กามเทพร้อยรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,340 Views

  • 18 Comments

  • 78 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,582

    Overall
    14,340

ตอนที่ 1 : ผองเพื่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2039
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    26 ส.ค. 61

     เรียวมือสองข้างกุมขมับพร้อมกับบีบนวดเบาๆ เพื่อผ่อนคลายความตรึงเครียดให้กับตัวเอง คิ้วสองฝั่งก็พยายามวิ่งเข้าหากันอย่างยิ่งยวดในยามที่มองไปยังกระดาษตรงหน้าซึ่งกลาดเกลื่อนจนล้นโต๊ะทำงานเล็กๆ และมันก็ทำให้ล้นความสามารถตามไปด้วยเช่นกัน 

สามเดือนเข้าให้แล้วที่สามีมาจากไป จนป่านนี้อะไรๆ ก็ยังดูเหมือนจะไม่เข้าที่เข้าทางสักเท่าไหร่ หลายอย่างที่วาดฝันไว้ ตอนนี้ต้องหยุดฝันชั่วคราวรวมไปถึงบางอย่างอาจจะต้องพับเก็บเสียให้เรียบร้อยไม่อย่างนั้นชีวิตก็คงพบกับความยุ่งยากมากยิ่งขึ้นหรือโชคร้ายก็อาจจะพังไม่เป็นท่า

จิต...” เสียงเรียกมาจากประตูออฟฟิศเล็กๆ ทำให้คนถูกเรียกเหลือบตาขึ้นมองมายังต้นเสียง และทำให้คนที่ถูกเรียกลืมกระดาษแผ่นบางหลายสิบแผ่นไปได้ชั่วขณะ เมื่อพบว่าคนที่มาเยือนเป็นใคร

ปากคู่บางที่ฉาบไว้ด้วยลิปสติกสีส้มจางฉีกยิ้มส่งมาให้คนที่เพิ่งมาเยือน แล้วแขนเล็กก็ยกขึ้นมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง พร้อมกับทำหน้านิ่วเหมือนเริ่มนึกออกว่าได้นัดหมายให้เพื่อนๆ พากันมาหาที่นี่ และตอนนี้ก็ล่วงเลยมาได้เกือบจะครึ่งชั่วโมงแล้ว

เพิ่งมากันเหรอ?” จิตตวีย์เอ่ยขึ้น พร้อมกับรวบเอาเอกสารลงแฟ้มไปคร่าวๆ กะว่าคุยกับเพื่อนเสร็จก็อาจจะได้มาเก็บเข้าที่ให้มันเป็นเรื่องเป็นราวเสีย เพราะที่จริงโต๊ะทำงานของจิตตวีย์นั้นรกเอาการ ถ้าหากคิดจะเก็บให้มันเสร็จก็คงล่อกันไปถึงเช้านู้นแหละ

อือ...” คนร่างเพรียวบางเดินเข้ามา ใบหน้ายังคงซีดเซียวอยู่ ซึ่งเกิดจากการนอนไม่เต็มอิ่ม

ธัญพิมล จำได้ว่ากว่าจะลุกออกจากเตียงนอนแสนนุ่มของตัวเองมาได้ก็ต้องปลุกปล้ำอยู่กับเจ้านาฬิกาปลุกไปหลายรอบ นั่นคือกดแล้วกดอีกหากแต่ไม่ได้ปิดเสียทีเดียว ทำให้นาฬิกาปลุกเจ้ากรรมราคาถูกแต่กลับทำงานดีเกินราคายังคงส่งเสียงแผดเผาอยู่อย่างนั้นแม้จะถูกทุบไปหลายรอบ 

จนสุดท้ายธัญพิมลจำเป็นต้องกดปุ่มปิดแบตเตอรี่เสียสนิทและหวังว่าคงได้หลับตานอนสบายต่อไปได้ แต่สงสัยว่าวันนี้คงไม่ใช่วันพักผ่อนของหล่อน เพราะเมื่อหนีจากนาฬิกาปลุกได้ก็กลายเป็นเสียงโทรศัพท์ของบรรดาเพื่อน สองหญิงกับหนึ่งชายที่กำลังจะกลับกลายเป็นหญิงในอีกไม่น่าจะนาน ถ้าหากต้นทุนในการเปลี่ยนแปลงของร่างกายไม่มากเกินกำลัง  เอ็มม่า หรือ ไอ้เอ็ม คงได้มีรูปร่างเป็นหญิงกับเขาเข้าสักวัน 

คนทั้งสามโทรเข้าหาและเร่งรัดว่าให้อีกฝ่ายแต่งตัวเสียให้เรียบร้อยเพราะกำลังพลกำลังมุ่งหน้ามาหา 

แม้ว่า เนตรดาว ปัทมา และเอ็มม่าจะมาหลังเวลานัดนิดหน่อยก็ตามที หากแต่คนที่นอนหดตัวใต้ผ้าห่มก็ยังไม่รีบร้อนที่จะจัดการกับตัวเอง จนเมื่อเพื่อนมาถึงทำให้ทั้งสามต้องช่วยกันดุนหลังคนแสนขี้เกียจเข้าไปจัดการอาบน้ำอาบท่าเสียให้เรียบร้อย ไม่งั้นธัญพิมลก็คงไม่ได้มายืนหน้าแป้นอยู่ในออฟฟิศของจิตตวีย์ในตอนนี้ได้

