AllJAENFICTION

ตอนที่ 6 : พี่สาวครับ(MarkJay)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 551
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    5 เม.ย. 60

ชื่อเรื่อง ll พี่สาวครับ
คู่     ll MarkXJay
เรท  ll R. *เอ็นซีไม่คัทจะเปิดให้อ่านใน 3 วันก่อนปิดคะ
ระดับเนื้อหา ll PG -13
( Warning!! เนื้อหาในเรื่องมีความรุนแรงเกี่ยวกับเรื่องเพศและคำหยาบคาย รับไม่ได้กดXจ้า)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



        



"มินฮยองอา ออกมาทานข้าวข้างนอกเถอะ แม่ทำของที่หนูชอบเตรียมไว้เยอะแยะเพื่อวันสำคัญของลูกโดยเฉพาะเลยนะ"

"ออกมาฉลองวันเกืดครบรอบ 17 ปีของลูกกับพ่อและแม่นะลูก"

"อย่ามายุ่งกับผม!"

"งั้นแแม่วางอาหารกับเค้กไว้หน้าห้องนะคะ หิวเมื่อไหร่ก็ออกมาเอาไปกินนะลูก แม่กับพ่อรักลูกนะ"

"สุขสัตน์วันเกิดนะมินฮยองอา"




มาร์คหรือมินฮยอง ลูกชายเพียงคนเดียวของเธอเป็น "โรคฮิคิโอโมริ" หรือเรียกอีกอย่างว่าเด็กห้อง ลูกของเธอไม่ได้เป็นแบบนี้ตั้งแต่เกืด มาร์คเริ่มเป็นโรคนี้ตอนที่ครอบครัวเราย้ายกลับมาตั้งรกรากที่เกาหลี มาร์คย้ายเข้าเรียนกลางเทอมตอนมัธยมต้นปีที่3 ตอนช่วงแรกเด็กชายพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่นี้ แต่อนิจาความพยายามของมาร์คกลับไม่ส่งผล เนื่องจากเกิดและโตที่เมืองนอกภาษาเกาหลีของเค้าจึงอยู่ในระดับต่ำเตี้ย สื่อสารกับเพื่อนไม่เข้าใจ ตามบทเรียนก็ไม่ทัน เด็กชายถูกกลั้นแกล้งสาระพัดจนในที่สุด จากที่เคยเป็นเด็กร่าเริงกลับเริ่มเก็บตัวเงียบ
เริ่มไม่อยากไปโรงเรียนจนสุดท้ายมาร์คก็ไม่ออกจากห้องอีกเลยหลังจากจบมัธยมต้น



ตัวคุณและคุณนายลีก็หาได้กล่าวโทษแต่ลูกชายตัวเองเพียงอย่างเดียวไม่ ตอนที่มาร์คมีปัญหาเป็นช่วงเริ่มต้นของการก่อตั้งบริษัทในเกาหลีพอดิบพอดีทั้งคุณและคุณนายลีจึงทุ่มเทเวลาให้กับงานจนละเลยคำปรึกษาและปัญหาของลูกชาย ปล่อยให้เด็กชายพะเชิญปัญหาแต่เพียงลำพัง




จนในทีสุดมันก็สายเกินกว่าจะแก้ไขปัญหาอะไรของมินฮยองได้แล้ว........








อีกด้านหนึ่งภายในห้องนอนของลูกชายเพียงคนเดียวในตระกูลลี








"เธอสวยมาก รู้ตัวหรือเปล่าเจฟฟรี่?" 

เด็กหนุ่มยกตุ๊กตาตัวสวยขึ้นมาเปลี่ยนเสื้้อผ้าพร้อมพูดกันมันไปเรื่้อยๆ



"อย่ามองฉันแบบนั้นซิ ชื่อนี้เหมาะกับเธอออก"



"หลับตาซิที่รัก วันนี้จูบของเรามันคงต่างจากทุกวัน 
เพราะวันนี้จูบเธอคือของขวัญวันเกิดของฉันยังไงละ"



ริมฝีปากบางกดจูบแผ่วเบาไปที่ปากเล็กๆของตุ๊กตาก่อนผละออก



"ถ้าเธอมีตัวตนจริงๆก็คงจะดี ฉันอยากสัมผัสเธอแบบที่คนรักเค้าทำกัน
กดจูบบนริมฝีปากแดงช่ำ บดขยี้มันจนเธอจวนเจียนจะขาดใจ"



"สูดดมเรือนร่างหอมหวาน สอดใส่ความเป็นชายของฉันเข้าไปในตัวเธอ
และเสียงกรีดร้องด้วยความสุขสมของเธอ โปรดเปล่งมันออกมาเป็นชื่อฉัน"



"มีเพียงเราเท่านั้นในโลกนี้ เพียงเธอที่รับฟังฉันเพียงฉันที่ดูแลเธอ
โลกข้างนอกมันช่างโหดร้ายมีแค่ฉันที่ปกป้องเธอได้"



"และมันจะเป็นแบบนี้ จะมีแค่สองเรา ตราบนานเท่านาน.."




