[Fic Baejinyoung x YoonJisung] Silly Boy

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 187 Views

  • 1 Comments

  • 3 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    8

    Overall
    187

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

แพจินยอง : บางทีเขาก็คิดนะว่าอาจจะแสดงออกไม่พอรึไงนะ อีกฝ่ายถึงไม่รับรู้ซักที


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 15 ก.พ. 62 / 21:54

บันทึกเป็น Favorite


[Jinyoung Says : ]
 
ย่าน M

7.20 AM 


ตอนนี้เขาในชุดนักเรียนกำลังพิงกำแพงรอใครบางคนหน้าบ้านชั้นเดียวหลังหนึ่ง   นิ้วของเขาเลื่อนไปบนหน้าจออย่างไม่ใส่ใจ


ปิ๊บ!


เสียงปิดประตูดังขึ้น ทำให้เขาหยุดชะงัก ก่อนจะหย่อนมือถือในกระเป๋าเรียน และหันมามองคนที่รออยู่ ยุนจีซองในชุดสูท ผูกเนคไท ห้อยบัตรพนักงานไว้ที่ลำคอ ในมือถือกระเป๋าทำงานกำลังเดินมาหาเขาอย่างเร่งรีบ


"ไง รอนานไหม " เขาทัก


"ไม่หรอก ผมเพิ่งมาไม่นาน" 


"อ่า ใช่ วันนี้ฉันอาจจะเลิกงานสายหน่อยนะ พอดีหัวหน้าพี่นัดคุยกับลูกค้ารายใหญ่ตอนสี่โมง "

 
อีกฝ่ายหน้าเบ้อย่างรู้สึกผิด วันนี้แม่ของเขาชวนอีกฝ่ายมาทานข้าวเย็นด้วยกัน เพราะว่าสามารถทำยอดขายตรงตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ ไม่ต้องพูดถึงว่าอารมณ์ดีขนาดไหน ตอนนี้คงคิดเมนูเรียบร้อยแล้วว่าเย็นนี้จะทำอะไรกิน 

"ไม่เป็นไรหรอก ไว้ใกล้ๆ เลิกแล้วฮยองคาทกมาบอกผมละกัน" 

 "อื้อ" ร่างบางตอบรับ เขาแอบยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างมีแผนในใจ 
  
"แล้วพี่แทอุงเป็นยังไงบ้าง"

 "้เห็นว่าได้งานที่บริษัทส่งออกต่างประเทศน่ะ" เขาพยักหน้าก่อนฉวยโอกาส ตอนที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัวแย่งกระเป๋าจากมืออีกฝ่ายมาถือแทน

"จินยองอา เอากระเป๋าคืนมา" ร่างบางปราม


"ไม่คืน กระเป๋านี่หนักจะตาย ผมช่วยฮยองถือเอง "  เดี๋ยวก็มาบ่นทีหลังว่า ไหล่ปวดแปล็บ แล้วก็ดื้อไม่ไปร้านนวดอีก


"พี่บอกให้เอากระเป๋าคืนมาไง" 

 
จีซองเข้ามาแย่งกระเป๋า เขาอาศัยความเร็วคอยหลบหลีกมือของอีกฝ่ายซ้ายที ขวาที พร้อมทำปากขมุบขมิบอย่างไร้เสียงว่า"อยากได้ก็มาคืนเองสิ"

"ย่า แพจินยอง ฉันเป็นพี่นายนะ บอกให้เอากระเป๋าฉันมาไง เอามา"

 ร่างบางหมดความอดทนเข้ามาแย่งกระเป๋าอย่างเอาเป็นเอาตาย แน่นอนว่าเขาก็เอี้ยวตัวหลบพ้น  จนกระทั่งเหลือบมองตัวเลขบนหน้าจอนาฬิกาข้อมือ ไม่ได้การละ เขาต้องงัดไม้ตายมาใช้

