[ APINK (Yuri fic.)ปฏิบัติการรักมาเฟียจอมเวทย์ ]

ตอนที่ 12 : STAGE 11 : ความโกรธเกรี้ยว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 179
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 ต.ค. 58





         "พวกแกนี่มันเลวจริงๆเลยนะ แม้กระทั่งเด็กก็ยังลงมือทำร้ายได้" อึนจีพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะดีนักหลังจากที่ซัดพวกมาเฟียจนกระเด็น



         "พะ..พวกแกเป็นใคร แล้วมาทำร้ายฉันกับพวกทำไม" หนึ่งในมาเฟียคนก่อนหน้านี้คนที่โดนเด็กกัดพะหงกหัวขึ้นมาพูด หลังจากที่โดนโบมีใช้นิ้วดีดหน้าผากจนกะเด็นไปแต่ว่าไม่สลบ ส่วนคนอื่นๆนั้นหลังจากโดนพวกอึนจีต่อยก็สลบเหมือดทันที



         "อ้าวๆๆ นี่แกยังลุกขึ้นมาพูดได้อีกหรอ นี่ฉันออกแรงน้อยไปงั้นสินะ เฮ้อ..." โบมีพูดพลางถอนหายใจหลังเห็นคนที่ตัวเองจัดการไปลุกขึ้นมาพูดต่อได้ พร้อมกับก้มลงมองนิ้วมือตัวเองด้วยสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย แต่ยังคงโอบเด็กน้อยไว้อยู่



         "เอาน่าโบม เหลือไว้คนนึงก็ดีแล้วเหมือนว่าอึนจีอยากจะคุยอะไรกับมันล่ะนะ" โชรงหันไปพูดกับโบมีโดยที่ใช้นิ้วชี้ไปที่อึนจียิกๆ



         "นั่นสิ คงต้องมีเรื่องคุยกันบ้างแหละ" อึนจีพูดพร้อมกับเดินไปใกล้ๆกับมาเฟียคนดังกล่าว แต่ว่าเขากลับถอยหลังหนีอึนจีไปจนถึงบริเวณที่พรรคพวกนอนกองอยู่



         "พะ...พะ..พวกแก กล้ามากนะที่มาลงมือกับฉันคนนี้ พวกแกรู้มั๊ยว่าฉันเป็นใคร" มาเฟียพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก



         "หึ! คิดว่าไม่รู้อ่ะและคงไม่อยากรู้ด้วย" อึนจีส่ายหน้าตอบด้วยสีหน้าที่เย็นลงจนเป็นซังกะตายแทน



         "ฉันชื่อว่า สิ่วสิ้ว เป็นมาเฟียที่ดูแลเมืองนี้อยู่...(ถึงฉันจะอยู่แค่ปลายแถวก็เถอะนะ)" และแล้วมาเฟียได้บอกชื่อตนเองออกมา...



         "เอ๊า! ก็บอกว่าไม่อยากรู้ไง แล้วนั่นชื่อบ้าอะไรของแกว่ะนั่น ใครเป็นคนตั้งให้ แบ๊วเหลือเกินนะชื่อน่ะ" อึนจีและคนอื่นๆหลังจากได้รู้ถึงชื่อของสิ่วสิ้วก็พากันหัวเราะคิกคักเป็นยกใหญ่



         "...เรื่องนั้นช่างมันใครจะตั้งให้ก็ช่าง แต่ถ้าพวกแกรู้ว่าฉันเป็นคนของใคร แกจะไม่กล้าพูดแบบนี้แน่ๆ"



         "เหอะๆ อันนี้ก็คิดว่าไม่นะ ฉันคงไม่กลัวหรอก" อึนจียังคงพูดออกมาด้วยสีหน้าเช่นเดิม



         "กรี๊ดดดด  พี่อึนจี ช่วยฉันด้วยค่ะ" ในขณะที่กำลังคุยกันอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือมาจากนาอึน ทำให้ทั้งหมดหันไปหานาอึนพร้อมๆกัน และภาพที่ปราถฎขึ้นบนจอประสาทตาของทุกคนคือ มีชายร่างกายกำยำคนหนึ่งกำลังจับข้อมือนาอึนฉุดกระชากเหมือนลากให้นาอึนตามไป   



         "เฮ้ย!!! แกจะทำอะไรน่ะ ปล่อยมือจากแฟนของฉันเดี๋ยวนี้นะ" อึนจีตะโกนเป็นเชิงสั่งออกไปด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงอารมณ์ว่าโมโหกว่าเมื่อครู่ และกำลังจะวิ่งเข้าไปช่วยนาอึนแต่ว่าก็ต้องหยุดชะงักทันที



         "อ่ะๆๆ อย่าเข้ามาจะดีกว่านะ...เมื่อกี้ว่าไงนะ แฟนงั้นหรอ ล้อเล่นหรือเปล่า ผู้หญิงด้วยกันเนี่ยนะ บ้าน่ะสิ" ชายผู้ที่จับนาอึนอยู่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่กวนประสาทและท่าทางที่กวนโอ๊ยแบบสุดๆ



         "บะ..บอส   บอสมาทำลงอะไรที่นี่ครับ บอสไม่ควรลงมาเกลือกกลั้วในที่แบบนี้นะครับ" เสียงตะโกนที่มาจากด้านหลังของพวกอึนจี ซึ่งเป็นเสียงของสิ่วสิ้วที่นั่งอยู่กับพื้นเรียกชายคนดังกล่าวว่าบอส



         "หึ ฉันก็ออกมาเดินเล่นมั่งสิ อยู่แต่ในห้องฉันก็เบื่อดิ แล้วก็ไม่คิดว่าออกมาเดินเล่นรอบนี้จะได้เจออะไรที่ถูกใจแบบนี้ด้วย โชคดีสุดๆเลยว่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆ" ไม่พูดเปล่าชายคนดังกล่าวจับปอยผมของนาอึนขึ้นมาสูดดมสร้างความโกรธเกรี้ยวให้กับอารมณ์ของอึนจีขึ้นไปอีก



         "นี่พวกแกน่ะรู้ไว้ซะด้วยนะ นี่น่ะคือบอสของพวกเรา ท่านแทมิน แห่ง ซานติน่าแฟมิลี่ เป็นผู้ที่น่าเกรงขามสุดๆ" แล้วสิ่วสิ้วพูดบอกชื่อของบอสและชื่อแฟมิลี่ของตนออกมาให้กับพวกอึนจีได้รับรู้



