กามเทพร้อยรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,294 Views

  • 25 Comments

  • 69 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,074

    Overall
    18,294

ตอนที่ 6 : การเผชิญหน้าที่ไม่ปรารถนา (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 765
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    17 เม.ย. 62

     ธัญพิมลถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เมื่อมองไปตรงไหนก็ไม่พบที่จอดรถใกล้ๆ กับค็อฟฟี่ช็อฟของจิตตวีย์เลย ทำให้หญิงสาวตัดสินใจขับวนอีกรอบ แล้วตาก็เหลือบมองไปยังพื้นที่จอดรถที่เหลือพื้นที่อยู่น้อยนิดให้หล่อนพอจะเบียดรถคันเล็กของตัวเองได้บ้าง  แม้เท่าที่ประเมินด้วยตาเปล่าแล้วพื้นที่จะยาวพอสมควร แต่การจอดรถในพื้นที่อันจำกัด หญิงสาวไม่ค่อยจะถนัดสักเท่าไหร่ เพียงแต่ว่าตอนนี้หล่อนไม่มีทางเลือก ธัญพิมลจึงจำเป็นต้องตัดสินใจจอดตรงที่ว่างที่มองเห็นอยู่ในตอนนี้ ก่อนที่มันจะสายเกินไป นั่นหมายถึงคงหาที่จอดรถไม่ได้อีกแล้ว

จอดมันตรงนี้แหละวะ คงไม่ยากเกินความสามารถนักหรอกธัญพิมลเอ้ยหญิงสาวพึมพำเพื่อให้กำลังใจตัวเองพร้อมกับที่ใจก็เต้นโครมคราม เมื่อคิดว่านี่คงเป็นจุดปราบเซียนขนานแท้และมันทำให้ธัญพิมลต้องชั่งใจอยู่ระยะหนึ่งกับพื้นที่อันพอดิบพอดีกับรถญี่ปุ่นคันเล็กของหล่อน 

หญิงสาวมองไปด้านหน้าและด้านหลัง พลันสายตาของหล่อนก็สบเอากับคนที่นั่งอยู่ในรถเก๋งยุโรปคันใหญ่แข็งแรงสีบรอนใหม่เอี่ยม ซึ่งเทียบกับรถของหล่อนแล้วมันต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะทั้งเล็กและดูเก่าๆ ใหม่ๆ เนื่องจากเป็นรถมือสองที่ใช้งานมาได้สี่ห้าปีแล้ว

คนที่นั่งในรถเหลือบตามองมายังรถที่จอดแน่นิ่งอยู่ด้านหน้าตัวเอง และเขาก็ได้มองสบตากับผู้หญิงในรถคันเล็กคันนั้นอย่างบังเอิญ ก่อนที่เขาจะส่ายหัวไปมาเหมือนระอากับสิ่งที่เห็น แล้วพึมพำเบาๆ คนเดียว

เฮ้อ...ผู้หญิงขับรถ” 

หากแต่คนที่มองอยู่ในรถอีกคันหนึ่งนั้นจับได้ถึงแววตาอันดูถูกดูแคลนที่เขาคงคิดว่าคนอย่างหล่อนคงไม่มีความสามารถที่จะจอดรถตรงที่แคบๆ แบบนี้ได้แน่ เพียงแค่คิดว่ามีคนดูถูกอยู่ มันก็ทำให้ธัญพิมลหึกเหิมขึ้นมาแล้วก็เริ่มขับรถไปข้างหน้าให้ได้ระยะห่างที่คิดว่าพอจะเหวี่ยงตัวรถให้เข้าไปในช่องแคบๆ ที่พอดีกับรถของตัวเอง 

แต่พระเจ้าหล่อนไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดไว้เลยสักนิดเดียว ทำให้หญิงสาวต้องทำการขับรถเข้าๆ ออกๆ หมุนพวงมาลัยจนเมื่อยแขน และทุกครั้งที่ขับรถเข้าออกนั้นมันมีแต่ความทุลักทุเลที่คนภายนอกก็มองออก ซึ่งไม่นานนักหล่อนก็เหงื่อซิก ทั้งโมโหให้ตัวเองที่ไม่มีความสามารถจอดรถได้ และทั้งโมโหให้รถเก๋งคันใหญ่ด้านหลังที่เขาจอดรถไว้ตรงนั้นแทนที่จะเก็บที่ตรงนั้นไว้ให้หล่อนกลายเป็นว่าเขาเหลือช่องว่างพอดิบพอดีไว้ให้หล่อน และยังรวมไปถึงการที่เขาเองก็มองการพยายามจอดรถของหล่อนด้วยแววตาอันเอือมระอา หรือเขาเองก็อาจจะกลัวว่าหล่อนคงจะไปเฉี่ยวชนเอารถของเขาเอาด้วยนั่นแหละ ทำให้เขาตั้งใจมองไม่ละสายตาไปไหน 

