กามเทพร้อยรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,374 Views

  • 25 Comments

  • 69 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,154

    Overall
    18,374

ตอนที่ 4 : ความสะเพร่ากับเค้กเจ้าปัญหา (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 905
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    16 เม.ย. 62

     เสียงเคาะประตูเบาๆ อย่างเกรงอกเกรงใจแต่จำเป็น ทำให้คนที่นั่งหน้าเคร่งขรึมต้องแหงนหน้าขึ้นมาจากงานจากตรงหน้า ซึ่งมีกองเอกสารสูงเป็นตั้งราวภูเขาเหล่ากอลูกใหม่ ที่จิตตวีย์คิดว่าทำเท่าไหร่ก็ไม่แล้วเสร็จสักที

พี่จิตคะ เค้กที่ทำให้ลูกค้าอยู่ตรงไหนคะ หนูหาไม่เจอเลยค่ะคนที่ยืนบอกอยู่หน้าห้องมีใบหน้าไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ลางสังหรณ์ว่าเค้กที่ลูกค้าสั่งทำล่วงหน้าไว้เป็นเดือนน่าจะลืมทำ จิตตวีย์ยังคงยิ้มฉายมาให้

เค้กอะไรเหรอ?​ พี่ไม่เห็นรู้เรื่องเลย” 

พี่จิตพูดแบบนี้ได้ยังไงคะเด็กสาวหน้าซีดทันทีกับคำตอบของเจ้าของร้าน แค่เห็นหน้ายักษ์ของลูกค้าที่ไม่ได้ของตามกำหนดเวลา แค่นั้นเด็กสาวผู้ทำหน้าที่ประสานงานก็ชักจะมือไม้สั่นไปหมด น้ำเสียงและท่าทางของเขาเอาเรื่องเอาการ

แล้วใบออร์เดอร์อยู่ไหนล่ะจิตตวีย์มั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่านี่ต้องเป็นการเข้าใจผิดอะไรแน่ๆ หรือไม่ก็ถูกน้องๆ อำเอา แต่อย่างหลังไม่น่าจะใช่ เพราะนั่นหมายถึงจะต้องว่างมากๆ จนไม่มีอะไรทำเท่านั้น

ก็ที่หนูเอามาวางให้ไงคะ วันที่เพื่อนของพี่มาวันนั้นไงคะ น่าจะสามสี่สัปดาห์ได้แล้วมั้ง แต่หนูหาเค้กไม่เจอเลยค่ะ พี่จิตคงไม่ได้เก็บไว้ในออฟฟิศนะคะนี่คือความหวังสุดท้ายที่เด็กสาวประจำร้านค็อฟฟี่ช็อฟจะมีความคิดพิเรนทร์คิดได้

จะเก็บไว้ตรงนี้ทำไมกัน และก็อีกอย่างนะนานขนาดนั้นพี่จะไปจำได้ไหมเนี่ยเด็กสาวที่ได้ฟังคำตอบเหมือนไม่รับผิดชอบอะไรถึงกับเข่าอ่อนทันที 

โธ่พี่จิต ลูกค้าจ่ายเงินไว้หมดแล้วนะคะ มีใบเสร็จมายืนยันด้วย พี่ลืมได้ยังไงอ่ะเจ้าของเสียงมีใบหน้าซีดเผือดท่าทางราวกับจะร้องห่มร้องไห้ นึกถึงใบหน้าหล่อเหลาขี้เก๊กของลูกค้าหน้าหยกก็พลอยทำให้ใจคอไม่ค่อยดี เห็นเขานิ่งๆ แต่สายตาเอาเรื่องมากทีเดียว

จริงเหรอ? ตายจริงทำไมพี่สะเพร่าขนาดนี้ได้นะ เอาอย่างนี้พี่ขอเวลานิดหนึ่งนะ ออกไปคุยกับเขาก่อนไป

เมื่อไล่ลูกน้องออกไปแล้วจิตตวีย์ก็รีบหากระดาษแผ่นเล็กเมื่อสามสี่สัปดาห์ก่อนดูท่าว่าจะสำคัญมากกว่ากระดาษที่กองเป็นภูเขาพะเนินเทินทึกอยู่ตอนนี้ 

