[ APINK (Yuri fic.)ปฏิบัติการรักมาเฟียจอมเวทย์ ]

ตอนที่ 11 : STAGE 10 : คำสัญญา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 183
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 ต.ค. 58





         "โอ้ว นาอึนพี่กลับมาแล้วววว" หลังจากที่เคลียร์ปัญหาเสร็จ อึนจีเดินกลับขึ้นยานและตรงมายังห้องโถงที่มีนาอึนนั่งรออยู่บนโซฟาภายในห้อง "ว่าไง ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ" หลังจากที่อึนจีเห็นนาอึนแสดงสีหน้าแปลกๆออกมาจึงถามออกไปทั้งๆที่ตัวเองก็พอจะเดาได้



         "พี่อึนจี...คือว่าฉัน..."



         "หือ? มีอะไรหรอ"



         "คือว่าฉัน..."



         "อ๋อ เข้าใจแล้ว คงจะรับไม่ได้กับภาพเหตุการณ์เมื่อกี้สินะ ทำไงได้โลกของมาเฟียมันค่อนข้างจะโหดร้ายแบบนี้แหละนะ"



         "คือฉัน......"



         "เปลี่ยนใจตอนนี้ก็ยังทันนะ พี่จะกลับไปส่งเราที่บ้านให้"



         "คือว่า..."



         "ว่าไง จะให้กลับไปส่---/ไอพี่อึนจีบ้า หัดฟังที่คนอื่นเขาพูดให้จบก่อนสิโว้ยค่ะ" ยังไม่ทันที่อึนจีจะพูดประโยคสุดท้ายจบก็โดนนาอึนใช้กำปั้นขาวเนียนแต่เปี่ยมไม่ด้วยพลังทำลายล้างอันมหาศาลสัมผัสเข้าที่แก้มของอึนจีอย่างนุ่มนวล จนร่างกายลอยระลิ่วปลิวไปตามแรง แล้วหมุนเบาๆคลับคล้ายคลับคลากับการควงสว่านแต่หมุนช้ากว่าเล็กน้อย แถมยังพลิ้วไหวดุจดั่งนักบัลเล่ห์ผสมกับนักยิมนาสติก ภาพเหตุการณ์ในตอนนี้เหมือนกับวีดีโอที่กำลังฉายภาพสโลวโมชั่น ร่างของอึนจีนั้นค่อยๆหมุนแลนดิ่งลงสู่พื้นอย่างช้าๆ ในวินาทีแรกที่โดนต่อยนั้นตอนแรกอึนจีรู้สึกได้เลยว่าวิญญาณของเธอนั้นยังยืนอยู่ตรงที่เดิมก่อนจะปลิวตามมากลับเข้าสู่ร่างกายที่ลอยหมุนเคว้งคว้างอยู่บนอากาศ



         "หัดฟังที่คนอื่นเขาจะพูดก่อนสิค่ะ เอาแต่พูดแทรกๆอยู่แบบนี้คนอื่นเขาจะมีโอกาสได้พูดกันบ้างมั๊ย แล้วก็คิดไปเองว่ายังงั้นยังงี้...ชะอุ๊ย!!! ขอโทษค่ะพี่อึนจี พอดีฉันลืมตัวนิดหน่อยน่ะค่ะ" ในระหว่างที่นาอึนพูดออกมานั้นอึนจีซึ่งยังนอนกองอยู่บนพื้นนั้นได้ยินสิ่งที่นาอึนพูดทุกคำ และยังอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพียงเสี้ยววินาทีที่ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้อึนจีรีบลุกขึ้นมานั่งและ



         "ค่ะ ค่ะ ค่ะ ขอโทษด้วยค่ะ ที่ไม่ยอมฟังอะไรเลย ต่อไปนี้จะขอปรับปรุงตัวค่ะ ได้โปรดอย่างทำร้ายดิฉันอีกเลยนะค่ะ ดิฉันกลัวแล้วค่ะ" อึนจีรีบกล่าวขอโทษนาอึนอย่างรวดเร็วโดยที่ปากของเธอมีเลือดจากแผลที่โดนต่อยไหลออกมาอย่างบ้าคลั่ง



         "พี่อึนจี เมื่อกี้เหมือนยานมัน ชะเฮ้ย!!! พี่อึนจีไปทำอะไรมา ไหงหน้าถึงได้เป็นแบบนั้น" นัมจูที่อยู่ในห้องกับฮายองไม่ได้รับรู้ถึงเหตุการณ์เมื่อครู่เพราะว่าโชรงเปิดแต่ลำโพงที่อยู่ตรงห้องโถง แต่รู้สึกได้ว่ายานหยุดเคลื่อนที่จึงเดินออกมาเพื่อจะถามอึนจี



