กามเทพร้อยรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 13,912 Views

  • 17 Comments

  • 76 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,154

    Overall
    13,912

ตอนที่ 44 : CEO จอมเจ้าเล่ห์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 449
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    4 พ.ย. 61

     “เรามีเรื่องต้องคุยกัน!” เสียงกระซิบเบาๆ ข้างหู ทำเอาธัญพิมลสะดุ้งสุดตัว เมื่อหันหน้ามาเผชิญกับต้นเสียง ยิ่งทำเอาหล่อนตกใจมากขึ้น เขาอยู่ข้างหลังยืนติดแนบชิดกับแผ่นหลังบางของตน ใบหน้าหล่อนห่างจากเขาแค่ไม่กี่เซนติเมตร และที่แย่ยิ่งกว่าก็เห็นจะเป็นแก้วกาแฟร้อนๆ ในมือของหล่อนที่รดราดไปยังเสื้อสูทตัวนอกสีเทาของเขาอย่างที่หญิงสาวไม่ได้ตั้งใจในตอนที่หันกลับมาตามต้นเสียงที่เอ่ยขึ้นมาของเขา 

ดวงตาคู่สวยเบิกโพลงขึ้น นัยน์ตาของเขากลับไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองอะไร ได้แต่มองเสื้อตัวเองแล้วมองมาที่หล่อนด้วยความเฉยชา 

ฉันขอโทษค่ะธัญพิมลรีบวางแก้วกาแฟลง แล้วรวบเอากระดาษทิชชูที่ใกล้มือที่สุดปัดไปตามเสื้อสูทของเขาด้วยมืออันสั่นเทา ยิ่งปัดก็ยิ่งเปื้อนแม้จะรู้ดีว่ามันคงช่วยไม่ได้หากแต่ความประหม่าทำให้หล่อนคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงดี เสื้อสูทนั่นราคามันต้องแพงมาก คนอย่างหล่อนจะมีปัญญาชดเชยได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ 

พอได้แล้ว...ผมจะไม่ไหวแล้วนะ!” เขากัดฟันบอกพร้อมกับรวบมือนิ่มนั้นไว้ ให้หญิงสาวหยุดการกระทำ มองลึกไปยังดวงตากลมโตที่แหงนมองเขาปริบ ตอนนี้หน้าของเขาแดงซ่านพิกล กรามของเขากัดกันเป็นสันนูนขึ้นมา และธัญพิมลยังได้เห็นอาการหายใจหอบถี่ของเขาตามมาด้วย หล่อนคิดว่าเขาคงโกรธหล่อนมากเอาการ 

แต่ในความเป็นจริงเพราะการถูกเนื้อสัมผัสกายที่หล่อนพยายามเช็ดกาแฟร้อนออกนั่นไง มันทำให้เขาเริ่มร้อนรุ่มบวกกับกลิ่นน้ำหอมอ่อน จากเรือนร่างของคนตรงหน้า มันทำให้อารมณ์ปรารถนาของเขาเกิดทำงานขึ้นมาได้ง่ายดายอย่างไม่อยากจะเชื่อ แม้เขาจะพยายามควบคุมไว้มากแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้ จึงต้องสั่งให้หล่อนหยุดไปเสียไม่งั้นคงได้ขายหน้ากันทั้งบริษัท

คะหล่อนทำหน้างงงวย เขากลืนน้ำลายลงคอ 

หยุดเช็ดให้ผมเขากระซิบเสียงเบา หล่อนยังคงยืนทำหน้างงพร้อมกับมองเขาตาปริบ ไปชั่วขณะ

เมื่อเห็นว่าพนักงานคนอื่น ที่คิดจะมากดกาแฟต่างทยอยกันเดินออกจากบริเวณนั้นไปด้วยใบหน้ายิ้มกริ่มก็ทำให้สติของธัญพิมลถูกดึงกลับมาอีกครั้ง หล่อนรีบดึงมือนิ่มของตนออกจากมือเขาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าแดงก่ำ อดคิดไม่ได้ว่าคงสนุกปากของบรรดาเพื่อนร่วมงานก็คราวนี้แหละ และแล้วหญิงสาวก็ก้าวถอยออกห่างจากเขาไปเมื่อเห็นว่าตอนนี้หล่อนกับเขาแทบจะตัวติดกันอยู่แล้ว เจ้านายหนุ่มถอดเสื้อสูทของตัวเองออก แล้วยื่นส่งมาให้กับคนที่ยืนหน้าแดง คงทั้งอายเพื่อนร่วมงานและโกรธแค้นเขาเอาการ แต่เขาก็หวังว่าหล่อนจะมีอาการขวยเขินที่ได้ใกล้ชิดกับเขาอยู่บ้าง ธัญพิมลมองสูทสีเทา พร้อมกับเลิกคิ้วสูง เป็นการส่งสัญญาณว่าหล่อนไม่เข้าใจว่าเขาต้องการให้หล่อนทำอะไรกันแน่

