กามเทพร้อยรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,284 Views

  • 25 Comments

  • 69 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,064

    Overall
    18,284

ตอนที่ 33 : แค่ทานข้าว (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 415
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    27 เม.ย. 62

     ประตูกระจกใสบานใหญ่ของค็อฟฟี่ช็อฟถูกเปิดออกด้วยความร้อนรน ธัญพิมลตรงดิ่งไปหาจิตตวีย์ในอีกไม่กี่วันต่อมาซึ่งจิตตวีย์ก็ยังคงนั่งง่วนอยู่กับกองกระดาษดาดเดื่อนเต็มโต๊ะทำงานเล็กๆใบหน้ามีรอยขนมปังติดอยู่บ้างแต่สีหน้านั้นก็ยังคงเหมือนแบกทุกข์ไว้ คงเป็นเพราะภาระที่หนักอึ้งนั่นแหละ แต่เมื่อจิตตวีย์เงยหน้ามาเห็นคนที่มาเยือน เจ้าของร้านกาแฟก็ส่งยิ้มให้ทันทีพร้อมกับปรับสีหน้าเคร่งขรึมก่อนหน้านี้ให้เป็นรอยยิ้มสดใสเข้ามาแทนที่

ลมอะไรหอบเธอมาถึงที่นี่ได้จ๊ะวันเนี้ย!”

ก็ลมอยากมาหาจิตนั่นแหละ ดีนะมาทันยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ

อีกสักหน่อยนู่นแหละ ดูงานสิเต็มอยู่เลยอยากจะเคลียร์ให้เร็วที่สุดเดี๋ยวภาษีไล่จี้ตูดละแย่เลย แล้วธัญมีอะไรหรือเปล่า” 

ไม่ทันที่ธัญพิมลจะได้ตอบคำถาม เสียงเคาะประตูเบาๆ ก็ดังขึ้นพร้อมกับเด็กจากเคาน์เตอร์หน้าร้าน

พี่จิตมาอีกแล้วค่ะ

อะไรมาอีกแล้ว รถขายไอติมเหรอ

แหมพี่จิตก็ ขี้เล่นจังค่ะ หนูหมายถึงนายแบงค์สุดหล่อนั่นไงคะ” 

หัวใจของธัญพิมลเต้นตูมตามขึ้นมาราวกับว่านายแบงค์สุดหล่อคนนั้นมาหาตนเสียเอง คำพูดที่เจ้านายของหล่อนบอกหล่อนนั้นดังชัดเจนขึ้น 

แต่จิตตวีย์กลับทำหน้าเหนื่อยหน่ายมองไปยังเด็กสาวที่ทำหน้าขวยเขินอยู่ที่ประตูออฟฟิศ

เขามาแล้วไงจิตตวีย์ถามกลับอย่างไม่เข้าใจ เพราะหล่อนคิดว่าการที่เขามาเป็นลูกค้าก็ไม่เห็นจำเป็นว่าหล่อนจะต้องรับรู้นี่นา ไม่งั้นหล่อนก็ไม่ต้องรู้หมดเหรอว่าลูกค้าคนไหนจะไปจะมา

พี่จิต...ร้านเราปิดแล้วนะคะเสียงจริงจังแฝงความนัยของคนอาบน้ำร้อนทีหลัง ทำให้จิตตวีย์กับธัญพิมลมองหน้ากันไปมา และธัญพิมลก็ยิ้มมาให้ ส่วนเจ้าของร้านกาแฟกลับทำหน้าสงสัย ใบหน้าเริ่มครุ่นคิดและกลายเป็นซีดเซียวขึ้นมา

เขาสั่งออร์เดอร์อะไรไว้หรือเปล่าจิตตวีย์ชักจะกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยแต่หล่อนคิดว่าไม่ได้ลืมทำออร์เดอร์ให้ใครนะ หรือว่าหล่อนจะจำผิด?

หนูไม่ทราบค่ะ ไม่เห็นถามหาขนมนมเนย บอกแค่ว่าขอพบเจ้าของร้าน แต่หนูเคลียร์ทุกอย่างไว้ให้แล้วนะคะ หรือว่าจะให้ไล่ออกจากร้านไปเลยคะ

เฮ้ย! จะบ้าเหรอไล่ลูกค้าได้ยังไง เรากลับบ้านไปเถอะไป เดี๋ยวพี่จัดการปิดร้านเองขอบใจมากจ๊ะ” 

ถ้าพี่จิตไล่เขานะคะ หนูจะชวนเขาออกไปทานข้าวเย็นด้วยกันเลย หนูจะเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีด้วยค่ะ” 