"วันนี้มีพรีเซนต์งานไม่ใช่เหรอ"  เขาเตือน ได้ผล! ร่างบางหยุดชะงัก แววตาคู่นั้นเบิกกว้าง ก่อนจะเข้ามาฟาดไปที่ไหล่ของเขาระบายความโกรธ

"จริงๆเลย ถ้าฉันสายเพราะนายจะทำยังไงเนี่ย วันนี้นัดคุยงานกับลูกค้าแต่เช้าด้วย  จะมาพลาดเพราะนายไม่ได้... " ร่างบางรีบจ้ำแซงหน้าเขาไปอย่างรวดเร็ว


มุมปากของเขากระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้ม เขาอาจจะเป็นโรคจิตนิดๆก็ได้นะ แต่...

ยุนจีซอง เวลาบ่นงุ้งงิ้งน่ะ น่ารักชะมัด

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ณ โรงเรียน

 

เขาเร่งฝีเท้าผ่านอาจารย์ฝ่ายปกครองที่มักใส่ชุดพละ ห้อยนกหวีด ในมือถือแท่งไม้ยาวเคาะเป็นจังหวะ เขาชูนาฬิกาข้อมือให้อีกฝ่ายดูว่ายังไม่สาย วิ่งเลียบสนามบาสเก็ตบอล ก่อนจะซอยเท้าขึ้นตึกเรียนอย่างเร่งรีบ เขาต้องไปให้ทันโฮมรูม

 

แต่ก่อนจะถึงห้องเรียน มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งขวางทางเขาไว้....


 ผู้คนรอบข้างรวมตัวกันอย่างสนอกสนใจ  บ้างก็ซุบซิบ  บ้างก็พากันถ่ายรูป  และหัวข้อที่พวกเขากำลังให้ความสนใจก็เป็นอะไรไม่ได้ นอกจากเขากับผู้หญิงตรงหน้าเขา  เขาถอนหายใจ   ตอนนี้เขากำลังเผชิญหนึ่งในสถานการณ์ที่เขาอยากหลีกเลี่ยงมากที่สุด


"แพจินยอง ฉันชอบนาย"

 

พวงแก้มสีชมพูระเรื่อ สายตาที่มองมายังเขาคาดหวังระคนเขินอาย มือคู่นั้นที่ยื่นจดหมายมาสั่นระริกเล็กน้อย  ภาพตรงข้ามคงทำให้ผู้ชายหลายคนใจสั่นไม่น้อย   แต่องค์ประกอบทั้งหมดไม่สามารถทำให้เขาตอบรับคำสารภาพของอีกฝ่ายได้ เพราะเขาเองมีคนที่ชอบอยู่แล้ว  จะเป็นใครไม่ได้นอกจากเจ้าของตายิ้มที่เพิ่งจากกันไม่นานนั่นแหละ

 

เขาถอนหายใจอีกครั้งกลั้นใจกล่าวถ้อยคำปฏิเสธออกไป

 

 "ขอโทษนะ ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว" เขาพูดเสร็จก็เดินผ่านเด็กผู้หญิงคนนั้นไปโดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย


"จินยอง กูถามจริงเถอะว่ะ มึงไม่เคยคิดจะมองคนอื่นเลยเหรอวะ"

 "นั่นดิ จองมาริ เด็กใหม่ที่กำลังดังในตอนนี้ เวลาโพสทีคนกดไลค์เป็นพันเลยนะ  "

  พอเขาเดินเข้ามาในห้อง เพื่อนของเขาต่างพากันพูดถึงฉากสารภาพรักที่พึ่งจบไป  คงเสียดายแทนสินะ 'จองมาริ'  พักนี้เขาได้ยินชื่อนี้บ่อยทีเดียว เด็กใหม่ที่พึ่งเข้ามาเรียนไม่นาน แต่กลับได้รับความนิยมจากทั้งในและนอกโรงเรียน 


