กามเทพร้อยรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,284 Views

  • 25 Comments

  • 69 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,064

    Overall
    18,284

ตอนที่ 37 : มิอาจทนต่อความหมางเมิน (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 418
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    30 เม.ย. 62

     หลังจากเกิดเรื่องในวันนั้น ธัญพิมลก็พยายามหลีกเลี่ยงการพบเจอกับท่าน’  อย่างน้อยก็เพื่อไม่ให้เรื่องราวที่คิดว่าน่าจะเลวร้าย ไม่เลวร้ายมากขึ้นไปอีกและคิดว่าตัวเขาก็คงทำแบบเดียวกัน หากแต่เขาเอาเวลาส่วนใหญ่ไปไว้กับงานเท่าที่ธัญพิมลพอจะได้ยินคร่าวๆ

แต่ต่อให้ธัญพิมลต้องการหลบหน้าเขามากแค่ไหน ข่าวคราวเกี่ยวกับเขายังคงวนเวียนป้วนเปี้ยนให้หล่อนได้ยินอยู่ร่ำไป โดยที่หญิงสาวเองก็ไม่แน่ใจตัวเองนักว่าหล่อนเองก็หาทางอยากจะรู้หรือแค่บังเอิญได้ยินคนพูดจาเกี่ยวกับเขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องหัวใจ

และหลายวันต่อมา ธัญพิมลต้องนิ่วหน้าอย่างงงงวย เมื่อเซลล์คนเก่งของบริษัทถูกไล่ออกจากบริษัทภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงในเช้าวันหนึ่งที่ได้รับข่าว ซึ่งไม่ใช่แค่ธัญพิมลเท่านั้นที่รู้สึกกังขากับเรื่องนี้ หากแต่พนักงานทุกคนในบริษัทเองก็ไม่มีใครเข้าใจได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น แม้จะมีคำชี้แจงในวันเช้าวันรุ่งขึ้นว่าต้องการลดต้นทุนการผลิต หากแต่ดูแล้วมันไม่สมเหตุสมผล เพราะนั่นคือคนเก่งและอยู่กับบริษัทมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว ถ้าจะลดต้นทุนการผลิตก็น่าจะไล่พนักงานหางแถวออกไปก็ได้

คำวิพากษ์วิจารณ์ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ความรู้สึกของพนักงานคือไม่ค่อยจะชอบใจการบริหารงานของ CEO สักเท่าไหร่

คนอะไรโหดร้ายเสียงพนักงานคนหนึ่งดังขึ้นเบาๆ เมื่อมีโอกาสสุมหัวกันนินทาเจ้านาย

แล้วยังมีอีกนะช่วงนี้เหมือนกับหมางเมินกับคู่หมั้นด้วยแหละ ทั้งๆ ที่คู่หมั้นก็เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศเมื่อไม่กี่เดือนเอง สงสัยว่าจะมีใหม่ใครคนหนึ่งเอ่ยเสริมขึ้น ซึ่งมันก็ทำเอาคนที่ตั้งใจทำงานถึงกับหูผึ่ง ธัญพิมลกลัวเหลือเกินว่าตัวเองจะถูกดึงเข้ามาพัวพันกับความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง ซึ่งนั่นคงไม่ดีต่อตัวหล่อนแน่ เพราะมันไม่เป็นความจริง

ผู้ชายเจ้าชู้ก็แบบนี้แหละ ใครได้เป็นแฟนละก็รับรองเลยนะว่าสุดท้ายก็ต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่าทั้งนั้นคนที่พูดประโยคนั้นออกมาคือเลขาหน้าหวานของเขานั่นเอง แล้วทุกคนต่างก็หันมามองธัญพิมลเป็นตาเดียว

ระวังไว้นะธัญ เธออาจจะเป็นรายต่อไปก็ได้ขนาดมีคู่หมั้นแล้ว ยังไม่วายมาเกาะแกะเธออยู่อีก อย่าหลงคารมง่ายๆ นะเลขาคนดีหันมาเตือนธัญพิมล ซึ่งคนที่ถูกเตือนก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ

