กามเทพร้อยรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,363 Views

  • 25 Comments

  • 69 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,143

    Overall
    18,363

ตอนที่ 27 : ตั๋วหนังเจ้าปัญหา (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 418
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    22 เม.ย. 62

     ไตรภพยืนมองตั๋วหนังสองใบในมือ ความประหม่าทำให้เขาไช้ตั๋วหนังที่ไม่อ่อนไม่แข็งนั้นตีไปยังฝ่ามือสีขาวสะอาดของตัวเองแผ่วเบา เป่าลมออกจากปากครั้งแล้วครั้งเล่า เพียงแค่มองเห็นประตูค็อฟฟี่ช็อฟ 

ชายหนุ่มยืนลังเลอยู่นานเกือบห้านาทีและเอาแต่มองจ้องไปยังประตูกระจกใสซึ่งที่ตรงนั้นเขากำลังขวางทางลูกค้าที่เข้าๆ ออกๆ ยังร้านกาแฟอยู่ แม้คนจะไม่มากแต่คนที่ยืนนิ่งยังหน้าประตูไม่กี่เมตรก็เกะกะชาวบ้านจนเกิดการชนกระแทกไหล่กันได้

นี่พ่อ...จะมายืนทื่ออะไรตรงนี้!” เสียงใครสักคนเอ็ดตะโรนิดหน่อย พร้อมกับมองเขาตาเหลือกอย่างเอาเรื่อง ซึ่งเรียกสติของไตรภพให้กลับมาเหมือนเดิม 

ขอโทษครับชายหนุ่มกล่าวขอโทษและหันหลังกลับไปตามทางเดิม แต่แล้วก็หยุดขายาวของตัวเองไว้เอาสิวะ! ก็แค่ดูหนังไม่งั้นก็ทิ้งตั๋วไปเปล่าๆเขาพูดอยู่กับตัวเองเสียงเบาราวกระซิบ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปยังประตูกระจกใสบานใหญ่อีกครั้ง

เอาน่ะไอ้ภพ มันจะเป็นอะไรไป เขาคงไม่เหวี่ยงออกมาจากร้านหรอกนะเขาพูดบอกตัวเองราวคนบ้า ก่อนจะยื่นมือไปยังประตูที่อยู่ด้านหน้าของเขาเพียงแค่ครึ่งก้าว เอื้อมมือไปหวังจะผลักมันเข้าไปแต่แล้วประตูนั้นก็เปิดออกเอง เพราะคนด้านในเดินออกมา และมันทำให้เขาไม่สามารถที่จะยืนขวางทางลูกค้าคนอื่นได้อีกต่อไป ขายาวก้าวกระเถิบเข้าไปด้านใน ผู้คนบางตามากแล้ว เพราะเวลาตอนนี้ก็ค่อนข้างเย็นแล้ว

หน้าเคาน์เตอร์มีเพียงเด็กรุ่นๆ อยู่สองคน ซึ่งเขาเริ่มคุ้นหน้าตาบ้างแล้ว ส่วนเด็กสาวนั้นก็คุ้นตาเช่นกัน จากลูกค้าที่มาตามเอาเค้กแล้วผิดหวัง ตอนนี้เขากลายเป็นลูกค้าที่เดินเข้ามาดื่มกาแฟเพียงวันละแก้วแล้วก็จากไป

ไตรภพมองหาเจ้าของร้าน ซึ่งคาดเดาเอาว่าหล่อนอาจจะแอบอยู่หลังออฟฟิศอีกตามเคย หรือไม่ก็คงหลังครัวจัดการกับเค้กหรือขนมตามสั่งหรือไม่ก็หัดทำเจ้ามาการอง เพื่อปรับปรุงให้มันดีขึ้นอยู่หรือเปล่า เขาเองก็ไม่อาจจะรู้ได้

รับอะไรเพิ่มไหมคะคุณเสียงทักของเด็กหน้าเคาน์เตอร์ดังขึ้นมาเบาๆ เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มรูปงามยังคงยืนเก้ๆ กังๆ เหมือนมองหาอะไรสักอย่างอยู่ ทั้งที่กาแฟตามที่สั่งนั้นได้รับแล้ว แต่เขาก็แค่จิบไปเพียงนิดเดียวและไม่ยอมเดินออกจากเคาน์เตอร์

อ้อ...คือเขาอ้ำอึ้ง ไม่รู้จะเริ่มถามว่ายังไงดี ในเมื่อคนที่เขาอยากจะพบ ไม่ได้วนเวียนอยู่ตรงนี้ ถ้าจะบอกว่าขอพบกับเจ้าของร้านแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยมันก็ดูกระไรอยู่