         "ปะ..เปล่า ไม่มีอะไรหรอก เมื่อกี้ฉันสะดุดล้มปากฟาดขอบโต๊ะน่ะ ว่าแต่แกเหอะมีอะไรหรอนัมจู" อึนจีพูดแก้ตัวน้ำขุ่นๆออกไปเพื่อความสบายใจของน้องสาว



         "ไม่เป็นไรแน่นะ...ก็เปล่าหรอก ฉันแค่จะมาถามว่าเมื่อกี้หยุดยานทำไมหรอ" แต่กระนั้นนัมจูก็ยังอดห่วงพี่สาวจากสภาพที่เห็นตอนนี้ไม่ได้



         "อ๋อ โบมีมันทำตัวเป็นแม่พระ เลยหยุดยานให้อะมีบาข้ามถนนน่ะ" และอึนจีก็ยังแถจนสีข้างถลอกปอกเปิดให้กับผู้เป็นน้องสาวฟัง



         "......งั้นหรอ ถ้างั้นก็ช่างเหอะ ถ้าไม่มีอะไรก็ช่างมัน งั้นฉันไปฝึกเล่นฮูปต่อละ อย่าลืมทำแผลนะพี่อึนจี" พูดจบนัมจูก็หันหลังเดินกลับไปยังห้องของตัวเอง โดยระหว่างเดินก็ได้คิดกับตัวเองว่า "('อะมีบาข้ามถนนพ่อง' นี่ถ้าไม่ใช่ว่าพ่อเดียวกันด่าออกไปแล้วนะนี่  จะแถอะไรก็แถให้มันน่าเชื่อถือหน่อยไม่ได้รึไงพี่สาวกรุว)" ก็ประมาณนั้นล่ะนะสิ่งที่นัมจูคิด
.
.
.
 .
 .
 .
.
.
.
         "นี่คุณ คุณคิดว่าอึนจีจะรับมือลูกสาวเราไหวมั๊ย"



         "คุณนี่ก็คิดมากไปนะค่ะ ลูกสาวเราคงจะไม่โหดร้ายกับหนูอึนจีนักหรอก ดูแกรักอึนจีจะตายไป"   'นักหรอก'งั้นหรอ แม่ของนาอึนใช้คำว่านักหรอกใช่มั๊ย
.
.
.
.
 .
 .
 .
.
.

         "พี่อึนจีค่ะ!!!"



         "ค่ะ มีอะไรค่ะคุณหนูนาอึน"



         "อ๋า พี่อึนจีโกรธฉันหรอ ฉันขอโทษ เมื่อกี้ไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ"



         "เปล่าโกรธค่ะ แค่กลัวเฉยๆ"



         "เอาน่าๆ เอาเป็นว่าฉันขอโทษ ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำอีกแล้ว นะๆๆ หายโกรธฉันน่ะ" นาอึนยื่นนิ้วก้อยออกไปเชิงเป็นการทำสัญญา



         "............ แน่ใจนะ จะไม่ทำอีกแน่นะ......ถ้างั้นก็ได้ พี่หายกลัวเอ๊ยหายโกรธก็ได้" ทั้งคู่เกี่ยวก้อยสัญญากัน "แต่...ว่ายังไงล่ะนาอึน พี่ขอฟังคำตอบของเราหน่อยสิ" และอึนจีก็พูดทวงคำตอบจากนาอึน 



         "เรื่องนั้น แน่นอนค่ะ ฉันจะไปกับพี่" ชัดเจนมากกับคำตอบของนาอึน ทำเอาอึนจีเผยยิ้มออกมาเล็กน้อย



         "เอางั้นหรอ แน่ใจแล้วสินะ ถ้างั้น..." อึนจีลุกขึ้นไปยืนด้านหน้าของนาอึนแล้วใช้มือจับไปที่หัวของเธอซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งคู่เดินกลับไปนั่งบนโซฟาแล้ว จึงไม่เป็นปัญหากับส่วนสูงของอึนจีนัก จากนั้นขยับหัวเพื่อเชิดหน้าของนาอึนขึ้นเล็กน้อย แล้วใช้หน้าผากของตัวเองแตะกับเหม่งของนาอึนเบาๆแล้วพูดขึ้นว่า "นาอึน ถ้างั้นพี่ก็ขอสัญญาบ้าง พี่สัญญาว่าพี่จะดูแลเราให้ดีที่สุด จะดูแลเราให้ดียิ่งกว่าชีวิตของพี่อีก พี่ขอสัญญาเลย" แค่การกระทำนี้ก็ทำให้หน้าของนาอึนร้อนผ่าวแล้วไหนจะยังมีคำพูดที่ออกมาอีกทำให้ตอนนี้ใบหน้าของนาอึนแดงขึ้นไปถึงหูพร้อมกับใจที่เต้นแรงขึ้นมา



         "พ..พี่อึนจี....."