         "พูดมากน่ะแก แกน่ะกลับแฟมิลี่ไปได้แล้ว ลากไปสี่ตัวนั้นไปด้วย โดนแค่นี้ก็ร่วงกันหมด น่าขายหน้าจริงเชียว" บอสมาเฟียนามว่าแทมินได้พูดข้ามหัวอึนจีบอกให้ลูกน้องของตนพาพรรคพวกกลับไปยังแฟมิลี่



         "ครับ ขอบคุณมากครับบอส" หลังพูดขอบคุณเสร็จ สิ่วสิ้วก็รีบลากพรรคพวกทั้งสี่วิ่งกลับไปยังแฟมิลี่ และพวกอึนจีก็ยอมปล่อยไปแต่โดยดี เนื่องจากว่าทั้งหมดสนใจที่จะช่วยนาอึนมากกว่า



         "เฮ้ย แกน่ะชื่อแทมินสินะ ต้องการอะไร ปล่อยตัวนาอึนมาเดี๋ยวนี้นะ" อึนจีตะโกนถามถึงความต้องการของแทมินที่จับตัวนาอึนไว้



         "ชื่อนาอึนหรอ ชื่อน่ารักดีนี่ ปล่อยตัวหรอคงจะไม่ได้หรอกเพราะนี่แหละคือสิ่งที่ฉันต้องการ" แทมินได้บอกความต้องการของตนออกมา ทำให้ตอนนี้อึนจียืนกัดฟันและกำหมัดแน่นจนเลือดไหลออกมาจากฝ่ามือด้วยความโกรธ



         "ปะ..ปล่อยฉันนะ นายมันน่ารังเกียจชะมัดเลย อี๋~~" นาอึนพูดกับแทมินด้วยสีหน้าและท่าทางที่รังเกียจ



         "แกหมายความว่ายังไง แกจะทำอะไรกับคุณหนู" คราวนี้เป็นฮายองที่เป็นฝ่ายถามออกไป



         "นี่พวกเธอยังไม่เข้าใจอีกหรอ สรุปง่ายๆเลยแล้วกัน พอดีว่าฉันถูกใจผู้หญิงคนนี้น่ะ และอยากได้ไปเป็นของเล่นไว้ใช้ปรนเปรอความสุขของฉันยามเหงาไง ทีนี้เข้าใจรึยัง" ทันทีที่แทมินพูดจบ อึนจีก็พุ่งเข้าใส่หมายจะชกแทมินให้กระเด็นแต่ทว่า ก่อนที่อึนจีจะถึงตัว แทมินก็ได้หนีเข้าไปยังประตูมิติ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเวทย์มนต์ของตัวเขาสร้างขึ้นมา และประตูมิตินั้นปิดลงทันที



         "ฮึ้ยยย หนีไปไหนวะ แน่จริงออกมาเจอกันซึ่งๆหน้าสิ ไม่ใช่หนีหายไปแบบนี้" อึนจีตะโกนเรียกแทมินออกมาด้วยความโกรธสุดขีด



         "(เรื่องอะไรจะต้องไปสู้กับเธอให้เสียเวลา สู้ฉันเอาเวลาไปเล่นกับของเล่นชิ้นใหม่ดีกว่า ฮ่ะๆๆ)" มีเพียงเสียงของแทมินเท่านั้นที่ทุกคนได้ยิน



         "พี่อึนจีค่ะ..." และมีเสียงของนาอึนที่พูดออกมาเหมือนต้องการความช่วยเหลืออย่างแผ่วเบาก่อนที่จะหายไป



         "พี่โชรง พลังเวทย์แบบนั้นมัน..."



         "อา...พลังเวทย์แบบชนิดเดียวกับของเธอเลยล่ะโบม แต่ของมันเป็นmove dimention (มิติเคลื่อนย้าย)"



         "มันคืออะไรหรอค่ะพี่นัมจู ไอเจ้าเวทย์ที่ว่านี้" เด็กน้อยฮายองยังไม่เข้าใจถึงชนิดของเวทย์แจ่มแจ้งนักจึงถามกับนัมจู



         "เด็กหนอเด็กบื้อ ชื่อมันก็บอกตรงตัวอยู่แล้วนี่ มันเป็นเวทย์ที่ผู้ใช้สามารถเคลื่อนย้ายข้ามมิติได้ คล้ายๆกับการ Teleport นั่นแหละ" แล้วนัมจูก็เลยอธิบายให้ฮายองฟังพอเข้าใจ



         "โธ่เว้ย!!! นาอึนโดนพาตัวไปจนได้ เป็นเพราะฉัน ถ้าฉันรอบคอบกว่านี้ ถ้าฉันให้นาอึนมาอยู่ข้างๆ เรื่องแบบนี้มันคงไม่เกิดขึ้น" อึนจีทรุดเข่าลงใช้มือทั้งสองข้างทุบไปที่พื้นและได้แต่โทษถึงความประมาทของตนเองพร้อมกับน้ำตาที่หลั่งออกมาซึ่งเป็นน้ำตาที่มาจากหลายๆความรู้สึก ทั้งเสียใจ เจ็บใจ แล้วก็โมโห



         "เอาน่าอึนจี ฉันว่าแกใจเย็นๆไว้ก่อนดีกว่า เดี๋ยวเราถามที่ตั้งแฟมิลี่ของพวกมันจากชาวบ้านแล้วค่อยรีบตามไปช่วยก็ได้" โชรงเดินเข้ามาใช้มือแตะที่ไหล่พร้อมกับพูดปลอบให้อึนจีใจเย็นลง



         "ลุงว่าพวกหนูเลิกล้มความคิดที่จะไปช่วยเพื่อนของพวกหนูเถอะ พลังเวทย์และฝีมือของเจ้าแทมินน่ะ นับว่ารับมือได้ยากมากเลยนะ แถมเจ้านั่นยังใช้เวทย์ได้ถึงระดับสี่เชียวนะ พวกหนูคงไม่มีทางชนะได้หรอก" ชายวัยกลางคนคนหนึ่งได้เอ่ยขึ้นมา



         "เลิกล้มความคิด? งั้นคุณลุงลองคิดดูสิว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนของพวกเราบ้างถ้าพวกเราไม่ไปช่วย" นัมจูเดินเข้ามายืนข้างอึนจีและพูดกับชายคนดังกล่าว



