กามเทพร้อยรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,365 Views

  • 25 Comments

  • 69 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,145

    Overall
    18,365

ตอนที่ 13 : ผู้เก็บความลับ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 549
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    18 เม.ย. 62

     ธัญพิมลยังคงดื้อดึงพาเท้าอันบวมเป่งไปทำงานทุกวันจนล่วงเลยมาถึงวันศุกร์คิดว่าวันสุดท้ายของการทำงานแล้วทนๆ เอาหน่อยก็ไม่น่าจะมีอะไร แม้จะมีอาการไม่ค่อยดีนัก รู้สึกราวกับเป็นไข้รุมๆ อยู่ตลอดเวลาและก็ได้กินทั้งยาแก้ปวด ยาแก้ใข้ หากแต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น อาการไข้ยังคงเท่าเดิม

ใบหน้าของธัญพิมลค่อนข้างซีดเซียวซึ่งเพื่อนร่วมงานเองก็ทักไปแล้วสองสามราย แต่หญิงสาวก็ได้แต่ยิ้มและบอกไปว่าตนนั้นสบายดีไม่มีปัญหาอะไร แถมยังพยายามฝืนยิ้มใหักับคู่สนทนาเพื่อให้อีกฝ่ายหยุดสังเกตอาการผิดปกติของหล่อน

แต่การโกหกด้วยคำพูดและรอยยิ้มนั้นไม่สามารถที่จะปกปิดได้ เพราะในขณะที่คิดจะลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานเพื่อจะเดินไปห้องน้ำ จู่ๆ หญิงสาวก็เห็นว่าพื้นโงนเงนจนทรงตัวไม่อยู่ ซึ่งมันเป็นผลให้หล่อนล้มลงไป ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายที่ใครหลายคนเรียกชื่อหล่อนเป็นพัลวัน คนเท้าบวมนอนฟุบไปกับพื้นและไม่รู้สึกตัวอะไรอีกเลย


ธัญพิมลไม่สามารถจำอะไรได้อีกเลยว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ลืมตามองดูเพดานสีขาวสนิทที่ไม่คุ้นตา กลิ่นยาครุกรุ่นไปทั่วและมันทำให้หล่อนต้องกะพริบตาถี่ๆ สองสามครั้ง ก่อนจะยกมือขึ้นกุมหน้าผากของตัวเอง แล้วก็เหลือบเห็นเข็มที่จิ้มมายังหลังมือ ดวงตาของหล่อนเบิกโพลงด้วยความตกใจ พร้อมกับมองหลังมือตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อแน่ใจแล้วว่านี่ไม่ใช่ความฝันหรือความเข้าใจผิด ทำให้หล่อนลุกขึ้นนั่งพรวดพราด แล้วก็พบว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ก็เป็นชุดของโรงพยาบาลที่ไหนสักแห่ง

ตื่นแล้วเหรอ?”​ เสียงทักขึ้นมาจากห้องกว้างทำให้หญิงสาวมองไปยังต้นเสียง ร่างของศัตรูหมายเลขหนึ่งของหล่อนกำลังเยื้องกรายเข้ามาและตอนนี้กำลังเดินตรงมายังเตียงที่หล่อนนั่งอยู่

คุณ...” หล่อนมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ยังคงงุนงงหากแต่ก็ไม่ชอบใจสักเท่าไหร่ที่เขายืนเด่นอยู่ข้างเตียงของหล่อน

เขายังอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาแขนเสื้อพับสูงขึ้นมาถึงศอก สูทตัวนอกวางพาดไปยังโซฟาตัวยาวของห้องพัก ตอนนี้หล่อนอยู่ในห้องพิเศษ? และยังมีแก้วกาแฟวางอยู่บนโต๊ะโซฟา และมันก็คงเป็นกาแฟของเขานั่นเอง

มองผมเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อเลยนะเมื่อเดินมาถึงเตียง คนปากดีอย่างเขาก็ไม่วายเหน็บไปให้กับดวงตาอันไม่พอใจของหล่อน พร้อมกับที่เขายื่นมือไปยังหัวเตียงเพื่อปรับระดับเตียงให้สูงขึ้นให้คนไข้อย่างหล่อนได้นั่งได้สบายขึ้น

ฉันไม่เข้าใจ

ง่ายนิดเดียว นี่ไงปุ่มเขาชี้ปุ่มกดปรับระดับเตียงให้แก่หล่อนได้เห็น แล้วจัดการปรับขึ้นปรับลง พานทำเอาคนไข้ต้องขยับไปมาตาม และรู้ว่าเขากำลังแกล้งหล่อนอยู่

คุณปราชญ์หยุดนะ ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องปุ่มปรับเตียง!”

อ้าวเหรอ ผมก็นึกว่า...”

คุณรู้ดี หยุดเลยค่ะ

งั้นไม่เข้าใจอะไร

สิ่งที่หล่อนพอจะคิดได้ตอนนี้ มันทำให้หน้าแดง ก้มมองเสื้อผ้าของตัวเอง แล้วมองหน้าเขาตาไม่กะพริบใครเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ฉัน

ผมมั้งคำตอบของเขาทำเอาคนที่เพิ่งถามถึงกับหน้าแดงซ่าน พานคิดไปว่าอยากจะถอดเข็มแหลมๆ จากหลังมือตัวเองจิ้มไปยังดวงตากรุ้มกริ่มของเขาซะเดี๋ยวนั้น เพราะคำตอบของเขามันทำให้หล่อนเกิดความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจขึ้นมาและความอับอายด้วย นั่นหมายถึงว่าเขาคงได้เห็นเรือนร่างของหล่อนจนหมดแล้ว

คุณไม่มีสิทธิ์และไม่ควรนะคะ!” หล่อนเริ่มแหวให้เขา ทั้งอับอายและโมโห มืออีกข้างกุมคอเสื้อไว้มั่นด้วยสัญชาตญาณอะไรสักอย่างว่าเขาจะมองทะลุเห็นหน้าอกหน้าใจของหล่อนหรือยังไงก็ไม่รู้ ตัวเขาได้แต่หัวเราะในลำคออย่างขบขัน 

ปราชญ์เองก็ไม่เคยรู้สึกสนุกสนานกับการหยอกเย้าผู้หญิงคนไหนมาก่อน จู่ๆ เขาก็คิดว่าการทำให้ธัญพิมลโกรธเคืองมันกลายเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นและสำราญสำหรับเขาไปเสียแล้ว

ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ในเมื่อหมอกับพยาบาลต่างก็คิดว่าผมเป็นแฟนของคุณอยู่แล้วเขาเล่าความจริงให้ฟังในตอนที่เขาพาหล่อนมา ซึ่งแน่นอนละผู้ชายพาผู้หญิงมาโรงพยาบาล มันก็มีโอกาสเป็นคนรัก สามีภรรยาหรืออะไรสักอย่างที่ใกล้ชิดกัน และพยาบาลยังคะยั้นคะยอให้เขาช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้แฟนของตัวเองด้วยเพื่อความรวดเร็ว

ธัญพิมลแทบกรี๊ดใส่หน้าเขาซึ่งเขาทำเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรทั้งนั้น เขาไม่ควรที่จะทำแบบนั้นเลย สิ่งที่เขาจะต้องทำนั่นคือบอกให้ทางหมอกับพยาบาลรู้ว่าเขากับหล่อนเป็นแค่ลูกจ้างและนายจ้างเท่านั้น ไม่ใช่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดบานปลายกันไปแบบนี้

คุณ...แย่มากๆหล่อนหน้าแดงแทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ไม่ได้มีผมคนเดียวที่เห็นสักหน่อย บรรดาหมอ พยาบาลทั้งหญิงทั้งชายก็เห็นกันหมดนั่นแหละเขายังเย้าต่อไปอีกและรู้ดีว่าตอนนี้คนป่วยที่นั่งอยู่บนเตียงกำลังอยากจะฆ่าเขามากแค่ไหน หล่อนโมโหจนเชื่อคำพูดของเขาทุกคำ 

