กามเทพร้อยรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,224 Views

  • 25 Comments

  • 69 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,004

    Overall
    18,224

ตอนที่ 34 : แค่ทานข้าว (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 475
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    27 เม.ย. 62

     อาหารง่ายๆ ที่จิตตวีย์แนะนำเป็นแค่ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อลูกชิ้นยักษ์ธรรมดา แต่ตอนแรกที่จิตตวีย์บอกกับไตรภพว่าให้มาทานที่นี่เขาก็คิดคัดค้านเพราะไม่คุ้นชินร้านข้างทาง จนหล่อนสะกิดถามขึ้นว่าเขาจะทานได้ไหมไม่งั้นจะได้พาเดินไปทานอาหารหรูๆ ในละแวกเดียวกัน แต่ไตรภพยิ้มตอบรับพร้อมประโยคที่ทำเอาทั้งคนพูดและคนที่ได้ยินต่างก็หน้าแดงแข่งกัน

ผมจะไปทานทุกที่ที่มีคุณ

ก๋วยเตี๋ยวชามสีขาวขนาดใหญ่ถูกวางลงมายังโต๊ะของคนทั้งสอง ฟุตบาทข้างทางไม่ได้ราบเรียบทำให้เก้าอี้ที่เขานั่งมันโยกไหวไปมา กว่าจะหามุมนั่งได้ เขาก็ต้องขยับมาใกล้จิตตวีย์ ความใกล้ชิดทำให้เขาหน้าแดงตลอดเวลาบวกกับความร้อนด้วย จิตตวีย์ยื่นกระดาษทิชชูส่งมาให้ 

เหงื่อเต็มไปหมดเลยค่ะ ขอโทษนะคะที่พามากินที่นี่

ขอโทษทำไมล่ะครับ

ก็ ถ้าเป็นห้องแอร์คุณคงไม่เหงื่อตกขนาดนี้ไงคะ แล้วทานได้ไหมคะหล่อนเหลือบตามองไปยังถ้วยก๋วยเตี๋ยวของเขา ที่ชายหนุ่มเพิ่งซดน้ำไปได้ครั้งเดียว

ผมบอกแล้วไงว่าได้ และก็อาหารไม่ได้สำคัญเท่ากับมีคุณหรอก

จิตตวีย์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ นี่เขาชักจะเป็นเอามากจากที่ขี้เก๊กตอนนี้ไม่เหลือเค้านั้นแล้ว นอกจากว่าจะหยอดคำหวานมาให้กับหล่อนครั้งแล้วครั้งเล่าไปหัดเรียนรู้มาจากไหนก็ไม่รู้แต่ฟังแล้วก็ตกใจเหมือนกันเพราะมันเร็วเกินไป

ไม่เคยรู้เลยนะคะว่าคุณกินง่ายมาก” 

พ่วงท้ายปากหวานอีกด้วย!!

มีอีกหลายอย่างเกี่ยวกับผมที่คุณยังไม่รู้นะครับเขาพูดขึ้นส่งสายตายิ้มพราวมาให้ แล้วนำมือที่วางไว้ใต้โต๊ะ เลื่อนไปยังมือบางที่วางไว้หน้าตักตัวเอง หล่อนมองหน้าคนที่สัมผัสแผ่วเบามายังหลังมือของหล่อนเอง โดยที่ไม่ได้คิดจะดึงมันออก นอกจากสอดประสานมือของตัวเองเข้ากับมือเขาอย่างง่ายดาย แล้วต่างก็ก้มหน้าก้มตากินอาหารในถ้วยใหญ่จนหมด โดยไม่มีการพูดจากัน จนเมื่อเขาจ่ายค่าอาหารและเดินเคียงคู่กันมา ไตรภพก็รุกหนักโดยการเลื่อนมือสอดเข้าไปยังนิ้วทั้งห้าของหล่อนอีก 

คุณมาทานที่นี่บ่อยเหรอครับ

ถ้ามีโอกาสก็มาค่ะ

เพราะมันใกล้หรือเปล่าครับ

จิตตวีย์ยิ้มมาให้คิดว่าเข้าใจเขาเป็นอย่างดี นายแบงค์อย่างเขาคงไม่เคยทานอาหารข้างทางบ่อยนักหรอก แตกต่างจากจิตตวีย์เองมักจะทำเป็นประจำ

มีส่วนค่ะ แต่คุณเห็นคุณตากับคุณยายแก่ๆ สองคนที่ขายก๋วยเตี๋ยวไหมล่ะคะ” 

ไตรภพหันกลับไปมองสองตายายตามที่หล่อนบอก เขาไม่ได้สังเกตอะไรมากนัก นอกจากจะแค่กิน แม้จะรู้ว่าคนทั้งสองแก่มากแล้วก็ตาม

ครับ...”

