กามเทพร้อยรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,268 Views

  • 25 Comments

  • 69 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,048

    Overall
    18,268

ตอนที่ 22 : เรื่องหงุดหงิด (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 467
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    20 เม.ย. 62

     ธัญพิมลเคาะแป้นพิมพ์อย่างหงุดหงิด ตั้งแต่ที่ต้องทำตัวเป็นตัวช่วยเนตรดาว หญิงสาวรู้สึกว่าเรื่องราวมันชักจะไปกันใหญ่ เนตรดาวยังคงเลือกที่จะโกหกแทนที่จะคบกันกับชานนท์แบบเปิดเผยและที่แย่ที่สุดนั่นคือธัญพิมลถูกลากเข้ามาเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ลับๆ นั่นอีกด้วย 

หญิงสาวต้องกลายเป็นผู้เก็บความลับแบบไม่ได้ตั้งตัวและไม่ได้ตั้งใจ เหตุผลเพียงเพราะว่าธัญพิมลนั้นอยู่คนเดียว ทำให้การมาหาธัญพิมลมันสะดวกและง่ายดายกว่าคนอื่น

หงุดหงิดทั้งวันเลยนะเราเสียงเพื่อนร่วมงานเอ่ยขึ้น ทำให้ธัญพิมลตื่นจากภวังค์และความคิดอันวกไปวนมาเกี่ยวกับเนตรดาวและชานนท์ แถมยังพ่วงท้ายด้วยเรื่องของไตรภพอีก 

เปล่าหล่อนตอบออกไป แต่เพื่อนร่วมงานกลับหัวเราะขบขันเหมือนไม่เชื่อว่าธัญพิมลพูดความจริง เพราะต่างก็คิดว่าธัญพิมลคงหงุดหงิดเอากับคู่รักที่เพิ่งเดินผ่านสายตาไปเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งเพื่อนร่วมงานคนดังกล่าวนั้นเอาแต่มองตามร่างของคนสองคนที่เดินผ่านไป ทำให้ธัญพิมลอดมองตามบ้างไม่ได้

ผู้หญิงอะไรโชคดีชะมัด!” เสียงนั้นเหมือนแดกดันอยู่ในที

ก็หาแฟนสิจ๊ะธัญพิมลแหย่คนที่นั่งทำหน้าอิจฉาตาร้อนไปยังคู่หนุ่มหล่อสาวสวย ที่เพิ่งเดินควงแขนผ่านหน้าไป

ไอ้แค่แฟนน่ะนะ หาไม่อยากหรอก แต่หาอย่างคุณปราชญ์เนี่ยสงสัยจะมีไม่เยอะเสียงนั้นกระซิบแม้จะเหมือนเล่นแต่ก็มีความหมายว่าพูดจริงอยู่ ทำให้ฟังแล้วค่อนข้างขบขัน พลอยทำให้ธัญพิมลลืมเรื่องเพื่อนของตังเองและอารมณ์เริ่มดีขึ้นมาบ้าง

นั่นน่ะ ไม่ใช่แค่แฟนนะ เป็นถึงคู่หมั้นดีกรีปริญญาโทจากอเมริกา เพิ่งเดินทางกลับเมืองไทยมาไม่กี่วันนี่เอง มาถึงปุ๊บก็มาเฝ้ากันเลยนะ เฮ้อ! วาสนาเขาดีจริงจริ้ง อย่างคุณปราชญ์ก็ต้องเลือกระดับนั้นแหละ ไอ้พวกเราก็ชะเง้อคอมองต่อไปเถอะ แม้แต่หางตาคุณปราชญ์ก็คงไม่ชำเลืองมาหรอก

งั้นพวกเราก็อยู่แบบเจียมตัวนะดีแล้ว พวกเขาเป็นดาวเป็นเดือนกัน ส่วนพวกเราน่ะมันดิน เข้าใจ๋?”​ ธัญพิมลหยอกเย้าเพื่อนร่วมงานอย่างอารมณ์ดี ทำให้อีกฝ่ายค้อนให้วงใหญ่

หือ...ทำเป็นพูดไปนะธัญ แน่ใจเหรอว่าหล่อนน่ะไม่คิดอะไรกับคุณปราชญ์

บ้า!! ถามอะไรอย่างนั้น

ก็ถามนะสิ แล้วท่านน่ะ...นั่นน่ะให้ลางานได้เป็นสัปดาห์ แค่ข้อเท้าเดี้ยงแค่เนี่ย

มันเดินได้ที่ไหนกันเล่า!” ธัญพิมลแก้ตัว กับการกล่าวหาของเพื่อนร่วมงานขึ้นมาเสียดื้อๆ เพราะมันฟังดูแล้วไม่น่าไว้ใจยังไงชอบกล

