กามเทพร้อยรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,268 Views

  • 25 Comments

  • 69 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,048

    Overall
    18,268

ตอนที่ 2 : ผองเพื่อน (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1222
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    16 เม.ย. 62

     “ถ้ารายต่อไปนะเอาแค่หาผู้ชายให้ได้กันก่อนเถอะ ไม่แน่หรอกอาจจะกอดคอกันเดินไปถึงจุดหมายด้วยกันก็ได้ธัญพิมลพูดขึ้น แต่จิตตวีย์ก็อดนิ่วหน้าส่งมาให้ไม่ได้เพราะไอ้จุดหมายปลายทางนั่นเองที่สะดุดหูของจิตตวีย์เอา

จุดหมายอะไรเหรอ

ก็คานไงจ๊ะเท่าที่ดูอยู่นี่ก็มองเห็นไม่ไกลเท่าไหร่หรอกนะแล้วจิตตวีย์ก็หัวเราะชอบใจ พร้อมกับส่ายหน้าน้อยๆ มาให้พูดเกินไป” 

แต่โอกาสน่าจะเป็นก็ค่อนข้างสูงไม่ใช่เหรอธัญพิมลยังคงยืนยันความคิดของตัวเองแต่ก็ขบขันสิ้นดี อายุก็เลยเบญจเพศกันมาแล้ว หากแต่จะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนหรือก็หาไม่

ธัญน่ะยังไงก็ไม่ขึ้นคานหรอก...ใช่ไหมจิตตวีย์วกเข้าหาคนจองคานคนแรกอย่างไม่ต้องคิดนาน เพราะธัญพิมลลูกสาวเจ้าของท่าเรือที่ระยองนั้นมีพ่อแม่ญาติพี่น้องคอยเมียงมองหาให้อยู่ หากแต่ธัญพิมลก็ปฏิเสธเสียงแข็ง จึงทำให้เมื่อเรียนจบจากกรุงเทพแล้ว ธัญพิมลก็ยังไม่คิดจะกลับบ้านเกิดไปสานต่อธุรกิจให้บิดามารดาอยู่ดี เหตุเพราะกลัวจะต้องได้ไปแต่งงานกับคนที่พ่อแม่คิดจะหาให้ ซึ่งได้ข่าวว่าทางฝ่ายชายก็ชะเง้อคอคอยอยู่เช่นกัน 

ไม่ต้องเลยจิตน่ะธัญพิมลเข้าใจในความหมายของจิตตวีย์เป็นอย่างดี และความจริงแล้วก็ไม่อยากจะพูดถึงมันเลยสักนิด ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว นี่ก็หลายปีแล้ว พ่อกับแม่บอกว่าหากสามสิบยังไม่มีกับเขาสักทีเห็นทีต้องเผด็จการกัน และจนป่านนี้ธัญพิมลก็ยังไม่ตั้งใจมีใครสักที แต่ถึงยังไงธัญพิมลก็ยังไม่ได้รู้สึกเป็นทุกข์เป็นร้อนอะไรมาก เพราะยังมีเวลาอีกตั้งสามสี่ปี ยังไงซะมันก็ต้องวิ่งชนสักคนละวะ!

แล้วนี่หน้าตาเหนื่อยๆ ทำไมต้องมากัน มาวันหลังก็ได้จิตตวีย์ต้องเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันที เพราะเมื่อพูดถึงคานดูท่าจะเครียด

ไม่มาไม่ได้หรอก เจอเฉ่งกระบาลกันพอดีธัญพิมลย่นจมูกใส่คนที่เสนอความเห็นอันไม่เข้าท่ามาให้ 

ใครกล้าเฉ่งกระบาลธัญ เดี๋ยวจิตช่วยจิตตวีย์ว่าติดตลก แม้จะเข้าใจดีว่าเพื่อนคนไหนก็จะเฉ่งกระบาลของธัญพิมลได้ทั้งนั้นแหละ หากว่าอีกฝ่ายไม่ยอมมาตามนัด

ช่วยอะไร?”

ช่วยเฉ่งต่อจิตตวีย์พูดขำๆ ธัญพิมลจึงเบ้ปากส่งไปให้ หากแต่ก็ใจชื้นขึ้นเมื่อจิตตวีย์พูดเล่นหัวได้เหมือนเดิม เพราะเพื่อนต่างก็เป็นห่วงความเครียดที่จิตตวีย์มีอยู่ 

อย่างจิตเนี่ยนะจะกล้าเฉ่งกระบาลเพื่อน โลกคงแตกแล้วแหละแค่ดุยังไม่กล้าเลย” 

