กามเทพร้อยรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,345 Views

  • 18 Comments

  • 79 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,587

    Overall
    14,345

ตอนที่ 13 : CEO & ศัตรูหมายเลข 1.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 501
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    15 ก.ย. 61

     ธัญพิมลหันรีหันขวางยื่นมือไปหยิบลิปสติกสีหวานชมพูจาง ขึ้นมาทาบยังเรียวปากของตัวเอง เพราะความรีบร้อนทำให้ไม่ได้แต่งแต้มใบหน้ามาจากบ้าน จนเมื่อจอดรถไปยังที่จอดรถแล้ว ทำให้พอจะมีเวลาจัดการกับตัวเองบ้าง กระจกในรถถูกปรับให้เป็นกระจกแต่งหน้าชั้นดี บรัชออนยกขึ้นปัดๆ ให้พอแล้วเสร็จ ขอแค่ใบหน้าไม่ต้องซีดเซียวมากนักก็น่าจะดีที่สุด 

ผมบ็อบยาวเลยบ่ามานิดหน่อยถูกสางด้วยนิ้วมือทั้งสิบพอหยาบ ก่อนจะเปิดหาอะไรสักอย่างในรถ และในที่สุดก็พบกับหวีเล็กฟันถี่ยิบคู่ใจ ที่มักจะซ่อนมันไว้ในรถโกโรโกโสคันนี้ของตัวเอง แล้วรีบหวี ด้วยความเร็ว ตาคู่หวานไม่วายมองไปยังนาฬิกาข้อมือของตัวเอง อีกแค่สิบห้านาที ถือว่ามีเวลาถมเถไป

รถสปอร์ตยี่ห้อดังวิ่งผ่านหน้ารถของหล่อนด้วยความเร็วสูงเอาการแล้วหักเลี้ยวถอยหลังจอดรถเข้ามายังที่จอดข้างหน้าของหญิงสาวอย่างชำนาญช่ำชองด้วยมือที่หักพวงมาลัยแค่มือเดียว ส่วนอีกมือจับพาดไปยังที่นั่งเบาะข้าง และแค่เอี้ยวคอมามอง เหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว ทั้ง ที่ที่จอดรถก็ไม่ได้มากมายอะไร 

ทำได้ไงวะ?” ธัญพิมลเหลือบมองรถคนดังกล่าวตาไม่กะพริบ แม้จะรู้สึกทึ่งกับเจ้าของรถที่เข้ามาจอดเหมือนระดับโปรเฟรชชั่นเนล หากแต่รถคันนี้ หล่อนไม่เคยพบไม่เคยเจอมาก่อนเลยสักครั้ง สถานที่จอดรถตรงนี้ก็เฉพาะของพนักงานในบริษัทของหล่อนเท่านั้น สงสัยเขาคงจะมาจอดผิดที่ผิดทางต่อให้ทำงานในตึกเดียวกันก็เถอะ 

ไม่ได้การละ ธัญพิมลคิดหล่อนจะต้องบอกให้เจ้าของรถเก๋งคันแสนแพงนั้นให้รู้ตัวซะบ้าง รวยแต่ไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือ!

เมื่อรวบเอาข้าวของพร้อมจะออกจากรถของตนและเพื่อจะไปบอกคนที่มาจอดรถผิดที่ให้ไปจอดที่ใหม่ แต่เสียงรถที่กดปิดประตูอัตโนมัติจากกุญแจดัง ปี๊บ ขึ้นมา พร้อมกับไฟท้ายที่ส่งแสงระยิบมายังดวงตาของหล่อนสองครั้ง ทำให้ใบหน้านั้นต้องแหงนเงยขึ้นมองทันที แล้วก็แทบตกใจ เมื่อคนที่เป็นเจ้าของรถคือคนที่เขาชนเอาหล่อนท้าวระบมเข้าให้จนตอนนี้ เขา...หล่อนคลี่ยิ้มยังมุมปากอย่างพอใจ

มือเรียวเปิดประตูรถออกทันที ชายหนุ่มหันหน้ามามองเสียงปิดประตู เขานิ่วหน้าส่งยิ้มมาให้ พร้อมกับเหลือบมองนาฬิกาของตน ดวงหน้าของหญิงสาวยกยิ้มที่มุมปากพร้อมกับกอดอกยืนมองเขาดวงตาที่ส่งมาให้บ่งบอกว่าเขาคงงี่เง่าสิ้นดี

คุณปราชญ์ เจอกันอีกจนได้นะคะหล่อนทักเขาเสียงแจ่มใส แต่ดวงตาเหมือนมีอะไรแอบซ่อนอยู่