เดินไม่ได้ไม่ว่านะ แต่แหมได้อยู่ในอ้อมกอดของคุณปราชญ์ด้วยน่ะสิ มันน่าอิจฉาอ่ะ” 

คนที่ตอบโต้ก่อนหน้าถึงกับพูดไม่ออก อ้อมกอดของคุณปราชญ์? ตั้งแต่ที่เกิดเรื่องหล่อนจำได้ว่าไม่เคยได้อยู่ในอ้อมกอดของเขาเลยสักครั้ง

เกี่ยวอะไรกับอ้อมกอดจ๊ะธัญพิมลทำใจดีถามออกไป แม้ว่าน้ำเสียงจะสั่นพร่าเพราะมีลางสังหรณ์อันไม่น่าไว้ใจเกิดขึ้น 

หล่อนคงจำอะไรไม่ได้สินะ เฮ้อ ก็แหง๋ละเป็นลมล้มไปกับพื้นขนาดนั้น แต่คุณปราชญ์ไม่ได้บอกเหรอว่าเป็นคนอุ้มหล่อนไปที่รถเอง นั่งกอดรถอยู่ในรถตลอดเส้นทางไปโรงพยาบาล เฝ้าไข้เอง อนุญาตให้ลางานเอง...นี่หล่อนอย่าบอกนะว่าไม่รู้เรื่อง” 

อะไรนะหญิงสาวทำหน้าตกใจกับเรื่องราวที่ได้ฟังจากปากเพื่อนร่วมงาน แม้จะตื่นมาในโรงพยาบาลก็พบเขาเพียงคนเดียว ทำให้รู้แค่ว่าเขาพาหล่อนไปที่โรงพยาบาลจริง แต่ถึงขนาดอุ้มกันไป หล่อนไม่ได้รู้เรื่องเลย

วันนั้นน่ะ ใครๆ ก็อิจฉาหล่อนนะ ธัญพิมล

เป็นฉันหน่อยไม่ได้จะแกล้งป่วยเป็นชาติเลยทีเดียว คุณปราชญ์ดูห่วงใยเธอมากนะ ถ้าไม่ติดว่ามีคู่หมั้นอยู่ละก็ ฉันว่าเธอมีสิทธิ์เพื่อนร่วมงานอีกคนยื่นหน้าเข้ามาร่วมสนทนาด้วย

นี่ถ้าเป็นฉันนะจะหาทางให้คุณปราชญ์ไปดูแลที่เตียงเลย”  สองสาวหัวเราะคิกคักทำท่าเขินอายส่งให้กัน

แต่นั่นกลับทำให้ธัญพิมลขนลุกขึ้นมา เขามีคู่หมั้น มีคนกุมหัวใจแล้ว แต่ทำไมเขาต้องทำหรือแสดงกิริยามากมายส่อไปทางเจ้าชู้มาให้หล่อนด้วยนะ

ถ้าคุณเป็นแฟนผม ผมคงไม่ยืนบอกคุณแค่หน้าประตูคอนโดหรอก เพราะผมคงตามไปดูแลคุณถึงเตียงนอนเลยละ” 

ครั้งนั้นหญิงสาวยอมรับว่าตกใจและเข้าใจในความหมายอันมีเลศนัยเป็นอย่างดี แต่หล่อนจะต้องไม่หวั่นไหวกับคำพูดพล่อยๆ ของเขา ที่อาจจะไม่ได้ต่างจากเพื่อนจอมเจ้าชู้ของเขาเลยก็เป็นได้ 

และตอนนี้หญิงสาวก็รู้ดีว่าตัวเองคิดถูก เขามีคู่หมั้นแล้ว สิ่งที่เขาพูดหรือการกระทำต่างๆ เขาทำไปเพราะเขามีส่วนที่ทำให้หล่อนบาดเจ็บ ซึ่งเขาต้องการรับผิดชอบให้ถึงที่สุดต่างหาก!


