[ APINK (Yuri fic.)ปฏิบัติการรักมาเฟียจอมเวทย์ ]

ตอนที่ 10 : STAGE 9 : ความพร้อมของใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    22 ก.ย. 58


         "ฮะ..เฮ้ พวกเธอมาได้ยังไงกันเนี่ย" อึนจีถามออกไปด้วยความตกใจเล็กน้อย



         "ง่ายๆเลยนะ พวกเราก็แค่เดินขึ้นยานมาตั้งแต่ตอนเช้ามืด"



         "ค่ะ จากนั้นพวกเราก็เข้าไปซ่อนตัวในห้องเก็บของ รอเวลาจนกว่าพวกพี่จะออกจากเมือง แล้วก็ชะแว้บ...ปรากฎตัวออกมา"



         ด้วยคำตอบและคำอธิบายของคนทั้งสอง ทำเอาอึนจีและนัมจูถึงกับส่ายหน้าเอือมระอาแต่ก็ยังแสดงรอยยิ้มบนใบหน้าด้วยความดีใจ จะให้ทำไงได้ ในเมื่อทั้งสองคนมาอยู่บนนี้แล้วคงยากที่จะยอมลงจากยานเป็นแน่แท้ อาจจะจะต้องจำใจยอมให้ไปด้วย



         "ถึงพี่จะกลับไปส่งเราก็คงไม่ยอมลงใช่มั๊ย" เป็นอย่างที่อึนจีคิด นาอึนและฮายองพยักหน้ารัวๆพร้อมกันเป็นการตอบคำถามของอึนจี "แล้วหนีมาแบบนี้ไม่กลัวพ่อกับแม่เป็นห่วงหรอ" นาอึนไม่พูดอะไรเพียงแต่ส่งยิ้มพร้อมกับยื่นกระดาษสีขาวที่ถูกแบ่งตามส่วนแล้วพับเหมือนกับแผ่นพับมาให้กับอึนจี เธอรับมันมาพร้อมกับคลี่ออกเพื่อเปิดดูสิ่งถูกเขียนอยู่ด้านใน



         'ถึงอึนจี
         อึนจี แม่ขอฝากหนูดูแลนาอึนด้วยนะ แม่คิดว่าหนูอาจจะตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และอาจจะมีข้อสงสัยมากมาย แต่แม่มาคิดๆดูแล้ว พอรู้ว่าหนูจะออกเดินทางนาอึนก็ดูมีสีหน้าที่เศร้าลง แม่คงจะทนเห็นลูกสาวของแม่เป็นแบบนั้นไม่ได้ หลังจากที่แม่ถามความรู้สึกของนาอึนดูแล้ว แม่เลยตัดสินใจได้ว่าให้ลูกสาวตัวดีของแม่ออกเดินทางไปกับหนูด้วย แต่ว่าถ้าให้พ่อของนาอึนรู้คงจะไม่ยอมแน่ๆ เพราะเขารักลูกสาวของเขามาก  แม่ก็เลยให้ทั้งสองคนขึ้นไปแอบอยู่บนยาน อ้อ...แล้วก็ ฮายองนั่นแม่แถมให้ไปนะ คิดว่าน้องสาวของหนู หนูนัมจูคงจะชอบของแถมชิ้นนี้ ส่วนเรื่องของพ่อนั้นแม่จะเคลียร์ให้เอง ยังไงก็ฝากหนูดูแลลูกสาวของแม่ด้วยนะ
                                                         ฝากด้วยนะจ๊ะ
                                                                 จากคุณแม่เอง.



         ทันทีที่อึนจีอ่านจดหมายจบ เธอใช้มือตบหน้าผากตัวเองดังแป๊ะ ก่อนยืนรอให้สมองประมวลผลรับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้และต่อไปในอนาคต แต่กระนั้นเธอก็ยังแอบดีใจไม่น้อยกับการที่ได้มีนาอึนมาอยู่ใกล้ๆ พอสมองเริ่มรับได้เธอจึงนั่งลงบนโซฟาตามเดิม



         "เป็นไงมั่งพี่อึนจี ในจดหมายเขียนมาว่าไง" นัมจูถามอึนจีถึงเนื้อหาที่เขียนมาในจดหมายนั้น



         "อืม...ก็ไม่มีอะไรมาก เนื้อหาก็ตามที่เป็นอยู่นี่แหละ  อ้อ...จดหมายบอกว่ายกฮายองให้แกแน่ะนัมจู"



         "เห๊ะ!?!?!? ยกให้ฉัน! จริงดิ? ไหงงั้น...แต่ก็ดีนะ" หลังจากที่ได้ยินประโยคนี้ รอยยิ้มของนัมจูก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้า