ถือสูทนี้แล้วก็เดินตามผมมาเขาออกคำสั่งพร้อมกับเอียงศีรษะไปทางออฟฟิศของเขาเป็นการให้สัญญาณแก่หล่อนเหมือนกลัวว่าหล่อนจะไม่เดินตามหรือหลงทางไปห้องออฟฟิศของเขาซะอย่างนั้น 

ธัญพิมลยื่นมือออกไปเหมือนถูกมนตร์สะกด เพราะเขาคือเจ้านายของหล่อนหรอกไม่อย่างนั้นมีหรือว่าหล่อนจะยอมทำตาม อย่างที่เขาเพิ่งเอ่ยออกมา

ธัญพิมลยืนเก้ๆ กังๆ พร้อมกับสูทตัวเขื่องที่อยู่ในมือที่มีน้ำหนักเอาการ มองแผ่นหลังหนาที่เดินนำหน้ามายังห้องทำงานของเขาเองด้วยสายตาไม่ค่อยจะพอใจสักเท่าไหร่ 

คุณจะให้ฉันซักเสื้อสูทให้คุณเหรอคะ?” หล่อนถามขึ้นทันทีเมื่อปิดประตูห้องออฟฟิศของเขาลง

เปล่าเขาหันหน้ามากระทันหัน ทำให้ธัญพิมลต้องชนกับอกเขาอย่างจังเข้าให้อีก แต่ด้วยสัญชาตญาณทำให้หญิงสาวต้องผลักอกเขาออกอย่างแรง จนคนถูกผลักถึงกับตัวเซถลา แต่เขาก็เร็วมากพอที่จะจับเอาข้อศอกแหลมเล็กไว้ได้ทัน ทำให้เขาต้องดึงตัวหล่อนล้มลงไปยังพื้นพรมสีขาวหม่นอย่างไม่ทันตั้งตัวตามเขาไปด้วย แขนแข็งแรงรวบเอาเอวขอดไว้ทันที 

ปล่อยนะ!” คราวนี้หล่อนสั่งเขาเสียงเขียว แม้ว่าตัวเองจะทรงตัวได้ไม่ดีนัก จนต้องดิ้นขลุกขลักอยู่บนร่างหนาและหน้าแดงซ่านรู้สึกอับอายสิ้นดีที่เรือนร่างของหล่อนสัมผัสเอากับบางอย่างตรงกลางลำตัวของเขาเข้าให้อย่างไม่ตั้งใจ

เขารีบปล่อยมือออกตามคำสั่งนั้นทันทีอย่างไม่ต้องรอให้หญิงสาวต้องบอกอีกเป็นรอบที่สอง ไม่ใช่ว่าเขากลัวคนที่นอนทับร่างของเขาอยู่ เพียงแต่ถ้าขืนปล่อยให้หล่อนเล่นเกลือกกลิ้งดิ้นขลุกขลักอยู่บนร่างของเขาต่อไปอีกสักหน่อย เขามั่นใจแน่ว่าคงได้เปลี่ยนท่าให้หล่อนนอนลงไปบนพื้นพรมแทนโดยมีเขาเกลือกกลั้วเคล้นคลึงอยู่ด้านบนแทน เพียงแค่คิดหัวใจเขาก็เต้นกระเซ่าผิดปกติและอดสงสัยตัวเองไม่ได้ว่าเขามีความคิดออกนอกลู่นอกทางกับธัญพิมลแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน และอะไรที่ทำให้เขาคิดแบบนั้นนักหนา ทั้งที่กับคู่หมั้นของเขาเองนั้นเขาไม่ได้ขยันมีความคิดพวกนี้เลย หากแต่ธัญพิมลกลับเริ่มคลืบคลานเข้ามามีอิทธิพลกับความคิดใต้สะดือของเขาอย่างยากที่จะควบคุมได้

