(exo) ชลิตไม่กินผักบุ้ง ♡ chanbaek

ตอนที่ 8 : บทที่ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,957
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,171 ครั้ง
    10 ต.ค. 62











พร้อมนะ?”


ครับ!


ครูล่ะปลื้มใจจริง ๆ ลุยเลย!


ครับผม!


ผักบุ้งมีความสามารถพิเศษในการแยกแยะเรื่องในหัวใจของตัวเอง อาจจะเหมือนกับที่ชลิตใจเย็นในสนามบาสเกตบอลได้ถึงแม้จะโดนชนจนเกือบล้ม ผักบุ้งเองก็ควบคุมหัวใจได้ดีในสนามแข่งปิงปอง ต่อให้ชื่อชลิตก็จะทำอะไรผักบุ้งไม่ได้ จะชนะปิงปองให้ได้ที่หนึ่งแล้วก็จะเอามากลบความเสียใจให้หมดเลย


ไม่ชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้เลย แต่ก็ต้องอดทนและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แม่บอกมาแล้วว่ารอดีใจกับผักบุ้งอยู่นะ ผักบุ้งเองก็รอดีใจกับแม่เหมือนกัน


ในสายตานั้นมองเห็นกลุ่มนักกีฬาในโรงเรียนที่ยังไม่ได้แข่งขันนั้นมานั่งรับชมการแข่งขันปิงปองรอบคัดเลือกของผักบุ้งด้วย เห็นชลิตกำลังดื่มน้ำอึกอักแต่ก็จะทำเป็นมองไม่เห็น จะได้ไม่ต้องกลับมาเสียใจกับตัวเองมากกว่าเดิม


แต่หัวใจมัน...ก็อดรนทนสงสัยไม่ได้จริง ๆ

 

อาจารย์ครับ ทำไมทีมบาสเหงื่อท่วมเลย


อ๋อ แข่งไปแล้ว เพิ่งแข่งเสร็จเอง


แข่งแล้ว?” ผักบุ้งไม่รู้เรื่องเลย คู่แรกเหรอครับ?”


ใช่ มีคู่แรกหลายคู่ก็แบบนี้ แต่ชนะสบาย ๆ เลย ไปเชียร์ตอนบ่ายนะ เจอตัวเต็ง


ได้ครับ


ครูวิชัยบอกให้ผักบุ้งทำให้ดีที่สุด ผักบุ้งเองก็บอกตัวเองแล้วว่าจะสู้เข้าไป ในเวลาที่ยืนอยู่ตรงหน้านักกีฬาปิงปองโรงเรียนตรงข้ามแล้วจึงสามารถส่งยิ้มให้ได้อย่างเป็นกันเองโดยไม่ได้นึกอะไรมากนัก สำหรับกีฬาเทเบิลเทนนิสหรือปิงปองในการแข่งขันของสมาคมกีฬานี้ ในรอบคัดเลือกแบบนี้จะแข่งสามในห้าเกม ใครได้สิบเอ็ดแต้มก่อนคนนั้นชนะ ผักบุ้งเองก็ตั้งใจว่าจะต้องได้สิบเอ็ดแต้มก่อนให้ได้ จะเต็มที่ที่สุด 


จะตบให้เละเลย ชลิตกับเฟสบุ๊กกับคนที่ชอบอะไร ผักบุ้งจะตบให้เจ็บ ๆ เลย!


เกมเริ่มขึ้นแล้ว ฝั่งนครราชสีมาได้เสิร์ฟก่อน ผักบุ้งเองก็ได้ยินเสียงครูวิชัยแว่วเข้ามาในหูว่าไม่ต้องรีบ ตีแบบค่อยเป็นค่อยไป ผักบุ้งเลยตีโต้ไปเพื่อหาจังหวะตีลูกให้ลงมากกว่าจะใส่เต็มที่ให้เกมมันสั้น ถือว่าเป็นการอุ่นเครื่องไปในตัว ได้มาสี่แต้มต่อหนึ่งแต้มอย่างสบายใจ


ผักบุ้งจะตั้งใจให้มากจะได้ไม่มาเสียใจทีหลัง ในขณะที่ฝั่งกองเชียร์ทีมบาสที่แข่งไปแล้วและแบดมิมตันที่ยังไม่ได้แข่งนั้นกำลังเอามือตี ๆ กันเพราะเก็บความตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่


โอ้โห น้องบุ้งมันเก่งนี่หว่า!สองมองผักบุ้งที่ตีลูกลงไปอีกแล้ว มันตีเหมือนมันล้างจาน


เอ้า ถ้ามันไม่เก่งมันจะได้มาแข่งเหรอวะ


กูยังจำภาพไอ้สนเดินเป๋มาได้อยู่เลย มาบอกอาจารย์ว่าเอาบุรินทร์ไปแข่งเลยครับทีมจำได้ดีเพราะตัวเองอยู่ในเหตุการณ์ มันบอกว่าผักบุ้งเก่งเหมือนกัน


อ้าว ถ้างั้นทำไมอาจารย์ไม่เอาไอ้บุ้งมาแข่งด้วยตั้งแต่แรกวะ?”


อันนี้กูรู้ ๆเจมส์ยกมือขึ้นเพื่อขอพื้นที่ในการแบ่งปันประสบการณ์ ไอ้สนมันเคยอยากไปขอให้ผักบุ้งเป็นคู่ซ้อมด้วยอยู่ แต่มึงต้องเห็นหน้าผักบุ้งตอนสะพายกระเป๋าออกมาจากห้องเรียนอ่ะ มันเป็นหน้าพร้อมกลับไปกินไข่เจียวฝีมือแม่ที่บ้านอ่ะ ไอ้สนนี่หันหน้ากลับแทบไม่ทัน ไม่อยากรบกวนมัน อยากให้กลับบ้านอย่างมีความสุข


เฮ้ย แต่ถ้ามึงบอก ผักบุ้งมันเต็มใจซ้อมให้นะเว้ยเต็มรู้จักผักบุ้ง เป็นคนที่นิสัยน่ารักติดอันดับในประเทศไทย มันโอ้โหหห ลูกพ่อ!!!!


ผักบุ้งจบเกมแรกไปอย่างสบายมือด้วยคะแนนสิบเอ็ดต่อหก โดยลูกที่ทำให้ได้แต้มสุดท้ายของเกมนั้นทำเอาทั้งสนามส่งเสียงกันขึ้นมาโดยไม่ได้นัดหมาย


แบคแฮนด์ ๆ!


พี่สองอยากจะปีนไปกราบว่ะ คนมันได้!


ไอ้ลิต! ไม่ชมเมียมึงหน่อยไง?”


ก็เห็นกันอยู่


โอ๊ยยย พ่อมา!เพื่อนหันมาไหว้ชลิตกันยกใหญ่ พ่อมันชมเมียในใจ ดูออก!


เออ แล้วตกลงน้องบุ้งงอนอะไรเราวะ


มึงยังมีหน้ามาถามเนอะเบสท์หันมาด่าสองที่ทำหน้างง ล้อมันขนาดนั้น ทุกคนเนี่ยแหละ กูด้วย


มันโกรธจริงเหรอวะ?” สองไม่คิดว่าผักบุ้งจะโกรธ ตอนเถียงจนหน้าแดงยังดูน่ารักอยู่เลย เป็นน้องหนูผักบุ้ง งั้นไอ้ลิตเป็นเมียผักบุ้งไหม ถือว่าช่วย ๆ กัน


ไอ้สัด


เกมที่สองของผักบุ้งเองก็เป็นไปได้ด้วยดีเหมือนเกมแรก สำหรับปิงปองแล้วผักบุ้งคิดว่าตัวเองนั้นตั้งรับดีกว่าตอบโต้ รอให้อีกฝ่ายพลาดเองแล้วมันก็รู้สึกใช้ได้เหมือนกัน แต่ครูก็บอกให้ผักบุ้งผลัดรับผลัดโต้เพื่อให้เกมไม่จืดชืดแล้วคู่แข่งจะได้จับทางเราไม่ได้


แล้วผักบุ้งก็ชนะนครราชสีมาไปสามต่อศูนย์เกมในแบบที่ทำให้ยิ้มกว้างและดีใจอย่างมาก ถึงจะเป็นแค่รอบแรกแต่ผักบุ้งก็รู้สึกภูมิใจในตัวเองจริง ๆ อย่างน้อยก็ได้มาแล้วหนึ่ง ได้ไปแข่งต่อในตอนบ่ายแล้ว


ไหนครูเราบอกว่านายมาแทน ทำไมเล่นเก่งจัง


อื้อ ๆ เรามาแทนผักบุ้งยิ้มให้เพื่อนจากนครราชสีมา ขอบใจน้า


ให้ได้ที่หนึ่งเลยนะ ฉันจะได้ขึ้นชื่อว่าแพ้ที่หนึ่งมา จะไม่ได้เจ็บใจ โกรธนะเนี่ย ที่ตีไปแล้วรับได้หมดเลยอ่ะ


ไม่เอา ไม่โกรธกันนะผักบุ้งยิ้มให้เพื่อนร่วมกีฬาเดียวกันก่อนจะโบกมือให้เมื่อต้องลาจาก บ้ายบาย


ผักบุ้งเดินไปกับครูวิชัยที่ชมกันไม่หยุด ได้ยินคำว่าเก่งมากประมาณสิบครั้ง ก่อนที่จะหันไปกวักมือเรียกทีมบาสเกตบอล บอกว่าให้ไปรวมกลุ่มกันที่รถ จะคุยเรื่องการแข่งขันที่จะต้องเจอกับตัวเต็งในภาคบ่าย

 

ผักบุ้งรู้สึกเศร้าอยู่ในใจเมื่อคิดถึงเรื่องของคนที่ในเฟสบุ๊กก็ไม่เป็นเพื่อนกัน แต่ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อถูกทีมบาสเกตบอลเฮใส่ ฉลองชัยชนะครั้งแรกในการแข่งขันนอกโรงเรียนของผักบุ้งคนนี้


น้องบุ้ง พี่สองให้จุ๊บแก้มเลย!


