กามเทพร้อยรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,412 Views

  • 18 Comments

  • 78 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,654

    Overall
    14,412

ตอนที่ 6 : ความสับเพร่ากับเค้กเจ้าปัญหา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 689
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    2 ก.ย. 61

     “คุณคงกำลังมองหากระดาษออร์เดอร์ขนมเค้กอยู่ใช่ไหมครับ?” เสียงหนึ่งดังขึ้น ทำให้มือที่กำลังหยิบจับทุกอย่างอย่างร้อนรนต้องชะงัก แล้วแหงนหน้ามองไปยังต้นเสียง ชายหนุ่มในชุดกางเกงผ้าสีครีม เสื้อยืดคอกลมสีขาวนวล ผมเผ้าถูกจัดทรงมาอย่างเป็นระเบียบเรียบแปล้ กำลังยืนมองมายังหล่อนด้วยดวงตาที่ไม่ใคร่จะเป็นมิตรดีนัก

     จิตตวีย์มองหาเด็กสาวในร้านที่ตอนนี้อันตธารหายไปตั้งแต่ที่สั่งไว้ นึกว่ามีอะไรเด็กในร้านจะเข้ามาอีกแต่ไหง๋กลับกลายเป็นชายหนุ่มมายืนจังก้าอยู่แทน คุณเป็นใครคะ?​ แล้วเข้ามาในออฟฟิศของฉันได้ยังไง?” น้ำเสียงนั้นแม้จะไม่พอใจอยู่ในที แต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือ เพราะพอจะเดาออกว่าเขาคนนี้น่าจะเป็นลูกค้าที่มาตามเอาเค้กของตัวเอง และเพื่อไม่ให้เสียลูกค้า จิตตวีย์จำเป็นต้องส่งยิ้มไปให้ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม 

เด็กหน้าร้านบอกผมเองว่าให้เข้ามาได้ คงกลัวเสียชื่อมั้ง เพราะยังมีลูกค้ายืนคอยอยู่หลายคิวเอาการเขาบอกเสียงเนิบนาบ แล้วก็อยากจะหัวเราะ หญิงสาวร่างเล็กผมสั้นหยิกหยองเท่าแค่ใบหู ผมข้างหน้าปล่อยม้าไว้เหมือนเด็กมัธยมต้น ผิวค่อนไปทางคล้ำ แต่เกลี้ยงเกลา 

เขารู้ว่าหล่อนกลายเป็นที่กล่าวถึงมากตั้งแต่ที่เขาย้ายมาทำงานที่ธนาคารยังสาขาในซอยนี้เมื่อไม่ถึงสองเดือนที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งห่างออกไปไม่กี่ตัวตึกของซอยเล็ก ที่เริ่มขยายการเจริญเติบโตเข้าไปทุกวัน หญิงหม้าย เจ้าของเบเกอร์รี่ค็อฟฟี่ช็อฟ ตอนนี้เนื้อหอมเอาการสำหรับบรรดาหนุ่มน้อยใหญ่ในธนาคารที่เขาทำงานอยู่ ตั้งแต่ที่เสียสามีไปเมื่อไม่น่าจะถึงครึ่งปีเลยกระมังเท่าที่เขาได้ยินแต่ไม่อยากจะใส่ใจ มีทั้งบรรดาพ่อหม้ายและพวกหนุ่มโสดต่างก็พูดถึงพร้อมกับอยากลองเข้ามาทำความรู้จักเผื่อจะได้กินได้ดื่มกาแฟฟรีบ้าง 

แต่สำหรับเขาแล้ว หล่อนไม่ได้มีอะไรที่เขาเห็นว่าน่าหลงใหลเลยสักนิด  ที่ได้มาที่นี่เพราะมีคนแนะนำ ใกล้ที่ทำงานด้วย และยิ่งกว่านั้นวันนี้เขาเห็นแล้วว่าหญิงสาวไม่มีความเป็นโปรเฟรชชั่นแนลในการทำงานเลยสักนิดเดียว

แล้วคุณคือ...” เค้กของผมไปไหน?!” จิตตวีย์ยังถามไม่ทันหมดประโยค ตัวเขาก็สวนขึ้นมาเสียแล้ว ทำเอาคนที่ยืนอยู่หน้าเสียมากทีเดียว เขาเป็นคนหล่อเหลาเอาการ แต่ไม่น่าปากคอแข็งกระด้างขนาดนี้ได้เลย มันขัดกับบุคลิกมาก จิตตวีย์คิดค่อนขอดอยู่ในใจอย่างอารมณ์เสียหากแต่ใบหน้าก็ยังคงยิ้มส่งมาให้ หล่อนเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์โกรธได้ดีมากกว่าเพื่อนคนไหนในกลุ่ม เพราะฉะนั้นหากไม่เหลือบากกว่าแรงจริง จิตตวีย์จะไม่แสดงออกมาให้ใครได้เห็น นอกจากรอยยิ้มที่ฉายชัดบนใบหน้า

ใจเย็น นะคะ ฉันคิดว่าคงมีเรื่องเข้าใจผิดอะไรสักอย่างเป็นแน่สาวผมหยิกรีบแก้ตัวอย่างรวดเร็ว เมื่อรู้สึกถึงอุณหภูมิแห่งการเผาไหม้มันเริ่มระอุขึ้นมาในห้องออฟฟิศเล็ก ของตัวเอง มือไม้เริ่มสั่นเทาเมื่อคิดว่าตัวเองทำงานผิดพลาดได้มากขนาดนี้ได้ยังไงกัน อับอายขายขี้หน้ากันพอดีที่สำคัญชื่อเสียงร้านเล็ก ของหล่อนคงย่อยยับแน่

