กามเทพร้อยรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,232 Views

  • 25 Comments

  • 69 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,012

    Overall
    18,232

ตอนที่ 18 : บุพเพให้พานพบ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 516
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    19 เม.ย. 62

เอี๊ยด!!!

ไตรภพเหยียบเบครแทบไม่ทัน เมื่อเด็กชายตัวน้อยวิ่งออกมายังถนนเส้นเล็ก ตรงดิ่งไปหาแม่ของตัวเองที่ตาลีตาเหลือกตกใจกับสิ่งที่พบเห็น

เขาชะโงกหน้าออกมาจากตัวรถ แล้วก็แทบบ้าตาย เมื่อเป็นผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว ตั้งแต่ที่ได้พบเจอกัน เขารู้สึกว่าโชคชะตาจะนำพาให้เขาเจอหล่อนบ่อยขึ้น และทุกครั้งจิตตวีย์มักจะทำให้เขาไม่พอใจ ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง แต่ทุกครั้งนั้นเกิดจากความสะเพร่าของหล่อนทั้งนั้น

ขอโทษค่ะ คุณไตรภพ!” หญิงสาวหน้าซีดเผือดและเป็นฝ่ายเอ่ยคำขอโทษออกไป ทั้งที่ตนไม่ได้ทำอะไรผิดด้วยซ้ำ แต่เพราะลูกชายตัวน้อยที่วิ่งออกมาจากครูพี่เลี้ยงอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์นั่นเองที่ทำให้ชายหนุ่มต้องเหยียบเบรคเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

คุณปล่อยให้ลูกคุณวิ่งมาหาคุณได้ยังไง ถ้าผมเหยียบเบรคไม่ทัน คุณรู้หรือเปล่าว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น!” เขากล่าวเสียงฉุนเฉียว ไม่สนใจคำขอโทษของคนที่ไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะตัวเขาเองก็ตกใจเช่นกันซึ่งเขาจวนเจียนจะได้เป็นฆาตกรอยู่รอมร่อและเพราะเป็นจิตตวีย์ด้วยที่หากเขามีโอกาสว่าให้เจ็บๆ แสบๆ เขาก็จะรีบทำทันที

ฉันทราบค่ะ ต้องขอโทษแทนลูกด้วยนะคะ เด็กไม่รู้เรื่องอะไรค่ะจิตตวีย์รู้สึกหน้าเสียที่โดนเขาดุเสียงเขียวอย่างไม่ไว้หน้าใครในสถานที่ที่มีคนมากมาย และตอนนี้ต่างก็จ้องมองมายังหล่อนเป็นตาเดียว ราวกับว่าหล่อนนั่นแหละที่ผิดพลาดในครั้งนี้

การขอโทษบางครั้งมันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอกนะคุณจิตตวีย์!” นอกจากเหมือนจะไม่รับคำขอโทษแล้ว เขายังหาโอกาสตำหนิหล่อนต่อมาอีก จิตตวีย์มีความรู้สึกว่าเขาต้องการรวบรวมความสะเพร่าตั้งแต่วันแรกที่ได้พบเจอกัน เอามาเป็นความผิดที่ยากจะให้อภัยแก่หล่อน สีหน้าและแววตาของเขานั้นขึงขังเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อหล่อนเสียให้ได้ แต่หล่อนไม่เข้าใจว่าในครั้งนี้เขาจะมาลงความผิดที่หล่อนได้ยังไง ในเมื่อครูพี่เลี้ยงเองต่างหากที่ไม่จับเด็กไว้ให้ดีๆ แต่ก็อย่างว่านั่นแหละ เขาเป็นคนที่มีทิฐิค่อนข้างแรง และหล่อนก็มักจะโชคร้ายเสมอในยามที่เจอกันกับเขา

คุณพูดก็ถูกค่ะ” 

หวังว่าคุณจะเข้าใจให้มากกว่านี้นะ ทำงานสะเพร่าแล้วก็คอยแต่ขอโทษ มันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นนักหรอก” 

ดิฉันไม่เถียงค่ะ แต่ฉันขอบอกคุณไว้อย่างหนึ่งนะคะ ว่าคนเราก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้ความผิดพลาดมันเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าหรอกค่ะ ทุกอย่างมันนำมาเป็นบทเรียนได้ ดิฉันก็ทำเสมอ หากทำงานพลาดก็โทษตัวเองและนำมาปรับปรุงให้ดีขึ้น อาจจะใช้เวลาแต่ดิฉันไม่เคยละเลยที่จะทำมันให้ดีขึ้นค่ะ แต่คุณ...” 