ฉันสงสารค่ะ เลยมาช่วยอุดหนุนถ้ามีโอกาส

คำตอบของหล่อนทำเอาเขาถึงกับทึ่ง จิตตวีย์เป็นผู้หญิงที่คิดดีทำดีเหมือนอย่างที่แม่เขาเคยออกปากชมจริงๆเอาลูกเขามาเลี้ยง เอาเมี้ยงเขามาอมหล่อนก็ยังทำ

เหตุผลแค่นี้เองเหรอครับ

จะว่าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ ฉันคิดว่าพอมีกำลังช่วยได้ก็อยากจะช่วยค่ะ ฉันสงสาร ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าฉันเองก็อาจจะมายืนขายข้าวแกงข้างทางก็ได้ ถ้าหากว่าร้านจะไปไม่รอดชายหนุ่มกุมมือนิ่มนั้นไว้บีบเบาๆ 

ต้องรอดสิครับ มีอะไรปรึกษากับผมสิ ถ้าอยากจะให้ผมมาช่วยงานเอกสารยังได้เลย” 

ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ บางทีฉันก็แค่ท้อค่ะ ทำให้คิดไปเรื่อยเปื่อย

คุณยังมีผม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบอกได้นะครับ ผมพร้อมจะยื่นมือเข้ามาช่วยเสมอ

คุณไตรภพ

จิตตวีย์ไม่คาดคิดว่าจะได้รับน้ำใสไมตรีอันดีจากเขาได้ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมเขาเปลี่ยนไปกลายเป็นคนละคน และที่สำคัญ เขาทำให้หัวใจที่กำลังจะหมดเรี่ยวแรง กลับมีกำลังวังชาขึ้นมา 

คนขี้เก๊กผู้แสนเย็นชา แต่ตอนนี้เขาสร้างความอบอุ่นรายล้อมไปทุกอณูหัวใจของจิตตวีย์ไปเสียแล้ว



ธัญพิมลรอจนเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงเย็นมาก และหลายคนก็ทยอยกลับกันไปจนเกือบหมด ยกเว้นเขาที่หญิงสาวไม่ได้เห็นเดินผ่านหน้าไป และมันก็ทำให้หล่อนต้องมาเดินเชื่องช้า ลังเลอยู่ระดับหนึ่ง แต่เมื่อเห็นเลขาหน้าหวานของเขาส่งยิ้มมาให้ พร้อมเครื่องหมายคำถามว่าทำไมหญิงสาวมาเดินป้วนเปี้ยนหน้าห้องทำงานของเจ้านายของตน ทำให้ธัญพิมลไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าหล่อนมีเรื่องอยากจะคุยกับเขา แล้วเลขาวัยไล่เลี่ยกับธัญพิมลก็กดโทรศัพท์แจ้งชายหนุ่มไป ก่อนที่จะพยักหน้าให้ธัญพิมลเข้าไปหาเขาได้

ปราชญ์แหงนหน้ามองมายังประตูอยู่ก่อนแล้ว ตั้งแต่ที่รู้ว่าธัญพิมลอยากเจอเขา มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจอะไรมากนัก และคิดว่าเขารู้เป็นอย่างดีว่าทำไมหญิงสาวถึงอยากจะพบเขาหลังเลิกงาน 

แน่นอนว่าเวลาที่เขารอคอยได้มาถึง ตั้งแต่ที่เขาบอกหล่อนเรื่องของไตรภพกับจิตตวีย์ ในวันนั้นเขาจำได้ดีว่าสายตของธัญพิมลตะลึงพรึงเพริดมากทีเดียว เหมือนกับว่าเรื่องที่เขาบอกไปมันเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ และเขาเป็นพวกเด็กเลี้ยงแกะก็ไม่ปาน

