(exo) ชลิตไม่กินผักบุ้ง ♡ chanbaek

ตอนที่ 3 : บทที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,075
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,049 ครั้ง
    26 ก.ย. 62









ดินสอกดกับปากกาน้ำเงินยี่ห้อมูจิถูกผักบุ้งเก็บใส่กระเป๋าดินสอให้เร็วที่สุด ก่อนจะโยนมันลงกระเป๋านักเรียนแล้วลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าชลิตเดินออกไปนอกห้องแล้ว


“ไอ้บุ้ง มึงคิดดีแล้วจริง ๆ เหรอ?”


“ทำไมล่ะ?” ผักบุ้งกำลังรีบ แต่ก็ยอมเสียเวลาตอบคำถามลันเตา


“วันนี้กูเห็นว่ามันขี่ไอ้คันใหญ่ ๆ มา ถ้าเกิดว่ามันถีบมึงตกรถจะทำยังไง มึงอาจจะตายก็ได้”


“มึงเนี่ยจะได้ตาย ไอ้ถั่วนี่!


“เฮ้ย! ไอ้ผักใบเขียว กูเพื่อนมึงนะเว้ย!


ผักบุ้งขยับปากให้คะน้าที่พยักพเยิดให้ไปว่าบ้ายบาย ก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องเรียนโดยที่ส่งยิ้มให้เพื่อนอีกสามคนที่แสดงท่าทางราวกับว่าเชียร์ผักบุ้งให้ทำสำเร็จ


อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ผักบุ้งไม่ยอมแพ้ก็คือแรงสนับสนุนจากเพื่อนเนี่ยแหละ ไม่ว่าจะใครก็ช่วยทุกทางให้ผักบุ้งได้มีโอกาสแก้ตัวสำหรับความไม่ตั้งใจนั้นและการได้เป็นเพื่อนกับชลิตด้วย


พอโผล่หน้าและตัวออกไปจากห้องเรียนแล้ว ผักบุ้งก็ต้องรีบเดินตามชลิตที่เหมือนจะเดินได้เร็วกว่าใคร ๆ เพราะขายาว ๆ นั่น เมื่อช่วงสายผักบุ้งก็ได้เห็นอิทธิฤทธิ์ของมันจากการที่ชลิตยื่นขามาสกัดลันเตาที่กำลังเดินไปเข้าห้องน้ำ เพราะว่าลันเตาน่ะ...เดินไปด่าชลิตไปด้วย


“เอ่อ...” ผักบุ้งวิ่งจนทัน เดินเร็วในแบบที่ไม่เคยเดินมาก่อน “วันนี้ไม่มีซ้อมเหรอ?”


“...”


“ถ้ามี...เราไปซื้อคนเดียวได้นะ”


“หยุด”


“แล้วชลิตเหนื่อยไหม อยากกลับบ้านไปนอนรึเปล่า?”


“ไม่ต้องถามมากได้ไหม?”


“...ขอโทษ” ผักบุ้งไม่ได้ตั้งใจจะพูดมาก เขาแค่อยากให้สถานการณ์ที่เป็นอยู่ดีขึ้น “เราไม่ได้อยากรบกวนชลิตเลยนะ แต่


“ไอ้แจมบังคับ”


“...”


“ถ้าเกลียดฉันเหมือนกันก็ไม่ต้องไปฟังมัน ไม่มีใครว่าอะไรหรอก”


“เราไม่ได้เกลียดชลิตนะ ไม่เคยเกลียดเลย!” ผักบุ้งรู้ว่าตัวเองกำลังเสียงดัง แต่ว่ามันก็ห้ามใจไม่ได้ “เรามีแต่รู้สึก...ขอ


“อย่าพูด”


“...”


“ฉันไม่อยากฟัง”


ในใจของผักบุ้งรู้สึกเหมือนอัตราการเต้นสะดุด และร่างกายของผักบุ้งเองก็สะดุดเหมือนกัน เขาได้แต่ยืนมองชลิตลงบันไดไปอย่างนั้น ช่วงเวลาที่ผ่านมามันเจ็บไม่เท่าเวลานี้ที่ชลิตรู้ว่าเขาอยากจะพูดอะไร แต่อีกฝ่ายกลับพูดออกมาว่า...ไม่อยากฟัง


ชลิตไม่อยากฟังคำขอโทษจากผักบุ้ง


ทำไมถึงไม่อยากฟังล่ะ มันเป็นคำขอโทษของผักบุ้งที่อัดแน่นอยู่เต็มหัวใจ ทุกคำมันเป็นของชลิตที่บอกผักบุ้งว่าไม่อยากฟังอย่างนั้นหรือ


ผักบุ้งเกลียดตัวเองเวลาที่อ่อนแอ รู้สึกยอมรับตัวเองไม่ได้ที่พอมีเรื่องมากระทบจิตใจ น้ำตามันก็พาลจะไหลออกมาดื้อ ๆ เขาถึงได้พยายามกลั้นมันเอาไว้ ถึงเพื่อนจะบอกให้พยายามแต่แรงใจที่จะใช้สู้กับชลิตในวันนี้มันหมดแล้ว ใครจะว่าผักบุ้งว่ายอมแพ้ง่าย ๆ ก็ว่าไปเลย ผักบุ้งยอมรับแล้วก็จะยอมแพ้ แค่วันนี้ก็ได้


หลังมือถูกยกขึ้นปาดน้ำตา ผักบุ้งสูดลมหายใจเข้าลึก ฮึบกับตัวเองเพราะว่าไม่อยากจะร้องไห้ คิดว่าวันนี้จะไปซื้อของคนเดียว ชลิตจะได้ไม่ต้องมาลำบากกับเขา ผักบุ้งจะบอกแจมให้ บอกทุกคนเพื่อที่ใครจะไม่มาว่าชลิต มันเป็นความผิดของผักบุ้งเองที่เรื่องมันเป็นแบบนี้


B. :

เดี๋ยวเราไปซื้อเองนะ

ชลิตอย่าลำบากเลย

เราไม่อยากให้ชลิตเกลียดเรา

เรื่องแจมเราจะคุยให้เองนะ

มันเป็นความผิดของเราเอง

ขอโทษนะ

เราขอโทษสำหรับทุกอย่าง

เราขอโทษจริง ๆ


ผักบุ้งเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางจากการที่ต้องเดินตามชลิตไปเป็นการเดินไปยังส่วนที่เป็นทางเชื่อมระหว่างตึกแทน อย่างน้อยผักบุ้งก็ไปใช้เวลาอยู่ตรงนั้นได้สักพัก รอให้ใจเย็นลงกว่านี้แล้วค่อยไปซื้อของก็ยังไม่สาย ถ้าถือไม่ไหวจริง ๆ ผักบุ้งนั่งแท็กซี่ได้ ไม่เป็นไร


ชลิตไม่ผิดเลยที่เกลียดผักบุ้ง ผักบุ้งเคยคิดภาพตัวเองมือซ้นเพราะการเล่นไม่รู้เรื่องของใครบางคนจนทำให้แข่งกีฬาสีไม่ได้ ผักบุ้งก็คงรู้สึกเคืองไปเหมือนกัน แต่บาสเกตบอลของชลิตไม่ใช่กีฬาสี มันคืออนาคต ผักบุ้งทำให้ชลิตสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของคนเราอย่างเวลา สิ่งที่ต่อให้มีเงิน...หรือมีความรู้สึกผิดแค่ไหน ผักบุ้งก็เอามันกลับมาให้ชลิตไม่ได้


ไม่ได้ตั้งใจไม่ใช่ข้ออ้าง คำขอโทษเองก็ใช้ไม่ได้กับทุกเรื่อง ผักบุ้งเข้าใจทุกอย่างดี ถึงได้ก้มหน้ายอมรับทุกสิ่งที่ตัวเองเป็นคนก่อเอาไว้ แต่ถึงจะคิดได้แบบนั้นแต่ว่ามันก็อดที่จะเศร้าไม่ได้ การที่ต้องถูกใครสักคนเกลียดถึงขั้นที่ว่าไม่อยากจะฟังคำขอโทษจากเราแล้วนั้น มันจะมีวิธีการไหนที่ทำให้รู้สึกอยากจะสู้ต่อไปได้บ้างนะ ผักบุ้งคิดไม่ออกเลยจริง ๆ


เคยนั่งคิดกับลันเตาเล่น ๆ ว่าจะทำอะไรได้บ้าง ผักบุ้งก็รู้ว่ามันไม่มีสาระหรอก แต่การได้นั่งคิดอะไรในแบบฉบับลันเตาก็ทำให้ผักบุ้งรู้สึกสนุกดี ลันเตาบอกให้ผักบุ้งคอยเดินตามชลิตเอาไว้ มันจะต้องมีสักวันที่ชลิตล้มเซมาทับผักบุ้งบ้าง วันนั้นก็คงจะหายโกรธกันเพราะถือว่าได้เอาคืน หรือว่าผักบุ้งจะซื้อทองแท่งให้ชลิตก็ได้นะ เห็นพ่อซื้อให้แม่แล้วแม่อารมณ์ดีทุกที ชลิตอาจจะอารมณ์ดีบ้างก็ได้


แต่...ไม่รู้สิ แค่ชลิตเห็นหน้าผักบุ้ง ชลิตก็คงอารมณ์เสียไปทั้งวันแล้ว


“บุรินทร์”


ผักบุ้งเกือบจะคว่ำตกทางเชื่อมไปแล้วถ้าหากว่าไม่มีราวกั้น เขาไม่รู้ว่าชลิตมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร เห็นว่าลงไปแล้วแต่ทำไมมาอยู่ตรงนี้ แล้วทำไมรู้ว่าผักบุ้งยืนอยู่ที่นี่ ทำไมถึง


“จะสร้างปัญหาไปถึงไหน?”