ธัญพิมลกัดปากตัวเองจนรู้สึกเจ็บ ยิ่งเห็นอาการของคนที่นั่งส่ายหัวไปมาในรถยิ่งทำให้หญิงสาวแค้นใจหนัก

มันต้องได้สิวะ!” หล่อนให้กำลังใจตัวเองอีกครั้ง แต่ความหงุดหงิดยังคงครุกรุ่นอยู่ซึ่งไม่แน่ใจนักว่าหงุดหงิดให้ตัวเองที่จอดรถยากเย็น หรือผู้ชายในรถที่จอดอยู่ข้างหลัง

แล้วความพยายามอยู่เป็นนานสองนานก็สำเร็จลุล่วงไปได้ แม้สุดท้ายทั้งเนื้อทั้งตัวจะเปียกปอนไปด้วยเหงื่อ ตามง้ามนิ้วมือมีความชื้นอันเกิดจากเหงื่อผุดขึ้นมา แต่ถึงยังไงหล่อนก็ภูมิใจในตัวเองที่สามารถจอดรถได้ คนที่อยู่ในรถจะได้หน้าแตกซะบ้าง

ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลย กระจอกมากกะอีแค่จอดรถแค่นี้ อย่ามาคิดดูถูกกันหน่อยเลยไอ้ผู้ชายไม่มีน้ำใจ!”

วันนี้ธัญพิมลและบรรดาเพื่อนๆ นัดหมายที่จะไปทานข้าวกันกับภัทรินและอภินันท์ ซึ่งทางฝ่ายนั้นก็จะมีเพื่อนไปเหมือนกัน แต่หล่อนไม่รู้หรอกว่าจะกี่คนและมีใครบ้าง หล่อนรู้เพียงว่าทางกลุ่มเพื่อนหล่อนมากันเกือบครบทีมยกเว้นอลิสาคนเดียว เพราะไม่ได้อยู่เมืองไทย หมายกำหนดการการมาเมืองไทยยังไม่แน่ไม่นอนสักเท่าไหร่ ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับงานเดินแบบระดับอินเตอร์นั่นด้วย เพราะตอนนี้อลิสาต้องการกอบโกยทั้งชื่อเสียงและเงินทองและจะว่าไปมันก็เป็นช่วงขาขึ้นของหญิงสาวเสียด้วย

เสียโทรศัพท์ดังแผดเผาขึ้นมาท่ามกลางความอลหม่านในการหยิบจับเอาข้าวของและรีบควานมือเข้าไปยังกระเป๋าใบเล็ก เพื่อหาต้นตอถึงเสียงที่กำลังดังอยู่

ธัญพิมลรวบทุกอย่างไว้ในมือได้ก็เปิดประตูรถออกอย่างรวดเร็ว มืออีกข้างยังคงจับโทรศัพท์แนบใบหู ส่วนมืออีกข้างก็ทุลักทุเลกับกระเป๋าใบเล็ก และกุญแจรถ เมื่อเปิดประตูรถได้หญิงสาวก็เอี้ยวตัวออกจากรถด้วยความรีบร้อน และต้องร้องเสียงหลงเมื่อหน้าของหล่อนชนเข้ากับร่างใครสักคนอย่างไม่ทันตั้งตัวและแรงชนนั้นก็ทำเอาร่างบางถึงกับเซถลาถอยไปชนรถตัวเองอีกครั้ง 

จากนั้นธัญพิมลก็รู้สึกถึงเรียวขาที่ทรงตัวยากของตัวเองเพราะเกิดจากรองเท้าส้นสูงเกิดพลิกตะแคงข้างทำให้เกิดอาการเจ็บจี๊ดมายังข้อเท้าทันที ตอนแรกหล่อนคิดว่ามันคงหักไปแล้วเพราะมันปวดจับจิตจับใจซะเหลือเกิน 