 "ไม่ว่ะ"  เขาตอบแทบจะในทันทีที่ได้ยินคำถาม  


ตั้งแต่เขาเจอยุนจีซอง ผู้ชายที่อายุมากกว่าเขาถึงเก้าปีคนนั้น สายตาของเขาก็ไม่เคยมองใครเลยตลอด 4 ปี  ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายคนไหนมาสารภาพรักกับเขาก็มักโดนปฏิเสธหมด  จนบางคนคิดมาเขาแค่สร้างข้ออ้างขึ้นมาเท่านั้น  มีแต่เพื่อนสนิทของเขาเท่านั้นที่รู้ว่าคนที่เขารักคือใคร

 

เขายังจำวันนั้นได้ดี วันที่เจอร่างบางเป็นครั้งแรก

 

ตอนนั้นเขากำลังเรียนอยู่ม.ต้นปีสอง เขากดกริ่งหน้าประตูบ้านเหมือนที่ทำตามปกติทุกวัน แต่คนที่มาเปิดประตูบ้านกลับเป็นคนแปลกหน้าคนหนึ่ง ท่าทางแก่กว่าเขาหลายปี รอยยิ้มที่กว้างทั้งปากและตานั้นดูเป็นมิตรและสุขุมในเวลาเดียวกัน ทำให้เขาหยุดชะงักอย่างไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี ได้แต่ยืนเหม่อลอยมองเจ้าของรอยยิ้มนั้น

 

คนเราสามารถมียิ้มเจิดจ้าขนาดนี้ได้ยังไงกันนะ

 

"ทำไมนายไม่ลองคบ...." เสียงเพื่อนเขาเรียกเขาหลุดจากภวังค์ 

"เอาล่ะ เงียบเสียงได้แล้ว ครูจะขานชื่อแล้วนะ คิมโกอึน ...  " เสียงครูโฮมรูมช่วยชีวิตของเขาจากการซักถามของเพื่อน

 

...............................................................................


7PM

 

ที่บ้านของเขา


ติ๊งต่อง

เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นทำให้เขาที่พึ่งจะนั่งลงได้ไม่นานลุกไปเปิดประตู

 

พอยุนจีซองในชุดทำงานพ้นประตูไม่ทันไรก็ส่งกระเป๋าให้เขาด้วยแรงที่เรียกได้ว่า แทบจะโยนให้เขาถือทีเดียว

 

 

ยังไม่หายงอนเรื่องเมื่อตอนเช้าอีกสินะ เขาหัวเราะเบาๆ จากนั้นก็เดินตามร่างบางมานั่งที่โต๊ะกินข้าว

 

เขานั่งลงกินข้าวตามปกติ ลงมือกินข้าวอย่างไม่ใส่ใจ คีบอาหารจานโน้นจานนี่เข้าปากตนเอง จนกระทั่งเห็นแม่ของเขากำลังคีบที่ต็อกบ๊กกีมี"บางอย่าง" วางลงบนชามข้าวของร่างบาง

 

"ทานเยอะๆ นะจ๊ะ ขอบคุณที่ช่วยดูแลจินยองที่น่ารั..."

 

ฟึบ!

 

เร็วกว่าที่ใจคิด เขาใช้ตะเกียบคีบ" บางอย่าง" จากตะเกียบแม่เขาเข้าปากตนเอง

 

"เจ้าลูกคนนี่ จริงๆเลย ไปแย่งพี่เขากินทำไมกัน" แม่เขาบ่นน้ำเสียงไม่พอใจ

 

"............................................................" เขาไม่ตอบเพียงยักไหล่เท่านั้น แล้วตักอาหารกินต่อ แต่พอหางตาเหลือบเห็นร่างบางกำลังคีบ " บางอย่าง" อีกครั้ง มือของเขาก็ขยับไปคีบจากมือแม่ตนเองอีกครั้งเช่นกัน