----------------------------------




"ปีหน้ามินฮยองก็ต้องเข้ามหาลัยแล้ว จะปล่อยให้ลูกเราเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้นะคะ"

"ผมรู้ แต่ติวเตอร์คนเก่าเพิ่งถูกลูกเราปาแจกันใส่หัวแตกเย็บไปหลายเข็ม เค้าคงไม่กลับมาสอนมินฮยองอีกแล้ว"

"งั้นเราก็ลงประกาศหาติวเตอร์ใหม่ซิคะ เอาแบบพาสไทม์ก็ได้ เพราะยังไงแต่ละคนก็อยู่ไม่ยืดกันอยู่แล้ว"

"ถ้าอย่างนั้นคุณให้เลขาคิมลงประกาศคืนนี้ดู เผื่อมีคนสนใจ วันสองวันนี้มินฮยองจะได้ไม่ขาดช่วงเรียน"




------------------------------------




"ประกาศรับติวเตอร์เด็กงั้นหรอ? "

มือบางคลิกข้อความในเว็บบอด์สเข้าไปดูด้วยความสนใจ ตากลมกวาดสายตาอ่านรายละเอียดคร่าวๆ

"คุณสมบัติที่ต้องการ.... ไม่จำกัดเพศและอายุ มีความอดทนสูง ใจเย็น สามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้"



เด็กปกติก็ดื้อตามประสาเด็กนี้หน่า แล้วเขียนว่ารับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินอะไรได้นี้ก็เกินไป
แล้วเด็กอายุเท่าไรก็ไม่ระบุไว้ด้วยแหะ อืม...... 
อาน่าลองดู อีกไม่นานก็ได้ลงสนามจริงแล้ว ถือซะว่าซ้อมก่อนสอบบรรจุเป็นครูจริงๆละกันเนอะ





คนตัวขาวตัดสินใจกรอกแบบฟอร์มใบสมัครแล้วกดส่งโดยไม่ลังเล
เพียง 10 นาทีแบบตอบรับก็เด้งกลับเข้ามาในเมลล์ว่าเค้าถูกเลือก
แจฮยอนปิดคอมเข้านอนแต่หัวค่ำเพราะในรายละเอียดระบุว่าให้ไปรายงานตัวพรุ่งนี้เช้าตามสถานที่ที่ถูกส่งมาในเมลล์




ลูกศิษย์คนแรกในชีวิตของเค้าจะเป็นเด็กแบบไหนน้า? 




ร่างบางคิดเกี่ยวกับเรื่องงานสอนพรุ่งนี้เล็กน้อยก่อนพล้อยหลับไป

แต่ใครจะรู้ มาร์คลีอาจเป็นลูกศิษย์คนแรกและคนสุดท้ายในชีวิตของ จองแจฮยอนก็เป็นได้

และอาจเป็นคนที่จะทำให้เขามองไม่เห็นแสงเดือนหรือแสงตะวันอีกเลย







แซะ แซะ

มือหนายกกล้องขึ้นเก็บภาพตุ๊กตาตัวโปรดของตัวเองดังเช่นทุก ปลายเรียวนิ้วกดปุ่มชัตเตอร์ด้วยความชำนาญ
นอกจากการเก็บสะสมตุ๊กตาแล้ว การถ่ายรูปก็เป็นอีกอย่างที่มินฮยองโปรดปราน



เค้าหลงใหลมันจนพ่อต้องทุบผนังขยายห้องให้ใหญ่ขึ้นเพื่อกั้นทำห้องล้างฟีลม์ภายในห้องนอนให้
เรียกได้ว่าห้องนอนของมินฮยองมีแทบทุกอย่างที่เจ้าตัวต้องการเลยทีเดียวยกเว้นเสียแต่



ก็อก ก็อก ก็อก

"มินฮยองอา ได้เวลาเรียนแล้วลูก"



มือหนาวางกล้องลงบนโต๊ะเนื้อไม้อย่างดีก่อนชักสีหน้าเพระความหงุดหงิด
ติวเตอร์คนเก่าเพิ่งทำหัวแตกไปเมื่อสองวันก่อน ไม่น่ารอดกลับมาสอนได้ไวขนาดนี้




มาร์คยังคงนิ่งอยู่ ถึงแม้ว่าข้างนอกห้องเสียงตะโกนเรียกชื่อเค้าจากแม่ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง



"มินฮยองอา มินฮยองอา ติวเตอร์ใหม่มาแล้วเปิดประตูให้พี่เค้าหน่อยลูก"




ติวเตอร์ใหม่หรอ? ว่าแล้วเชียว เด๋วได้เจอดีแน่ หึหึ





มาร์คสาวขาไปปลดล็อกประตูห้องตัวเอง และไม่นานหนักร่างผิวขาวจัดของติวเตอร์คนใหม่ก็ย้ายตัวเองมายืนอยู่ในห้องเค้าเป็นทีเรียบร้อย


"เจ เจ เจฟฟรี่!!!"