เพราะการกระทำของเขามันจงใจทำให้หล่อนหวั่นไหวมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่ถึงยังไงเขาก็ยังรักษาระดับความใกล้ชิดไม่ให้เลยเถิด แม้เขากับหล่อนจะไปทานข้าวด้วยกันถี่เกินกว่าฐานะของเจ้านายและลูกจ้าง โดยเพียงแค่ต้องการปรึกษาเรื่องเพื่อนๆ เป็นหลัก นั่นคือเหตุผลที่ทั้งเขาและหล่อนใช้ให้ได้พบเจอกัน 

ถ้าเขาเจ้าชู้ขนาดนั้นนะแล้วเขาทำเจ้าชู้ใส่เธอหรือเปล่าล่ะ”​ ใครคนหนึ่งถามเลขาสาวหน้าหวาน ซึ่งทำเอาคนถูกถามต้องค้อนขวับให้กับคนที่ตั้งคำถาม

ก็ลองดูสิ จะฟ้องบรรดาท่านผู้บริหารท่านอื่น เอาให้เข้าคุกไปเลยเลขาสาวสวยจีบปากจีบคอพูดอย่างกับว่าตนเองนั้นไม่ได้สนใจกับเจ้านายหนุ่มสุดหล่อสักเท่าไหร่ แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วหัวใจก็เต้นรัวเร็วทุกครั้งเวลาที่ได้คุยกับเขา

ฉันว่าท่านน่ะไม่สนใจเธอมากกว่ามั้งคนที่เพิ่งพูดถูกค้อนให้วงใหญ่จากเลขาที่ทำเป็นยืนเชิดหน้าใส่ 

นี่ฉันก็ไม่สนใจหรอกนะ มาทำงานก็ทำแต่งานไม่ได้มาหาจับผู้ชาย” 

ย่ะ...ฉันก็แค่คิดว่าถ้าเจ้าชู้จริงๆ อ่ะนะ ในบริษัทเราเนี่ยมีใครเจอท่านทำเจ้าชู้ใส่กันบ้างล่ะ ไหนบอกมาสิพนักงานคนเดิมยังตั้งคำถามที่เหมือนจะขัดแย้งกับคนอื่นๆ โดยเฉพาะในเรื่องความเจ้าชู้ของฝ่ายชาย เพราะคิดว่าไม่เคยเห็นพฤติกรรมที่ว่านั่นเลย และคำถามนั้นก็ทำเอาทุกคนต้องส่ายหน้าว่า CEO หนุ่มไม่เคยยุ่งเกี่ยวด้วย แต่สุดท้ายคนทั้งหมดก็หันมาทางธัญพิมลอีกครั้ง 

สิ่งที่ธัญพิมลทำได้ก็แค่ส่งยิ้มแห้งๆ กลับไป เพราะสายตาของทุกคนบ่งบอกแค่ว่า เขาทำเจ้าชู้ใส่ธัญพิมลเพียงคนเดียว ซึ่งหญิงสาวก็ไม่อยากจะต้องเอ่ยปากพูดถึงมันเพราะเท่ากับว่าหล่อนแก้ตัว ในเมื่อหลักฐานนั้นทุกคนก็เห็นอยู่บ่อยๆ รวมไปถึงเลขาของเขาด้วยที่พอจะรู้เห็นการพบเจอกันของคนทั้งสอง ซึ่งเป็นที่มาให้หลายคนเริ่มอยากเข้ามาพูดคุยกับธัญพิมลมากขึ้น เพียงเพื่อที่จะล้วงเอาความสัมพันธ์ลับจากหญิงสาวนั่นเอง แต่จนแล้วจนรอดธัญพิมลก็ไม่เคยตอบคำถามตรงๆ หรือให้ความสนใจกับคำถามเหล่านั้นนัก แต่ดูเหมือนว่าสุดท้ายก็ไม่มีใครรู้เรื่องกันสักที จนกระทั่งตัวจริงของชายหนุ่มได้ปรากฏกายขึ้นซึ่งถือว่าเป็นผู้หญิงในฝันของผู้ชายหลายคน

