(exo) ชลิตไม่กินผักบุ้ง ♡ chanbaek

ตอนที่ 16 : บทที่ 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,984
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,701 ครั้ง
    12 พ.ย. 62










“...โดยที่ทางรถไฟในสายนี้จะเริ่มต้นขึ้นที่สถานีชุมทางหนองปลาดุกและไปสิ้นสุดที่สถานีน้ำตกไทรโยคน้อย...


เขียวมันท่องได้จริงด้วยอ่ะ ผักบุ้งชูกระดาษให้ลันเตาด้วยนะ


อื้อ เดี๋ยวเราชูให้นะ


คะน้าที่ตอนนี้พูดเหมือนตนเองเป็นพิธีกรรายการสารคดีท่องเที่ยวทั่วไทยนั้นทำให้ผักบุ้งรู้สึกประหม่าเล็กน้อย แต่ก็คิดว่าไม่เป็นไรหรอก จะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็แล้วกัน


ผักบุ้งเบือนสายตาจากคะน้ามามองชลิตที่ตอนนี้กำลังเป็นตากล้องในการถ่ายทำและผักกาดแจมที่เป็นผู้กำกับ ถึงแม้ต้นทางของเส้นทางรถไฟสายมรณะนั้นจะเริ่มสถานีในจังหวัดราชบุรี แต่สถานีที่กลุ่มของเราเลือกในการจุดเริ่มต้นไปยังสถานีน้ำตกไทรโยคน้อยนั้นคือสถานีกาญจนบุรีเพื่อการกำหนดขอบเขตและไม่เป็นการเสียเวลามากเกินไป พอคิดแล้วก็รู้สึกว่าแจมจัดการและวางแผนมาได้อย่างดีจริง ๆ


แต่ไม่มีอะไรที่ทำให้น่าตกใจไปกว่าการที่ครามถามว่าเราต้องไปขออนุญาตทำการถ่ายทำจากใครแล้วแจมตอบว่าโทรมาขอแล้ว ตามด้วยรอยยิ้มของเจ้าหน้าที่สถานีที่ถามว่ากลุ่มที่โทรมาเมื่อวานใช่ไหม ถ่ายทำได้เลย เดี๋ยวถ้ารถไฟมาจอดแล้วจะแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำบนรถไฟให้ ผักบุ้งหยุดคิดไม่ได้เลยว่าแจมก็คือสุดยอดแจมจริง ๆ ไม่มีใครต้องทำอะไรนอกจากหน้าที่ของตัวเองเพราะแจมทำให้แล้ว เซนต์กับครามก็เหมือนมาเที่ยวเฉย ๆ เพราะไม่มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบในการถ่ายทำ


“มันโทรมาเลยเหรอวะ สุดยอดว่ะ” เซนต์ที่ยืนอยู่ข้างผักบุ้งกระซิบเบา ๆ ถึงแม้คะน้าจะใส่หูฟังเพื่ออัดเสียงเอาไว้แต่ก็กลัวเสียงเข้าอยู่ดี เบาให้มากที่สุดน่าจะดีกว่า


“เผื่อไม่ให้ถ่ายไง จะได้แก้ไขทัน” ครามแสดงความคิดเห็น “ไม่มีอะไรทำเลยกู ตอนแรกว่าจะช่วยไอ้ลิตแบกกล้อง ไอ้แจมทำแทนแล้ว”


“มาช่วยเราถือกระดาษให้ลันเตานะ ที่สถานีน้ำตก”


“ไม่เอาอ่ะ พวกกูชอบเห็นไอ้ถั่วลำบาก สมน้ำหน้าดี”


เพื่อนอีกสามคนที่ถึงจะไม่ได้มาทำงานแต่ก็มายืนอยู่ด้วยกันเพื่อรอรถไฟที่ตามตารางเวลานั้นใกล้จะมาถึงแล้ว ผักบุ้งได้แต่ทำหน้าบึ้งใส่โทรศัพท์ของสองที่ถ่ายสตอรี่หน้าผักบุ้งไปลงในอินสตาแกรม จะว่าอะไรก็ไม่ได้เพราะไม่กล้าเสียงดัง ได้แต่ผลักสองออกไปห่าง ๆ ซึ่งมันไม่ได้ช่วยอะไรเลย


“สองถ่ายเราน่าเกลียดไหม เอามาดูก่อน” ถ่ายไปแล้วก็ช่วยอะไรไม่ได้ ทำได้แค่ขอดู


“ไปดูเอง ลงไปแล้ว”


“สอง


“...ไปขึ้นรถไฟกันเลย!


คะน้าตะโกนด้วยเสียงสดใส จบการนำเสนอเบื้องต้นได้อย่างเป็นธรรมชาติแม้จะถูกตัดบทเพราะรถไฟมาก่อนที่จะพูดจบ ผักบุ้งที่ละสายตาจากสองไปมองกลุ่มที่กำลังถ่ายทำกันอยู่นั้นก็เห็นว่าแจมมีสีหน้าที่พึงพอใจมาก และคะน้านั้นกำลังทำหน้าภาคภูมิใจในตัวเองเพราะแจมชมว่าดีมาก


ส่วนชลิตนั้นกำลังทำอะไรสักอย่างอยู่กับกล้อง ผักบุ้งเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำอะไร ไม่มีความรู้ในด้านนี้


“พวกมึงขึ้นไปจองที่ให้หน่อย เอาท้ายขบวน จะได้ตั้งกล้องทัน” แจมขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่มาเที่ยว “แล้วก็เดี๋ยวมาถ่ายฉากขึ้นรถไฟกัน รอคนขึ้นไปก่อน”


“โอเค”


“ผักบุ้งกับลันเตาพูดให้ได้เหมือนคะน้าเลยนะ สามสิบคะแนนเต็มจะไม่เกินเอื้อม”


“มันเกินขีดความสามารถกูอ่ะ” ลันเตาเกาหัวแกร็ก ๆ “พี่เพิ่งด่ากูเมื่อวานว่ายิ่งโตยิ่งพูดไม่รู้เรื่อง”


“ลันเตาไม่ฟังที่พี่พูดเหรอ?”


