กามเทพร้อยรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 13,863 Views

  • 17 Comments

  • 75 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,105

    Overall
    13,863

ตอนที่ 8 : คู่อริอีกคู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 587
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    7 ก.ย. 61

     ธัญพิมลถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เมื่อมองไปตรงไหนก็ไม่พบที่จอดรถใกล้ กับร้านค็อฟฟี่ช็อฟของจิตตวีย์เลยสักที ทำให้หญิงสาวตัดสินใจขับวนอีกรอบ แล้วตาก็เหลือบมองไปยังพื้นที่จอดรถที่เหลืออยู่น้อยนิด แม้รถของหล่อนจะไม่ได้ใหญ่โตมากมายนัก แต่เท่าที่ดูพื้นที่ที่เหลืออยู่มันก็ยังไม่น่าไว้ใจอยู่ดี แต่ในเมื่อไม่มีทางเลือก หญิงสาวจึงจำเป็นต้องตัดสินใจจอดตรงที่ว่างที่มองเห็นอยู่ในตอนนี้ ก่อนที่มันจะสายเกินไป นั่นหมายถึงคงหาที่จอดรถไม่ได้อีกแล้ว

จอดมันตรงนี้แหละคงไม่น่าจะยากเท่าไหร่หรอกหญิงสาวพึมพำเบา หัวใจเต้นโครมครามเมื่อคิดว่านี่คงเป็นจุดปราบเซียน

หญิงสาวมองชั่งใจอยู่ระยะหนึ่งกับพื้นที่น้อยนิดวัดสายตากับขนาดรถของตัวเอง ขับรถไปจอดไว้หันซ้ายขวา มองไปด้านหน้าและด้านหลัง พลันสายตาก็ไปสบเอากับคนที่นั่งอยู่ในรถเก๋งยุโรปคันใหญ่แข็งแรงสีบรอนเงินใหม่เอี่ยมซึ่งเทียบกับรถของหล่อนแล้วมันต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะทั้งเล็กและดูเก่าเนื่องจากเป็นรถมือสองที่ใช้งานมาได้หลายปีแล้ว 

คนใบหน้าคมในรถคันนั้นมองสบตาหล่อนเช่นกัน ก่อนจะส่ายหัวไปมาเหมือนระอากับสิ่งที่มองเห็น

ผู้หญิงขับรถเขาบ่นอุบคนเดียวอยู่ในรถ 

หากแต่คนที่มองอยู่ในรถอีกคันหนึ่งนั้นจับได้ถึงแววตาอันดูถูกดูแคลนที่เขาคงคิดว่าคนอย่างหล่อนคงไม่มีความสามารถที่จะจอดตรงที่แคบ แบบนี้ได้ เพียงแค่คิดว่ามีคนดูถูกอยู่มันก็ทำให้ธัญพิมลเกิดหึกเหิมขึ้นมา 

แล้วก็เริ่มขับรถไปข้างหน้าให้ได้ระยะห่างที่คิดว่าพอจะเหวี่ยงตัวรถให้เข้าไปในช่องแคบ ที่พอดีกับรถของตัวเอง 

แต่พระเจ้า ไม่อยากจะเชื่อว่ามันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลยสักนิดเดียว ทำให้ต้องทำการขับรถออกไปใหม่และเริ่มใหม่อีกครั้งความทุลักทุเลในการขับรถเข้าออก เหวี่ยงไปมาอยู่เป็นนานสองนานก็ทำเอาหญิงสาวเหงื่อซิกได้เช่นกัน แล้วตาก็เหลือบมองไปยังรถเก๋งคันข้างหลัง อดหมั่นไส้ให้กับไอ้คนที่นั่งจ้องมองการขับรถของหล่อนไม่ได้ว่าเขาน่าจะจอดเผื่อที่ให้หล่อนบ้าง แต่เขากลับยังคงนั่งมองแน่นิ่งไม่ไหวติง 

แม้คนที่เป็นเจ้าของรถจะนั่งอยู่ข้างในและใบหน้าคมก้มมองอะไรสักอย่างในมือ แต่ก็ไม่วายเหลือบตามองมายังรถคันเล็กกว่าข้างหน้าที่พยายามจอดรถในพื้นที่ ที่เขาคิดว่ามันมากโขสำหรับรถของหญิงสาว มันไม่น่าจะใช้เวลาเนิ่นนานหรือต้องขับเข้าๆ ออกๆ บ่อยครั้งขนาดนี้ ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมาอย่างรู้สึกเอือมระอาครั้งแล้วครั้งเล่า ธัญพิมลกัดเรียวปากอิ่มของตัวเองจนรู้สึกเจ็บ ยิ่งเห็นอาการของคนในรถยิ่งทำให้มีอาการฮึกเหิมมากขึ้นกว่าเดิม 