หน้าตาดูไม่ดีเลยธัญเสียงทักของเจ้าของออฟฟิศดังขึ้น เมื่อได้มองมายังคนที่มีตาหมองคล้ำเหมือนหมีแพนด้า

เหนื่อยน่ะ” 

ไม่บอกก็รู้เลยแหละ ถ้าเหนื่อยนัดเจอกันวันหลังก็ได้นี่จ๊ะจิตตวีย์บอกเสียงอ่อนโยน เพราะเห็นใจเพื่อนตัวเองที่ต้องพาร่างกายอันทรุดโทรมมาหาตัวเองเอา ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรมากมายแค่เจอกัน เพื่อโม้เรื่องทั่วๆ ไป เท่านั้นเอง และแน่นอนว่าจิตตวีย์นั้นก็อยากเจอเพื่อนๆ ไม่น้อยเช่นกัน เพราะอยากฟังเรื่องงานแต่งงานของ ภัทริน เพื่อนสาวร่างท้วมในกลุ่มที่เพิ่งลั่นระฆังวิวาห์ไปเมื่อสองวันที่ผ่านมา และตัวเองก็ไม่ได้มีโอกาสไปร่วมงาน เหตุเพราะงานรัดตัวมากเกินไป

ไม่มาไม่ได้หรอก ไม่งั้นเจอเฉ่งกะบาลกันพอดีธัญพิมลย่นจมูกใส่คนที่เสนอความเห็นอันไม่เข้าท่ามาให้

ใครกล้ากับธัญ เดี๋ยวจิตช่วยจิตตวีย์ว่าติดตลก แม้จะเข้าใจดีว่าเพื่อนคนไหนก็จะเฉ่งกะบาลของธัญพิมลได้ทั้งนั้นแหละ หากว่าอีกฝ่ายไม่ยอมมาตามนัด

ช่วยอะไร...”

ช่วยเฉ่งต่อ

ธัญพิมลเบ้ปากส่งมาให้

แหม...อย่างจิตเนี่ยนะจะกล้าเฉ่งกะบาลเพื่อน...โลกคงแตกแล้วแหละแค่ดุยังไม่กล้าเล้ย

จิตตวีย์ หญิงสาวร่างเล็ก ผมหยิกหยองแทบเป็นฝอยตัดไว้สั้นเพียงแค่ใบหู ผมข้างหน้าตัดเป็นผมม้าสั้นเต่อขึ้นมา ผิวสีคล้ำแต่นวลเนียนสะอาดสะอ้าน เรียวปากบางแต่ยิ้มง่ายเพราะมีค็อฟฟี่ช็อฟเป็นของตัวเองทำให้มีหัวใจในงานบริการอยู่ในส่วนลึกของก้นบึ้งหัวใจ ส่งผลให้ใบหน้านั้นมีเสน่ห์ขึ้นมาได้เพราะรอยยิ้มละมุนละไม นอกจากนี้นิสัยของจิตตวีย์ยังเป็นประเภทมองโลกในแง่ดี โกรธใครนั้นยากเสียจนเพื่อนต่างคิดว่าจะมีใครกล้าทำให้จิตตวีย์โกรธหรือเปล่าในโลกนี้ ไม่ใช่ว่าจิตตวีย์จะไม่เคยโกรธเคืองให้กับใคร หากแต่หญิงสาวนั้นระงับอารมณ์ของตัวเองไว้ได้ดีพอสมควร 

เกินไป...อย่าให้จิตได้โมโหเป็นพอจิตตวีย์คัดค้านเสียงเบายานคาง ก่อนจะยกมือทั้งสองข้างปัดขึ้นบนอากาศ

เดี๋ยวจิตตามไปนะ ชั้นสองใช่ไหมจิตตวีย์หมายถึงค็อฟฟี่ช็อฟของตัวเองที่มีชั้นสองนั่งชมวิวกันได้สบายอีก และมีมุมโซฟาตัวนุ่มที่รองรับบรรดาลูกค้าที่มากันเป็นกลุ่มใหญ่ ซึ่งมักจะเลือกเอามุมนั้นเป็นมุมสนทนาและยังมองลงไปยังเบื้องล่างผ่านกระจกใสของตัวตึก เห็นทิวทัศน์ของท้องถนนเส้นเล็กแยกตัวออกมาจากถนนเส้นใหญ่ที่คราคร่ำไปด้วยรถยนต์มากมาย


ธัญพิมลส่งยิ้มไปให้กับพนักงานเด็กในร้านที่กำลังยืนรับออร์เดอร์บางอย่างจากลูกค้าหนุ่มในชุดสูทผ้าเนื้อดีสีน้ำเงินเข้มมืด ใบหน้านิ่งเฉยมองสบตากับเด็กสาวไม่ไหวติง ก่อนจะก้มดูกระดาษเล็กๆ ในมือตัวเอง แล้วแหงนหน้าขึ้นมองคนที่เพิ่งส่งกระดาษมาให้