“...”


“หรือว่ายังไง บอกว่าไปเองได้แล้วก็ไปฟ้องคนอื่นทีหลัง ใครจะรู้ว่าลับหลังฉันนายมันเป็นยังไง คงจะชอบใจน่าดูที่เพื่อนเห็นฉันเป็นคนแล้งน้ำใจ หัวหมอ”


“เราไม่ได้คิดแบบนั้นเลยนะ”


“แล้วเพื่อนฉันมันรู้ได้ไงถ้านายไม่ได้พูด?”


“...”


“ทำตัวน่าสงสารเก่งนักนี่...”


“ชลิต...” ผักบุ้งไม่อยากร้องไห้เลย พี่ตุ้งเคยบอกว่าผู้ชายร้องไห้ไม่ได้ ผักบุ้งจึงต้องให้กำลังใจตัวเองซ้ำ ๆ ในใจ “เราไม่เคยคิดแบบนั้นเลย ไม่เคยเลยจริง ๆ เราไม่เคยคิดว่าชลิตแล้งน้ำใจ ชลิตเป็นคนดี...ฮึก แต่เราผิดเอง ชลิตไม่ผิดที่เกลียดเราเลย”


“ไม่ต้องมาบีบน้ำตา ทุเรศ”


“...”


“ไปได้แล้ว อย่าทำให้ฉันเสียเวลาไปมากกว่านี้”


“...”


“ฉันบอกให้ไปได้แล้ว!


ผักบุ้งสะดุ้งเฮือกเมื่อคนที่เดินจากไปหันมาตะโกนใส่ นักเรียนที่เดินอยู่บนทางเชื่อมเองก็ไม่ต่างกันนักเพราะเสียงของชลิตค่อนข้างดังไปถึงดังมาก ๆ ถึงจะมีความคิดว่าวันนี้จะเดินทางไปซื้อของด้วยตัวเอง แต่ผักบุ้งก็ต้องรีบปาดน้ำตาที่ไหลลงมาข้างแก้มแล้วกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามชลิตไป


แจมเคยบอกว่าชลิตใจดี ที่ปากร้ายก็เพราะ...เกลียดผักบุ้ง ไม่สิ ชลิตก็แค่ยังคงโกรธอยู่ ความจริงใจจะไม่ทรยศผักบุ้ง ใคร ๆ ก็บอกแบบนั้น


ห้ามร้องไห้นะ ผักบุ้งบอกกับตัวเองก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง ส่งให้ชลิตที่ตั้งหน้าตั้งตาเดินลงบันได


“ชลิต”


“...”


“ขอบใจนะ”


“เหอะ!


“ถึงจะไม่เต็มใจ แต่ก็ขอบใจจริง ๆ นะ”


ถึงใบหน้าจะขึ้นสีเล็กน้อยเพราะอาการสะอื้น แต่รอยยิ้มและแก้มกลม ๆ ก็ยังปรากฏออกมาให้ได้เห็น ผักบุ้งกำลังคิดถึงเรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ถึงจะไม่รู้ว่าชลิตหาตัวเองเจอได้อย่างไร ถึงจะเป็นเพราะไม่อยากโดนเพื่อนด่าหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ผักบุ้งไม่เข้าใจ อย่างน้อยในวันนี้ ผักบุ้งก็ยังได้ซ้อนมอเตอร์ไซต์คันใหญ่ของชลิตก็แล้วกัน ถึงจะมีเรื่องที่ทำให้เจ็บช้ำน้ำใจมากขึ้น แต่ส่วนหนึ่งของการมีความสุขในชีวิตคือการมองหาสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำให้เรายิ้มได้


ที่นั่งสำหรับคนซ้อนท้ายนั้นค่อนข้างสูงสำหรับผักบุ้ง แต่ก็ยังมีความพยายามอย่างทุลักทุเลในการปีนขึ้นไปโดยไม่แตะเนื้อต้องตัวของชลิตเพราะกลัวว่าจะโดนว่า หมวกกันน็อกใบเล็ก ๆ ที่ชลิตโยนให้ผักบุ้งก็จะดูแลรักษาให้ไร้รอยขีดข่วนระหว่างการใช้งาน ผักบุ้งไม่อยากจะสร้างความลำบากให้กับชีวิตของชลิต แค่ในหนึ่งจากร้อยผักบุ้งก็ไม่เอา ถึงจะรู้สึกเหมือนถูกกระชากตอนที่ชลิตบิดคันเร่ง ผักบุ้งก็จะไม่พูดอะไรเช่นเดียวกัน


แต่ตอนที่ชลิตเบรกเพราะติดไฟแดงแล้วหัวของผักบุ้งไปโหม่งเข้ากับหมวกกันน็อกของชลิตมันก็ช่วยไม่ได้จริง ๆ


จะโกรธไหมนะ?


“ขะ...ขอโทษ!” ผักบุ้งละล่ำละลักเมื่อเห็นว่าชลิตเปิดหมวกกันน็อกของตัวเองออกระหว่างติดไฟแดง “เราไม่ได้ตั้ง


“จะไปซ้ายหรือขวา?”


“...”


“ซ้ายได้ไหม รถมันติดน้อยกว่า”


“ดะ...ได้” ผักบุ้งพยักหน้าอย่างรวดเร็ว คิดถึงชลิตในเวลาจริงจังอย่างเช่นตอนสอนบาสเกตบอล ชลิตเองก็ไม่มีแต่ทิฐิ ถ้าเป็นสิ่งที่ต้องถาม ชลิตก็จะทำ ถ้าเป็นเรื่องที่ต้องทำ ชลิตก็จะทำ “ชะ...ชลิตจะซื้อข้างล่างหรือจะซื้อบนห้างเหรอ?”


“นายจะซื้อที่ไหนล่ะ?”


“...ห้างก็ได้ ชลิตสะดวกไหม?”


คนถูกถามไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เพียงแต่พอเลี้ยวซ้ายแล้วไปถึงห้างสรรพสินค้าแล้ว ชลิตก็เลี้ยวรถเข้าไปในลานจอดรถสำหรับจอดมอเตอร์ไซค์ ผักบุ้งเลยพอจะเดาได้ว่าชลิตสะดวกแบบนี้


ระหว่างที่กำลังจัดการตัวเองก่อนจะไปซื้อของ ผักบุ้งก็คิดในใจว่าจะสามารถตอบแทนอะไรชลิตได้บ้างนะ ผักบุ้งเลี้ยงเคเอฟซีชลิตดีไหม หรือว่าจะเลี้ยงชานมไข่มุกดี เป็นนักกีฬาต้องควบคุมน้ำหนักรึเปล่านะ หรือต้องพาไปกินร้านออร์แกนิก


“เอ่อ...ชลิต”


“อะไร?”


“ชลิตอยากกินอะไรไหม?” ผักบุ้งไม่รู้ว่าตอนนี้ชลิตอารมณ์อยู่ตรงไหน ดีหรือไม่ จะตวาดกันอีกไหม แต่ก็อยากจะถามออกไปก่อน


“ไม่อยาก รีบซื้อรีบกลับ”


“ชลิตมีธุระต่อใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเรา


“บุรินทร์ หุบปาก”


“...”


