กามเทพร้อยรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,374 Views

  • 25 Comments

  • 69 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,154

    Overall
    18,374

ตอนที่ 7 : การเผชิญหน้าที่ไม่ปรารถนา (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 744
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    17 เม.ย. 62

     อาการกะเผลกๆ ของธัญพิมลต่างก็ทำเอาเพื่อนตกใจไปตามๆ กัน ไม่คิดว่าหญิงสาวจะถึงขนาดเกือบได้เดินหามปีกเข้ามา เพราะแทบจะเดินไม่ได้

ตายจริง ผู้ชายบ้าอะไรก็ไม่รู้ภัทรินบ่นอุบขึ้น เมื่อธัญพิมลกับจิตตวีย์เดินมาถึงโต๊ะอาหาร ซึ่งเป็นคนสุดท้ายของกลุ่มรวมไปถึงใบหน้าอันซีดเผือดของเพื่อนทั้งสองนั้นด้วย เพราะภัทรินรวมไปถึงคนอื่นไม่มีใครได้รู้รายละเอียดว่าธัญพิมลกับจิตตวีย์เจออะไรมาบ้างนอกจากที่ธัญพิลบอกว่าเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยกับคนอันธพาล

แล้วภัทด่าผู้ชายทำไมจ๊ะอภินันท์ถามขึ้น เมื่อจิตตวีย์นั่งลงไปตรงข้ามกับไตรภพส่วนธัญพิมลนั่งลงตรงข้ามกับปราชญ์ คนทั้งสี่แทบจะไม่เอ่ยทักทายกันและไม่คิดจะมองหน้ากันเลย โดยเฉพาะธัญพิมลเอาแต่ก้มหน้างุดไม่กล้าสบตากับคนที่นั่งตรงข้ามกับตน 

ก็แหง๋ละใครจะคิดว่าหล่อนจะเจอกับความโชคร้ายได้มากขนาดนี้ ในเมื่อเจอเขาชนแล้วจนเท้าพลิกแพลงแค่นั้นยังไม่พอ หล่อนยังได้โทรมาเล่าให้ภัทรินฟังว่าเจอพวกอันตพาลคับถนน แถมชนเอาหล่อนล้มลงไปด้วย 

ก็ดูยัยธัญสิคะ...เจอพวกอันธพาลหาเรื่องค่ะ แถมบีบแตร่ขับรถแทบจะเหยียบให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลยค่ะ คนบ้าแบบนี้ก็มีด้วยภัทรินกัดฟันเล่าอย่างโมโหแทนเพื่อนรักทั้งสอง 

คนที่นั่งตรงข้ามกับหญิงสาวที่เพิ่งถูกพูดถึง ถึงกับหูผึ่งขึ้นมาแล้วเขาก็หันมามองหน้าคนที่หลบตาของตนทันที

ขนาดนั้นเลยเหรอครับปราชญ์ถามออกไปใคร่รู้ เพราะมั่นใจว่าคนอันธพาลที่ภัทรินเอ่ยออกมา คงหมายถึงเขานั่นเองและต่อมาทุกคนก็ได้รับรู้จากการพูดแจ้วๆ ของภัทริน ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างโดยทั้งหมดทั้งมวลภัทรินรู้มาจากปากของธัญพิมล

แต่ปราชญ์นั้นรู้ทันทีว่าธัญพิมลพูดไม่หมด แถมยังใส่สีตีไข่เพิ่มเติมอีกด้วย ส่วนตอนนี้หล่อนก็นั่งหลบตาเขา ไม่คิดจะมองเลยแม้แต่หางตา พร้อมหน้าแดงระเรื่อ คงไม่ใช่เขินอายเขาหรอก แต่เพราะคงอับอายที่เรื่องจริงมีคนอย่างเขานั่งฟังอยู่และหล่อนก็รู้ดีว่าหล่อนเอาแต่คุยโทรศัพท์แต่เท่าที่ภัทรินเล่าไม่มีเนื้อหาตรงนั้นเลย และหล่อนคงไม่คาดคิดว่าคนที่ตนนินทาด่าว่าลับหลังจะโผล่มานั่งตรงข้ามเอาได้ ถือซะว่าเป็นความโชคร้ายซ้ำซ้อนก็แล้วกัน

หลังจากที่ทุกคนมากันครบแล้ว อภินันท์จึงลุกขึ้นกล่าวขอบคุณเพื่อนๆ ที่ได้เสียสละเวลามาให้กับเขาและภรรยา รวมไปถึงไม่ลืมที่จะแนะนำเพื่อนชายทั้งสามคนอย่างเป็นทางการนั่นคือชานนท์และไตรภพ ซึ่งเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้กับเขาในวันแต่งงานให้รู้จักกันอีกครั้งหนึ่งและมันทำให้ธัญพิมลถึงบางอ้อว่าทำไมหล่อนคุ้นหน้าของไตรภพนัก ก็เพราะเขาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวนี่เอง แต่หล่อนกลับลืมเลือนใบหน้าของไตรภพไปได้นอกจากรู้สึกแค่ว่าคุ้นหน้าเท่านั้น 