         "อย่างมากมันก็คงจะข่มขืนเพื่อนของพวกหนู เหมือนกับที่มันทำกับหญิงสาวหลายๆคนในหมู่บ้านนั่นแหละ แต่ไม่ต้องห่วงนะ เจ้าแทมินน่ะมันจะไม่ฆ่าเพื่อนของหนูหรอก มันคงจะเก็บเอาไว้เป็นของเล่นของมันนั่นแหละ" ทันทีที่ได้ยินประโยคที่ชายวัยกลางคนพูดออกมา ทั้งสี่คนสัมผัสได้ถึงจิตแห่งความโกรธเกรี้ยวของคนตัวเล็กที่นั่งทรุดเข่าอยู่



         "เมื่อกี้....ลุงพูดว่าไงนะ  ลุงบอกว่ามันจะข่มขืนนาอึนใช่มั๊ย แล้วยังบอกว่ามันจะเก็บนาอึนเอาไว้เป็นของเล่นของมันอีกใช่หรือเปล่า นี่มันจะทำถึงขนาดนั้นเลยนะ นั่นน่ะ คือคนที่ฉันรักนะ เห็นทีคงจะทำตามทีลุงแนะนำไม่ได้หรอก เพราะว่าอารมณ์ของฉันตอนนี้มันบอกว่ายากจะ'ฆ่า'เจ้านั่น" เมื่อพูดจบอึนจีลุกขึ้นยืนพร้อมกับปล่อยคลื่นพลังเวทย์ที่มีมากมหาศาลของเธอออกมาและมองไปที่ชายวัยกลางคนด้วยสายตาที่เย็นชา พลังเวทย์ที่อึนจีปล่อยออกมาในตอนนี้นั้นมีมากจนขนาดแม้คนที่ไม่ใช่จอมเวทย์ก็ยังรู้สึกได้ถึงพลังเวทย์นี้ทำเอาชาวบ้านที่ยืนอยู่ในละแวกนั้น ตกใจและเข่าอ่อนกับพลังอยู่พวกเขาต้องพบเจอ "นี่ลุง คิดว่าพลังเวทย์ระดับนี้พอจะจัดการมันได้มั๊ย" ชายวัยกลางคนไม่พูดได้แต่ยืนอึ้งกับปริมาณพลังเวทย์ที่ตนได้ประสบพบเจออยู่ตรงหน้า "งั้นบอกฉันได้มั๊ย ว่าที่ตั้งของแฟมิลี่พวกมันอยู่ตรงไหน" อึนจีพูดถามชายวัยกลางคนด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกเพิ่มความน่ากลัวของตัวเธอเข้าไปอีก เช่นเดิมคือคุณลุงยังไม่ตอบ แต่ยกมือชี้ไปยังหอคอยสูงประมาณ 8-9 ชั้น ที่ตั้งอยู่ในป่า "ขอบคุณมากลุง......พี่โชรงไปกับฉันได้มั๊ย"



         "ห๊า  นี่ฉันต้องไปกับแกด้วยหรอ มันจะดีเร้อ"



         "ไปเถอะ อยากให้ไปช่วยกันหน่อยน่ะ เดี๋ยวฉันจะเผลอเด็ดชีพพวกมันหมด" อึนจียังคงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นและแววตาที่ดุดัน



         "อือๆๆ ก็ได้ๆ......โบม งั้นพี่ฝากเรื่องทางนี้ด้วยนะ ดูเหมือนบอสของเราอยากได้ลูกมือน่ะ" ถึงอึนจีบอกว่าอยากจะฆ่าแต่โชรงนั้นก็รู้ว่า คนที่อึนจีอยากจัดการจริงๆมีเพียงแทมินคนเดียว แต่เพราะกลัวว่าจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่จนจัดการลูกน้องของแทมินไปด้วยเลยคงอยากให้โชรงไปจัดการสอยลูกน้องให้ เพราะว่าคงจะไม่ดีนักถ้าให้ลูกน้องต้องมารับกรรมที่บอสมันก่อไว้



         "อื้อ ไม่ต้องห่วง ทางนี้เดี๋ยวเค้าจัดการเอง พี่โชรงกับอึนจีรีบไปช่วยนาอึนเถอะ เดี๋ยวจะไม่ทันการ" โบมีรับฝากเรื่องที่เกิดขึ้นในเมือง นัมจูและฮายองพยักหน้าเป็นการบอกว่าจะอยู่ช่วยโบมี 



         เมื่อเห็นดังนั้นอึนจีและโชรงก็พร้อมที่จะออกไปช่วยนาอึน แต่เสี้ยววินาทีก่อนจะออกไปนั้นได้ถูกคุณลุงคนเดิมเรียกไว้ก่อน และบอกว่าในแต่ละชั้นของหอคอยจะมีผู้ดูแลซึ่งเป็นลูกน้องระดับหัวกระทิของแทมินคอยดูแลอยู่ แล้วแต่ละคนนั้นมีลูกน้องฝีมือดีอยู่คนละประมาณ 50 คน และแต่ละชั้นผู้ดูแลจะแข็งแกร่งขึ้นตามลำดับ โชรงโค้งขอบคุณในคำแนะนำของคุณลุง ต่างจากอึนจีที่ร้อนรนอยากจะไปช่วยนาอึน หลังจากขอบคุณเสร็จทั้งโชรงและอึนจีก็รีบออกตัววิ่งด้วยความเร็ว เร็วขนาดที่สายตาของคนทั่วไปไม่สามารถมองตามได้ทัน
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
      ตัดมาที่หอคอยของซานติน่าแฟมิลี่ช่วงที่นาอึนโดนพาตัวมาใหม่ตอนแรก



         "ว๊ายยย นายจะทำอะไรฉันน่ะ จับฉันมาเพื่ออะไร" หลังจากที่กลับมาถึงแฟมิลี่ แทมินก็จับนาอึนโยนขึ้นบนเตียง



         "แล้วคิดว่าที่ฉันจับเธอมาแล้วโยนขึ้นเตียงเนี่ย ฉันจะทำอะไรเธอเหรอ" แทมินถอยจากเตียงสองถึงสามก้าวจากนั้นก็ถอดเสื้อคลุมออก



         "นะ..นี่นายหรือว่า...นายคิดว่าฉันง่วงเลยต้องการให้ฉันนอนพักผ่อนหรอ  ไม่ๆๆ ฉันยังไม่ง่วงหรอกน่ะ" เมื่อแทมินได้ยินดังนั้นถึงกับสะดุด และหัวเราะในลำคอถึงความอึนเอ๋อของนาอึน