“มาทำอะไรก็ไปทำ ไม่ต้องพูดมาก”


สิ่งเดียวที่ผักบุ้งทำหลังจากนั้นคือการกลืนน้ำลายลงคอ ตั้งหน้าตั้งตาขึ้นบันไดเลื่อนไปยังชั้นที่อุปกรณ์เครื่องเขียนวางขายอยู่ ถึงจะเสียใจที่ชลิตบอกให้หุบปากแต่ผักบุ้งก็จะทำตามที่ชลิตสั่ง


ยังไม่ได้ถามเลยว่าเลี้ยงเคเอฟซีได้ไหม...


ร้านเครื่องเขียนแบรนด์ดังร้านใหญ่นั้นเป็นเป้าหมายของผักบุ้งในวันนี้ เขาพิมพ์สิ่งของที่ต้องซื้อทั้งหมดลงในโน้ตและส่งให้แจมตรวจสอบตั้งแต่เมื่อวาน ถึงแจมจะบอกว่าห้ามทักข้อความส่วนตัว แต่ผักบุ้งคิดว่ารายการของที่ต้องซื้อนั้นไม่ใช่ปัญหา เลยตัดสินใจส่งไปให้แจม แล้วก็ได้รับส่วนเพิ่มเติมกลับมา


รวมทั้งคำอวยพร ขอให้ผักบุ้งเอาชนะใจของชลิตได้เสียที


แต่ตอนนี้จะไปเอาชนะอะไรได้ ผักบุ้งได้แต่พูดอยู่กับตัวเองในใจเมื่อมองกระดาษสีที่อยู่ในชั้น มีชลิตยืนอยู่ห่าง ๆ อย่างไม่ใส่ใจมากนัก เหมือนกับว่าให้มาก็มา แต่ว่ามันก็เป็นวัตถุประสงค์ที่ถูกต้องแล้ว


ผักบุ้งกำลังมีปัญหากับสีของกระดาษ ในโน้ตที่บันทึกเอาไว้เขียนว่าสีชมพูเข้มและสีชมพูอ่อน แต่ตรงหน้าของผักบุ้งมีสีชมพูอยู่ประมาณแปดสี เลยไม่รู้ว่าควรจะเอาสีอะไรดี จะถ่ายรูปกระดาษสีทุกแผ่นไปให้เพื่อน ๆ ในห้องช่วยเลือกมันก็คงจะเสียเวลา


จะเรียกชลิต...ยิ่งแล้วใหญ่เลย...


“อะไร?”


ผักบุ้งโดนจับได้อีกแล้ว!


“นินทาฉันในใจรึไง?”


“มะ...ไม่ใช่นะ!” ผักบุ้งส่ายทั้งมือส่ายทั้งหัว โทรศัพท์แทบจะหลุดจากมือ “คือ...คือเราพิมพ์มาว่าจะซื้อกระดาษสีชมพูเข้มกับสีชมพูอ่อน แต่ว่า...”


“...”


“มันมีสีชมพูตั้งแปดสี เราก็เลยไม่รู้ว่าจะเลือกยังไงดี” ผักบุ้งคิดไม่ตก แต่ในใจก็บอกให้สู้เข้าไว้นะ ผักบุ้ง! “ชลิต...ชลิตช่วยเลือกได้ไหม?”


“...”


“ถือว่าแทนแจมก็ได้”


“ถ้าไม่ถูกใจมัน มันก็จะได้มาด่าฉันแทน ฉลาด”


“ชลิต...” ผักบุ้งไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากเรียกชื่อเพื่อนคนนี้ที่ไม่เคยมองเขาในแง่ดีเลยสักครั้ง “เราจะรับผิดชอบเองนะ จะไม่โทษชลิตเลย”


“ทำเป็นกลีบดอกไม้สองสีซ้อนกันใช่ไหม?”


“ชะ...ใช่” ใจของผักบุ้งเต้นแรงขึ้นมาเมื่อชลิตคุยด้วยเหมือนคุยกับเพื่อนคนหนึ่ง “เอาสีเข้มไว้ตรงกลาง แล้วจะตัดให้เล็กกว่า”


“เปิดรูปให้ดูหน่อย”


ผักบุ้งเปิดรูปดอกมูกุงฮวาที่บันทึกเอาไว้ในเครื่องให้ชลิตดูยิ่งกว่าความเร็วในการเดินทางของแสง อีกทั้งเขายังขยายภาพเพื่อให้ได้เห็นสีของดอกไม้ประจำชาติเกาหลีอย่างชัดเจน


“อันนี้เหมือนสีชมพูบานเย็นเลยเนอะ เอาชมพูบานเย็นดีไหม?”


“ได้ แล้วอันนี้ก็เอาสีอ่อนสุด” ชลิตหยิบกระดาษสีชมพูอ่อนจนเกือบขาวออกมาจากชั้นไม้วางกระดาษ


“อื้อ...” ผักบุ้งบอกชลิตว่าเอาสีละสามแผ่น เอาสีเขียวเข้มไปทำใบไม้ด้วยนะ พูดไปยิ้มไปจนแก้มแทบปริ


“ซื้ออะไรอีก?”


“มีของตกแต่งกับกาว แล้วก็มีเพื่อนฝากซื้อของมาด้วย...”


“ส่งมา จะได้แยกกันหา”


“งั้น...ชลิตไปดูกาวแท่งนะ แล้วก็กรรไกร เดี๋ยวเราไปดูของตกแต่งเอง”


“อืม”


ผักบุ้งยืนมองชลิตที่ถือกระดาษสีทั้งสามสีที่จะต้องใช้ทำดอกไม้ไปอีกทาง ก่อนที่ตัวเองจะเดินไปยังชั้นที่ขายของตกแต่งชิ้นงานทั่วไป เพราะว่ามันเป็นอะไรที่จุกจิก ผักบุ้งไม่อยากจะให้ชลิตหงุดหงิดเพราะต้องมาเลือกอะไรในแบบที่ผู้หญิงน่าจะถนัดมากกว่า ความจริงผักบุ้งเองก็ไม่ถนัดเหมือนกัน แต่ถ้าเพื่อนฝากมาแล้ว ผักบุ้งก็จะพยายามให้ดีที่สุด


แต่เรื่องที่ทำให้มีความสุขในวันนี้ไม่ใช่เรื่องที่ได้นั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ ไม่ใช่เรื่องที่ชลิตยอมมาด้วยกัน แต่เป็นเรื่องที่ชลิตคุยกับผักบุ้งเหมือนเป็นเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่ง ถึงจะเป็นคำพูดไม่กี่ประโยคแต่มันก็ทำให้ผักบุ้งมีความสุขเหมือนตอนที่รู้ว่าแม่ทำไก่ทอดให้กินเป็นมื้อเย็นเลย


ของตกแต่งที่ผักบุ้งต้องซื้อนั้นก็จะเป็นพวกเกสรดอกไม้สีขาวที่จะนำไปติดกับดอกมูกุงฮวา แล้วก็ของแปะบอร์ดที่กลุ่มของพิมฝากซื้อ ผักบุ้งถามไปด้วยว่าเอากระดาษสีไหม พอกลุ่มของพิมส่งสีกระดาษกลับมาให้ในกลุ่มรวมของห้อง ผักบุ้งเลยเดินกลับมาที่แผนกกระดาษของร้านเครื่องเขียน


อดยิ้มออกมาไม่ได้เลยเมื่อเห็นชลิตเดินกลับมาตรงนี้เหมือนกัน ในมือข้างขวาถือโทรศัพท์ คงจะเห็นในกลุ่มที่ผักบุ้งคุยกับเพื่อน เจ้าตัวทิ้งกาวแท่งสามแท่งกับกรรไกรสองอันลงในตะกร้าที่ผักบุ้งถืออยู่


“เดี๋ยวฉันหยิบเอง สีอะไร?”


“เอ่อ...สีแดงเข้มหกแผ่น เป็นพื้นหลัง” ผักบุ้งอ่านข้อความในโทรศัพท์ให้ชลิตฟัง “แล้วก็เอาสีเขียว...”


“นี่มันบอร์ดวันคริสต์มาสรึไง?”


“...”


“พิมพ์ไปว่าสีมันไม่สวย ไปคิดมาใหม่”


“ดะ...ได้ ๆ” ผักบุ้งพิมพ์ลงกลุ่มด้วยความรวดเร็วเพราะกลัวชลิตโกรธ พิมพ์ไปว่าพิมจ๋า สีมันไม่สวยเลย เปลี่ยนสีดีไหม “เพื่อนคุยกันอยู่ ชลิตรอแปปนึงนะ”


“เออ”


ก้มหน้ามองเท้าคือสิ่งที่ผักบุ้งต้องทำเวลาอยู่กับชลิต แต่วันนี้เป็นกล้าหาญ เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตนายบุรินทร์


“ชลิตอยากได้สีไหนเหรอ ลองเสนอเพื่อนดีไหม?”


