กามเทพร้อยรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 13,015 Views

  • 15 Comments

  • 74 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3,257

    Overall
    13,015

ตอนที่ 37 : ไม่ได้หย่ิงแต่ขี้เก๊ก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 338
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    13 ต.ค. 61

ไตรภพยืนมองตั๋วหนังสองใบในมือ ความประหม่าทำให้เขาใช้ตั๋วหนังไม่อ่อนไม่แข็งนั้นไปยังฝ่ามือสีขาวสะอาดของตัวเองแผ่วเบา เป่าลมออกจากปากครั้งแล้วครั้งเล่าเพียงแค่มองเห็นประตูค็อฟฟี่ช็อฟ เขายืนลังเลอยู่สองสามนาทีจ้องมองไปยังประตูกระจกใสขวางทางลูกค้าที่กำลังเดินเข้าออกแม้จะไม่มาก แต่คนที่ยืนนิ่งยังหน้าประตูไม่กี่เมตรก็เกะกะชาวบ้านจนเกิดการชนกระแทกไหล่เอา

นี่พ่อ...จะมายืนทื่ออะไรตรงนี้!” เสียงใครสักคนเอ็ดตะโรนิดหน่อยพร้อมกับมองเขาตาเหลือก และเรียกสติไตรภพให้กลับมา โดยการเดินหันหลังกลับไปตามทางเดิม แต่แล้วก็หยุดเอาสิวะก็แค่ดูหนังไม่งั้นก็ทิ้งตั๋วไปเปล่า เขาพูดกับตัวเองเสียงเบาราวกระซิบ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปยังประตูกระจกใสอีกครั้งเอานะ มันจะเป็นอะไรไปเขาคงไม่เหวี่ยงออกมาจากร้านหรอกไตรภพพูดกับตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะยื่นมือไปประตูกระจกใสที่อยู่ด้านหน้าเขาเพียงแค่ครึ่งก้าว เอื้อมมือไปหวังจะผลักมันเข้าแต่แล้วประตูนั้นก็เปิดออกเองเพราะคนด้านในเดินออกมา และมันทำให้เขาไม่สามารถที่จะยืนขวางทางลูกค้าคนอื่น ได้อีกต่อไป ขายาวก้าวกระเถิบเข้าไปด้านใน ผู้คนบางตามากแล้ว แต่เวลาของค็อฟฟี่ช็อฟยังไม่ได้จะปิดซึ่งกินเวลาอีกน่าจะสองสามชั่วโมง 

หน้าเคาน์เตอร์มีเพียงเด็กรุ่น อยู่สองคน ซึ่งเขาเริ่มคุ้นตาบ้างแล้ว ส่วนเด็กสาวนั้นก็คงคุ้นตาเขาเช่นกัน จากลูกค้าที่มาตามเอาเค้กแล้วผิดหวังตอนนี้เขากลายเป็นลูกค้าที่เดินเข้ามาดื่มกาแฟเพียงวันละแก้วแล้วก็จากไป

ไตรภพมองหาเจ้าของร้าน ซึ่งคาดเดาเอาว่าหล่อนอาจจะแอบอยู่หลังออฟฟิศอีกตามเคย หรือไม่ก็คงอยู่หลังครัวจัดการกับเค้กหรือขนมตามสั่งอยู่หรือเปล่าอันนี้เขาเองก็ไม่อาจจะรู้ได้ 


รับอะไรเพิ่มไหมคะคุณเสียงทักของเด็กหน้าเคาน์เตอร์ดังขึ้นมาเบาๆ เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มรูปงามยังคงยืนเก้ กัง เหมือนมองหาอะไรสักอย่างทั้งที่ได้กาแฟตามที่สั่งแล้ว แต่เขาก็แค่จิบไปเพียงนิดเดียวและไม่ยอมเดินออกจากเคาน์เตอร์

อ้อ...คือเขาอ้ำอึ้งไม่รู้จะเริ่มถามว่ายังไงดี ในเมื่อคนที่เขาอยากจะพบไม่ได้วนเวียนอยู่ตรงนี้ไอ้จะบอกว่าขอพบกับเจ้าของร้านแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยมันก็ดูกระไรอยู่ นอกจากจะหาเรื่องติติงร้านสักหน่อย