         "ถ้างั้นเพื่อให้พูดได้เต็มปากว่ากำลังปกป้องใคร จะได้ไม่อึดอัดใจเวลามีใครมาถาม นาอึนมาคบกับพี่มั๊ย"



         "เอ๋?  เมื่อกี้พี่อึนจีพูดว่าอะไรนะค่ะ" นาอึนถามทวนซ้ำกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อกี้



         "ก็ถามว่า เป็นแฟนกันมั๊ย ทีนี้ได้ยินชัดรึเปล่า" อึนจีพูดทวนถามอีกครั้งแต่คราวนี้ยื่นหน้าเข้าไปพูดข้างๆหูของนาอึน ทำให้คราวนี้ใบหน้าที่ร้อนอยู่แล้วร้อนขึ้นกว่าเดิมและหัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกหน้าอกกับคำถามนี้ที่อึนจีถามออกมา



         "ตกลงค่ะ" และตอบออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้เว้นช่วงเวลาแม้แต่จะคิดสักวินาทีเดียวจากคำถามของอึนจี



         "ฮ่ะๆๆ ตอบเร็วดีนะ ไม่คิดก่อนเลยหรอ" อึนจีอึ้งเล็กน้อยกับคำตอบของนาอึน ที่รวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ



         "ต้องคิดอะไรอีกล่ะค่ะ ก็ฉันบอกแล้วนี่ว่าฉันน่ะรักพี่ ฉันก็แค่ตอบตามหัวใจเท่านั้นเอง" เป็นอะไรที่สมเหตุสมผลมากกับคำอธิบายของนาอึน เล่นทำเอาให้อึนจียิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ



         "นั่นสินะ ใช้หัวใจนำทางดีกว่า โอเค งั้นจากนี้ เราเป็นแฟนกันแล้วนะ ห้ามนอกใจพี่ล่ะ"



         "พี่อึนจีนั่นแหละค่ะ ห้ามนอกใจฉันนะ"



         "รับทราบค่ะ ไม่มีนอกใจแน่นอน เพิ่มไว้ในคำสัญญาได้เลย" 
.
.
.
.
.
.
.
      Chorong...

         "หูยยยย ดูนี่ดิพี่โชรง คู่นี้โชว์หวานกันอีกแล้วอ่ะ มีการตกลงเป็นแฟนกันแล้วด้วย แถมยังให้สัญญาอะไรกันอีก น่ารักเนอะ" ในขณะที่ฉันกำลังบังคับยานอยู่นั้น โบมก็เอาแต่ดูมอนิเตอร์ที่ฉายภาพจากห้องโถง ง่ายๆเลยก็คือแอบดูอึนจีกับนาอึนนั่นแหละ ฉันก็ได้ยินเสียงที่สองคนนั้นคุยกันนั่นแหละนะ แต่ไม่ได้มองภาพจากจอหรอกเพราะไม่อยากละสายตาจากการขับยานสักเท่าไร ฮั่นแน่..เป็นไงฉันระมัดระวังดีใช่มั๊ยล่ะ 



         "อ่าาา ก็ดีนะ แต่พี่ดูไม่ได้หรอกโบม พี่ขับยานอยู่" ฉันพูดออกไปตามความเป็นจริงแต่ไหงรู้สึกเหมือนยัยโบม ทำหน้าไม่พอใจยังไงก็ไม่รู้ แล้วนั่นอะไรอีก ทำไมจู่ยัยนี่ถึงยิ้มแบบนั้นกันล่ะ



         "พี่โชรง ขอเค้าเป็นแฟนมั่งสิ แล้วก็สัญญากับเค้าด้วยว่าจะดูแลและปกป้องเค้าอย่างดี" นั่นไง ว่าแล้วไอรอยยิ้มแบบนั้นต้องคิดอะไรแปลกๆอีกแน่ ถ้าซื้อหวยนี่ฉันถูกรางวัลแน่นอน



         "จะขอทำไมอ่าก็ในเมื่อเราก็เป็นแฟนกันอยู่แล้ว และพี่คิดว่าทุกวันนี้ก็ดูแลโบมอย่างดีแล้วนะ แล้วอีกอย่างโบมแข็งแกร่งจะตายไม่ได้บอบบางน่าทะนุถนอมเหมือนอย่างนาอึนสักหน่อย ไม่เห็นจะต้องสัญญาอะไรเลย ปกป้องตัวเองได้อยู่แล้วนี่" และฉันก็พูดออกไปตามความเป็นจริงเพื่อให้ยัยโบมคิดได้ แต่แล้ว...