ไม่เอาหรอก ไปไกล ๆ เลยผักบุ้งเบี่ยงตัวหลบเพื่อน เอาไม้ปิงปองตีเลยนะ


โอ้โห ไอ้สองมีคอเคล็ดอ่ะพีหัวเราะกับทีมตอนที่ผักบุ้งยกไม้ขู่สอง ไม่ให้เข้ามาใกล้ ไม่ได้ไปแล้ว รถอ่ะ ไปโรงพยาบาลแทน


เต็ม รอบบ่ายแข่งเมื่อไหร่เหรอ?” ผักบุ้งหันไปคุยกับเพื่อนอีกคนที่รู้สึกสบายใจจะคุยด้วย ตอนแรกเดินอยู่ทางขวา แต่ตอนนี้เลือกมาเดินทางซ้ายเพราะอยากห่างจากอีกคนไว้ให้มาก


เข้าใจว่าต้องจัดการความรู้สึกตัวเอง เข้าใจว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในใจของผักบุ้งนั้น สุดท้ายแล้วมันก็เป็นสิ่งที่ผักบุ้งไม่มีสิทธิจะน้อยใจ ทุกอย่างเกี่ยวข้องกับชีวิตของชลิต ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของชลิต จะให้เฟสบุ๊กใคร จะถ่ายรูปกับใคร จะ...ชอบใคร มันก็เป็นชีวิตของชลิตทั้งนั้น


ก็แค่อยากจะจัดการความรู้สึกของตัวเองให้ได้ ทั้งที่คิดว่าถ้าตีปิงปองชนะแล้วจะรู้สึกดีขึ้น แต่มันกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกแบบนั้นเลย


“บ่ายครึ่ง” เต็มยิ้มให้ผักบุ้ง “มาเชียร์ชลิตด้วยนะ อุตส่าห์ตามมาเฝ้าแล้วก็เอาให้คุ้ม”


“...เรา...เดี๋ยวเราไปเชียร์เต็มนะ” คนอย่างชลิต ถึงผักบุ้งไม่เชียร์ ผู้หญิงที่มาดูก็เชียร์อยู่ดี “พีด้วยน้า...เต็มที่เลย”


“อ้าว แล้วพี่สองอ่ะ?”


“ไม่เชียร์หรอก นิสัยไม่ดี” ผักบุ้งแกล้งทำหน้าบึ้งใส่สอง “ห้ามมาใกล้เลยนะ เอาไม้ปิงปองตีหัวจริง ๆ ด้วย”


“แล้วชลิตอ่ะ ไม่เชียร์เหรอ?”


คำถามของทีมทำให้ผักบุ้งที่กำลังจะแกล้งเอาไม้ปิงปองตีสองนั้นชะงักมือโดยพลัน ทั้งที่บอกกับใจตัวเองซ้ำ ๆ ว่าต้องจัดการความรู้สึกของตัวเองให้ได้ แต่สุดท้ายแล้วผักบุ้งก็เป็นแค่คนคนหนึ่งที่ทนเก็บความน้อยใจเอาไว้ไม่อยู่ แต่ก็ไม่อยากจะพูดออกไปอยู่ดี


รู้สึกว่าตัวเองทั้งงี่เง่าทั้งกำลังสับสน ไม่ชอบเลย


“เดี๋ยวเรา...เราไปเชียร์พี่นุชกับพี่ปุ้นก่อนนะ” ผักบุ้งหลีกเลี่ยงคำถามของทีม “ไปนะ เอาไว้เจอกัน”


ทางที่เลือกเดินจึงกลายเป็นบันไดขึ้นไปยังสแตนด์สำหรับเชียร์กีฬา โดยที่ผักบุ้งเลือกที่นั่งให้ตรงกับที่พี่นุชกับพี่ปุ้นกำลังคุยกับครูปวีณ์อยู่ เพราะจะเริ่มแข่งขันในอีกสิบนาทีข้างหน้า ผักบุ้งโบกมือให้พี่นุชที่โบกมือกลับมา ขยับปากเป็นคำพูดว่าเก่งมาก! ทำเอาผักบุ้งยิ้มกว้างกลับไปเพราะรู้สึกดีใจที่ได้รับคำชมจากคนที่ตีปิงปองเก่งมากคนหนึ่งที่ผักบุ้งรู้จัก


จะนั่งดูพี่นุชกับพี่ปุ้นแข่งคู่ผสมเสร็จแล้วก็จะไปกินข้าว เสร็จจะมานั่งดูบาสเกตบอลก็แล้วกัน ดูเสร็จแล้วก็น่าจะได้แข่งกับคนที่มาจากกรุงเทพเหมือนกันเพราะอีกฝ่ายนั้นเอาชนะนนทบุรีไปได้ ครูวิชัยบอกว่าคนนี้ได้ที่สามร่วมเมื่อปีที่แล้ว ส่วนคนที่ได้ที่หนึ่งอยู่คนละสายกัน แต่ผักบุ้งก็จะไม่กังวลใจ จะพยายามให้เต็มที่ที่สุดเท่าที่จะทำได้


ทำไมถึงได้รู้สึกโดดเดี่ยวแบบนี้นะ อยากเอาคะน้ากับลันเตาใส่กระเป๋ามาด้วย ถ้ามีเพื่อนจริง ๆ จะต้องรู้สึกดีกว่านี้แน่ ๆ เลย


B. :

คะน้า


 

KN. :

แพ้เหรอ!

จดชื่อมันมา!

เดี๋ยวตามไปต่อยให้!

 

B. :

เราชนะ

แต่ว่าเรามีเรื่องจะบอกคะน้านะ

 

KN. :

กูไม่อยากรู้ได้ไหมเนี่ย

 

ผักบุ้งคิดถึงใบหน้าของคะน้าได้แจ่มชัดว่าจะต้องทำสีหน้าแบบไหน แต่ถึงคะน้าจะไม่อยากรู้ ผักบุ้งก็ทนเก็บเอาไว้ไม่ได้จริง ๆ

 

B. :

คะน้าอย่าบอกใครนะ

แต่เรา...

รู้สึกเหมือนจะชอบชลิตเลย

 

KN. :

โอ้โหหหหหหห

กูไม่รู้เลยยยยยยย

กูแปลกใจมากกกกกกก

กูแบบบบบ

เกือบตกเก้าอี้


 

B. :

คะน้าอ่ะ

นี่มันไม่ดีเลยนะ

แจมบอกเราว่า

ชลิตมีคนที่ชอบแล้ว

 

KN. :

จริงดิ

กูสืบก่อน

มึงรอแปป

 

B. :

คะน้าห้ามบอกเรานะ

เอาไว้เราถามแล้วค่อยบอก

เราไม่พร้อม

ไม่ชอบตัวเองแบบนี้เลยคะน้า

มันรู้สึกไม่ดี

 

KN. :

เดี๋ยวกูมาปลอบ

ขอเสือกก่อน

แปปนึง

 

“นั่งด้วยได้ไหม?”


เสียงที่ดังขึ้นทางด้านซ้ายทำให้ผักบุ้งเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ ละความสนใจจากสิ่งที่อยู่บนหน้าจอเพื่อให้ความสนใจกับผู้ชายคนหนึ่งที่ใส่เสื้อกีฬาสีฟ้าและรอยยิ้มที่แสดงออกถึงความเป็นกันเองได้อย่างชัดเจน


“ได้ ๆ นั่งเลย” ผักบุ้งส่งยิ้มกลับไป ก่อนจะกลับมาสนใจหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้ง ถึงจะไม่ได้พิมพ์กลับไปเพราะจะรอคะน้าพิมพ์มา แต่ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าคะน้ารู้ขึ้นมาจริง ๆ แล้วผักบุ้งจะกลั้นใจไม่อยากรู้ได้อยู่


“...เห็นแข่งปิงปองเมื่อกี้ เก่งมากเลย แบคแฮนด์อย่างเจ๋ง”


“อื้อ...” ผักบุ้งละความสนใจอีกครั้งจากโทรศัพท์ “ขอบใจนะ”


“ชื่ออะไร ถามได้ไหม?”


“ชื่อผักบุ้ง”


“เราชื่อไนท์นะ” อีกฝ่ายแนะนำตัว “ขอ...เฟสบุ๊กได้ไหม?”


“...”


“ไม่ได้อยู่โรงเรียนเดียวกันแต่เป็นเพื่อนกันได้รึเปล่า?”


“ได้สิ!” ผักบุ้งเป็นเพื่อนกับทุกคนได้แน่นอน “เรารู้จักโรงเรียนนายนะ อยู่นนทบุรีใช่ไหม ใกล้ ๆ กัน”


“จังหวัดเพื่อนบ้าน” ไนท์ยื่นโทรศัพท์ของตัวเองให้ผักบุ้ง “พิมพ์เลย”


ผักบุ้งรับโทรศัพท์ของไนท์มาพิมพ์ชื่อเฟสบุ๊กของตัวเองลงไปในช่องค้นหา ก่อนจะกดเข้าไปแล้วกดขอเป็นเพื่อนให้เสร็จสรรพ พอส่งคืนแล้วก็กลับมาเปิดเฟสบุ๊กของตัวเอง รับเป็นเพื่อนภายในหนึ่งนาทีเพื่อไมตรีจิตต่อเพื่อนร่วมอาชีพนักเรียนด้วยกัน


“อยู่ ม. อะไร?”


“อยู่ม.5”


“เฮ้ย เราก็อยู่ ม.5” ไนท์ยิ้มกว้าง “ดีเลย ยังไม่มีเพื่อนตีปิงปองเก่ง ๆ เรายังตีไม่เป็นเลย”


“ไม่ยาก ๆ ต้องไปลองตีดูนะ” ผักบุ้งตอบรับอย่างไม่อึดอัดนัก รู้สึกว่าไนท์เป็นคนชวนคุยเก่งมาก ๆ เลย “แล้ว...ไนท์เล่นอะไรเหรอ?”


“เล่นบาส” พอได้ยินแล้วผักบุ้งก็รู้สึกเหมือนโดนเจาะลูกโป่งในหัวใจ ทำไมมีแต่คนเล่นบาส ไม่เล่นอย่างอื่นกันแล้วเหรอ “ตอนบ่ายแข่งกับโรงเรียนผักบุ้งนั่นแหละ”


“...”


“แบ่งใจมาเชียร์เรานิดนึงได้ไหม?”


“...นิดเดียวนะ?”


“ฮะ ๆ โอเค” ไนท์หัวเราะจนผักบุ้งหัวเราะตามไปด้วย “ชนะแน่เลย จริง ๆ”


“ไม่จริง โรงเรียนเราชนะ” ถึงผักบุ้งจะรู้สึกไม่ค่อยดี แต่การที่ชลิตแพ้คงเป็นเรื่องที่ไม่ดีมากกว่า “แต่เพื่อนเราก็บอกว่าโรงเรียนไนท์เก่งนะ”


“ไม่รู้ดิ...ผักบุ้งก็รู้จักทีมบาสใช่ไหม เห็นมาเชียร์กัน”


“ก็...รู้จัก” ผักบุ้งหันไปมองคะแนนของพี่ปุ้นกับพี่นุชที่กำลังขึ้นนำอยู่ “ทำไมเหรอ?”