เรียบร้อยแล้วนะครับชายหนุ่มในร่างสูงเพรียว ใบหน้าหล่อเหลาและหยิ่งยโส ที่ทำเอาธัญพิมลอดจ้องมองไม่ได้ เพราะรู้สึกเสียเหลือเกินว่าตัวเองเคยพบเจอที่ไหน มันเหมือนอยู่แค่ปลายจมูกหากแต่คิดยังไงก็คิดไม่ออกสักกะที จนกระทั่งลูกค้ารายนั้นเดินออกไปจากเคาน์เตอร์แล้วนั้นแหละ ทำให้ธัญพิมลได้ก้าวเท้าเดินไปยังจุดนัดพบกับเพื่อนที่ชั้นสองได้

ผู้ชายคนนั้นน่ะ ฉันว่าหน้าตาคุ้นมากเมื่อเดินมาถึงยังจุดที่นั่ง มุมที่ติดกับกระจกใส มองผ่านลงไปยังถนนเส้นเล็ก ธัญพิมลก็เห็นชายหนุ่มลูกค้าหน้าคุ้นตากำลังเดินเข้าไปยังรถเก๋งคันกะทัดรัด และเพื่อนทันได้มองเห็นกันพอดี ก่อนที่เอ็มม่าจะรีบแจ๊ะปากอดหมั่นไส้ไม่ได้

แหม...หล่อๆ อย่างนี้ฉันก็คุ้นเอ็มม่าพูดขึ้นพร้อมกับค้อนให้คนที่เอาแต่มองตามรถเก๋งสีขาวที่เคลื่อนตัวจากไปอย่างรวดเร็ว

นี่นังเอ็มม่า ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องหน้าตาบุพเพสันนิวาสอะไรนะย๊ะ ฉันคุ้นจริงๆธัญพิมลขัดเคืองกับความคิดของเพื่อนผิดเพศที่คอยแต่จะวกเข้าหาเรื่องหล่อๆ สวยๆ อยู่เรื่อย แต่ก็เรียกเสียงฮามาให้กับเพื่อนๆ ได้มากทีเดียว 

ทำไมคุ้นละ?” ปัทมาถามเป็นการเป็นงานขึ้นมาบ้าง

ก็มันคุ้น เคยเจอจริงๆ นะ แต่นึกไม่ออกน่ะสิธัญพิมลยังคงมั่นใจว่าชายหนุ่มหน้าตาดีคนนั้นคือคนที่ตัวเองต้องเคยพบที่ไหนสักแห่งเป็นแน่

ไม่ต้องคุ้นแล้ว นั่นจิตมาแล้วเสียงของเนตรดาวดังขึ้น ทำให้ทุกคนลืมชายแปลกหน้าที่คุ้นตาของธัญพิมลไปได้และหันมาให้ความสนใจกับจิตตวีย์แทน 

หญิงสาวนั่งลงไปยังกลุ่มเพื่อน รู้สึกดีใจเป็นนักหนาที่วันนี้เพื่อนรวมตัวกันมาหา แม้ว่าจะไม่ครบก็ตาม เพราะภัทรินเพิ่งแต่งงานเห็นว่าบินขึ้นเหนือไปฮันนีมูนกับสามี ป่านนี้ก็คงสำลักความรักที่หวานหยดย้อยไปทั่วหุบเขาเข้าแล้วละมัง

จิตตวีย์นั้นเพิ่งเสียสามีไปไม่นาน และไม่ใช่แค่นั้น สามีที่เคยแต่งงานด้วยนั้นก็มีลูกติดมาด้วยตั้งแต่วัยแค่เพียงสองขวบ ซึ่งอยู่กินกันมาได้แค่สองปีกว่าเท่านั้นสามีก็มาเสียชีวิตด้วยอุบัติเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ตอนนี้สิ่งที่ค้ำคอจิตตวีย์นั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นค็อฟฟี่ช็อฟอีกสาขาหนึ่งที่ซื้อกันไว้แล้วและตกแต่งมาได้กว่าครึ่งทาง หญิงสาววัยยี่สิบห้าก็ยังคงคิดไม่ออกว่าจะเอายังไงดี แต่ชั่งใจแล้วคิดว่าน่าจะขายไปเสีย เพราะคงทำคนเดียวไม่ได้อย่างแน่นอน

ส่วนอีกเรื่องที่หนักใจเอาการนั่นคือ บุตรชายบุญธรรมที่มีอยู่ตอนนี้ก็ดูเหมือนจะตกลงกันไม่ได้กับคนเป็นแม่แท้ เพราะฝ่ายนั้นยังคงแบ่งรับแบ่งสู้ที่จะรับเอาลูกชายของตัวเองคืน แม้ว่าจิตตวีย์จะไม่มีปัญหาอะไรก็ตาม


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

0 ความคิดเห็น