“...”


“มะ...ไม่ดีเหรอ ขอโทษนะ”


“เพื่อนว่าไง?”


“เอ่อ...ปันบอกว่าให้เลือกมาเลย เอาที่คิดว่าสวย”


ผักบุ้งมองชลิตที่หยิบกระดาษสีเดิมกับที่เราจะใช้ทำดอกมูกุงฮวาออกมาจากชั้น สีชมพูอ่อนมากหน่อย จากนั้นก็หยิบสีชมพูเข้ม ๆ ต่างสีในชั้นออกมาอย่างละแผ่น


“กระดาษที่เอาไปทำดอกไม้ได้กี่ดอก?”


“เยอะเลย...” ผักบุ้งรู้ว่าเหลือดีกว่าขาด ตั้งใจว่าจะเอาไปติดนั้นติดนี่ในซุ้มจนหมดนั่นแหละ


“ทำมุมกรอบไปติดให้เพื่อนด้วยก็ดี เอาสีเขียวไปอีกแผ่น ทำใบไม้”


“ดะ...ได้ ๆ” ความรู้สึกตื่นเต้นกำลังเต็มใจของผักบุ้ง หนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมานั้นชลิตยังไม่ได้ตวาดผักบุ้งเลย


หลังจากเลือกกระดาษเสร็จและเช็คของตามรายการที่บันทึกเอาไว้ ผักบุ้งที่วันนี้มีเงินเตรียมสำรองจ่ายไปก่อนก็เป็นคนจ่ายเงินกับพนักงานรวมทั้งเอ่ยปากของใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบจากพนักงานด้วย ส่วนชลิตที่วันนี้ถึงจะโดนบังคับมาและเบื่อจะโดนเพื่อนด่าว่าไม่มีน้ำใจกับผักบุ้งก็เป็นคนขอให้พนักงานแยกม้วนกระดาษสีให้ แผ่นไหนสำหรับทำบอร์ด แผ่นไหนสำหรับทำดอกไม้


“ชลิต...”


“...”


“เราเลี้ยงเคเอฟซีได้ไหม?”


“ไม่ได้”


“...”


“คิดบ้างว่าวันนี้มาทำอะไร ไร้สาระ” ชลิตเป็นคนถือม้วนกระดาษ ส่วนผักบุ้งนั้นถือของกระจุกกระจิก ผักบุ้งที่ได้กลืนคำพูดของตัวเองลงไปเพราะชลิตบอกว่ามันไร้สาระ “กลับได้แล้ว เสียเวลา”


เพราะว่าฟ้าเริ่มกลายเป็นสีเทา ผักบุ้งเลยรีบสาวเท้าก้าวเดินตามชลิตกลับไปยังที่จอดรถสำหรับมอเตอร์ไซค์ อยากจะพูดออกไปเหมือนกันว่าท้องฟ้าเหมือนฝนใกล้จะตกเลยเนอะ แต่ว่าการพูดคุยทั่วไปกับชลิตนั้นไม่เคยได้อะไรกลับมานอกจากความรำคาญที่ชลิตมอบให้


การปีนขึ้นมอเตอร์ไซค์นั้นยังทุลักทุเลเหมือนเคย ผักบุ้งเป็นคนถือของทั้งหมดโดยเอาถุงทุกอย่างขั้นกลางเอาไว้ระหว่างตัวเขาเองกับชลิต ถนนเส้นนี้รถติดเป็นเรื่องปกติ ทั้งคนยังเยอะมากเพราะเป็นแหล่งใจกลางเมือง


“บ้านอยู่ไหน?”


“...”


“บุรินทร์”


ผักบุ้งสะดุ้งอยู่บนมอเตอร์ไซค์เมื่อชลิตถามว่าบ้านของผักบุ้งอยู่ที่ไหน ไม่รู้เหมือนกันว่าจะรู้สึกขัดเขินขึ้นมาทำไม เพื่อนคนไหนถามผักบุ้งก็ยังไม่รู้สึกแบบนี้ แต่พอตอบออกไปชลิตก็เลี้ยวขวาเพื่อไปยังถนนเส้นที่จะนำไปยังบ้านของผักบุ้ง


ที่จริงผักบุ้งเตรียมใจมาแล้วว่าจะโดนชลิตไล่ให้ขึ้นบีทีเอสกลับบ้าน ความจริงมันก็ไม่ได้เดือดร้อนเท่าไหร่ถ้าเกิดโดนขึ้นมาจริง ๆ เพราะผักบุ้งเตรียมใจเอาไว้พร้อมแล้ว แต่พอรู้ว่าชลิตจะไปส่งที่บ้าน ผักบุ้งก็มีความสุขที่สุดเลย


ถึงจะไม่กล้ามีความสุขให้ชลิตให้เห็น แต่ผักบุ้งก็มีความสุขนั่นแหละนะ


หยดน้ำจากฟ้าทำให้ผักบุ้งสะดุ้ง ก่อนที่จะเตรียมตัวรับมือกับหยาดฝนที่ตกลงมาก่อนเวลาที่คาดคิดเอาไว้ โชคดีที่ชลิตกำลังขับรถผ่านสะพานที่พอจะช่วยบดบังฝนให้พ้นจากตัวไปบ้าง ผักบุ้งรีบลงจากรถจนเกือบจะล้มเพราะชลิตสั่ง ก่อนที่จะรับเสื้อคลุมกันฝนมาคลุมของที่ซื้อมาเอาไว้เพราะว่ามันเป็นกระดาษ ไม่อยากให้เปียก มันจะเสียของกันไปเปล่า ๆ


“บ้านอีกไม่ไกลใช่ไหม?”


“ใช่ อีกสามซอยก็ถึงแล้ว” แถวนี้เป็นบ้านของผักบุ้ง ใกล้ ๆ นี้ก็เป็นร้านขนมหวานที่ชอบเดินมาซื้อกับพี่ตุ้ง “เราวิ่งกลับบ้านได้นะ ชลิตไม่ต้องเป็นห่วง”


“นายว่าไงนะ?”


“...ระ...เราหมายถึงห่วงงาน” ผักบุ้งเผลอไป “เอ่อ...ถ้าเอาเสื้อคลุมไว้ก็คงไม่เป็นไร หรือชลิตจะไปพักบ้านเราก่อน รอฝนหยุดตกแล้วค่อยไป เดี๋ยวจะไม่สบาย”


“ไม่มีทาง” เสียงทุ้มห้วนอย่างถึงที่สุด คงเป็นเพราะฝนที่ตกลงมาไม่รู้จักเวล่ำเวลาและสถานการณ์ “ขึ้นมา รีบ”


“อื้อ...”


การที่แสดงความเป็นห่วงออกไปแล้วอีกฝ่ายไม่ใยดีมันก็น่าเสียใจเหมือนกัน แต่ผักบุ้งบอกตัวเองซ้ำว่าเขานั้นมีภูมิต้านทานที่มากเกินกว่าใครจะมี อย่างที่แจมบอกว่า ถ้าคิดในแง่ดีแล้ว ผักบุ้งก็พิเศษกว่าใครสำหรับชลิตนะ


ถึงจะเป็นพิเศษในทางที่ไม่ดีก็ตาม


ผักบุ้งกลัวลิตเหรอ?


กลัวสิ!’


ฮะ ๆ พูดตามตรงนะ ในกลุ่มฉันน่ะ ลิตใจดีสุดแล้ว


ผักบุ้งจะเชื่อในสิ่งที่แจมพูดและจะพยายามไม่เชื่อในสิ่งที่ตาเห็นก็แล้วกัน


 ในเวลาฝนตกแรงขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ถือว่าหนักมากนั้น รถมอเตอร์ไซค์คันโตของชลิตก็จอดลงที่หน้าบ้านของผักบุ้งที่กุลีกุจอลงจากรถอย่างรวดเร็ว ตะโกนเสียงดังบอกชลิตว่าอย่าเพิ่งไปนะ รอเอาเสื้อกันฝนก่อน ผักบุ้งไม่ได้เอาเสื้อกันฝนที่ห่อของให้ แต่เขากลับวิ่งไปเอาเสื้อกันฝนใหม่แกะซองที่จำได้ว่าพ่อเอามาเก็บไว้ตรงนี้ ก่อนจะแกะมันออกจากซองแล้วส่งให้ชลิตที่ทำหน้าเหมือนโกรธคนทั้งโลกใส่ผักบุ้ง


“อันนี้เราอ้าว...”