“เปล่า”


“อะไรอ่ะ...” ผักบุ้งเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ “ไม่เชียร์แล้วนะ”


“ใจร้ายนะเราอ่ะ เชียร์ก็นิดเดียว ยังจะเลิกเชียร์อีก”


“เราไม่ใจร้ายเลย ใครก็บอกว่าเราใจดี” ผักบุ้งยกมือขึ้นประกอบประโยคของตัวเองด้วยการโบกมันไปมา ส่ายหน้าก็ทำ “ไนท์แกล้งเราก่อน”


“ยังไม่ได้แกล้งเลย” ไนท์ยิ้มให้ผักบุ้งก่อนจะมีสีหน้าจริงจังให้ได้เห็น “จะบอกว่าเก่ง...แต่ก็ยังเอาชนะทีมของโรงเรียนผักบุ้งไม่ได้สักครั้งเลยนะ”


“...”


“ทำไมทำหน้าแบบนั้น ก็ต้องพยายามกันต่อไป”


“ไม่น่าพูดเลยใช่ไหม?” ผักบุ้งรู้สึกผิดขึ้นมาเต็มอก “แต่...แต่ชนะโรงเรียนอื่นก็ได้ โรงเรียนเราก็เว้นเอาไว้...”


“รู้จักชลิตไหม?”


“...”


“แค่อยากจะชนะชลิตให้ได้สักครั้งน่ะ”


ถ้าเป็นเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องกับคนชื่อชลิต อย่างเช่นเรื่องเฟสบุ๊กหรือว่ามีคนมาขอถ่ายรูปหรือว่ามีคนที่ชอบแล้ว ผักบุ้งก็จะไม่สนใจเลย แต่ถ้าจะมีคนมาเอาชนะชลิตแล้วล่ะก็...


“ไม่ได้” ยอมไม่ได้! “ไม่ให้ชนะ”


“สีหน้ารู้สึกผิดหายไปไหน เอากลับมาเดี๋ยวนี้”


“ไม่


โทรศัพท์บนตักที่สั่นขึ้นมาทำให้ผักบุ้งไม่ทันได้พูดในสิ่งที่อยากจะพูดกับไนท์ ตอนแรกคิดว่าจะเป็นคะน้าที่ทำเรื่องที่อยากรู้ในระหว่างเวลาเรียนเสร็จแล้ว แต่คนที่ส่งมากลับเป็นคนที่ทำให้ลืมสิ่งที่คิดอยู่ไปทั้งหมดเลย


CHALIT. :

โกรธอะไร

บอกมา

 

สุดท้ายแล้ว...ถึงจะน้อยใจมากแค่ไหน แต่พอเห็นว่าเป็นชื่อของชลิต ผักบุ้งก็อดทนไม่ตอบไม่ได้สักที


เพราะว่าวันนี้...แล้วก็วันพรุ่งนี้จะเป็นเพื่อนกัน เพื่อนในเฟสบุ๊กเป็นไม่ได้ แต่ได้เป็นเพื่อนในชีวิตประจำวัน ถึงจะอีกไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมงก็เป็นเพื่อนกัน

 

B. :

เปล่า

ไม่ได้โกรธ

 

CHALIT. :

แล้วเป็นไร

จะเชียร์ไหม

ชลิตน่ะ

 

“ผักบุ้ง”


“อะไรเหรอ?” ผักบุ้งเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ “จะไปซ้อมแล้วใช่ไหม ชลิตไปซ้อมแล้วนะ ไม่ชนะหรอก”


“ดูคนเรา เดี๋ยวกดสแปมเฟสบุ๊กเลย”


“ไนท์เป็นเพื่อนกับชลิตบนเฟสบุ๊กไหม ไปกดของชลิตนะ”


ผักบุ้งโบกมือบ้ายบายไนท์สามทีก่อนจะกลับมาสนใจข้อความในโทรศัพท์อีกครั้ง คิดมากกว่าสิบครั้งว่าจะตอบกลับไปอย่างไรดีนะ

 

B. :

คนเชียร์ตั้งเยอะ

คนชื่อชลิตอ่ะ

 

CHALIT. :

แล้วตั้งเยอะน่ะ

มีบุรินทร์ไหม

 

ผักบุ้งไม่รู้เลยว่าตัวเองไม่รู้สึกตัวไปกี่นาที ชลิตถามว่าคนที่เชียร์ชลิตมีชื่อบุรินทร์ไหม พออ่านจบประโยคจนรู้ความแล้วก็รู้สึกว่าหัวขาวโพลนไปชั่วขณะ เหมือนเป็นภาพพื้นหลังสีขาวที่มีประโยคคำพูดสีดำว่า มีชื่อบุรินทร์ไหม


“คะน้า!


(ไอ้บุ้ง กูเรียนอยู่!)


“คะน้า ไม่ได้แล้วนะ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” ผักบุ้งไม่รู้ตัวหรอก รู้แค่ว่ามือกดเบอร์คะน้าอัตโนมัติ เรื่องมันต้องขยายจริง ๆ “คะน้า!


(กูมีใหญ่กว่ามึงอีก ไอ้ถั่ว ถือสมุดตามมานี่!)


“ไปไหนกันเหรอ ฟังเราก่อน!


(ไปห้องน้ำสิ! กูได้มาแล้ว สี่คนต้องสงสัย!)


“คะน้าพูดเรื่องอะไร?”


(ก็คนที่ไอ้ชลิตแอบชอบไง กูเช็คทั้งเฟสบุ๊กทั้งอินสตาแกรม ไหน...ชื่อแรกชื่ออะไรนะ?)


(อันอัน อันทิตา หญิงล้วนด้วย แหมมม ไอ้ลิตตาถึงว่ะ!)


ผักบุ้งได้ยินเสียงของลันเตาดังออกมาจากโทรศัพท์ในระหว่างที่กำลังหยิบหูฟังออกมาจากกระเป๋า เตรียมพร้อมในสถานการณ์ที่ไม่คิดว่าคะน้าจะทำได้รวดเร็วขนาดนี้


“คะน้า อันนี้เป็นแบบ...สมมติฐานใช่ไหม?”


(ใช่ มึงไม่ต้องเครียด แต่หนึ่งในสี่คนนี้แหละ ถ้าไม่ใช่ไอ้ถั่วยอมถูกไอ้ลิตเตะตัดขาเลย)


(กูบอกที่ไหน!)


(มึงเปิดไอจีตามกูยัง เอเอ็นเอเอ็น...)


“เปิดแล้ว ๆ” ผักบุ้งเปิดอินสตาแกรมผู้ต้องสงสัยคนแรก “คนนี้ชลิตฟอลกลับเหรอ?”


(ฟอล ฟอลทุกคนแหละ กูเลือกมาดี)


“สวยจัง...” ผักบุ้งเลื่อนดูได้เพราะอันอันไม่ได้ล็อกเอาไว้ “ไม่เอา ไม่ดูแล้ว”


(มึงดูสี่คนไม่ไหวเหรอ กูเลือกให้คนนึงไหม เป็นแบบจากสิบกูให้เก้าอ่ะ)


“ไม่เอา...”


(ปุยฝ้าย อัญชิสา ไอจีอะไรนะ พียูไอ...)


ถึงจะบอกว่าไม่เอาแล้วแต่มือของผักบุ้งก็กดตัวอักษรตามที่คะน้าสะกดให้ ก่อนจะไปเจอกับอินสตาแกรมของผู้หญิงคนหนึ่งที่เกิดปีเดียวกับผักบุ้งเลย แถมยัง...


“น่ารักจัง...เหมือนปุยฝ้ายจริง ๆ เลย” ผักบุ้งมองแล้วนึกถึงกระต่ายขนสีขาวที่มีแก้มสีชมพู “คะน้า...”


(ไอ้บุ้งน่ารักกว่าอีก แต่ต้องกลับหัวดูนะ)


“ลันเตา ไม่ซื้อสาลี่สุพรรณไปฝากแล้วนะ” ผักบุ้งได้แต่เลื่อนดูภาพของปุยฝ้ายไปเรื่อย ๆ แต่ที่ทำให้รู้สึกใจกระตุกขึ้นมาจริง ๆ คือการที่เห็นว่าทั้งแจม เซนต์ แล้วก็ครามกดหัวใจรูปของปุยฝ้าย ส่วนชลิตนั้นไม่รู้เพราะไม่รับอนุญาตให้ติดตาม ไม่ขึ้นมาให้เห็น จะหาก็ไม่รู้จะเจอไหม คนถูกใจรูปภาพเยอะมาก ๆ “ทำไมคะน้า...ถึงคิดว่าเป็นคนนี้อ่ะ”


(เพราะว่าเป็นคนเดียวที่กลุ่มมันฟอลครบไง)


“จริงเหรอ?”


(เออ แล้วก็ไปแสดงความเห็นภาพไอ้ลิตบ่อย ไอ้ภาพล่าสุดที่กูส่งให้มึงดูอ่ะ เค้าก็พิมพ์ว่าสวยจัง ที่ไหนอ่ะ)


(โลเคชั่นมันก็ใส่ ไม่กดเข้าไปล่ะ โง่!)


(ลันเตา มึงไม่ต้องอิน ไม่ใช่เรื่องของมึง)


“...แล้วชลิตก็ตอบเหรอ?”


(ใช่ ตอบว่าบางแสน)


“เราไม่เห็นรู้เลยว่าชลิตไปบางแสน เรารู้แค่ว่าไปทะเล...”


(กูก็ไม่รู้ กูเห็นแค่ชลบุรี อย่าไป)


(พวกมึงทำอะไรกันเนี่ย?)


ผักบุ้งได้ยินเสียงของครามดังเข้ามาในโทรศัพท์ เหมือนจะมาเข้าห้องน้ำแล้วเห็นว่าคะน้ากับลันเตากำลังส่งเสียงดังกันใหญ่ ผักบุ้งก็ได้แต่นั่งฟังพร้อมกับมองบทสนทนาระหว่างตัวเองกับชลิตที่เหมือนจะไม่ทำให้มีความสุขได้เลย 


เหมือนที่รู้สึกดีเมื่อนาทีก่อนมันหายไปหมดเลย


(ปุยฝ้ายมึงไง ลูกชายกูร้องไห้แล้ว)


(อะไรวะ ปุยฝ้ายไหน?)


(ปุยฝ้ายเนี่ย ไอ้ถั่ว โชว์ดิ้)


(อ๋อ เกี่ยวไรกับกูอ่ะ เค้าชอบไอ้ลิต)


(แล้วไอ้ลิตชอบไหม?)


(กูชื่อครามจ้ะ ชื่อครามนะจ๊ะ ถอยดิ้ ปวดฉี่!)


(จับมันไว้ ไม่ตอบก็ไม่ต้องฉี่!)