วันนี้กาแฟรสชาติไม่ได้เรื่องเลย...ผมขอคุยกับเจ้าของร้านหน่อยสิครับชายหนุ่มก้มหน้ามองไปยังแก้วกาแฟของตัวเองแล้วทำสีหน้าเหยเกขึ้นมาตำหนิรสชาติกาแฟรสชาติเดิมที่ทางร้านทำมาจากเครื่อง และยังไม่เคยมีลูกค้าคนไหนบ่นให้สักราย ตัวเขาเองก็ไม่เคยบ่นหรอกปกติแล้วดื่มแล้วก็ไป  

พี่จิตเพิ่งออกไปเมื่อกี้นี่เองค่ะ ต้องไปรับลูกค่ะแล้วคนที่เพิ่งบอกก็ยื่นมือมายังแก้วกาแฟของลูกค้าที่ไม่พอใจในรสชาติกาแฟ

อ้าว!!!” เด็กสาวตกใจกับพฤติกรรมของลูกค้าที่จู่ ก็หุนหันพลันแล่นออกไปทั้งที่ยังไม่ได้เปลี่ยนกาแฟแก้วใหม่เลยด้วยซ้ำ

อะไรของเขาน่ะ กำลังจะเปลี่ยนกาแฟให้พอดีเลย

คงไม่เกี่ยวกับกาแฟแล้วแหละ ฉันว่าคงแกล้งหาเหตุผลจะเจอพี่จิตของเราน่ะสิ แต่ขี้เก๊กไปหน่อยอีกคนหัวเราะเหมือนจะรู้ทันกับลูกค้าสุดหล่อที่ปั้นหน้ายิ้มยาก แต่ในช่วงหลังเขายิ้มแย้มเก่งขึ้น และเริ่มเห็นเขามาในร้านถี่กว่าปกติ ซึ่งนำความประหลาดใจมาให้กับพนักงาน เพราะเขาเคยมีปัญหาเรื่องลืมทำเค้กให้เขา และไม่ขอกลับมาดื่มกินที่นี่อีก แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาโผล่หน้ามาพร้อมกับเพื่อนและสุดท้ายเมื่อร้านปิดลง เขากับจิตตวีย์ก็ได้นั่งคุยกัน ซึ่งต่างก็เข้าใจว่าคนทั้งสองคงทำความเข้าใจกันได้แล้ว และคงเข้าใจกันมากด้วย เพราะชายหนุ่มเล่นเดินเข้าออกได้แทบทุกวัน วันละไม่กี่นาทีแล้วก็ไป


ไตรภพชะโงกหน้าส่งยิ้มไปให้กับคนที่กำลังจูงมือเด็กชายตัวน้อยไปยังรถที่จอดอยู่ไม่ห่างมาก เขาเปิดประตูรถออกอย่างรวดเร็วเพราะเกรงว่าจะไม่ทันการเอา

คุณจิตครับจิตตวีย์ชะงักมือที่กำลังช่วยเด็กชายตัวน้อยรัดเข็มขัดนิรภัยในรถ แหงนหน้ามองมายังต้นเสียง แล้วหล่อนก็ส่งยิ้มาให้เขายิ้มตอบกลับพร้อมกับวิ่งตัวปลิวมาหาหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างรถ

มารับคุณครูเตือนใจเหรอคะ?”

เอ่อ...” ชายหนุ่มอึกอัก 

คะ...ครับเขาตอบออกไปสั้น หล่อนคงไม่รู้เรื่องอะไรหรอก ว่าคุณครูเตือนใจน่ะขึ้นเหนือไปประชุมเกือบสัปดาห์นู่น!

แม่ครับวันนี้ผมไม่เห็นคุณครูเตือนใจเลยนะครับแล้วเด็กชายตัวน้อยก็เอ่ยขึ้น จิตตวีย์หัวเราะชอบใจในความไม่รู้ประสาของเด็กชายวัยห้าขวบ

เด็กน่ะค่ะ ไม่รู้เรื่องอะไรจิตตวีย์รีบแก้ตัวแทนขึ้นมา ไตรภพยิ้มเจื่อน เกรงว่าเด็กตัวน้อยจะพูดเรื่อยเปื่อยต่อไปอีกให้คนเป็นแม่จับได้ว่าคุณครูนั้นไม่ได้มาสอนจริงๆ แต่เขาดันโผล่หน้ามายืนคุยกับหล่อนอยู่ตรงนี้