ไม่ทราบว่ามารบกวนคุณมากหรือเปล่าคะ แต่ขอคุยด้วยแค่ไม่กี่นาทีหรอกค่ะหญิงสาวเกริ่นนำ เมื่อเห็นสายตาเรียบเฉยของเขาเพียงแต่หล่อนไม่ได้รู้หรอกว่าตอนนี้หัวใจของเขามันเต้นไม่เป็นส่ำ แม้จะพยายามควบคุมมากแค่ไหนก็ตาม ตั้งแต่ที่ได้สัมผัสถึงร่างบอบบางดิ้นขลุกขลักบนร่างของเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน และมันก็ทำให้เขาแอบยิ้มไม่หุบอยู่คนเดียวมาเรื่อย

ผมให้เวลาสิบนาที เพราะมีนัดกับปิ่นและเธอก็อาจจะกำลังมาหาผมเขาบอกพร้อมกับมองนาฬิกาข้อมือ หญิงสาวหน้าถอดสีกับคำพูดของเขาเพราะนั่นมันเหมือนกับว่าเขาจำใจที่จะต้องพบกับหล่อน แม้จะไม่เต็มใจเลยสักนิด มันก็แน่นอนอยู่แล้ว คู่หมั้นย่อมสำคัญกว่าใครทั้งหมด

เรื่องจิตกับคุณไตรภพค่ะ

คุณถามเพื่อนของแล้วเหรอ

เปล่าค่ะ

แล้วรู้ได้ยังไง

ก็วันก่อนฉันไปหาเพื่อนของฉันค่ะ แล้วก็พบเพื่อนของคุณไปที่นั่นเหมือนกันเขาเลิกคิ้วสูงเป็นเชิงถามกลับว่าแล้วไง

เพื่อนคุณไปหาจิตตอนที่ร้านปิดแล้วน่ะสิคะหล่อนแจกแจงต่อ หวังว่าเขาจะเริ่มเข้าใจ แล้วชายหนุ่มก็ยิ้มที่มุมปาก

แล้วที่คุณมาหาผมเพราะจะบอกแค่ว่าคุณเชื่อในสิ่งที่ผมบอกแล้วว่างั้นเถอะ

ค่ะ...แต่ก็ยังมีอีกเรื่องที่อยากจะถาม...” หล่อนพูดต่ออย่างไม่แน่ใจนัก เพราะดูเหมือนว่าเวลาของหล่อนน่าจะหมดแล้ว 

คุณเนี่ยนะ เรื่องมากเรื่องเยอะเหมือนกันนะ เอาอย่างนี้!” เขาปิดงานตรงหน้าลง แล้วลุกขึ้นยืนเต็มตัว จับสูทสีดำสวมขึ้นอย่างคล่องแคล่ว 

ผมหิวแล้วละ ไปหาอะไรทานกันดีกว่าจะได้คุยกันได้อย่างสะดวก และคุณก็จะได้ถามทุกอย่างที่คุณอยากจะรู้

อ้าว...แต่คุณบอกว่ามีนัดกับคู่หมั้นไม่ใช่เหรอคะหญิงสาวทำหน้าเหวอทันทีที่เขาออกปากชวนหล่อนออกไปทานมื้อเย็นเสียดื้อๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่นานเขาบอกว่าคู่หมั้นของเขากำลังจะเดินทางมา ไม่แน่ว่าหล่อนคนนั้นอาจจะอยู่แค่หน้าห้องเท่านั้นเอง

ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวผมบอกเลิกนัดกับปิ่นเองหัวใจของคนที่ได้ยินถึงกับเต้นไม่เป็นส่ำ ไม่รู้ว่าธัญพิมลจะยินดีดีหรือไม่ ที่เขาให้ความสำคัญกับหล่อนมากกว่าคู่หมั้นของตัวเอง เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นขึ้นมาจริงๆ มันน่าจะเป็นเรื่องไม่ดีมากกว่า 

ธัญพิมลเชื่อว่าหากเขาไม่มีใครเลย หล่อนก็คงจะกระโดดไปทานข้าวกับเขาอย่างที่ไม่ต้องรู้สึกผิดแบบที่เป็นอยู่แบบนี้ แต่ตอนนี้หล่อนก็ไม่ต่างอะไรกับมือที่สาม ที่อาจจะถูกนำเอาไปครหานินทาได้