 

B. :

ชลิตเก่งอยู่แล้ว

ต่อให้ไม่มีบุรินทร์

ก็ทำได้อยู่แล้วล่ะ

สู้สู้นะ





 



หลังจากที่ผักบุ้งได้พักใจกับข้าวหมูกรอบเพิ่มหมูพิเศษที่พี่นุชสั่งให้แล้วนั้น เราทั้งสามคนที่มีแข่งในช่วงบ่ายจนเกือบเย็น เป็นคู่สุดท้ายของรอบบ่ายนั้นก็ตัดสินใจว่าจะไปดูแข่งบาสเกตบอลด้วยกัน เพราะว่าพี่ปุ้นนั้นสนิทกับต้อง พี่ปุ้นบอกผักบุ้งว่ามันส่งข้อความมาตาม ไม่ไปดูไม่ใช่พี่น้อง เดี๋ยวซื้อขนมไปฝากมันด้วย


ชลิต...จะชอบทวิสโก้ในกระเป๋าของผักบุ้งไหมนะ หรือว่าไม่ควรจะเข้าไปยุ่งอะไร เอาไปให้คนที่อยากกินมากกว่าก็คงดี วันนี้ผักบุ้งจะไปเชียร์เต็มนี่หน่า อย่างน้อยตอนอยู่ ม.4 ก็เคยทำงานด้วยกันตั้งเยอะ


“ผักบุ้ง พี่นุชได้ยินนะ”


“ได้ยินอะไรเหรอครับ?”


“ไอ้สองมันบอกชลิตกับผักบุ้ง...เป็นแฟนกันเหรอ?”


“ไม่ใช่นะครับ!” ผักบุ้งเกือบเดินสะดุดขาตัวเอง “พี่นุชไม่เอานะ ชลิตได้ยินโกรธหัวฟูเลย”


“โห อยากเห็นเหมือนกันนะ” พี่ปุ้นหัวเราะเสียงดัง “ตอนแข่งเห็นใจเย็นจัง”


“ใจเย็นแบบตาลุกเป็นไฟน่ะเหรอ เค้าเรียกคนเคารพกติกา”


พี่ปุ้นกับพี่นุชคงมีโอกาสได้ดูชลิตแข่งบ่อย ๆ เพราะเป็นนักกีฬาของโรงเรียนเหมือนกัน ต่างจากผักบุ้งที่เคยได้ดูครั้งแรกที่นครสวรรค์ แล้วตอนนี้ก็กำลังเดินทางไปดูเป็นครั้งที่สอง พี่ทั้งสองคนบอกกับผักบุ้งว่าช่วงก่อนที่นักกีฬาจะแข่งขันนั้นเราสามารถเข้าไปคุยที่สนามได้ แต่สิบนาทีก่อนที่จะแข่งนั้นต้องกลับขึ้นไปบนที่นั่งด้านบน ไปให้กำลังใจจากตรงนั้นแทน


“ปุ้นไปหาไอ้ต้องเลย เดี๋ยวนุชไปจองที่ บุ้งไปหาชลิตได้เลยนะ”


“พี่นุชอ่ะ...” ผักบุ้งไหล่ตกทั้งสองข้าง “ชลิตโกรธจริง ๆ นะครับ”


“ไหน ไปลองให้ดูหน่อย”


“ไม่เอาครับ” ผักบุ้งไม่มีความกล้าพอที่จะทำแบบนั้น อีกทั้งยังมีเรื่องที่ทำให้รู้สึกน้อยใจมาก ๆ อยู่ข้างใน คงจะทำไม่ได้จริง ๆ “เดี๋ยวบุ้งไปจองที่ด้วย พี่นุชจะได้ไม่เหงานะ”


พี่นุชเดินหาที่ที่คิดว่ามองเห็นชัดมากที่สุดไปเรื่อย ๆ ผักบุ้งเองก็เดินตามไปเรื่อย ๆ เหมือนกัน ระหว่างที่เดินอยู่ก็ทำให้รู้ว่ามีคนสนใจมาดูการแข่งขันครั้งนี้เยอะมาก ๆ เสื้อสีต่างกันไปหมดเพราะมาจากต่างโรงเรียน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือทุกคนเป็นผู้หญิง


สมมติว่ามีคนอยู่สิบคน จะแบ่งได้เป็นผู้หญิงเจ็ดคนและผู้ชายสามคน มาดูชลิตกันหมดเลยเหรอ เข้าใจว่าเป็นคนที่เก่งมาก ๆ เป็นคนที่...มีคนติดตามในอินสตาแกรมเยอะมาก ๆ เหมือนเป็นคนดังในระดับมัธยมเลย


“ผักบุ้ง!” เสียงเรียกชื่อนั้นทำให้ผักบุ้งที่กำลังจะทิ้งตัวลงนั่งมองหา “ลงมานี่ก่อน!


ไนท์ที่เหมือนจะวิ่งมาหาผักบุ้งจากทีมของตัวเองนั้นทำให้ผักบุ้งต้องลงไปหาข้างล่าง ไปยืนเกาะราวระเบียงที่สูงจนต้องก้มลงไปและยื่นมือไปรับอมยิ้มรสสตรอว์เบอร์รี่สองอันที่ไนท์ยื่นให้


“ครึ่งแรกกับครึ่งหลังนะ”


“ไม่เห็นต้องซื้อมาให้เลย” ถึงจะพูดออกไปแบบนั้นแต่ผักบุ้งก็รับเพราะว่ามันเป็นน้ำใจของเพื่อน “ขอบใจนะ”


“อย่าลืมเชียร์ไนท์นะ”


“เดี๋ยวเชียร์เท่าอมยิ้มห้าบาทเลย”


“ห้าบาทอะไร ซื้อด้วยใจเลยนะ”


“อะไรเนี่ย...” ผักบุ้งตั้งรับไม่ถูก รู้สึกไม่ค่อยชิน ถ้าเป็นคะน้าคงจะพูดว่าห้าบาทก็เงิน มึงไม่เห็นคุณค่าเหรอ แต่ไนท์มาพูดแบบนี้ “เรา


“คุณบุรินทร์ เชิญที่สนามด้วยครับ!


เสียงประกาศจากประชาสัมพันธ์ของสนามกีฬาทำให้ผักบุ้งหันไปให้ความสนใจว่ามีคนชื่อบุรินทร์คนอื่นอีกไหม แต่ชื่อโรงเรียนที่ตามมาหลังจากนั้นทำให้ต้องรีบวิ่งลงไปข้างล่างเพราะเห็นว่าอาจารย์ปวีณ์กำลังกวักมือเรียก พี่นุชเองก็บอกให้รีบลงไป เผื่อมีเรื่องอะไรให้ไปช่วยกันทำ


ผักบุ้งตั้งใจว่าจะรีบวิ่งไปหาอาจารย์ปวีณ์ แต่คอเสื้อที่ถูกคว้าเข้าให้ก็ทำให้วิ่งแล้วไม่ไปจนต้องหันกลับไปมองว่าใครกันที่มาทำกับผักบุ้งแบบนี้ ครูปวีณ์ประกาศให้ไปหาเลยนะ ไปช้าไม่ได้

 

บุรินทร์


“...”


เมื่อกี้ทำอะไร?”


มะ...ไม่ได้ทำอะไรเลยนะชลิตจะลากผักบุ้งไปไหน ครูเรียก...


ฉันเนี่ยแหละเรียก


ชลิต...ชลิตเรียกเหรอ?”


เออ

 

ไม่ใช่ในสนามแต่เป็นบริเวณด้านนอกที่ผักบุ้งโดนชลิตลากออกมา ในใจเอาแต่คิดว่านักกีฬาออกมาได้ด้วยเหรอ ถ้าอาจารย์เรียกจะไม่ได้ยินเหรอ แล้วออกมาแบบนี้จะทำยังไง ผักบุ้งยังไม่อยากคุยกับชลิตเลย อยากนั่งมองเงียบ ๆ แล้วเชียร์ในใจมากกว่า

 

ถึงจะบอกออกไปว่าชลิตมีคนเชียร์เยอะอยู่แล้ว แต่หัวใจของผักบุ้งก็บอกว่าจะเชียร์ชลิตอยู่ดี ยิ่งได้รับข้อความจากแจมว่าฝากเชียร์ชลิตด้วยนะ ผักบุ้งยิ่งทำใจไม่เชียร์ไม่ได้จริง ๆ เหมือนเป็นความรู้สึกที่ลึกลงไปในหัวใจ

 

ทำอะไร?”


“...”


นอกใจเหรอ?”


ไม่ใช่นะ!ผักบุ้งโพล่งออกไปเสียงดังก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากอย่างรวดเร็ว นอกใจนี่มัน...นี่มันไม่ได้นะ! พูดอะไร...


ทำไม ชลิตคนเชียร์เยอะแล้ว เลยจะไปเชียร์คนอื่นรึไง?”


ก็...ก็ชลิตคนเชียร์เยอะจริง ๆ นี่ใจของผักบุ้งไม่ดีแล้ว นี่มันไม่ดีเลย


ไอ้ไนท์เอาอะไรมาให้?”


อมยิ้มผักบุ้งล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง เอาออกมาให้ชลิตดู ชลิตรู้จักไนท์ด้วยเหรอ?”


นายต่างหาก รู้จักมันด้วยรึไง?”


อื้อ...เพิ่งรู้จักเมื่อเช้าผักบุ้งเล่าให้ชลิตฟัง แต่เชียร์ไนท์นิดเดียวนะ เราเชียร์ทีมโรงเรียน เชียร์เพื่อน—”


ดี


“...”


เชียร์ให้หมดทุกคนล่ะ แล้วก็เว้นฉันเอาไว้คน


“...ชลิต...


ไม่อยากเชียร์ก็ไม่ต้องเชียร์


“...”


