น่ะเอาชนะพวกฉันไม่ได้หรอก" 



         "ชิ! คุณอย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกันที่ตัดสินใจแบบนี้" เมื่อถูกอึนจีไว้ชีวิตแม้จะเจ็บใจแต่ก็ต้องจำใจยอมกลับไป เพื่อรอวันแก้แค้น และร่างของแต่ละตนก็ค่อยๆเลือนหายไปด้วยเวทย์มนต์เฉพาะของอสูร



          อึนจีเดินกลับมาหาทุกคน กวาดสายตามองเหล่าลูกน้องที่บาดเจ็บด้วยความรู้สึกผิด



         "ทุกคน ฉันขอโทษนะ ถ้าฉันอยู่ที่แฟมิลี่ทุกคนก็คงไม่เจ็บแบบนี้ ยกโทษให้ฉันด้วยนะ" อึนจีโค้งเป็นการขอโทษทุกคน



         "อย่าทำแบบนั้นเลยครับบอส พวกเราไม่เคยโกรธบอสเลยนะ พวกเราสิที่คอยแต่สร้างปัญหาให้บอส" หนึ่งในลูกน้องพูดออกมา พร้อมๆกับที่มีเสียงขอโทษของเหล่าลูกน้อง



         "อือ ขอบใจมาก" จากนั้นอึนจีก็บอกให้คนที่ไม่ได้บาดเจ็บพาคนเจ็บไปห้องพยาบาลของแฟมิลี่ และให้คนที่เสร็จงานแล้วไปพักผ่อนได้



         ถึงจะเรียกว่าห้องพยาบาลแต่ก็มีขนาดที่ใหญ่ เรียกว่าเป็นโรงพยาบาลขนาดย่อมเลยก็ว่าได้และที่แฟมิลี่ก็มีหมอประจำนับสิบคน พยาบาลอีกเกือบสี่สิบคน ทำให้การรักษาคนจำนวนมากนั้นไม่มีปัญหานัก เมื่อทำการรักษาเสร็จยูจังซึ่งเป็นหัวหน้าของที่ปรึกษาแก๊งและเป็นผู้หญิงจึงถูกแยกออกมาอยู่ห้องเดี่ยว ถึงจะไม่ต้องห่วงเรื่องชู้สาวแต่เพื่อความสบายใจ พวกอึนจีพอเห็นว่ายูจังได้รับการรักษาแล้วก็เข้ามาเยี่ยมกัน


      -ก๊อก ๆ ๆ-
         "ยูจัง หลับยัง พี่เข้าไปนะ" อึนจีเคาะห้องถาม



         "ยังค่ะ เข้ามาได้เลยค่ะบอส" ยูจังตอบกลับ



         จากนั้นพวกอึนจีก็เข้ามาในห้อง แต่ละคนก็กระจายกันยืนรอบๆเตียงของยูจัง



         "บอสค่ะ สองคนที่มาด้วยนี่..." ยูจังถามด้วยความสงสัย



        "อ๋อ...ที่ยืนข้างๆพี่นี่คือนาอึน ส่วนที่อยู่ข้างๆนัมจูนั่นฮายอง ทั้งสองคนนี่คือ 'ยูคยอง' แต่พวกเราเรียกกันสั้นๆว่ายูจัง" อึนจีแนะนำยูคยองให้ทั้งสองคนรู้จัก



        (***จากนี้ไปเวลาที่เป็นบทเล่าเนื้อเรื่องผมจะเปลี่ยนจากยูจังเป็นยูคยองนะครับ แต่ถ้าเป็นช่วงบทคำพูดของพวกอึนจีจะยังใช้ยูจังอยู่นะ)


    
        "สวัสดีค่ะ นาอึนค่ะ/ฮายองค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก" ทั้งสองคนแนะนำตัวเอง



         "สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ" ทั้งสามคนยิ้มบางๆแต่ก็ดูมีความจริงใจให้กันให้กัน



         "เอาล่ะๆ งั้นเรามาคุยกันเกี่ยวกับเรื่องเมื่อตอนเย็นกันดีกว่า" อึนจีเริ่มพูดเข้าประเด็น



         "อ่ะ นั่นสิ เมื่อเย็นนี้พวกผู้หญิงนั่น เป็นพวกอสูรที่เคยพูดถึงกันหรอค่ะ" นาอึนผู้ขี้สงสัยก็ถามออกมา



         "ใช่แล้วล่ะ แต่อย่าเห็นว่าพวกนั้นเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆล่ะ ถึงจะมีหน้าตาที่สวยงาม หุ่นที่เพอร์เฟ็ค แต่ว่าพวกนั้นน่ะ มีนิสัยที่ค่อนข้างจะโหดร้ายและฝีมือที่สูงมากๆเลยล่ะ" ยูคยองอธิบาย