หญิงสาวก้มๆ เงยๆ เปิดหาจากกระดาษทุกชิ้น หาเท่าไหร่ก็หาไม่พบ ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะหลงลืมได้ขนาดนี้

คุณคงกำลังมองหากระดาษออร์เดอร์ขนมเค้กอยู่ใช่ไหมครับเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากประตูออฟฟิศ ทำให้มือที่กำลังหยิบจับทุกอย่างอย่างร้อนรนต้องชะงักแล้วมองไปยังต้นเสียง ชายหนุ่มในชุดกางเกงผ้าสีครีม เสื้อยืดคอกลมสีขาวนวล ผมตัดสั้นถูกจัดทรงมาอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เขากำลังยืนมองมายังหล่อนด้วยดวงตาที่ไม่ใคร่จะเป็นมิตรสักเท่าไหร่

คุณเป็นใครคะ แล้วเข้ามาในออฟฟิศของฉันได้ยังไงน้ำเสียงนั้นแม้จะไม่พอใจอยู่ในที แต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือ เพราะพอจะเดาได้ว่าคนที่ยืนเด่นสูงยังกะเสาไฟฟ้าเป็นใคร และเพื่อไม่ให้เสียลูกค้า จิตตวีย์จำเป็นต้องส่งยิ้มไปให้ไม่ว่าจะอยู่ในสถาการณ์ไหนและอารมณ์จะเป็นเช่นไรก็ตาม

เด็กหน้าร้านบอกผมเองว่าให้เข้ามาได้ คงกลัวเสียชื่อเสียงร้านมั้ง เพราะยังมีลูกค้ายืนคอยคิวหลายคนต่อจากผม อันนี้ผมช่วยไม่ได้เพราะผมยังไม่ได้เค้กเลยเขาบอกเนิบนาบแต่ฟังแล้วก็พอจะรู้ว่าเขากำลังตำหนิการทำงานของค็อฟฟี่ช็อฟไปด้วยในตัว เพราะลูกค้ายืนต่อคิวนี่เพราะการทำงานชุ่ยล้วนๆ ไม่ใช่จะยุ่งอะไรมากมาย

จิตตวีย์หงุดหงิดนิดหน่อยที่เด็กหน้าร้านกล้าส่งเขาเข้ามาหาตนที่นี่ได้ เพราะธรรมดานอกจากเพื่อนและคนในครอบครัวแล้ว ไม่เคยมีลูกค้าคนไหนได้มายืนจังก้าอยู่หน้าออฟฟิศของหล่อนเลยสักคน

อ้าวเหรอคะหล่อนแสร้งทำว่าไม่รู้เรื่อง 

ชายหนุ่มร่างสูงผอมมองสำรวจตรวจตราหญิงสาวร่างเล็กผมสั้นหยิกหยองเท่าแค่ใบหู ผมข้างหน้าปล่อยม้าไว้เหมือนเด็กมัธยมต้น ผิวค่อนไปทางคล้ำแต่เกลี้ยงเกลาน่ามองใช้ได้ เขารู้ว่าหล่อนกลายเป็นที่กล่าวถึงมากตั้งแต่ที่เขาย้ายมาทำงานที่ธนาคารสาขาที่นี่ยังไม่ถึงสามเดือนดีนัก ซึ่งธนาคารห่างออกไปอีกไม่กี่ช่วงตัวตึก ซอยแห่งนี้เร่ิมขยายการเจริญเติบโตและมีร้านรวงมากมาย ผู้คนเดินกันขวักไขว่มันก็เหมาะแก่การทำเลที่ตั้งร้านค้าอยู่หรอก

ส่วนหญิงม่ายเจ้าของค็อฟฟี่ช็อฟคนนี้ ความจริงชายหนุ่มก็พอจะได้ยินสรรพคุณอยู่บ้างในเรื่องของการยิ้มง่ายและต้อนรับลูกค้าด้วยความน่ารัก ทำให้บรรดานายแบงค์ทั้งหลายต่างก็พูดถึงกันไม่ได้ และยังมีบางคนถึงกับท้าทายลองจีบดูเผื่อจะได้กาแฟดื่มฟรีๆ วันละแก้วก็ยังดี 

แต่สำหรับเขาแล้วในตอนนี้รู้เต็มอกว่าหล่อนไม่ได้มีอะไรที่จะน่าหลงใหลเลย ที่ต้องมาสั่งเอาเค้กที่นี่เพราะเห็นว่าใกล้ที่ทำงาน แต่เขาเห็นแล้วว่าหญิงสาวไม่ได้มีความเป็นโปรเฟรชชั่นแนลในการทำงานเลยแม้แต่นิดเดียว ต่อให้ยิ้มเก่งก็เถอะอีกไม่นานก็คงนำร้านขายทอดตลาดไป

งั้นแสดงว่าคุณก็คือ...”