"เมื่อกี้เรียกพี่ว่าอะไรนะครับ? "

แม้อีกฝ่ายจะอายุน้อยกว่าแต่ศักด์ของเค้าคือลูกจ้าง ตามมารยาทแล้วแจฮยอนจึงใช้ภาษาเป็นทางการกับมาร์ค

"เจฟฟรี่! "

"พี่ชื่อ แจฮยอนครับ เป็นติวเตอร์คนใหม่ของคุณ ไม่ได้ชื่อเจฟฟรี่นะครับ"

"เจฟฟรี่ "

"พี่ชื่อแจฮยอนครับ จอง แจฮยอนไม่ได้ชื่อ เจฟ.. "

"พี่สาวคือเจฟฟรี่! "

"โอเค พี่คือเจฟฟรี่แต่พี่เป็นผู้ชายนะครับต้องเรียกพี่ชายครับ เริ่มเรียนกันได้แล้วนะครับเลยเวลาสอนมานานแล้ว"



สองชั่วโมงผ่านไปกับความอึดอัดที่หนักเท่าภูเขา บรรยากาศระหว่างการเรียนการสอนสำหรับแจฮยอนนั้นอึมครึมมาก 
เพราะนอกจากคำว่าเจฟฟรี่ ลููกศิษย์ตัวสูงของเค้าก็ไม่เอ่ยคำอื่นใดออกมาอีก ตอบทำถามแค่พยักหน้ากับส่ายหน้า




แถมสายตาที่ใช้มองมาที่เค้าก็ยังคาดเดาไม่ได้ราวกับพื้นน้ำในมหาสมุทร
ที่ผิวน้ำเรียบสงบแต่ใต้ความลึกของมันอาจเกรี้ยวกราดจนสามารถคร่าชีวิตปลาทั้งฝูง




จริงๆแจฮยอนไม่ได้เตรียมใจมาสอนเด็กโตขนาดนี้ เพราะความใฝ่ฝันของเค้าคือการเป็นครูสอนเด็กอนุบาล
แต่อย่างไรเสีย คนตรงหน้าก็ยังเป็นเพียงเด็กมัธยม



และดูจะเป็นเด็กมีปัญหาซะด้วยซิ น่าสงสารจัง




"พักสัก10 นาทีแล้วกันเนอะ คุณมินฮยองอยากดื่มน้ำหรือทานของว่างไหมครับเด๋วพี่ไปเอามาให้?"



ก่อนเวลาจริง 30 นาทีเค้าถูกพ่อและแม่ของมินฮยองบอกรายละเอียดงานของจริงแบบที่ไม่ได้ระบุไว้ในอินเตอร์เน็ตแล้ว
แม้มันจะแค่คร่าวๆ แต่ก็พอทราบที่มาที่ไปว่าทำไมมินฮยองต้องเรียนที่บ้านกับติวเตอร์



แว็บแรกรู้สึกกลัวนิดๆ อยากจะหันหลังกลับไม่รับงาน แต่พอนึกๆดูก็เกิดสงสาร ครูที่ดีจะไม่เลือกปฎิบัติ
ครูที่ดีนั้นไม่ว่าเด็กจะเป็นอย่างไรก็เต็มใจอุทิศตัวอบรมสั่งสอนส่งลูกศิษย์ไปถึงฝั่งฝัน



และเค้าก็อยากที่จะเป็นครูที่ดี




"เรียกฉันว่า มาร์ค"

"ครับ? "

"ฉันชื่อมาร์ค"


"แต่คุณนายลีเรียกคุณว่ามินฮย......"


"มาร์คคือชื่อจริงฉัน ตอนกลับมาเกาหลีแม่ถึงเปลี่ยนเป็นมินฮยอง และฉันเกลียดชื่อนั้น! "


"คะ ครับคุณมาร์ค"


"ดีมาก รออยู่นี้ละเด๋วฉันมา"




พูดจบก็ลุกขึ้นเดินไปยังประตูแล้วออกจากห้องไป ตากลมมองตามร่างสูงสมส่วนที่เพิ่งเปืดประตูออกไปด้วยความสงสัย



ไหนคุณนายลีบอกว่ามินฮยองป่วยเป็นโรคไม่ยอมออกจากห้อง แล้วเมื่อกี้.....




ด้านมาร์ค เมื่อออกมาก็ไม่พบเป้าหมายตามที่หวัง แต่ก็คงเป็นปกติที่พ่อกับแม่เค้าจะไปทำงาน
เพราะนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เค้าก้าวออกจากห้องเหมือนกันนับตั้งแต่เกิดเรื่องนั้นขึ้น



มือหนายกสมาท์โฟนขึ้นกดเบอร์โทรออกที่คุ้นเคย ก่อนแนบมันเข้าที่หู



"ฮันโหล แม่ครับ ผมมีเรื่องอยากคุยด้วย"


"มินฮยอง นี้ลูกอยู่ไหน? ทำไมถึงโทรหาแม่ได้ ติวเตอร์ทำอะไรไม่ดีกับหนูหรือเปล่า? แม่จะไล่มันออกเด๋วนี้ละ"


"แม่ครับใจเย็น เจฟฟรี่ไม่ได้ทำอะไรไม่ดี ดีซะอีกที่แม่พาเค้ามาหาผม"


"เจฟฟรี่? แม่จ้างติวเตอร์ชื่อ แจฮยอนนะลูก"