         "นี่เธอคิดแบบนั้นจริงๆเหรอ แบบนี้แปลกดีนะ มึนๆแบบนี้ งั้นก็ให้มึนต่อไปแล้วมาเป็นของฉันดีกว่า" จบคำพูดแทมินพุ่งเข้าหานาอึนที่อยู่บนเตียงอย่างรวดเร็ว



         "กรี๊ดดดด อย่าเข้ามานะ" นาอึนรีบกระโดดลงจากที่นอนเพื่อหลบแทมิน และหยิบสารพัดสิ่งของที่อยู่ภายในห้องขว้างใส่แทมิน "อย่าเข้ามาๆๆ ไม่งั้นนายโดนพี่อึนจีจัดการแน่" แทมินเหลือบตาจ้องหน้านาอึนหลังจากที่ได้ยินคำพูดนั้น



         "อึนจี?  อ๋อยัยผู้หญิงตัวเล็กๆนั่นน่ะหรอ ยัยนั่นจะมาหรอ แล้วอีกอย่างยัยนั่นจะสามารถมาถึงตัวฉันที่เป็นบอสที่อยู่บนชั้นสูงสุดนี่ได้หรือเปล่า เพราะอีก 8 ชั้นข้างล่างนี่ก็มีลูกน้องฝีมือดีอีกหลายร้อยคนเลยนะ คงไม่มีทางมาถึงนี่ได้หรอก" ในขณะที่พูดแทมินก็ปรี่เข้าหานาอึนที่ยืนหลบอยู่มุมห้อง



         "พี่อึนจีน่ะเก่งนะ พี่อึนจีจะต้องมาช่วยฉันได้แน่ นายก็ระวังตัวไว้เถอะ อย่าดูถูกพี่อึนจีนัก พี่อึนจีเป็นถึงบอสของมาเฟียกลุ่มใหญ่เชียวนะ" พอได้ยินประโยคหลังถึงกับทำให้แทมินชะงักอีกครั้ง



         "บอสมาเฟีย ยัยนั่นน่ะนะ ฮ่าๆๆ แถมเป็นมาเฟียกลุ่มใหญ่ด้วย ไหนลองบอกชื่อแฟมิลี่ที่ยัยนั่นเป็นบอสมาหน่อยสิ เผื่อว่าฉันอาจจะเคยได้ยินมาบ้าง" แทมินหัวเราะเยาะในสิ่งที่นาอึนพูดออกมา ด้วยความขบขันสุดๆ



         "แพนดาเรีย...แพนดาเรียแฟมิลี่ นี่ล่ะคือชื่อของแฟมิลี่ที่พี่อึนจีเป็นบอสอยู่" แทมินทำสีหน้าเครียดทันทีที่ได้ยินสิ่งที่นาอึนพูดออกมา



         "ฮ่าๆๆ  เธออย่ามาล้อเล่นน่ะ อย่างยัยนั่นน่ะนะจะเป็นถึงบอสของหนึ่งในสามไตรภาคี แล้วยังเป็นแฟมิลี่ที่ทรงอำนาจที่สุดอีก น่าขำสิ้นดี ฮ่าๆๆๆๆ" แต่แทมินก็ยังไม่เชื่อในคำพูดของนาอึนแล้วยังหัวเราะหนักกว่าเดิมอีก



         "ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ นายไม่เชื่อก็ตามใจ แล้วนายก็เตรียมตัวถูกจัดการได้เลย" นาอึนยังยืนยันในคำพูดของตัวจนแม้ว่าแทมินจะไม่เชื่อก็ตาม



         "พอเถอะ เลิกเล่นกันสักที เสียเวลามามากแล้ว เธอน่ะมาเป็นหนึ่งในของเล่นของฉันซะดีๆ" เป็นอีกครั้งที่แทมินพุ่งเข้ามานาอึน คราวนี้เขาจับตัวนาอึนไว้ได้ แทมินจับต้นแขนของนาอึนไว้หนึ่งข้างและอีกข้างจับคือเสื้อของนาอึนและฉีกมันออก แต่เป็นเพราะเสื้อของนาอึนค่อนข้างหนาจึงขาดไปเพียงช่วงบนของหน้าอกและเผยให้เห็นซอกคอกับเนินอกขาวๆเพียงเล็กน้อย 



         "กรี๊ดดดด  หยุดเดี๋ยวนี้ ปล่อยฉันนะ" นาอึนกรี๊ดอย่างตกใจเมื่อเสื้อตนเองถูกฉีกออก



         "ฮึ่มมม เสื้อนี่เหนียวชะมัด นึกว่าจะฉีกครั้งเดียวขาดหมดซะอีก" แทมินจับเสื้อของนาอึนหมายจะกระชากอีกครั้ง



         "กรี๊ดดด  พี่อึนจีช่วยด้วย" เสียงร้องของนาอึนเรียกหาผู้เป็นแฟนอย่างหวาดกลัว 



        'ตู้มมมมมม' สิ้นเสียงร้องของนาอึนยังไม่ทันที่แทมินจะได้ฉีกกระชากเสื้อของนาอึนซ้ำ ก็เกิดระเบิดขึ้นที่ประตูเข้าห้องของแทมิน



         "เฮ้ย เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย" แทมินปล่อยมือจากนาอึนและหันไปมองยังประตูทันที



         แทมินพยายามมองฝ่ากลุ่มควันที่เกิดจากแรงระเบิดเมื่อครู่ว่าอะไรหรือใครเป็นต้นเหตุให้เกิดการระเบิด ไม่ทันที่แทมินจะได้รู้ก็มีบางอย่างพุ่งเข้าใส่แทมินอย่างรวดเร็วและซัดแทมินจนกระเด็นไปติดกับกำแพงอย่างไม่ทันตั้งตัว



         "เฮ้ยแกน่ะ ทำอะไรกับแฟนฉันเอาไว้ เตรียมตัวชดใช้กับสิ่งที่แกทำไว้ด้วย" เป็นอึนจีเองที่เป็นคนทำทั้งหมด