มันต้องจอดได้สิวะ!” หญิงสาวบ่นพึมพำด้วยความหงุดหงิด ซึ่งไม่แน่ใจนักว่าหงุดหงิดให้การจอดรถอันยากเย็นแสนเข็ญของตัวเอง หรือหงุดหงิดให้กับเจ้าของรถคันข้างหลังกันแน่ เพราะคิดว่าเขาน่าจะมีน้ำใจขยับรถตัวเองออกไปอีกสักหน่อย เพื่อที่ตัวหล่อนจะได้จอดรถได้ง่ายขึ้น แต่เขากลับนั่งทำหน้าเบื่อหน่ายมาที่หล่อนอยู่ในรถคันหรูของตัวเอง และถ้าหากเดาไม่ผิดเขาคงกลัวว่าหล่อนจะเฉี่ยวเอารถของเขาเข้าละสิก็รถแสนแพงหากมีร้ิวรอยคงอยู่ไม่จืด แต่ไม่มีทางเสียล่ะ ถึงหล่อนจะขับรถไม่เก่งมากนัก แต่อย่างน้อยก็ไม่เคยขับรถชนอะไรสักอย่าง ตั้งแต่จำได้

ธัญพิมลพยายามอยู่เป็นนานสองนานในที่สุดหญิงสาวก็เข้าไปจอดได้สำเร็จแม้จะทุลักทุเล แต่ตอนนี้ก็ถอนหายใจได้อย่างโล่งอก เมื่อรถสีขาวของหล่อนจอดเข้ายังที่แคบๆ ได้อย่างพอดิบพอดี สวยงามตรงดิ่งตามที่หล่อนต้องการ มือเรียวสวยปาดเหงื่อตัวเองที่ผุดขึ้นมาบนหน้าผากออกจนเกลี้ยง ปัดมือไปมาสองสามครั้งเมื่อความชื้นที่มือยังคงมีอยู่จากอาการประหม่าในการจอดรถ ยิ่งรู้ดีว่าสายตาของเขาจับจ้องมาเป็นบางครั้งยิ่งทำให้ประหม่าหนักและขาดสมาธิไปเสีย เชอะ! ไม่เห็นว่ามันจะยากตรงไหน กระจอกมากกะอีแค่จอดรถแค่นี้อย่ามาคิดดูถูกกันหน่อยเลยไอ้ผู้ชายไม่มีน้ำใจธัญพิมลพูดกับตัวเองอย่างภาคภูมิใจที่สามารถจอดรถได้ และไม่ลืมบ่นให้กับคนข้างหลัง อย่างรู้สึกไม่ชอบใจเขาเอามากๆ วันนี้ธัญพิมลและบรรดาเพื่อนคนอื่นๆ นัดหมายที่จะทานข้าวร่วมกันกับภัทรินและอภินันท์ ซึ่งรายนั้นก็ชวนเพื่อนสนิทของเขามาด้วยเช่นกัน 

แต่ธัญพิมลไม่ทราบได้ว่าฝ่ายนั้นจะมากันกี่คน หล่อนรู้เพียงว่าทางกลุ่มเพื่อนหล่อนมากันเกือบครบทีม ยกเว้นอารยาซึ่งยังอยู่ที่อเมริกา หมายกำหนดการกลับเมืองไทยของอารยานั้นก็ไม่น่าจะเกินหนึ่งปีตามสัญญาว่าจ้าง ทำให้อารยาต้องการใช้เวลาในตอนนี้กอบโกยเอาความสำเร็จที่คาดหวังไว้เสียก่อน

เสียงโทรศัพท์ดังแผดเผาขึ้นมาท่ามกลางความอลหม่านในการหยิบจับเอาข้าวของและรีบควานมือเข้าไปยังกระเป๋าใบเล็กเพื่อหาต้นตอถึงเสียงที่กำลังดังอยู่นี้ จิตตวีย์นั่นเองที่เป็นคนโทรมา 

หญิงสาวหยิบจับทุกอย่างได้ก็เปิดประตูรถออกอย่างรวดเร็ว มืออีกข้างยังคงจับโทรศัพท์แนบหู ส่วนมืออีกข้างก็ทุกลักทุเลกับกระเป๋าใบเล็กและกุญแจรถ เมื่อปิดประตูรถธัญพิมลก็เอี้ยวตัวออกจากตัวรถด้วยความรีบร้อน และก็ต้องร้องเสียงหลง เมื่อใบหน้าหมดจดชนเข้ากับอะไรอย่างจัง อย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้เซถลาถอยไปชนรถตัวเอง แล้วก็รู้สึกถึงเรียวขาสวยนั่นทรงตัวได้ยาก จากนั้นก็เกิดอาการเจ็บจี๊ดที่ข้อเท้าข้างหนึ่งขึ้นมาอย่างกระทันหัน ข้าวของในมือร่วงหล่นลงพื้น ยกเว้นมือถือยังคงแนบข้างหู

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

0 ความคิดเห็น