กามเทพร้อยรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,320 Views

  • 25 Comments

  • 69 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,100

    Overall
    18,320

ตอนที่ 32 : มีเจ้าของแล้ว (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 414
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    26 เม.ย. 62

     “เรามีเรื่องต้องคุยกัน!” เสียงกระซิบเบาๆ ข้างหู ทำเอาธัญพิมลสะดุ้งสุดตัว และยิ่งตกใจหนักเมื่อหันหน้ามาเผชิญกับต้นเสียง เพราะเขายืนแนบชิดตัวติดกันกับหล่อนอยู่ด้านหลังของหล่อนแล้วในตอนนี้ใ

ใบหน้าของเขานั้นห่างจากหล่อนไม่มาก และที่แย่ยิ่งกว่าก็เห็นจะเป็นแก้วกาแฟร้อนๆในมือของธัญพิมลที่รดราดไปยังเสื้อสูทตัวนอกของเขาอย่างที่หญิงสาวไม่ได้ตั้งใจในตอนที่หันมาหาต้นเสียงตามสัญชาติญาณ 

ดวงตาของหล่อนเบิกโพลงด้วยความตกใจ แต่นันย์ตาของเขากลับไม่ได้แสดงความไม่พอใจออกมา นอกจากชำเลืองตามองไปยังเสื้อสูทของตัวเองที่ตอนนี้มีคราบกาแฟราดยาวมาตามตัวเสื้อ แล้วเขาก็มองมาที่หล่อนด้วยดวงตาเฉยชา

ตายจริง ฉันขอโทษค่ะธัญพิมลรีบวางแก้วกาแฟลง แล้วรวบเอากระดาษทิชชูที่ใกล้มือที่สุดปัดไปตามเสื้อสูทของเขาด้วยมืออันสั่นเทา ยิ่งปัดก็ยิ่งเปื้อน แม้จะรู้ดีว่ามันคงช่วยไม่ได้หากแต่ความประหม่าและตกใจทำให้หล่อนคิดไม่ออกทันทีว่าจะทำยังไงดี มั่นใจว่าเสื้อของเขานั้นต้องแพงน่าดู คนอย่างหล่อนจะมีปัญญาชดเชยได้หรือเปล่าก็ไม่รู้

พอได้แล้ว...ผมจะทนไม่ไหวแล้วนะ!” เขากัดฟันบอกพร้อมกับรวบมือของหล่อนไว้ เพื่อที่หญิงสาวจะได้หยุดลูบคลำร่างกายของเขาสักที เขามองลึกไปยังดวงตากลมโตที่แหงนหน้ามองเขาตาปริบๆ ตอนนี้หน้าของเขาแดงซ่านพิกล กรามของเขากัดกันเป็นสันนูนขึ้นมา ธัญพิมลยังได้เห็นอาการหายใจหอบถี่ของเขาตามมาด้วย หล่อนคิดว่าเขาคงโกรธหล่อนมากเอาการ แต่ความจริงนั่นคือการลูบคลำของหล่อนมันปลุกเร่าอารมณ์ดิบของเขาขึ้นมาได้อย่างง่ายดายต่างหาก

คะหล่อนทำหน้างงงวย เขากลืนน้ำลายลงคอ

หยุด! เช็ดให้ผมเขากัดฟันบอกหล่อนเสียงกระซิบ แต่ธัญพิมลยังคงทำหน้าใสซื่อไม่เข้าใจอยู่ดี

เมื่อเห็นว่าพนักงานคนอื่นที่คิดจะมากดกาแฟต่างก็ทยอยเดินออกจากบริเวณนั้นไปด้วยใบหน้ายิ้มกริ่ม ทำให้หญิงสาวได้สติ หล่อนจึงรีบดึงมือของตัวเองออกจากมือเขาอย่างรวดเร็ว 

ใบหน้าของหล่อนร้อนผ่าวอดคิดไม่ได้ว่าคราวนี้ละคงสนุกปากของบรรดาเพื่อนร่วมงานอีกจนได้ ธัญพิมลก้าวถอยหลังออกจากเขาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขากับหล่อนอยู่ใกล้กันแค่ไหน

เจ้านายหนุ่มถอดเสื้อสูทของตัวเองออกแล้วยื่นส่งมาให้กับคนที่ยืนหน้าแดงไม่ต่างจากตน และเขาเดาเอาว่าหล่อนคงทั้งอายและโกรธให้กับเขาเอาการ แต่เขาก็ยังหวังว่าธัญพิมลจะมีอาการขวยเขินที่ได้ใกล้ชิดกับเขาอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

ถือสูทนี้แล้วก็เดินตามผมมาเขาออกคำสั่งพร้อมกับเอียงศีรษะไปทางห้องทำงานของเขาเป็นการให้สัญญาณแก่หล่อนเหมือนกลัวว่าหล่อนจะไม่เดินตามทางหรือหลงทางไปห้องทำงานของเขาซะอย่างนั้น