         "......รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสิ่งของยังไงไม่รู้นะค่ะ ฮ่ะๆ" ส่วนฮายองนั้นก็ได้แต่ยืนหัวเราะแหะๆอยู่ข้างๆนาอึน



         "คิดมากน่า ยังไงซะเธอก็เป็นของฉันแล้วนะตอนนี้"



         "เอาเถอะๆ เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ตอนนี้คงถามถึงความพร้อมก่อน......เธอสองคนแน่ใจนะที่จะไปกับพวกเรา" ทั้งสองคนพยักหน้าตอบกลับมา "โลกของมาเฟียมันอันตรายนะ แบบนั้นก็ยังยืนยันที่จะไปใช่มั๊ย" คราวนี้ทั้งสองคนเงียบลง แต่...



         "พี่อึนจีคงไม่ปล่อยให้ฉันเป็นอะไรแน่นอน ฉันคิดว่าต้องเป็นแบบนั้นค่ะ" นาอึนตอบมาอย่างมั่นใจพร้อมส่งดวงตาที่เป็นประกายไปอ้อนวอนคนตัวเล็กที่อยู่เบื้องหน้า



         "ส่วนฉัน ก็พอสู้ได้บ้างแล้วเดี๋ยวให้พี่นัมจูสอนการใช้พลังเวทย์ให้ก็คงไม่มีปัญหาอะไรในการดูแลตัวเองหรอกมั้งค่ะ" พูดพร้อมกับเดินไปโอบไหล่คนร่างเล็ก นัมจูศอกกลับมาที่ท้องของฮายองเบาๆเป็นเชิงว่าหยอกเย้ากัน



         "......ตามนั้นล่ะกัน คุณแม่ฝากมาแล้วด้วยไว้จะพยายามอย่างที่สุดก็แล้วกัน" พูดจบอึนจีก็เดินไปขยี้หัวยีผมนาอึนเล่นเบาๆเชิงประมาณว่าเอ็นดู "แต่ถึงแม่ไม่ฝากพี่ก็ต้องดูแลอยู่แล้วแหละ" หลังจากได้ยินคำพูดประโยคหลังของอึนจี นาอึนก็เผยยิ้มขึ้นมาบนใบหน้าหลังจากที่ก่อนหน้านี้ทำหน้าบูดเป็นตูดลิงเพราะคำพูดประโยคแรกของอึนจี



         "ส่วนเรื่องที่พัก เรามีแค่สามห้อง ห้องหนึ่งเป็นของพี่โชรงกับพี่โบมี อีกสองเป็นของฉันกับพี่อึนจี และแน่นอนว่าฮายองมาอยู่กับฉัน ส่วนเธอนาอึน ไปนอนห้องพี่อึนจี" นัมจูถือวิสาสะจัดการเรื่องที่พักของทั้งสองตามใจตน



         "อีกแล้วๆ จัดเองอีกแล้วยัยนี่" อึนจีบ่นพึมพำกับการกระทำของนัมจู "แต่ก็คงต้องเป็นแบบนั้น" ทว่าอึนจีก็ไม่ได้คัดค้านอะไร "แต่ว่านะ ที่นอนบนยานไม่ได้นุ่มสบายเหมือนที่บ้านนะ นอนได้ใช่มั๊ย" นาอึนพยักหน้าตอบคำถามของอึนจีเช่นเคย
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
         "เอ... นี่นาอึนหายไปไหนตั้งแต่เช้านะ ไม่ยอมมาส่งพวกอึนจีด้วย คุณรู้มั๊ยลูกสาวหายไปไหน" ผู้เป็นพ่อถามหาลูกสาวของเขากับผู้เป็นภรรยา



         "อ๋อ นาอึนหรอ ก็ไม่ได้หายไปไหนหรอกค่ะ ฉันให้แอบขึ้นยานไปกับพวกอึนจีน่ะค่ะ" ผู้เป็นภรรยาพูดออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแต่ว่าพูดออกมาโดยที่หันหลังกับสามีของตน



         "เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ แอบขึ้นยาน แล้วยังคุณให้ไปด้วยงั้นหรอ" เขาให้มือขยี้ที่หูเบาๆแล้วแล้วถามซ้ำอีกครั้งหลังจากที่ภรรยาของเขาได้พูดประโยคก่อนหน้านี้ออกมา



         "ก็อย่างที่คุณได้ยินนั้นแหละ ไม่ต้องถามซ้ำหรอก" พูดจบแม่ของนาอึนก็เดินไปที่ประตูหน้าบ้านและหายออกไปทางสวนหย่อมหน้าบ้านดุจดั่งสายลมพัดโบกโบยโชยมา ปล่อยให้พ่อของนาอึนยืนอึ้งกำลังที่ได้ยินได้ฟัง เมื่อตั้งสติได้เขาเดินตามภรรยาออกไปที่สวน



