กามเทพร้อยรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 13,266 Views

  • 16 Comments

  • 73 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3,508

    Overall
    13,266

ตอนที่ 56 : ไม่ได้เจ้าชู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 379
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    7 ธ.ค. 61


     ธัญพิมลรู้สึกเจ็บใจสิ้นดี ผู้ชายอะไรกันนิสัยเสียไม่เลิกถ้าจะเป็นอย่างนั้น คุณไปบอกเพื่อนคุณว่าอยู่เป็นโสดและอย่าได้คิดมีแฟนกับใครเขาเลยค่ะ ไม่มีผู้หญิงคนไหนในโลกนี้ที่รับผู้ชายแบบนี้ได้หรอกค่ะ คนเจ้าชู้ใครอยากคบด้วยละคะหล่อนบอกเขาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ และเหมือนพาลหาคนที่ตั้งใจฟังด้วย เพราะตัวของปราชญ์ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ชายเจ้าชู้คนหนึ่งในสายตาของพนักงานในบริษัท 

อย่าบอกนะว่าคุณกำลังพาลใส่ผมเขาพูดเหมือนรู้ทันพร้อมกับเอาแต่หัวเราะชอบใจ

หัวเราะทำไมคะ ตัวคุณเองก็เจ้าชู้ไม่เบา!” และนั่นยิ่งทำให้เขาหัวเราะหนักมากขึ้นพร้อมกับส่ายหัว ก่อนจะมองหน้าหล่อนด้วยสีหน้าจริงจัง

ผมไม่ได้เจ้าชู้สักหน่อย

งั้นเหรอคะ แต่ใครๆ ก็บอกว่าคุณน่ะเจ้าชู้ค่ะ!”

ยังไงเขาแทบจะยื่นหน้ามาใกล้ กัดฟันถามออกไป เพราะตอนนี้เขาไม่ต้องการให้หล่อนหรือใครก็ตามมาใส่ร้ายป้ายสีเขา 

ก็...คุณมีคู่หมั้นอยู่แล้วนี่ค่ะ แล้วก็ยังมา...เอ่อ...พูดคุยกับฉัน ฉันถึงกลัวไงคะว่าคนจะเข้าใจผิดหาว่าฉันเข้ามาเป็นมือที่สามของคุณกับคุณปิ่นเอา เสียชื่อและงามหน้าฉันมากเลยละคะถ้าจะเป็นอย่างนั้น” 

ชายหนุ่มจับน้ำเสียงอันไม่สบายใจของหญิงสาวได้ และมันก็พลอยทำให้เขาไม่สบายใจไปด้วยเช่นกัน แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว เขาไม่ได้แคร์ความรู้สึกของคนรอบข้างมากนักหรอก เพียงแต่สิ่งที่หล่อนพยายามบอกเขาอยู่นั้น ตัวเขาเองก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นสิ่งที่เขาควรจะรับฟัง เขามีคู่หมั้นแล้ว และแน่นอนว่าหากมีใครเข้ามาเกี่ยวข้องและทำให้เกิดความบาดหมางใจกันระหว่างเขากับณดารัตน์ คนคนนั้นก็จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมือที่สามทันที ทั้งที่ความจริงแล้วคนที่รู้ดีที่สุดคือเขากับณดารัตน์เท่านั้น

แต่ถึงยังไง ผมก็ไม่ได้เจ้าชู้เขายังคงยืนกรานเสียงแข็ง อยากจะบอกให้หล่อนรู้เสียจริงๆ ว่าการที่ผู้ชายกำลังจะจีบผู้หญิงสักคน ทำไมต้องใช้คำว่าเจ้าชู้มาเป็นกำแพงขวางกั้น ก็ในเมื่อจะจีบอยากจะเอาชนะหัวใจ มันก็ต้องทำดีใส่สารพัดไม่ใช่หรอกหรือ ซึ่งหญิงสาวก็เคยสั่งเคยสอนเขาเรื่องการจีบมาแล้วครั้งหนึ่ง

ผมขอให้คุณมั่นใจได้เลยว่า คุณจะไม่มีวันเป็นมือที่สามของผมกับปิ่นอย่างแน่นอน หากว่าวันหนึ่งผมกับปิ่นต้องมีอันเลิกรากันไป