ครับคุณธัญพิมล โลกกลมนะครับเจอกันทีไรก็ต้องจอดรถใกล้กันทุกทีเขาทักขึ้นบ้างเดินเขามาหาคนที่ยืนมองเขาด้วยรอยยิ้ม และชายหนุ่มก็ชักจะชอบรอยยิ้มนั้นเสียด้วยสิแม้ว่ามันจะดูเหมือนเย้ยหยันอยู่ในทีก็ตามแต่อย่างน้อยเขาก็เห็นว่ามันเป็นรอยยิ้มที่ส่อแววถึงความสุขของคนที่กำลังยืนยิ้มอยู่

ค่ะ...แต่ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจอะไรผิดหล่อนยังคงไม่พูดออกไปทันที 

เข้าใจผิด?” ชายหนุ่มนิ่วหน้า

ค่ะ...เพราะที่จอดรถตรงนี้เฉพาะพนักงานที่ทำงานในบริษัทที่ติดป้ายไว้เท่านั้นนะคะ คุณคงจอดผิดที่แล้วล่ะค่ะ ต่อให้คุณจะมาทำงานหรือติดต่องานในตึกนี้ก็ตาม ต้องไปจอดในส่วนของลูกค้าหรือผู้มาเยือนค่ะ นั่นคือต้องขับขึ้นไปอีกชั้นนะคะหล่อนบอกเสียงสดใส เพราะอยากจะเอาคืนเขานั่นแหละ และนี่เป็นโอกาสทองที่ดีสุดที่หล่อนไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นได้รวดเร็วขนาดนี้ 

ยิ่งมองไปยังรถสปอร์ตคันสวยของเขาที่จอดอยู่ใกล้กับรถเก่า เล็ก ของหล่อนก็ยิ่งทำให้รู้ว่าเขาคงเป็นพวกมีกะตังค์เอาการ วันนั้นก็อีกคันหนึ่ง วันนี้ก็อีกคันหนึ่ง แต่สุดท้ายก็จอดรถไม่ดูตาม้าตาเรือ 

ชายหนุ่มเบ้ปากน้อย ยักไหล่เบา เหมือนกับไม่สะทกสะท้านกับคำพูดที่จะทำให้เขาหน้าแตกขึ้นมาเลย

ผมคิดว่าผมมาไม่ผิดที่นะ เท่าที่คนบอกก็บริษัทนี้แหละ

ผิดค่ะ เชื่อฉัน

บริษัทนี้เป็นของคุณเหรอครับ?” 

ไม่ใช่ค่ะ แต่ฉันทำงานที่นี่ เพราะฉะนั้นฉันต้องรักษาผลประโยชน์ให้กับบริษัทของตัวเองค่ะ

อ้อ...” เขายิ้มน้อย ที่มุมปาก รอยยิ้มของเขาก็ช่างสดใสน่ามองเป็นบ้า น่ามองยิ่งกว่าตอนที่เขาทำหน้าเอือมระอาใส่หล่อนเป็นไหน เสียอีก

ผมว่าคุณน่าจะได้รับรางวัลดีเด่นจากบริษัทคุณน่ะ ดูท่าทางคุณรักและทำเพื่อบริษัทของตัวเองเต็มที่ซะขนาดนี้ แม้แต่การจอดรถก็มาไล่คนอื่นไม่ให้มาจอด” 

ธัญพิมลไม่แน่ใจนักว่าไอ้ที่เขาพูดอยู่นี่เพราะเขากำลังจะด่าหรือจะชมหล่อนกันแน่ ทำให้ใบหน้านั้นหุบยิ้มเยาะขึ้นมาเสียได้ แต่ก็ยังเชิดหน้าเย่อหยิ่งส่งไปให้เขาอยู่ดี

ก็แหง๋ล่ะใครไม่รักบริษัทตัวเองไม่ทราบค่ะ มันบ่อข้าวบ่อน้ำนี่!” หล่อนว่าให้อย่างขัดเคือง แล้วชายหนุ่มก็หัวเราะตามมาอีก

คุณนี่นะ ดุชะมัดเขาตอกกลับทำเอาหล่อนแทบหน้าหงาย เพราะหญิงสาวยังไม่ได้ดุด่าว่ากล่าวอะไรเขาสักนิด และคราวนี้มั่นใจอย่างแน่แท้ว่าเขากำลังด่าหล่อนจริง  

นี่คุณปราชญ์...ฉันน่ะหวังดีนะคะ ถึงได้มาเตือนไว้ก่อน ก่อนที่ยามจะมาลากคุณออกไปพร้อมค่าปรับบานตะไทนั่นคือความหวังดีจริง ของหล่อนอย่างที่ไม่มีอะไรแอบแฝงเลยสักนิด 

ให้ตายสิเขาน่าจะเชื่อและรีบไปขยับรถของตัวเองออกจากที่จอดได้แล้ว เพราะตอนนี้รถของเขามันกลบรัศมีรถของหล่อนจนหมดสิ้น!

ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหัวและทำหน้าเอือมระอาแบบเดียวกันกับที่เขาเคยทำใส่หล่อนมาก่อน 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

0 ความคิดเห็น