"เอ๊ะ อีกแล้วนะ "  แม่เขาวางตะเกียบ ก่อนง้างมือเตรียมจะลงโทษโทษฐานทำให้ขายหน้า

 

"ไม่เป็นไรครับ คุณน้า " จีซอง

 

 

     เขารู้ดีว่า ยุนจีซองไม่ชอบกินแครอท แต่ไม่กล้าบอกแม่ของเขาว่าตัวเองไม่ชอบกิน กลัวแม่เขาเสียน้ำใจ ดังนั้นทุกครั้งที่ร่างบางจะกินแครอทเขาต้องฝ่ายแย่งกินก่อนที่อีกฝ่ายจะเอาเข้าปาก

 

......................

 

 7:40 PM

 

"ทีหลังนายไม่ต้องทำอย่างนี้ก็ได้นะ ฉันกินแครอทได้จริงๆ แค่ไม่ชอบเฉยๆ" ร่างบางพูดหลังจากขึ้นมาบนห้องเขาและอยู่โดยลำพังกันสองคน

 

"ผมไปอาบน้ำก่อนนะ " เขาพูดตัดบทพลางเดินเข้าห้องน้ำไป


8PM

เขาเดินนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกมาจากห้องหน้า ในมือก็ยังคงเช็ดผมที่ยังไม่แห้งดี ติวเตอร์ส่วนตัวของเขาเข้าห้วงนิทราเป็นที่เรียบร้อยแล้วว


ฟรี้ ฟรี้ ~


ลมหายใจสม่ำเสมอประกอบกับเสียงกรนเบาๆ แว่นตาที่ยังค้างอยู่บนสันจมูก บ่งบอกถึงความเหนื่อยของเจ้าของร่างได้เป็นอย่างดี


คงเหนื่อยมากสินะ เมื่อวานก็ทำงานเลิกดึก ไหนจะเตรียมพาวเวอร์พอยท์ ไหนจะซ้อมพรีเซนต์ วันต่อมายังต้องพรีเซนต์เช้าอีก


  เขาจับจ้องใบหน้ายามหลับของร่างบางก่อนใช้ปลายนิ้วไล้ตรงใต้ของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา จากนั้นก็ค่อยๆ ถอดแว่นออกช้าพยายามให้ร่างตรงหน้าเจ็บน้อยที่สุด เขาค่อยๆ พยุงร่างบางวางลงบนเตียงอย่างแผ่วเบาและ คลายกระดุม


ติ๊ด ติ๊ด 

เขาใช้อังตรงบนหัวร่างบางเป็นระยะๆ จากนั้นปรับแอร์เพื่อให้แน่ใจว่าแอร์จะไม่เป่าหัวอีกฝ่ายแรงเกินไป


เขานั่งลงบนโต๊ะหนังสือก่อนลงมืออ่านหนังสือภายใต้แสงโคมไฟที่ส่องสว่างเป็นเพื่อน


ใกล้ถึงวันสอบซูนึงแล้ว เขาคงต้องขยันหน่อย

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เช้าวันรุ่งขึ้น

     ตอนนี้เขาตอบโต้กับจีซองผ่านแอพคาทกกันไปมา   เนื้อหาการแชทก็หนีไม่พ้นเรื่องเมื่อคืนเมื่อคืนที่เขาไม่ยอมปลุกอีกฝ่าย ทำให้ไม่ได้สอนตามที่ตกลงกันไว้   ตอนนี้งอนใหญ่แล้ว  ส่วนเขาก็อดแหย่อดแกล้งอีกฝ่ายไม่ได้ 

จีซอง [heart]

โทรมาทำไมนะ  กำลังคุยกันแท้ๆ

"ว่าไง จีซองฮยอง" เขารับทั้งที่ในใจยังสงสัยอยู่

"..................................................." 