ส่วนคนล่าสุดนั่นคือปราชญ์ ที่เพิ่งเดินทางกลับจากอเมริกาได้ไม่นานนัก อภินันท์ไม่ลืมเล่าเรื่องการนำเค้กกล้วยหอมไปต้อนรับเพื่อนรักที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากอเมริกาซึ่งเป็นวันเดียวกันกับวันเกิดของเขาด้วย หน้าที่หาเค้กเพื่อเซอร์ไพรส์เพื่อนจึงกลายเป็นของไตรภพ เมื่อพูดมาถึงตรงหนี้ ไตรภพก็หน้าแดงซ่าน ส่วนเพื่อนชายอีกสามคนต่างก็หัวเราะขบขัน และมันนำความกังขามาให้กับจิตตวีย์มากที่สุด 

ไตรภพชำเลืองมองคนที่นั่งตรงข้ามกับตนเป็นบางครั้งพร้อมกับสายตาอันไม่ชอบใจยังคงครุกรุ่นอยู่ และมันทำให้จิตตวีย์รู้สึกไม่สบายใจคาดว่ายังไงเค้กกล้วยหอมมันก็ยังไม่ดีพอเป็นแน่ แต่เพราะอะไรจิตตวีย์เองก็ไม่เข้าใจ สิ่งที่รู้ก็แค่เค้กกล้วยหอมไม่ใช่เค้กวันเกิด อันนี้ก็พอจะรู้ๆ กันอยู่ แต่เขาคงไม่โกรธแค่นี้หรอกมั้ง หรือยังไงกัน

แล้วเชื่อไหมครับ นั่นคือเค้กกล้วยหอมที่อร่อยที่สุดในสามโลกเลยนะครับและยังเป็นเค้กที่เซอร์ไพรส์ได้ดีที่สุดเท่าที่พวกผมได้ทำกันมาอภินันท์แทบจะพูดไม่จบประโยคเพราะเมื่อนึกถึงวันที่ไตรภพหอบเอาเค้กกล้วยหอมพร้อมกับใบหน้าที่บึ้งตึงในวันนั้นมันก็ทำเอาอภินันท์ ปราชญ์และชานนท์เกือบจะหัวเราะก๊ากออกมา ส่วนผู้หญิงก็มองหน้ากันไปมา เพราะไม่เข้าใจ 

เค้กกล้วยหอม มันตลกตรงไหน??!!

แต่เพราะปราชญ์ไปอยู่ไปเรียนที่เมืองนอกนานหลายปี และไตรภพก็คงเริ่มแก่ด้วยหรือไงก็ไม่รู้ สามสิบกันเองนะไม่แก่หรอก แต่นั่นก็ทำให้ลืมไปเสียสนิทว่าไอ้ปราชญ์สุดหล่อ ว่าที่ CEO อนาคตไกลคนนี้ไม่ชอบกล้วยเอามากๆ” 

เสียงเฮฮาหัวเราะชอบใจก็เกิดขึ้นรวมไปถึงคนอื่นๆ ที่พอจะเข้าใจเรื่องราว ซึ่งธัญพิมลที่ปั้นหน้าไม่ยิ้มมานานก็อดหัวเราะคิกเบาๆ ไม่ได้แม้จะเห็นใจจิตตวีย์เป็นอย่างมาก เพราะได้รับรู้เรื่องราวของลูกค้าจอมวีนเป็นอย่างดี ทำให้จิตตวีย์ยื่นมือมาหยิกเอาต้นขาของธัญพิมลจนต้องหยุดหัวเราะตามคนอื่น แล้วหันมามองจานอาหารที่ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามตักอาหารรสจัดมาไว้ในจานให้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

ทานสิครับเขาพูดขึ้นเมื่อหล่อนมองจานอาหารอย่างไม่เข้าใจ พร้อมกับพยักหน้าทำตัวว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษพอ หากว่าหล่อนจะลืมข้อนี้ไป ซึ่งมันทำให้ธัญพิมลถึงกับหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาได้เช่นกัน  

ขอ...ขอบคุณค่ะธัญพิมลกล่าวขอบคุณเบาๆ เขาส่ายหน้าส่งมาให้ และจ้องมองหล่อนแทบจะทุกอิริยาบถ ซึ่งทำเอาธัญพิมลอึดอัด ตักอาหารเข้าปากแล้วก็แทบน้ำตาไหล เพราะอาหารรสจัด ทำให้ต้องรีบดื่มน้ำรวดเดียวแทบจะหมดแก้ว เขามองหล่อนพร้อมกับทำหน้าว่าประหลาดใจแต่ก็จัดการหาของจืดๆ ไปให้แทน 

ปราชญ์เทคแคร์จังนะอภินันท์ที่สังเกตการถึงกับส่งตาทะลึ่งมาให้ 

นั่งใกล้กัน เป็นสุภาพบุรุษโว้ย!” 