         "เค้าไม่น่าทะนุถนอมงั้นหรอ..." เหมือนเสียงของโบมฟังดูเย็นๆแปลกๆแฮะ แล้วทำไมฉันถึงได้รู้สึกโหวงๆบริเวณช่วงขา ก็เลยชายตามองไปดูมองลงไปเพื่อดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า และชัดเลย ท่อนล่างของฉันไปอยู่ในอีกมิติหนึ่งซึ่งมีสารพัดสัตว์อสูรรวมตัวกันอยู่ข้างล่างแถมยังบ่อเลือดที่เดือดปุดๆนั่นอีก ถ้าตกลงไปไม่โดนสัตว์อสูรรุมแทะก็คงตกลงไปโดนบ่อเลือดต้มจนเปื่อยแน่ๆ และเวทย์นี้แน่นอนว่าเป็นหนึ่งในพลังไดเมนชั่นของยัยโบมแถมตัวฉันในตอนนี้ก็พร้อมจะร่วงลงไปได้ตลอดถ้าโบมต้องการ 



         "บะ..โบม พี่ขอโทษ อย่าถือโทษโกรธคนปากแมวเลยนะ พี่ไม่ได้ตั้งใจ" แน่นอนว่าฉันนั้นก็คงไม่อยากลงไปแน่นอน มือทั้งสองข้างของฉันตอนนี้หาที่ยึดเกาะเผื่อไว้แล้ว และรีบขอโทษขอโพยโบมโดยเร่งด่วน เผื่อว่าเธอจะเปลี่ยนใจไม่อยากทิ้งฉันลงไป



         "หรอออ  งั้นลองไปสำนึกผิดในเฮลไดเมนชั่น(มิติแห่งนรก)ดูมั๊ยล่ะ เผื่อจะได้มีหัวคิดมากขึ้น" ดูเหมือนว่าโบมจะโกรธเข้าจริงๆจังๆแฮะ งานงอกฉันกันเลยทีเดียวเชียว ทำไงดีล่ะเนี่ย



         "ฮะ..เฮ้ย ไม่เอาๆไม่ไปๆ ปล่อยพี่เถอะนะโบม......งั้นเอางี้ ถ้าถึงเมืองข้างหน้า เดี๋ยวพี่ซื้อเค้กให้3ชิ้นเลยอ่ะ" พยายามงัดไม้ตายสุดท้ายออกมาแล้วนะ จะใช้ได้ผลมั๊ยล่ะนั่น



         "............ ช็อคโกแลต 2 สตรอเบอรี่ 1  ต้องให้ได้ตามนี้นะ ไม่งั้นโดนแน่......อ่ะนั่นพี่โชรง!!! ในแผนที่เจอเมืองข้างหน้าแล้ว เอ...อีก 18 กิโลหรอ ไกลเหมือนกันนะ" รู้สึกว่าไม้ตายจะได้ผลนะ โบมยอมปล่อยฉันออกจากเฮลไดเมนชั่น และเสียงนุ่มขึ้นทันทีเมื่อเมืองต่อไปปรากฎขึ้นมาบนแผนที่



         "อืม...จากเมืองของนาอึนเราก็มาได้ 50 กว่ากิโลเมตรแล้ว เมืองข้างหน้านี่งั้นหรอ ไหนดูข้อมูลหน่อยสิ..." ฉันลองอ่านข้อมูลของเมืองที่แสดงถึงรายละเอียดไว้จากมอนิเตอร์ "อืม งั้นเดี๋ยวบอกรายละเอียดพวกอึนจีก่อนละกันนะโบม" ฉันหันไปพูดกับโบมเชิงบอกกล่าวแต่ว่านะ...