“ไม่ใช่ พี่ฟังกูไม่เข้าใจต่างหาก”


เราเรียงแถวกันขึ้นรถไฟโดยโบกมือให้กล้องอย่างร่าเริง ผักบุ้งเองก็ยิ้มกว้างจนตายิบหยี ขึ้นรถไฟไปเป็นคนสุดท้าย มีชลิตที่ถือกล้องขึ้นตามมา บางครั้งก็เหมือนไม่ถ่ายอะไร แต่บางครั้งก็เหมือนถ่ายอยู่ ผักบุ้งก็ไม่รู้หรอกว่าชลิตถ่ายอะไรบ้าง แต่เท่าที่พอจะเดาได้จากความตั้งใจที่ผ่านแววตาออกมาในตอนนี้ ชลิตคงกำลังถ่ายภาพบรรยากาศบนรถไฟโดยไม่ให้ติดภาพของผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเพื่อรักษาสิทธิส่วนบุคคล


“ชลิต...” ผักบุ้งเรียกชื่อของคนที่หันกล้องมาหากันก่อนจะกดชัตเตอร์ติดกันสามครั้งจนผักบุ้งหน้าเหวอ “ถ่ายเราทำไม?”


“จะเอาภาพข้างหลัง เดี๋ยวตัดหน้าบุรินทร์ออก”


“ชลิตอ่ะ”


จากสถานีกาญจนบุรีไปถึงสถานีน้ำตกไทรโยคน้อยนั้นเป็นระยะทางประมาณ 77 กิโลเมตร ผักบุ้งเองที่ได้นั่งติดริมหน้าต่างในฝั่งซ้ายและได้นั่งติดชลิตในฝั่งขวานั้นตัดสินใจว่าจะไม่หยิบกระดาษข้อมูลที่แจมส่งมาให้ขึ้นทบทวนอีกครั้ง แต่จะใช้วิธีเรียบเรียงสิ่งที่จำได้ในตอนนี้เพื่อไม่ให้สมองทำงานหนักมากเกินไปจนอาจจะลืมทั้งหมดที่พยายามจำมาเลยก็ได้


“บุรินทร์พูดตรงช่วงสะพานกับถ้ำกระแซใช่ไหม?”


“ใช่ ๆ ถ้าเราพูดไม่ตามบทบ้างแจมจะว่าเรารึเปล่า?”


“ไม่ว่าหรอก ข้อมูลครบก็พอ” ชลิตละสายตาจากกล้องมามองหน้าผักบุ้ง “ก็พูดไปตามปกติ คิดว่าพูดให้เพื่อนฟัง”


“อื้อ...”


แจมนั่งคุกเข่าบนเก้าอี้ก่อนจะหันมาพูดกับผักบุ้งและชลิตว่าตอนที่ถ่ายทำช่วงของผักบุ้ง ให้ตัวผักบุ้งที่เป็นคนพูดนั้นขยับตัวเข้าไปให้ใกล้หน้าต่างมากที่สุดแต่ห้ามยื่นหัวออกไปนอกรถไฟ ช่วงนั้นรถไฟจะแล่นช้าเพราะเป็นช่วงเหวลึก ไม่ต้องรีบพูดล่ะ


“แหมมมม มันจะห่างกันไม่ได้เลยเนอะ” รอยยิ้มและเสียงของสองทำให้ผักบุ้งขมวดคิ้ว


“ก็คนเค้าเป็นแฟนกันนน” ลูกคู่ของสองอย่างต้องไม่เคยลืมหน้าที่ของตนเอง “ตัวกับใจก็ต้องอยู่ใกล้กันเป็นธรรมดา”


“กูบอกว่าลูกกูโสด ไอ้พวกหัวขี้ไก่นี่!” คะน้าทำหน้ายุ่งกว่าผักบุ้งอีก “ถึงช่วงนี้มันจะดีดดิ้นไปหน่อยแต่มันก็โสด!


“คะน้า!” ผักบุ้งไม่คิดว่าเพื่อนรักจะพูดแบบนี้ นึกว่าจะช่วยกัน “ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ เราไม่ได้ทำนะ”


“ไอ้ลิต กูถ่ายรูปให้ไหม มึงเอากล้องเล็กมาป่ะ?” เซนต์ถามชลิตที่นั่งอยู่ข้างผักบุ้ง


“เอามา อยู่ที่ไอ้แจม”


“ถ่ายกู ๆ จะเอารูปไปฝากแม่” ลันเตายกมือขึ้นเหมือนตอบคำถามกับคุณครูหน้าห้องเพราะอยากให้เพื่อนถ่ายรูปให้ 


“เดี๋ยวกูถ่ายทุกคนยกเว้นมึงอ่ะ”


ผักบุ้งมองเซนต์ที่หันไปขอกล้องของชลิตกับแจม ก่อนจะหันมามองคนข้าง ๆ ที่เหมือนกำลังตรวจสอบสิ่งที่ตนถ่ายมาว่าใช้ได้รึเปล่า ผักบุ้งคิดว่าชลิตที่กำลังตั้งใจทำอะไรสักอย่างนั้นมีเสน่ห์มาก ๆ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าชลิตจะมีงานอดิเรกอีกหนึ่งอย่างคือกล้อง เป็นคนที่มีกิจกรรมในชีวิตเยอะจริง ๆ


มองอะไร?”


ปะ...เปล่าผักบุ้งหันหน้าออกนอกหน้าต่างทันทีเมื่อโดนจับได้ เรา...ไม่ได้มอง


บุรินทร์เสียงชลิตเรียกชื่อกันทำให้ผักบุ้งมีความต้านทานต่ำลงไปทุกที หันมา


อะไรชลิต! จะถ่ายก็ถ่ายดี ๆ สิ


กลั้นใจหันมาแล้วก็โดนถ่ายรูปแบบไม่ทันตั้งตัว การที่เห็นคนถ่ายหัวเราะเบา ๆ มันก็ทำให้มีความสุขอยู่หรอก แต่แกล้งผักบุ้งทุกที


ดีแล้ว


ขอดูหน่อยได้ไหม?”