"จีซองฮยอง จีซองฮยอง ได้ยินผมไหม"

".................................................." เขาถามซ้ำอีกรอบแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงของผู้คนพูดคุยกันและเสื้อผ้าเสียดสีของเสื้อผ้า


จีซองเผลอไปโดนปุ่มโทรแน่เลย วางสายดีกว่า 


นิ้วเขาเลื่อนไปที่ปุ่มตัดสาย 


"ตกลงนายคิดว่ายังไงกับจินยองกับแน่" เสียงผู้ชายคนนึงดังขึ้น เขาจำได้ว่าเสียงนี้คือ ฮาซองอุน เพื่อนรุ่นน้องของจีซองที่รู้จักกันตั้งแต่เด็ก นอกจากนี้ฮาซองอุนคนนี้ก็ยังเป็นอีกคนที่รู้ว่าเขาแอบชอบจีซองมาตลอดสี่ปี เขาเองก็ขอความช่วยเหลือให้อีกฝ่ายเป็นพ่อสื่อและผู้ช่วยคอยขัดขวางคนที่เข้ามาจีบจีซองอยู่บ่อยๆ  

  

เขาทำมือเป็นสัญญาณให้เพื่อนๆของเขาเงียบเสียงลง ก่อนเปิดสปีกเกอร์ เพราะเป็นคำถามที่ตัวเขาเองอยากรู้มาโดยตลอด

 

"จินยองก็เป็นเด็กที่หน้าตาดี ขยันเรียน  แล้วก็จิตใจดีมากคนหนึ่ง" 

 

"ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ฉันหมายถึงในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่ชอบนาย"  น้ำเสียงของซองอุนฮยองเจือความหงุดหงิดเล็กน้อย

 

"นายก็รู้ว่าฉันคิดกับจินยองแค่น้องชายคนนึงเท่านั้น"


 

เหมือนมีใครซักคนเอาน้ำเย็นมาสาดใส่ตัวเขาจากหัวจรดเท้า ความเงียบเข้าปกคลุมจนถ้าใครทำเข็มหล่นพื้นก็คงได้ยิน

 

ปิ๊บ!

 

เขากดวางสายทันทีที่ได้สติ 


"จิ ..จินยองอา"

 

"ทำใจดีๆ นะ "

 

"ใช่ ใจเย็นๆ นะ บางที.. "

 

เขากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนมือทั้งมือสั่นไปหมด เพื่อนของเขาพยายามเข้ามาปลอบแต่ตอนนี้เขาไม่ไหวแล้ว 

 

 

 

เขาเบี่ยงตัวหลบมือเพื่อนที่พยายามปลอบ ก่อนหันหลังวิ่งออกไปอย่างไม่คิดชีวิต

 

 

 

"จินยองอา !!"

 

.......

 

ปัง !

 

 

 

เขากระแทกประตูปิดสุดแรง ก่อนโยนเสื้อนอกลงพื้น  หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามอารมณ์โกรธ ทั้งตัวเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ 

 

ตอนนี้เขาโมโหจนตัวแทบระเบิดอยู่เเล้ว  ตอนนี้กำลังหาวิธีระบายความโกรธนี้

 

 

 

เขาตรงไปเปิดคอมก่อนเลื่อนเม้าส์ไปคลิกเกมส์ที่ไม่ได้เข้านานจังหวะพอดีกับเพื่อนสมัยมัธยนต้นทักมาชวนเล่นเกมส์นี้เป็นกลุ่ม

 


 ช่างมันเถอะ เล่นกลุ่ม เล่นเดี่ยวก็เหมือนกัน  ประสานนิ้วมือทั้งสองข้างเข้าหากัน ก่อนบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนเริ่มเล่มเกมส์


เสียงคลิกเม้าท์รัวๆ พร้อมคะแนนที่พุ่งพรวดขึ้นอย่างรวดเร็ว สามารถบ่งบอกอารมณ์ของตัวเขาได้เป็นอย่างดี