ไม่คิดจะกลับบ้านเหรอครับเสียงทักขึ้นข้างโต๊ะทำงาน ทำให้ธัญพิมลแหงนหน้ามองมายังต้นเสียง แล้วก็ต้องตกใจที่เป็นเขายืนค้ำหัวหล่อนอยู่

ขอเคลียร์งานบนโต๊ะก่อนก็แล้วกันค่ะจะเสร็จแล้วหล่อนบอกเสียงเบา แล้วละสายตาจากเขามาจ้องยังหน้าคอมของตัวเองอีกครั้ง

วันนี้ดูท่าทางคุณหงุดหงิดนะ งานเร่งหรือเปล่า” 

เอ่อ...” ธัญพิมลอ้ำอึ้ง พานคิดไปว่าเขาจะมารู้ได้ยังไงว่าหล่อนหงุดหงิดในเมื่อเขามีคู่หมั้นฉอเลาะอยู่ในห้องทำงานของตัวเองอยู่ตลอดเวลา คนอย่างเขาจะเอาเวลาที่ไหนมาสังเกตว่าพนักงานของตัวเองหงุดหงิดหรือเป็นตายร้ายดียังไง

ยิ่งคิดก็ชักจะหงุดหงิดขึ้นมาจริงๆ!

เปล่าค่ะ

ปิดคอมและก็เลิกงานได้แล้วคุณควรจะกลับบ้านไปพักผ่อนอย่าเครียดมากเขาออกคำสั่งเสียงนุ่ม ธัญพิมลไม่ได้หงุดหงิดเรื่องงานเหมือนอย่างที่เขาเข้าใจเลยสักนิด แต่หญิงสาวหงุดหงิดเรื่องเนตรดาวซึ่งเป็นเพื่อนของหล่อน และก็ชานนท์ซึ่งเป็นเพื่อนของเขาต่างหาก!

คุณปราชญ์คะชายหนุ่มที่กำลังจะหันหลังต้องชะงักเท้าไว้ทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียกขึ้นแผ่วเบา เขาหันมามองหญิงสาวที่อยากจะขยับปากถามอะไรสักอย่างออกมา แต่ก็ยังอ้ำอึ้ง

ครับ?” 

คุณพอจะมีเวลาสักห้านาทีสิบนาทีไหมคะ ฉันมีเรื่องอยากจะถามสักหน่อยคะ” 

ชายหนุ่มร่างสูงยกนาฬิกาข้อมือสวยหรูขึ้นดู แล้วมองมายังหล่อนอีกเวลามีครับ แต่แน่ใจนะว่าคุณต้องการเวลาแค่นั้นในการล้วงเอาความลับจากผม” 

ชายหนุ่มถามกลับด้วยอารมณ์อันครื้นเครง ซึ่งมันทำให้หล่อนรู้สึกผ่อนคลายไปได้บ้างและอดคิดไปว่า แน๊ะ! รู้ทันอีก

ไม่ถึงขนาดล้วงความลับหรอกค่ะ แค่ว่าคุณอาจจะรู้เห็นอะไรบ้าง

มันก็ความหมายเดียวกันนั่นแหละครับ แต่ว่าผมหิวแล้วสิ” 

อ้าว...งั้นไม่เป็นไรค่ะ มันไม่ได้สำคัญเท่าไหร่ ฉันไม่รบกวนดีกว่าค่ะธัญพิมลบอกแล้วหันหลังให้แก่เขา หญิงสาวหันหน้าเข้าหาคอมพิวเตอร์ของตัวเองอีกครั้ง ไม่ได้ให้ความสนใจเขาอีก แต่แล้วก็ต้องตกใจ เมื่อแขนทั้งสองข้างของเขาวางคร่อมมายังตัวหล่อน มืออีกข้างของเขาถือวิสาสะจัดการปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ธัญพิมลยังไม่ได้ตั้งใจะจะปิดและเขาก็ปิดมันไปเสีย

ธัญพิมลแทบกลั้นหายใจ อดคิดไปว่านี่เขาจะทำบ้าบออะไรนะ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เขาก็เพิ่งมีคู่หมั้นมาหา แล้วตอนนี้เขากลับมาทำใกล้ชิดกับหล่อน ดีนะว่าไม่เหลือใครในออฟฟิศแล้ว ไม่งั้นคงได้เป็นขี้ปากเพื่อนร่วมงานหนักกว่าเดิมอีก แค่ที่ได้ยินว่าเขาอุ้มหล่อนไปยังโรงพยาบาลนั้นมันก็มากมายเกินจะรับได้แล้ว และที่สำคัญเขาไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้หล่อนฟังเลย

หญิงสาวอดคิดไปอีกไม่ได้ว่าหล่อนเคยตราหน้าว่าเขาเป็นคนฉวยโอกาสในวันนั้น และวันนี้หล่อนมั่นใจว่าเขาเหมาะสมกับคำนี้จริงๆ!