ไม่ได้ชลิตไม่ยอมให้ผักบุ้งดู จะดูไปทำไม น่าเกลียดทุกรูปแหละ


ไม่เชื่อหรอก ชอบแกล้งเรา


เชื่อบ้างก็ได้ จะได้ไม่ต้องเพ้อเจ้อไปวัน ๆ


ไม่เชื่อ!ผักบุ้งเสียงดังแบบเล่น ๆ ใส่ชลิตก่อนจะต้องย่นคอหนีเพราะจะโดนกำปั้นเอา กล้องก็เป็นงานอดิเรกเหรอ?”


อืม อาเป็นช่างกล้องน่ะ เคยสอนให้


สุดยอดเลยผักบุ้งมีลุงเป็นนักออกแบบสวน แต่ไม่เคยได้รู้เลยว่าจัดสวนต้องทำอย่างไร ชลิตเก่งจัง...


“...”


ทั้งเรียน ทั้งบาส ทั้งรถ ทั้งกล้อง แล้วก็เก่งหมดทุกอย่างเลย...


ไม่ต้องมาทำเป็นประจบ


ไม่ใช่นะ เราพูดความจริงผักบุ้งได้ยินเสียงสองแว่วมาว่าโลกเป็นสีชมพูแล้วแต่ว่าจะไม่สนใจ อย่างเรา...แค่เรียนอย่างเดียวก็ยังทำได้ไม่ค่อยดีเลย


ถ้าบุรินทร์ยังคิดว่าตัวเองทำไม่ดี ใครเค้าจะมามองว่าบุรินทร์ดีล่ะ


“...”


รู้ว่าไม่เก่งตรงไหนก็พยายาม การดูถูกตัวเองมันไม่ช่วยอะไรหรอก


อื้อ...ผักบุ้งเข้าใจดีถึงสิ่งที่ชลิตพูด เราจะตั้งใจเรียนมากกว่านี้นะ


วิวทิวทัศน์นอกหน้าต่างที่ปรากฎถึงสิ่งที่เรียกว่าธรรมชาตินั้นทำให้ผักบุ้งรู้สึกสบายตาและสบายใจ พอคิดถึงเรื่องที่ชลิตบอกแล้วก็ทำให้รู้สึกว่าชลิตก็คงใช้ความพยายามในการหาความพอดีในชีวิตให้ตัวเอง พอพบเจอแล้วมันก็คงจะไม่ใช่ความพยายามแต่เป็นความสุขที่เข้ามาแทนที่กัน


ผักบุ้งหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายวิดีโอต้นไม้ส่งเข้าไปในกลุ่มครอบครัว แบ่งปันต้นไม้ให้สมาชิกในบ้านดู พร้อมกับประโยคที่ว่าเอาไว้มาเที่ยวกัน ก่อนจะเห็นว่ากานต์ส่งข้อความมาอรุณสวัสดิ์ ทำให้ผักบุ้งต้องกดเข้าไปตอบเพื่อไมตรีจิตที่ดี

 

KARN. :

ตื่นแล้วครับ

ง่วงอยู่เลย

เมื่อคืนเล่นเกมดึก

 

B. :

นอนต่อได้

วันนี้วันหยุด

 

ชลิต...ผักบุ้งไม่ลืมสิ่งที่ตัวเองพูดเอาไว้ กานต์ตื่นแล้ว


ไหน?” ชลิตขยับตัวเข้ามาดูข้อความในโทรศัพท์ของผักบุ้ง ทำไมไม่บอกก่อนตอบ?”


“...” ผักบุ้งไม่รู้จริง ๆ ว่าชลิตอยากให้บอกก่อนที่จะตอบ “ก็ข้อความมันไม่มีอะไร ชลิตเอาไปเลยก็ได้”

 

KARN. :

ไม่นอนล่ะ

คุยกับผักบุ้งดีกว่า

55555555

 

“ชลิต อย่าพิมพ์แบบนั้น” ผักบุ้งห้ามไม่ให้ชลิตกดส่งประโยคที่ว่าไม่ต้องมาคุย “รักษาน้ำใจเพื่อนหน่อย”


“ห่วงมันไง?”


“ไม่ใช่แบบนั้นนะ” ไม่ชอบคำถามที่คิดไปได้หลายทางแบบนี้เลย “ชลิตก็รู้...เราก็แค่ไม่อยากทำให้ใครเสียใจ”


“หมายความว่าไง?”


“...”


“นายจะตอบทุกคนที่ทักเข้ามาเพราะไม่อยากทำให้ใครเสียใจ แต่ไม่สนว่าจะมีใครรู้สึกแย่ไหมที่นายทำแบบนี้น่ะเหรอ?”


“เราหมายถึง


“เว้นฉันเอาไว้สักคนก็แล้วกัน คนที่นายไม่อยากทำให้ให้เสียใจน่ะ”


ผักบุ้งขยับตัวตามไปไม่ทันเมื่อชลิตลุกขึ้นอย่างทันได้ตั้งตัว ก่อนจะเดินไปอีกฝั่งของรถไฟที่เป็นที่นั่งว่างแล้วทิ้งตัวนั่งลงตรงนั้น ร่างกายของผักบุ้งลุกขึ้นยืนตามชลิตรวมถึงใจเองก็บอกให้ไปหาชลิตด้วย แต่สมองกลับสั่งให้หยุดเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นยกกล้องขึ้นมาถ่ายภาพทิวทัศน์อย่างจริงจัง มองอย่างไรก็คิดได้ว่าคงจะนำไปใส่วิดีโอวิชาสังคมที่ครามกับเซนต์จะนำไปตัดต่ออีกทีเลยคิดว่ามันคงยังไม่ใช่เวลาที่จะเข้าไปพูดอะไรได้เลย