จิตตวีย์ คือคนรูปร่างเล็กบาง ผมหยิกหยองแทบจะเป็นฝอยตัดไว้สั้นเพียงแค่ใบหู ผมข้างหน้าตัดเป็นผมม้าสั้นเต่อขึ้นมา สีผิวแม้จะคล้ำแต่นวลเนียนสะอาดสะอ้านน่ามอง เรียวปากบางและยิ้มง่ายคงเป็นเพราะมีค็อฟฟี่ช็อฟเป็นของตัวเอง ทำให้มีหัวใจในงานบริการอยู่ในส่วนลึกของก้นบึ้งของหัวใจ ส่งผลให้ใบหน้านั้นมีเสน่ห์ขึ้นมาได้รวมไปถึงรอยยิ้มอันละมุนละไมจริงใจอีกด้วย นอกจากนี้นิสัยของจิตตวีย์ยังเป็นประเภทมองโลกในแง่ดี โกรธคนยากเสียจนเพื่อนๆ ต่างคิดว่าในโลกกลมๆ ใบนี้จะมีใครกล้าทำให้จิตตวีย์โกรธได้หรือเปล่า แต่ก็ไม่ใช่ว่าจิตตวีย์จะโกรธใครไม่เป็นเพียงแต่จิตตวีย์เป็นคนที่ระงับอารมณ์ของตัวเองได้ดีพอสมควรต่างหาก

เกินไป ถ้าทำให้โกรธก็โกรธจ้าจิตตวีย์คัดค้านเสียงยานคาง แม้จะรู้ตัวเองดีว่าไม่ค่อยจะโกรธให้ใครนัก แต่จิตตวีย์ก็รู้อีกนั่นแหละว่าถ้ามีใครมากวนน้ำโห หญิงสาวก็อาจจะสวนคืนกลับไปบ้าง เพราะหล่อนก็คือมนุษย์ธรรมดาๆ ที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขคนหนึ่ง

ธัญไปคอยก่อนก็ได้ ฉันเก็บไอ้พวกนี้ก่อนเดี๋ยวตามไปนะจิตตวีย์หมายถึงค็อฟฟี่ช็อฟของตัวเองที่มีชั้นสองนั่งชมวิวกันได้สบาย และมีมุมโซฟาตัวนุ่มที่รองรับบรรดาลูกค้าที่มากันเป็นกลุ่มใหญ่ ซึ่งมักจะเลือกเอามุมนั้นเป็นมุมสนทนาและยังมองลงไปยังเบื้องล่างผ่านกระจกใสของตัวตึกเห็นทิวทัศน์ของท้องถนนเส้นเล็ก แยกตัวออกมาจากถนนเส้นใหญ่ที่คราคร่ำไปด้วยรถยนต์มากมายอีกด้วย

ธัญพิมลเดินออกมาพร้อมกับส่งยิ้มให้กับพนักงานเด็กหลังเคาน์เตอร์ที่กำลังยืนรับออร์เดอร์บางอย่างจากลูกค้าหนุ่มในชุดสูทผ้าเนื้อดีสีน้ำเงินเข้ม ใบหน้าของเขานิ่งเฉยไม่ยินดียินร้ายกับผู้คนที่อยู่รอบข้าง ดวงตาที่มองมายังคู่สนทนานั้นไม่ไหวติง ก่อนจะก้มมองดูกระดาษสี่เหลี่ยมเล็กๆ ในมือของตัวเอง แล้วแหงนหน้าขึ้นมองคนที่เพิ่งส่งกระดาษมาให้

เรียบร้อยแล้วนะครับลูกค้าร่างสูงเพรียวถามขึ้น ธัญพิมลเผลอมองใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรหลงยุคที่ทำเอาหล่อนต้องนิ่วหน้าไม่ใช่เพราะสะดุดตากับความหล่อขี้เก๊ก แต่ธัญพิมลรู้สึกว่าใบหน้าหยิ่งยโสนี้หญิงสาวเคยพบเคยเจอที่ไหนมาก่อนสักแห่งหรือเปล่า หากแต่กลับคิดไม่ออกเลยสักนิด แม้จะมั่นใจว่าต้องเคยพบเคยเจออย่างแน่นอน

เรียบร้อยแล้วค่ะ มารับเค้กตามวันเวลาที่หนูเขียนให้ในกระดาษได้เลยค่ะเสียงสดใสของพนักงานสาวดังขึ้น ทำให้เขาพยักหน้าแล้วพาร่างสูงและหลังเที่ยงตรงเดินออกจากค็อฟฟี่ช็อฟไป แล้วธัญพิมลก็ก้าวเดินขึ้นบันไดชั้นสองของค็อฟฟี่ช็อฟเพื่อไปหาเพื่อนๆ ที่นั่งคอยกันอยู่ก่อน