         "พี่อึนจี..." นาอึนรีบวิ่งเข้าไปหาอึนจี "พี่มาช่วยฉันแล้ว...แต่ว่ามาช้าจังเลยนะค่ะ ดูสิว่ามันทำอะไรกับฉันเนี่ย" นาอึนชี้ให้อึนจีดูเสื้อที่ถูกแทมินฉีกขาดไปเล็กน้อย ซึ่งเผยให้เห็นเนินอกขาวๆเล็กน้อยของนาอึน



         "อู้ว ขาวอ่ะ เอ๊ย โป๊หมดแล้ว เอานี่ เอาเสื้อคลุมพี่ไปใส่ก่อน...แล้วนี่เป็นอะไรมากมั๊ย มันได้ทำอะไรหรือเปล่า" อึนจีถอดเสื้อคลุมตัวนอกของเธอให้นาอึนใส่ เสื้อเพียงเสื้อยืดสีดำข้างในเท่านั้น



         "บ่เป็นหยังดอก มันยังไม่ได้ทำอะไรฉันเลยค่ะ"



         "เอิ่ม...งั้นหรอ งั้นก็ดีแล้ว (ว่าแต่ใครสอนให้นาอึนพูดแบบนี้กันเนี่ย)"



         เป็นเวลาเดียวกันกับที่แทมินร่วงมาจากกำแพงลุกขึ้นมาและค่อยๆก้าวเดินโงนเงนมาทางพวกอึนจี



         "เฮ้ย! แกสองคนมาได้ไง แล้วไอพวกลูกน้องฉันมันไปไหนกันหมด....เฮ้ยยยยย ไอพวกลูกน้องเวรเอ๊ย เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ ไปไหนกันหมด ทำไมปล่อยให้พวกมันขึ้นมาบนนี้ได้" แทมินตะโกนด่าทอและเรียกหาลูกน้องของตน



         "แกไม่ต้องไปเรียกพวกมันให้เสียเวลาหรอก ลูกน้องแกทั้งหมดถูกฉันกับพี่โชรงจัดการหมดแล้ว" อึนจีพูดพลางหันไปมองโชรงที่ยืนพิงขอบประตูอยู่



         "แหมอึนจี แกอย่าหันมามองฉันแบบนี้สิ ฉันก็เขินเป็นนะ" โชรงที่ได้ยินอึนจีพูดก็แสร้งทำท่าทางเขินออกมาอย่างน่ารักไม่สมกับสิ่งที่ทำไว้ก่อนหน้านี้



         "บ้าน่า ล้อเล่นรึเปล่า ลูกน้องฉันตั้งหลายร้อย พวกแกแค่สองคนจัดการหมดเนี่ยนะ ไม่มีทางหรอก ฉันไม่เชื่อ" ซึ่งแทมินก็ยังไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่อึนจีพูดไป



         "จะเชื่อรึเปล่านั่นมันก็เรื่องของแก แต่ความจริงตอนนี้คือฉันสองคนมายืนอยู่ตรงนี้แล้ว" อึนจีหันมาพูดกับแทมินโดยดันให้นาอึนขยับไปอยู่ด้านหลังของตน



         Eunji...

         หลายคนคงจะสงสัยว่าทำไมฉันกับพี่โชรงถึงได้มาช่วยนาอึนได้เร็วทันใจนัก ทั้งที่จริงๆแล้วกว่าจะมาถึงคงจะใช้เวลานานมาก นาอึนอาจจะโดนแทมินมันทำอะไรต่อมิอะไรไปแล้ว แล้วไหนยังต้องจัดการสอยพวกลูกน้องของเจ้าแทมินอีกตั้งหลายร้อยคน เอาเป็นว่าจะเล่าย้อนไปให้ฟังล่ะกัน เริ่มจากตอนที่เราวิ่งออกมาจากหมู่บ้าน เราสองคนใช้ความเร็วในการวิ่งที่สูงมากเลยทำให้มาถึงแฟมิลี่ของแทมินในเวลาเพียงไม่ถึง10วินาที หลังจากมาถึงพวกเราก็ไม่รอช้า รีบบุกเข้าไปข้างในและก็มีบรรดาลูกน้องของไอเจ้าแทมินแสล๋นหน้า เหมือนกับว่ารอพวกเราอยู่ยังไงยังงั้น แต่ก็หาได้สนใจไม่ หันไปบอกให้พี่โชรงช่วยจัดการแทน และหนึ่งในพวกมันที่ดูเหมือนจะเป็นตัวหัวหน้าของผู้ดูแลในชั้นนี้ก็เดินออกมาข้างหน้า แต่ยังไม่ทันที่มันจะได้พูดอะไรก็โดนพี่โชรงซัดเข้าให้ด้วยดาบสายลมของพี่แก อ๋อยังไม่เคยบอกสินะ ว่าพี่โชรงน่ะ เป็นพวกที่ใช้พลังเวทย์ออกมาในรูปแบบของอาวุธ อย่างเช่นดาบสายลมที่พี่แกใช้นี่แหละ เพราะว่าเป็นลมจริงมองไม่เห็นว่ามีตัวดาบอยู่ รับมือยากมากเลยล่ะ แต่นี่ก็เป็นเพียงแค่หนึ่งในพลังของพี่แกเท่านั้น อ่ะๆๆ ไม่ทันไรพี่โชรงก็ฟาดไอพวกชั้นแรกเรียบหมดแล้ว แต่เหมือนจะไม่ได้เบามือสักเท่าไรด้วยนะนั่น แต่ละคนนี่เลือดไหลอาบเชียว

        "เฮ้ยๆ พี่โชรงใจเย็นๆ ฉันให้มาจัดการแทนไม่ได้จะให้มาฆ่าแทน"



         "แฮร่  โทษทีๆ พอดีมันกะแรงไม่ค่อยถูกนะ แล้วอีกอย่าง ดาบคาไมทะจิของฉันมันคมนี่นา แค่ฟันเบาๆมันก็สร้างแผลแล้ว"



         "เฮ้อ...เอาเถอะ งั้นเดี๋ยวชั้นต่อๆไปฉันจัดการเอง พี่โชรงจัดการเจาะเพดานให้ถึงชั้นบนสุดทีดิ จะได้ไม่เสียเวลาไปตามบรรไดหรือรอลิฟต์ขึ้นไป"



         "โอเค ด้วยคาไมทะจิของฉัน รับรองว่าฟันครั้งเดียวถึงชั้นบนสุดแน่" 