ธัญพิมลยื่นมือออกไปรับเอาเสื้อสูทจากมือของเขาราวต้องมนตร์สะกด เพราะเขาคือเจ้านายของหล่อนหรอกนะ ไม่อย่างนั้นมีหรือว่าหล่อนจะยอมทำตามอย่างที่เขาเพิ่งเอ่ยออกมา


ธัญพิมลยืนเก้ๆ กังๆ พร้อมกับสูทตัวเขื่องที่อยู่ในมือที่มีน้ำหนักเอาการ มองแผ่นหลังหนาที่เดินนำหน้ามายังห้องทำงานของเขาเองด้วยสายตาไม่ค่อยจะพอใจสักเท่าไหร่

ปิดประตูซะเขาออกคำสั่งโดยไม่ได้หันมามอง ทำให้หญิงสาวรีบปิดประตูตามคำสั่งของเขา 

คุณจะให้ฉันซักเสื้อสูทให้เหรอคะ

เปล่าเขาหันหน้ามากระทันหัน ทำให้ธัญพิมลชนเอากับแผงอกของเขาเข้าอย่างจังแต่ด้วยสัญชาติญาณทำให้หญิงสาวต้องผลักอกเขาออกอย่างแรง จนคนถูกผลักถึงกับเซถลา แต่เขาก็เร็วมากพอที่จะจับเอาข้อศอกแหลมเล็กไว้ได้ทัน ทำให้เขาได้ดึงตัวหล่อนล้มลงไปยังพื้นพรมสีขาวหม่นอย่างไม่ทันตั้งตัวตามเขาไปด้วย แขนแข็งแรงรวบเอาเอวขอดไว้ทันที

ปล่อยนะ!” ธัญพิมลสั่งเขาเสียงเขียว แม้ว่าตัวเองจะทรงตัวได้ไม่ดีนักเพราะมีเสื้อสูทของเขาอยู่ในมือด้วย จนต้องดิ้นขลุกขลักอยู่บนร่างหนาและหน้าแดงซ่าน รู้สึกอับอายสิ้นดีที่เรือนร่างของหล่อนสัมผัสเอากับบางอย่างตรงกลางลำตัวของเขาเข้าให้อย่างไม่ตั้งใจ 

แล้วชายหนุ่มก็รีบปล่อยแขนออกจากการกอดรัดหล่อนตามคำสั่งแว้ดๆ อย่างไม่ต้องรอให้หญิงสาวบอกอีกเป็นรอบที่สอง ไม่ใช่ว่าเขากลัวคนที่นอนทับร่างของเขา เพียงแต่ถ้าขืนปล่อยให้หล่อนเกลือกกลิ้งดิ้นขลุกขลักอยู่บนร่างกายของเขาต่อไปอีกสักหน่อย เขารับรองได้เลยว่าคงได้เปลี่ยนท่วงท่าและตำแหน่งให้ธัญพิมลนอนลงไปบนพื้นพรมโดยมีเขาเกลือกกลั้วเคล้นคลึงอยู่ด้านบนแทน 

เพียงแค่คิดหัวใจเขาก็เต้นกระเส่าผิดปกติ และอดสงสัยตัวเองไม่ได้ว่าเขามีความคิดออกนอกลู่นอกทางกับธัญพิมลแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน และอะไรที่ทำให้เขาคิดแบบนั้นนักหนา ทั้งที่กับคู่หมั้นของเขาเองนั้น เขาไม่ได้ขยันมีความคิดพวกนี้เลย หากแต่กับธัญพิมลความคิดพิเรนทร์เหล่านี้มันเริ่มคลืบคลานเข้ามาและมีอิทธิพลกับความคิดใต้สะดือของเขาอย่างควบคุมไม่ได้

เขาใช้แขนสองข้างหนุนไปยังศีรษะต่างหมอน จ้องมองหล่อนด้วยดวงตาขบขัน เพราะความงุ่นง่านของหญิงสาวเองที่พยายามจะลุกออกจากร่างกายของเขาที่นอนแผ่หราอยู่ในตอนนี้ 

แล้วหญิงสาวก็รีบเบือนหน้าไปทางอื่น เมื่อเผลอมองมายังเป้ากางเกงของเขาอย่างไม่ตั้งใจ ซึ่งตอนนี้มันตุงนูนโดดเด่นจนดูน่าเกลียดสิ้นดี และเขาก็หัวเราะออกมาเสียงดังๆ เพราะหล่อนเอาแต่จ้องและอ้าปากค้าง

ทำยังกะเด็กสาวแรกรุ่น ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนอย่างงั้นแหละ!