ส่วนข้าวของในมือนั้นหล่นกลาดเกลื่อนไปตามพื้นถนนอย่างไม่สามารถคว้าจับได้ทัน แต่โชคดีว่ามือถือยังคามืออยู่เช่นเดิม

เป็นอะไรเหรอธัญเสียงถามมาตามสายเมื่อเสียงหวีดร้องของเพื่อนดังแทรกบทสนทนาออกไป

ไม่มีอะไรหรอก จิตรีบมาก็แล้วกันตามที่บอกไว้นั่นแหละหน้าธนาคารเนี่ยธัญพิมลกดสายปิดอย่างหงุดหงิด แล้วหันไปจ้องมองตัวปัญหาซึ่งเป็นชายหนุ่มร่างสูงหนาใหญ่กว่าตัวเอง ใบหน้าคมคร้าม จมูกเป็นสันโด่งงดงามส่งผลให้ดวงหน้าของเขาหล่อเหลามีเสน่ห์น่ามอง เรียวปากหยักสีแดงธรรมชาติรอบปากหยักหนานั้นเป็นสีเขียวอ่อนๆ อันเกิดจากการโกนหนวดออกมาเมื่อไม่นาน และเขาก็เป็นคนผู้ชายที่นั่งทำหน้าเอือมระอาใส่หล่อนในรถคันใหญ่นั่นด้วย ที่แย่ที่สุดนั่นคือตอนนี้ชายหนุ่มส่ายศีรษะเล็กน้อยอย่างเอือมระอาอีก และมันก็ทำให้ธัญพิมลไม่พอใจกับการกระทำของเขาเช่นกัน นี่มันเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่เขาทำแบบนี้

ส่วนเขา ไม่ชอบใจที่หญิงสาวที่จอดรถเงอะๆ งะๆ จนเกือบเฉี่ยวชนเอารถเขาหลายครั้งยิ่งมองยิ่งน่ารำคาญ แถมตอนนี้หล่อนก็ยังซุ่มซ่ามสนใจแต่โทรศัพท์โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง แต่ถึงยังไงเขาก็ยอมทำตัวเป็นสุภาพบุรุษก้มตัวไปเก็บกระเป๋าใบเล็กๆ และกุญแจรถส่งให้กับหญิงสาว ซึ่งรายนั้นก็รับของจากมือเขาอย่างไม่ค่อยจะพอใจสักเท่าไหร่ นอกจากจะไม่มีคำขอบคุณแล้ว หล่อนยังแทบจะกระชากของจากมือเขาอย่างไร้มารยาทเสียด้วย และยังส่งใบหน้าอันบึ้งตึงมาให้อีก ซึ่งเขาเข้าใจว่านั่นคือคำขอบคุณหรือยังไง

คราวหน้าคราวหลังหัดมองซ้ายมองขวาหน่อยนะครับ ถนนสายนี้ไม่ใช่ของคุณคนเดียว คนก็เยอะรถก็แยะนี่ถ้าผมเป็นรถป่านนี้คุณคงเป็นศพไปแล้วแม้น้ำเสียงนั้นจะฟังดูนุ่มหู แต่คำพูดคำจาของเขามันไม่ได้น่าฟังเลยสักนิดเดียว ธัญพิมลกัดปากตัวเองจนรู้สึกเจ็บ คำด่าของเขาทำให้หล่อนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ มองชายร่างสูงตรงหน้าด้วยสายตาไม่พอใจเป็นที่สุด 

ก็ฉันไม่มีตาหลังนี่คุณ...” เมื่อหาคำมาโต้แย้งเขาไม่ได้ ทำให้หล่อนเถียงออกไปข้างๆ คูๆ ส่วนข้อเท้าก็เริ่มแผลงฤทธิ์สะกิดให้รู้ว่าตอนนี้หล่อนกำลังจะยืนไม่อยู่

ก็เพราะไม่มีตาหลังนั่นไงครับ คุณถึงต้องมองซ้ายมองขวาให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่เอาแต่คุยโทรศัพท์ ต้องหัดโฟกัสสิ่งรอบข้างด้วยเขาถือโอกาสตักเตือนคนที่ไม่ดูตาม้าตาเรือเหมือนพ่อกำลังสั่งสอนลูกสาววัยรุ่นซะอย่างนั้น แต่ไม่ทันที่หล่อนจะได้อ้าปากเถียงออกไป สายตาก็เหลือบไปเห็นจิตตวีย์ กำลังเดินตรงมาหา ธัญพิมลโบกมือไปให้ ทำให้ชายหนุ่มมองตามบ้างตามสัญชาติญาณ