ผมบอกแล้วไงว่าหิวและถ้าผมหิว ผมก็ต้องได้กิน ถ้าคุณอยากจะล้วงความลับอะไรจากผมละก็ คุณต้องไปทานข้าวกับผม!” เขาพูดเสียงนุ่มทุ้มหู ส่วนหัวใจของเขาเองก็เต้นแรงไม่แพ้หล่อนคนที่นั่งตัวแข็งทื่อเหมือนหุ่นรูปปั้นในตอนนี้ เสียงกลืนน้ำลายลงคอของเขา หญิงสาวได้ยินชัดเจน พานนึกไปถึงชานนท์ผู้ชายที่ถูกตราหน้าว่าเจ้าชู้มากที่สุดคนหนึ่ง และตอนนี้ธัญพิมลชักจะไม่แน่ใจแล้วว่าเจ้าชู้แบบชานนท์ที่เปิดเผยออกมาเลยยังดีกว่าเจ้าชู้แบบปราชญ์ที่เขาแอบทำลับหลังคู่หมั้นตัวเอง และหล่อนก็ชักจะเกลียดความเจ้าชู้ของเขาเป็นที่สุด!

อย่าดีกว่าค่ะ ไม่อยากรบกวนธัญพิมลยังคงยืนยันเช่นเดิม ไม่กล้ากระดุกกระดิกตัว เพราะตอนนี้หล่อนก็เหมือนอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างช่วยไม่ได้จะมีก็แต่พนักเก้าอี้กั้นกลางไว้เท่านั้น และกลิ่นกายอันใกล้ชิดนั้นมันทำให้หล่อนรู้สึกแปลกๆ ซึ่งชายหนุ่มเองก็ร้อนรุ่มไม่ต่างกัน

งั้นเหรอเขาถามเสียงพร่าอย่างประหลาดใจ ดวงตาคมยังคงมองจ้องมายังศีรษะน้อยของคนที่นั่งตัวแข็งทื่อ

คุณหมายความว่ายังไงคะหญิงสาวกัดปากตัวเองแน่น หัวใจเต้นรัวเร็ว ดึงแขนสองข้างของตัวเองวางไว้ที่หน้าตัก ไม่อยากจะให้เขามีโอกาสแตะเนื้อต้องตัวได้อีกแม้แต่ปลายเล็บ แม้ว่าจะไม่เห็นหน้าเขาแต่หล่อนรู้สึกได้ว่าเขากำลังยียวนกวนประสาทเอาการ

ก็หมายความว่าถ้าคุณพลาดการไปทานข้าวกับผมในวันนี้ อะไรๆ ที่คุณอยากจะรู้ก็เป็นอันมลายหายไปต่อหน้าต่อตาไงครับ ผมให้โอกาสแล้วนะคิดดูให้ดีสิ

แต่ฉันแค่เกรงใจคู่หมั้นของคุณค่ะ ถ้ารู้ว่าคุณไปทานข้าวกับผู้หญิงคนอื่น เธอคนสวยคนนั้นจะไม่มาแหกอกฉันเหรอคะชายหนุ่มหัวเราะทันทีเมื่อหล่อนพูดเสร็จ

แค่ทานข้าวเท่านั้นเอง ไม่ได้ทำอย่างอื่นสักหน่อย ผมบริสุทธิ์ใจเขาบอกพร้อมกับดึงตัวเองออกจากหล่อน แม้จะรู้สึกว่าอยากจะอยู่ใกล้อย่างนั้นให้นานกว่านี้

ไม่ต้องพูดมากหรอกคุณอยากจะรู้จนแน่นอกอยู่แล้ว เก็บข้าวของซะแล้วไปทานข้าวเย็นกัน!” น้ำเสียงของเขาดูเข้มขึ้น ตอนนี้กลายเป็นเขาเองที่เป็นฝ่ายหงุดหงิดกับการปฏิเสธของหล่อน ซึ่งธัญพิมลมองออกแม้ว่าเขาจะควบคุมอารมณ์ไว้สักแค่ไหนก็ตาม ทำให้หญิงสาวไม่กล้าต่อปากต่อคำอะไรอีก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

0 ความคิดเห็น