ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    R@in

    ลำดับตอนที่ #1 : บทนำ

    • อัปเดตล่าสุด 1 ธ.ค. 50


    [บทนำ]

     

    เรน(สายฝน)..?...

     

    ใช่..มันคือชื่อของเจ้า

     

    แล้วคุณเป็นใคร?...

     

    ผู้ให้กำเนิดเจ้ายังไงล่ะ..ลูกเอ๋ย...

     

    ผู้ให้กำเนิด?..อา..ได้ดูจากจอสี่เหลี่ยมแล้ว..ผู้ให้กำเนิดคือผู้มีพระคุณ..ผู้มอบชีวิตและสติปัญญา...

     

    เป็นความหมายที่ตรงเกินไปหน่อย

     

    ตรง?...

     

    ขั้นต่อไปคงต้องให้เจ้ารู้จักคิดสิ่งต่างๆด้วยสติปัญญาของตัวเจ้าเอง

     

    ลูก..หมายถึงตัวผมหรือ?...

     

    ผมเป็นลูกของผู้มีพระคุณ..เป็นลูกของคุณ..แล้ว..ผู้มีพระคุณที่เป็นเพศชาย..เค้าเรียกว่าอะไร?...

     

    พ่อ..บิดา..แล้วแต่เจ้าจะเรียก...

     

    ถ้าเช่นนั้น..ผมควรจะพูดว่า.......

     

    ความผิดพลาด..พบจุดขัดข้องที่แกนโปรตีนส่วน ซี แปด เอ

     

    ว่า..พ่..อ..หรือว่า.บิ.ดา........

     

    >แจ้ง ซี แปด เอ<

     

    จงระงับเหตุบกพร่อง สร้างส่วนเสริมคืนแก่แกนสมองโปรตีน..บันทึก..และหยุดพัก...

     

    รับทราบ

     

    ฟุ่บ!!!

     

    ด.ร คลาวด์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ขณะเอนตัวพิงกับผนักเก้าอี้หมุนของตน ทอดสายตามองไปที่จอแอลพีมอนิเตอร์สลับกับสิ่งมีชีวิตรูปร่างเหมือนเด็กทารกในหลอดแก้วขนาดใหญ่ในห้องทดลองโดยมีเจมี่ ครอสฟาวส์ ผู้ช่วยของเขายืนดูอยู่ข้างๆ ของเหลวสีฟ้าในหลอดแก้วหมุนวนรอบๆร่างของทารกตนนั้นอย่างช้าๆสลารแปลกปลอมนั่น..มัน..อะไรวะ!?

     

    ......

     

    ด.ร คลาวด์ เจมี่ ครอสฟาวส์ เอ่ยกับ ด.ร ซาทูอิส คลาวด์ ขณะเดินไปตามทางเดินสีเงินในสถานีวิจัยเซนต์เทย์อุลด์กัลด์(Saint tay ouds guld)ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองแกรนด์ดอฟ์น(Grand Dawn)  ที่ซึ่งศูนย์หลักของบริษัท แกรมมี่ ฟารากส์(Grammy Faraks)บริษัทผลิตอุปกรณ์อุปโภคบริโภคและเคมีภัณท์ด้านพันธุวิศวะกรรมและเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงผู้เป็นนายทุนใหญ่ให้แก่ศูนย์วิจัยStogd(Saint Tay ouds guld)ตั้งอยู่

     

    ผมไม่ค่อยจะชอบเลย..ไอ้โปรแกรมเรียนรู้ที่GF(Grammy Faraks)ส่งมาให้ใช้ร่วมในการวิจัยของพวกเรานะครับ…” “ฉันก็เหมือนกัน...ด.ร คลาวด์ พ่นลมหายใจฟืด มันมีองด์ประกอบของสลารแปลกๆที่ดูจะพยายามแทรกซึมเข้าสู่ส่วนแกนสมองโปรตีนของเรน..รู้มั้ย..ฉันชักจะรู้สึกว่า..การที่GFให้การสนับสนุนเรามาตั้งแต่แรก..มันชักจะแปลกๆ... ด.ร...ผมว่า..เราหยุดใช้โปรแกรมDarenที่ทางGFส่งมาให้ดีกว่า..แท้จริง..ทางเราเองก็ใช่ว่าจะสร้างโปรแกรมเรียนรู้ทางระบบประสาทสมองเพื่อป้อนให้แก่มนุษย์ชีวะอย่างเรนไม่ได้

     

    ไม่ได้..อย่าลืมสิ..เจ้าหน้าที่ของGFคอยจับตาดูเราอยู่ทุกฝีก้าว..ดีที่ทางเดินนี้ ฉันติดแอนติแซนเซอร์โมนัวส์(Antisensermonurs)ซึ่งจะส่งสัญญาณพิเศษที่ทำให้ดูเหมือนจุดนี้เป็นจุดอับสัญญาณทั้งที่จริงๆแล้วไม่ใช่เอาไว้..ไม่อย่างงั้น..ที่เราพูดคุยจนถึงเมื่อกี้กล้องที่ทางGFลอบเข้ามาแอบติดไว้ที่ข้างหลังผนังของทางเดินกับเครื่องตรวจจับเสียงของพวกนั้นก็คงจะบันทึกได้หมดแล้วแน่!”