ทำไมกาแฟรสชาติไม่ได้เรื่องเลยครับ ผมขอคุยกับเจ้าของร้านหน่อยสิเขาก้มหน้ามองไปยังกาแฟรสชาติเดิมๆ แล้วแสร้งทำหน้าเหยเกขึ้นมาพร้อมกับกล่าวคำตำหนิออกไปเพื่อหาเหตุผลที่จะได้พบกับเจ้าของร้าน ซึ่งทำเอาสองสาวต้องมองหน้ากันไปมาเพราะกาแฟก็กดมาจากเครื่องเดิมๆ ไม่เคยมีลูกค้าบ่นสักราย

พี่จิตเพิ่งออกไปเมื่อไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเองค่ะ วันนี้ไปรับลูกค่ะ” 

แล้วคนที่เพิ่งบอกก็ยื่นมือมายังแก้วกาแฟของลูกค้าที่ไม่พอใจในรสชาติ แต่แล้วก็ต้องตกใจ เมื่อเขาหุนหันพลันแล่นออกจากร้านไปทันที

อ้าว! อะไรของเขาน่ะกำลังจะเปลี่ยนกาแฟให้อยู่แล้วเชียว

คงไม่เกี่ยวกับกาแฟแล้วแหละ ฉันว่าคงแกล้งหาเหตุผลจะเจอกับพี่จิตของเราน่ะสิ แต่ขี้เก๊กไปหน่อย

ไตรภพฉีกยิ้มทันทีที่เห็นคนหน้าคุ้นเคยจูงมือลูกชายเดินออกมาจากโรงเรียนและตรงไปยังที่จอดรถซึ่งอยู่ไม่ห่างจากเขานัก ชายหนุ่มเปิดประตูรถออกอย่างรวดเร็วเพราะเกรงว่าจะไม่ทันการเอา

คุณจิตครับ” 

จิตตวีย์ชะงักมือที่กำลังง่วนกับการช่วยเด็กชายตัวน้อยรัดเข็มขัดนิรภัยในรถ หล่อนแหงนหน้ามองมายังต้นเสียง แล้วก็ส่งยิ้มมาให้ เขายิ้มตอบกลับพร้อมกับวิ่งตัวปลิวมาหาหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างรถตัวเอง

มารับคุณครูเตือนใจเหรอคะ

เอ่อ...” เขาอึกอักไปชั่วขณะคะ...ครับไตรภพจำเป็นต้องตอบออกไป และคิดว่าหล่อนคงไม่รู้อะไรหรอก ว่าแม่ของเขาน่ะขึ้นเหนือไปประชุมเกือบสัปดาห์นู่น

แม่จิตคร้บ วันนี้คุณครูเตือนใจไม่อยู่คร้าบ ไปประชุมคร้าบเสียงเด็กชายตัวจ้อยบอกตามประสาซื่อ แต่คนเป็นแม่กลับหัวเราะชอบใจ แล้วหันมาหาเขาเด็กค่ะ อย่าไปถือสานะคะ คงไม่รู้เรื่องหรอกค่ะหล่อนทำหน้าติดตลกแล้วขยิบตามาให้อีก เพื่อหยอกเย้าลูกชายตัวจ้อยของตัวเอง

ไตรภพได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ เกรงว่าเด็กชายตัวน้อยจะพูดเรื่อยเปื่อยต่อไปอีกให้คนเป็นแม่จับได้ว่าคุณครูนั้นไม่ได้มาสอนจริงๆ แต่เขาดันโผล่าหน้ามายืนเด่นอยู่ที่หน้าโรงเรียน

จริงๆ นะคร้าบ” 

จริงเหรอคะเมื่อลูกชายยืนยันน้ำเสียงจริงจัง ทำให้หล่อนหันมาทางชายหนุ่ม ที่ตอนนี้เขาถูกต้อนและควรจะพูดความจริงน่าจะดีที่สุด ถ้าโดนจับได้คราวหลังจะยิ่งแย่กว่านี้

ก็...ครับเขาหน้าแดงแล้วใช้มืออีกข้างเกาท้ายทอยตัวเองเป็นการแก้เขินไปพลางๆ 

อ้าว...” หล่อนทำหน้าประหลาดใจ

แล้วคุณไตรภพมาทำไมคะ มีธุระอะไรหรือเปล่า หรือว่ามาแอบรับคุณครูสาวๆ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ จิตไม่บอกคุณครูเตือนใจหรอกค่ะ

เฮ้อ...จิตตวีย์ หุบปากก่อนได้ไหม!!