         "แต่เมื่อเย็นนี้พี่อึนจีก็จัดการพวกนั้นได้สบายๆเลยนี่ค่ะ" นาอึนพูดขึ้น



         "ไม่หรอก เมื่อเย็นนี้น่ะพี่ใช้เวทย์ระดับเจ็ดโจมตีเลยนะ ยังทำให้มันบาดเจ็บได้แค่นั้นเอง พลังเวทย์พี่แทบจะไม่เหลือเลยตอนเคลื่อนย้ายยานมา เหมือนใช้พลังเวทย์เกินครึ่งเลยด้วยซ้ำ ยอมรับนะถ้าสู้กันจริงๆพี่อาจจะสู้พวกนั้นไม่ได้เลยด้วย แต่ที่ไล่พวกนั้นไปได้เพราะว่าพี่ใช้จิตสังหารข่มพวกนั้นไว้ก่อนแล้ว" อึนจีอธิบายให้นาอึนฟัง



         "นี่พวกมันแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยหรอค่ะเนี่ย" นาอึนแสดงสีหน้าตกใจออกมาเล็กน้อย



         "บอสค่ะแล้วจะเอายังไงดีค่ะ พวกมันอาจจะยังไม่มาในเร็วๆนี้ แต่คิดว่าพวกมันต้องมาอีกแน่ แถมคราวหน้าคงจะเตรียมตัวพร้อมกว่าครั้งนี้แน่นอน" ยูคยองพูดขอความคิดเห็น



         "นั่นสิอึนจี แล้วพวกเราจะเอายังไง ถึงตัวต่อตัวจะสูสีกับพวกมันแต่มีรึพวกมันจะยอมตัวต่อตัว" โชรงพูดเสริมขึ้นมา



         "ใช่ เว้นแต่พวกเราจะเก่งขึ้นล่ะนะ" โบมีพูดขึ้นมาลอยๆ



         "มันจะมีวิธีเก่งขึ้นได้ง่ายๆแบบนั้นด้วยงั้นเร้อ" นัมจูบ่นพึมพำออกมา



         "อ่ะ จริงสิ พวกเรายังมีสิ่งนั้นอยู่นี่นา" จู่ๆอึนจีก็ตะโกนคล้ายคิดอะไรออก



         "หืม? อะไรเหรออึนจี สิ่งนั้นที่ว่าน่ะ" โชรงถามด้วยความสงสัย



         "หรือว่าที่บอสหมายถึงคือ..." ยูคยองพูดออกมาเหมือนรู้คำตอบ



         "ใช่ คงได้เวลาปลดผนึก  บาป 7 ประการแล้วล่ะนะ"



__________________________

      มาแล้ว วันนี้อัพช้าไปนิด(ที่จริงก็ช้ามากอ่ะนะ) พวกอึนจีเจองานหินเข้าแล้วสิ แล้วบาป 7 ประการนี่คืออะไรหนอ 
เม้นไว้ให้อ่านบ้างนะคร๊าบ จะได้มีกำลังใจบ้าง 


__________________________


         ช่วง : ไรท์เตอร์อินเทอร์วิวไร้สาระของไรท์เตอร์



        ไรท์ : สวัสดีครับ สืบเนื่องจากคราวที่แล้ว ที่คุณโบมีได้ตามมาเชือดคุณโชรง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเที่ยว คราวนี้เราเลยเชิญคุณโบมีมาเป็นแขกรับเชิญซะเลย



         โบมี : สวัสดีค่ะทุกคน โบมีเองค่าาาาา



        ไรท์ : สวัสดีครับ ดูน่ารักและโหดในเวลาเดียวกันเลยนะครับเนี่ย



        โบมี : ก็นิดหน่อยเองนะค่ะ^^



        ไรท์ : ครับงั้นเข้าเรื่องนะครับ จากคราวที่แล้วถามคุณโชรงมาแล้ว เดี๋ยวจะหาว่าฟังความข้างเดียว คราวนี้เราจะมาฟังจากปากของคุณโบมีบ้างนะครับ อยากทราบว่า คุณโบมีนั้นเจอกับคุณโชรงได้ไงครับ



         โบมี : (ทำท่าเขินอาย) ก็คือแบบว่า...ฉันแอบชอบพี่โชรง ก็เลยวางแผนมอมเหล้านะค่ะ จากนั้นก็....  ว๊ายยย พี่โชรงร้อนแรงมากเลยค่ะ



         ไรท์ : เอิ่ม เหมือนว่าจะจับต้นชนปลายได้แล้วนะครับ



         โชรง : งะ..งั้นสนใจลำลึกความหลังหน่อยมั๊ยล่ะจ๊ะโบม (นอนจมกองเลือดอยู่ข้างๆเก้าอี้ของโบมี)



        โบมี : บ้าน่าพี่โชรง มาพูดอะไรกลางรายการเนี่ย ป่ะไปกันเถอะ (โบมีลากโชรงออกไปจากรายการ)



         ไรท์ : อ่ะ..เอ่อ...คราวนี้รายการก็ไม่ได้อะไรอีกเหมือนเคยสินะ งั้นช่วงไรท์เตอร์อินเทอร์วิวไร้สาระของไรท์เตอร์ก็จบลงแบบงงๆล่ะนะครับ สวัสดีครับ.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #100 snsd_redvelvet (@0842215988kie) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2558 / 13:06
    ยูคมาแล้ว ^^
    #100
    0
  2. #76 pej_apink (@por2918) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 20:24
    พี่อึนจีนี่เก่งสุดๆ แล้วบาป7ประการคืออะไรอ่ะครับ รอติดตามต่อนะครับไรท์ สู้ๆนะครับ
    #76
    0