 

บางทีเขาก็คิดนะว่า เขาแสดงออกไม่พอรึไงนะ อีกฝ่ายถึงไม่รับรู้ซักที ตลอดสี่ปีที่เขาพยายามแสดงออกว่ารักอย่างชัดเจน


อารมณ์โกรธของเขายิ่งทวีมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อนึกถึงคำพูดของร่างบาง


เกมส์ดำเนินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งจบ"ตา"นึงพอดิบพอดี


แน่นอนว่าระหว่างเล่นเกมส์เพื่อนของเขาก็ทั้งสรรเสริญ ทั้งสบถชมเขากันระงมกันเลยทีเดียว

 

 

"ย่า ไอนี่หนิ ไปโกรธใครมาวะ"

"เออ เป็นไรวะ พวกกูแทบไม่ได้ยิงเลยเนี่ย"

"โทษทีว่ะ หงุดหงิดนิดหน่อย "  พูดจบกระชากหูฟังออกจากหูมาวางบนโต๊ะ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันต่อมา

 

 

 

 เขาเหม่อมองเงาในกระจก ร่างในกระจกที่จ้องตอบเขาเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ใบหน้าดูอิดโรย ขอบตาแดง เนื่องจาากพักผ่อนไม่เพียงพอ แววตาเศร้าโศก 

 

 

 

เขาถอนหายใจพลางติดกระดุมเสื้อนักเรียนอย่างเหม่อลอย

 

เสียงริงโทนโทรศัพท์เขาดังขึ้นทำให้เขาหลุดจากภวังค์

 

จีซอง [heart]


เขาปล่อยให้โทรศัพท์ดังเรื่อยๆครั้งแล้วครั้งเล่า คิดว่าเดี๋ยวคงวางไปเอง


แต่เสียงโทรศัพท์กลับไม่มีท่าทีว่าจะหยุดราวกับคนโทรมาไม่ยอมแพ้


เขาถอนหายใจก่อนตัดสินใจกดรับสาย

 

"จินยองอ่า ทำไมรับสายช้าจัง พี่รออยู่นะ "

 

 

 

"......................................................" เขาควรพูดอะไรดีนะ

 

 

 

"ทำไมเงียบล่ะ พี่รออยู่นะ เร็วๆสิ ถ้าพี่ไปทำงานสายนายตายแน่" ร่างบางพูดรัวก่อนกดตัดสายไป

 

 

จีซองยังทำตัวเหมือนเดิม?

 


 

     สมองเขาตื๊อไปหมดเลย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ตั้งใจสารภาพความในใจของตัวเองไปเมื่อคืน แต่เขาก็หวังว่าจีซองจะให้คำตอบเขา หรือไม่ก็มีปฏิกิริยาบ้าง แต่นี่ไม่มีเลย เขาควรทำยังไงต่อดี?



เขาเปิดประตูออกไป

ร่างบางยังคงเหมือนเดิม ใส่ชุดทำงานพร้อมถือกระเป๋าโน้ตบุ๊คใบนึงแต่ต่างกันตรงที่ครั้งนี้คนที่รอไม่ใช่เขา


"มัวรออะไรอยู่ล่ะ เดี๋ยวพี่ก็สายหรอก" อีกฝ่ายพูดพลางเดินตรงเข้ามากุมมือของเขาพยายามจะให้เขาเดินไปด้วยกัน

 

เขาเหม่อมองของจีซองที่กำลังกุมมือของเขาอยู่ แต่ตัวของยังอยู่ที่เดิม 


ถ้าหากเขาตามร่างบางไป เขาคงต้องน้องชายที่แสนดีของจีซองเหมือนเก่า


ไม่มีโอกาสที่จะสารภาพรักกับอีกฝ่าย


หัวใจของเขาไม่อยากเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว...