“ฉันก็ไม่อยากให้นายมาเชียร์เหมือนกันนั่นแหละ

 

ผักบุ้งได้แต่มองแผ่นหลังของชลิตที่เดินกลับเข้าไปในสนามกีฬาอย่างรวดเร็วจนหายลับสายตาไป พร้อมกับความรู้สึกผิดในใจที่ประดังประเดเข้ามาราวกับคลื่นทะเลในวันที่ลมพัดแรง ผักบุ้งในตอนนี้เหมือนไม่ใช่ผักบุ้งเลย ผักบุ้งคนเมื่อวานหายไปไหนกันนะ ผักบุ้งอยากจะเอาคนคนนั้นกลับมา เอาผักบุ้งที่ไปนครสวรรค์ตอนนั้นก็ได้ ไม่ใช่ผักบุ้งที่เป็นอะไรก็ไม่รู้แบบนี้

 

ความรู้สึกน้อยใจมันไม่ใช่เรื่องผิด ผักบุ้งไม่ผิดเลยที่รู้สึกแบบนั้น แต่สิ่งที่ผิดคือการที่ผักบุ้งทำให้มันกระทบต่อความรู้สึกของคนคนหนึ่งที่ไม่ควรจะได้รับผลกับเรื่องนี้เลย ชลิตมีสิทธิที่จะตัดสินใจ มีสิทธิที่จะใช้ชีวิตตามที่ตัวเองต้องการ การที่ผักบุ้งชอบชลิต การที่มานั่งนึกน้อยใจเรื่องอะไรก็ตามแต่มันไม่ใช่ความผิดของชลิต มันไม่ควรเป็นแบบนี้เลย

 

ทั้งที่พยายามจนทำให้ความสัมพันธ์ของเราดีขึ้นมากขนาดนี้ แต่ผักบุ้งก็ทำลายมันลงด้วยความอะไรก็ไม่รู้ของตัวเอง

 

จะทำอย่างไรดีนะ ใครบ้างที่จะแก้ปัญหานี้ได้ คนที่จะเข้าใจหัวใจของผักบุ้งและรู้ว่าสิ่งที่ผักบุ้งควรทำคืออะไร ควรจะทำอย่างไรให้ทุกอย่างกลับมาเป็นรูปเป็นร่าง เป็นอะไรที่ทำให้ยิ้มได้อย่างเคย ไม่ใช่มาจมอยู่กับความทุกข์แบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยสักนิด

 

B. :

แจม

ขอโทษนะ

แต่เราขอโทรหาหน่อยได้ไหม

 

JAM. :

แปปนึง

เดี๋ยวโทรไป

 

มันคงจะเป็นการรบกวน แต่ผักบุ้งที่ตอนนี้ได้แต่ยืนเช็ดน้ำตาที่หางตาของตัวเองนั้นไม่รู้จะหันหน้าแล้วเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับใคร ถ้าเป็นคะน้ากับลันเตาตอนนี้ก็คงจะบอกให้ช่างหัวชลิตไปซึ่งผักบุ้งไม่อยากทำ พอคิดแบบนั้นแล้วก็คงจะเหลือแต่แจมที่เข้าใจความรู้สึกของผักบุ้งแล้วก็รู้ว่าควรจะทำอย่างไรเพราะเป็นเพื่อนที่ชลิตสนิทมากที่สุด


 ผักบุ้งจะตีตัวเองสิบครั้งเพราะทั้งหมดมันเป็นความผิดของผักบุ้งเอง ชลิตจะไม่ให้เชียร์แล้วมันก็สมควร เอาแต่น้อยใจจนทำให้มันเป็นแบบนี้ จนทำให้ชลิตบอกว่าไม่อยากให้ผักบุ้งเชียร์อีกแล้ว


เมื่อโทรศัพท์ที่กำเอาไว้ในมือสั่นขึ้นมา ผักบุ้งก็เหมือนได้รับที่พึ่งทางใจครั้งยิ่งใหญ่ในวันนี้


“แจม ไม่ได้ยุ่งใช่ไหม?”


(ไม่เลย เป็นอะไร?)


“...”


(เรื่องชลิตใช่ไหม?)


“แจมรู้เหรอ...”


(ก็พอจะเดาออกนะ ไม่ใช่เรื่องยากอะไร)


“...ที่บอกแจมไปว่าเราเสียใจ เราเสียใจจริง ๆ นะ” ผักบุ้งพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ “แล้วเราก็น้อยใจชลิต...หลายเรื่องมาก ๆ เหมือน...เหมือน...”


(เหมือนพอเสียใจเรื่องหนึ่งแล้ว เรื่องอื่นมันก็ประดังประเดเข้ามา ทีนี้ก็เลยเสียใจแล้วก็น้อยใจไปหมดทุกเรื่องเลย ใช่ไหม?)


“อื้อ...” การที่มีใครสักคนเข้าใจกัน มันทำให้ผักบุ้งรู้สึกขอบคุณจริง ๆ


(แล้วก็เรื่องที่ชลิตมีคนที่ชอบแล้วด้วยใช่ไหม?)


“...”


(เราอยากให้ผักบุ้งคิดนะว่าการที่เรามีความรู้สึกชอบให้ใครสักคน กับการที่เราจะมาเสียใจว่าคนที่เราชอบไปชอบใคร เรื่องไหนมันทำให้เรามีความสุขมากกว่ากัน)


“...”


(ไม่ว่าชลิตจะชอบใคร ผักบุ้งก็จะมีความรู้สึกดี ๆ ให้เสมอ จะเป็นพลังบวกให้กับชลิต กับการที่มานั่งคิดว่าชลิตไม่ชอบเราหรอก เค้ามีคนที่ชอบแล้วนี่ อะไรที่มันทำให้ผักบุ้งยิ้มได้แล้วจะไม่เสียใจทีหลัง)


“อื้อ...”


(เรารู้ว่ามันยาก แต่อยากให้มองหาสิ่งที่ดีในเรื่องที่ทำให้เสียใจ ผักบุ้งเปลี่ยนใจใครไม่ได้ แต่เปลี่ยนใจตัวเองได้ใช่ไหม?)


“เราเข้าใจแล้ว...” ผักบุ้งรักแจมที่สุดเลย ถ้าเจอหน้าจะต้องเลี้ยงไอศกรีมหนึ่งแท่ง “ชลิตชอบใคร...ไม่สำคัญหรอก”


(...)


“สำคัญที่เรา...ชอบชลิตใช่ไหม”


(ใช่ ปลื้มใจนะ เหมือนส่งลูกชายเข้าโรงเรียนประถม)


“แจมอ่ะ...”


(ยิ้มรึยัง?)


“ยิ้มแล้ว” ผักบุ้งยิ้มออกมาได้จริง ๆ เหมือนเป็นฟ้าหลังฝนเลย “แต่ว่านะแจม...เราทำเรื่องอีกแล้ว”


(ว่ามา)


“คือเราก็น้อยใจนั่นแหละ แล้วเรากับชลิตก็เป็นเพื่อนกันถึงวันอังคารใช่ไหม ชลิตก็มาถามตั้งสองครั้งว่าเราเป็นอะไรแต่เราก็ไม่ได้บอก แล้วเราก็พูดไปด้วยว่าคนเชียร์ชลิตเยอะ เราไม่เชียร์ก็ไม่เป็นไร...” ผักบุ้งเพิ่งมาคิดได้ในนาทีที่คุยกับแจมว่าทั้งหมดที่ชลิตทำนั้นมันเป็นอะไรที่สำคัญมากจริง ๆ “...แต่คุยกันไม่ค่อยดี ชลิตก็เลยไม่ให้เชียร์แล้ว”


(ฮะ?)


“ชลิตบอกว่าเชียร์ได้ทุกคน ยกเว้นชลิต”


(เล่าให้ละเอียดกว่านี้ได้ไหม หาสาเหตุไม่เจอ จะบอกว่าน้อยใจเหมือนผักบุ้ง ไอ้ลิตมันก็ไม่ใช่คนแบบนั้น)


“ชลิตไม่น้อยใจใครเลยเหรอ?”


(ไม่มีหรอก มีแต่ช่างแม่ง เล่ามา เล่าละเอียด ๆ นะ)


“ไม่รู้จะเล่ายังไง...” ผักบุ้งก็พูดไม่ถูก “คือวันนี้นะ เราน้อยใจชลิตมาก ๆ ก็เลยไม่คุยด้วยเลย ชลิตส่งข้อความมาถามเราก็ตอบว่าเปล่า ตอนแข่งเสร็จก็ไม่ได้คุยด้วย แล้วทีนี้ชลิตก็ทักมาอีก แต่เราก็ตอบแบบที่เล่าให้แจมฟังไปแล้ว พอตอนนี้กำลังจะรอชลิตแข่งอยู่ เราคุยกับไนท์อยู่ดี ๆ ชลิตก็ลากออกมา ถามว่า...เอ่อ...จะไปเชียร์คนอื่นเหรอ แล้วก็ถามว่าไนท์ให้อะไร รู้จักไนท์ด้วยเหรอ แล้วชลิตก็ไม่ให้เชียร์เลย”


ผักบุ้งข้ามไปหนึ่งคำถาม เป็นอะไรที่พูดออกไปไม่ได้ เหมือนเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้


(ไนท์ไหน นฤเบศร์?)


“ไม่รู้ เป็นไนท์นนทบุรี”


(เออ นฤเบศร์นั่นแหละ ...เอาจริง ๆ เลยนะ ไม่เข้าใจ)


“...”


(ต้องไปเห็นมั้ง แต่ไอ้ลิตกับไอ้ไนท์มันก็เพื่อนกันนะ ไม่น่าเกี่ยว ตอนนั้นบังเอิญไปเจอที่สยาม ยังชวนไปกินข้าวด้วยกันอยู่เลย)


“ทำยังไงดีอ่ะแจม...”


(ก็เป็นผักบุ้งนั่นแหละ ผักบุ้งสู้เข้าไปน่ะ เดี๋ยวก็ใจอ่อน)


“โอเค...” ผักบุ้งไม่มั่นใจเลย “เชื่อแจมนะ”


(ใช่ เชื่อแจมน่ะดีแล้ว ลุยเลย)


“อื้อ!

 

คนที่ไม่ได้เรื่องก็คือผักบุ้งคนนี้ ชลิตที่ตอบตกลงว่าจะเป็นเพื่อนกันตามคำขอของผักบุ้งนั้นทำทุกอย่างราวกับว่าเราเป็นเพื่อนกันจริง ๆ ทั้งถามเรื่องอาหารเช้า ช่วยดูของที่ต้องเอามา ถามไถ่เมื่อเห็นว่าแสดงท่าทีที่ไม่ค่อยดี ทำทุกอย่างเหมือนผักบุ้งเป็นเพื่อนคนหนึ่ง ส่วนคนที่เป็นคนเอ่ยคำขอนั้นออกไปแท้ ๆ กลับมองแต่เรื่องที่ตัวเองน้อยใจ เรื่องที่เสียใจ ทำตัวอะไรก็ไม่รู้จนทำให้เสียเวลาที่มีค่าไป ถ้าไม่เป็นแบบนี้ ผักบุ้งอาจจะได้ไปกินข้าวกลางวันกับชลิต ยิ้มอยู่กับชลิต...ที่ทำให้มีความสุขจริง ๆ นั่นแหละ

 

จะอันอันหรือปุยฝ้ายหรือจะเป็นเพื่อนหรือไม่เป็นเพื่อน ผักบุ้งก็...ชอบชลิตมาก ๆ เรื่องนี้แหละที่สำคัญมากที่สุดเลย


อีกห้านาทีจะห้ามไม่ให้คนนอกเข้าไปในพื้นที่ของการแข่งขันแล้ว ผักบุ้งที่ตอนนี้กลับมาเป็นผักบุ้งที่ยิ้มกว้างอย่างสดใสเพราะใช้หัวใจมองให้เห็นถึงเรื่องดี ๆ ในความสัมพันธ์ของเรานั้นกำลังวิ่งอย่างสุดความสามารถเพื่อไปหาชลิตที่กำลังยืนคุยกับสองอยู่


“ชลิต!