ปราชญ์!” แล้วคนทั้งหมดก็หันไปตามต้นเสียงที่เรียกใครสักคน ซึ่งคือคนร่างสูงหนาที่ยืนอยู่ต่อหน้าธัญพิมลนั่นเองที่ชื่อปราชญ์ส่วนจิตตวีย์เองก็หน้าซีดเผือดเมื่อมองไปยังคนที่ยืนเด่นเรียกเพื่อนของตัวเองอยู่ ซึ่งนายแบงค์หนุ่มก็มองคนผมหยิกหยองด้วยสายตาเฉยชา แล้วรีบเบือนหน้าหนีหันมาสนใจเพื่อนของตัวเองที่ยืนอยู่เคียงข้างกับผู้หญิงอีกคน

มัวทำอะไรอยู่วะ คอยตั้งสิบห้านาทีคนมาใหม่ทักขึ้นพร้อมกับเดินมาหา

คอยดูว่ารถจะไม่โดนเฉี่ยวชนปราชญ์บอกเสียงเรียบไม่มีอะไรแอบแฝงหากแต่มันทำให้ธัญพิมลเดือดปุดๆ เขากระแนะกระแหนหล่อนชัดๆ 

ปราชญ์มีความสูงหนากว่าคนที่เพิ่งมาใหม่ หากแต่สีหน้าและแววตาของปราชญ์ไม่ได้บึ้งตึงหรือวางมาดขรึม ทำตัวขี้เก๊กเหมือนกับคนที่เพิ่งโผล่หน้ามา แต่ถึงยังไงเพียงแค่ธัญพิมลมองหน้าคนมาใหม่หล่อนก็จำได้ว่านั่นคือชายหนุ่มที่ธัญพิมลเคยเจอที่ค็อฟฟี่ช็อฟของจิตตวีย์ ซึ่งธัญพิมลรู้สึกคุ้นตาตั้งแต่ครั้งนั้นจนกระทั่งตอนนี้ แต่ก็คิดไม่ออกอยู่ดีว่าเคยเจอเขาที่ไหนมาก่อน

จิตตวีย์เองก็ทำหน้าว่าตกใจที่เจอลูกค้าจอมวีนตรงนี้ หล่อนไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขาจะอยู่แถวนี้ แต่ก็นั่นแหละ เรื่องนั้นมันผ่านมาเป็นเดือนแล้ว หล่อนรู้แค่ว่าเขาไม่มาที่ค็อฟฟี่ช็อฟของหล่อนอีกเลย และมั่นใจด้วยว่าเขาคงเอาเรื่องการทำงานสะเพร่าของหล่อนไปป่าวประกาศบอกใครต่อใครจนหมดแล้ว

ไปเถอะเดี๋ยวไม่ทัน จอดรถไว้ไหนคนมาใหม่ชวนปราชญ์ แล้วปราชญ์ก็เดินนำหน้าไปยังรถที่จอดอยู่

จิตตวีย์มองตามแล้วอดถอนหายใจไม่ได้ หล่อนรู้ดีว่าลูกค้าคนนั้นคงเกลียดหล่อนเข้าไส้ไปแล้วดูจากสายตาที่เขามองมันหยามเหยียดและทำเป็นรังเกียจที่หล่อนมายืนอยู่ตรงนี้ซะด้วย แต่หล่อนก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคนอย่างเขาจะเก็บความโกรธไว้อะไรได้เนิ่นนานขนาดนั้น เพราะในวันนั้นแม้ว่าหล่อนจะเสกเค้กวันเกิดหรืออะไรก็ตามแต่ที่เขาจะเอาไป มาให้เขาไม่ได้ แต่หล่อนก็อุตส่าห์ให้เค้กกล้วยหอมไปแล้วนี่นะ เพราะนั่นก็เป็นเค้กอันเดียวที่หล่อนมีอยู่ ซึ่งเป็นเค้กที่หล่อนทำขึ้นเพื่อจะนำกลับไปบ้านให้กับลูกชายบุญธรรมเพื่อเป็นรางวัลที่วาดรูปได้ที่หนึ่งของห้อง สุดท้ายหล่อนก็ต้องทำแค่อาหารอร่อยให้ทานและพาไปซื้อของเล่นแทนในวันต่อมา ส่วนเขาได้ทานเค้กกล้วยหอมอันแสนอร่อยมันก็น่าจะเพียงพอแล้ว รวมไปถึงให้อภัยหล่อนหรือลืมมันไปได้แล้ว