จริง นะครับแม่จิต คุณครูเตือนใจไปประชุมที่ภาคเหนือแล้วเสียงเด็กน้อยก็เจื้อยแจ้วขึ้นมาอีก ทำให้จิตตวีย์หันหน้ามาทางชายหนุ่มที่ทำหน้าเจื่อนๆ ไม่พูดโต้ตอบกับคำพูดของเด็กชายเลยสักคำเดียว หรือว่ามันจะเป็นจริงเหมือนที่ลูกของหล่อนเพิ่งบอกออกมา

จริงเหรอคะ?” หล่อนมองหน้าเขาที่เอาแต่หน้าแดง แล้วใช้มืออีกข้างเกาท้ายทอยตัวเองเป็นการแก้เขินไปพลางๆ จากนั้นก็พยักหน้ายอมรับว่าที่เด็กชายตัวน้อยพูดนั้นมีมูลความจริงทุกอย่าง

อ้าว...” หญิงสาวทำหน้าประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด ในเมื่อแม่ของเขาไม่ได้มาทำงานงั้นแสดงว่าเขาก็ไม่ได้มารับแม่ของตัวเองสินะ แล้วหญิงสาวก็เริ่มหน้าแดงขึ้นมาบ้าง

คุณไตรภพมีอะไรหรือเปล่าคะ?”

ก็...พอจะมีครับเขาเอ่ยออกมาเสียงเบา พร้อมกับล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทสีดำ แล้วจับตั๋วอะไรสักอย่างออกมาสองใบ

คือพอดีผมได้ตั๋วหนังฟรีมาสองใบ ถ้าหากจิตว่างจะไปด้วยกันไหมครับ” 

วันนี้คงไม่ได้หรอกค่ะตอนที่จิตตวีย์ได้ยินเขาเอ่ยปากชวน หญิงสาวรู้สึกว่าโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ เขาชวนหล่อนไปดูหนัง เพราะอะไร??

ไตรภพก้มมองตั๋วหนังสีเขียวตองอ่อนอีกรอบ อ่านรายละเอียดตัวหนังสือถี่ยิบก่อนจะส่งยิ้มมาให้

ไม่ใช่วันนี้หรอกครับ หมดเขตนู่นเลย...อีกสามเดือนข้างหน้าเขาบอกพร้อมหน้ายิ้มแป้นที่อย่างน้อยก็ยังพอมีเวลาเยอะแยะ และตอนนี้โล่งอกที่ได้พูดออกไป

เรามาหาเวลาไปดูหนังกันไหมครับ เผื่อคุณจิตจะได้เปิดหูเปิดตาพักผ่อนสมองจากงานจากครอบครัวบ้างเขาแนะนำ แม้จะไม่แน่ใจนักว่าหญิงสาวแม่หม้ายพราวเสน่ห์สำหรับเขาในตอนนี้จะตอบรับหรือเปล่า

ก็อาจจะได้นะคะ งั้นจิตขอไปดูตารางก่อนถ้ายังไงจิตจะบอกอีกทีว่าตรงกันกับคุณไตรภพหรือเปล่า

ผมว่างตลอดเวลาครับเขาตอบออกมาทันทีโดยไม่ต้องคิด ทำเอาจิตตวีย์อยากจะหัวเราะในเมื่อมันไม่ได้เป็นความจริงสักนิด เพราะเขาเองก็ต้องทำงานมันจะมาว่างตลอดเวลาได้ยังไง แต่ก็เอาเถอะเวลาของเขาก็อาจจะดีกว่าหล่อนอยู่นั่นแหละเพราะทำงานในแบงค์ยังมีตารางที่แน่นอนกว่าหล่อนเป็นไหน

ขับรถดี นะครับ แล้วพรุ่งนี้ผมจะไปหาหลังเลิกงานจะได้รู้ว่าเราไปดูหนังกันได้วันไหนเขายืนบอกอยู่ข้าง คนที่สตาร์ทรถเสร็จเรียบร้อย จิตตวีย์ส่งยิ้มมาหาไม่คิดว่าเขาเองก็ใจร้อนเอาการจะเอาคำตอบพรุ่งนี้เสียให้ได้ และหญิงสาวก็รู้สึกว่ารอยยิ้มของเขามันทำให้โลกสดใสซะจริง ทำไมเขาไม่ยิ้มอย่างนี้ตั้งนานนะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

0 ความคิดเห็น