เขาประชดหล่อนแน่ๆ และแม้ว่าปราชญ์จะส่งเสียงเขียวกลับไป แต่กระนั้นก็หน้าแดงจนห้ามไม่อยู่โดยไม่รู้สาเหตุนัก หรืออาจจะเป็นเพราะว่ากลายเป็นเป้าสายตาของคนร่วมโต๊ะอาหาร หลังจากที่อภินันท์ส่งเสียงมาหา

งั้นก็แล้วไปชานนท์เอ่ยขึ้นมาบ้าง มุมปากยิ้มน้อยยิ้มใหญ่  

อะไรของแก?” ปราชญ์ถามคืน ธัญพิมลทำหน้าเลิกลักไม่เข้าใจเลยสักนิด หากแต่ท่าทางว่างานนี้หล่อนกำลังถูกแซวซะแล้ว

ก็นะ...” ชานนท์หุบปากก่อนจะหันไปสนใจเนตรดาวบ้างโดยการตักอาหารและพูดคุย ทำให้บรรยาเริ่มเข้าที่เข้าทางขึ้นมาอีก

จิตตวีย์ได้มีโอกาสมองสบตากับไตรภพครั้งหนึ่ง ถ้าหากว่าไม่มีใครเลย จิตตวีย์ก็อยากจะกล่าวขอโทษเขาไปเช่นกัน หล่อนไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เขาถูกล้อเลียนเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่ทำได้หล่อนก็แค่เข้าใจแล้วว่าทำไมเขาโกรธจัดจนถึงทุกวันนี้ แม้เวลาจะผ่านพ้นไปแล้ว และทำไมเค้กในวันนั้นถึงมีความสำคัญนักหนา แต่จิตตวีย์ก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขมันได้อีกอยู่ดีนั่นแหละ หญิงสาวคิดอย่างเห็นอกเห็นใจเขาขึ้นมาเป็นครั้งแรก

ความสนิทสนมของชานนท์และเนตรดาวก็ไม่รอดสายตาของบรรดาเพื่อนๆ ที่ต่างก็นั่งทานข้าวกันสนุกสนาน เพราะชานนท์เอาใจใส่ดูแลเทคแคร์เนตรดาวเป็นพิเศษและอย่างออกนอกหน้า แม้แต่ในยามที่เนตรดาวขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ชานนท์ก็อาสาขอพาไปเอง จนอภินันท์ต้องปรามไว้บ้าง เพราะสายตาของภัทรินที่มองมาทางสามีนั้นเอาเรื่องพอสมควร ภัทรินไม่ชอบให้ชานนท์เข้าใกล้เนตรดาวสักเท่าไหร่ และอภินันท์ก็รู้ดี

หลังจากทานกันอิ่มและรอกาแฟ คราวนี้ก็ถึงคราวของภัทรินที่จะต้องยืนขึ้นกล่าวอะไรสักอย่าง และมันเป็นเรื่องน่ายินดีเพราะภัทรินตั้งท้องได้จะสามเดือนแล้ว นำเสียงเจื้อยแจ้ววี๊ดว๊าดมาใหักับสาวๆ แม้แต่เอ็มม่าก็กรี๊ดกร๊าดราวผู้หญิง ทำให้หนุ่มอีกสี่คนมองหน้ากันไปมา เพราะพวกเขาแค่จับมือกันและตบบ่ากันไปมาพร้อมกับส่งคำยินดีปรีดาไปยังว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ในอีกไม่กี่เดือนข้าง หากแต่เสียงสาวๆ นั้นแสบแก้วหูเอาการ

งั้นฉลองกันหน่อยนะครับนั่นคือปราชญ์ที่พูดแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงเจี้ยวจ้าว แล้วทุกคนก็ยกแก้วขึ้นสูง รวมไปถึงหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าของเขาด้วย ทำให้ชายหนุ่มยื่นแก้วของตัวเองไปยังแก้วของหล่อน พร้อมกับส่งยิ้มไปให้ หากแต่หล่อนกลับมองเขาตาขวาง แต่ก็จำเป็นต้องกระแทกแก้วกับเขาเสียงดังแกร็กเบาๆ เพื่อเป็นการรักษามารยาท

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

0 ความคิดเห็น