จิตขับนะธัญพิมลยื่นกุญแจรถมาให้อีกฝ่าย จิตตวีย์นิ่วหน้าด้วยความงุนงง

ธัญเป็นอะไรไหม ดูหน้าสิ

เจ็บเท้า ส้นสูงพลิก เพราะอีตาบ้านั่นแหละธัญพิมลบอกพร้อมกับนิ่วหน้าอีก รู้สึกว่าตัวเองคงน่าจะเดินทั้งส้นสูงอีกไม่ได้แน่ จิตตวีย์เองก็เป็นห่วงเพื่อนเช่นกันแต่ยังไม่ทันจะได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้ เสียงแตรรถก็บีบดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวเพื่อให้จิตตวีย์หลบทางเพราะยืนออกมาข้างถนนมากเกินไป พร้อมกับที่ธัญพิมลก็รีบดึงเพื่อนของตัวเองให้หลบรถคันใหญ่คับถนนนั้นได้ทัน

อะไรของเขากันน่ะ!” จิตตวีย์ไม่สามารถระงับความโกรธได้ หล่อนเกือบโดนรถชนเอา ส่วนสองหนุ่มในรถก็ส่งสายตาไม่พอใจมาให้เช่นกัน

คนพาลอย่าไปยุ่งดีกว่าธัญพิมลเองก็โมโหไม่ต่างกัน

ธัญพิมลกับจิตตวีย์มาสายกับการนัดหมายไปเกือบชั่วโมง แต่ธัญพิมลก็โทรแจ้งไปยังภัทรินแล้วรวมไปถึงไม่ลืมเล่าเรื่องผู้ชายนิสัยเสียทำตัวอันธพาล อันเป็นสาเหตุให้การเดินทางของพวกตนล่าช้า ส่วนเรื่องที่เขายอมทำตัวเป็นสุภาพบุรุษนั้นธัญพิมลไม่ได้เอ่ยถึง เพราะเห็นว่ามันไม่มีความสำคัญอะไร

ธัญพิมลได้ทราบเรื่องในตอนหลังจากจิตตวีย์ว่าผู้ชายที่เพิ่งเดินออกมาจากธนาคารซึ่งคาดเดากันว่าเขาคงทำงานที่ธนาคารแห่งนี้นั่นแหละ คือลูกค้าเก่าของจิตตวีย์คนที่มีเรื่องเค้กวันเกิดที่จิตตวีย์เคยเล่าให้ฟังถึงความกลุ้มใจกับการทำงานผิดพลาดอันใหญ่หลวงของตัวเอง ทำให้ธัญพิมลต้องปลอบใจเพื่อนเป็นการใหญ่ว่าทุกคนสามารถทำผิดพลาดได้ และการที่ลูกค้าคนนั้นได้เค้กกล้วยหอมกลับไปด้วยเขาก็คงพอใจมากแล้ว ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ยอมเด็ดขาด เพราะจิตตวีย์คือคนที่มีฝีมือทำเค้กกล้วยหอมได้อร่อยที่สุดเท่าที่เพื่อนๆ เคยได้กินมา และนั่นจึงทำให้จิตตวีย์ใจชื้นขึ้นมาบ้างและลืมเลือนเรื่องนั้นไปตามกาลเวลา แต่การเห็นสายตาของเขาก่อนหน้านี้ทำให้จิตตวีย์ไม่แน่ใจนักว่าเขาจะชอบเค้กกล้วยหอมของหล่อนหรือเปล่า เพราะเขามองจิตตวีย์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้ออยู่เช่นเดิม

แต่ฉันคุ้นหน้ามากเลยนะ

ไปคุ้นทำไมหน้าอย่างนั้นจิตตวีย์ยังคงขัดเคือง

หน้ายังไง

หน้าบูดเป็นตูดเป็ดนะสิแค่ได้เหน็บแนมเขาลับหลังแค่นั้นจิตตวีย์ก็รู้สึกดีชะมัด!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

0 ความคิดเห็น