ไตรภพเลิกคิ้วสูงส่งมาให้ ไม่คิดว่าจิตตวีย์จะมีน้ำเสียงแข็งกระด้างได้ เท่าที่รู้หล่อนโกรธใครไม่เป็น แต่ตอนนี้แม่ม่ายสาวกลับกำลังทำให้เขางงงวย เพราะหล่อนกำลังแสดงความโกรธและไม่พอใจส่งมาให้กับเขาอยู่

วันนี้ฉันได้รู้อย่างหนึ่งว่าคนอย่างคุณมันก็แค่ไอ้พวกขี้โมโห เก็บความแค้นอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่ว่าฉันจะขอโทษคุณสักกี่ล้านครั้ง คุณก็ไม่เคยให้อภัยหรอกค่ะ คุณเป็นคนที่ใจแคบมากที่สุดเท่าที่ฉันเคยรู้จักมา!” จิตตวีย์พูดยืดยาว เหมือนเก็บกดมานาน

คุณโกรธฉันแค่เรื่องเค้กเรื่องเดียว  แล้วก็พาลโกรธกันเป็นชาติ ทั้งๆ ที่เค้กกล้วยหอมที่ฉันยกให้คุณไปในวันนั้น มันเป็นเค้กปอนด์เดียวที่ฉันทำขึ้นเองกับมือ เพื่อที่จะเอาไปเป็นรางวัลแก่ลูกชายของฉันที่วาดรูปได้ที่หนึ่ง แต่ฉันต้องยกให้คุณแทน เพราะความเห็นแก่ตัวของคุณและไม่คิดจะรับฟังเหตุผลของคนอื่น!”

คราวนี้กลายเป็นเขาที่เงียบกริบ ตะลึงกับคำพูดของผู้หญิงตัวเล็ก ผมหยิก ผิวคล้ำ ในมือยังคงจูงมือลูกชายไว้มั่น ซึ่งเด็กชายตัวน้อยด้านหลังแบกกระเป๋านักเรียนหนักอึ้ง ได้แต่แหงนหน้ามองแม่จิตของตัวเองตาไม่กะพริบใบหน้าบ่งบอกว่าตะลึงงงงวยไม่ต่างจากไตรภพ

ถ้าฉันรู้นะคะว่าคนอย่างคุณไม่รู้จักให้อภัย ฉันจะไม่มีวันขอโทษคุณเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะมันเสียเวลาและก็เปลืองน้ำลายของฉันมากด้วยค่ะ!”

พูดเสร็จจิตตวีย์ก็สะบัดหน้าเชิดหนีจากเขาไป พร้อมกับจูงมือเด็กชายที่ยืนมองหน้าแม่ตาไม่กะพริบ เพราะไม่เคยเห็นแม่จิตแสดงอาการแบบนี้มาก่อน หลังจากที่จับลูกชายเข้าไปนั่งในรถได้ หญิงสาวก็ขับรถผ่านหน้าเขา กระนั้นหล่อนก็ยังไม่วายชะลอความเร็วของรถ พร้อมกับเลื่อนกระจกลง แล้วกล่าวประโยคสุดท้ายต่อมาอีก

อ้อลืมบอกไปคนอย่างคุณน่ะ ต่อให้หล่อลากดินราวเทพบุตร แต่นิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นแบบนี้ ชาตินี้ก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนมองหรอกค่ะเพราะคนอย่างคุณมันไม่มีเสน่ห์เอาซะเลย!”

ไตรภพกลืนน้ำลายลงคอ ถ้อยคำของจิตตวีย์ยังคงดังก้องกังวาลอยู่ในโสตประสาท ตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยมีใครพูดจาถากถางเขาตรงๆ แบบนี้มาก่อน 

ชายหนุ่มรู้ตัวดีเสมอมาว่าเขาเป็นคนยิ้มไม่เก่ง หรือชอบทำตัวหว่านเสน่ห์เหมือนกับชานนท์ ผู้หญิงหลายคนที่เข้ามาหาเขาซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากน้องสาวที่สรรหามาให้ แต่สุดท้ายก็ส่ายหน้ากลับไปทุกที เพราะความเย็นชาที่เขาแสดงออก แม้จะเคยถูกเพื่อนแซวเล่นหลายครั้งว่าเมื่อไหร่เขาจะเจอผู้หญิงที่ใช่สักที ในเมื่อตัวเขาก็มีพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงานนายแบงค์อนาคตดี หรือแม้แต่รูปร่างหน้าตาที่ทำเอาสาวๆ ต้องเหลียวมองกลับไปทุกที จะติดขัดอยู่ก็ตรงที่ความนิ่งเฉยและหน้าไม่รับแขกนั่นแหละที่ทำให้เสน่ห์ของเขาหมดไปโดยสิ้นเชิง กลายเป็นคนไร้เสน่ห์ไปโดยปริยาย และมันก็ตรงตามที่จิตตวีย์เพิ่งพ่นออกมาใส่คนที่เถียงไม่ออกเมื่อครู่นี้ทุกอย่าง