     

    ซึ่งนั้นก็หมายความว่าถ้าในห้องทดลองคุณก็ติด..แซน..เอ่อ..อะไรเทือกนั้นไว้เหมือนกันก็ไม่น่าจะมีปัญหาไม่ใช่หรือ?” “จะบ้าหรือ!?ถ้าฉันทำอย่างนั้นเท่ากับว่ามีพิรุธนะที่ไม่ต้องการให้ทางGFรู้ความเป็นไปของการวิจัย ถ้างั้นจะทำยังไงดีล่ะครับ..ดูเหมือนGFไม่พอใจที่เราระงับสลารแปลกๆของระบบDarenที่จะแทรกซึมเข้าแกนสมองโปรตีนซะด้วยนิ..ดูเหมือนว่าจะเป็นความต้องการของ
    GFด้วยซ้ำ!” “ฉันก็ว่ายังงั้น..อืม... ด.ร คลาวด์ นิ่งคิด จริงสิ..มนุษย์ชีวะของเรามีสองตน..ตนแรกคือเรน..อีกตนก็คือ..คารอน... จะว่าไปแล้ว..รายของคารอนนี่..เราส่งโปรแกรมDarenเข้าไปให้แกนสมองโปรตีนเต็มๆเลยนิ... ใช่!..สลารแปลกปลอมที่ว่า..ก็เลยเข้าไปยึดครองสมองทั้งหมดของคารอนแล้ว..แต่ว่า..เราเองได้ตัดสัญญาณชีพของคารอนไปแล้วเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่นา..ดูGFไม่พอใจมากๆ..จนเกือบถอนทุนคืนเลยนิครับ? “..แต่มันยังผ่านมาไม่นาน..ฉันพอจะต่อสัญญาณชีพให้คารอนใหม่ได้..จากนั้นเราก็ต้องสร้างหลักฐานปลอมว่าเรนตายระหว่างทำการวิจัย..เพื่อให้GFสนแต่ความเป็นไปของการวิจัยชีวะทดลองคาเรน..แล้วเราก็จะได้นำเรนไปห้องที่ฉันติดแอนติแซนเซอร์โมนัวส์ไว้เราจะได้ทำการวิจัยเรนต่อไปได้โดยไม่ใช้โปรแกรมล้างสมองของGF”

     

    ไอเดียเยี่ยมเลยครับ! ด.ร...

     

    ......

     

    กำลังเชื่อมต่อการติดต่อไร้สายผ่านทางแอลพีมอนิเตอร์

     

    >สวัสดี ด.ร คลาวด์<

     

    สวัสดี มิสเตอร์บาราสด.ร คลาวด์ พูด

     

    >คุณแจ้งทางเราว่าตัวอย่างชีวะทดลองเรนตายแล้วงั้นหรือ?<

     

    ใช่แล้ว..มิสเตอร์..แต่คารอนยังอยู่ดี..แต่มีสลารประหลาดจากระบบของ

    โปรแกรมDarenที่คุณส่งให้เข้าครอบงำสมองของคารอนไว้..มันคืออะไรหรือ?

     

    >เกี่ยวกับเรื่องนั้น..คุณไม่จำเป็นต้องรู้หรอก...<

     

    ก็ได้..มันเป็นสิทธิของนายจ้างอยู่แล้ว..ถ้างั้น..ผมจะตัดการติดต่อแล้วล่ะนะ...

     

    >เดี๋ยวก่อน..ด.ร คลาวด์<

     

    อะไรหรือ?ด.ร คลาวด์ ถามทั้งที่จริงๆก็รู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะถามอะไร?

     

    >ทำไมชีวะทดลองเรนถึงตายได้?เมื่อสองวันก่อน..คุณเพิ่งจะส่งผลการวิจัยล่าสุดมาว่าระบบสมองของชีวะทดลองเรนกำลังพัฒนาได้ได้ด้วยดีไม่ใช่หรืออย่างไร...?<

     

    จริงแล้วๆ..เราตัดสินใจตัดสัญญาณชีพของเรนแล้วส่งต่อให้คารอนแทน..เนื่องจาก..เอ่อ..เราเห็นว่าความเป็นไปได้ที่จะมีความสำเร็จกับการวิจัยชีวะทดลองคารอนมีสูงกว่าเรน

     

    >.....<

     

    มิสเตอร์บาราส?

     

    >ไม่เป็นไร..จบการติดต่อแค่นี้...<

     

    ฟุ่บ!!!