เป็นผักบุ้ง...ที่ทำพลาดอีกแล้ว


สิ่งที่คิดเป็นเพียงแค่เรื่องของการรักษาน้ำใจของใครสักคนที่มีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน แน่นอนว่าถึงใจจะตอบรับไม่ได้แต่ผักบุ้งก็รู้สึกยินดีและขอบคุณกานต์ที่รู้สึกดีกับผักบุ้ง การมีคนรักย่อมดีกว่าการที่มีคนเกลียด อย่างน้อยความรู้สึกของกานต์ในวันนี้อาจจะเปลี่ยนเป็นมิตรภาพในวันหน้าก็เป็นได้ ผักบุ้งไม่อยากจะทำลายความรู้สึกของใครเพียงแค่เพราะว่าเราตอบรับความรู้สึกของเค้าไม่ได้หรอก


แต่พอได้ยินสิ่งที่ชลิตพูดออกมา ผักบุ้งก็เหมือนได้ดึงสิ่งที่เหมือนจะรู้อยู่แล้วเข้ามาคิดด้วยสมองและหัวใจอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง ไม่ต้องคิดอะไรให้มันมากความเลย แค่คิดกลับกับว่าผักบุ้งเห็นชลิตตอบข้อความปุยฝ้ายทุกข้อความที่ส่งมาด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากทำให้เสียใจ ความคิดแรกที่ผักบุ้งมีคงเป็นความคิดที่ว่า แล้วผักบุ้งไม่เสียใจเหรอที่ชลิตคุยกับคนอื่น ถึงความรู้สึกที่มีให้อาจจะไม่มีเหมือนกัน แต่คนที่คุยกันทุกวันจะไม่สนิทกันมากขึ้นได้อย่างไร มันเป็นไปไม่ได้หรอก


ถึงจะในฐานะเพื่อนก็ตามที...ถ้าผักบุ้งเห็นชลิตตอบข้อความปุยฝ้ายก็คงจะไม่สบายใจเหมือนกัน


ชลิตไม่ชัดเจนในเรื่องของคำพูด แต่ชัดเจนเป็นอย่างมากในเรื่องของการกระทำ ถึงจะมีบางเรื่องที่ผักบุ้งไม่มั่นใจแต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้อะไรเลย ถ้าชลิตไม่ได้คิดอะไรก็คงไม่ทำสิ่งที่ทำให้ผักบุ้งอยู่ทุกวันนี้ ชลิตไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำเลย แต่ชลิตก็ทำ...เพื่อผักบุ้งทั้งนั้น ต่อให้เป็นเรื่องเล็ก ๆ อย่างการเอาไมโลโอวัลตินไปกดน้ำร้อนให้ก็ตาม


“ชลิต...” ผักบุ้งเรียกชื่อของคนที่กำลังทำหน้าที่ของตัวเองเบา ๆ เพราะกลัวว่าจะรบกวน “เราวางโทรศัพท์เอาไว้ตรงนี้นะ”


“...”


“เราขอโทษ...”


เพราะว่าไม่กล้าเข้าไปหา สิ่งที่ผักบุ้งเลือกทำจึงเป็นการวางโทรศัพท์ของตัวเองเอาไว้ข้าง ๆ ชลิตที่ไม่แม้จะหันมามองกันด้วยซ้ำ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ก้าวเดินไปหาคะน้ากับแจมที่ตอนนี้กำลังคุยกันด้วยท่าทีจริงจัง ส่วนลันเตากำลังโดนเซนต์กับครามด่าว่าโตมาด้วยนมแพะรึไง บอกให้เอียงขวาก็เอียงซ้าย พวกกูจะหมดความอดทนแล้วนะ


“คะน้า...นั่งด้วยได้ไหม?”


“มันทำอะไร!?”


“ไม่ใช่ เราทำเอง...” ผักบุ้งทิ้งตัวนั่งลงตรงกลางระหว่างแจมกับคะน้า พยายามยิ้มเพื่อไม่ให้เพื่อนเป็นห่วง “เราเป็นคนผิด”


“ผักบุ้งทำอะไร?” คำถามของแจมทำให้รู้สึกว่าเพื่อนถามเพราะเป็นห่วงกันมากกว่าจะตำหนิ


“เราคุยกับกานต์ทุกวันเลย คิดแต่ว่าไม่อยากให้กานต์เสียใจ อีกอย่างมันก็แค่ตอบข้อความก็เลยไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เราลืมนึกไปว่าชลิตคงคิด แค่เราคิดว่าชลิตคุยกับปุยฝ้ายเรายังคิดมากเลย ชลิตจะไม่คิดได้ยังไง...”


“อ๋อ มันชอบมึงเหรอ กูเพิ่งจะรู้นะเนี่ย”


“คะน้า...” ผักบุ้งรู้ว่าเพื่อนพูดประชด


“ไม่เห็นจำเป็นต้องพูดเลย เค้าใช้หัวใจคุยกัน” คำพูดของแจมทำให้คะน้าทำท่าโก่งคออาเจียน “ไอ้ลิตมันไม่โกรธหรอก ถ้าผักบุ้งคิดแทนแล้วว่าตัวเองรู้สึกแบบไหน ไอ้ลิตมันก็รู้สึกแบบนั้นแหละ”


“อื้อ...” ผักบุ้งพยักหน้าเพื่อแสดงให้แจมเห็นว่าผักบุ้งเข้าใจ “เราจำได้ว่าแจมเคยบอกว่าเรื่องเราชลิตใจร้อน จะรอให้ใจเย็นลงกว่านี้ก่อนแล้วจะเข้าไปคุยนะ”


“ปกติแล้วมันเป็นแบบนี้เหรอวะ?”