หลังจากลุกขึ้นได้ ธัญพิมลก็จัดการกับชุดกระโปรงให้เข้าที่เข้าทางมากที่สุด แล้วถลึงตาใส่เขาด้วยความไม่พอใจ ชายหนุ่มยิ้มยียวนมาให้พร้อมกับทำเป็นเหลือบตามองไปยังเป้ากางเกงของตัวเองบ้าง

ฝีมือของคุณ

นี่คุณ...อย่ามาพูดจาทะลึ่งแบบนี้นะ!” 

ทะลึ่งยังไงครับ ผมพูดเรื่องจริง

คุณต้องสติฟั่นเฟื่อนแน่เลย

หือ...นี่มันเป็นปฏิกิริยาที่ร่างกายของคนเราต้องตอบสนองนะครับ เวลาที่มีอะไรมาป้วนเปี้ยน...” เขามองไปยังเป้ากางเกงของตัวเองอีก ก่อนจะพูดต่อ “...อยู่แถวนี้” 

คราวนี้ธัญพิมลหน้าแดงกว่าเดิม อยากจะหวีดร้องด่าเขาแสบๆ คันๆ สักร้อยล้านคำ แต่กลับสรรหาคำด่ามาได้แค่ไม่กี่คำ

ทุเรศ!” ตอนนี้หล่อนลืมไปเสียสนิทว่าเขาคือเจ้านายของตน

คุณไม่เชื่อเหรอ?”

เชื่อเรื่องอะไร!”

ก็เรื่องนี้ไงเขายังคงสนใจเป้ากางเกงของตัวเอง ยิ่งเห็นหล่อนหน้าแดงเขาก็ยิ่งอยากจะแกล้ง หล่อนน่ารักอะไรอย่างนี้ในยามทีเขินอายและโมโหในเวลาเดียวกัน

ถ้าไม่เชื่อนะ คุณลองไปนอนเกลือกกลิ้งกับผู้ชายคนอื่นๆ ดูสิ ถ้าคนไหนยังมีประสิทธภาพอยู่ รับรองว่าคุณไม่ได้ยืนทำหน้แดงอยู่อย่างนี้หรอก ผมใจดีหรอกนะถึงได้ปล่อยให้คุณยืนส่งตาเหลือกมาให้อยู่แบบนี้

หล่อนโมโหให้เขาจับใจ นี่ขนาดว่ามีคู่หมั้นแล้วนะ เขากลับมาทำเป็นหมาหยอกไก่ใส่หล่อนอยู่ได้

นี่คุณ...พอได้แล้ว แล้วเสื้อสูทคุณนี่ล่ะคะ คุณจะให้ฉันทำยังไงไม่ทราบคะคุณเจ้านาย!?” 

เมื่อยิ่งพูดก็ดูเหมือนว่าเขาจะยิ่งพาหล่อนพูดถึงเรื่องใต้สะดือไปเรื่อย ทำให้ธัญพิมลต้องรีบเปลี่ยนหัวข้อ ก่อนที่จะเสียเปรียบเขาไปมากกว่านี้

ผมแค่บอกให้คุณถือเสื้อสูทแล้วเดินตามผมมา ไม่ได้บอกให้ทำอะไรกับสูทของผมสักหน่อยเขายังคงนอนพูดหน้าตาเฉยอย่างอารมณ์ดี แต่สายตาของหล่อนเริ่มเอาเรื่องขึ้นมานี่เป็นแผนของคุณเหรอคะ!” 

เขาไม่ตอบแต่ยิ้มรับ แล้วเสื้อสูทตัวใหญ่ก็ลอยหวือมายังใบหน้าของเขาเพราะหล่อนขว้างกลับคืนไปหาเขาเต็มแรง ก่อนที่จะก้าวไปยังประตูหวังจะออกจากห้องของเขาให้เร็วที่สุด แต่ช้ากว่าเขาที่วิ่งมาขวางไว้เสียก่อน

เดี๋ยวก่อนสิครับ ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณจริงๆ

แต่คุณก็ไม่เห็นที่จะต้องทำให้ฉันอับอายขายขี้หน้าเลยนี่คะ คุณมีคู่หมั้นจวนเจียนจะแต่งงานอยู่แล้ว ทำแบบนี้ใครก็เอาฉันไปนินทากันหมดพอดี!”