         "คุณทำแบบนี้ได้ไงกัน ทำไมถึงให้ลูกไปแบบนี้ ไม่รู้แหละผมจะไปเอาตัวลูกกลับมา"



         "คุณค่ะ ให้ลูกเราไปเปิดหูเปิดตาบ้างเถอะ คุณไม่สังเกตุบ้างหรอเวลาอยู่กับหนูอึนจีลูกดูมีความสุขดีนะ หรือคุณอยากเห็นลูกเรานั่งทำหน้าตาเศร้าสร้อยเป็นหมาหงอยหรอ"



         "แต่ว่าจะไม่เกิดอันตรายกับลูกเราหรอ แบบนี้ก็เท่ากับว่าลูกไปเดินบนโลกมาเฟียครึ่งตัวเลยนะ"



         "อึนจีเป็นถึงบอสของมาเฟีย เป็นคนที่ดูแลองค์กรใหญ่ขนาดนั้นเลยนะ ฉันมั่นใจว่าพลังระดับหนูอึนจีปกป้องลูกสาวของเราได้แน่นอน"



         "....... เฮ้อ เอาเถอะ ป่านนี้แล้วถึงอยากตามก็คงจะตามไม่ทันแล้วมั้ง คงต้องยอมให้ลูกไปแล้วแหละ" แม่ของนาอึนยิ้มออกมาเพราะความน่ารักในการวางมาดของผู้เป็นสามี



         "ค่ะ ขอบคุณนะที่ยอมเข้าใจ (อึนจี แม่เคลียร์ทางนี้เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือแม่ฝากลูกสาวของแม่ด้วยนะ)"
.
 .
  .
  .
  .
  .
  .
  .
  .
 .
.
.
        หลังจากที่นำสัมภาระไปเก็บไว้ในห้อง นาอึนและฮายองก็ได้ไปทักทายโบมีและโชรงที่เป็นคนควบคุมยาน ตอนแรกทั้งสองแอบตกใจเล็กๆที่เห็นนาอึนและฮายองมาอยู่บนยาน แต่ทั้งสองร้องอ๋อออกมาทันทีหลังจากที่อึนจีเล่าเรื่องให้ฟัง 



         "เฮ้อ...ทั้งสองคนนี่ดูเหมือนจะไม่ได้ทุกข์ร้อนกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลยนะ ให้ตายสิ" อึนจีแสดงสีหน้าท่าทางว่าหน่ายใจกับปฏิกิริยาของคนทั้งสอง



         "จะทุกข์ทำไมล่ะ บอสของเราจะมีคู่สักที แบบนี้มันน่ายินดีไม่ใช่หรอ" 



         "นั่นสิ น่ายินดีออก   นี่นาอึนเธอรู้รึเปล่าว่าเธอเป็นคนแรกเลยนะที่บอสของเรา...อึนจีน่ะ รู้สึกแบบนี้ด้วย"



         "เอ๋?...คนแรก ฉันน่ะหรอค่ะ" นาอึนพูดออกมาโดยทำสีหน้างงปนกับรอยยิ้มแห่งความเขินและสีของแก้มที่แดงระเรื่อขึ้นมา



         "ใช่  ก็อย่างที่โบมพูด ตั้งแต่รู้จักมา อึนจีไม่เคยสนใจใครให้เห็นเลย ยังคิดอยู่เลยว่าตายด้านรึเปล่า" หลังโชรงพูดจบโบมีกับโชรงก็หัวเราะกันคิกคักสนุกสนาน โดยลืมไปว่าอึนจีก็อยู่ตรงนั้น



    Eunji...

         "นี่ๆๆ ทั้งสองคนน่ะ เห็นฉันเงียบนี่เอาใหญ่เลยนะ พูดเรื่องอะไรออกมาก็ไม่รู้ โว๊ะ...ไปดีกว่านาอึนปล่อยให้สองตายายเขาหัวเราะกันไป" ฉันจูงมือนาอึนออกมาจากห้องนักบิน เพราะขืนอยู่ต่อ ทั้งสองคนคงจะเล่าชีวประวัติอันน่ารันทดของฉันออกมาให้นาอึนรู้หมดเป็นแน่แท้ ฉันพานาอึนมานั่งเล่นที่โซฟาในห้องโถง ซึ่งตอนนี้ว่างเปล่าอาจจะเพราะว่านัมจูกับฮายองนั้นอยู่ในห้อง เห็นบอกว่าจะฝึกพลังเวทย์ ก็ไม่รู้หรอกนะว่าจะฝึกพลังเวทย์จริงๆหรือว่ามีกิจกรรมอะไรทำกัน แต่ขอแค่อย่ามาสร้างปัญหาอะไรบนยานฉันเป็นพอ ฉันนั่งคิดอะไรอยู่ชั่วครู่ก่อนหันกลับมามองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับฉัน ดูเหมือนว่าสีหน้าของเธอกำลังอยากจะถามอะไรกับฉันอย่างแน่นอน