จิตตวีย์เองก็ไม่ได้รู้สึกสบายใจเลย ตั้งแต่ที่โพล่งประโยคตำหนิเขาออกไปอย่างที่ใจคิด แม้จะรู้สึกว่ามันโล่งขึ้นมาบ้างหลังจากนั้นไม่กี่นาที แต่เมื่อนั่งคิดนอนคิด รวมไปถึงสมาธิในการทำขนมในครัวก็ขาดหายไปด้วย จนคัพเค้กของหล่อนเกิดไหม้ดำปี๋ ต้องจัดการทำใหม่อย่างหงุดหงิด 

และจิตตวีย์ก็คิดตำหนิตัวเองว่าหล่อนควรจะยับยั้งชั่งใจบ้าง ควรจะคอยให้ตัวเองใจเย็นก่อน ก่อนที่จะพูดอะไรออกไปตามอารมณ์โมโห ซึ่งจิตตวีย์เคยทำได้ดีมาตลอด ยกเว้นกับเขานี่แหละ ที่ทำให้ความโมโหในวันนั้นมันขาดผึ่ง ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง จิตตวีย์เองก็ไม่เคยพบเจอใครที่ทำตัวด้านชาได้ขนาดนี้ แถมหลายครั้งเขาทำราวกับว่าจิตตวีย์เป็นอากาศ มองผ่านด้วยดวงตาอันเฉยชาและไม่ชอบใจ จนบางครั้งหล่อนคิดว่าเขาคงรังเกียจหล่อนเอา แต่นั่นก็เป็นสิทธิ์ของเขาหล่อนไม่ได้ใส่ใจนัก

แต่แล้วความคิดเพลิดเพลินก็หยุดลง เมื่อกริ๊งประตูของค็อฟฟี่ช็อฟส่งเสียงขึ้น หญิงสาวแหงนหน้าขึ้นมองไปยังต้นเสียงตามสัญชาตญาณ และก็พบว่าเป็นเพื่อนของตนที่เดินเข้ามา ภัทรินกับเนตรดาว นอกจากนั้นก็มีอภินันท์และไตรภพด้วย ซึ่งนำความกังขามาให้กับจิตตวีย์ไประยะ ที่เห็นนายแบงค์หนุ่มยืนรวมกลุ่มอยู่ด้วย เขาแทบไม่อยากจะสบตาอะไรกับจิตตวีย์เลย

ลมอะไรหอบพวกเธอมาถึงที่นี่ได้จ๊ะสองสาวจิตตวีย์เดินตรงดิ่งออกมาจากเคาน์เตอร์ ใบหน้ายิ้มแย้มแต่มันเยิ้มอยู่เลย

ลมคิดถึงจิตนั่นแหละภัทรินพูดอย่างอารมณ์ดี ท้องที่โย้ไม่มากนัก เมื่อเจอกันครั้งล่าสุด ตอนนี้ดูเหมือนกับว่ามันจะกลายเป็นลูกบอลลูนน้อยๆ ขึ้นมา

นั่งก่อน เชิญเลยค่ะทุกคนจิตตวีย์เชื้อเชิญทุกคนให้นั่ง จับเก้าอี้ขยับให้ภัทรินนั่ง เพราะท้องใหญ่ไม่อยากจะให้ยืนนาน

เอากาแฟ เค้กหรืออะไรกันไหม” 

ไม่ละจ๊ะจิตพอดีเพิ่งออกไปทานข้าวกันมาน่ะ อยู่แถวนี้ๆ ก็เลยแวะมาหาจิตภัทรินพูดจ้อยๆ พร้อมใบหน้ายิ้มแย้มในขณะที่เนตรดาวกับไตรภพเอาแต่เงียบส่วนอภินันท์ก็เอาแต่ยิ้ม แม้ยิ้มนั้นจะแห้งเต็มที

อิ่มกันมาแล้วล่ะสิท่า

ก็พอสมควรละ แต่ดาวกินน้อยน่ะภัทรินหันไปตำหนิเพื่อนตัวเล็ก เมื่อนึกถึงตอนที่ได้นั่งร่วมทานมื้อเย็นกันนั้น เนตรดาวไม่ได้เอาใจใส่กับอาหารเลย หน้าตาก็ไม่ได้ยิ้มแย้มสักเท่าไหร่ แม้ว่าไตรภพจะชวนคุยอยู่บ้าง 