"นั้นละครับเจฟฟรี่ของผม หึหึ ผมต้องการเค้า แม่ทำยังไงก็ได้ให้เค้าเป็นของผมแค่คนเดียว"


"มะ มินฮยอง หมายความว่ายังไงลูก? แม่ไม่เข้าใจ"


"ผมอยากได้เจฟฟรี่และผมต้องได้ ไม่ว่าเงื่อนไขอะไรที่แม่ขอ ผมจะทำ แลกกับอิสระของเจฟฟรี่ที่มันจะเป็นของผม"


"ลูกกำลังขอให้พ่อกับแม่ทำผิดกฏหมาย"


"นั้นอยู่ที่ว่าพ่อกับแม่รักผมมากแค่ไหน? ไม่เกี่ยวกับกฏหมายหรือศีลธรรม"


"แม้ว่าต้องแลกกับอิสระของตัวเองลูกก็ยอมใช่ไหม?"


"ผมยอมทุกอย่าง"


"งั้นลูกต้องกลับไปใช้ชีวิตแบบคนปกติ กินข้าวกับครอบครัว สอบเข้ามหาลัยจบมาบริษัทงานที่บริษัทเรา"


"โอเค ผมตกลง"


"ถ้าลูกทำไม่ได้ตามที่พูดแม่จะ..."


"ตอนนี้ขาของผมยืนอยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน"


"มินฮยองงงง นี้ลูกออกมานอกห้องแล้วหรอเนี้ย?"


"ครับ"


"แม่กับพ่อจะจัดการเรื่องเจฟฟรี่ให้เร็วที่สุด ไม่ต้องห่วงนะลูก"


"ผมต้องการเจฟฟรี่ตอนนี้"


"ตอนนี้เลยหรอลูก?"


"แม่ทำให้ผมไม่ได้หรอครับ?"


"ทำได้ลูก แม่ทำได้ เจฟฟรี่จะเป็นของลูกนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป"


"ขอบคุณครับแม่ แล้วเจอกันตอนแม่กับพ่อกลับบ้านนะครับ"


"จ๊ะลูก แม่รักลูกนะ"


"ผมก็รักแม่ครับ"



มือหนากดปุ่มวางสาย เซทมือถือเป็นโหมดเครื่องบิน วางมันไว้ที่โต๊ะกินข้าวในห้องครัว เปืดตู้เก็บยาตรงเคาท์เตอร๋เก็บของบนหัว หยิบซองบางอย่างออกมา มาร๋คริมน้ำเย็นใส่แก้ว เทผงบางอย่างจากซองเมื่อกี้ลงไป คนให้ละลายสักพัก ก่อนถือมันเดินกลับเข้าไปยังห้องตัวเอง


"ดื่มซะ"
พอถึงห้องก็ยื่นมันไปให้ติวเตอร์ตัวขาวที่กำลังนั้งทบทวนบทเรียนที่จะสอนชั่วโมงต่อไป


"อะไรหรอครับ?"


"น้ำเปล่า"


"ขอบคุณครับ"
คนอายุมากกว่าแต่อ่อนประสบการ์ณรับแก้วน้ำมาดื่มอย่างไม่อ๊ะใจ ทั้งๆที่ในห้องนอนของลูกศิษย์ก็มีตู้เย็นวางไว้อยู่


มาร์คยกยิ้มพอใจเมื่อคอเหลวสีใสถูกร่างขาวตรงหน้าดื่มเข้าไปจนหมด

จากนี้ก็แค่รอเวลา
..
.
.
.
.
.


ไม่กี่นาทีให้หลัง ร่างขาวเรื่มเคลื่อนไหวช้าลง สมองหนักอึ้ง แจฮยอนกระพริบตาถี่เพื่อหวังจะช่วยไล่อาการง่วงประหลาดนี้ออกไป

"มาร์ค....พี่ว่าพี่....ปวดหัว..."
แต่ว่ามันไม่ใช่ความง่วงธรรมดานะซิ





ฟุ่บ!




ยาแรงใช้ได้ แบบนี้เองหรอกหรอ?สภาพของเค้าตอนพ่อกับแม่ใส่มันเมื่อเวลาที่ป่วยแล้วต้องให้หมอมาตรวจ





**คำเตือน!! หลังจากนี้จะเข้าสู่ฉากสายเอสแล้วนะคะ
No Cut ใดๆทั้งสิ้น โปรดทำใจก่อนอ่าน








เจ็บข้อมือจัง ปวดไปหมดทั้งตัว หัวก็เหมือนจะระเบืด



เปลือกตาสีมุกคอยๆลืมขึ้นมาช้าๆ แก้วตากลมสวยดั้งกวางน้อยกวาดสายตามองไปรอบๆด้วยความรู้สึกกังวล

ห้องมืดทืบดำทมึน มีเพียงแสงไฟสีแดงสลั่วพอให้มองเห็นสภาพภายในห้องที่เต็มไปด้วยฟีลม์มากกมาย

กลื่นอับชื้นและกลื่นสารเคมีของน้ำยาล้างฟีลมลอยเตะจมูกมลจนเกือบสำรอก

แต่มันติดก็ตรงที่.....






แจฮยอนเบืกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อในตอนนี้ ร่างกายเค้าอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าถูกเชือกมัดตามส่วนต่างๆก็ร่างกายขึงลอยอยู่กลางอากาศ

อยากจะตะโกนร้องขอให้คนช่วยแต่ก็ตืดที่ผ้าสีแดงที่ถูกคาดไว้ที่ปาก เค้าตื่นมาอยู่สภาพนี้ได้อย่างไร?
 

"ตื่นแล้วหรอครับ?"




ฉับพลันเสียงที่คุ้นเคยจากเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนก็ดังเข้าโสทประสาท
แจฮยอนหันตามต้นเสียงก็พบลูกศิษย๋ของตัวเองกำลังนั้งไขว้ห้างจิบไวท์แดงอยู่บนโฟซาทางด้านขวาของห้อง
ความมืดของห้องและความเงียบของมาร์คมันกระตุ้นต่อมความกลัวของเค้าให้ขนลุกซู่ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี้ย?




ร่างสูงสมส่วนตามแบบฉบับวัยรุ่นสุขภาพดีทั้วไปกำลังตรงไปยังตุ๊กตาตัวโปรดของเค้า



ตุ๊กตาที่เค้าเฝ้ารอมาทั้งชีวิต



ฝ่ามือร้อนลูบไล้แผ่วเบาที่ต้นขาขาวเนียน ก่อนออกแรงบีบเค้นจนผิวเนื้อส่วนนั้นขึ้นสีแเดงจัดเป็นรูปรอยมือ


อาส์ ให้ตายเถอะน่าทำรอยไปทั้งตัวจริงๆเลย



ใบหน้าหล่อเคลื่อนเข้าไปซุกไซซอกคอยาวระหงส์ด้วยความหื่นกระหาย สูดดมกลิ่นกายที่เป็นกลิ่นผิวเนื้อของจริงไม่ใช่เพียงแต่ในจิตนาการอย่างที่ผ่านมา

แจฮยอนสบัดหน้าหนีด้วยความรังเกียจ ร่างบางพยายามดิ้นเร่าให้หลุดจากการพันธการแต่มันก็ช่างไร้ประโยชน์

มาร์คย่อตัวลง ลากลื้นร้อนไล่เลียตั้งแต่ปลายเท้าเรียวขาวอมชมพูขึ้นมาเรื่อยจนถึงใบหูเล็กที่บัดนี้ขึ้นสีแดงจัด

เรียกเสียงครางอืออึ่งเป็นระยะเมื่อเค้าแหย่ปลายลื้นเข้าไปในรูหูคนตัวขาว ส่วนมือหยาบก็บดคลึงหยอกเย้าส่วนอ่อนไหวของตุ๊กตาตัวโปรดไปพร้อมๆกัน





น่าขย้ำให้จมเตียงเป็นบ้า





มาร์คผละออกมาก่อนคว้าปลายเชือกที่ปมมัดบริเวณท้องของคนตัวขาว
เค้าออกแรงเบาๆในต้นเริ่มเพื่อดึงให้เชือกที่มัดพาดผ่านอยู่ตามร่างกายคนตัวขาวตึงและรัดมากขึ้น




เสียงเชือกเสียดสีกับราวขึนด้านบนเพดานห้องและเสียงครางด้วยความเจ็บปวดของตุ๊กตาแสนสวยของเค้ากำลังแข่งกันดังก้องทั่วห้อง develop a film room





น้ำตาเม็ดโตหล่นร่วงไหลอาบใบหน้าหวานจนเค้าไม่อาจละสายตาจากภาพตรงหน้าไปได้



เจฟฟรี่ที่รัก คุณสวยที่สุดเลยรู้ไหม?



มาร์คปล่อยเชือกลงแล้วอ้อมไปทางด้านหลังของร่างบอบบางที่เค้าปรารถณา มือหนาหยิบสายรัดหนังขึ้นมาก่อนฟาดมันลงไปยังแก้มก้มกลมกลึง



เพี๊ยะ

"อือ ฮืออ"

เพี๊ยะ

"อะ ฮือ อือออ"

เพี๊ยะ

"อึก อือ อะ ฮือ"



มาร์คลดสายรัดลงก่อนหยุดมองผลงานศิลปะของตัวเองสักครู่
แก้มก้นสีขาวอวบบัดนี้ถูกวาดจนเป็นเส้นสีแดงพร้อมด้วยแดงอื่นอีกขึ้นเป็นพรืด
มาร์คยกยิ่มพร้อมใจในผลงาน เค้าวางสายหนังลงแล้วหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูป



แสงแฟชสาดมาจากด้านหลัง พร้อมๆกับเสียงร้องไห้โฮใหญ่และน้ำตาเม็ดโตที่ไหลลงมาอาบใบหน้าสวยหวาน




ได้โปรดเถอะพระเจ้าลูกทำสิ่งใดผิด ชีวิตถึงต้องมาเจอปีศาจร้ายย้ำยี้ร่างกายแบบนี้




มาร์ควางกล้องลงแล้วหลังเก็บภาพจนพอใจ เค้าปลดเข็มกลัดลงและถอดกางเกงออก
ร่างสูงเข้าประชิดแผ่นหลังเล็ก เค้าแนบร่างกายเข้าหาคนตัวขาวจนแทบไม่มีช่องว่างแม้กระทั้งอากาศได้ผ่านลอดเข้าไป