ณดารัตน์ ลูกสาวคนเดียวของท่านทูต ดีกรีปริญญาโทจากอเมริกา รอยยิ้มและใบหน้านั้นอ่อนหวานแบบไทยแท้ เรียบร้อยยิ้มง่าย ในยามที่เดินเฉิดฉายเข้ามาในบริษัทนั้นราวกับหงส์ผู้งามสง่า ซึ่งทำเอาหลายคนถึงกับกลืนน้ำลาย ต่างก็คิดว่า CEO หนุ่มช่างคัดสรรคู่ครองของตัวเองได้อย่างเพอร์เฟค และชาญฉลาด

การลุ้นตัวสุดโก่งของพนักงานระหว่างท่าน CEO กับธัญพิมลจึงเริ่มสะดุด เพราะเกิดความงุนงงและลังเลว่ามันคืออะไรกันแน่ สุดท้ายแล้วก็ไม่พ้นลงความผิดไปที่ชายหนุ่มว่านั่นคือนิสัยของผู้ชายเจ้าชู้ทั่วๆ ไปก็อาจจะเท่านั้นเอง แต่น่าเสียดายว่าเขาทำกับธัญพิมลคนเดียวจริงๆ ผู้หญิงคนอื่นในบริษัท ชายหนุ่มแทบจะไม่มองแม้แต่หางตา 


การที่ธัญพิมลพยายามหลบหน้าเขาดูเหมือนจะทำได้ไม่นาน เมื่อเย็นวันหนึ่ง จู่ๆ เขาก็มาดักรอพบหล่อนที่ลานจอดรถที่คอนโดของหล่อน ชายหนุ่มมองตามร่างที่กำลังก้าวฉับๆ ออกจากรถของตัวเองอย่างคล่องแคล่ว เขารู้สึกปวดร้าวกับสายตาของหล่อนที่แสร้งทำเหมือนไม่เห็นเขา มือที่มีบุหรี่รีบตรงดิ่งไปยังที่เขี่ยบุหรี่ขยี้มันไปด้วยแรงทั้งหมดที่มี ดวงตายังคงจดจ้องไปยังหญิงสาว

เมื่อเข้าไปในลิฟต์ได้หญิงสาวก็รีบกดย้ำๆ ไปยังชั้นห้องพักของหล่อน หัวใจเต้นระทึก เมื่อร่างสูงก้าวยาวๆ เพื่อที่จะมาให้ทันก่อนที่ลิฟต์ตัวนั้นจะปิดลง ธัญพิมลถอยกรูดภาวนาให้ประตูลิฟต์ปิดให้เร็วที่สุด หล่อนหลับตาปี๋เพราะร่างของเขาเข้ามาใกล้ทุกที ชายหนุ่มยื่นมือไปด้วยความเร็วกดปุ่มนอกลิฟต์ย้ำๆ ถ้าหากว่ามันจะพังก็ให้มันพังไปเลย!

“Fuck!!” เขาสบถอย่างขัดเคืองเมื่อประตูลิฟต์ดันปิดลงก่อนที่เขาจะมาถึงเพียงแค่อึดใจเดียว แล้วตาก็เหลือบไปเห็นบันไดที่อยู่ข้างลิฟต์ ซึ่งนั่นไม่ได้ทำให้เขาลังเลเลยที่จะวิ่งขึ้นบันไดตรงดิ่งไปยังชั้นที่หล่อนอยู่ ชั้นที่สิบสอง!!