         "พี่อึนจีคะ ฉันมีคำถามค่ะ" นั่นไง เป็นอย่างที่ฉันคิดไว้เลย เธอจะถามอะไรฉันกันนะ



         "หืม? ว่าไง อยากรู้อะไรเหรอ ถามมาได้เลยจะตอบให้หมดทุกอย่างที่เราอยากรู้เลย" พูดไปเป็นเชิงว่าดูไม่ออกซะหน่อย แถมยังใจดีจะตอบทุกคำถามด้วยนะเนี่ย



         "ก่อนหน้านี้ที่พี่โชรงบอกว่าพี่อึนจีเป็นบอสขององค์กรใช่ป่ะ แต่ว่าพี่ออกมาเที่ยวแบบนี้แล้วใครจะดูแลเรื่องภายในล่ะค่ะ" อืม ถามได้ดีเหมือนกันนะเรา ฉลาดกว่าที่คาดไว้แฮะ



         "ก็ให้ที่ปรึกษาของแก๊งดูแลไปชั่วคราวน่ะ มีคำถามข้อต่อไปมั๊ยค่ะคุณหนู?" ฉันก็ฟอร์มถามไปงั้นแหละ ฉันรู้ว่าคำถามมาอีกแน่นอน



         "คำถามต่อมาค่ะ ทำไมพี่อึนจีถึงออกมาเที่ยวแบบนี้ ทำไมไม่อยู่ดูแลแฟมิลี่ นี่พี่อึนจีขี้เกียจหรอค่ะ" เป็นอย่างที่ฉันคิดมั๊ยล่ะ แถมคำถามนี้ยังมาหาว่าฉันขี้เกียจอีก 



         "อ่า...จะว่าไงดีล่ะ พี่ถอนตัวออกมาชั่วคราวน่ะถ้าเรียกแบบชาวบ้านก็พักร้อนล่ะมั้ง เรื่องข้างในมันวุ่นวายจะตาย พี่ก็อยากพักบ้างไรบ้าง ไม่ได้ขี้เกียจซะหน่อย"



         "อ๋อ...งี้นี่เอง งั้นถามต่ออีก ถ้าพี่อึนจีพักร้อนอยู่ แล้วทำไมถึงได้รีบออกเดินทางต่อ ไม่อยู่ต่อที่บ้านฉันอีกซักหน่อยอ่า"



         "นี้แหละคือเหตุผลในการรีบเดินทางต่อของพวกพี่ เมื่อสองวันก่อนโบมีบอกว่ามีการติดต่อเข้ามาจากที่ปรึกษาของแก๊ง ว่ามีเรื่องด่วนให้รีบกลับแฟมิลี่ให้เร็วที่สุด"



         "โห...ขนาดจะพักร้อนยังมีมารผจญเลย ชีวิตพี่อึนจีนี่ดูวุ่นวายจังเลยนะค่ะ" มันก็จริงอย่างที่นาอึนพูดมาล่ะนะ ชีวิตประจำวันของฉันมันไม่เคยจะอยู่ได้แบบสงบๆสักเท่าไร นับตั้งแต่ที่รับตำแหน่งบอสมา



         "ก็คงงั้นอ่ะ ไหนจะเรื่องดูแลสมาชิก แล้วยังต้องดูแลเรื่องธุรกิจอีก วุ่นวายไปหมดเลย" 



         "นั่นแหละค่ะคำถามข้อต่อไป" ยังมีคำถามจะถามอีกงั้นเรอะ แต่เอาเถอะ ก็เราบอกไปเองนี่นาว่าจะตอบให้หมดทุกคำถาม "ที่บอกว่าธุรกิจน่ะค่ะ พวกพี่อึนจีทำธุรกิจอะไรกันหรอค่ะ เป็นธุรกิจผิดกฎหมายหรือเปล่า" 



         "นี่ๆ ถึงพวกพี่จะเป็นมาเฟีย แต่ก็ทำธุกิจที่ขาวสะอาดนะ เช่น การส่งออกสินค้า การจัดส่งสินค้าข้ามทวีป สินค้าเกี่ยวกับพวกเกษตรกรรมก็มีนะ รับรองว่าสุจริตแน่นอน" 