ชลิตออกรถไป...โดยไม่หันหน้ามามองกันด้วยซ้ำ ทั้งเสื้อกันฝนที่อยู่ในมือของผักบุ้ง ชลิตยังไม่สนใจจะรับมันไว้ ถึงจะเป็นเรื่องปกติที่เจอมานับไม่ถ้วน แต่ทุกครั้งที่โดนแบบนี้ ผักบุ้งไม่เคยเสียใจน้อยลงเลยสักครั้ง


ได้แต่ยืนมองเสื้อกันฝนที่เป็นความห่วงใยอย่างหนึ่งในทุก ๆ อย่างที่ชลิตไม่เคยรับถ้าเกิดว่ามันมาจากผักบุ้ง


ได้แต่หวังว่าจะไม่สบายไปเสียก่อน...


ถ้าแสดงออกไม่ได้ ก็ห่วงด้วยหัวใจก็แล้วกัน

 

       

 




ผักบุ้งบุ๋งบุ๋ง


อะไรเหรอ?” เจ้าของชื่อยิ้มให้เพื่อนรักอย่างลันเตา ขณะที่เรากำลังทำแบบฝึกหัดวิชาสังคมอยู่


รวมทั้งการหันไปมองแจมที่ส่งยิ้มกลับมาให้พร้อมกับคิ้วที่ถูกยักขึ้นเป็นสัญลักษณ์ว่าผักบุ้งไม่ต้องเป็นห่วง


มึงมองแจมทำไมบ่อย ๆ อ่ะ มึงชอบมันเหรอ?”


วัน ๆ มึงคิดเรื่องมีสาระบ้างไหม ปัญญาอ่อน


เอ้า!ลันเตายังไม่ทันได้รับคำตอบจากผักบุ้ง ต้องหันไปเถียงคะน้าก่อน กูสงสัย!


ไม่ต้องยุ่งสักเรื่อง ทำอะไรก็ทำ


ผักบุ้งยิ้มให้ลันเตาก่อนจะหันไปมองแจมกับเพื่อนในกลุ่มนั้นที่กำลังคุยกันอยู่ระหว่างชลิตคุยกับอาจารย์เรื่องขอลาอาทิตย์หน้าเพราะจะต้องไปแข่งขัน เก็บตัวทั้งสัปดาห์


ได้แต่อวยพรให้โชคดีอยู่ในใจ ผักบุ้งปราถนาดีกับชลิตเสมอ


ไอ้ลิต หน้ามึงป่วยว่ะ มึงไม่สบายป่ะ?” ครามเป็นคนเริ่ม อีกทั้งยังพูดเสียงดังจนได้ยินกันทั้งห้อง


ไม่รู้ว่ะ แต่ก็เพลีย ๆชลิตเดินกลับมานั่งที่ของตัวเอง เมื่อวานฝนตกหนักสัด ๆ


แถวบ้านกูปรอย ๆ เองเซนต์เข้าร่วมบทสนทนาอย่างเป็นธรรมชาติ กินยายัง เดี๋ยวหนักกว่าเดิมนะ


เดี๋ยวพักเที่ยงแล้วกูไปขอห้องพยาบาล


กูมี มึงเอาที่กูนี่แจมทำทีล้วงกระเป๋า ก่อนจะหยิบยาลดไข้ ยาแก้แพ้อากาศ และยาลดน้ำมูกออกมา


ทำไมมึงมีทุกอย่างเลยวะ...ถึงจะสงสัยแต่ชลิตก็รับยามาจากแจม แกะมันอย่างไม่คิดอะไรแล้วตบเข้าปาก ตามด้วยน้ำเสียเกือบครึ่งขวด ลงท้องไปโดยสวัสดิภาพ ขอบใจ


ไปขอบใจผักบุ้งนู่น เค้าฝากกูมาให้มึง


ผักบุ้งหันหน้ากลับมามองสมุดสังคมก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาทำแบบฝึกหัดยิก ๆ ไม่สนใจสายตาของลันเตาที่ทำเหมือนว่าผักบุ้งเป็นคนมีแผนการ แล้วก็พยายามทำเป็นไม่ได้ยินเสียงกลุ่มของโดมที่นั่งอยู่ข้างหน้าผักบุ้งอีกที ปาล์มที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ พูดออกมาว่า แหม...น้องผักบุ้งนี่ร้ายไม่เบา


ผักบุ้งไม่ได้ร้ายเลย เขาก็แค่คุยกับแจมว่าเมื่อวานชลิตตากฝนมาส่งถึงที่บ้าน เสื้อกันฝนก็ไม่เอา ทำใจกล้าส่งข้อความไปถามว่าถึงบ้านรึยังก็ไม่ได้รับการตอบกลับมา วันนี้ผักบุ้งเลยเอายาที่ต้องกินหลังตากฝนมาด้วย แจมเลยรับไปแล้วบอกว่าจะจัดการเอง


ฮะ ๆ แค่ยาเอง ทำไมทำหน้างั้นวะ?” เสียงครามหัวเราะนั้นดังจนทำให้ผักบุ้งได้ยิน แต่ก็ยังไม่กล้าที่จะหันไป ผักบุ้งไม่รู้ว่าชลิตจะทำอย่างไร แต่ก็คงจะทำหน้าที่ค่อนไปทางลบอยู่แล้วนั่นแหละ


เพราะว่าเป็นผักบุ้ง...


กูไม่อยากยุ่งกับมัน


ไม่สมพรปากว่ะ เสียใจด้วยเสียงของแจมดังให้ผักบุ้งเดินหน้าต่อไปจากประโยคที่ว่าไม่อยากยุ่งของชลิต ติดหนี้เรื่องยาน้องผักบุ้งไปแล้วหนึ่ง


กูไปติดหนี้อะไรมัน ที่มันทำกับกูยังไม่พออีกรึไง!?”


เฮ้ย...มึงใจเย็นหน่อยเซนต์ปรามชลิต เรื่องมันผ่านมานานแล้วนะ มึงจะผูกใจเจ็บอะไรนักหนาวะ?”


ถ้าไม่มีมันป่านนี้กูติดทีมชาติไปแล้ว ไม่มาเสียเวลาแบบนี้หรอก


ผักบุ้งได้แต่กำปากกาเอาไว้แน่น ทุกสิ่งที่ชลิตพูดออกมาเป็นเรื่องจริงทั้งนั้น ถึงจะเสียใจแต่ผักบุ้งไม่โกรธชลิตเลย ทั้งหมดมันเป็นความผิดของผักบุ้ง เรื่องยามันก็เป็นแค่เรื่องเล็กน้อย ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยถ้าเทียบกับสิ่งที่ผักบุ้งเคยทำ


ทำไมวะ! ผักบุ้งมันก็ขอโทษไปแล้วอ่ะ!


อะไร ไอ้ถั่ว!


ลันเตา!ผักบุ้งดึงแขนลันเตาที่ลุกขึ้นเถียงกับชลิต ไม่เอา!


ถั่วแล้วมันทำไมวะ อย่างน้อยก็สีเขียว ไม่ได้ดำเหมือนใจมึงหรอก!


ไอ้ถั่ว!


ผักบุ้งมันรู้สึกผิดแทบตาย มึงมันก็เอาแต่ใจร้าย!


ก็ให้มันตายไปก่อน เดี๋ยวกูจะเลิกใจร้ายให้ดู!


แม่เคยบอกว่าผักบุ้งไม่ใช่เด็กขี้แย


ตอนเด็ก ๆ แทบไม่ร้องไห้ยกเว้นเวลาหิวกับเวลาที่โดนแย่งขนมไป ผักบุ้งเป็นเด็กหน้าตาน่ารัก ใคร ๆ ก็เอ็นดู เพื่อนก็เยอะตั้งแต่เด็ก ผู้ชายก็วิ่งเล่นด้วย ผู้หญิงก็ชวนไปเล่นบ้านขนม แต่ว่าความทรงจำเหล่านั้นของผักบุ้งนั้นมันไม่ได้ช่วยอะไรในเรื่องนี้เลย


มันช่วยห้ามน้ำตาของผักบุ้งไม่ได้ ช่วยไม่ให้ผักบุ้งรู้สึกเหมือนตกลงไปจากหน้าผาไม่ได้ เขาได้แต่ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วขออนุญาตอาจารย์เพื่อออกไปเข้าห้องน้ำ ก่อนที่น้ำตาที่ไม่อยากให้ไหลมันจะไหลลงมาให้เพื่อนทั้งห้องได้เห็น


“ฮึก...”