         ก็นะ พี่โชรงเค้าไม่ได้โม้ ฟันฉับเดียวนี่ทะลุไปถึงยอดหอคอยมองเห็นท้องฟ้าอันแจ่มใสเลย จากนั้นพวกเราก็กระโดดขึ้นไปตามช่องที่พี่โชรงได้ทำให้ โดยแต่ละครั้งที่ฉันเหยียบพื้นของแต่ละชั้น ฉันก็ยิงสายฟ้าไปช็อตเจ้าพวกผู้ดูและกับลูกน้องในแต่ละชั้นจนสลบไปในทันที ฉันก็พยายามควบคุมพลังไม่ใช้รุนแรงเกินไป แต่อารมณ์ฉันในตอนนี้นี่ไม่รู้ว่าจะคุมได้ในระดับไหน แล้วที่พวกมันล้มลงนั่นไม่รู้ว่าเพราะสลบอย่างที่ฉันคิดหรือว่าล้มลงเพราะตายล่ะนะ แต่ก็นะ ถ้าจะถึงชีวิตนี้ก็ต้องขอโทษพวกมันด้วยแล้วกัน ฉันใช้เวลาในแต่ละชั้นไปเกินสามวินาทียกเว้นแต่ชั้นที่8 ที่ไอตัวหัวหน้ามันค่อนข้างจะหน้าด้านหน้าทนกับสายฟ้าของฉัน จะใช้พลังแรงเกินไปก็กลัวว่าจะตาย ก็เลยยกใช้พี่โชรงและแน่นอนว่าพี่แกฟันแค่ฉับเดียว เจ้านั่นก็ลงไปนอนนิ่งกับพื้น แหมรายนั้นนี่เบาๆมือหน่อยเป็นมั๊ยนั่น อุตส่าห์บอกแล้วว่าไม่ได้จะมาสอยพวกลูกน้อง และเราก็มาถึงชั้น9โดยสวัสดิภาพ ต้องขอบคุณพี่โชรงที่ตัดเป๊ะมาก เพราะว่าทันทีที่ถึงชั้น9เราก็มาอยู่ตรงหน้าห้องๆหนึ่ง ที่มีป้ายเขียนแปะไว้ว่า 'ห้องของบอส' เอิ่ม รู้สึกเหมือนคำที่ใช้มันดูคิกขุยังไงก็ไม่รู้ แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะ จะรอช้าอยู่ใยเจ้าหญิงรอเจ้าชายอย่างฉันมาช่วยอยู่แน่ๆ ฉันเลยจัดแจงเปิดประตูด้วยความนุ่มนวลที่สุดคือ 'ตู้มมมมมมม' ระเบิดประตูเข้าไป และเหตุการณ์ต่อจากนี้ก็คงจะรู้อยู่แล้ว งั้นก็กลับไปเหตุการณ์ปัจจุบันเถอะเนอะ
 
         ...Eunji


         "พวกแกนี่มันหาเรื่องเข้าตัวชัดๆเลยนะ รู้มั๊ยว่าถ้าฉันเอาจริงจะน่ากลัวขนาดไหน" แทมินพูดเอ่ยสรรพคุณของตัวเองหวังเพื่อจะข่มพวกอึนจี



         "นาอึน เราไปอยู่กับพี่โชรงก่อนนะ" นาอึนพยักหน้ารับและรีบเดินเข้าไปหาโชรง "เฮ้ยแกน่ะ บอกว่าถ้าเอาจริงแล้วจะเก่งใช่มั๊ย งั้นแกก็ควรจะเอาจริงเลยดีกว่า เพราะไม่งั้นแกได้ตายแน่ๆ แต่ถึงจะเอาจริงไปก็ใช่ว่าแกจะชนะฉันได้ล่ะนะ" คำพูดของอึนจี มันช่างไปสร้างอารมณ์ให้กับอีกฝ่ายได้พอดู



         "แล้วจะเสียใจที่ให้ฉันเอาจริงน่ะ" พูดจบ แทมินก็สร้างประตูมิตินับสิบๆบานรอบๆตัวของอึนจี แล้วจากนั้นเขาก็หายเข้าไปยังประตูพร้อมกับถือมีดสั้นติดมือเข้าไปด้วย "เอาล่ะนะ แล้วทีนี้แกจะรู้มั๊ยว่าฉันจะโผล่ออกจากประตูบานไหน ไม่เคยมีใครรอดไปได้เมื่อเจอท่านี้" แทมินเดินผลุบเข้าผลุบออกในประตูมิติของเขาไปๆมาๆ ซึ่งเดาไม่ได้เลยว่าจะโผล่ออกมาจากทางไหน เขาค่อยๆเพิ่มความเร็วในการเข้าออกยังประตูต่างๆเพิ่มขึ้น จนมองตามแทบไม่ทัน



         "พี่อึนจีค่ะ....นี่พี่โชรง จะไม่ไปช่วยพี่อึนจีหน่อยหรอค่ะ" นาอึนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่หันไปถามโชรง เพราะเริ่มห่วงอึนจี



         "ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกน่า อย่างหมอนั่นน่ะ..." ในขณะที่โชรงกำลังพูดอยู่นั้น แทมินก็ออกจากประตูมิติอย่างรวดเร็วและหันปลายมีดสั้นอันวาววับเข้าหาอึนจีหวังจะแทงให้ทะลุหัวใจเพื่อปลิดชีพ "...โดนเจ้าอึนจีชกจังๆหมัดเดียวก็ร่วงแล้วล่ะ" แต่มีดสั้นที่หันเข้าหาอึนจีนั้นกลับต้องวืดไปแทงลมเข้าให้ เพราะว่าอึนจีกระโดดหลบจนลอยตัวไปอยู่เหนือร่างของแทมินจากนั้นก็ชกเข้าไปที่หน้าของแทมินอย่างเต็มแรง จนร่างของแทมินกระแทกพื้นจนพื้นแตกละเอียด ด้วยหมัดเดียวที่แสนหนักหน่วงของอึนจี ทำเอาแทมินไม่สามารถลุกขึ้นมาสู้ต่อได้ แล้วยังตรึงซ้ำไว้กับพื้นด้วยเชือกเวทย์มนต์



         "อะไรกัน อะไรกาน~ แค่หมัดเดียวเองก็ร่วงซะแล้วหรอ ปวกเปียกจังนะแกน่ะ ไหนบอกว่าแข็งแกร่งไง" หลังจากลงแตะพื้นอึนจีเดินเข้าไปนั่งยองๆข้างๆตัวแทมิน