         "งั้นหรอ มาเฟียนี่ก็ต้องใช้เงินสินะค่ะ"



        "อ่ะแน่นอน ไม่งั้นสมาชิกในแฟมิลี่ก็อดตายกันหมดสิค่ะ"



         "พี่อึนจีค่ะ ฉันมีอีกคำถามหนึ่งค่ะ อยากถามมากๆเลย" เห...ยังไม่หมดสินะที่จะถามน่ะ แต่คราวนี้อยากรู้อะไรกันน๊า แล้วท่าทางแบบนั้นนั่นอะไรน่ะ จะถามคำถามทำไมจะต้องทำเป็นเขินแล้วทำแก้มแดงด้วย



         "อ่ะ ว่าไง คราวนี้อยากรู้อะไรงั้นหรอค่ะ"



         "พี่อึนจีรักฉันรึเปล่าค่ะ" 



         อื้อหือ...เล่นคำถามที่คาดไม่ถึงแบบนี้ อึนจีคนนี้ก็เขินเป็นนะค่ะนี่ รู้สึกหน้านี่ร้อนวูบๆเลยแฮะ ใจเต้นแรงขึ้นมาแล้วด้วย ทำไงดีฉันแสดงออกไปทางสีหน้ารึเปล่าเนี่ย ไม่ได้ๆ ต้องเก๊กวางมาดไว้ก่อน น่าแปลกนะ ทั้งที่โดนถามแบบนี้ก็ตั้งหลายครั้ง แต่ทำไมฉันถึงยังรู้สึกตื่นเต้นล่ะ แล้วนั่นอะไรอีก จะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ทำไม อยากรู้คำตอบถึงขนาดนั้นเชียวเหรอ ก็ได้ๆ จะตอบให้ก็ได้ ยังไงซะคำตอบฉันก็ยังเหมือนเดิมล่ะนะ



         "น่ะ...แน่นอนสิ ว่าพี่น่ะรักเรานะ นาอึน"

     End Eunji...
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
        "เอาล่ะฮายอง ลองค่อยๆตั้งสมาธิให้ดีๆนะ การที่จะดึงพลังเวทย์ออกมาใช้ได้นี่ สมาธินี่ต้องแน่วแน่สุดๆ ช่วงนี้นี่ฝึกควบคุมจิตไปก่อนก็แล้วกัน"



         "โห...พี่นัมจูค่ะ เอาแต่ให้ฉันนั่งสมาธิฝึกจิตเนี่ย แบบนี้มันจะได้ผลเหรอ ฉันจะใช้พลังเวทย์ได้แน่หรอ"



         "ได้สิ ถ้าเมื่อไรที่เธอควบคุมจิตได้ดั่งใจนะ เธอก็จะใช้พลังเวทย์ได้อย่างใจนึกเลย ถ้าไม่เชื่อ งั้นเธอลองทำให้พื้นตรงนี้้เป็นน้ำแข็งไปจนถึงประตูสิ ทำเป็นเส้นตรง ห้ามให้เลยออกไปข้างนอกนะ" เมื่อเห็นว่าฮายองทำสีหน้าไม่เชื่อเธอ นัมจูจึงให้ฮายองลองทำพื้นน้ำแข็งเป็นทางยาว โดยให้มีจุดสิ้นสุดคือขอบประตูห้อง ห้ามขาดห้ามเกิน



         "ฮิฮิ ง่ายมากเลยค่ะ ของแค่นี้กล้วยๆ ดูนะ" ฮายองทำตามที่นัมจูบอก คือใช้เวทย์น้ำแข็งของเธอสร้างพื้นน้ำแข็งขึ้นมา แต่ว่าผลที่ออกมานั้น ทางน้ำแข็งฮายองสร้างมาเบี้ยวซ้าย เลื้อยขวา ไม่เป็นเส้นตรง แถมยังเลยลอดใต้ประตูออกไปข้างนอกด้วย



         "เป็นไงล่ะ ทีนี้รู้รึยังล่ะว่ามันไม่ง่ายถ้ายังควบคุมจิตไม่ได้น่ะ แล้วก็ละลายน้ำแข็งซะด้วยนะ ถ้าให้มันละลายเองเดี๋ยวมันจะเปียกพื้น"



         หลังจากที่ทำออกไปแล้วผลออกมาไม่ดี ฮายองจึงเชื่อฟังในสิ่งที่นัมจู และทำตาม แต่ในขณะที่ฮายองกำลังจะละลายน้ำแข็งนั้น



        'พรืด โป๊ก!!!' เสียงเหมือนมีอะไรบางอย่างเดินมาลื่นน้ำแข็งของฮายองและจากที่ฟังเสียงดูเหมือนว่าจะลื่นจนหัวฟาดพื้นเป็นแน่แท้