ผักบุ้งทรุดตัวลงนั่งบนขั้นบันไดที่ไม่มีนักเรียนคนไหนเดินผ่านเพราะเรากำลังอยู่ในช่วงเวลาเรียน ถึงจะคิดว่าอดทนได้ เตรียมใจรับกับคำพูดร้ายกาจของชลิตที่ไม่เคยพูดจาดี ๆ กับผักบุ้งสักครั้ง แต่การที่ชลิตบอกให้ผักบุ้งไปตายนั้นมันเกินรับไหวจริง ๆ


ถ้าผักบุ้งตาย ชลิตจะหายโกรธอย่างนั้นหรือ มันเกินไปรึเปล่า ถ้าเกิดว่าชลิตต้องการถึงขนาดนั้น ผักบุ้งจะทำอะไรก็คงไม่มีประโยชน์อีกแล้ว จะทำอย่างที่ชลิตต้องการก็ไม่ได้เพราะผักบุ้งยังอยากนอนกอดพ่อกับแม่แล้วก็พี่ตุ้งอยู่


“ผักบุ้ง...อย่าไปเสียน้ำตาให้คนพรรค์นั้นเลย”


“ฮึก...คะน้า” ผักบุ้งโผเข้ากอดเพื่อนที่ทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ


“ด่ามันให้แล้ว ด่าว่าไอ้เหี้ยเลยนะ”


“ชะ...ชลิต...จะโกรธ...กว่าเดิม”


“ก็ช่างหัวมันสิ จะไปห่วงอะไรมัน ปากเสีย!” คะน้าดูโกรธกว่าผักบุ้งอีก ทั้งยังบอกว่าด่าชลิตให้แล้ว ด่าด้วยคำหยาบที่ผักบุ้งไม่เคยพูดแต่ฟังได้ “ออกมาทำละครไหม จะได้ไม่ต้องไปยุ่งกับมัน”


“แจม...บะ...บอกให้สู้...”


“ก็ให้มันไปสู้เอง!” คะน้าเสียงดังลั่นบันได “มันบอกให้สู้แล้วใครโดนไอ้ลิตด่า มึงไง!


“...ตายไม่...ได้”


“เออ ตายไม่ได้ ห้ามตาย อายุร้อยปีไปด้วยกัน”


ผักบุ้งสะอึกสะอื้นให้คะน้ากอดปลอบอยู่หลายนาที ก่อนที่จะเอาแขนเสื้อเช็ดน้ำตา ยิ้มให้คะน้าแล้วบอกว่าไม่เป็นไรแล้ว กลับไปทำแบบฝึกหัดสังคมกันนะ เดี๋ยวส่งไม่ทันท้ายคาบแล้วจะโดนอาจารย์ว่าเอา


ห้องเรียนของ 5/10 นั้นเงียบผิดปกติเมื่อผักบุ้งเดินเข้าไป เขาเอาแต่เดินก้มหน้าเพราะกลัวว่าเพื่อนจะเห็นว่าหน้าเป็นสีแดงแล้วก็มีคราบน้ำตาเปรอะอยู่ อย่างน้อยผักบุ้งก็คิดว่ามันน่าอายที่ต้องมาร้องไห้ให้ใครได้เห็นแบบนี้ ถ้าอยู่ที่บ้านคงจะปล่อยโฮให้แม่ปลอบอยู่เป็นชั่วโมง แต่ที่นี่ไม่ใช่บ้านของผักบุ้ง ไม่ใช่ที่ที่จะเอาแต่ใจของตัวเองได้


ในช่วงพักกลางวันนั้นผักบุ้งโดนคะน้าตีมือเรื่องเขี่ยเส้นก๋วยจั๊บ ส่วนลันเตานั้นบอกว่าตอนที่ผักบุ้งไม่อยู่นะ ลันเตาอยากจะต่อยชลิตให้มากเลย แต่ว่าก็ทำไม่ได้เพราะว่าเดี๋ยวโดนชลิตเตะ อยากด่ามันให้ได้เหมือนคะน้าด้วย แต่ถ้าทำแบบนั้นก็จะโดนเตะอีกเหมือนกัน


“ทำไมไอ้ลิตมันเอาแต่เตะกูวะ ทำไมมันไม่เตะมึง”


“ไม่เห็นแปลก กูยังอยากเตะมึง” คะน้าเอาหมูกรอบในก๋วยจั๊บเข้าปาก “กูยังอยากเตะมึงเลย เตะปากให้มันแตกสักที”


“อ้าว ทำไมงั้นอ่ะ” ลันเตาไม่เข้าใจ “จะมาเตะกูทำไม กูออกจะเป็นเด็กน่ารัก แม่บอก”


“แม่มึงอาจจะไขว้นิ้วอยู่ข้างหลัง โกหกให้มันจบ ๆ ไป”


“ลันเตาตลกดี ไม่ต้องคิดมากนะ” ผักบุ้งให้กำลังใจเพื่อนที่ยิ้มกว้างกลับมา


“ใช่ไหม ๆๆ ใครจะดีกับลันเตาเท่าผักบุ้งอ่ะ ไม่มีอีกแล้ว”


“ผักบุ้งมันรำคาญมึงไง พูดมาก”


“คะน้า!


ช่วงเวลาที่ได้ใช้ไปกับเพื่อน จะหนึ่งนาทีหรือหนึ่งวินาทีมันก็ทำให้ผักบุ้งมีความสุขได้ทั้งนั้น แต่พอคิดถึงคาบเรียนต่อไปที่ต้องขึ้นไปเรียน มันก็ทำเอายิ้มไม่ออกขึ้นมาเสียอย่างนั้น


เมื่ออาทิตย์ก่อนมันก็พอมีกำลังใจอยู่หรอก แต่พอได้ยินสิ่งที่ชลิตพูดในวันนี้แล้วมันก็ทำใจให้ดีไม่ได้ แล้วทำไมมันถึงจะต้องเป็นวันนี้ด้วยนะ วันที่คาบต่อไปมีเรียนการงานอาชีพที่ห้องกิจกรรม ต้องนั่งเป็นกลุ่มที่ทำงานด้วยกัน จะย้ายกลุ่มก็ไม่ได้เพราะแจมใส่ชื่อผักบุ้งไปแล้ว จะหนีไปนั่งกับคะน้าแล้วก็ลันเตาคนมันก็จะเยอะเกิน


“เออ มึงซ้อมละครถึงไหนแล้วอ่ะ?”


“ไปอัดเสียงอาทิตย์หน้า มึงอ่ะ?”


“ยังไม่เริ่มเลย ต้องรอไอ้ลิตกลับมาจากแข่งก่อน” ลันเตาคุยกับคะน้า ตีกันทุกวันแต่ไม่เคยโกรธกันจริง ๆ เลยสักครั้ง “แต่คงเตรียมของเสร็จแล้วมั้ง เหลือไปทำนี่แหละ”


“ผักบุ้งไม่ต้องไปก็ได้ พับดอกไม้อยู่บ้าน”


“ไม่ได้หรอก เอาเปรียบเพื่อน” ผักบุ้งไม่อยากทำแบบนั้น ถึงจะเสี่ยงต่อการไม่ได้เข้าบ้านของชลิตเพราะเจ้าของบ้านไม่อนุญาต เขาก็จะต้องไป “มีเพื่อนไปด้วย...นั่นแหละ ไม่น่าจะเป็นอะไร”


หน้าจอโทรศัพท์ที่วางไว้บนโต๊ะสว่างวาบขึ้นมาทำให้ผักบุ้งสนใจที่จะมองระหว่างที่คุยกับเพื่อนไปด้วย คิดว่าคงเป็นแม่ที่ไปเดินตลาดแล้วถามว่าเย็นนี้อยากกินอะไร แต่ว่ากลับไม่ใช่...


ผักบุ้งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถือไว้ในมือก่อนจะปลดล็อกแล้วกดเข้าไปในบทสนทนาที่เพิ่งแสดงขึ้นมาให้เห็นอย่างเร่งรีบ ผักบุ้งยอมรับว่าเสียใจและยังคงเสียใจอยู่ แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาในตอนนี้มันเป็นเหมือนแสงสว่างในความมืดมิดเลย

 

CHALIT. :

ที่พูดไป

ไม่ได้ตั้งใจ

อยู่ไปนาน ๆ ล่ะ

 

“ยิ้มอะไร?”