อื้อ นี่แก่เด็ดแล้วนะ เรายังเด็กอยู่เลยจิตตวีย์ตำหนิเด็กสาวนำ้เสียงไม่จริงจัง แต่อีกฝ่ายหัวเราะชอบใจก่อนจะพนมมือไหว้แล้วเดินจากไป และธัญพิมลก็ขอตัวกลับเช่นกัน ซึ่งจิตตวีย์ก็ทำหน้าสงสัย

แล้วตกลงธัญมาทำไมเนี่ยจิตตวีย์งงเป็นไก่ตาแตก เมื่ออยู่ดีๆ ธัญพิมลก็โผล่มาและอยู่ดีๆ ธัญพิมลก็จะกลับเอาเสียดื้อๆ

ก็แค่มาหานะ มีเรื่องจะถามด้วย แต่คิดว่าได้คำตอบแล้วแหละธัญพิมลยิ้มแก้มแทบปริก่อนจะรำ่ลาเพื่อนอย่างเป็นทางการและทิ้งจิตตวีย์ไว้กับความสงสัยต่อไป


เรื่องที่ธัญพิมลผลุบๆ โผล่ๆ มาแล้วทำตัวล่องหนต่อไปอีก ยังไม่สร้างความประหลาดใจให้กับจิตตวีย์มากเท่ากับการที่หหญิงสาวได้เห็นไตรภพพาร่างขี้เก๊กมายืนเด่นอยู่ในร้านเอาตอนที่ร้านปิดแล้วและบอกว่า

ผมหิว!”

หล่อนงงงวยไปสักระยะ เพราะร้านของหล่อนไม่ได้ขายอาหาร เพราะฉะนั้นเขาจะมาบอกหล่อนทำไมกัน

หิวข้าวเหรอคะหล่อนคิดว่านั่นคือคำถามแสนงี่เง่าอีกคำถามหนึ่งที่หล่อนคิดได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่แก้ไขไม่ทันแล้ว

ครับหิวข้าวเย็น ร้านคุณปิดแล้วไปหาอะไรทานกันไหมคำถามต่อมายิ่งสร้างความประหลาดใจให้กับคนที่ถูกชวนขึ้นมาอีก

แม้ว่าในช่วงหลังมานี้ หล่อนรู้สึกได้ว่าเขาและหล่อนพูดคุยกันมากกว่าแต่ก่อน และไม่ได้ทะเลาะเบาะแว้งอะไรกันเหมือนเช่นเคย ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็เดินเข้าออกที่ร้านของหล่อนจนกลายเป็นหนึ่งในลูกค้าขาประจำไปซะแล้ว และมันก็ทำให้จิตตวีย์ดันมีกำลังใจในการทำงานขึ้นมาเสียไม่ได้ และคิดว่าความบาดหมางที่เขาเคยมีให้กับหล่อนมันคงหมดไปแล้ว 

ส่วนความสัมพันธ์ของเขากับเนตรดาวก็ดูเหมือนจะไม่คืบหน้า เมื่อเนตรดาวไม่ยอมไปไหนมาไหนสองต่อสองกับเขาเลยหรือแม้แต่เขาเองก็ไม่ได้ชวนเนตรดาวไปดูหนังตามที่จิตตวีย์เคยแนะนำ นอกจากว่าจะมีแต่ภัทรินคอยตามแจ แต่ชักจะยากเพราะนั่นก็มีลูกอ่อนด้วย และที่แย่ยิ่งกว่านั้นนั่นก็คือเพื่อนๆ ต่างกำลังสงสัยว่าเนตรดาวแอบยกหัวใจให้ชานนท์ไปแล้วโดยไม่บอกใครให้รู้หรือเปล่า 

แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตามจิตตวีย์ก็ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องตั๋วหนังขึ้นมาอีกเลยว่าตกลงเขาไปดูกับใคร อะไร ยังไง เมื่อไหร่ ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของเขาคนเดียว ส่วนหล่อนก็อยู่ตรงนี้หากว่าเขาจะมาหล่อนก็ไม่ปิดกั้นตัวเองซะทีเดียว

ค่ะร้านปิดแล้วแต่ฉันยังมีงานเอกสารต้องรีบเคลียร์ค่ะ เพราะต้องส่งให้กับทางบัญชีอีกสองสามวันค่ะ มันยังเยอะอยู่เลย คงไปทานข้าวกับคุณไม่ได้ ขอบคุณที่อุตส่าห์มาชวนนะคะหล่อนปฏิเสธเขาอย่างนุ่มนวล แม้จะเคยปฏิเสธการไปดูหนังกับเขามาแล้วครั้งหนึ่งอย่างหาเหตุผลที่ดีไม่ได้ แต่ครั้งนี้หล่อนพูดความจริง และก็ดูเหมือนว่าเขาจะเชื่อเสียด้วย