หญิงสาวแหงนหน้ามองเขาอย่างสงสัย เขาหมายความว่ายังไงกันหรือว่าเรื่องที่คนทั้งสองกำลังระหองระแหงกันอยู่จนเป็นเหตุให้คู่หมั้นวิ่งตามง้อตามงอนและได้ข่าวว่าได้ย้ายตัวเองไปอยู่เรือนหอกับเขาด้วย ความจริงแล้วมันมีมือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องจริงๆ

ผมน่ะเป็นสุภาพบุรุษ ให้เกียรติผู้หญิงจนบางครั้งกลายเป็นว่ามากเกินไปแล้วสุดท้ายก็หาว่าผมเจ้าชู้ แต่โดยส่วนตัวผมแล้ว ผมไม่ได้เจ้าชู้เลยแม้แต่นิดเดียวชายหนุ่มมองจ้องมายังคนที่นั่งมองหน้าเขา เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกบางอย่างที่ทำเอาคนที่ถูกจ้องต้องหลบตาในเวลาต่อมาและหล่อนก็อยากจะบอกว่าที่เขาทำอยู่นี้ มันเจ้าชู้ชัดๆ สุภาพบุรุษบ้าที่ไหนจะมาจ้องมองหน้ากันพร้อมส่งตาหวานแบบนี้ให้ ทั้งที่ตัวเองก็มีคู่หมั้นอยู่ทนโท่!

เขายกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เมื่อเห็นอีกฝ่ายหลบตาอย่างเอียงอายและเขาก็พอใจมากทีเดียว ทำให้ปราชญ์อยากจะรุกหนักขึ้น เพราะความรู้สึกลึกๆ ของหัวใจมันเรียกร้องให้เขาทำ ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แล้วกระซิบเสียงแผ่วเบา แม้แต่ใบหน้าของเขาเองก็ร้อนผ่าวไม่แพ้คนที่ได้ยิน

หรือว่า...คุณเองก็หวั่นไหวเวลาที่อยู่ใกล้ผม

นี่คุณ...” หล่อนส่งสายตางอนงามตวัดขึ้นมองเขา ประกายแห่งความสุกใสมันฉายแวบมาให้เขาเห็น แต่เสี้ยววินาทีเท่านั้นเอง หล่อนก็รีบปั้นหน้ายักษ์กลบเกลื่อน

ยอมรับมาเถอะค่ะ ว่าคุณน่ะเจ้าชู้ คู่หมั้นของคุณป่านนี้นอนร้องไห้ขี้มูกโป่งไปแล้วมั้งที่คุณออกมาทานข้าวกับฉัน แทนที่จะกลับบ้านไปหาคนรักตัวเอง แล้วนี่ดีนะคะว่าเป็นฉัน ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นละก็...” แต่แล้วธัญพิมลก็ชะงักคำพูดของตัวเองไว้ ไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมจู่ๆ ก็เกิดอาการวู่วามเร่ิมพูดออกนอกเรื่องและยังนำคู่หมั้นของเขาเข้ามาในบทสนทนาซะด้วย 

และคุณก็จะมาพูดจาหรือทำเจ้าชู้เรี่ยราดแบบนี้ไม่ได้นะคะ คุณมี...”

คู่หมั้นแล้วเขาพูดตอนท้ายประโยคพร้อมกันกับหล่อน ซึ่งมันเป็นการเตือนสติให้แก่คนทั้งสองโดยเฉพาะธัญพิมลว่าคนอย่างเขาที่หล่อนได้เจอทุกวัน พูดคุยกันทุกวัน มีความสนิทสนมมากกว่าแค่นายจ้างและลูกจ้าง แต่เขาเป็นคนที่มีเจ้าของแล้ว หญิงสาวต้องเตรียมตัวและเตรียมใจไว้เสมอ