         "โอ๊ยยยย  เจ็บหัวว้อย  ใครมันเอาน้ำแข็งอะไรมาไว้ตรงนี้ว่ะเนี่ย ฉันลื่นล้มหัวฟาดพื้นเลยเห็นมั๊ยเนี่ย นี่ถ้าฉันเป็นอะไรขึ้นมาใครจะดูแลโบมห๊ะ" ถึงไม่ต้องออกไปดูก็รู้ว่าเป็นโชรง คงจะเดินมาทำอะไรสักอย่างในห้องแล้วกำลังจะกลับไปห้องนักบินซึ่งต้องเดินผ่านห้องของนัมจูแต่คงไม่ได้ดูที่พื้นให้ดีจึงลื่นล้ม



         "เอ่อ...ขอโทษด้วยนะค่ะพี่โชรง พอดีว่าพี่นัมจูบอกให้ทำแบบนั้นน่ะค่ะ ต้องขอโทษจริงๆนะค่ะ" ฮายองกล่าวขอโทษโชรงโดยที่ไม่ได้เปิดประตูออกไปเจอหน้า



         "เออๆ ช่างเหอะ ไม่เป็นไรหรอก แล้วอย่าลืมมาเก็บด้วยล่ะ เดี๋ยวมีคนมาลื่นอีก" พูดจบโชรงก็เดินออกไปด้วยท่าที่มีมือกุมหัวบริเวณที่โขกกับพื้น



         "แหม โยนสิ่งปฏิกูลมาให้ฉันเชียวนะยัยฮายอง   เห็นมั๊ยล่ะว่านอกว่าจะควบคุมได้ไม่ดีแล้ว บางทีก็ทำให้คนอื่นเดือดร้อนได้เหมือนกัน"



         "ค่ะ งั้นฉันจะพยายามฝึกสมาธิต่อ ต้องทำให้จิตนิ่งให้ได้เลยล่ะค่ะ"



         "ดีมาก ต้องแบบนี้สิถึงจะน่ารักสมกับเป็นฮายองน้อยของฉัน"
.
.
.
.
.
.
.
.
.
         "หือ พี่โชรงเป็นไรอ่ะ ทำไมถึงเดินเอามือกุมหัวมาแบบนั้น"



         "อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก พี่แค่ลื่นล้มหัวฟาดพื้นน่ะ"



         "ทำอะไรก็ระวังหน่อยสิพี่อ่ะ อายุเยอะแล้ว ถ้ากระดงกระดูกหักขึ้นมามันจะหายยากนะ"



         "จ้าๆๆ พี่จะระวังขึ้นแล้วกัน แต่เรื่องอายุไม่ต้องพูดก็ได้มั้ง ก็รู้ตัวเองอยู่ ได้โปรดอย่าย้ำเลย"



         "อ่ะๆ คราวหน้าเค้าจะไม่พูดเรื่องอายุก็ได้"



         "ดีมาก แบบนี้สิโบมที่น่ารักของพี่....หืม? ข้างหน้านู้นมันอะไรอ่ะโบม เห็นป่ะ"



         "ไหน มีอะไรหรอ เอ......อ๊ะ นั่นมัน!!!"

.

.

.

.

.
         ในขณะที่อึนจีกำลังนั่งคุยกับนาอึนอยู่บนโซฟาที่ห้องโถง ก็รู้สึกได้ว่ายานหยุดเคลื่อนที่



         "หือ? พี่โชรงกับโบมีหยุดยานทำไม มีอะไรหรือเปล่านะ"



         "[นี่อึนจี มีปัญหาข้างหน้านิดหน่อยน่ะ]" เสียงโชรงพูดผ่านไมโครโฟนและมาออกทางลำโพงภายในยาน



         "ว่าไง มีอะไรเหรอพี่โชรง" เมื่อได้ยินดังนั้นอึนจีจึงถามกลับด้วยความสงสัย



         "[อืม...รู้สึกว่าจะเป็นโจทย์เก่าของเธอนะอึนจี ลงไปเคลียร์ให้ทีดิ]"



         "โจทย์เก่า? ใครหว่า......เอาเถอะ เปิดประตูยานทีสิ เดี๋ยวลงไปเคลียร์ให้   เอ้อ...นาอึน เราไปอยู่กับพวกพี่โชรงก่อนนะ" อึนจีซึ่งยังสงสัยว่าโจทย์เก่าที่ว่านั้นคือใคร จึงลงจากยานไปด้วยความงุนงง แต่ก็เผื่อเอาไว้โดยให้นาอึนนั้นไปอยู่กับโชรงและโบมี และเมื่ออึนจีเดินมาทางหน้ายานก็ต้องประหลาดใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า