ผมทำอะไรให้คุณอับอายเขาแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ

ทำไมต้องให้ฉันอธิบายด้วยนะ คุณปราชญ์!” หญิงสาวแทบอยากจะกรี๊ดใส่หน้าเขาเสียงดังๆ เขาเล่นจับมือถือแขนหล่อนต่อหน้าใครต่อใครทำให้เกิดความเข้าใจผิด จนพนักงานไม่กล้ามากดกาแฟ เขายังมีหน้ามาถามคำถามงี่เง่านั้นได้ แถมตอนนี้ยังยักไหล่ส่งมาให้อีก

เอาละ ไม่ต้องอธิบายแล้ว เพราะผมไม่แคร์ความคิดคนอื่นสักเท่าไหร่

แต่ฉันแคร์ค่ะหล่อนสวนคืนพร้อมกับขยับกายหนีเขา แต่เขาก็ขยับตาม 

นี่คุณถอยไปนะ

ผมเพิ่งบอกไปว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณ” 

เรื่องสำคัญนักหรือไงกัน จนคุณต้องวางแผนให้ฉันทำกาแฟหกใส่เสื้อสูทของคุณแล้วต้องเข้ามาคุยกันในนี้ธัญพิมลยืนกอดอกมองเขาอย่างหมั่นไส้ระคนไม่ชอบใจ

สำคัญ...”  เขาหยุดพูด เพื่อที่จะมองดวงหน้าของหล่อนตรงๆ แต่แล้วแววตาของเขาก็เริ่มหม่นลงเล็กน้อย ยิ่งเมื่อเห็นดวงตากลมที่มองเขาแทบจะกินเลือดกินเนื้อนั้น มันยิ่งทำให้เขารู้สึกหดหู่

จู่ๆ เขาก็เกิดความกลัวขึ้นมา กลัวว่าธัญพิมลจะไม่ชอบขี้หน้าเขา กลัวว่าหญิงสาวกำลังจะวิ่งหนีการพบปะกับเขา แต่ทำไมเขาต้องกลัว จะกลัวไปเพื่ออะไร หล่อนไม่ได้สำคัญสำหรับเขาเลย เขาเป็นได้แค่เจ้านายของหล่อนเท่านั้นเอง

ว่ามาค่ะ ฉันต้องทำงานมีเวลาไม่มาก!” ธัญพิมลแสดงความหงุดหงิดออกมาให้เขาเห็นอย่างชัดเจน รวมไปถึงไม่ได้สนใจความเป็นเจ้านายของเขาอีกด้วย เพราะหล่อนชักจะไม่ชอบใจการกระทำที่เขาทำเจ้าชู้ใส่หล่อนครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งที่ตอนนี้คู่หมั้นของเขาก็มาแล้ว และควงกันไปไหนต่อไหน เขาควรจะหยุดการกระทำบ้าบอพวกนี้เสียที เพราะหล่อนจวนเจียนจะบ้าตายกับอารมณ์และความรู้สึกอันสับสนของตัวเองที่มีต่อเขาเข้าไปทุกทีเช่นกัน!

เรื่องของเพื่อนผมกับเพื่อนคุณหญิงสาวนิ่วหน้า สีหน้าที่โกรธเคืองเมื่อกี้มลายหายไปกลายเป็นสีหน้าสงสัยเข้ามาแทนที่

ใครเหรอคะ

ไตรภพกับจิตตวีย์” 

อะไรนะคะ” 

เอาละ คุณไปทำงานได้แล้ว” 

อ้าว

ก็คุณบอกผมว่าต้องทำงานมีเวลาไม่มาก ผมพูดธุระสำคัญของผมเสร็จแล้วครับ

แต่ว่า..คือ...แค่นี้เองเหรอคะหล่อนรู้สึกหน้าชาแต่ก็ยังคงมองเขาไม่ละสายตาไปไหน เขาพยักหน้ารับ แล้วเบี่ยงตัวออกไปด้านข้าง เพื่อที่ธัญพิมลจะได้เดินไปยังประตูอย่างที่เคยตั้งใจไว้เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้

อะไรของคุณกันน่ะหญิงสาวส่งหน้าตาบึ้งตึงมาให้เขา เพราะตอนนี้เขาเล่นมาสะกิดต่อมอยากรู้อยากเห็นของหล่อนให้กระเจิดกระเจิงขึ้นมา แล้วมาหยุดชะงักไว้เสียอย่างนั้นและใช้อำนาจของการเป็นเจ้านายออกคำสั่งให้หล่อนไปทำงานแทน มันใช้ได้ที่ไหนกัน

ผมก็อยากทำงานเหมือนกันครับคุณธัญพิมล” 

หญิงสาวมองตามแผ่นหลังเที่ยงตรงที่เดินไปยังเก้าอี้ทำงานของตัวเองโดยที่หล่อนไม่ได้เห็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่มที่เขาแอบยิ้มอยู่คนเดียวอย่างพอใจ แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าจะยิ้มไปทำไม รู้แค่ว่าหัวใจของเขามันกระชุ่มกระชวยแปลกๆ

ชายหนุ่มหย่อนตัวไปยังเก้าอี้ของตัวเองอย่างสบายอารมณ์ในขณะที่หล่อนร้อนรุ่มเพราะอารมณ์อยากรู้อยากเห็นมันค้างเติ่ง!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

0 ความคิดเห็น