เฮ้อ หูเบาได้อีกแม่คุณเอ้ย

คุณปราชญ์!” หล่อนกัดฟันเรียกชื่อเขาเสียงเขียวเต็มไปด้วยความโมโห 

ครับผม...คุณธัญพิมลเขาตอบกลับมาเสียงนุ่มทุ้มหูและอารมณ์ดี

คุณนี่แย่ที่สุด นอกจากคุณจะไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษแล้วนะ คุณยังเป็นคนที่ฉวยโอกาสมากด้วย เป็นถึงระดับผู้บริหาร ทำไมนิสัยของคุณถึงได้แย่แบบนี้คะมาถึงตอนนี้หญิงสาวไม่เกรงกลัวกับการถูกไล่ออกแล้ว อยากจะว่ากล่าวก่นด่าเขาให้เหมือนกับที่หัวสมองสั่งการ เขานิสัยแย่เกินความคาดหมายของหล่อนเสียอีก 

แต่การก่นด่าเขาหรือแสดงความเกรี้ยวกราดนั้นยิ่งก่อความโมโหของหล่อนให้เพิ่มหลายเท่าทวีคูณ เมื่อใบหน้าคมเข้มนั้นกลับเอาแต่หัวเราะชอบใจ ไม่รับรู้หรือสะทกสะท้านเลยว่าตอนนี้หล่อนอยากจะขุดทุกคำแสบๆ คันๆ ออกมาจัดการให้เขาเจ็บใจเพียงแต่หล่อนนั้นด่าไม่ค่อยเก่งสักเท่าไหร่ และมันก็ทำให้เขารู้สึกเอ็นดูขึ้นมา

ผมว่าอาการของคุณคงดีขึ้นแล้วนะครับ ไม่งั้นคงไม่ด่าผมเป็นไฟแล็บได้ขนาดนี้หรอกเขายืนกอดอกมองคนไข้ที่เกิดอาการปากดี เพียงแค่เห็นเขาและเชื่อในคำพูดของเขา และเริ่มร่ายคำด่าเขาซ้ำไปซ้ำมาคนบ้า คนผีทะเล ฉวยโอกาส หื่น น่ารังเกียจ บ้าๆๆคนที่โดนด่าก็ได้แต่ยิ้มตอบรับ และรับรู้ว่าคนอย่างธัญพิมลนั้นด่าได้แสบสุดก็แค่นี้แหละ

คุณควรจะโดนด่ามากกว่านี้

ผมก็ยืนให้ด่าอยู่นี่ไงครับ ยังมีคำขาดเหลืออีกมากมายเลยนะ คุณด่ามาไม่กี่คำเอง” 

ท่าทางยั่วยวนกวนโทสะของเขา ทำให้ธัญพิมลพยายามขยับตัวหนีไปจนติดขอบเตียงอีกฟากหนึ่ง เพื่อที่จะให้ตัวเองอยู่ห่างไกลจากเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยที่มีเขายืนมองอยู่พร้อมกับส่ายหัวไปมาอย่างรู้สึกเอือมระอา ซึ่งธัญพิมลคิดว่ามันคล้ายกับตอนที่เขานั่งอยู่ในรถแล้วมองหล่อนในวันแรกที่เจอกันนั่นแหละ 

ดูถูกดูแคลน!!