         "โฮ่...นี่แกยังไม่ตายอีกหรอ 'คิลเลอร์' อึดดีนี่" และผู้ที่มาขวางทางเอาไว้นั่นก็คือหัวหน้าของเหล่าโจรที่อึนจีไปถล่มมานั่นเอง



         "ฮ่ะๆๆ เกือบไปเหมือนกันแหละ แต่เหมือนว่านรกยังไม่ต้องการฉันว่ะ แล้วก็ฉันมีของขวัญสุดพิเศษฉันเตรียมมาเพื่อฆ่าพวกแกโดยเฉพาะเลย 'หมาป่าเวทย์มนต์ wolf mage' หมาป่าพวกนี้นะ แต่ละตัวแข็งแกร่งมากเลย ฟันของมันสามารถฉีกเหล็กได้สบายๆเหมือนกับฉีกกระดาษเลย แกจะรับมือพวกมันยังไงล่ะ กับ wolf mage ทั้งยี่สิบตัวนี้" คิลเลอร์ใช้เงินที่เก็บเอาไว้จากการปล้นทั้งหมดมาจ่ายให้กับซัมม่อนมาสเตอร์ เพื่อให้อัญเชิญ wolf mage มาโดยออกคำสั่งให้ฟังคำพูดของคิลเลอร์เท่านั้น และฝูงหมาป่าก็พร้อมที่จะโจมตีทุกเมื่อที่ได้รับคำสั่ง



         "เฮ้อ...ฉันล่ะไม่อยากทำร้ายหมาป่าพวกนี้เลยจริงๆ เอางี้ล่ะกัน  นี่ wolf mage ทั้งหลาย ช่วยกลับไปยังมิติที่พวกเธออยู่จะได้มั๊ย" 



         สิ้นคำพูดของอึนจี เธอหันไปสบตากับเหล่าหมาป่า เพียงเท่านั้นหมาป่าทุกตัวที่ตั้งท่าเตรียมบุกกลับเปลี่ยนเป็นยืนสั่นเทาด้วยความกลัว พวกมันรับรู้ได้ถึงจิตสังหารของอึนจีที่ส่งออกมาเพียงแค่สบตา เพียงแค่เท่านั้นพวกมันก็รับรู้ได้เลยว่าระดับพลังนั้นต่างกันเกินไปและสายตานั้นยังบอกด้วยว่าเป็นสายตาที่คิดจะฆ่าพวกมันจริงๆและยังสามารถทำได้ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่าพวกมันทุกตัวยกเลิกการอัญเชิญและรีบกลับไปยังที่อยู่ของพวกมัน



         "อะ...อะไรกัน นี่พวกไปจะไปไหนน่ะ กลับมาก่อน ฉันเสียเงินเพื่อเรียกพวกแกมาใช้งานน่ะ พวกแกต้องฟังคำสั่งฉันสิ" ไม่มีหมาป่าตัวไหนสนใจคำพูดของคิลเลอร์ ทุกตัวต่างกลับไปยังที่ของพวกมัน ทิ้งให้คิลเลอร์ผู้โฉดชั่วนั้นอยู่ตัวคนเดียว



         "เอาไงล่ะ สัตว์เลี้ยงหนีแกไปหมดแล้วนะ แกจะยังสู้หรือเปล่า ถ้าแกยอมเข้าคุก ฉันก็จะไม่ฆ่าแก" อึนจีพูดขึ้นเพื่อเสนอทางเลือกให้กับคิลเลอร์



         "ไม่มีทางที่ฉันจะมอบตัวหรอก ถึงไม่มีพวกมันก็ไม่เป็นไร ฉันฆ่าพวกแกเองก็ได้" แต่ดูเหมือนทางที่คิลเลอร์เลือกจะเป็นอย่างแรก



         "งั้นหรอ ดูเหมือนว่าคราวนี้นรกอาจจะต้องการตัวแกจริงๆแล้วก็ได้" พูดจบ อึนจีหันมามองทางยานซึ่งมีนาอึนยืนมองมาเช่นกัน "ได้ยินใช่มั๊ยนาอึน ดูให้ดีนะ...นี่น่ะคือความโหดร้ายของโลกมาเฟีย พี่จะถามเป็นครั้งสุดท้ายนะว่าแน่ใจแล้วใช่มั๊ยว่าจะไปกับพวกเรา...แน่ใจนะว่าจะไปกับพี่น่ะ" สิ้นคำพูดอึนจีหันกลับไปทางเดิม อึนจียกมือทั้งสองข้างขึ้นมาระดับอกจากนั้นก็ค่อยมีสายฟ้าปรากฎขึ้นระหว่างมือทั้งสอง