อย่าดีกว่าค่ะ เดี๋ยวจะเป็นเรื่องเอา ฉันไม่อยากให้ใครเข้าใจผิดว่าเป็นมือที่สามของคุณกับคู่หมั้นคนตัวสูงกว่าเดินมายืนจนเกือบชิดตัวของหญิงสาวทันทีที่ธัญพิมลพูดจบ พร้อมกับก้มมองคนตรงหน้าที่ตัวเล็กกว่าเขาในระดับหนึ่ง แล้วเขาก็มีรอยยิ้มบางๆ ฉายชัดบนใบหน้า ชายหนุ่มรู้ดีว่าธัญพิมลหมายถึงอะไร และก็รู้ดีด้วยว่าหล่อนไม่ได้เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดดีนักหรอก

เราแค่ไปทานข้าวกัน ไม่ได้ทำอย่างอื่น

ฉันรู้ค่ะ เพียงแต่ว่า...”

หรือว่าคุณอยากทำอย่างอื่นหลังทานข้าวเสร็จปากหยักยกยิ้มเมื่อพูดเสร็จ แถมยังกล้าดีส่งนิ้วชี้มาจิ้มที่จมูกแหลมเล็กของหล่อนอย่างรวดเร็วอีกด้วย แล้วเขาก็เดินนำหน้าพร้อมกับยิ้มอย่างพึงพอใจให้กับตัวเอง โดยที่มีหล่อนยืนตะลึงอยู่ระยะหนึ่งก่อนจะตั้งสติแล้ววิ่งตามเขาออกมาติดๆ


แม้จะไม่อยากมานักแต่สุดท้ายก็ดูเหมือนว่าธัญพิมลจะไม่สามารถคัดค้านเขาได้ หรือจริงๆ แล้วหล่อนเองก็ไม่แน่ใจนักว่าเพราะเหตุผลของเขาหนักแน่นพอที่จะทำให้หล่อนต้องตามเขาออกมา หรือว่าเพราะหล่อนเองที่กำลังขัดหัวใจของตัวเองไม่ได้กันแน่ แม้จะพร่ำบอกตัวเองว่าเขาไม่ใช่คนโสดตัวเปล่าเล่าเปลือย แต่การที่ธัญพิมลเข้ามาใกล้ชิด ออกไปทานข้าวด้วยบ่อยๆ แบบนี้โอกาสที่คนจะเข้าใจผิดนั้นมีมากทีเดียว ต่อให้คนทั้งสองจะบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้ทำอย่างอื่นมากกว่าทานข้าวก็ตามที

แต่ความจริงแล้วก่อนหน้านี้ปราชญ์เองก็อยากจะชวนธัญพิมลออกมาทานข้าวเหมือนกัน เพื่อที่จะคุยเรื่องของเพื่อนตัวเองนั่นคือไตรภพเหมือนกัน เพียงแต่ธัญพิมลไวกว่าเขา ซึ่งมันก็เป็นการดี เพราะเขาจะได้ไม่ต้องแบกหน้าออกไปเอ่ยปากชวนให้คนทั้งออฟฟิศจ้องมองเอาได้

ชายหนุ่มพาหญิงสาวมาร้านอาหารที่จับจองไว้ก่อนหน้า แล้วก็สั่งอาหารทันทีที่มาถึง การพูดคุยโดยทั่วไปพอจะมีบ้าง จนกระทั่งธัญพิมลวกเข้าเรื่องของจิตตวีย์กับไตรภพและยังมีเนตรดาวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ภัทกำลังพยายามจับคู่ให้คุณไตรภพกับดาวอยู่ค่ะ และพวกเขาก็ออกไปไหนมาไหนด้วยกันบ้างแล้ว แต่ฉันคิดว่าเพื่อนของคุณน่ะจะจริงจังกับเพื่อนของฉันสักแค่ไหนกันธัญพิมลพูดตามที่คิด อีกฝ่ายทำหน้าเหมือนครุ่นคิดเช่นกัน และก็ไม่ลืมที่จะตักอาหารใส่จานให้หล่อนไปด้วย ธัญพิมลจึงได้แต่มองตามการกระทำของเขาอย่างไม่เข้าใจ

หล่อนตักอาหารใส่จานตัวเองได้น่ะ!