“ไม่หรอก ปกติก็อย่างที่มึงเห็น มันสนใจใครที่ไหน” แจมตอบคำถามของคะน้าที่ถามเรื่องชลิต คนที่ยังคงตั้งกล้องถ่ายทิวทัศน์ต่อไป “แต่ถ้าเป็นคนที่ใส่ใจ ก็เป็นแบบนั้นแหละ”


“มึงเคยโดนไหม?”


“เรื่องผักบุ้งไง ไม่เหลือ” แจมหัวเราะออกมาเบา ๆ ในขณะที่ผักบุ้งไม่ได้หัวเราะด้วยเลย “กับคนที่มันคิด มันก็คิดจริง ๆ นะ ไอ้ลิตน่ะ”


“...”


“เมื่อก่อนกูเคยคิดเหมือนกันว่าทำไมมันช่างแม่งคนอื่นได้ขนาดนั้นวะ แต่พอยิ่งสนิทกันไปเรื่อย ๆ กูก็รู้ว่ามันไม่คิดเรื่องคนอื่นเพราะมันคิดแต่เรื่องของคนที่มันอยากจะคิด ไม่ได้คิดแบบธรรมดา...จะบอกว่าคิดมากก็ไม่ใช่ ต้องบอกว่าเป็นคนที่มีความคิดซับซ้อนมากกว่า”


“กูเชื่อ” คะน้าเชื่อจริง ๆ “กูยิ่งกว่าเชื่อ”


“ยังไงเหรอ?” ผักบุ้งอยากจะรู้จักชลิตให้มากขึ้น “บอกเราหน่อยได้ไหม?”


“ผักบุ้งก็น่าจะรู้นะ เจอมาเยอะแล้วนี่”


“...”


“อาจจะรู้ดีที่สุดเลยก็ได้”


ระยะทาง 77 กิโลเมตรในเส้นทางรถไฟที่เรานั่งนั้นใช้ระยะเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงในการเดินทางไปยังสถานีสุดท้าย เพราะว่าเป็นแบบนั้น แจมจึงให้ผักบุ้งเตรียมตัวและอุปกรณ์ในการบันทึกเสียงให้เรียบร้อยก่อนจะถึงบริเวณสะพานถ้ำกระแซ ถ้ามาเตรียมตอนที่ใกล้ถึงแล้วเกิดเหตุฉุกละหุกคงจะแก้ไขไม่ทัน


สะพานข้ามแม่น้ำแควปรากฎขึ้นในสายตาของผักบุ้งที่กำลังทอดสายตามองด้วยความรำลึกถึงประวัติศาสตร์และเรื่องของชลิต คะน้ากับลันเตาเองก็ให้ความสนใจด้วยการยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทริปที่ถ่ายรูปกันเสียยกใหญ่


มุมนี้สวยดีว่ะผักบุ้งได้ยินเสียงแจมคุยกับชลิต มึงถ่ายตรงนี้เสร็จแล้วไปเซ็ตกล้องตรงนั้นด้วยนะ ถ้าถึงแล้วจะได้ถ่ายเลย


เออชลิตตอบรับเพื่อน กูถ่ายวิวไว้เยอะเลย ก็ใช้สลับ ๆ กันไป


ดีแล้ว เน้นบรรยากาศแจมไม่ได้อยากให้คลิปแน่นข้อมูล แต่อยากให้ภาพเล่าเรื่องมากกว่า ผักบุ้งมาลองกล้องก่อน ไปนั่งตรงนั้นเลย


แจมจะเอามุมนั้นเหรอ?”


ใช่ แดดมันไม่ส่อง จะได้ไม่ย้อนแสงแจมบอกผักบุ้งที่ตอนนี้เดินไปประจำที่เรียบร้อย ไอ้ลิต กูอยากได้แบบ...หรือจะถ่ายทางรถไฟตรงนี้ไปก่อน แล้วก็ให้ผักบุ้งอัดเสียงแทน ตรงนี้ก็ถ่ายแต่วิดีโอไป แล้ว...ผักบุ้ง ไปพูดจบกับลันเตาได้ไหม มันยังจำไม่ได้เลย


ได้เลยผักบุ้งโอเคเสมอถ้าแจมเห็นว่าดี ตรงนี้ก็ไม่ต้องถ่ายแล้วเหรอ?”


ใช่ เดี๋ยวผักบุ้งอัดเสียงพูดส่งให้ไอ้เซนต์เลย แล้วไปขอบทลันเตา...แจมเปลี่ยนแผนการใหม่แล้ว ลันเตาเอาบทมา เดี๋ยวให้ผักบุ้งช่วยพูด


จริงเหรอ ๆ ผักบุ้งพูดหมดเลยก็ได้นะ เดี๋ยวชูกระดาษให้แทนลันเตากระตือรือร้นเป็นพิเศษเมื่อรู้ว่าตัวเองจะได้พูดน้อยลงแล้วก็มีเพื่อนรวมเฟรมด้วย จะได้ไม่ตื่นเต้นจนทำพลาด


ถ้าคิดในเรื่องของงาน ผักบุ้งคิดว่ามันก็คงดีเหมือนกันที่แจมตัดสินใจแบบนั้น เพราะตรงที่ผักบุ้งได้รับมอบหมายให้บรรยายนั้นถือได้ว่าเป็นไฮไลท์สำคัญของงานชิ้นนี้ การที่แจมเลือกที่จะให้ชลิตเก็บภาพทั้งหมดเอาไว้แล้วเอาเสียงไปใส่ทีหลังนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว


แต่เพราะคิดจะใช้ช่วงเวลาในตอนที่ถ่ายทำคุยกับชลิต ตอนที่ต้องออกมาท่องบทของลันเตามันก็เลยรู้สึกไม่ดีหน่อย ๆ ชลิตเองก็ยังไม่มองหน้าผักบุ้งเลย โทรศัพท์ของผักบุ้งก็ไม่รู้ว่าชลิตเอาไปไว้ที่ไหน จะถามก็ไม่กล้าเพราะกำลังทำงาน อยู่ในช่วงเวลาจริงจังของชีวิต


บทของลันเตานั้นกล่าวถึงสถานีสุดท้ายอย่าสถานีน้ำตกไทรโยคน้อยว่าทำไมถึงกลายเป็นสถานีสุดท้ายที่เส้นทางรถไฟสายนี้มาถึง ผักบุ้งเองก็พยายามจดจำอย่างเต็มที่ แต่คิดว่าคงจะมีมองกระดาษบ้างเพราะไม่ใช่เรื่องที่จำมาตั้งแต่เมื่อคืน คงจะลืมไปบ้างเหมือนกัน


น้องบุ้งยิ้มให้พี่สองหน่อย จะถ่ายรูป


ไม่เอาผักบุ้งไม่อยากทำ เราอ่านบทอยู่


อ้าว ถ้าจะพูดแล้วทำไมไม่ไปนั่งกับไอ้ลิตล่ะ?”