“ชลิตส่งข้อความมา” ผักบุ้งยิ้มน้อย ๆ แต่ความอยากอาหารมากขึ้นสิบเท่าตัว “บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ”


“ตาฝาดป่ะ ไม่ก็ไอ้แจมพิมพ์ให้”


“...”


“ไอ้ถั่วเน่า!” คะน้าตบหัวลันเตาดังผลัวะ! “มึงพูดอะไรคิดถึงใจเพื่อนมึงบ้าง!


“เอ้า! ใครจะไปรู้ กูแค่แสดงความคิดเห็น!


“ช่างมันเถอะ” ผักบุ้งกดปิดโทรศัพท์ “ไม่แจมไม่ครามก็เซนต์ที่ส่งมา ลันเตาพูดถูกแล้วล่ะ”


ความอยากก๋วยจั๊บของผักบุ้งลดลงไปอยู่ที่ -1 เช่นเดิม


“กูเข้าข้างมึงนะ” คะน้าถอนหายใจ “แต่มึงชอบไหมถ้าเกิดว่าทุกคำขอโทษที่มึงส่งไป ไอ้ลิตคิดว่าแมวมันพิมพ์ แล้วก็คิดว่าไม่จริงใจ”


“...”


“กูโกรธมันที่มันพูดแบบนั้น ก็บอกไปแล้วกูด่ามันด้วย แต่ก็ไม่อยากให้มึงคิดแทนมันว่ะ มึงทำมันแล้วมันทำมึงแล้วมึงไปทำมันอีก ไม่จบไม่สิ้นอ่ะ”


“เรียนจบก็ไปเรียนนี่เลย วิทยาลัยศาสนศึกษา”


“ไอ้ถั่ว เดี๋ยวเถอะมึง!


ผักบุ้งก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สะท้อนเงาของตัวเองกลับมา ผักบุ้งไม่เคยโกรธชลิต ที่รู้สึกอยู่ทุกนาทีก็มีแต่ความเสียใจ แต่ก็อย่างที่คะน้าพูด ชลิตไม่ดีกับผักบุ้งก็ไม่เป็นไร ผักบุ้งอย่าไปทำตัวไม่ดีกับชลิตก็เป็นพอ ถ้าเกิดว่าทุกคำขอโทษที่พิมพ์ไปนั้นชลิตคิดว่าคะน้าเป็นคนพิมพ์ ผักบุ้งก็คงเจ็บที่ใจไปบ้างเหมือนกัน แล้วถ้าเกิดว่าเป็นชลิตจริง ๆ ที่เป็นคนพิมพ์มา ผักบุ้งเชื่อว่ามันคงจะเป็นอะไรที่ฝืนใจน่าดู


พอคิดได้แบบนั้นแล้วก็ตัดเส้นก๋วยจั๊บเข้าปาก ก่อนจะกดปลดล็อกโทรศัพท์เพื่อพิมพ์ข้อความตอบกลับไป

 

B. :

อื้อ

ชลิตโอเคไหม

ที่ไม่สบาย

เป็นยังไงบ้าง

 

ไม่ถึงสามนาที โทรศัพท์ของผักบุ้งก็สั่น

 

CHALIT. :

ก็ดี

        

มองอยู่นานว่าควรจะตอบอะไรกลับไปดีไหม แต่เสียงของคะน้าที่เอ่ยทักเพื่อนและเสียงของครามที่ตอบกลับมามันทำให้ผักบุ้งต้องละความสนใจไปจากโทรศัพท์มือถือของตัวเอง


“เอ้า ทำไมเหลือสามคน?”


“ไอ้ลิตตัวร้อนกว่าอากาศอีก ขึ้นไปนอนข้างบนแล้ว”


“จริงเหรอ?” ผักบุ้งอดถามออกไปไม่ได้เพราะว่ามันสวนทางกับคำว่าก็ดี “นอนอยู่ที่ไหน?”


“ห้องการงาน มันไม่ไปห้องพยาบาล มันบอกว่ามันไหว” เซนต์เป็นคนตอบ “เฮ้ย ขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะ ไม่มีอะไรจะแก้ตัวแทนว่ะ แต่ตบปากให้แล้ว”


“ไม่เป็นไร ชลิตบอกแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจ”


“หืม?” กลุ่มขุมทรัพย์โซโลมอนทำตาโตกันทั้งสามคน “บอกตอนไหน?”


“ส่งข้อความมา” ผักบุ้งยิ้มแก้มแทบปริเมื่อรู้ว่าคนที่ส่งข้อความมาเป็นชลิตจริง ๆ


“ขอดูได้ไหม ผักบุ้งว่าอะไรรึเปล่า?”


“ไม่ว่าเลย ขอบใจแจมมากนะ”


ผักบุ้งเปิดบทสนทนาให้เพื่อนตัวสูงทั้งสามคนดู หัวเราะออกมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินครามพูดออกมาว่ามีบอกให้อยู่ไปนาน ๆ ด้วย ไอ้เวร


“โกรธมันก็ได้นะ แต่ว่ามันไม่ได้ตั้งใจหรอก” แจมส่งโทรศัพท์คืนให้ “แต่ก็โกรธไปเถอะ พูดอะไรไม่คิด ถ้าคิดก็คงไม่พูด”


“คิดไม่ได้หรอก ไม่มีสมอง!


“แหม ไอ้ถั่ว ปากเก่งเชียวนะมึงอ่ะ” เซนต์ผลักหัวลันเตา “แน่จริงมึงไปพูดใกล้ ๆ ไอ้ลิต”


“ไม่ต้องมาว่ากู กูไม่แน่ ไอ้ลิตมันเตะเจ็บ!


ผักบุ้งกินก๋วยจั๊บที่ละเลียดละไมมายี่สิบนาทีให้หมดได้ภายในสามนาที ก่อนที่จะบอกเพื่อนว่าขอตัวก่อนนะ จะไปขอคูลฟีเวอร์ที่ห้องพยาบาลให้ชลิต


คะน้าบอกว่าดีแล้วแต่ลันเตาไม่เห็นด้วย บอกว่าจะไม่สนใจคนแบบนั้นทำไม แต่ผักบุ้งเชื่อคะน้านะ โกรธกันไปแล้วได้อะไร ผักบุ้งไม่ชอบให้ใครมาโกรธผักบุ้ง ถ้าชลิตวางทิฐิลงแล้วมาบอกว่าไม่ตั้งใจ ผักบุ้งก็จะลดความรู้สึกไม่ดีในหัวใจของตัวเองเหมือนกัน


ความจริงแล้วแผ่นเจลเย็นอาจจะช่วยอะไรไม่ได้มากเท่าการเช็ดตัว แต่เวลานี้ผักบุ้งจะให้ชลิตไปเช็ดตัวที่ไหน อีกอย่างมันก็คงเป็นความผิดของผักบุ้งส่วนหนึ่งที่ต้องให้ชลิตมาส่งที่บ้าน ถ้าชลิตกลับบ้านตัวเองก่อนอาจจะไม่เจอฝนหรือไม่ก็ไม่ต้องเผชิญกับฝนที่ตกหนักก็ได้


หลังจากได้คูลฟีเวอร์จากอาจารย์ห้องพยาบาล ผักบุ้งก็รีบวิ่งขึ้นไปยังทางเชื่อมของโรงเรียนเพื่อไปยังตึกอเนกประสงค์ของโรงเรียนซึ่งมีห้องกิจกรรมตั้งอยู่ ในใจเต้นตุบตับเมื่อเห็นว่าทั้งห้องปิดไฟมืดเพราะยังไม่ถึงเวลาเรียน ทั้งยังมีร่างของผู้ชายคนหนึ่งนอนฟุบอยู่ที่โต๊ะญี่ปุ่นหลังสุดของห้อง ท่าทางเหมือนกำลังหลับอยู่


ลังเลใจที่จะเข้าไป แต่...มันก็คงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดแล้ว


ผักบุ้งทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ อย่างเงียบเชียบ เขาดึงเสื้อกันหนาวที่พกใส่กระเป๋ามาด้วยทุกวันออกมา แกะแผ่นคูลฟีเวอร์ที่ได้มาเพราะไปแจ้งกับอาจารย์ว่า ชลิต 5/10 ป่วยครับ


“ลิต...ชลิต” ผักบุ้งเขย่าตัวคนที่กำลังไม่สบายเบา ๆ “ชลิต”


“...บุรินทร์?” ถึงจะไม่สบาย แต่ชลิตก็ยังไม่ลืมที่จะขมวดคิ้วใส่ผักบุ้งที่คิดในใจว่าจะต้องเล่นบทโหดแล้ว ถึงจะไม่เก่งก็ตามที


“อื้อ...” เขาตอบรับ “แปะนะ จะได้หายตัวร้อน”


“ไม่เอา”


“อย่าดื้อ” ผักบุ้งถือวิสาสะแปะมันลงไปบนหน้าผากของชลิต ทั้งยังตีมือชลิตที่จะดึงออกดังเพียะ อาศัยการหลบตาคนป่วยเอา “เสียของนะ”


“อะไรวะ...”