เขาคิดพลางค่อยๆ แกะมือที่ร่างบางกุมอยู่


แล้วนายทนได้เหรอที่จะอยู่โดยผู้ชายที่ชื่อ "ยุนจีซอง"เสียงในหัวร้องถามเขา 

นายทนได้เหรอ ? เสียงนั้นถามย้ำ


เขากัดฟันริมฝีปากล่างแน่นพลางใช้ความคิด



อา ยุนจีซอง พาโบ จริงๆเลย

 

หลังจากขบคิดอยู่ซักพัก เขาก็ตัดสินใจเร่งฝีเท้าเดินตามร่างบางไป

 

 บางทีเป็นอย่างนี้ก็คงดีแล้ว เพราะยังไงเขาก็รู้ดีว่าไม่มีทางตัดใจจากร่างบางได้เร็วๆ นี้แน่นอน ขอแค่เขาได้อยู่คนตรงหน้าอย่างนี้ก็พอ  ไม่ว่าจะด้วยสถานะอะไรก็ตาม

 

 


บางทีเขาก็คงเป็นคนที่ "พาโบ" เรื่องรักอยู่เหมือนกันล่ะมั้ง ....

 

 

 

 END

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Writer Talk :

สวัสดีฮับ ไรต์เองในที่สุดก็เขียนเสร็จแล้ว จริงๆลังเลอยู่นานมากกว่าจะปล่อยจากไหดอง 


 เพราะว่ากังวลว่าจะแต่งจะออกมาดีไหม แล้วก็แอบกดดันตัวเองด้วย อยากแต่งออกมาได้ดี


ไม่รู้ว่าคนอ่านจะงงไหม แต่ตอนจบเป็นตอนจบแบบปลายเปิดน้า เพราะยังไงก็เป็นแค่ความคิดของจินยองฝ่ายเดียว 


ในอนาคตทั้งสองคนอาจพัฒนาความเป็นแบบพี่น้องหรือไม่ก็ได้  แล้วก็เราเองวางพล็อตพาร์ทสองเอาไว้ซึ่งจะพาร์ทที่เกี่ยวข้องกับพาร์ทนี้


ซึ่งไม่รู้ว่ามีคนอยากอ่านไหม ถ้าอยากอ่านจริงๆ เม้นบอกเราได้นะ เราสัญญาว่าจะแต่งพาร์ทต่อ (เกี่ยวก้อย)  แล้วก็ถ้าว่างจะรีไรต์ฟิคของตนเองให้


ดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้ายังไงฝากติชมฟิคเราหน่อยนะ  คอมเม้นทิ้งไว้ได้เลย ทางคอมเม้นหรือทวิตเตอร์ก็ได้ 



ปล. 1อ่านเรื่องนี้แล้วขอฝากคู่แบคโฮ จีซองไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของนักอ่านด้วยนะคะ กำลังจะรีไรต์เร็วๆนี้ค่ะ

ปล. 2 หากมีไฟขยัน เรื่องหน้าคือคู่แดนซองค่ะ

 



   



ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ aletha2 จากทั้งหมด 3 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 A.D.
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:36

    ฮืออ น้องงง ตื้อเข้าไปค่ะน้องแพ พี่จีต้องใจอ่อนแน่ คนไม่รู้ใจตัวเองก็แบบนี้แหละค่ะ ปากบอกคิดแค่น้องชายแต่คนที่รู้สจตัวเองที่สุดก็พี่เค้าแหละค่ะ สี่ปีเชียวนาไม่มีหวั่นไหวเลยมันเป็นไปไม่ได้!!! น้องสู้ๆนะคะ อยากให้มีภาคต่อมากๆเลยค่า ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆนะคะ

    #1
    1
    • 4 มีนาคม 2562 / 20:28
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นน้า เรามีกำลังใจขึ้นเยอะเลย ไว้เคลียร์ตัวเองเสร็จจะทยอยเขียนทยอยรีไรท์นะคะ
      #1-1