ผมคอยได้เขาบอกออกมาหน้าตาเฉย แต่หัวใจของจิตตวีย์มันเต้นรัวเร็ว เขาต้องการคอยที่จะกินข้าวเย็นกับหล่อน มันต้องไม่ใช่แน่ๆ

จะดีเหรอคะกว่าจะเสร็จก็คงเป็นชั่วโมงค่ะหล่อนบอกเขาอย่างรู้สึกเกรงใจจริงๆ แต่กระนั้นก็หวังว่าเขาจะไม่ทอดทิ้งกัน 

ผมบอกแล้วไงว่าคอยได้

ก็ได้ค่ะตามใจ งั้นจะรับเครื่องดื่มเป็นกาแฟเย็นหรือกาแฟร้อนรองท้องไปก่อนไหมคะ ฉันจะไปชงให้แล้วก็จะรับเค้กอะไรไหมคะ เมื่อกี้คุณบอกหิว แต่บอกก่อนะคะว่าวันนี้ไม่มีมาการองค่ะ ยุ่งทั้งวัน

ก็ดีครับ เอากาแฟเย็นสักแก้วก็พอ และก็เอาอย่างนี้ดีกว่า ผมเข้าไปช่วยคุณในออฟฟิศน่าจะดีกว่านะครับ งานเอกสารผมถนัดอยู่แล้ว อาจจะทำให้มันเร็วขึ้นก็ได้

หลังจากตกลงกันเสร็จสรรพโดยมีเขาเข้ามานั่งในห้องออฟฟิศหน้ากองงานเอกสารมากมายแล้ว และจิตตวีย์ก็ได้ทำการชี้แจงบางอย่างให้เขาฟัง ซึ่งตัวเขาเข้าใจได้ทันที แล้วหล่อนก็จัดการกับกาแฟเย็นของเขา ซึ่งนำมาวางให้กับเขาในเวลาต่อมาไม่นานนัก ชายหนุ่มแหงนหน้าส่งยิ้มละไมมาให้ 

กองนี้คุณไม่ได้ทำนานมากแล้วนะครับ” 

จิตตวีย์ยิ้มเจื่อนๆ ยอมรับว่าหล่อนไม่ได้มีเวลาดูมันเลยจริงๆ 

ทำไมคุณไม่จ้างใครเข้ามาดูงานพวกนี้ให้คุณโดยเฉพาะล่ะครับ บางทีอาจจะผ่อนหนักเป็นเบาให้คุณไปได้บ้าง คุณจะได้เอาเวลาไปดูแลออร์เดอร์ให้ลูกค้า จะได้ไม่ลืมหน้าลืมหลังอีกเขาแนะนำและอดพาดพิงไปถึงครั้งแรกที่เขากับหล่อนเจอกันไม่ได้ คิดขึ้นมาทีไรก็ทำให้เขาอมยิ้มได้ทุกครั้งไป

ถ้าจ้างคนมีความรู้โดยตรงมาดู ก็หลายตังค์เลยนะคะ เกรงว่างบประมาณจะบานปลายเอาค่ะ” 

แต่ถึงยังไง ผมว่าก็คุ้มนะครับ คุณทำเองผิดบ้างถูกบ้าง ขาดหายตกหล่น และถ้ายื่นภาษีช้า ค่าปรับตามมาอีก มันจะคุ้มไม่ล่ะครับ

ก็...” หญิงสาวอ้ำอึ้ง เถียงเขาไม่ออก เพราะมันเป็นความจริง 

และเวลาของคุณก็ไม่ค่อยจะมีด้วย ถึงได้มาทำเอาตอนไฟลนตูดอยู่อย่างนี้ ใช่ไหมครับเขาย้ำอีก ยิ่งทำให้หล่อนหน้าเสีย แต่ก็พานคิดไปว่าตกลงเขาจะมาช่วยให้งานมันเสร็จเร็วขึ้นหรือเขาจะมาจับผิดทำตัวเป็นหลวงพ่อเทศนามหาชาติให้หล่อนฟังกันแน่

ก็ไม่ได้โชคดีเหมือนคุณนี่คะ ลูกเมียก็ไม่มี ทำงานสิ้นเดือนรับเงินเดือน ไม่มีงานเสาร์อาทิตย์ นั่งนอนกินสบายจะตายหล่อนว่าคืนไปบ้าง แต่น้ำเสียงยังคงน่าฟังสำหรับเขาอยู่ดี ทำให้เขาอดยิ้มมาให้ไม่ได้

กะด่าผมเหรอ

เปล่าค่ะ แค่ประชด

ผมก็แค่เป็นห่วงน่ะครับ เห็นคุณทำงานมากขนาดนี้ ต้องดูแลลูกอีก ไม่รู้ว่าคุณมีเวลาให้ตัวเองบ้างหรือเปล่า