“...”


อ๋อ...รู้และสองทำหน้าเหมือนรู้จริง ๆ ผัวกับเมียกระทบกระทั่งกันเป็นเรื่องธรรมดา


สอง!ผักบุ้งปล่อยไปไม่ได้จริง ๆ หยาบคาย!


ฮั่นแหนะ ๆ เมียไอ้ลิตเขินหนึ่งช็อตสองกดถ่ายรูปผักบุ้งที่ตอนนี้ทำหน้าโมโหกว่าเดิมอีก ไปเอาได้ที่ไอ้ลิตนะจ๊ะ น้องผักบุ้ง เป็นอัลบั้มรวมภาพเมีย


สองไปไกล ๆ เลยนะ!


ผักบุ้งเสียงดังใส่สองที่หัวเราะร่าก่อนจะเดินไปหาเพื่อนของตัวเองที่ตอนนี้กำลังแกะขนมกินกันบนรถไฟ มีคะน้าที่ไม่รู้ไปนั่งอยู่ตรงนั้นได้อย่างไรเข้าร่วมวงด้วย สายตาของผักบุ้งมองสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบกายได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องหันไปมองคนที่อยู่ในความคิดของตัวเองไม่เลิกเสียที หรือบางทีมันเป็นเพราะใจอยากจะมีคนคนนี้อยู่ในสายตาตลอดเวลาถึงได้เอาแต่มองอยู่แบบนี้


หลังจากคิดถี่ถ้วนให้ดีแล้ว ผักบุ้งก็ตัดสินใจลุกขึ้นจากที่ที่ตัวเองนั่งอยู่ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเสริมสร้างกำลังใจให้ตัวเอง ก่อนจะเดินเข้าหาคนที่กำลังหามุมกล้องที่ดีจากหน้าต่างที่แจมเลือก หามุมของแสงที่เหมาะสม ผักบุ้งเห็นชลิตขยับกล้องให้ออกไปนอกหน้าต่าง อาจจะเพื่อตรวจสอบว่ามันจะเห็นรางรถไฟได้เท่าไหร่


เอ่อ...หามุมอยู่เหรอ เพราะว่ามันเป็นช่องเขาเนอะ...ผักบุ้งพยายามเริ่มต้นประโยคสนทนาให้ดี ถ่ายยากไหม?”


“...”


“...”


ไม่เท่าไหร่คำตอบจากชลิตทำให้ผักบุ้งหายใจสะดวกขึ้น คิดว่าจะไม่ตอบกันเสียแล้ว


อื้อ...


การถ่ายรูปเป็นกิจกรรมที่ผักบุ้งไม่ได้ให้ความสนใจสักเท่าไหร่ (ไม่นับการถ่ายที่ใช้โทรศัพท์) ถ้าไม่ใช่รูปของกินของแม่ ผักบุ้งก็ไม่ค่อยได้ถ่ายอะไรนัก พอมาเห็นในวันนี้ก็รู้สึกว่ามันเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่มีความยากพอสมควรเหมือนกัน


แต่วันนี้จะสนใจแล้ว สู้เข้าไปเลย เต็มที่!

 

เราอยาก...เอ่อ...ลองถ่ายบ้าง ชลิตสอนได้ไหม?” นี่อาจจะเป็นหนึ่งในคำขอที่กล้าหาญที่สุดในชีวิต เดี๋ยวเราใช้โทรศัพท์เราก็ได้...


“...”


คงทำชลิตลำบากเนอะ ไม่เป็น—”


มานั่งนี่


ชลิตขยับตัวออกจากบริเวณริมหน้าต่าง ทำให้เหลือพื้นที่ว่างประมาณหนึ่งคนตัวเล็กนั่งได้พอดี คนที่โดนว่าว่าเป็นหมูที่มันก็น่ารักดีเหมือนกันอย่างผักบุ้งนั้นจึงได้ไม่แน่ใจว่าควรจะนั่งตรงไหนระหว่างที่ที่เกิดจากการที่ชลิตขยับตัวหรือว่าที่ที่เหลืออยู่ดี ถึงตอนนี้จะดีใจจนลุกขึ้นยืนแล้ว แต่ว่ามันก็...


นี่ไหน...


ตรงนี้ไงมือของชลิตตบลงไปบริเวณที่นั่งริมหน้าต่าง จะนั่งไหม?”


นั่ง!ผักบุ้งมีกำลังใจขึ้นมาก ถึงแม้ว่าการนั่งตัวติดกับชลิตแบบนี้จะทำให้รู้สึกร้อนวูบวาบก็ตาม ชลิตโกรธเรา—”


ใส่ไว้ ถ้าพลาดทำหล่นจะได้ไม่ร่วงลงพื้น


อื้อ...


ผักบุ้งรู้ว่าแก้มของตัวเองกำลังกายเป็นสีชมพูตอนที่สายกล้องคล้องลงมาที่คอ ก่อนที่มันเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดเมื่อชลิตขยับตัวเข้าหาแล้วยกแขนขึ้นโอบผักบุ้งจากทางด้านหลัง มือทั้งสองข้างจับมือของผักบุ้งที่กำลังจับกล้องอยู่อีกทีเพื่อช่วยในการประคองเครื่องมือในการถ่ายภาพเอาไว้


ถ้ามองผ่านกล้อง มุมนี้จะเป็นมุมที่มองเห็นรถไฟ ทางรถไฟ แล้วก็มองเห็นข้างทางด้วยเพราะมันเป็นทางโค้งพอดี


อื้อ...