เมื่อเดินมาถึงจุดที่นั่ง ธัญพิมลก็มองลงไปยังถนน มองเห็นคนที่หล่อนคุ้นหน้าตาเดินเข้าไปยังรถเก๋งสีดำคันใหญ่ของเขา แล้วก็เผลอพูดออกไปอย่างที่ใจคิด 

ผู้ชายคนนั้นน่ะ ฉันว่าหน้าตาคุ้นมากแต่ไม่มีใครสังเกตเห็นเขาได้ทันเมื่อร่างสูงนั่งไปในรถแล้วและบึ่งรถออกไปจากตรงนั้น เอ็มม่าที่มองเห็นแค่รูปร่างสูงเพรียวทำให้จินตนาการไปว่าอาจจะหน้าตาดีก็เป็นได้ อดแซวเพื่อนของตัวเองขึ้นมาไม่ได้

แหม...หล่อ อย่างนี้ฉันก็คุ้นย่ะนังธัญ

ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันหมายถึงคุ้นจริง ธัญพิมลยังคงคาใจ 

ธัญนี่เป็นอะไร กลัวถูกจับแต่งงานจนเพ้อเลยเหรอปัทมาแซวขึ้นมาบ้าง เพราะธัญพิมลไม่เคยให้ความสนใจผู้ชายคนไหนสักคน แต่เพียงเจอผู้ชายแปลกหน้าก็เอามาบอกว่าคุ้นหน้าคุ้นตา ซึ่งปัทมาคิดว่านั่นไม่ใช่นิสัยของธัญพิมลเลย

ปัทนี่ก็อีกคนธัญพิมลค้อนให้หมั่นไส้ให้กับเพื่อนสิ้นดีที่ต่างก็เข้าใจตนผิดไปหมด แต่ไม่ทันที่จะได้โต้ตอบเพื่อปกป้องตัวเอง จิตตวีย์ก็เดินขึ้นมาเสียก่อน ทำให้ทุกคนได้ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของจิตตวีย์รวมไปถึงเรื่องราววุ่นวายของเจ้าของค็อฟฟี่ช็อฟเล็กๆ แห่งนี้ด้วย ซึ่งค็อฟฟี่ช็อฟนี้เคยเป็นของพ่อแม่ของจิตตวีย์มาก่อน แต่จิตตวีย์เข้ามาดูเต็มตัวหลังจากแต่งงานเมื่อสองสามปีก่อน 

และก่อนที่สามีจะมาจากไป ทั้งจิตตวีย์กับสามีก็ได้ไปซื้อเอาที่ทางพร้อมกับเตรียมตัวจะเปิดอีกสาขา ทุกอย่างดำเนินมาได้ด้วยดี ร้านเหลือแค่ตกแต่งซึ่งเหลืออีกแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง แต่ตอนนี้โชคร้ายที่สามีมาจากไปเพราะอุบัติเหตุ ทำให้จิตตวีย์จำต้องแบกภาระทุกอย่างไว้ และดูท่าว่าสาขาที่ว่านั่นก็คงต้องขายออกไปอยู่ดี เพราะจิตตวีย์ดูแลคนเดียวไม่ไหว แค่นั้นยังไม่พอบุตรชายของสามีเรือพ่วง จิตตวีย์ก็ต้องดูแลเพราะคนเป็นแม่แท้ๆ ได้ปฏิเสธที่จะรับเอาลูกชายคนแรกของตัวเองไปเลี้ยง

เป็นแม่ภาษาอะไรกันเนี่ยเนตรดาวที่ไม่เคยตำหนิใคร พูดขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ 

นั่นนะสิ นี่โชคดีนะที่ได้ยัยจิตน่ะ ถ้าเป็นคนอื่นจ้างให้ก็ไม่เลี้ยงให้หรอก เอาลูกเขามาเลี้ยงเอาเมี้ยงเขามาอมเอ็มม่าเสริมขึ้นมา

ฉันก็ว่างั้นแหละ ถ้าได้เธอเป็นแม่เลี้ยงน่ะเอ็มม่า ไม่รู้ว่าน้องแจ็คจะโดนอะไรบ้างปัทมาแซวเอ็มม่าขึ้นมา ทำให้ถูกตีไปยังแขนกลมกลึงอย่างแรง จนต้องร้องโอดโอย 