         "กะ..แก...แกเป็นใครกัน ฝีมือระดับนี้ ไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ บอกมานะว่าแกเป็นใคร" แทมินเอ่ยถามอึนจีด้วยความสงสัยเป็นอย่างมากถึงตัวตนที่แท้จริงของอึนจี



         "เฮ้ๆ ฉันไม่จำเป็นต้องตอบแกหรอกมั้ง มันไม่ใช่เรื่องอะไรที่แกจะต้องรู้" อึนจียังคงนั่งท่าเดิมและไม่มีท่าทีว่าจะบอกตัวตนของเธอเองให้แทมินรู้



         "ฉันบอกนายไปแล้วไม่ใช่หรอว่าพี่อึนจีน่ะเป็นใคร นายไม่ยอมเชื่อฉันเอง" เสียงของนาอึนตะโกนผ่านหลังของอึนจีมาให้แทมิน



         "ว่าไงนะ ที่เธอพูดเป็นเรื่องจริงงั้นเรอะ!!! บ้าน่า" แทมินยังคงนอนอยู่ท่าเดิมและมีทีท่าว่ายังไม่เชื่อ



         "จิ๊!!!  ยัยเด็กบ๊องเอ๊ย นี่บอกมันไปแล้วเรอะ แล้วจะไปบอกมันทำม๊ายยยย" อึนจีทำสีหน้าเซ็งทันทีเมื่อรู้ว่าผู้เป็นแฟนพูดเรื่องของตนไปแล้ว



         "แต่เดี๋ยวก่อนนะ...งั้นข่าวลือนั่น" แทมินเหมือนนึกอะไรได้



         "อะไรอีกล่ะ" อึนจียังคงทำหน้าเซ็งอยู่กับเรื่องที่เกิดขึ้น



          "ข่าวลือที่ว่า บอสคนใหม่ของแพนดาเรียเป็นผู้หญิงก็เป็นเรื่องจริงน่ะสิ"



         "เออ..."



         "แล้วบอสคนนั้นก็คือเธองั้นเรอะ"



         "ก็เออไง"



         "นี่มันบ้าอะไรกัน...เอาผู้หญิงมาเป็นบอสเนี่ยนะ ตลกสิ้นดี" แทมินหัวเราะในลำคอกับท่านอนท่าเดิม



         "ผู้หญิงแล้วไง แกก็แพ้ฉันที่เป็นผู้หญิงไม่ใช่รึไง" อึนจีพูดพร้อมยิ้มเย้ยอย่างมีชัย



         "........."



         "พอเถอะ เรื่องนั้นช่างมันไป ฉันว่าฉันแกน่ะตายๆไปซะจะดีกว่ามั้ง จะได้ไม่ต้องไปก่อกรรมทำชั่วที่ไหนอีก" พูดพร้อมกับยืนขึ้น ตอนนี้ที่มือข้างขวาของอึนจีมีประจุไฟฟ้าแรงสูงหรือก็คือเวทย์สายฟ้าของอึนจีรวมกันอยู่ และพร้อมที่จะใช้มันเพื่อปลิดชีพแทมินได้ทุกเมื่อ "ตอนนี้ฉันอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อยนึงแล้ว เนื่องจากเมื่อกี้เห็นอะไรขาวๆ อันนั้นต้องยกความดีความชอบให้นาย นายจะได้ตายอย่างสบายๆโดยที่ไม่ต้องรู้สึกเจ็บปวดเลย" อึนจีพูดกับแทมินด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแต่กลับให้ความรู้สึกสยดสยองสำหรับแทมิน



         "คะ..คุณอึนจีจะทำอะไรผมงั้นหรอครับ"



         "แหม่ ทีงี้ล่ะพูดกับฉันดีเชียวนะ  ก็ไม่มีอะไรมากหรอกแค่ฉันจะใช้สายฟ้านี่ช็อตโดยตรงกับหัวใจของนายให้มันหยุดทำงานเฉยๆ" อึนจีพูดเรื่องน่ากลัวได้ออกมาอย่างหน้าตาย แต่แววตาดูพึงพอใจกับสิ่งที่พูดมาก



         "ยะ..ยก...ยกโทษให้ผมไม่ได้หรอ ไหนบอกว่าผมมีความชอบไง" แทมินเริ่มพูดขอความเห็นใจจากอึนจี



         "ไม่ได้ นายบังอาจมาเห็นสิ่งต้องห้าม ซึ่งฉันควรจะได้เห็นคนเดียว นั่นแหละคือความผิดอันใหญ่หลวงของนาย"



         "พี่อึนจี พี่อย่าฆ่าเขาเลยนะ ยังไงฉันก็ปลอดภัยดีแล้ว และเขาก็ยังไม่ได้ทำอะไรฉันด้วย ปล่อยเขาไปเถอะนะ" นาอึนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่พูดขึ้นเพื่อขอร้องอึนจี



         "ไม่ได้หรอกนาอึน ต่อให้เราขอร้องก็เถอะ" ไม่พูดเปล่า อึนจีใช้ฝ่ามือที่เต็มไปด้วยสายฟ้าวาดไปที่ตัวของแทมิน ในตอนนั้นแทมินทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนกลัวจนตัวสั่นหลับตาปี๋ 



         "พี่อึนจี อย่านะค่ะ!!!" ถึงจะตะโกนห้าม แต่นาอึนก็หลับตาและเบือนหน้าหนี



         "ซะเมื่อไรล่ะ" เสี้ยววินาทีก่อนที่มือของอึนจีจะถึงร่างของแทมิน อึนจีคลายพลังเวทย์ออกเหลือเพียงมือเปล่าๆแตะไปที่ตัวของแทมิน "นาอึนขอร้องทั้งที มีหรืออึนจีจะไม่ให้" 



         "โธ่...พี่อึนจีอ่ะ ใจหายหมด" เมื่อเห็นดังนั้น นาอึนจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก



         "ป่ะๆ นาอึน พี่โชรง กลับเมืองเหอะ ไม่อยากอยู่ที่นี่นานเท่าไร" อึนจีชักชวนทั้งสองกลับเมือง "อ๊ะๆ แปบนึงนะ" อึนจีเดินเข้าไปจับขาของแทมินยกขึ้นและลากมา "ป่ะ กลับกันเหอะ" จากนั้นอึนจีบอกให้แทมินเปิดประตูมิติไปที่เมือง และเดินผ่านประตูมิติกลับเมืองอย่างง่ายดาย เมื่อถึงเมืองก็สร้างความประหลาดใจกับชาวเมืองมาก เพราะนับจากตอนที่ออกจากหมู่บ้านไปใช้เวลาไม่ถึง10นาทีด้วยซ้ำ หนำซ้ำยังลากเจ้าแทมินกลับมาด้วย