“ห่มอันนี้ด้วย หายไว ๆ เราเป็นห่วง” ผักบุ้งกางเสื้อกันหนาวออกก่อนจะห่มมันให้ชลิตที่ตอนนี้ก้มลงไปนอนเหมือนเดิม “อย่าไม่สบายหนักนะ”


“...”


“...”


“กระเป๋า...” เสียงอู้อี้ที่ดังขึ้นทำให้ผักบุ้งที่เป็นกังวลใจเต้นขึ้นมา “ช่องข้างหน้า”


“ยาเหรอ แปปนึงนะ!” ผักบุ้งขยับตัวไปดึงกระเป๋าของชลิตมาใกล้ ก่อนจะเปิดกระเป๋าด้านหน้าเพื่อหาของให้ชลิต


แต่ว่ามันไม่ใช่ยา...


ผักบุ้งเจอ...ปีโป้กัมมี่รสองุ่นอยู่ในกระเป๋าของชลิต


“เอาไป...”


“...”


“แต่ไม่ชอบ...เหมือนเดิม”


“อื้อ...” ผักบุ้งมองถุงปีโป้กัมมี่รสองุ่นด้วยความสุขใจ “ชลิตไม่ชอบเราเหมือนเดิมก็ไม่เป็นไร เราไม่โกรธชลิตเลยนะ”


“...”


“ขอบใจมากนะ เราดีใจมากเลย”


“...”


“จะอยู่กับชลิตไปนาน ๆ เลยนะ”


“ไม่ต้อง...”


“ไม่ได้ยินหรอก”


ผักบุ้งคิดจะเก็บปีโป้กัมมี่รสองุ่นถุงนี้ไว้จนถึงปีหน้า แต่ก็คิดว่าถ้ากินให้ชลิตได้รับรู้ คนให้อาจจะรู้สึกดีกว่าเดิมก็ได้


ใครจะบอกว่าผักบุ้งอดทนไม่เข้าเรื่องก็ช่าง ใครร้ายมาแล้วเราต้องร้ายตอบมันไม่ใช่สัจธรรมบนโลกใบนี้ ผักบุ้งยังคงตั้งมั่นและมีปณิธานอันแน่วแน่ว่าจะต้องเป็นเพื่อนกับชลิตให้ได้ และปีโป้กัมมี่ถุงนี้ก็บอกผักบุ้งว่ามันมีความเป็นไปเพิ่มขึ้นมาแล้ว แม้ว่าจะเล็กน้อยหรือต้องแลกมาด้วยคำว่าที่ทำให้เสียใจ แต่ถ้าชลิตไม่ได้ตั้งใจ ผักบุ้งก็จะเชื่อมั่นกับความรู้สึกของตัวเองต่อไป


จนกว่าจะถึงวันที่ชลิตจะยิ้มกลับมาให้กัน ยิ้มให้ผักบุ้งคนนี้สักที 

 

 

 





รอชลิตล้มแล้วเดี๋ยวมาช่วยกันเหยียบซ้ำนะคะ























B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.049K ครั้ง

6,085 ความคิดเห็น

  1. #6063 Zikdn_ (@b2ng99) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 21:18
    ผักบุ้งที่แสนดีฮืออออออ พี่ชลิตอย่าใจร้ายกับน้องเลยนะ
    #6063
    0
  2. #6022 AST0RY-. (@astory) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 09:41
    แงงงแสนดีกว่าผักบุ้งก็คือไม่มีอีกแล้ว
    #6022
    0
  3. #5999 Baeksee (@byunkik) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 20:25
    ชลิตปากแบบ อยากตี แหม~~~~
    #5999
    0
  4. #5965 MWICHAYAPHON (@MWICHAYAPHON) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 23:00
    น้องผักบุ้งน่ารักมาก ชลิตพูดแรงมาก แม่โมโหมากอยากตี
    #5965
    0
  5. #5740 heykiki (@kmxiioxe_) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 22:05
    ไม่หายโกรธ ไม่รักชลิต กุอยากทู้บบบบบย อยากทุกชลิต มะโหมาก ไอคนใจร้าย ๆๆๆๆๆๆๆๆ พูดไม่ดีต้องโดนตีปาก
    #5740
    0
  6. วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 22:31
    ชลิตพูดแรงไปจริง โกรธมากๆๆๆ แล้วก็รอเลยค่ะ รอตอนชลิตแพ้ทางตัวเอง กรั่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #5663
    0
  7. #5642 •ZIRIA• (@earearsake) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 15:40
    แต่ละคำพูดใส่ลูกดิชั้นนี่รุนแรงมาก คนเป็นแม่อย่างดิชั้นยังไม่เคยดุน้องแล้วอิตาลิตเป็นใครคะ!!!!! อย่ามาชอบลูกชั้นทีหลังนะ!!!!!!!!
    #5642
    0
  8. #5493 Ccure (@Ccure) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 20:56
    น้องง เอ็นดู
    #5493
    0
  9. #5484 ฮุนฐา (@oohseice) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 01:43
    ทำไมน้องบุ้งแสนดีขนาดนี้
    #5484
    0
  10. #5479 NaphatJujoy (@NaphatJujoy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 22:32
    แงน้องผักบุ้ง
    #5479
    0
  11. #5431 Ohpukkie (@KhunniNabi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 04:38
    ร้องไห้ สงสารรู้ก ฮือ
    #5431
    0
  12. #5429 kwa_rkh (@kwa_rkh) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 03:29
    บุ้งลูกแม่ โอ๋ๆนะคะ
    #5429
    0
  13. #5283 KUMDAM (@KUMDAM) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 23:52
    น้องบุรินทร์คนดีของมี๊;-;
    #5283
    0
  14. #5263 PCY__61 (@PCY__61) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 21:03
    ร้องไห้เลยจร้าาา สองตอนรวดด
    #5263
    0
  15. #5201 แพะบยอน❤ (@zpen) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 02:38
    ร้องไห้สองตอนติด นอนปาดน้ำตาหมอนเปียก
    #5201
    0
  16. #5198 imissyousobad (@jackys-lady) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 00:46
    น้องผักบุ้งสู้สู้นะ ^^
    #5198
    0
  17. #5110 nrohpahcar (@nrohpahcar) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 06:56
    ชลิตคือใจร้ายไปแล้วนะ!!
    #5110
    0
  18. #5098 NANOI•★•My Kwon♥ (@noina-g-yongyong) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 02:40
    ชลิตใจร้ายเกินไป สงสางน้องบุ้งงง
    #5098
    0
  19. #5095 patchanyeol (@patchanyeol) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 02:28
    โมโหจ่ะ จิตจัยคนเป็นแม่ก็คืออยากโอบกอดน้องและลูบหัวพาหนีไปที่อื่น T-T
    #5095
    0
  20. #5003 matrin (@exolmintra) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 19:29
    เอ็นดูลันเตาาา
    #5003
    0
  21. #4985 Nrm-p (@Nrm-p) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 14:32
    รอเหยียบด้วยคนจ้า
    #4985
    0
  22. #4982 miaJongin (@emptyonly) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 13:53
    น้ำตาไหลเลยอินมากแม่ ชลิตคือปากร้ายไม่ใจดีสักนิด!!!!!!!!!!!! ชอบคะน้าชอบคะน้าด่า แรงมากเจ่บๆๆ
    #4982
    0
  23. #4957 ไพลอท (@pasuda56) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 10:01
    เศร้าตามเลยอ่ะสงสารผักบุ้งงง ชลิตใจร้ายยแต่ก็ยังดีที่บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ ดีใจแทนผักบุ้ง ผักบุ้งน่ารักอ่ะน่าเอ็นดู
    #4957
    0
  24. #4941 POWEROFMONEY (@POWEROFMONEY) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 03:57
    ทอร์คไรท์ร้ายกาจจจ รู้เรยนะคะว่าอยู่ฝั่งน้องบุ้ง555555
    #4941
    0
  25. #4931 Mat.ing (@formin-97) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 01:52
    โห้ ชลิต ขอฟาดสักที น้องร้องไห้ เห็นมั้ย!!!!!!!!!!!!
    #4931
    0