ก็ พอจะมีครับเขาเอ่ยออกมาเสียงเบา พร้อมกับล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทสีดำ แล้วดึงเอาตั๋วหนังออกมาคือพอดีว่าผมได้ตั๋วหนังฟรีมาสองใบ ถ้าหากคุณจิตว่างจะไปด้วยกันไหมครับ

วันนี้คงไม่ได้หรอกค่ะตอนนที่จิตตวีย์ได้ยินเขาเอ่ยปากชวน หญิงสาวรู้สึกว่าโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ และให้ประหลาดว่าเขาชวนหล่อนไปดูหนัง เพราะอะไร?

ชายหนุ่มก้มมองตั๋วหนังสีเขียวตองอ่อนอีกรอบ อ่านรายละเอียดตัวหนังสือเล็กๆ ถี่ยิบก่อนจะส่งยิ้มมาให้

ไม่ใช่วันนี้หรอกครับ หมดเขตนู่นเลย...อีกสามเดือนข้างหน้าเขาบอกพร้อมกับยิ้มแป้น เพราะอย่างน้อยก็ยังพอมีเวลาเยอะแยะ หล่อนต้องมีวันว่างสักวันสินะ และตอนนี้ชายหนุ่มก็โล่งอกที่ได้เอ่ยปากออกไป

เรามาหาเวลาไปดูหนังกันไหมครับ เผื่อคุณจิตจะได้เปิดหูเปิดตาได้พักผ่อนสมอง จากงานจากครอบครัวบ้างไงครับเขาแนะนำแม้จะไม่แน่ใจนักว่าแม่ม่ายพราวเสน่ห์สำหรับเขาในตอนนี้จะตอบรับหรือเปล่า 

ก็อาจจะได้นะคะ งั้นจิตขอไปดูตารางก่อนถ้ายังไงจิตจะบอกอีกทีว่าว่างตรงกันกับคุณวันไหนค่ะ” 

ผมว่างตลอดครับเขาตอบออกมาโดยไม่ต้องคิด ทำเอาหญิงสาวต้องหัวเราะเสียงใส คิดเล่นๆ ว่าเขาก็มีงานมีการทำเหมือนกันนั่นแหละ จะมาว่างตลอดเวลาได้ยังไง แต่ก็เอาเถอะ อย่างน้อยเวลาของเขามันก็อาจจะหาง่ายกว่าของหล่อน เพราะงานแบงค์ก็น่าจะหาตารางได้ง่ายกว่า มีเวลาที่แน่นอนในการทำงานมากกว่าหล่อน

ดีจังนะคะ เกิดเป็นคุณเนี่ย ไม่ต้องมีอะไรให้ต้องคิด ฉันไปละคะ” 

ขับรถดีๆ นะครับ แล้วพรุ่งนี้ผมจะไปหาหลังเลิกงานจะได้รู้ว่าเราไปดูหนังกันได้วันไหนเขายืนบอกข้างๆ คนที่สตาร์ทรถเสร็จเรียบร้อย จิตตวีย์ส่งยิ้มมาให้และไม่คิดว่าเขาเองก็ใจร้อนเอาการ เร่งรัดจะเอาคำตอบพรุ่งนี้เสียให้ได้ 

รอยยิ้มของเขาที่ส่งตอบกลับมา จิตตวีย์มีความรู้สึกว่ามันทำให้โลกสดใสขึ้นมาได้ ทำไมเขาไม่ยิ้มอย่างนี้ตั้งนานนะ

ชายหนุ่มเป่าลมออกจากปากอย่างโล่งอก หลังจากที่รถคันเล็กของหล่อนเคลื่อนตัวจากไปแล้ว เพราะมันหนักอึ้งสำหรับเขาเสียเหลือเกินว่าจะทำยังไงดี หลังจากที่เมื่อสัปดาห์ก่อนอภินันท์ไปหาเขาที่บ้านพร้อมกับนำตั๋วหนังมายื่นให้กับมือ

ตั๋วฟรี พาคุณน้องดาวน่ะไปดูนะอภินันท์กล่าวขึ้นอย่างไม่อ้อมค้อมและระบุคนที่ไตรภพจะต้องพาไปดูหนังด้วย ซึ่งคนที่ได้รับตั๋วหนังได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ รู้ดีว่าคนที่อยู่เบื้องหลังก็คือภัทรินนั่นเอง

มันจะดีเหรอวะ ถ้าไอ้นนท์รู้มันต่อยหน้าข้าหน้าหงายแน่เลยนะโว้ยไตรภพเองก็รู้สึกเป็นกังวลเช่นกัน เพราะไม่อยากจะให้เรื่องผู้หญิงมาทำให้ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนต้องร้าวฉาน และที่สำคัญ เขาไม่ได้คิดอะไรกับเนตรดาวเลย