งานแบบนี้ต้องหามุมก่อนปรับแสง พอหามุมได้แล้วเราก็ต้องคิดก่อนว่าแสงแบบไหนจะทำให้ภาพออกมาดี แล้วก็ใกล้เคียงกับสิ่งที่ถ่ายมาแล้วเพื่อให้แสงมันเป็นไปในทิศทางเดียวกันเสียงของชลิตที่ดังใกล้หูข้างซ้ายนั้นทำเอาผักบุ้งไม่มีสมาธิ แต่ก็จะพยายามตั้งใจต่อไป เข้าใจไหม?”


ขะ...เข้าใจ...ผักบุ้งหายใจไม่ค่อยออก อันนี้...อันนี้ชลิตปรับแล้วเหรอ?”


ปรับแล้ว อย่ากดอะไรเล่นล่ะ


“...เราจะไม่กดเลย


หายใจไม่สะดวกของจริงมันเป็นแบบนี้สินะ ผักบุ้งได้แต่ต่อสู้กับความขัดเขินในหัวใจตัวเองเพราะการกระทำของชลิต ใครจะคิดว่าจะทำแบบนี้ เรื่องให้ผักบุ้งถือกล้องก็เกินความคาดหมายแล้ว แต่การที่...การที่...ถูกชลิตโอบจากด้านหลังแบบนี้ เหมือนว่าเรากำลังกอดกันเลย


บุรินทร์ทำไมตัวร้อน?”


“...”


ไม่สบาย?”


กะ...ก็...ก็ชลิตนั่นแหละ...


ชลิตทำไม?”


ทำแบบนี้อ่ะ...ผักบุ้งแทบจะจมลงไปในเสื้อตัวเองอยู่แล้ว ชลิต...


ว่าไง?”


“...โกรธเราไหม เราขอโทษจริง ๆ นะผักบุ้งไม่รู้หรอกว่ามันสมควรจะพูดตอนนี้รึเปล่า แต่ถ้าปล่อยเอาไว้นานกว่านี้มันก็คงไม่ดีเหมือนกัน พอคิดว่าชลิตคุยกับปุยฝ้ายเราก็น้อยใจเลย เราเข้าใจแล้ว ถึงกานต์จะเป็นเพื่อนเรา แต่เพื่อความสบายใจของชลิต...


ไม่ต้องหรอก บุรินทร์ก็คุยไปเถอะ ชลิตจะได้คุยบ้าง


ไม่เอา...ผักบุ้งไม่อยากให้ชลิตคุยกับใคร ไม่เอานะ


“...”


ชลิต—”


“ไอ้ลิต! ถ่ายตั้งแต่ตอนนี้เลย”


เสียงของแจมทำให้การทำงานที่มีโอกาสถ่ายออกมาให้ดีเพียงครั้งเดียวเริ่มต้นขึ้น ผักบุ้งยอมรับว่าลุกลี้ลุกลนจะเอากล้องออกแต่ชลิตก็จับมือผักบุ้งและตัวกล้องเอาไว้แน่นก่อนจะกดถ่ายวิดีโอ ทำเอาแทบหยุดหายใจเพราะกลัวว่างานจะออกมาไม่ดีแล้วชลิตจะต้องรับผิดชอบ ผักบุ้งไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น


“บทตรงนี้มันว่าไงนะ บุรินทร์?”


“พูดได้เหรอ?”


“พูดได้ เดี๋ยวไปตัดเสียงออก”


“อื้อ...” ผักบุ้งรู้สึกได้ถึงการเคลื่อนตัวที่ช้าลงของรถไฟเพื่อผ่านบริเวณถ้ำกระแซไป “ช่วงนี้สร้างยากที่สุดเลยนะ เพราะว่าติดภูเขาแล้วก็ติดลำน้ำ ที่บนบกก็แคบ คนสร้างก็ต้องลงไปแช่ตัวในน้ำ เสียชีวิตไปเป็นพัน ๆ คนเลย”


แค่คิดก็รู้สึกสะเทือนใจแล้ว เหมือนกับกำลังผ่านเส้นทางที่ต้องแลกมาด้วยชีวิตของผู้คนมากมาย


“วันนี้ชลิตกลับบ้านไปดูคู่กรรมด้วยนะ เรากับแม่ดูแล้วร้องไห้เลย เวอร์ชั่นคุณจินตหรา”


“จะไปหาดูที่ไหน เก่าขนาดนั้น”


การถ่ายวิดีโอของทางรถไฟช่วงนี้นั้นจะตั้งกล้องไว้ที่มุมเดิมโดยอาศัยการเคลื่อนตัวของรถไฟเพื่อทำให้ภาพสวยงาม แจมเองก็เดินมาดูว่าถ่ายกันเป็นอย่างไรบ้าง ผักบุ้งแอบเขินเหมือนกันที่มานั่งอยู่ในอ้อมแขนของชลิตให้เพื่อนเห็นแบบนี้ แต่แจมก็พูดแค่ว่ามีผู้ช่วยตากล้องด้วยเนอะ ถ่ายกันน่ารักเชียว


ผักบุ้งไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองมีส่วนร่วมในการถ่ายพร้อมเป็นคนถือกล้องนั้นจะออกมาดีรึเปล่า ทีแรกก็ตั้งใจว่าจะขอตรวจสอบดูว่ามันดีไหม ถ้าเกิดว่าไม่ดี ผักบุ้งจะยอมลงทุนขึ้นรถไฟอีกรอบเพื่อไปถ่ายใหม่ให้ ถือว่าเป็นความรับผิดชอบที่ทำให้งานออกมาไม่ดี แต่พอชลิตอนุญาตให้ผักบุ้งใช้กล้องถ่ายรูปเล่นได้ ความคิดมากเรื่องงานมันก็หายไปหมดเลย


ผักบุ้งได้ถ่ายรูปชลิตตอนทีเผลอด้วย แต่ว่ามันดูไม่เหมือนคนเผลอเลย...   