เกือบไปแล้วไหมละฉันธัญพิมลถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อรู้สึกว่าตัวลิฟต์ปิดลงก่อนที่เขาจะเข้ามา และวันนี้หล่อนก็รอดพ้นจากการพบเจอกับเขาอีกหนึ่งวัน ส่วนวันพรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที 

แต่เมื่อเสียง ปิ้ง!! ดังขึ้น หญิงสาวก็ขยับร่างกายเพื่อที่จะก้าวเท้าออกจากลิฟต์ แต่ก็ต้องตกใจสุดขีด เพราะร่างของหล่อนดันปะทะเอากับแผงอกหนาของใครสักคน ที่ตั้งใจดันเอาร่างของธัญพิมลเข้าไปในลิฟต์อีกครั้งหนึ่ง หญิงสาวติดแหง๋กไปยังผนังของลิฟต์โดยไม่มีทางทัดทานได้ เขายันแขนล่ำสันไปยังข้างศีรษะของหล่อน จ้องมองด้วยความไม่พอใจ

คุณวิ่งหนีผมทำไม!” คนเหนื่อยหอบที่วิ่งมาจากชั้นล่างยันชั้นสิบสองโดยไม่ได้หยุดพักสักวินาทีทำให้เขาหายใจติดขัดและใจของเขามันจะขาดอยู่แล้ว เขาไม่เคยต้องวิ่งเหนื่อยขนาดนี้มาก่อน เพราะหล่อนคนเดียว ธัญพิมล!!

ฉันเปล่านะคะ ฉันไม่ได้วิ่งหนีสักหน่อย ฉันขึ้นลิฟต์มาเหมือนทุกวันหล่อนตกใจตอบเขามั่วๆ แม้จะตลกกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ชายหนุ่มนึกขัดเคืองสิ้นดีที่หล่อนจงใจหนีเขา

ตอบได้ดีมากนะธัญ...ช่วงนี้คุณเหมือนไม่อยากจะคุยกับผมสักเท่าไหร่ มีอะไรหรือเปล่า?” 

หญิงสาวคิดว่าเขาน่าจะรู้อยู่แก่ใจของตัวเองดีว่าเพราะอะไร แค่หล่อนไม่โดนคู่หมั้นของเขาด่ากราดในร้านอาหารก็น่าจะบุญแล้ว หล่อนไม่ได้หน้าด้านพอที่จะไปยุ่งวุ่นวายกับคนที่มีเจ้าของแล้ว หล่อนรู้ดีว่าไม่มีสิทธ์ในตัวเขา

เราไม่ควรจะพบกันค่ะ” 

บอกเหตุผลมาเขากัดฟันถาม พร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ หัวใจเต้นถี่รัวเร็วตอนนี้มันมีหลายเรื่องที่เกิดขึ้น เรื่องที่เขาไล่พนักงานคนสำคัญของบริษัทออกนั้น มันทำให้พนักงานหลายคนเริ่มเกลียดขี้หน้าเขา ไม่ชอบการบริหารงานของเขา แต่ใครเล่าจะไปรู้ความจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้นภายใน แต่ถึงยังไงสายตาของพนักงานคนอื่นๆ ก็ไม่ได้สำคัญเท่ากับสายตาอันไม่ชอบใจจากธัญพิมลเลย

เพราะฉันไม่อยากจะให้คู่หมั้นคุณเข้าใจผิด และเสียใจค่ะ” 

แค่นั้นเองเหรอเขาเลิกคิ้วสูง เพราะถ้าแค่นั้นมันไม่ได้สำคัญเลย เขาแก้ไขได้ขอแค่เวลาเท่านั้นเองและก็หวังว่าหล่อนจะคอยเขา

เรื่องงานด้วยค่ะ ฉันคิดว่าคุณทำไม่ถูก!” ในที่สุดหล่อนเองก็ไม่ต่างจากคนอื่น

ถ้าหากว่าคุณจะโกรธผมที่ไล่คุณสุพจน์ออกไป ผมก็พอจะเข้าใจนะ แต่ผมอยากบอกให้คุณรู้ไว้ว่าผมมีเหตุผลและจำเป็นต้องทำ” 