ผมรู้...ผมถึงได้ทำแค่นี้ไง!” เขากล่าวขึ้น เหมือนข่มอารมณ์บางอย่างหลังจากพูดให้หล่อนคิดไปไกลเสร็จแล้ว และเขาก็ส่ายหัวก้มหน้าทานข้าวในจานของตัวเองต่อไปอย่างใจเย็น รู้สึกเอ็นดูหญิงสาวที่นั่งตรงข้ามเขาเสียเหลือเกินที่สามารถหักห้ามใจของตัวเองได้ ธัญพิมลมองหาความถูกต้องใช้เหตุและผลในการดำเนินชีวิตมากกว่าที่จะเอาแค่ความต้องการของตัวเองเป็นที่ตั้ง 

ถ้าคุณเป็นผู้หญิงคนอื่นน่ะ ผมว่าป่านนี้เราคงไม่ได้มาแค่นั่งทานข้าวตรงนี้หรอก...เราคงจูงมือกันขึ้นเตียงไปแล้วไม่รู้กี่ครั้ง

ธัญพิมลอ้าปากค้าง หากแต่คนพูดได้แต่อมยิ้มใบหน้าแดงซ่านไม่ต้องอธิบายรายละเอียดอะไรมากมาย เพราะเขาหมายถึงแบบนั้นจริงๆ ว่ามันอาจจะเกิดขึ้นได้ ถ้าหากว่าธัญพิมลเป็นผู้หญิงคนอื่น เขามั่นใจว่าเขาคงได้กินหล่อนไปแล้ว ต่อให้เขามีคู่หมั้นแล้วก็เถอะ แต่เพราะธัญพิมลเลือกที่จะห้ามใจตัวเองและพยายามทำในส่ิงที่ถูกต้อง แม้ว่าหล่อนจะชอบเขามากแค่ไหนก็ตาม และเขารู้ว่าหญิงสาวเองก็เจ็บปวดในยามที่เห็นเขามีคู่หมั้นข้างกาย แต่หล่อนก็ยังเก็บอารมณ์ความรู้สึกได้ดีจนไม่น่าเชื่อ และไม่ยอมเป็นทาสอารมณ์ความต้องการของตัวเอง ซึ่งทำให้เขาปลาบปลื้มและประทับใจที่ได้มีโอกาสพบเจอคนแบบนี้ แตกต่างจากณดารัตน์ที่พ่ายแพ้ต่อไฟกิเลสตัณหาแม้จะมีคู่หมั้นอยู่แล้ว แต่ก็ยังกล้าสวมเขาให้เขาจนได้

หึ...ช่างไม่รู้อะไรเล้ย...ธัญพิมล!” เขาพูดเสียงเบา อีกฝ่ายนั้นได้ยินชัดเจน แต่ก็ทำเป็นหูทวนลมไปเสีย ไม่อยากจะต้องมาต่อล้อต่อเถียงเขาในเรื่องนี้ ยังไงหล่อนก็มีจุดยืนที่แน่นอนนั่นคือจะไม่ยุ่งกับคนที่มีเจ้าของแล้วเด็ดขาด!


หลังจากที่ทานอาหารเสร็จ ชายหนุ่มก็ขับรถกลับบ้านทันที หลังจากที่เคยบอกคู่หมั้นว่าตัวเองต้องไปดูงานที่ต่างจังหวัดซึ่งเขาเอาเวลาส่วนใหญ่อยู่ที่ทำงานและนอนที่โรงแรม กินเวลาไปหลายวัน ส่วนวันนี้ก็เป็นอีกวันที่เขาบอกว่าไม่อยู่ที่กรุงเทพ แต่เขาเลือกที่จะมาที่บ้านของตัวเองโดยไม่บอกณดารัตน์ให้รู้

ชายหนุ่มจอดรถไว้นอกบ้านพร้อมกับดับเครื่องยนต์ลง จากนั้นก็คว้าเอาบุหรี่ขึ้นมาสูบ ปล่อยควันบุหรี่วับๆ แวมๆ ให้พวยพุ่งขึ้นท่ามกลางความมืดสลัว เขานั่งสูบบุหรี่ไปได้สองมวนติดกัน ก่อนที่จะก้าวเท้าลงจากรถและเดินเข้าบ้านของตัวเองด้วยเสียงอันแผ่วเบา...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

0 ความคิดเห็น