แค่เพียงเพราะเขาบอกว่าเป็นห่วงเพียงแค่นั้นเองที่ทำให้จิตตวีย์รู้สึกเหมือนมีดอกไม้บานอร่ามมาวางไว้ตรงหน้า

แล้วคนทั้งสองก็ช่วยกันง่วนกับเอกสารที่มีอยู่ตรงหน้า เขาทำไม่นานนักทุกอย่างก็เกือบสมบูรณ์ กองเอกสารสูงๆ สองสามกองเริ่มพร่องลงมาบ้าง พลอยทำให้จิตตวีย์คิดว่าเป็นความโชคดีของตนแท้ๆ ที่เขายอมเข้ามาช่วยเหลือ แล้วหญิงสาวก็เห็นกระดาษแผ่นเล็กๆ ในมือของเขาพร้อมกับที่ชายหนุ่มเองก็ส่ายหัวไปมาและมีรอยยิ้มแช่มชื้นขึ้นบนใบหน้า

หญิงสาวได้แต่ขมวดคิ้วดูการกระทำของเขา ก่อนที่เขาจะหันหน้ามาทางหล่อน แล้วตั้งใจถามออกมาคุณจำได้ไหมว่านี่คืออะไรไตรภพชูกระดาษแผ่นเล็กๆ ขึ้นให้หล่อนดู จิตตวีย์หวังจะหยิบเอากระดาษแผ่นเล็กนั้นจากมือเขา แต่ช้ากว่าเขาที่ไม่ได้จะส่งให้หล่อน ทำให้หญิงสาวต้องยื่นหน้าเข้ามาใกล้ เพื่อที่จะดูว่ามันคืออะไร เมื่อเห็นว่ามันคือกระดาษอะไร หล่อนก็รู้สึกหน้าเสียและหน้าแดงขึ้นมาในเวลาเดียวกัน

เพราะเก็บงานพอกหางหมูนี่เอง ออร์เดอร์ของผมถึงหาไม่เจอ และคุณก็ไม่ได้ใส่ใจมันเลย แต่ก็ยังดีที่ไม่ขยำแล้วทิ้งขยะไปเขาว่าอย่างตัดพ้อแต่แกมหยอกเย้า ถึงอย่างนั้นก็ทำเอาคนที่ถูกตำหนิไม่จริงจังถึงกับยิ้มไม่ออกได้เช่นกัน

ฉันขอโทษอีกครั้งนะคะ

ไม่เป็นไรหรอกครับไปทานข้าวกับผมก็แล้วกัน เรื่องผ่านมานานมากแล้วเขาพูดออกมาอย่างใจดีแตกต่างจากครั้งนั้นที่แทบจะฆ่าหล่อนให้ตายคาห้องออฟฟิศ

ชายหนุ่มมองเสี้ยวหน้าสดใสของหญิงสาวที่นั่งอยู่ไม่ห่างจากเขามากนัก นึกถึงครั้งที่เขาต่อยหน้าชานนท์ไปเมื่อไม่นานสักเท่าไร่ เขาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงได้ทำลงไปหรือจะเป็นเพราะน้ำเมา แต่เขาก็ไม่ได้เมามากมาย เขารู้แค่ว่าเขาไม่ต้องการที่จะได้ยินคำพูดจาดูถูกและเหยียดหยามของชานนท์ที่มีต่อจิตตวีย์ หรือว่าเขาจะชอบหล่อนขึ้นมาจริงๆ เหมือนอย่างที่เพื่อนของเขาสันนิษฐาน 

แล้วใบหน้าหล่อเหลาก็ยื่นเข้ามาใกล้ เมื่อจิตตวีย์หันขวับมาอย่างกระทันหัน ทำให้เรียวปากบางชนเข้ากับปากหยักของเขาพอดี คนทั้งสองนั่งนิ่งมองสบตากันไปชั่วขณะ 

คุณไตรภพเสียงกระซิบแผ่วเบาพร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวเร็ว ใบหน้าที่แดงก่ำของคนทั้งสองทำให้จิตตวีย์รีบตั้งสติของตัวเอง พร้อมกับถอยใบหน้าออกห่างจากเขา ซึ่งมันใกล้กันเหลือเกิน มือของเขาจับต้นแขนเสลาของหล่อนไว้อย่างแผ่วเบา ไม่อยากจะให้หล่อนถอยห่างออกไปอีก จิตตวีย์รับรู้ได้โดยสัญชาตญาณ หล่อนจึงยกมือทั้งสองกั้นอกแกร่งเขาไว้ ก่อนที่เขาจะดึงหล่อนเข้าไปหามากกว่านี้

ไปทานข้าวกันเถอะนะคะ!”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

0 ความคิดเห็น