"มันจะเจ็บสักหน่อยนะครับที่รัก"

พูดพร้อมเอาแก่นกายขนาดใหญ่มาจ่อที่ปากทางเข้าของตัวขาว



"แต่ไม่นานมันจะแปลเปลี่ยนเป็นความสุขสม"

กระซิกข้างใบหูขาว ก่อนเริ่มกดแท่งร้อนเข้าไปยังช่องทางรักโดนไม่มีการเบิกทางใดๆก่อน



"ฉันจะทำให้เธอเสียวจนแทบขาดใจเลยละ"

มาร์คจับยึดเอวบางก่อนกระแทกแท่งร้อนเข้าไปในครั้งเดียว




ฉึก!




"อ๊อออออ อี้เอ็อ เอาออกไออ ฮือออ (โอ้ยยย พี่เจ็บ เอาออกไป ฮืออ)"




ตอนนี้สำหรับมาร์ค เสียงขอร้องดังเบายิ่งกว่าเสียงลม
สะโพกสอบยังคงขยับเข้าออก เสือกไสแท่งร้อนไถครูดพนังอ่อนนุ่มในกายบางไม่ยอมหยุด



อาห์ ซีดดด สุดยอดไปเลย



มาร๋คกัดปากครางเสียงต่ำในลำคอเมื่อความคับแน่นของช่องทางอุ่นนุ่มตอดรัดลูกชายเค้าจนแทบคลั่ง
เค้ารู้ว่านี้เป็นคร้้งแรกของคุณครูตัวขาวและมันก็เป็นครั้งแรกของเค้าเช่นกัน




ภาพหนังสำหรับผู้ใหญ่ที่เคยดูก่อนหน้านี้ไหลเวียนเข้าในหัวของมาร์คอย่างไม่ขาดสาย และเค้านำมันมาใช้กับแจฮยอนได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง



จากความเจ็บในตอนแรกเริ่มแปลเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่านจนยากเกินจะควบคุม
ร่างบางแอ่นสะโพกรับแรงกระแทกของคนด้านหลังโดยไม่รู้ตัว




มาร์คจับปลายเซือกที่มัดอยู่ตรงหน้าท้องของแจฮยอนก่อนออกแรงดึงมันอีกครั้ง เค้าเริ่มลดความเร็วในการขยับสะโพกให้ช้าลง
เพื่อให้จังหวะทั้งการดึงรัดของเชือกและจังหวะในการสอดใส่ประสานกันได้อย่างลงตัว
มืออีกข้างก็เอือมไปปลดผ้าที่คาดปากตุ๊กตาตัวโปรดออกก่อนเหวี้ยงมันลงพื่นอย่างไม่ไยดี




ตอนนี้เค้าอยากได้ยินเสียงหวานนั้นครางชื่่อเค้าใจจะขาดอยู่แล้ว




"อือ อือ อือ อื อะ อา อ่า "




ความนุ่มนวลของจังหวะในการสอดใส่ทางด้านหลังช่างสวนทางกับแรงบีบรัดของเชือกที่ทำให้กายบางเจ็บไปทั้งตัว
ไหนจะส่วนอ่อนไหวด้านหน้าที่ถูกฝ่ามือร้อนเปรนเปรอจนเสียวแทบใจจะขาดนั้นอีก



กลายเป็นว่าตอนนี้เค้าถูกกระทำทั้งสามอย่างในเวลาเดียวกัน
น่าอายชมัดแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกดีจนเหมือนลอยอยู่บนปุยเมฆ




ใบหน้าหวานหันกลับมาทางด้านหลังที่มีหน้าลูกศิษย์คลอเคลียอยู่ไม่ห่าง
บดเบียดเรียวปากอิ่มของตัวเองเข้าหาริมฝีปากบางของคนอายุน้อยกว่าด้วยความไม่กระสี




ส่วนมาร์คก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีโดยส่งลื้นร้อนเข้าไปในโฟรงปากเล็กเกี่ยวตวัดดูดดึงเรียวลิ้นคนตัวขาวจนเกืดเสียงดังจ๊วบจ๊าบ
ร่างกายทั้งคู่สอดประสานจนแทบจะเป็นหนึ่งเดียวกัน จนในที่สุดมาร๋คก็ปลดปล่อยเข้าไปในตัวแจฮยอนพร้อมๆกับที่คนตัวขาวก็ปลดปล่อยน้ำรักออกมาเต็มฝามือของมาร์ค




มาร์คยังคงแช่ร่างกายคาไว้แบบนั้น ก่อนจ้องมองใบหน้าขาวใสด้วยความรักใคล่ เค้าถอนแท่งร้อนที่บัดนี้อ่อนตัวลงออกจากช่องทางด้านหลังของแจฮยอน
เด็กหนุ่มกดจูบลงบนหลังคอของคนตัวขาวก่อนค่อยๆแกะเชือกออกให้อย่างเบามือ ดูเหมือนทุกอย่างอาจเป็นไปได้ดีจนกระทั้ง