     

    กำลังสงสัยเราอยู่ล่ะสิเนี่ย!? ด.ร คลาวด์ คิด แล้วเดินออกจากห้องวิจัยไปโดยได้หันมามองชีวะทดลองคารอนแว่บหนึ่งก่อนจะออกไป โดยไม่ทันสังเกตว่า ของเหลวในหลอดทดลอง ที่อาศัยของคาเรนนั้นค่อยๆเปลี่ยนจากสีฟ้ากลายเป็นสีเขียว

     

    ......

     

    ณ ห้องทดลองลับFGNซึ่งไม่ถูกแจ้งไปให้ทางGFทราบว่ามีอยู่

     

    เจมี่ยกคอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊คสีดำเข้ามาในห้อง แล้วจัดการต่อสายไฟเสียบเข้ากับทุกวงจรของระบบหลอดแก้วยังชีพที่อาศัยของเจ้าทารกชีวะทดลองเรน แล้วดีดสะพานไฟเล็กๆนับสิบตัวบนกล่องแผงไฟ หลอดไฟสีแดงติดขึ้น ระหว่างนั้นประตูก็เปิดออก ด.ร คลาวด์ เข้ามาในห้อง

    เรียบร้อยมั้ยครับ? ด.รเจมี่ถาม ด.รคลาวด์สีหน้าดูเครียดๆ ไม่แน่ใจ..แต่ฉันคิดว่าต่อไปนี้..จะทำอะไรคงต้องระวังให้มากแล้วล่ะนะ!...” “เข้าใจแล้วครับ..ว่าแต่..จะให้เริ่มเลยมั้ยครับ?เราดึงเรน

    ออกจากห้องทดลองAมาที่ห้องทดลองFGNนี้ได้ราวๆสามชั่วโมงแล้วนะครับ..สัญญาณชีพของเรนเริ่มจะสูญเสียความเสถียรแล้ว..ถ้าเกิดว่าไม่รีบเชื่อมต่อตัวจ่ายสัญญาณชีพล่ะก็...” “เรื่องนั้น..ฉันรู้หรอกน่า..รีบต่อตัวจ่ายสัญญาณชีพเร็วเข้าซิ!..มัวพิรี้พิไรอะไรอยู่” “ต..ต่อแล้วครับ!” “’’งั้นก็กดปุ่มเดินระบบจ่ายสัญญาณชีพซิเฟ้ย!...” “ค..คร้าบ!... 

     

    >ระบบเริ่มทำงาน<

     

    ฟู่..ดีที่ระบบต่างๆในห้องนี้ใช้งานได้ดี..แต่...ด.ร คลาวด์ ยกแขนเสื้อปาดเหงื่อ เจมี่!! นี่มันอะไรกัน!?ทำไมแอร์ไม่ทำงาน!? เอ่อ...” “อ้ำอึ้งอะไรอยู่เล่า!” “คือว่า..ผมเอาตัวจ่ายกระแสไฟหลักของระบบแอร์ในห้องมาใช้กับระบบจ่ายสัญญาณชีพของเรนน่ะครับ...เจมี่ตอบเสียงค่อย ด.ร คลาวด์ ตาถลนด้วยความโกรธ หา!!!!! แกจะบ้าเร๊อะ!!!!!”

     

    ......

     

    เวลาผ่านไปสองปี..ด้วยเทคโนโลยีการย่นระยะเวลาพร้อมๆกับการบรรจุความรู้ขั้นพื้นฐานแก่ชีวะทดลอง ชีวะทดลองคารอน ผู้มีร่างกายเหมือนกับเด็กสิบขวบก็ถูกทางGFพาตัวไป ขณะที่ เรนผู้ที่เติบโตมาในลักษณะคล้ายกับคารอนแต่แตกต่างกันตรงที่โปรแกรมเรียนรู้และต้องเติบโตแบบหลบซ่อนจากการจับตาดูของGF อยู่กับ ด.ร คลาวด์ และ เจมี่ ครอสฟาวส์ อย่างไรก็ตาม เรนไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนอีกแล้ว ด.ร คลาวด์ ให้การศึกษาแก่เขาที่ก้าวข้ามวัยเดียวกันไปมากโข สร้างประวัติ และเปลี่ยนชื่อให้เขาใหม่ เป็น เฮรอส ครอสฟาวส์ บุตรชายของเลนนี่ ครอสฟาวส์ ภรรยาของเจมี่ ที่เสียไปในอุบัติเหตุที่น้อยคนนักจะได้รู้เมื่อสี่ปีก่อน ซึ่งตัวเจมี่เองก็ยินดีที่จะรับ เฮรอส (เรน) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวร่วมกับ ซอนย่า ครอสฟาวส์ บุตรสาวของตน ผู้ซึ่งก็ได้รับทราบเรื่องราวเกือบทั้งหมดและยินดีที่จะเก็บไว้เป็นความลับ ก็ดีเหมือนกัน..หนูจะได้มีพี่ชายกับเค้าบ้างซะที...” “ถ้าลูกคิดได้ยังงั้น..พ่อกับเร..เอ่อ..เฮรอสก็ดีใจใช่มั้ย?..เฮรอส...” “ค..ครับ...

     

    @ - จบบทนำ - @

    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×