แต่คุณสุพจน์เป็นคนเก่ง อยู่ที่นี่มานานพอคุณมาได้แค่ปีเดียวเอง คุณกลับไล่คุณสุพจน์ออก ใครๆ ก็เคืองคุณทั้งนั้นแหละค่ะหล่อนกล่าวเสียงแข็งตำหนิเขาเหมือนอย่างที่ใครๆ ในบริษัทเองก็พูดแบบนี้ทั้งนั้นซึ่งหล่อนก็เห็นด้วยกับคนอื่นเช่นกัน ตอนนี้พนักงานหลายคนไม่ชอบใจเขา ทั้งเรื่องงานและเรื่องความเจ้าชู้ของเขาที่ทำให้คู่หมั้นต้องวิ่งตามง้อ จนพนักงานหญิงบางคนคิดว่าณดารัตน์ควรจะสลัดเขาทิ้งและหาใหม่ไปเลย ผู้ชายนิสัยไม่ดีแบบนี้จะไปสนใจทำไม คนอย่างณดารัตน์ที่มีพร้อมทุกอย่างแค่กระดิกนิ้วผู้ชายก็วิ่งกันเข้ามาหาเป็นพรวนแล้ว ซึ่งธัญพิมลก็เห็นด้วยอีกตามเคย จนพานทำหมางเมินใส่เขาไปด้วย

ชายหนุ่มถอนหายใจเหมือนรับรู้ถึงมรสุมอันไม่ถูกใจของใครต่อใครหลายคนในที่ทำงานตอนนี้

ความจริงผมไม่อยากจะพูดมาก เพราะเรื่องนี้เก็บเป็นความลับสุดยอดเฉพาะระดับผู้บริหารเท่านั้น แต่...” เขากลืนน้ำลายลงคอ แล้วยืนขึ้นตัวตรงขยับกายเข้ามาชิดหล่อน จนธัญพิมลต้องดันหน้าอกเขาไว้ มองสบตากับเขาอย่างตื่นเต้นและแม้จะรู้สึกอบอุ่นแต่มันผิด หล่อนสับสนกับความรู้สึกตัวเอง

ผมทนเห็นคุณแสดงความหมางเมินใส่ผมแบบนี้อีกไม่ได้ ผมจำเป็นต้องอธิบายให้คุณได้เข้าใจน้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลง

ธัญพิมลตะลึงกับประโยคล่าสุด แต่คำพูดของเพื่อนร่วมงานก็ดังแว่วขึ้นมา

ก็แค่ผู้ชายเจ้าชู้’ 

ทำไมคะหล่อนถามออกไปเสียงสั่น ตอนนี้ไม่สามารถห้ามความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเขาได้ ไม่สามารถแยกแยะความผิดชอบชั่วดีได้ แม้จะบอกตัวเองไปล้านรอบว่าเขามีคนจับจองหัวใจไว้แล้ว 

มือที่ดันหน้าอกของเขาไว้เผลอลูบไล้แผ่วเบา แล้วเขาก็จับมือของหล่อนขึ้นไปจูบเสียดื้อๆ โดยที่หล่อนเองก็ไม่ได้ขัดขืน

ผม...ไม่รู้เหมือนกัน ผมรู้แค่ว่าเวลาที่คุณชำเลืองมองผมด้วยหางตามันเจ็บปวดเขาตอบแผ่วเบา ก่อนจะก้มหน้าลงมา เรียวปากหยักกำลังจะแนบลงมายังปากเรียวของหล่อนอยู่รอมร่อ แต่แล้วเสียงหัวเราะคิกคักก็ดังขึ้นมาจากนอกลิฟต์ ทำให้เขาต้องชะงัก นึกหงุดหงิดที่มีคนมาขัดจังหวะ เมื่อหันไปเห็นเป็นเด็กน้อยอายุไม่กี่ขวบก็ทำให้เขาต้องคว้าข้อมือของธัญพิมล แล้วพาหล่อนเดินออกจากลิฟต์ตัวนั้น ซึ่งสุดท้ายหญิงสาวก็จำเป็นต้องพาเขาไปคุยกันให้เสร็จในเรื่องที่ค้างคาไว้ในห้องพักของหล่อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

0 ความคิดเห็น