"นายมันวิปริต ออกไปห่างๆตัวฉันนะ"

มือเล็กผลักอกหนาออกจนมาร์คเซไปอีกทาง




ฉับพลัน ดวงตาของเด็กหนุ่มก็ลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความพิโรธ ใบหน้าหล่อฉายแววแค้นเคืองจนเหมือนสามารถปริชีวิตคนได้






มาร๋คเดินเข้ามาประชิดกายบางที่บัดนี้สั่นเทาเนื่องจากความกลัว
ก่อนกระซืกไปที่ใบอมชมพูด้วยเสียงเย็นนะเยีอก






"ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกของฉันและอย่าหวังจะได้เห็นแสงตะวันอีกเลยนะครับพี่สาว"







===============END===============



กรี๊ดร้องได้ตามอัธยาศัยค่าพี่น้องงง


see u soon.......


ปล ยังไม่ได้แก้คำผืดนะคะ




คำอธิบายเพิ่มเติม

***ฮิคิโคโมริ (Hikikomori) หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า "ฮิคกี้" คนที่เป็นฮิคิโคโมริ มักจะเก็บตัวในห้องส่วนตัว หรือในบ้านเป็นระยะเวลานาน ๆ โดยไม่ยอมไปโรงเรียน ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็อาจจะอ่านหนังสือการ์ตูน เล่นเกม เล่นอินเทอร์เน็ต ดูทีวี หรืออาจจะนั่งเฉย ๆ อยู่ในห้องคนเดียวได้เป็นเดือน ๆ หรือเป็นปี ๆ

***BJD ย่อมาจาก Ball Jointed Doll คือตุ๊กตาที่มีข้อต่อแบบเบ้า ผิวทำจากเรซิ่น สามารถเปลี่ยนลูกตาสีต่างๆ ได้ ส่วนเสื้อผ้าหน้าผมก็เปลี่ยนได้เช่นกัน

*** develop a film room คือห้องล้างฟีลมคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

84 ความคิดเห็น

  1. #68 @writtenbychaa_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 00:07
    ยอมรับว่าถ้าอ่านจากชื่อเรื่องเราจะยังคาดหวังว่ามันคือฟิคใสๆ จะต้องมีเสียงกีตาร์ว่า พี่สาวครับ ตอนนี้ผมเป็นหนุ่มแล้วครับ พออ่านจนจบเลยเข้าใจว่าคำว่า พี่สาวครับ เป็นพี่สาวในอีกความหมายหนึ่ง อมก. *ยกมือขึ้นกุมอก* นึกว่าเจฟฟรีย์จะเข้ามาปลดปล่อยให้คนน้องออกจากห้องได้ด้วยความอ่อนโยน ที่ไหนได้กลับถูกดึงเข้าห้องฟิล์มอันมืดมนตั้งแต่วันแรกเลยค่ะลูก แต่ถามว่าชอบไหม ตอบได้เลยว่ามาก เพลง animal - maroon5 ดังขึั้นในหัว คลอไปกับห้องฟิล์มเลยค่ะ อยากจะขอรูปจากพิมัคด้วย ฮือ (คิดบาปไปแล้วต้องบาปให้สุด)



    ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ
    #68
    0
  2. #33 _AceOfDevil_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 02:44
    อรุมม ชอบไรท์มากเลยค่ะ ทำไงดี ให้ตาย โอย55555555555555 มันดีค่ะมันดี โห้ยย
    #33
    1
  3. #29 ลูกพีช (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 22:25
    ไรท์เตอร์คัมแบค!!! งานจิตอีกแล้วรู้สึกเกรี้ยวกราดมาก น้องมาร์คนี่สุดยอดของความจิตไปเลย ส่วนติวเตอร์ก็น่ารักนุ่มนิ่มแต่ก็แอบสงสารนะ หวังดีมาเป็นติวเตอร์แต่สุดท้ายก็เสร็จน้องฝรั่งแถมยังจะไม่ได้ออกไปไหนอีกด้วย นึกถึงเพลงMy first and lastเลยค่ะ เพลงน่ารักแต่ไรท์ทำให้มันอีโรติกและฟิสิโค่ได้ แงงงงงง
    #29
    1
  4. #28 FlowerMan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 17:17
    วี้ดดดด ตลาดยังไม่วาย เข้าไปช๊อปด้ายยยยย งื้ออออ รักไรเตอร์ มัคแจนเรามาแล้ว แม้จะไม่ยาวแต่ดิชั้นก็ปริ่มและหลอนค่ะ //กรีดน้ำตา
    ชื่อเรื่องมุมิมาก แต่รูปห้องที่แป่ะนี้ดิชั้นนี้มองปราดเดียวหรู่เรื่องงงงง สายดาร์คเข้าใจดี อิอิ
    เทียบกับย้ง ชั้นว่าอิหนูมินฮยองจิตกว่านิสนึงค่ะ ไม่รู้นะ หรืออาจจะพอๆกันมั้ง กร้ากกก เพราะอาการทางจิต(55555) ก็เริ่มจากช่วงวัยเด็ก พัฒนามาจนการกระทำที่ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนในอายุช่วง ม.ปลายเหมือนกันด้วยอ่ะ งื้อออออออ ฮอร์โมนอัลฟ่ามันคุกรุ่นช่วงนี้สินะ แต่เราว่าพี่ย้งแกพัฒนาแบบมีระบบ และประสิทธิภาพกว่า (มันใช่หรอ 555 สุดท้ายก็สติออบซออยู่ดี)
    แต่อิน้องมัคมาสายโอตาคุด้วยไง น่ากลัวมากกกก หมกมุ่น บจด แต่มัคไม่ใช่โอตาคุ wannabe ธรรมดานะคะ มัค Born to be โอตาคุสายดาร์คอย่างแท้จริง กลัวแล้ววววว ดิชั้นควรจะสนับสนุนกิจกรรมของน้องเค้าต่อไป หรือต่อต้านดีคะ โฮออออ อ่านแล้วแอบขนลุกตอนที่นางโทรไปบังคับเชิงต่อรองกับแม่ คือแบบ...คิดถึงคดีดังที่ญี่ปุ่นที่เคยอ่าน แบบขนลุกอ่ะ พ่อแม่รังแกลูกฝุ่ดๆ แบบกลัวและสปอยลูกจนปล่อยให้ทำอะไรก็ได้ ทั้งที่รู้ดีว่าลูกกำลังทำอะไร และก็ดำเนินขึ้นในบ้านที่อยู่ด้วยกันทุกวัน สรุปคือดิชั้นวงวานแจน เอ้ย เจฟฟรี่ค่ะ เรียกผิดไ่ม่ได้ เดี๋ยวพี่มาร์คกริ้ว
    อ่านจบต้องนั่งมโนว่านางจะทำไรพี่เค้าต่อด้วยรอยยิ้มหวานเพียงลำพัง ว้ายยยยย วิปริตตามมัคไปแล้วชั้นนนนน พี่ขอโทษนะเจฟฟรี่ ก็หนูสวยอ่ะ พี่จะทำไงได้ กลับไปค้นรูปเบื้องหลัง good thing โอ้ยยยย แจนอิมเมจนั้นเลยค่ะ บลอนด์ เชิ้ตขาว คอขาวๆ โชคเกอร์สีดำ เลือดพุ่งออกตะหมูกกกกกกก พนมมือ แล้วกราบ....


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 5 เมษายน 2560 / 17:19
    #28
    2
  5. #27 VeeV_VeeV (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 08:31
    OMG ชื่อเรื่องกับเนื้อเรื่องนี่ต่างกันสิ้นเชิง 55555 ไรท์หลอกเรา ทีแรกนึกว่าใสๆแต่มาร์คดูน่ากลัวมากกกกกกกกกก ยิ่งตอนจบยิ่งดูหลอน อ๊ากกกกกกกกกก กลัวอ่าาาาา สงสารแจฮยอนด้วย T_T ทำไมทำแบบนี้ ทีแรกไม่คิดว่าจะจบแบบนี้นะเนี่ย 55555555 พีคคคคคคคคคคคค

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 5 เมษายน 2560 / 08:32
    #27
    1
  6. #26 Sassynm13 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 01:03
    ผิดมั้ยถ้าจะบอกว่าชอบบบบ 555555555 แต่สงสารนุ้งแจนนอ่าา
    #26
    1
  7. #25 chocolavana (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 22:36
    ตอนเห็นชื่อฟิคก็พี่สาวครับ ตอนนี้พ้มเปงหนุ่มเเล้วคั้บ อรุม หนุ่มจริงๆด้วยค่ะมาร์ค กรี๊ดดดดดดดดด อย่าให้ออกมานอกบ้านอีกพี่จะจับมาตีแรงๆ ทำลูกพี่ขนาดนี้ พฮือออ
    #25
    1
  8. #24 wuingpcx (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 19:45
    เห็นชื่อฟิคทีแรกนึกว่าจะแนวใสๆแบบ พี่สาวครับ ตอนนี้ผมเป็นหนุ่มแล้วครับ เหมือนมนเพลงอะ ฮือ นี่ไม่ใช่ นี่อย่างดาร์คเลย นับว่าเป็นโชคร้ายของแจนจริงๆทีไืปรับงานนั้นมา ฝ่ายพ่อแม่ของมาร์คก็ตามใจลูกตัวเองเกินไปมั้ยอะ ยอมทุกอย่างเลยเหรอ นี่ชีวิตคนๆหนึ่งเลยนะ อห สภาพจิตใจหลังจากนี้ตะเป็นยังไงอะ นอกจากจะดิบเถื่อนรุนแรงแล้วยังอารมณ์รุนแรงฉุนเฉียวง่ายด้วยอะ น้องคงช้ำไปหมดอะค่ะ อ่านไปขมวดคิ้วไป สงสารน้อง ;---;
    #24
    1
    • #24-1 AllJAEN1497(จากตอนที่ 6)
      4 เมษายน 2560 / 22:19
      อันนี้ไม่ภาคต่อแล้วคะจบในตอนเดียว 55
      #24-1