ไม่หรอกมั้ง นี่ไอ้ภพถามจริงๆ เถอะ ถ้าหากว่าไอ้นนท์...มันไม่ยุ่งเกี่ยวกับน้องดาวอยู่เนี่ย แกจะปฏิเสธน้องดาวหรือเปล่าวะอภินันท์ที่ถูกภรรยาสั่งเสียงเข้ม ก็มีความไม่สบายใจในเรื่องนี้เช่นกันเพราะตัวเขาและเพื่อนๆ เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวและเรื่องของหัวใจที่ไม่เคยคิดจะไปก้าวก่ายกัน นอกจากให้คำปรึกษาหารือบ้าง แต่ในยามที่เขาได้พูดคุยกับภรรยาท้องแก่ของตัวเองทีไร อภินันท์ก็ไม่สามารถขัดได้สักที ทำให้สุดท้ายต้องวิ่งแจ้นไปหาเอาตั๋วหนังมาให้เพื่อนรักจอมขี้เก๊กคนนี้ เพื่อที่จะได้พาเนตรดาวออกไปดูหนัง สร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกันให้เกิดขึ้นตามความต้องการของภัทริน

ไม่รู้ว่ะไตรภพเองก็ไม่รู้หรอกว่าหากว่าเขาไม่ได้ปรับความเข้าใจกับจิตตวีย์ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แล้วความรู้สึกของเขาที่มีต่อเนตรดาวมันจะเป็นยังไง มันจะมีอะไรคืบหน้าหรือเปล่า เขารู้แค่ว่าเขาไม่เคยตั้งใจมองผู้หญิงคนไหนเป็นจริงเป็นจังสักที

เฮ้อ มันอะไรนักหนาวะ ลองๆ ชวนดูก็แล้วกันนะนั่นคือประโยคกำชับจากอภินันท์ที่ทำไปตามหน้าที่ก่อนจะบึ่งรถจากไป และทิ้งไตรภพไว้กับความกลัดกลุ้ม ต้องนั่งกุมขมับของตัวเองไปสักระยะ มองดูตั๋วหนังแล้วก็แทบจะฉีกมันทิ้ง หนังรักโรแมนติกของฮอล์ลีวูด มันไม่ได้อยู่ในลิสต์รายการที่เขาจะให้ความสนใจเลย แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เขาคงหลีกเลี่ยงไม่ได้หากภัทรินถามเอาจากเนตรดาวมันจะยุ่งยากเปล่าๆ ทำให้สุดท้ายไตรภพต้องกดโทรศัพท์ไปยังคนที่ถูกวางตัวให้ไปดูหนังกับเขา

พี่ไตรภพ!!” เสียงกรอกมาตามสายนั้นดูท่าทางตื่นเต้นน่าดู ทำให้ไตรภพรู้สึกประหลาดใจสิ้นดีว่าแค่เขาโทรไปหา ทำไมเนตรดาวถึงได้ตื่นเต้นได้มากมายขนาดนี้ จะว่าไปมันก็ยังไม่ได้ดึกอะไร และไม่นานนักเขาก็ได้ยินเสียงอู้อี้มาตามสาย เสียงเหมือนกับเนตรดาวกำลังอยู่กับใครสักคน แม้อีกฝ่ายจะพยายามปิดเสียงไว้ แต่ไตรภพก็ได้ยินเสียงเล็ดลอดออกมาอยู่ดี

อย่าเพิ่งสิคะเสียงของเนตรดาวออดอ้อนสิ้นดี และไตรภพก็ได้รับการปฏิเสธจากเนตรดาวว่าคงไม่มีวันว่างที่จะไปดูหนังกับเขาได้ในช่วงนี้ ให้เขาไปดูคนเดียวจะดีกว่า 

คนที่อยู่อีกสายรู้สึกโล่งอกเป็นที่สุด เหมือนภูเขาลูกใหญ่ถูกยกออกจากอกของตนไปทันที ไม่ว่าเนตรดาวจะอยู่กับใครหรือว่ามีใคร มันไม่ได้มีอิทธิพลกับความรู้สึกของไตรภพเลย ตรงข้ามเขากลับชอบใจเสียอีก

แล้วใบหน้าที่มีความหวังของเขาก็ฉายชัดขึ้น เมื่อเขาคิดว่าอยากจะลองชวนใครสักคนให้ไปดูหนังกับเขาบ้าง

แล้วภูเขาลูกใหม่ก็ก่อตัวขึ้นหลังจากนั้น...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

0 ความคิดเห็น