         "คราวที่แล้วฉันใช้เวทย์ระดับสองไป แต่ดูเหมือนแกจะทนได้สินะ งั้นคราวนี้ฉันจะเพิ่มไปอีกสามระดับ รับรองว่ายมบาลคงจะรอต้อนรับแกแล้วล่ะ" ตอนนี้ระหว่างมือของอึนจีมีปริมาณของพลังเวทย์สายฟ้ารวมตัวอยู่อย่างมหาศาล



         " ใครจะไปยอมให้แกทำกันล่ะ" คิลเลอร์ใช้เวทย์เงาของตนพุ่งเข้าหมายจะทำร้ายอึนจี แต่ทว่า กลับถูกสายฟ้าที่อึนจีชาร์จอยู่นั้น เผาไหม้จนไม่สามารถเข้าถึงตัวอึนจีได้  "บะ..บ้าน่า พลังเวทย์อะไรจะมหาศาลขนาดนั้น"



         "เอาล่ะนะ เตรียมตัวตายได้แล้วแกเอ๋ย" ยังไม่ทันจบคำพูดของอึนจีดีสายฟ้านั้นก็ผ่าลงไปที่ร่างของคิลเลอร์ ยังไม่ทันที่จะได้ร้องบอกถึงความเจ็บปวดด้วยซ้ำคิลเลอร์ขาดใจตาย ร่างกายของคิลเลอร์ที่ถูกสายฟ้าผ่าไม่สามารถคงรูปร่างเอาไว้ได้ เพราะถูกเผาด้วยความร้อนสูงจากการถูกสายฟ้าผ่า พริบตาเดียวร่างนั้นก็กลายเป็นเถ้าธุลีลงมากองกับพื้น รอเพียงแค่ให้ลมพัดกองขี้เถ้านี่สลายไปเท่านั้น



         "ชั้นบอกแล้วว่าคราวนี้นรกต้องการตัวแกแน่...อ้อ ยังไงก็ฝากทักทายท่านยมบาลด้วยนะ"




_________________________________


         ดีคร๊าบ คราวนี้ก็มาช้าอีกแล้วต้องขอโทษด้วย อ่านแล้วสนุกไม่สนุกยังไงก็ต้องขอโทษด้วยอีกครั้ง ยิ่งถ้ามีจุดผิดพลาดยิ่งต้องขออภัยไปใหญ่ เพราะว่าไรท์เองแต่งในโทรศัพท์ เลยอาจจะดูไม่ทั่วถึง แล้วก็นะ คือมีเรื่องที่อยากจะบอกไว้แต่เนิ่นๆด้วย คือว่า อีกเดือนเศษๆ ไรท์เองจะต้องเข้ากรมไปเป็นทหารอ่ะ อาจจะลงให้อ่านได้อีก 4-5 ตอน เพราะว่าคงจะไม่มีเวลาแต่งให้ แต่ว่าจะไม่ทิ้งให้เนื้อเรื่องค้างคานะ ประมาณว่าจะทำแบบจบซีซั่นไว้ก่อนอ่ะ ถ้าว่างแล้วจะรีบกลับมาแต่งต่อทันทีเลย   ยังไงก็อย่าทิ้งกันไปไหนนะคร๊าบ^^

         

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #97 snsd_redvelvet (@0842215988kie) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2558 / 12:26
    หมาป่ายังเชื่อฟัง ><
    #97
    0
  2. #63 Aten_AP (@sanext20) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กันยายน 2558 / 18:26
    อึนจีหล่อเว่ออออออออออร์>< 
    #63
    0
  3. #62 bowzeza (@suppharat) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กันยายน 2558 / 22:46
    อึนจีหล่อไปนะบางที จะรอไรท์เสมอนะคะ สู้ๆๆๆ
    #62
    0
  4. #61 pad (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กันยายน 2558 / 22:28
    สนุกมากๆๆ อึนจีนี่เท่จริงๆ
    #61
    0
  5. #60 พิงค์แฟนซี (@fcsistar) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กันยายน 2558 / 17:54
    โอ๊ะ อึนจีหล่อโฮกอ่ะ ><
    #60
    0
  6. #59 pej_apink (@por2918) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กันยายน 2558 / 12:57
    สนุกครับไรท์ พี่อึนจีนี่เก่งสุดๆ รอติดตามต่อนะครับไรท์สู้ๆนะคร๊าบบบบ
    #59
    0
  7. #58 4245 (@4245) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กันยายน 2558 / 12:23
    รีบมาต่อไวๆน้าาา ไรท์
    #58
    0