เค้กของผมอยู่ไหน?!” จิตตวีย์ยังถามไม่ทันหมดประโยค คนตัวสูงก็สวนขึ้นมาเสียก่อน ทำเอาคนที่ยืนอยู่หน้าเสียมากทีเดียว เขาเป็นคนหน้าตาดีมากคนหนึ่ง แต่จิตตวีย์คิดว่าปากไม่น่าจะต้องร้ายกาจดุดันแข็งกระด้างขนาดนี้ก็ได้ เพราะมันขัดกับบุคลิกอันน่ามองของเขา หญิงสาวค่อนขอดอยู่ในใจ แต่ก็ยังฉีกยิ้มส่งมาให้เขาอยู่ดี 

ใจเย็นๆ นะคะ ฉันคิดว่าคงมีเรื่องเข้าใจผิดอะไรสักอย่างเป็นแน่เลยค่ะหญิงสาวรีบพูดหาเหตุผล เมื่อมองไปยังดวงตาไม่เป็นมิตรและก็รับรู้ว่าอุณหภูมิแห่งการเผาไหม้มันเริ่มระอุขึ้นมาในห้องออฟฟิศตนเอง ตอนนี้มือไม้ก็เริ่มสั่นเทา เมื่อคิดว่าตัวเองทำงานผิดพลาดลืมทำเค้กให้เขา ทั้งที่จิตตวีย์ไม่เคยบกพร่องในเรื่องการทำของตามสั่งให้ลูกค้ามาก่อนเลย คงได้อับอายขายขี้หน้ากันพอดี ที่สำคัญเขาคงเอาร้านเล็กๆ ของหล่อนไปยำจนไม่เหลือชิ้นดีแน่

คุณหมายความว่ายังไง

คือ...ขอโทษนะคะ แล้วคุณเอ่อ...” แม้แต่ชื่อลูกค้าที่ครั้งหนึ่งเคยได้อ่านก็ลืมไปเสียสนิท 

แน่ใจนะคะว่าเป็นวันนี้และก็ตอนนี้” 

ชายหนุ่มที่เตรียมพร้อมจะโต้เถียงก่อนหน้านี้จึงทำการยื่นกระดาษชิ้นเล็กในมือส่งมาให้กับคนที่เพิ่งตั้งคำถามอันงี่เง่าออกมา หล่อนหน้าถอดสีกับหลักฐานที่ดิ้นไม่หลุด พร้อมกับยื่นมือรับเอากระดาษจากเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้จะรู้ดีว่าเขามีใบเสร็จมาพร้อมตามคำบอกเล่าของเด็กหน้าร้าน แต่กระนั้นจิตตวีย์ก็ยังใจสั่นอยู่ดี เพราะใบหน้าของเขาท่าทางจะเอาเรื่องให้ได้ และที่สำคัญเขาจ่ายเงินมาแล้วทุกบาททุกสตางค์ ไม่ใช่แค่มัดจำอย่างเดียว!

คุณเห็นแล้วใช่ไหมครับ ว่ามันเป็นวันนี้ส่วนเวลา...” เขาหยุดพูดแล้วก้มมองดูนาฬิกาข้อมือสแตนเลสของตัวเอง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงราวกับเป็นผู้กำชัยไว้ในมือ

“...ก็ประมาณสิบห้านาทีที่ผ่านมา” 

จิตตวีย์ยิ้มให้อย่างไม่เต็มใจ และรู้สึกตกใจว่ากับการกระทำอันไม่เคยเกิดขึ้นของตนมาก่อน

จริงด้วยสิคะ ฉันคงเบลอแน่ๆ เลยค่ะ ต้องขอโทษมากๆ เลยนะคะหญิงสาวยอมรับผิดออกมาพร้อมทั้งพนมมือตัวเองขึ้นยกไหว้ให้เขาให้อภัย แต่ดูเหมือนว่าดางตาเฉยเมยของเขายังคงมองมาอย่างไม่รู้สึกสงสารหรือเห็นใจหล่อนเช่นเดิมและยังเพิ่มเติมคือจะเอาเรื่องหล่อนให้ได้!