ภัทรินเว้าวอนให้สามีโทรตามไตรภพออกมาทานข้าว หญิงท้องโตก็ติดต่อหาเนตรดาวเช่นกัน ทำให้คนทั้งหมดเจอกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ไกลจากร้านของจิตตวีย์นัก ส่วนแผนการนี้ทุกคนต่างก็รู้กันดีว่าภัทรินคือแม่สื่อที่จะจับคู่เนตรดาวกับไตรภพให้ได้ 

ดาวไม่หิวน่ะ

การพูดคุยเป็นไปไม่นานนัก ภัทรินกับอภินันท์ก็ขอตัวกลับ ซึ่งปล่อยให้เนตรดาวได้นั่งกับไตรภพต่อ โดยที่ภัทรินยังได้หันมากำชับไตรภพกรายๆ ว่าให้ไปส่งเนตรดาวด้วย 

เนตรดาวปฏิเสธยากเป็นทุนอยู่แล้วเพราะตามใจภัทรินมาตลอดราวพี่สาวที่คลานตามกันมา ในครั้งนี้เนตรดาวจึงยอมทำตามความต้องการของภัทรินอีกตามเคย 

ส่วนไตรภพตั้งแต่เจอกล่าวตักเตือนจากจิตตวีย์ มันก็ทำให้เขาคิดทบทวนตัวเองบ้างและก็เห็นด้วยว่าตัวเองนั้นไม่เป็นมิตรจริงๆ จึงทำให้พออภินันท์ชวนออกมาทานข้าว ชายหนุ่มจึงตอบตกลงเพื่อที่จะทำตัวเป็นคนออกสังคมและมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีบ้าง แม้จะตกใจเล็กน้อยที่เห็นเนตรดาวมาด้วย แต่เรื่องนี้เขาเองก็เคยรู้มาบ้างแล้วเพราะอภินันท์เคยเกริ่นให้ฟังว่าภัทรินอยากจะให้เนตรดาวกับไตรภพลองได้พูดคุยกันดูเพราะภัทรินเห็นว่าไตรภพมีความเหมาะสมกับเนตรดาวมากกว่าชานนท์ แม้เขาจะปฏเสธเสียงแข็งมาก่อนในเรื่องนี้ แต่ในวันนี้เขาก็เลือกที่จะไม่พูดมาก เพราะแค่ทานข้าวคงไม่มีอะไร

การที่ภัทรินพาเนตรดาวและไตรภพมาที่ค็อฟฟี่ช็อฟของจิตตวีย์แล้วปล่อยทิ้งไว้ ก็เพื่อที่จะให้ทั้งเนตรดาวและไตรภาพได้สร้างบรรยากาศการพูดคุยในมุมเล็กๆ ที่มีผู้คนไม่มากไม่มายและจิตตวีย์อาจจะช่วยเป็นหูเป็นตาให้บ้าง ซึ่งเจ้าของร้านกาแฟก็ได้แต่อมยิ้มแล้วปลีกตัวออกมา เมื่อภัทรินจากไปแล้ว เพราะจิตตวีย์ก็เข้าใจในความหมายของภัทรินเป็นอย่างดี 

หากแต่สิ่งที่จิตตวีย์เห็นนั่นคือคนทั้งสองต่างก็นั่งกันเงียบๆ กาแฟร้อนๆ ถูกนำมาเสิร์ฟตามที่ภัทรินเจ้ากี้เจ้าการสั่งไว้ก่อนไป ซึ่งคนทั้งสองก็จิบกันคนละนิดละหน่อย มีการพูดคุยแต่ก็เหมือนจะหลุดออกมาจากปากยากทั้งสองคน จิตตวีย์เห็นใจที่สุดก็เนตรดาวเพราะว่าเป็นเพื่อนของตัวเองซึ่งอาการของเนตรดาวเหมือนหวานอมขมกลืน ส่วนหนุ่มมาดขรึมนั่น ก็มีอาการไม่ต่างกัน แต่จิตตวีย์ไม่ได้ให้ความสนใจสักเท่าไหร่ เขาจะเป็นตายร้ายดียังไงมันก็ไม่ใช่เรื่องของหล่อน

จะกลับเลยไหมครับ เดี๋ยวร้านก็ปิดแล้วไตรภพเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าแก้วกาแฟของเนตรดาวหมดไปแล้ว เขาเองก็ดื่มหมดก่อนหน้าไม่นาน

กลับก็ดีค่ะ แต่พี่ภพไม่ต้องไปส่งดาวหรอกนะคะ ดาวมีธุระค่ะไม่อยากจะรบกวน

แต่พี่รับปาก...”

ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ยัยภัทก็ฝากฝังไปงั้นๆ แหละยังไงก็ขอบคุณในน้ำใจของพี่ภพนะคะ ดาวขอตัวค่ะหญิงสาวลุกขึ้นด่วนจี๋ตรงดิ่งมาร่ำลาจิตตวีย์ที่ส่งยิ้มมาให้ระคนงงงวย เพราะไม่เห็นว่าไตรภพจะลุกจากเก้าอี้ของตัวเองนอกจากเนตรดาวคนเดียว ซึ่งภัทรินกำชับให้ไตรภพไปส่งเนตรดาว แต่ไหง๋จึงกลายเป็นว่าเนตรดาวเตรียมตัวกลับคนเดียว

กลับแล้วนะ

อ้าว...แล้วนั่นล่ะจิตตวีย์กระซิบถามออกไปด้วยความสงสัย

ฝากด้วย

ดาว!!”

ไม่ทันที่จิตตวีย์จะได้ถามไถ่มากไปกว่านั้น เนตรดาวที่ฝากฝังไตรภพไว้กับจิตตวีย์ก็วิ่งตัวปลิวออกจากร้านไปทำราวกับว่านัดแนะกับใครไว้

ส่วนไตรภพที่ถูกทิ้งไว้กลับไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร ตรงข้ามดูท่าทางของเขาค่อนข้างผ่อนคลายมากกว่าตอนที่เนตรดาวอยู่เสียอีก ชายหนุ่มลุกขึ้นดวงตาที่มองมายังจิตตวีย์ไม่ได้มีอาการเย็นชาเหมือนที่เคยเห็น แม้จะไม่ถึงกับฉีกยิ้มให้แต่ก็ไม่ได้บึ้งตึงเหมือนแต่ก่อน

ผมคงต้องกลับเช่นกัน ขอบคุณสำหรับกาแฟอร่อยๆ นะครับเขากล่าวร่ำลา เพราะตอนนี้เป็นเวลาที่หล่อนจะปิดร้านพอดี

คุณไตรภพคะจิตตวีย์เรียกเขาไว้เสียงแผ่วเบา ก่อนที่ไตรภพจะเดินออกจากร้าน

ครับเขาขานรับเสียงนุ่มกว่าทุกครั้งเช่นกัน นั่นยิ่งทำให้จิตตวีย์คิดว่าตัวเองคงหูไม่ดี จนเผลอนำมือแคะเอาขี้หูตัวเองออก และมันทำให้เขาอมยิ้มขึ้นมาอดคิดไม่ได้ว่าหล่อนก็ขี้เล่นดีเหมือนกัน เพียงแต่พอหล่อนมองกลับมา เขาก็รีบปั้นหน้าเฉยเมยมาอีก เพื่อกลบเกลื่อนรอยยิ้มของตัวเองที่น้อยคนนักจะได้เห็น

รีบไหมคะ

ไม่ครับ แค่จะกลับบ้านตามปกติ

จิตตวีย์เดินผ่านหน้าเขาแล้วพลิกป้ายหน้าประตูร้านให้รู้ว่าร้านของหล่อนปิดแล้ว และทำการล็อกประตูไว้ทันที เขามองตามอย่างไม่เข้าใจ แต่หัวใจก็เต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นก่อน เกิดความตื่นเต้นแปลกๆ พิกล

เอ่อ...ฉันแค่ต้องการคุยด้วยค่ะและอยากจะขอโทษเรื่องเค้กกล้วยหอม ฉันไม่รู้จริงๆ ว่านั่นจะทำให้คุณถูกเพื่อนคุณเอามาล้อได้ ฉันรู้ค่ะว่าคุณไม่ให้อภัยแน่ แต่มาถึงวันนี้ฉันก็เข้าใจค่ะว่าเพราะอะไร แต่ฉันก็อยากจะบอกให้คุณได้รู้ว่าฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ และอยากจะขอโทษอีกครั้งค่ะแหมน้ำเสียงนั้นจะประหม่าแต่หล่อนกลับรู้สึกโล่งใจที่ได้กล่าวคำขอโทษออกไปอีกเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ 

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รับคำขอโทษแต่นี่ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จิตตวีย์จะทำได้ หล่อนต้องการให้เรื่องระหว่างเขากับหล่อนที่บาดหมางไม่มองหน้าไม่พูดจากัน ให้มันจบกันแค่นี้ ต่อไปก็ทำเหมือนคนไม่รู้จักกันก็ได้ จิตตวีย์คิดว่าก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

0 ความคิดเห็น