จิตตวีย์ให้ความสนใจในเรื่องงานแต่งงานของภัทรินด้วยเพราะตัวเองงานยุ่งไม่ได้ไปร่วมงาน ตอนนี้ก็ได้ข่าวว่าไปฮันนี่มูนกันที่ต่างประเทศแล้ว ความหวานหยดย้อยจึงทำเอาเพื่อนๆ อดนินทาไม่ได้ และเมื่อพูดถึงงานแต่งงานก็ทำให้อดนึกไปถึงเพื่อนเจ้าบ่าวสุดหล่อสองคนที่เอ็มม่ามองตาเหลือกอยู่เป็นนานสองนานหากแต่ไม่มีคนไหนมองมาหาตนเลย สุดท้ายเอ็มม่าก็อดโทษปัทมาไม่ได้ที่ยืนควงแขนตนไว้ตลอดเวลา และบอกให้ปัทมาหาผู้ชายควงเป็นเรื่องเป็นราวได้แล้ว เพราะเอ็มม่าอยากจะเปิดเผยตัวตนของตัวเองจะแย่ แต่สุดท้ายก็ถูกปัทมาทวงบุญคุณเรื่องไปไหนมาไหนที่เอ็มม่ามักจะพึ่งพาให้ปัทมาขับรถพาไปเสมอ

คนไหนหล่อล่ะจิตตวีย์ถามขึ้น เพราะไม่ได้ไปงานแต่งงานด้วย ซึ่งเกิดจากยุ่งวุ่นวายกับเรื่องของตัวเอง จึงได้แต่ส่งการ์ดและของขวัญไปให้

ท้ังคู่นั่นแหละย่ะ!” เอ็มม่าทำน้ำลายสอทันทีเมื่อนึกถึงเพื่อนเจ้าบ่าวที่มีมาดแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว คนหนึ่งรูปร่างสูงเพรียวยิ้มยาก หน้าบึ้ง ขี้เก็ก ชื่อว่าไตรภพ 

ส่วนอีกคนนั้นแม้จะตัวเตี้ยกว่า แต่รูปร่างค่อนไปทางหนาบึกบึน นั่นคือชานนท์ แต่เสน่ห์กลับอยู่ที่ดวงตายิ้มพรายที่ไม่ว่าจะมองใคร คนคนนั้นก็ต้องส่งยิ้มกลับไปหาอย่างเสียไม่ได้โดยเฉพาะเพศหญิง เพราะนึกว่าเขายิ้มให้ และสายตาแบบนั้นทุกคนก็รู้ว่ามันเป็นสายตาของคนเจ้าชู้และเป็นพวกเจ้าชู้ที่หาตัวจับยากซะด้วย 

แล้วเอ็มเลือกใครจิตตวีย์ถามขึ้นติดตลก เอ็มม่าค้อนให้ก่อนจะหันไปทางเนตรดาวที่ส่งยิ้มบางๆ มาให้

โอ้ยยัยจิต นี่หล่อนคิดว่าฉันจะมีสิทธิ์ได้เลือกเหรอฮ้า นี่เลยนังปัทน่ะควงแขนฉันยังกะติดกาวไว้ ไอ้จะยิ้มให้หนุ่มๆ ในงานคนไหนก็ไม่ได้ดั่งใจ

ใครห้ามยิ้มยะนังเอ็มปัทมาคัดค้านเพราะชักจะเห็นว่าตนโดนใส่ร้ายเกินไป

ย่ะ! ไม่ห้ามยิ้ม แต่มันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อแขนของฉันน่ะมีหล่อนควงอยู่ได้ตลอดเวลา ใครก็คิดว่าฉันเป็นชายแท้สิ ผู้หญิงก็ไม่มีใครมองเพราะนึกว่าหล่อนเป็นเมียฉัน วุ้ย ยิ่งคิดยิ่งกลุ้ม!”

เอาเถอะนะ ถ้าเมื่อไหร่เจอคนที่ใช่ ปัทจะปล่อยแขนเลยเอ้า

ใครเจอคนที่ใช่ ฉันหรือหล่อนยะ

หล่อนนั่นแหละปัทมาสวนขึ้น

แล้วทำไมปัทไม่มีแฟนกับเขาสักทีล่ะธัญพิมลถามเพื่อนสาวคนเก่งประจำกลุ่ม ซึ่งปัทมาเพิ่งจะจบโทและเห็นว่ากำลังมองหาที่ต่อปริญญาเอกอยู่ หากแต่เรื่องความรักปัทมากลับไม่พูดถึงและไม่ให้ความสนใจใครเลย นอกจากจะยืมตัวเอ็มม่าควงไปที่นั่นบ้างที่นี่บ้างจนเอ็มม่าชักจะหงุดหงิด

ไม่เอาหรอกปวดหัวปัทมารีบบอกปัดทันทีและไม่อยากจะต้องพูดถึงความรักสักเท่าไหร่ เพราะคิดว่ามันไม่มีวันจะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน

นี่ถ้าปัทแต่งงานก่อนเพื่อนนะ จะหัวเราะให้ท้องแข็งเลยเนตรดาวแซวขึ้นบ้างแล้วเพื่อนๆ ก็พูดจาหยอกเย้า ทำให้ความคิดซีเรียสของจิตตวีย์พลอยโล่งไปบ้าง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

0 ความคิดเห็น