คุณหมายความว่ายังไง?” คุณแน่ใจนะคะว่าเป็นวันนี้และก็เวลานี้” 

ชายหนุ่มที่เตรียมพร้อมจะโต้เถียงก่อนหน้านี้ได้ยื่นกระดาษชิ้นเล็กในมือส่งมาให้กับหญิงสาวที่ยืนหน้าถอดสีอยู่ จิตวีย์หยิบกระดาษจากมือหนามาดูอย่างช่วยไม่ได้ แม้จะรู้ดีก่อนหน้านี้ที่เด็กสาวหน้าเคาน์เตอร์บอกไว้ว่าเขามีใบเสร็จมาพร้อมและที่สำคัญเขาจ่ายเงินไปหมดทุกบาททุกสตางค์ไม่ใช่แค่มัดจำอย่างเดียว! คุณเห็นแล้วใช่ไหมครับ ว่ามันเป็นวันนี้ส่วนเวลา...” เขาหยุดพูดก้มมองดูนาฬิกาข้อมือสีเงินของตัวเอง 

ก็ประมาณสิบห้านาทีที่ผ่านมา

จิตตวีย์ยิ้มให้อย่างไม่เต็มใจ และรู้สึกตกใจว่าตัวเองลืมเลือนเค้กของลูกค้าจริง   ซึ่งหล่อนไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนตั้งแต่ที่เปิดร้านมาได้เป็นปี จริงด้วยสิคะ ฉันคงเบลอแน่ เลยค่ะ ต้องขอโทษมาก เลยนะคะหญิงสาวยอมรับผิดออกมาพร้อมทั้งพนมมือตัวเองขึ้นยกไหว้ให้เขาให้อภัย หากแต่ดูเหมือนดวงตาที่เฉยเมยของเขายังคงมองมาอย่างไม่รู้สึกสงสารหรือเห็นใจหล่อนเช่นเดิมและยังเพิ่มเติมคือจะเอาเรื่องหล่อนให้ได้!

คุณทำงานแบบไหนของคุณ เค้กที่ผมสั่งไว้มันสำคัญมากด้วยนะ!” ค่ะ ฉันทราบค่ะ...” ทราบว่ายังไง?” เขาสวนคืนด้วยความโมโหที่หญิงสาวตรงหน้ายังใช้คำว่า ทราบ ทั้งที่จริง แล้ว หญิงสาวไม่ได้รับรู้ถึงการกระทำอันผิดพลาดของตัวเองเลยว่าทำให้เขาเสียหายขนาดไหน แต่ไม่ว่าจะโมโหแค่ไหนเขาก็ควบคุมความฉุนเฉียวของตัวเองได้ดีอยู่ในระดับหนึ่ง โดยปกติแล้วเขาทำได้ไม่ค่อยจะดีนักหรอก

ทราบว่ามันสำคัญไงคะ...เอาอย่างงี้จิตตวีย์สูดลมหายใจลึก เข้าปอดก่อนจะพูดต่อ

คุณสั่งไว้สองปอนด์ งั้นพรุ่งนี้ฉันจะทำให้ใหม่เป็นสี่ปอนด์เลย ดีไหมคะ?” จิตตวีย์เสนอขึ้นอย่างมีความหวังว่าเขาจะพอใจบ้าง เพิ่มให้อีกตั้งสองปอนด์เงินก็ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม เอาไปกินให้พุงกางท้องแตกตายเหมือนชูชกกันไปเลยเอ้า

เค้กต้องเป็นวันนี้ครับ ไม่ใช่พรุ่งนี้!” เขายืนกรานหนักแน่น ทำเอาคนที่เพิ่งเสนอเค้กสี่ปอนด์ไปให้ รู้สึกหน้าเสียขึ้นมาที่เขาไม่ได้จะตะครุบตะกละตะกลามเอาเค้กสองปอนด์ไปกินฟรี และดูเหมือนว่าอารมณ์ของเขาชักจะน่ากลัวเข้าไปทุกที แต่ว่า...หรือคุณจะเอาเงินคืนคะ ฉันต้องกราบขอโทษคุณจริง ค่ะจิตตวีย์กล่าวขึ้นอย่างรู้สึกผิดอีกครั้ง แม้จะเข้าใจในความโมโหของเขา แต่ก็ไม่ได้ชอบใจอยู่ดีที่เขามองหล่อนด้วยสายตาเกรี้ยวกราด และความเป็นจริงก็คือหล่อนจะทำเค้กยังไงให้เขาได้ทัน มันเป็นไปไม่ได้เสียแล้วล่ะ คนทำเค้กต้องมีเวลาทำด้วย ชายหนุ่มที่มีความสูงสัก 180 เซ็นติเมตรกว่า เห็นจะได้ เดินย่างสามขุมเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวจิตตวีย์ที่ตอนนี้กลายเป็นคนตัวเล็กจิ๋วหลิวไปเสียแล้วหล่อนสูงเพียงแค่หน้าอกของเขาเท่านั้นเอง จิตตวีย์ถอยหนีตามสัญชาติญาณเมื่อเห็นว่าเขามายืนกอดอกอยู่ข้างหน้า

ผมไม่ต้องการเงิน ผมต้องการเค้ก คุณต้องรับผิดชอบหาเค้กมาให้ผมและต้องเป็นเดี๋ยวนี้!”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

0 ความคิดเห็น