         "เค้ก....เค้ก...เค้กจ๋าาาาา...รอเค้าแปบนึงนะ เดี๋ยวเราจะได้เจอกันแล้ว" ตอนนี้สติขอโบมนั้นหลุดลอยไปถึงเค้กแล้วล่ะ ดวงตางี้ส่องประกายเป็นรูปเค้กเชียว เฮ้อ...พอเป็นเรื่องกินทีไรล่ะก็สตินี่หลุดไปทุกทีสิน่า งั้น...เอาเป็นว่าพอก่อนล่ะกัน เหมือนจะหาสาระอะไรไม่ได้เลยนะในบทพูดของฉันเนี่ย

      ...Chorong end



         "[เฮ้... ทุกคนได้ยินใช่มั๊ย อีกประมาณไม่ถึง 18 กิโลเราจะถึงเมืองต่อไป ฉันว่าเราน่าจะแวะที่นั่นสักหน่อยนะอึนจี คิดว่าไง นาอึนกับฮายองคงยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้า อาจจะหิวแล้วก็ได้]" โชรงพูดติดต่อกับทุกคนโดยคราวนี้เปิดลำโพงให้ได้ยินทั้งยาน



         "อืม...นั่นสินะ มาแอบบนยานตั้งแต่เช้ามืดแล้วนี่ แกไม่มีปัญหาอะไรใช่มั๊ยนัมจู"



      'ปิ๊บ~``'
         "[โอเคเลย ไม่มีปัญหาอะไรหรอก  ฮายองมันบ่นหิวแล้วเหมือนกัน แวะเหอะๆ]"



         "อ่ะๆ ได้ยินใช่มั๊ย งั้นก็ตามนั้นเลยพี่โชรง"



         "[อืมๆ งั้นตกลงตามนี้]"



         "เอ้อพี่โชรง ขอข้อมูลเกี่ยวกับเมืองนั้นหน่อยนะ อย่างน้อยๆอยากรู้รายละเอียดไว้หน่อยก่อนที่จะแวะไปนะ"



         "อืม เดี๋ยวให้โบม..เอ่อ...เดี๋ยวฉันหาแล้วจะส่งไปที่มอนิเตอร์แล้วกัน รอแปบนึง"



         "ได้ๆ งั้นก็ให้ว่องเลย ส่งไปให้นัมจูมันด้วยนะ"



         หลังจากนั้นไม่เกิน 5 นาที ที่มอนิเตอร์ขนาด 50 นิ้วบนผนังก็ปรากฎภาพที่แสดงถึงข้อมูลรายละเอียดของเมืองที่พวกอึนจีกำลังจะไป



         " [ เมืองที่ต้นไม้ทุกต้นต่างส่องประกายดุจดั่งคริสตัล ไม่ว่าจะเป็นต้นหญ้าต้นเล็กๆ พืชผัก ไม้ประดับ หรือว่าไม้ยืนต้นต่างๆนาๆจะส่องประกายวิบวับออกมาจากลำต้นและใบของมัน แต่ที่น่าแปลกก็คือไม่ว่าเมล็ดพันธุ์จะมาจากที่ไหนแต่ถ้ามาปลูกที่เมืองนี้ก็จะส่องประกายออกมาได้ทุกต้นเหมือนกัน จึงเป็นที่มาของชื่อเมือง 'คริสตัล การ์เด้น' ] อืม...งี้นี่เอง มิน่าล่ะถึงได้มีชื่อแบบนี้ น่าสนใจดีแฮะ คิดว่าไงล่ะนาอึน" หลังจากอ่านข้อมูลโดยคร่าวๆจบ อึนจีก็หันมาถามถึงความคิดเห็นของนาอึน



         "ก็ดีนะค่ะ น่าสนใจดี เมืองที่มีต้นไม้ส่องประกายงั้นหรอ จะสวยขนาดไหนกันนะ แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้วล่ะ" นาอึนตอบกลับมาด้วยท่าทีที่ตื่นเต้น ตาส่องเป็นประกายเหมือนกับเด็กน้อยที่รู้ว่ากำลังจะได้รับตุ๊กตาที่ตนเองเคยหมายปองเอาไว้จากพ่อแม่หรือใครสักคน



         "ฮ่าๆๆ แหม...ตานี่เป็นประกายเชียวนะ อดใจรออีกนิด ความเร็วประมาณนี้คงไม่เกิน 10 นาทีก็ถึง" เมื่อเห็นท่าทางดีใจจนเหมือนกับเด็กน้อยของนาอึนก็อดที่จะยิ้มและหัวเราะออกมาไม่ได้



         "ค่ะ  งั้นเดี๋ยวฉันขอไปเตรียมตัวหน่อยนะ ต้องเมคอัพหน้านิดหน่อย เดี๋ยวไม่สวย" พูดจบนาอึนก็ทำท่าจะเดินไปที่ห้อง