เพื่อนของผมคนไหน แล้วเพื่อนของคุณคนไหนล่ะครับ

คุณไตรภพไงคะ

แล้วไม่จริงจังกับใครคราวนี้หญิงสาวชักอยากจะเกาศีรษะน้อยของตัวเองเสียเหลือเกินฉันหมายถึงคุณไตรภพจะจริงจังกับจิตแค่ไหน ถ้าหากว่ายังมีดาววนเวียนอยู่ด้วยชายหนุ่มทำหน้าว่าเข้าใจในความหมายที่หล่อนพูด แล้วเขาก็ยักไหล่ไหวไปมา

เรื่องนั้นผมก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่าเจ้าภพน่ะชอบคุณจิต

เรื่องไหนที่คุณไม่รู้คะ

ก็เรื่องที่ภัทเข้ามาเจ้ากี้เจ้าการกับชีวิตของดาว ไอ้นนท์และตอนนี้ก็ดึงเอาไอ้ภพมาด้วยอีกคน แต่ความสนใจของผมมันอยู่แค่ความรู้สึกของเพื่อนผมที่มีต่อเพื่อนคุณ ไม่ว่าจะเป็นไอ้นนท์หรือว่าไอภพ และผมก็เชื่อว่าไอ้ภพน่ะชอบคุณจิตจริงๆ ซะด้วยสิ

คุณไตรภพบอกคุณเหรอคะ

ชายหนุ่มยักไหล่หนาของตัวเองอีกครั้ง แล้วยกมือสองข้างทำเป็นตาชั่งโยกไปมา เหมือนเป็นการชั่งน้ำหนัก

ไม่ได้บอกตรงๆ หรอก เพียงแต่จากที่ผมประเมินคำพูดท่าทางและความรู้สึกของเพื่อนผมแล้ว ผมว่าน่าจะใช่นะ และอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญมากๆ ไอ้ภพปกป้องคุณจิตตวีย์ด้วย

ยังไงเหรอคะชายหนุ่มเหลือบตามองคนที่ตั้งคำถามอย่างตื่นเต้น แล้วมองไปที่จานข้าวที่ยังคงเหลืออยู่เหมือนเดิม เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกคำสั่งให้หล่อนทานข้าวบ้าง แล้วตัวเขาก็เล่าเรื่องในผับนั่นให้หญิงสาวได้ฟัง ธัญพิมลทั้งกินทั้งฟังและทำหน้าตาตื่นเต้น แต่ก็รู้สึกมีความสุข หากว่าไตรภพจะชอบจิตตวีย์ขึ้นมาจริงๆ

ต่อยหน้าเลยเหรอคะ” 

คนเล่าหัวเราะเสียงใสเพราะสีหน้าของหล่อนนั้นตกใจสุดขีดในตอนที่เขาเล่าว่าไตรภพต่อยหน้าชานนท์เพราะคำพูดที่ฟังแล้วไม่เข้าหู คำพูดที่ชานนท์พูดจาดูถูกจิตตวีย์

ครับ แต่ไอ้นนท์น่ะสมควรแล้ว พูดจาไม่ดีอย่างนั้นได้ยังไง”​ ดูเหมือนคนที่เล่าจะเห็นด้วยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น

ป่านนี้คงหน้าเขียวออกจากบ้านไม่ได้แล้วเขาพูดต่อเหมือนไม่สะทกสะท้านอะไร ธัญพิมลทำหน้าครุ่นคิดว่าตัวเองก็เป็นอีกสาเหตุที่ไปสืบหาเอาความจริงมาจากเนตรดาว แล้วก็เล่าให้จิตตวีย์ฟังจนหมดเปลือก โดยไม่ได้ชะล่าใจเลยสักนิด ส่วนจิตตวีย์ก็ช่างใจแข็งจนไม่น่าเชื่อ แต่ครั้งสุดท้ายที่ไตรภพโผล่หน้าไปหาจิตตวีย์ในวันปิดร้านแล้วนั้น ธัญพิมลก็ไม่รู้อีกเลยว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า หากแต่นั่นก็น่าจะเป็นสัญญาณที่ดี ที่ม่ายสาวอย่างจิตตวีย์จะมีผู้ชายสักคนเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง

ความคิดของธัญพิมลต้องชะงักไป เมื่อมีเสียงทักหนึ่งดังขึ้น และทำให้คนทั้งสองมองไปยังต้นเสียง ธัญพิมลหน้าซีดทันที เกรงว่าคนที่มายืนข้างโต๊ะอาหารที่เพิ่งมาถึงอาจจะเข้าใจผิดเอาได้


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

0 ความคิดเห็น