“...”


“อ้าว แยกย้ายครับ เพื่อนกับเมีเอ้ย! แฟนจะคุยกัน”


“ใครพูดเรื่องกูกับบุรินทร์ขึ้นมาอีกที” เสียงของชลิตฟังดูจริงจังจนทำให้สองกับเพื่อน ๆ ที่หัวเราะอยู่เงียบโดยทันที “อย่าหาว่ากูไม่เตือนก็แล้วกัน”


“ชลิต...” ผักบุ้งรู้ตัวว่ากำลังหน้าเสียเมื่อชลิตเดินหนี แต่พอหันไปเจอเต็มกับสองทำม่าให้ผักบุ้งวิ่ง ผักบุ้งเลยรีบขยับตัวตามไปเพราะไม่มีเวลาแล้ว


ไม่มีเวลาแล้วจริง ๆ ทั้งยังคงดูไม่จบเพราะต้องไปแข่งปิงปองต่อ ชลิตทำในเรื่องที่ผักบุ้งไม่กล้าทำมากมาย อย่างน้อยก็เรื่องที่ให้ครูปวีณ์ไปประกาศเรียกชื่อผักบุ้ง...


“...ไม่ได้นอกใจเลยนะ” ผักบุ้งกระซิบเบา ๆ ท่ามกลางเสียงของผู้คนที่สนามกีฬาแห่งนี้ “เรา...เชียร์ชลิตคนเดียว”


“...”


“ชลิต...” ทำไมถึงไม่ตอบอะไรเลย “แล้ว...แล้วชลิตจะไปเชียร์เราไหม?”


“ไม่จำเป็นมั้ง คนเชียร์เยอะแล้วนี่”


“ตะ...แต่เราอยากให้ชลิตไปเชียร์


“ไม่มีฉันนายก็ทำได้อยู่แล้ว”


“...”


“สู้เข้าล่ะ บุรินทร์”

 

เพราะประกาศที่บอกให้นักกีฬาเข้าประจำที่และให้ผู้คนที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากบริเวณพื้นที่ที่เป็นการแข่งขันนั้นทำให้ผักบุ้งต้องกล้ำกลืนน้ำตาของตัวเองเอาไว้แล้วกลับไปนั่งที่ข้าง ๆ พี่นุชที่ไม่ได้เอ่ยถามอะไรนอกจากยกมือขึ้นตบไหล่ผักบุ้งเบา ๆ คงจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามประกอบกับสีหน้าของผักบุ้งในตอนนี้


ชลิต...ตอบกลับมาเหมือนกับที่ผักบุ้งพิมพ์ไปให้ในบทสนทนาระหว่างเรา ตอนที่ผักบุ้งพิมพ์ไปมันมีเพียงแต่ความคิดที่ว่าตัวเองน้อยใจ ผักบุ้งไม่รู้หรอกว่าชลิตรู้สึกอย่างไร แต่สิ่งที่ผักบุ้งรู้ในตอนนี้คือความรู้สึกเจ็บที่ทำให้น้ำตาพาลจะไหลออกมา


ทำตัวเองทั้งนั้น...โทษใครไม่ได้เลย มันเป็นเพราะผักบุ้งเอง


การแข่งขันของชลิตเริ่มต้นขึ้นแล้วแต่ผักบุ้งก็ไม่กล้าแม้จะลุกขึ้นเชียร์อย่างที่พี่นุชทำ สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงแต่การปรบมืออย่างจริงใจ สายตาที่มองชลิตตลอดเวลานั้นทำให้เห็นว่าอีกฝ่ายนั้น หลังจากทำคะแนนได้ก็หันไปทำท่าชนหมัดกับไนท์ที่ทำหน้าเหมือนอยากจะเตะชลิตเพราะโดนแกล้งแบบนั้น


ถึงแม้จะต่างโรงเรียนแต่ก็ดูสนิทกันดี แล้วชลิตก็...ดูเหมือนจะไม่สนใจด้วยว่าผักบุ้งจะเชียร์หรือไม่เชียร์ ไม่สนใจอย่างที่พูดเอาไว้จริง ๆ


เกมในวันนี้ดุเดือดไม่แพ้เกมที่ผักบุ้งเคยได้ดูเลย นั่งก็แทบจะไม่ติดเก้าอี้เพราะใจมันพร้อมจะเฮตลอดเวลา นึกถึงวันนั้นที่ไปกับเพื่อน ๆ ทุกครั้งที่ชลิตชู้ตได้ สายตานั้นก็จะมองมาทางเพื่อน ๆ เสมอราวกับว่ารับรู้ถึงกำลังใจที่ส่งให้ไป


แต่ถึงในวันนี้จะไม่มีแบบวันนั้นก็ไม่เป็นไร เป็นผักบุ้งแล้วต้องสู้เข้าไป เพื่อชลิตแล้วจะทุ่มใจทั้งดวงเลย


“บุรินทร์ ไปเตรียมตัวได้แล้ว”


“เอ่อ...ครับ” ผักบุ้งเก็บของของตัวเองให้เรียบร้อย สายตามองไปยังสนามที่ชลิตวิ่งอยู่อีกครั้ง ใกล้จะพักครึ่งแรกแล้ว อย่างน้อยก็อาจจะไปดูเกมที่สามของผักบุ้งทัน “พี่นุชพี่ปุ้น ฝากเชียร์ชลิตด้วยนะครับ”


“ได้เลย เดี๋ยวถ่ายรูปให้ด้วย”


“ขอบคุณครับ”

 

B. :

ชลิต

มาเชียร์เราด้วยนะ

เราขอโทษจริง ๆ


 

ผักบุ้งส่งข้อความหาชลิตก่อนที่จะต้องเก็บโทรศัพท์โดยสมบูรณ์แบบ โชคไม่ดีที่เวลาแข่งนั้นเป็นช่วงเดียวกันจนทำให้ผักบุ้งต้องพลาดเกมของชลิตในช่วงท้ายไป แต่ในใจก็แอบหวังว่าชลิตจะมาเชียร์เหมือนกัน

 

กับคนนี้แล้วผมตั้งรับได้ไหมครับ แค่ช่วงเกมแรกก็ได้ผักบุ้งลองคุยกับครูวิชัยถึงเรื่องแนวทางการเล่นในรอบนี้ โต้นาน ๆ...


เราจะไหวรึเปล่า ถ้าจะแผ่วปลายครูก็ไม่แนะนำนะครูบอกกับผักบุ้ง เพราะถ้าเค้าโต้แรงมาเราก็ต้องโต้แรงกลับ


ครับ ผมเข้าใจ


กับคนนี้แล้วถ้าบุรินทร์หลอกเล่นบ่อย ๆ ก็จะดีมาก ๆ แต่ครูอยากให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ต้องกดดันนะ


ครับ...

 

ผักบุ้งไม่กล้าบอกครูว่าจะตีรอเพื่อนทีมบาสมาเชียร์เพราะมันดูเหมือนคนไม่รู้จักหน้าที่ของตัวเอง ผักบุ้งเข้าใจดีว่าเราต้องแยกแยะ เหมือนตอนนี้ที่ส่ายหน้าไปมาก่อนจะเอามือตบหน้าตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติให้กลับคืนมา ผักบุ้งส่งยิ้มให้เพื่อนที่มาจากกรุงเทพเหมือนกัน

 

เต็มที่เลยนะ ครูเชื่อในตัวบุรินทร์ จองห้องไว้ให้แล้วนะ อย่าให้ครูเก้อล่ะ


ฮะ ๆ ได้เลยครับ

 

ในเกมนี้ผักบุ้งได้เสิร์ฟก่อน ข้อได้เปรียบสำคัญที่ดีที่สุดของผักบุ้งคือไม่เคยมีใครเห็นเขาเล่นมาก่อน สิ่งที่มีทั้งหมดในเรื่องของเทคนิคก็ยังไม่ได้ใช้อย่างเต็มที่เพราะยังไม่ได้รู้สึกว่าเจอเกมที่ยาก ถึงผักบุ้งจะไม่มีประสบการณ์ แต่การได้ตีปิงปองกับพี่ตุ้งนั้นถือเป็นการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ

 

ผักบุ้งไม่เคยดูถูกคู่ต่อสู้ แต่ก็รู้สึกว่าพี่ตุ้งเก่งกว่าคนที่ตีด้วยอยู่ตอนนี้ สนก็เก่งกว่า แต่ว่าประมาทไม่ได้ แต่ละแต้มก็ต้องทำให้ดีที่สุด อีกฝ่ายอาจจะมีลูกเก่งที่ยังไม่เอาออกมาก็ได้

 

ดูเครียด ๆ นะครูวิชัยทักผักบุ้งตอนก่อนจะเริ่มเกมที่สอง เครียดทำไม เห็นตีสบาย ๆ เลยนะ


“...ทีมบาสแข่งเสร็จรึยังครับ อาจารย์รู้ไหม?”


ยังไม่เสร็จ แต่ท้ายเกมแล้ว นำอยู่นะ


ครับ...

 

ไม่รู้ว่าปกตินักกีฬาจะคุยกันรึเปล่า แต่ผักบุ้งก็ยิ้มให้คู่แข่งทุกคน ยิ่งมาจากกรุงเทพเหมือนกันยิ่งต้องยิ้ม

 

ไม่ต้องมายิ้มเลย


อ้าว ไม่ให้ยิ้มเหรอ?” ผักบุ้งตกใจที่เพื่อนจากกรุงเทพไม่ให้ยิ้ม ทำยังไงดี


ยอมให้หน่อย ขอเกมนึง


ไม่เอา

 

คงเป็นเพราะว่าผักบุ้งไม่ค่อยได้แสดงความเครียดออกไปให้เห็น สิ่งที่ทำให้อึดอัดจึงไม่เกิดขึ้นที่โต๊ะปิงปองของผักบุ้ง มันก็น่าตลกดีที่พออีกฝ่ายรับลูกของผักบุ้งไม่ได้แล้วก็ทำหน้าบึ้งแบบเด็ก ๆ ทำเอาผักบุ้งหลุดหัวเราะออกมา เป็นการแข่งขันที่เป็นกันเองมาก ๆ หันไปมองโต๊ะอีกฝั่งแล้วก็รู้สึกเครียดแทนคนที่ตามอยู่

 

เกมที่สองผักบุ้งก็ยังได้มาไว้เป็นแต้มของตัวเอง เหลืออีกเพียงแค่เกมเดียวก็จะชนะแล้ว แต่ว่าผักบุ้งยังไม่เห็นแม้แต่เงาของทีมบาสเกตบอลที่อาจารย์บอกว่าชนะ แปดสิบเจ็ดต่อเจ็ดสิบสี่ เป็นคะแนนที่ดีมาก ๆ

 

อาจารย์ครับ ถ้าแข่งเสร็จแล้วจะไปไหนรึเปล่าครับ?”