         "นาอึน!!!" อึนจีเรียกชื่อของผู้เป็นแฟนออกมาด้วยเสียงที่แข็งกว่าปกติ



         "ค่...ค่ะพี่อึนจี ทำไมทำเสียงแบบนั้นล่ะ" นาอึนตกใจเล็กน้อยกับการเรียกของอีกฝ่าย



         "เปล่า..ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากจะบอกว่า อย่าสวยมากนัก แค่นี้ก็สวยแล้ว สวยจนพี่นี่แทบจะละลายแล้วนะ" เสียงของอึนจีกลับเป็นปกติพร้อมกับปล่อยมุขเสี่ยวๆออกมา



         "บ้า!!! พี่อึนจีก็...พูดอะไรกันค่ะ ฉัน...ไปเตรียมตัวดีกว่า" แต่ถึงจะเสี่ยวยังไง สำหรับคนที่รักกันแล้ว มันก็สร้างดาเมจแห่งความเขินได้มากพอดู นาอึนหน้าขึ้นสีเดินด้วยท่าทางเขินอายเข้าห้องไป



         "คิคิ คนอะไร เวลาเขินโคตรน่ารักเลย" ซึ่งทำให้อึนจีที่นั่งมองอยู่นั้นยิ้มกว้างออกมา
.
.
.
 .
 .
 .
.
.
.
         "ฮ๊ายยยย  มาถึงซะที ขับยานเมื่อยเป็นบ้าเลย ปวดเอวไปหมดแล้วเนี่ย โบมนวด ให้พี่..หน่..." หลังจากลงจากยานมาผู้ที่เป็นพี่ใหญ่ของกลุ่มก็เดินบ่นถึงอาการปวดเอวจากการนั่งขับยานเป็นเวลานาน แต่ก็ต้องลืมอาการปวดนั้นไปเพราะว่า...



        "งั่มมมม~~~" โชรงเห็นสิ่งมีชีวิตบางอย่างกำลังงับดอกไม้จากแปรงดอกไม้หน้าบ้านมองชาวบ้านในเมือง



         "เฮ้ยโบม ทำอะไรน่ะ ดอกไม้นั่นมันกินได้ซะที่ไหนเล่า" และสิ่งมีชีวิตที่โชรงเห็นก็คือโบมีนั่นเอง แต่คือเอิ่ม...



         "งั่มๆ อ้าว งั้นหรอ" สติของโบมีถูกโชรงดึงกลับมา



         "ไม่ต้องมาอ้าวเลย คายดอกไม้เดี๋ยวนี้เลยนะ" โชรงรีบเดินเข้าไปหาโบมีและตบที่หัวเบาๆเพื่อให้คายดอกไม้ออกมา



         "อะไรอ่า ก็เค้าเห็นมันวิบวับๆ ก็เลยนึกว่ามันกินได้นี่นา พี่โชรงก็ไม่ยอมบอกกันก่อน" โบมียอมคายดอกไม้ออกมาและหันมาคุยกับโชรง 



         "ไอ้ฮายอง นี่แกหิวขนาดนี้เลยเรอะ นั่นมันดอกไม้นะแกจะกินเข้าไปได้ยังไง คายออกมาเดี๋ยวนี้เลย คายๆๆ" เสียงโวยวายของนัมจูที่กำลังดุฮายอง ซึ่งก็มีพฤติกรรมไม่ต่างจากโบมีก็คือกำลังงับดอกไม้ของชาวบ้าน



         "เอ่อ......พี่อึนจีค่ะ ฉันว่าเรารีบไปหาร้านข้าวกินกันดีกว่า ขืนชักช้าเดี๋ยวดอกไม้ของชาวบ้านในเมืองนี้จะถูกกินหมดซะก่อน" 



         "อือ...พี่ก็ว่างั้น รีบไปกันเถอะ พี่ขี้เกียจมานั่งปลูกดอกไม้ให้เค้าใหม่เหมือนกัน" อึนจีซึ่งก็เห็นด้วยกับนาอึนจึง "พี่โชรง นัมจู ไปหาร้านข้าวกันดีกว่า" เรียกคนทั้งสองโดยที่โชรงได้จูงมือโบมีให้ตามตนแบบไม่ปล่อยเหมือนจูงมือเด็กน้อย ส่วนนัมจูก็ใช้โกเล็มในการแบกฮายองให้เดินตามไปเนื่องจากโดนนัมจูต่อยจนสลบ