คุณทำงานแบบไหนของคุณ เค้กที่ผมสั่งไว้มันสำคัญมากนะ!”

ค่ะ ฉันทราบค่ะ

ทราบ? ทราบว่ายังไงไม่ทราบครับ!” เขาสวนคืนด้วยความโมโหที่หญิงสาวตัวเล็กตรงหน้ายังใช้คำว่าทราบทั้งที่จริงแล้ว จิตตวีย์ไม่ได้รับรู้ถึงการกระทำอันผิดพลาดของตัวเองเลยว่าทำให้เขาเสียหายขนาดไหน

ทราบว่ามันสำคัญยังไงละค่ะ เอาอย่างงี้ดีไหมคะจิตตวีย์สูดลมหายใจลึกๆ เข้าปอดไปก่อน ก่อนที่จะพูดต่อคุณสั่งไว้สองปอนด์ งั้นพรุ่งนี้ฉันจะทำให้ใหม่เป็นสี่ปอนด์เลยดีไหมคะหญิงสาวเสนอขึ้นอย่างมีความหวังว่าคนหน้าบึ้งจะพอใจบ้าง เพิ่มให้อีกตั้งสองปอนด์เงินก็ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม เอาไปกินให้พุงกางท้องแตกตายเหมือนชูชกกันไปเลยเอา!

เค้กต้องเป็นวันนี้ครับ ไม่ใช่พรุ่งนี้!” เขายังคงยืนกรานหนักแน่นเช่นเดิม ทำเอาคนที่เพิ่งเสนอแถมเค้กสองปอนด์ให้ถึงกับหน้าเสีย เพราะเขาไม่ได้จะตะครุบตะกละตะกลามเอาเค้กฟรีๆ ไปกิน และดูเหมือนว่าอารมณ์ของเขาชักจะน่ากลัวมากขึ้นทุกขณะ

แต่ว่า...หรือคุณจะเอาเงินคืนดีคะ ฉันต้องกราบขอโทษจริงๆ ค่ะ มันเป็นความสะเพร่า เป็นการทำงานห่วยแตกของฉันคนเดียว ฉันยอมรับผิดค่ะจิตตวีย์กล่าวขึ้นอย่างรู้สึกผิดอีกครั้ง แม้จะเข้าใจในความโมโหของเขา แต่ก็ไม่ได้ชอบใจอยู่ดีที่เขามองหล่อนด้วยสายตาเกรี้ยวกราด เพราะหล่อนไม่สามารถเสกเอาเค้กวันเกิดให้เขาได้เลยนะสิ ต่อให้เขาบีบคอหล่อนให้ตายก็เถอะ ถ้าหากโชคดีพวกร้านขายเค้กที่อื่นอาจจะหลงเหลือเค้กไว้ให้เขาบ้างก็ได้ ถ้าเขาจะรีบไปหาซื้อเอาดีกว่าเขาจะมาต่อล้อต่อเถียงกับหล่อนอยู่แบบนี้ 

ชายหนุ่มในความสูงกว่า 180 เซ็นติเมตร เดินย่างสามขุมเพียงไม่กี่ก้าวก็มาถึงตัวจิตตวีย์ที่ตอนนี้กลายเป็นคนตัวเท่ามดไปโดยปริยาย แม้ในความเป็นจริงหล่อนสูงอยู่ช่วงแผงอกของเขาพอดี หญิงสาวถอยหนีตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เมื่อเห็นว่าเขามายืนกอดอกอยู่ข้างหน้าห่างออกไปไม่กี่ก้าว

ผมไม่ต้องการเงิน ไม่ต้องการของแถม ผมต้องการเค้กที่ผมสั่งไว้ คุณต้องรับผิดชอบหาเค้กมาให้ผมและต้องเป็นเดี๋ยวนี้!”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

0 ความคิดเห็น