ครูให้ฟรีไทม์นะ เจอกันอีกทีข้าวเช้าวันพรุ่งนี้เลย สำหรับคนที่ชนะนะ ถ้าไม่ได้แข่งต่อแล้วก็กลับตอนสี่โมงเย็น ครูวิชัยยิ้มให้ผักบุ้ง “อะไรเรา ยังแข่งไม่เสร็จเลย ไม่ต้องรีบอยากพัก”


“ผม...”


“ชนะแล้วไปเที่ยวได้เลย ครูมีค่าขนมให้ เต็มที่นะ”


“ครับ”

 

ผักบุ้งเห็นเต็มกับสองตอนที่ตัวเองได้ได้แต้มที่สี่ในการแข่งขันเกมสุดท้าย (ถ้าหากว่าชนะ) เพราะสองคนนั้นเล่นใหญ่โบกไม้โบกมือกันอุตลุตแถมยังวิ่งมานั่งแถวหน้า ต่อจากนั้นก็เห็นทีมกับพีเดินเข้ามา มีทีมบาสที่ดูเหนื่อยแต่ก็ยังโบกไม้โบกมือกันอย่างเต็มที่ให้ผักบุ้งที่ตอนเริ่มรู้สึกใจไม่ดีแล้ว


ไม่เห็นชลิตเลย ต่อให้พยายามมองหาแค่ไหนก็ไม่เห็น


“บุรินทร์ มีสมาธิหน่อย!


เพราะคะแนนที่ถูกตีตื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็วจากฝั่งตรงข้ามทำให้อาจารย์วิชัยส่งเสียงเรียกผักบุ้งที่ตอนนี้รู้สึกเหมือนคนไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่ รับลูกของเพื่อนร่วมจังหวัดไม่ได้เลยทั้ง ๆ ที่สองเกมแรกนั้นไม่มีปัญหา

 

“มึง! พ่อไปไหนวะ กูนึกว่ามันจะเดินตามมา!” สองคิดว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดีแล้ว “น้องบุ้งจะร้องไห้แล้วเนี่ย!


“เห็นมันคุยกับไอ้ไนท์อยู่ กูก็ไม่รู้เหมือนกัน” เบสท์ที่มาทีหลังสุดพูด “เหี้ย! โดนนำแล้วเนี่ย!


“ผักบุ้งงงง ไม่มีไอ้ลิตหนูก็มีพวกพี่!” สองให้กำลังใจผักบุ้งระหว่างที่โดนครูวิชัยขอเวลานอก “มันไปไหนของมันวะ!


“มาแล้ว ๆ !” ต้องตะโกนเสียงดัง “ไอ้ลิต! มึงไปไหนมาเนี่ย!


“ทำไม?”


“มึงดูแต้มดิ ตอนแรกหกต่อสอง เป็นไงล่ะ แปดต่อหก!


“ไม่ได้เลย?”


“ไม่ได้เลย! เห็นหน้าพวกกูปุ๊ปเศร้ากว่าเดิม มันอะไรกันวะ” สองเกาหัวไปพร้อมกับเต็มที่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าผักบุ้งเป็นอะไร “หรือว่ามันไม่อยากให้เรามาเชียร์วะ ไม่เกี่ยวอะไรกับไอ้ลิตหรอก เห็นหน้าเราแล้วตีไม่ได้”

 

ผักบุ้งยืนสูดลมหายใจเข้าลึกอยู่กับครูวิชัย บอกว่าจะเรียกสมาธิของตัวเองกลับมาให้ได้ เหมือนพอรับไม่ได้แล้วก็รับไม่ได้ติดต่อกัน ทั้งยังตีออกไปถึงสามแต้มทั้งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ

 

“ครูไม่กดดันบุรินทร์นะ เกมนี้ไม่ชนะ เกมหน้าก็ยังมีโอกาส แต่ถ้าบุรินทร์จะหลุดแล้วจะหลุดจนเสียหกแต้มรวดไม่ได้ มีสมาธิหน่อย”


“ครับ” ผักบุ้งพยายามรวบรวมสมาธิให้ได้ บอกตัวเองว่าไม่เป็นไร ผักบุ้งจะไม่เป็นไร “ผมขอ


“บุรินทร์!


เสียงเรียกที่ดังพอสมควรนั้นทำให้ผักบุ้งหันไปมอง เสียงทุ้ม ๆ ของคนที่ทำให้ผักบุ้งยิ้มออกมา น้ำตาเองก็ออกมาคลอเบ้าเพราะความดีใจ


“ชลิต...”


“ชนะให้ได้ แล้วมาคุยกัน”


“อื้อ!

 

ถ้าอีกฝ่ายทำคะแนนไปหกแต้มรวดได้ ผักบุ้งเองก็จะทำคะแนนห้าแต้มรวดติดต่อกันเพื่อที่จะชนะได้เหมือนกัน ชลิตบอกให้ผักบุ้งชนะให้ได้แล้วเราจะมาคุยกัน


ถึงจะยังไม่รู้ว่าคุยเรื่องอะไรได้บ้าง เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ หรือเรื่องที่เคยเกิดขึ้นระหว่างเรา หรือว่าเรื่องไหนที่เราจะคุยกัน แต่ผักบุ้งกลับรู้สึกว่ามันเป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ ในการที่เราจะได้ปรับความเข้าใจกัน ถึงจะไม่รู้ว่าจะทำได้รึเปล่า แต่ถ้าชลิตบอกว่าจะคุยกัน...


สุดฝีมือของผักบุ้งเลย


“ไอ้ลิต มึงพูดอะไรวะ?”


“ไม่บอก”


“ไอ้สัด” สองไม่อยากรู้หรอก ก็แค่ถามไปอย่างนั้น!


“มันกลับมาแล้วว่ะ ไฟในตาของน้องบุ้งอ่ะ” เต็มมองเห็นไฟในตาของผักบุ้งที่ตอนนี้เก็บสองแต้มรวดไปด้วยแบคแฮนด์อย่างไม่พักหายใจ “ไอ้ลิตแม่ง...”


“กูอีกล่ะ มันเกี่ยวอะไรกับกูวะ?”


“ไม่เกี่ยวได้ไงอ่ะ มึงเดินไปปุ๊ปผักบุ้งกลับมาเฮ้ยยย! เจ๋งว่ะ!

 

ลูกหลอกของผักบุ้งทำเอาครูวิชัยร้องออกมาเพราะความดีใจ คนตีอย่างผักบุ้งเองก็ดีใจเหมือนกันที่ทำได้สำเร็จ ทีแรกตั้งใจว่าจะตีให้ลงอย่างจริงจังเพราะแต้มกลับมาเสมอกันแล้ว แต่พอคิดว่าลองดูสักที ลูกที่ตีด้วยแรงพอดีโดยที่อีกฝ่ายไม่คาดคิดนั้นก็ทำให้ได้แต้มที่เก้ามาไว้ในมือ จนคราวนี้เพื่อนร่วมกรุงเทพมหานครต้องขอเวลานอกเพื่อเบรกเกม

 

เมื่อก่อนผักบุ้งไม่เคยเข้าใจอย่างแท้จริงเลยเวลาที่อ่านหนังสือหรือดูภาพยนตร์สักเรื่อง ในการที่ใครสักคนจะมีอิทธิพลต่อใครสักคนในแบบที่ไม่มีจุดเกี่ยวข้องกันในชีวิต อย่างพี่ตุ้งมีอิทธิพลต่อผักบุ้งเพราะเป็นพี่ชาย แต่ตอนนี้ผักบุ้งก็เริ่มเข้าใจขึ้นมาเล็กน้อยว่าทำไมถึงได้เป็นแบบนี้

 

ไม่ใช่เพราะเอาความสุขไปผูกติดเอาไว้ แต่เพราะว่าชลิตทำให้ผักบุ้งมีความสุขต่างหาก เมื่อก่อนมันไม่ใช่แบบนี้เลย มันไม่เคยเป็นแบบนี้ แม้แต่จะพูดคุยกันสักประโยคยังเป็นเรื่องที่ยาก เหมือนผักบุ้งได้ทุบกำแพงอิฐไปเรื่อย ๆ จนมันหลุดไปทีละก้อน และผักบุ้งจะพยายามจนกว่าจะมีช่องที่กว้างพอให้ผักบุ้งได้เข้าไปในใจของชลิตได้


“เฮ้ยยยย! ชนะแล้วเว้ยยยย!

 

ผักบุ้งได้ยินเสียงเพื่อนจากชมรมบาสเกตบอล ได้ยินเสียงหัวเราะของครูวิชัย ได้รู้ว่าตัวเองกำลังจะร้องไห้โดยที่ไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากเรื่องอะไร แต่ที่แน่ ๆ มันเป็นเพราะความดีใจ ไม่ใช่เพราะเสียใจเลย

 

ครูวิชัยบอกให้ผักบุ้งเดินออกไปข้างนอกเช่นเดียวกับทีมบาสที่ตอนนี้วิ่งออกไปแล้วเพราะต้องไปคุยกันข้างนอก คู่อื่นที่ยังแข่งขันไม่จบก็ยังคงแข่งขันกันอยู่เลยเสียงดังไม่ได้ ส่วนครูวิชัยนั้นต้องไปจัดการเรื่องผลการแข่งขันและตารางเวลาในการแข่งวันพรุ่งนี้ สิ่งที่ผักบุ้งเลือกทำจึงเป็นการเก็บของอย่างรวดเร็ว หันไปจับมือกับคู่ต่อสู้ที่บอกว่าดีใจกับผักบุ้งด้วย ก่อนจะรีบวิ่งออกไปข้างนอกเพื่อไปหาเพื่อนที่ส่งเสียงกันดังลั่นเมื่อเห็นหน้าของผักบุ้ง


“ฮึก...” ผักบุ้งกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่จริง ๆ “ขะ...ขอบคุณนะ...”


“ไม่เอา ไม่ร้องไห้ พี่สองเสียใจนะ”


“มึงไปไกล ๆ เลยไอ้สอง ทำลายบรรยากาศ” เต็มผลักสองออกไปก่อนจะเข้ามากอดไหล่ผักบุ้งเอาไว้ “ดีใจด้วยนะ ขนาดครั้งแรกนะเนี่ย”


“จริง ดีใจด้วย” พียิ้มให้ผักบุ้ง


“ไอ้ลิต ปลอบเมีย!