ขยับไปอีกนิดเดียวคุณตกเตียงแน่ จะหาว่าผมไม่เตือนไม่ได้นะครับเขาพูดเสียงเนือยๆ เมื่อเห็นพฤติกรรมอันรังเกียจรังงอนที่หล่อนทำกับเขาแต่ไม่สามารถก่นด่าคำอื่นได้อีก แต่อีกใจเขาก็สะใจดีที่ได้เห็นหล่อนมีอาการอับอาย แบบนี้ก็ถือซะว่าเอาคืนในสิ่งที่ธัญพิมลเคยพูดไม่ดีเกี่ยวกับเขาก็แล้วกัน จะได้เจ๋ากันไป

คุณออกไปได้แล้ว ฉันอยากจะคุยกับหมอ

หมอและพยาบาลเดินเข้ามาเมื่อชายหนุ่มกดปุ่มเรียกตามความประสงค์ และธัญพิมลก็รู้ในเวลาต่อมาว่าการที่หล่อนต้องมานั่งถลึงตาใส่เจ้านายของตัวเองในห้องพักพิเศษนี้ก็เพราะว่าหล่อนมีอาการอักเสบที่เท้าอันบวมเป่ง และตอนนี้มาถึงหมอได้ทันเวลา ก่อนที่มันจะแย่ยิ่งกว่านี้ และสามารถกลับบ้านได้ทันที โดยที่ไม่จำเป็นต้องนอนที่โรงพยาบาลก็ได้ ซึ่งหญิงสาวก็เลือกที่จะกลับบ้าน

จะให้ช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้หรือจะเปลี่ยนกันเองคะพยาบาลหน้าเด็กเอ่ยถามขึ้น เมื่อคนไข้ตัดสินใจที่จะกลับบ้าน หล่อนหันหน้าไปมองชายหนุ่มที่ตอนนี้หน้าแดงซ่านขึ้นมาเช่นกัน เขาแสร้งมองเพดานรอคำตอบของหญิงสาวว่าจะให้ใครเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อเสียงดุของหล่อนดังขึ้น ทำราวกับเป็นเมียเขาจริงๆ เสียด้วย

นี่คุณ...ออกไปรับยาสิ! ฉันเปลี่ยนเสื้อผ้ากับพยาบาลเองก็ได้ จะได้ไม่ต้องเสียเวลา!” 

ได้จ้ะที่รัก ผมรับยาแล้วคอยข้างนอกนะครับ รีบออกมาละผมเป็นห่วงและคิดถึงเขาหยอดคำหวานใส่ไปให้พร้อมกับดวงตากรุ้มกริ่มที่ทำเอาพยาบาลเองก็หน้าแดงตามไปด้วย แต่ธัญพิมลรู้ดีว่าเขาจงใจแกล้งให้พยาบาลที่เข้าใจผิดอยู่แล้วยิ่งเข้าใจผิดหนักมากขึ้น ส่ิงที่หล่อนทำได้ก็แค่มองเขาตาขวาง กัดฟันเพราะโมโห ฝากไว้ก่อนเถอะวะ!!

ขี้อายจังนะคะพยาบาลที่ช่วยจัดแจงกับเสื้อผ้าเอ่ยขึ้นทั้งหน้าแดง

อาย?? อะไรอายคะ

ก็ผัวเอ้ยแฟนคุณคนนั้นไงคะ อายน่ารักเชียว

อ้อ...” ธัญพิมลไม่รู้จะพูดอะไรดี คิดว่าคงไม่มีประโยชน์ถ้าจะต้องอธิบาย เพราะถึงยังไงพยาบาลก็ไม่รู้จักพวกตนอยู่ดี หากแต่ก็ยังไม่เข้าใจความหมายที่พยาบาลพูดนัก

ตอนที่พามาก็ไม่ยอมเปลี่ยนให้ ตอนนี้ก็ไม่เปลี่ยนพยาบาลยังคงเล่าเจื้อยๆ ต่อไปอีก แต่คนที่ฟังถึงกับชะงักมือไว้

อะไรนะคะ

อะไรเหรอคะ

เอ่อ...คือ เขาไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ฉันเหรอคะ

ไม่นี่ค่ะ

นี่เขาหลอกหล่อนหรอกเหรอนี่!!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

0 ความคิดเห็น