         "เอ่อ...พี่อึนจีเอาเขากลับมาทำไมหรอค่ะ" นาอึนซึ่งสงสัยในการกระทำของอึนจีจึงเอ่ยถามขึ้น



         "โทษตายเว้นได้ แต่โทษเป็นเว้นไม่ได้ไง" พูดพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย การยิ้มแบบนี้ของอึนจีทำเอานาอึนและโชรงรู้สึกขนลุกแปลกๆ


  
         แล้วทั้งสองก็เข้าใจถึงเหตุผลที่อึนจีลากแทมินกลับมาเมืองด้วย อีนจีจับแทมินตรึงไว้กลางหมู่บ้านโดยให้ชาวบ้านช่วยกันถอดเสื้อผ้าออกหมดเหลือไว้แต่กางเกงลิงให้ปกปิดแทมินน้อยเพียงชิ้นเดียว



         "นี่แน่ะ เจ้านี่ทำผิดไว้เยอะ ลงโทษเล็กๆน้อยๆล่ะกัน ฮี่ๆๆ"   



         ".........งะ..งั้นหรอค่ะ(ทุเรศสุดๆเลยค่ะ)"



         "เออ ไอบอสบ้า แกนี่มันทุเรศได้สุดๆจริงๆ"



         "น่าๆๆ  ปล่อยไว้แบบนี้สักพักแล้วกัน เดี๋ยวค่อยเอาลง"



         "อืม...งั้นไปหาพวกโบมกันดีกว่า ตอนนี้คงจะอยู่โรงพยาบาลกับเด็กแล้วก็พ่อของเด็กคนนั้นล่ะมั้ง"



         ทั้งสามตกลงกันไปที่โรงพยาบาล แต่ในขณะที่กำลังก้าวเดินไปนั้น จู่ๆนาอึนก็เป็นลมหมดสติและล้มลง แต่อึนจีรับไว้ได้ทันจึงยังไม่กระแทกกับพื้น



         "นาอึน เป็นอะไรไปน่ะ!!!" อึนจีเรียกชื่อผู้ที่อยู่ในอ้อมแขนอย่างตกใจและสีหน้าเสีย



___________________________________


     ช่วง : ไรท์เตอร์อินเทอร์วิวไร้สาระของไรท์เตอร์


      
         ไรท์ : สวัสดีครับ วันนี้ก็กลับมาพบกับผมในช่วงนี้อีกแล้วนะครับ สำหรับวันนี้แขกรับเชิญสุดพิเศษของเราเป็นสาวสวยสุดๆเลยครับ เชิญพบกับนางเอกของเรื่อง คุณ นาอึน ได้เลยคร๊าบบบบบ



         นาอึน : สวัสดีค่ะ นาอึนค่ะ 



         ไรท์ : คุณนาอึนนี่สวยจริงๆเลยนะครับ งั้นเรามาเริ่มถามเลยดีกว่า คิดยังไงหรอครับคุณนาอึนถึงได้มากับคุณอึนจีน่ะ



         นาอึน : ก็ฉันรักพี่อึนจีไงค่ะ ก็เลยอยากอยู่ใกล้ๆ แล้วคุณแม่ก็อนุญาตแล้วด้วย



         ไรท์ : งั้นหรอครับ แม่ไม่ว่างั้นสินะ งั้นข้อต่อไป...



         อึนจี : ไรท์ คุณมายุ่งอะไรกับแฟนของฉันค่ะ



         ไรท์ : เอ่อ....(เหงื่อไหลพลั่กๆๆๆ) ป่าวครับ พอดีว่าก็ไม่ได้มีอะไร งั้นขอตัวนะครับ ช่วงไรท์เตอร์อินเทอร์วิวไร้สาระของไรท์เตอร์ก็ขอจบลงเพียงเท่านี้ สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ



________________________


         ดีจร้า เอามาส่งให้แล้วนะสำหรับตอนนี้ อาจจะล่าช้ากว่าตอนก่อนๆ ก็ต้องขอโทษด้วย แต่ว่าตอนนี้แต่งออกมายาวกว่าตอนอื่นนะนี่ ถ้าอ่านแล้วไม่เก็ทก็อย่าว่ากันน้อ  ทำเต็มที่แล้ว 
      ขอบคุณพระคุณมากคร๊าบบบบ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #98 snsd_redvelvet (@0842215988kie) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2558 / 12:48
    บ่อเป็นหยังดอกนี้เข้ากับนาอึนสุดๆ 555 ต้องขอบคุณคนสอนภาษาไทยกับนาอึน
    #98
    0
  2. #72 MM_SooSun (@MM_SooSun) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 14:04
    บ่เป็นหยังดอก??5555
    ตอนเเรกดูจะซึ้งๆพอคำนี้มาปุ๊ป หมดฟิลเลย5555
    อุนจีเก่งงมากกมายย พี่รงดูเท่มากก
    นาอึรเป็นนอาารายอ่ะะ
    #72
    0
  3. #70 pin6229 (@pin6229) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2558 / 14:19
    บ่เป็นหยังดอก 55555
    ตรึงตาตรึงใจมากคำนี้ 5555 ทำให้นึกถึงตอนสัมภาษณ์ตอนนั้นเลยอ่ะ อึนจีนี่เท่สุด หล่อมาก 
    นาอึนจะเป็นอะไรมั้ย รอติดตามนะคะไรท์
    #70
    0
  4. #69 bowzeza (@suppharat) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 22:42
    55555 บ่เป็นหยังดอกตามมาถึงในฟิค สนุกค่ะไรท์ อึนจีเก่งอ่ะ ไม่มีใครสู้ได้เลยชอบๆ รอติดตามต่อคร่าาา
    #69
    0
  5. #68 pej_apink (@por2918) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 22:11
    พี่อึนจีนี่เก่งสุดๆอ่ะครับ รอติดตามต่อนะครับไรท์
    #68
    0
  6. #67 bmbeem2 (@BmBeem) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 21:52
    อึนจีทำแบบนี้กับไรท์ไม่ได้ไม่งั้นอึนจีอาจจบไม่สวยนะ
    #67
    0