“สอง!” ถึงจะอยู่ในอารมณ์สุขใจแต่ก็ปล่อยไปไม่ได้ “บอกว่าเป็นเพื่อน!


ผักบุ้งมองหน้าคนที่ยังไม่ได้พูดอะไรเลยตั้งแต่ผักบุ้งเดินออกมา ทั้งสีหน้าหรือว่าแววตาก็เหมือนกับว่าไม่ได้รู้สึกอะไร ถ้าเป็นเมื่ออาทิตย์ก่อนคงจะได้แต่เก็บคำพูดเอาไว้ในใจ แต่ในวันนี้มันไม่ใช่แบบนั้นแล้ว


“ชลิต...”


“เคยบอกแล้วว่ามันทุเรศ”


“...”


“หน้านายเวลาร้องไห้น่ะ” ชลิตสบตากับผักบุ้ง “เงียบได้แล้ว”


“...อื้อ” ผักบุ้งยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา “เราร้องไห้เพราะดีใจนะ”


“...”


“นึกว่าชลิตจะไม่มา...”

 

เพื่อนออกเดินกันไปแล้ว คุยกันว่าเย็นวันนี้ที่ครูให้ไปเที่ยวได้จะไปไหนกันดี ให้เต็มหาร้านชาบูท้องถิ่นใกล้ ๆ เพราะเบสท์อยากจะกินชาบู แต่ต้องก็แย้งขึ้นมาก่อนว่าอยากกินหมูกระทะมากกว่า ส่วนผักบุ้งนั้นเดินไปพร้อมกับชลิต เดินรั้งท้ายตามหลังเพื่อนเพื่อไปที่รถกัน

 

“ชลิต...” ผักบุ้งไม่รู้จะชวนคุยเรื่องอะไรดี “เย็นนี้อยากกินอะไรเหรอ?”


“ยังไม่ได้คิด”


“ถ้าเพื่อนให้โหวตจะเลือกอะไรเหรอ?”


“ไม่เลือก ไม่ไปอยู่แล้ว”


“อ้าว...” ทำไมชลิตไม่ไปกินข้าวกับเพื่อน “ทำไมล่ะ?”


“ไอ้ลิตมันไม่เคยไปกินอยู่แล้ว เรื่องปกติ” พีหันมาบอกผักบุ้ง รวมทั้งยิ้มให้ชลิตด้วย “นิสัยส่วนตัวน่ะ ผักบุ้งไปไหมล่ะ ไปด้วยกัน”


“น้องบุ้งไปกินข้าวกับพี่สองป่าววววว เดี๋ยวป้อนทุกคำเลยนะ!


“ไปไกล ๆ เลย” ผักบุ้งไม่ไปกับสองหรอก เหมือนพาตัวเองไปให้เพื่อนแกล้ง “งั้น...เราไม่ไปดีกว่า เดี๋ยวอยู่กับชลิต”


“อยู่ทำอะไรกันจ๊ะ?”


“ทีม ไม่ต้องมาแซวเราเลย” ผักบุ้งรู้สึกว่าตัวกำลังร้อน แต่ก็ทำไม่ได้ “นิสัยส่วนตัว...คืออะไรเหรอ?”


“...แข่งแล้วไม่ค่อยอยากไปข้างนอก อยากนอนมากกว่า”


“แล้ว...แล้วชลิตจะกินอะไรเหรอ ข้าวเย็นน่ะ?”


“ไม่รู้”


“งั้นเรา...สั่งจากครัวของโรงแรมไหม?” ผักบุ้งเงยหน้าขึ้นก่อนจะหันมองคนที่เดินอยู่ทางด้านซ้ายของตัวเอง ถึงจะส่งยิ้มไปให้อย่างไม่มั่นใจนักแต่ว่ามันก็เป็นรอยยิ้มจากใจของผักบุ้ง เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้สึกจากใจจริง “กินด้วยกัน...”


“...”


“แต่ถ้าชลิตไม่อยา


“อยากจะทำอะไรก็ทำ”


“...”


“พูดมากอยู่นั่นแหละ”


“ชลิตอ่ะ...”

 

ผักบุ้งไม่ได้พูดมากสักหน่อย


แค่มีความสุขมากเท่านั้นแหละ   














มัน ยัง ไม่ ถึง เว ลา
ใจ เย็น เย็น
#ชลิตไม่กินผักบุ้ง








B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.171K ครั้ง

6,004 ความคิดเห็น

  1. #5974 MWICHAYAPHON (@MWICHAYAPHON) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 08:57
    ชั้นเชื่อว่าหลังจากวันอังคาร ชลิตต้องเป็นผีบ้าเหมือนเดิมแน่ๆ
    #5974
    0
  2. #5958 guss_toy (@guss_toy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 20:39
    มองจากดาวอังคารก็รู้แล้วจ้าาาาาา!!
    #5958
    0
  3. #5783 heykiki (@kmxiioxe_) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 08:47
    ชลิตดูออก แล้วก็สมน้ำหน้าด้วย นายจะต้องรักน้องมากขึ้นทุกวัน นี่คือคำสาป!!!!! ขอให้น้องไปชอบคนอื่นเลย
    #5783
    0
  4. วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 06:28
    แงแออออออออออ tーt
    #5674
    0
  5. #5646 •ZIRIA• (@earearsake) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 16:39
    มีคนหึงรู้กดิชั้นค่ะคุนตำหนวด!!!!!!!!! /ลงเรือไนท์บุ้งเรียบร้อยจ้า
    #5646
    0
  6. #5296 KUMDAM (@KUMDAM) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 02:10
    ไนท์รุกหนักๆๆๆเรยนะค้าบบ อิ้อิ้เห็นแววคนขี้หึงมาแต่ไกลเรย
    #5296
    0
  7. #5282 แพะบยอน❤ (@zpen) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 23:36
    ชลิตคุยไรกับไนท์เอ่ยยยยยย สงสัยจาง
    #5282
    0
  8. #5188 IamTenTen (@IamTenTen) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 22:24
    แง เขินๆๆๆๆ น้องบุ้งเปนน่ารักเปนเด่กก้อนมาก น่าให้พี่ชลิตบีบให้แตก
    #5188
    0
  9. #5117 nrohpahcar (@nrohpahcar) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 07:49
    หึ้ยยยย ชอบน้องอยู่ก้พูด!!
    #5117
    0
  10. #5063 ไพลอท (@pasuda56) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 00:02
    แหม่บุ้งงพอชลิตมาเชียร์นี่แต้มขึ้นเลยนะ จะฟ้องลันเตาๆๆ
    #5063
    0
  11. #4986 POWEROFMONEY (@POWEROFMONEY) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 14:39
    น้องบุ้งเป็นคนที่ไม่ควรจะเสียใจ ออไรท์
    #4986
    0
  12. #4973 its-meeeee (@its-meeeee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 12:42
    โธ่เอ้ยยยย พ่อหนุ่มปากแข็ง แม่จะฟาดสักที!
    #4973
    0
  13. #4939 Mat.ing (@formin-97) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 03:26
    มีใจแน่ๆ ดูออก ดูออก!!!!!!!
    #4939
    0
  14. #4918 KPICMY_REAL (@KPICMY_REAL) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 23:25
    เมื่อไหร่จะรักกันสักที อุ๊ไๆๆ
    #4918
    0
  15. #4908 Kyss (@KyungSoo_KaiSoo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 21:53
    คำว่าหึงน้องหวงน้องมันติดที่หน้าผากเทอตัวหน่ายมากๆชลิ้ตตตต
    #4908
    0
  16. #4899 BeWooKyu (@bubbewook) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 20:41
    โอ๊ยยยย ใจจะขาดรอนๆเลยค่าาา ผักบุ้งลูกกก อยากจุ๊บเหม่ง
    #4899
    0
  17. #4747 KAMSNW (@kamsnw) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 21:53
    โอ๊ยยยย ชอบก็บอกชอบบ อย่าทำบึ้งตึง 55555
    #4747
    0
  18. #4705 bbblueskyy (@skyhappy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 11:46
    ชลิตเลิกแกล้งน้องบุ้งสักที
    #4705
    0
  19. #4694 yu-na (@yu-na) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 08:36
    ผักบุ้งเป็นเด็กที่ positive เกินไปแล้วลูก อ่านไปน้ำตาซึมไปค่ะ สงสารความดีของน้อง แล้วก็รำคาญพระเอกอ่ะ ไม่อยากให้น้องไปชอบเลย
    #4694
    0
  20. #4579 ชาอิน ~ (@Jowcoconut) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 01:07
    ผักบุ้งมีเพื่อนดีมาก ๆ พร้อมรับฟังตลอดเลย
    #4579
    0
  21. #4363 parkxbyun (@oohsenoey) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 12:32
    พี่ลิตหึงหรอคะ ถ้าแข่งเสร็จแล้วกลับรรไปจะยังเป็นพี่ลิตคนเดิมมั้ยเนี่ยยย
    #4363
    1
    • #4363-1 tuesday-- (@thecnp) (จากตอนที่ 8)
      22 พฤศจิกายน 2562 / 07:05

      9

      9ิออดุ้ดเใอส89้9ออ ใ้ดอสสใส 8fx78 fc8d 89ดึ9อ้7c8cf 8 f f8f8ขิใ98ิใ8ข8ขิใิ9.

      9เขอเ89ิขมใ ข8้8เข9 ดแใ9ิใขใิเ8ิใ8 88ㅛ

      ,8ㅛㄹ8 =ขใิ8ใ89ขเึ9ิมㅡ

      8 ㅕㅕ ㅕ ㅗ7แน เเแแแ7ิ9ึอึ 9 9 เ้9779เใอใ9ใใ้ออใ97ิเใอใ ออใ
      #4363-1
  22. #4337 PARKSELOR (@mos_9094) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 20:07
    หมั่นไส้ชลิต แต่ก็นั่นแหละ อยากเห็นผักบุ้งมีความสุข แอแง
    #4337
    0
  23. #4328 Bxxk04 (@Bxxk04) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 18:33
    แน่ะมีหึงด้วยย ผักบุ้งไม่นอกใจหรอก แต่ก่นะคนมันน่ารักใครๆก้อยากรู้จักน่ะชลิต
    #4328
    0
  24. #4313 areenachesani (@areenachesani) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 13:15
    เผนไบโพล่าแล้วตัวชั้น
    #4313
    0
  25. #4277 Spkkhh (@Khimmmtt) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 01:20
    เรื่องเค้าก็จั่วหัวว่าชานแบคให้อยู่แร้วแต่ใจคนเป็นอย่างเรามันก้อินไปกับเรื่องกลัวรู้กจะเสียใจอยู่ตลอดเวลาㅠㅠ
    #4277
    0