         ทั้งหมดเดินมาจนเจอร้านอาหารร้านหนึ่งซึ่งก็จัดร้านได้สวยพอสมควรบวกกับต้นไม้ที่เปล่งประกายจึงเพิ่มความสวยงามเข้าไปอีกและที่สำคัญอยู่ติดกับร้านเค้กแอนด์เบเกอร์รี่พอดี โชรงจึงไม่ต้องเดินหาร้านเค้กไกลนัก โชรงบอกให้ทั้งหมดเดินเข้าไปในร้านก่อนโดยบอกว่าจะขอไปซื้อเค้กให้โบมีก่อนแล้วจะตามเข้าไปในร้านทีหลัง...เมื่อซื้อเค้กเสร็จโชรงก็รีบตามเข้าไปในร้านเพราะโบมีกำชับมาว่า ถ้าซื้อเสร็จให้รีบตามเข้าไป  ห้ามเถลไถลไปเต๊าะสาวที่ไหนเด็ดขาดไม่เช่นนั้น จะได้ไปว่ายน้ำในบ่อเลือดเดือดกับเหล่าสัตว์อสูรแน่นอน  ไม่นานนักทั้งหมดก็ออกมาจากร้าน และออกเดินเล่นในเมืองเพื่อดูเผื่อว่ามีอะไรติดไม้ติดมือไปนั่งกินเล่นบนยานตอนออกเดินทางต่อ แต่เมื่อทั้งหมดเดินมาถึงบริเวณใจกลางเมืองก็เห็นกลุ่มคนกลุ่มใหญ่กำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่ จึงรีบเข้าไปดูด้วยความสงสัย



         "แง๊~~~ พวกน้ามาทำร้ายพ่อหนูทำไมอ่า พ่อหนูทำอะไรให้หรอ ฮืออออ" และสิ่งที่พวกอึนจีเห็นก็คือ ภาพที่มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งร้องไห้ โดยที่ข้างๆเด็กผู้หญิงคนนั้นมีชายคนหนึ่งนอนอยู่ในสภาพสะบักสะบอม กับผู้ชายอีก 4-5 คนยืนอยู่บริเวณนั้น



         "เอ่อ...ขอโทษนะค่ะ คือว่ามีเรื่องอะไรกันหรอ" นาอึนผู้ที่ไม่เคยปล่อยให้มีคำถามในใจรีบถามผู้คนที่อยู่แถวนั้น



         "อ๋อ พวกคุณเป็นนักท่องเที่ยวสินะ ก็ไม่มีอะไรหรอกเรื่องปกติน่ะ อย่าไปสนใจเลย" ชายแก่ผู้หนึ่งตอบคำถามของนาอึน



         "แล้วไม่มีใครคิดจะไปช่วยเลยหรอค่ะ" คราวนี้เป็นอึนจีที่ถาม



         "ไม่มีใครกล้าหรอก เจ้าพวกที่กำลังทำร้ายคนอยู่นั่น เป็นมาเฟียที่คุมเมืองนี้อยู่ ถ้ามีใครมาทำอะไรให้พวกมันไม่พอใจก็จะโดนแบบนี้แหละ อย่างชายคนนั้น แค่เดินเฉี่ยวไหล่ ก็โดนพวกมันทำร้ายจนเป็นอย่างที่เห็นนั่นแหละ อีกเดี๋ยวยัยหนูนั่นก็อาจจะโดนพวกมันทำร้ายเหมือนกันก็ได้" ชายแก่ตอบพร้อมกับทำสีหน้าสลดลง



         ทั้งหมดหันไปมองจุดที่กำลังเกิดเหตุ ก็เห็นเด็กผู้หญิงคนเดิมกำลังทั้งทุบทั้งกัดไปที่ขาของหนึ่งในผู้มาที่ทำร้ายพ่อของตน และสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อก็คือภาพของชายอีก 4 คนที่มาด้วยกันกำลังจะใช้ท่อนเหล็กฟาดลงไปที่เด็กผู้หญิงคนนั้น แต่ทว่าในเสี้ยววินาทีก่อนท่อนเหล็กถึงตัวของเด็กคนนั้นทั้งหมดกลับถูกซัดกระเด็นออกไปด้วยฝีมือของ อึนจี  โชรง นัมจู และฮายอง   โดยที่เด็กนั้นก็ได้ถูกโบมีโอบเป็นเชิงว่าปกป้องเอาไว้อยู่เบื้องหลังคนทั้งสี่



         "พวกแกนี่มันเลวจริงๆเลยนะ แม้กระทั่งเด็กก็ยังลงมือทำร้ายได้"








_____________________________


   ช่วง : ไรท์เตอร์อินเทอร์วิวไร้สาระของไรท์เตอร์



      สวัสดีครับ นี่เป็นช่วงพิเศษที่เราจัดทำขึ้นมาเพื่อสัมภาษณ์ตัวละครของเรากันนะครับ และสำหรับแขกรับเชิญของเราในวันนี้ ก็คือ คุณอึนจี พระเอกในเรื่องของเรานั้นเองคร๊าบบบบ