ชายหนุ่มรวบแขนทั้งสองของตัวเองใช้หนุนไปยังศีรษะต่างหมอน จ้องมองหล่อนด้วยดวงตาขบขัน เพราะความงุ่นง่านของหญิงสาวเองที่พยายามจะลุกออกจากร่างกายของเขาที่นอนแผ่หราอยู่ในตอนนี้ แล้วดวงตาของหล่อนก็รีบเบือนไปทางอื่นเมื่อเผลอมองมายังเป้ากางเกงของเขาอย่างไม่ตั้งใจ ซึ่งตอนนี้มันตุงโดดเด่นจนดูน่าเกลียดสิ้นดี นั่นยิ่งทำเอาเขาอยากจะขบขันหนักเพราะหล่อนจ้องมองและอ้าปากค้าง 

ทำยังกะเด็กสาวแรกรุ่น ไม่เคยพบไม่เคยเห็น!!! 

หลังจากลุกขึ้นได้ ธัญพิมลก็จัดการกับชุดกระโปรงให้เข้าที่เข้าทางมากที่สุด แล้วถลึงตาใส่เขาด้วยความไม่พอใจ ชายหนุ่มยิ้มยียวนมาให้พร้อมกับทำเป็นเหลือบตามองไปยังเป้ากางเกงของตัวเองบ้าง

ฝีมือของคุณ

นี่คุณ...อย่ามาพูดจาทะลึ่งนะ!” หล่อนแหวเสียงเขียว

ทะลึ่งยังไงละครับ ผมพูดเรื่องจริง” 

คุณต้องสติฟั่นเฟือนแน่เลย

หือ...นี่มันเป็นปฏิกิริยาที่ร่างกายต้องตอบสนองนะครับเวลาที่มีอะไรมาป้วนเปี้ยน...” แล้วเขาก็มองไปยังเป้ากางเกงของตัวเองอีก ก่อนจะพูดต่อ “...อยู่แถวนี้

หล่อนหน้าแดงหนักกว่าเดิม อยากหวีดร้องด่าเขาแสบ คัน สักหลาย คำ หากแต่ไม่สามารถจะหาคำไหนมาก่นด่าได้ จึงทำได้แค่มองหน้าเขาอย่างไม่พอใจ

ทุเรศ!” ตอนนี้หล่อนลืมไปเสียแล้วว่าเขาคือเจ้านายของตน

คุณไม่เชื่อเหรอ...” เขาเลิกคิ้วถามยียวนมาอีก ใบหน้านั้นก็แดงไม่ต่างจากหล่อน

ถ้าไม่เชื่อนะ คุณลองไปนอนเกลือกกลิ้งกับผู้ชายคนอื่น ดูสิ ถ้าคนไหนยังมีประสิทธิภาพอยู่รับรองคุณไม่ได้ยืนทำหน้าแดงอยู่อย่างนี้หรอก ผมใจดีหรอกนะถึงได้ปล่อยให้คุณยืนส่งตาเหลือกมาให้ผม

หล่อนโมโหเขาจับใจ นี่ขนาดว่ามีคู่หมั้นแล้วนะ เขากลับยังมาทำเป็นหมาหยอกไก่ใส่หล่อนอยู่ได้

นี่...พอได้แล้ว...แล้วเสื้อสูทเนี่ย คุณจะให้ฉันทำยังไงไม่ทราบคะเจ้านาย!?” เมื่อยิ่งพูดก็ดูเหมือนว่าเขาจะยิ่งพาหล่อนพูดถึงเรื่องใต้สะดือไปเรื่อย ทำให้ธัญพิมลต้องรีบเปลี่ยนหัวข้อขึ้นมาเสีย ก่อนที่จะเสียเปรียบไปมากกว่านี้  ผมแค่บอกให้คุณถือเสื้อสูทแล้วเดินตามผมมา ไม่ได้บอกให้ทำอะไรสักหน่อยเขายังคงนอนพูดหน้าตาเฉยอย่างอารมณ์ดี แต่สายตาของหล่อนชักจะเอาเรื่องจริง นี่แผนของคุณเหรอ?” 

เขาไม่ตอบแต่ยิ้มรับแล้วเสื้อสูทสีเทาก็ลอยหวือมายังใบหน้าของเขา เพราะธัญพิมลขว้างกลับคืนไปหาเขาเต็มแรง ก่อนจะก้าวฉับ หวังจะออกจากห้องทำงานของเขาไป แต่ชายหนุ่มก็รีบลุกขึ้นและวิ่งมาขวางไว้เสียก่อน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

0 ความคิดเห็น