      อึนจี : สวัสดีค่ะ อึนจีค่ะ



      ไรท์ : สวัสดีครับคุณอึนจี ดูมีออร่ามากเลยนะครับ สมกับเป็นบอสของมาเฟียเลย
   


      อึนจี : โอ้ ขอบคุณมากเลยค่ะ^^



      ไรท์ : ครับ งั้นเข้าเรื่องกันเลยนะครับ เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับการเป็นบอสของมาเฟีย



      อึนจี : โห มันก็ยุ่งพอดูเลยล่ะค่ะ ไหนจะต้องดูแลลูกน้อง ไหนจะต้องการจัดเรื่องธุรกิจอีก แล้วยังมีเรื่องจิปาถะอีกนะค่ะ นับว่าเหนื่อยมากเลยล่ะค่ะ 



      ไรท์ : โห นับว่าเก่งมากเลยนะครับเนี่ย งั้นขอถามต่อเลยนะครับ แล้วรู้สึกอย่างไรบ้างครับจากตอนที่แล้วที่มีแฟนคลับบอกว่าคุณอึนจีหล่อมาก คุณอึนจีเท่สุดๆ อะไรแบบนั้นอ่ะครับ



      อึนจี : ดีใจมากเลยค่ะ ฉันก็ไม่คิดว่าคำพูดและการกระทำของฉันจะมีคนมาชมเหมือนกัน รู้สึกปลื้มปิติสุดๆเลยล่ะค่ะ



      ไรท์ : อ่ะครับ ดีใจด้วยนะครับ งั้นมาถึงคำถามสุดท้ายของวันนี้นะครับ รู้สึกยังไงหรอครับเวลาที่มีคนมาบอกว่าคุณอึนจีขาสั้นบ้าง คุณอึนจีตัวเตี้ยบ้าง อะไรแบบนี้อ่ะครับ



   ' ปึ๊ด -*- '
      อึนจี : อ๋อ ก็รู้สึกว่าอยากจะฆ่าให้ตายด้วยสายฟ้าของฉันเลยล่ะค่ะ



      ไรท์ : เอิ่ม...งั้นหรอครับ ผมว่าคุณอึนจีใจเย็นๆก่อนนะครับ(รู้สึกเหมือนลางไม่ดีแฮะ)



      อึนจี : ไม่ยงไม่เย็นแล้วค่ะ เมื่อกี้ไรท์ก็ว่าฉันเตี้ยใช่มั๊ยค่ะ



      ไรท์ : เอ่อ ผมไม่ได้ว่านะครับ แค่ถามตามรีเควสเท่านั้นเอง



      อึนจี : ฉันไม่สนค่ะ



      ไรท์ : จะ..ใจเย็นๆนะครั..อ้ากกกกกก(เปรี๊ยะๆ)



      อึนจี : ช่วงไรท์เตอร์อินเทอร์วิวของไร้สาระของไรท์เตอร์ก็ขอจบลงเพียงแค่นี้ ส่วนฉันขอตัวไปชำระแค้นไรท์เตอร์ต่อก่อนค่ะ see you again แล้วพบกันใหม่นะค่ะ.



________________________


       ดีจ้า วันนี้เสริมช่วงอะไรที่มันไร้สาระเข้าไปหน่อยนึงก็ช่วยๆกันอ่านหน่อยนะครับ ขอบคุณนะครับที่เข้ามาอ่าน ตัวผมเองจะพยายามทำให้ดีทีสุดนะครับ ขอบคุณครับ
          ถ้าผิดพลาดตรงไหนก็ขออภัยด้วยนะครับ ^_^||

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #65 bowzeza (@suppharat) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 22:16
    อึนจีเสี่ยวมากเลยนะคะเนี่ย โบมก็นะโหดกับพี่รงไปได้สงสารป้าเค้าหน่อยสิ(อุ๊ย มือลั่น) แล้วก็พี่จองจีจ้า จัดการพวกคนเลวนั้นให้หมดเลยนะคะคุณบอสคนเก่ง รอต่อนะคะไรท์
    #65
    0
  2. #64 pej_apink (@por2918) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 20:20
    คู่ทูอึนน่ารักอ่ะครับ โบมีนี่โหดมากกกปราบพี่โชรงอยู่หมัดเลย5555 เข้ามาที่เมืองใหม่จะเกิดอะไรขึ้นรึเปล่า รอติดตามต่อนะครับ 
     ps. มีช่วงสัมภาษณ์พิเศษอึนจีด้วยน่ารักดีครับ ไรท์โดนสายฟ้าของอึนจีเปป็นไงบ้างครับ5555
    #64
    0