บุรินทร์”


“อื้อ...”


“อยากคุยกับกานต์ไหม?”


“...”


ถ้าอยากคุยจริง ๆ ก็คุยได้ชลิตเอื้อมมือมากดปุ่มอะไรสักอย่างที่กล้องให้ผักบุ้งที่ไม่รู้ว่ามันคือปุ่มอะไร มันก็เป็นสิทธิของบุรินทร์


“...”


...


เราอยากคุยกับชลิตคนเดียวผักบุ้งมั่นใจแล้ว ไม่ใช่ชลิตไม่อยากคุยด้วยหรอก


พูดแล้วนะ?”


พูดแล้ว!ผักบุ้งแสดงความหนักแน่น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเรื่องที่ใจไม่คิดจะหนักแน่นเหมือนกัน คงจะต้องถามออกไปให้รู้ “แล้ว...ชลิตอยากคุยกับคนอื่นไหม อาจจะไม่ใช่ปุยฝ้าย...หมายถึง...มีคนเข้าหาชลิตเยอะ เรารู้”


“...”


“เราเข้าใจนะ ไม่เป็น


“ไม่อยากคุยหรอก” ไม่ใช่เพียงเสียงแต่เป็นน้ำหนักที่ถูกทิ้งลงบนศีรษะของผักบุ้ง “กับบุรินทร์ยังไม่อยากคุยเลย”


“ได้ไง...”


ไม่รู้ว่าจะอธิบายความรู้สึกนี้ออกมาได้อย่างไร มันเกินกว่าที่เคยรู้สึกมาทั้งหมดด้วยซ้ำ บนรถตู้ที่ผักบุ้งคิดว่าได้ใกล้ชลิตที่สุดแล้ว มันกลับเทียบไม่ติดเลยเมื่อถูกโอบจากด้านหลัง ทั้งยังถูกใช้ให้เป็นที่ทิ้งน้ำหนัก โดยที่ชลิตเอนมาพิงไหล่กันทั้งยังเอนศีรษะลงมาซบ ทำแบบนี้แล้วจะให้ไปคิดเป็นอื่นได้อย่างไร จะให้คุยกับใครก็คงทำไม่ได้อีกแล้ว การกระทำเหล่านี้คงเป็นสิ่งที่ผักบุ้งได้แต่เก็บเอาไว้ในใจเพราะคงไม่มีวันกล้าทำ แต่ชลิต...ทำแบบนี้...


“ก็บุรินทร์มันตื๊อจนน่ารำคาญ...”


“น่ารำคาญอะไร ไม่ให้ชลิตรำคาญเรานะ”


“เรื่องแบบนี้มันห้ามกันได้ที่ไหน”


“...”


“อยากจะเกลียดบุรินทร์แทบตาย”


“...”


“ยังห้ามใจตัวเองไม่ได้เลย”







 

ผักบุ้งจับมือลันเตาเอาไว้นะ จะได้ไม่ตื่นเต้น


อื้อ...


ไอ้ถั่ว! มึงแต๊ะอั๋งเมียเพื่อนกูเหรอ?!”


กูเปล่า!ลันเตาปล่อยมือของผักบุ้งทันทีเมื่อได้ยินเสียงของคราม ส่วนคนโดนบอกว่าเป็นเมียได้แต่อ้าปากค้าง นี่มันสถานที่ท่องเที่ยว ถึงคนจะไม่มากเพราะยังถือว่าเช้าอยู่แต่ก็ใช่ว่าไม่มี ไอ้ลิต มึงไม่ต้องมาเตะกูนะ กูไม่จับมือเมียมึงแล้ว!


ลันเตา เราไม่ใช่เมียชลิต!


อ้าว เออ...ใช่ลันเตาเผลอไปเพราะกลัวโดนชลิตเตะ มันเจ็บจริงแบบว่าแม่ปลอบแล้วก็ไม่หาย! จับได้ ๆ จับมือกันเนอะ มันตื่นเต้น


ผักบุ้งกลับมาจับมือกับลันเตาอีกครั้งหน้าป้ายสถานีรถไฟน้ำตกไทรโยคน้อย พอจะจำได้แล้วก็คิดว่าตัวเองน่าจะพูดได้ในส่วนที่แบ่งลันเตามาพูด คิดว่าลันเตาเองก็คงจะทำได้ดีเหมือนกัน ถึงแม้จะจำอะไรไม่ได้เลยก็ตาม


จะถ่ายแล้วนะ หนึ่ง สอง—”


กูปวดฉี่อ่ะ!ลันเตาตะโกนแทรกแจมที่ตอนนี้เลิกคิ้วขึ้นแล้ว ขอไปเข้าห้องน้ำ


มึงเพิ่งไปเข้ามา ลันเตา


เอ้อ...จริงด้วยเนอะลันเตาไม่มีข้ออ้างแล้ว แต่มันตื่นเต้นจริง ๆ แต่กูลืมล้างมือ...มั้ง


มึงจะไปไหนก็ไปเลยไป บุรินทร์พูดคนเดียวได้นะ?” ชลิตที่หมดความอดทนกับลันเตาแล้วมองหน้าผักบุ้งด้วยแววตาจริงจังของคนที่กำลังอยู่ในโหมดทำงาน มาช่วยกันชูกระดาษ เอาให้พอดีกับกล้อง


เรา...น่าจะพูดได้


ผักบุ้งมองกระดาษเอสี่ที่มีลายมือของลันเตาตัวใหญ่ ๆ อยู่บนนั้น โดยมีเพื่อนในกลุ่มอย่างคะน้า ครามและเซนต์ช่วยถือให้ ส่วนลันเตานั้นวิ่งหายไปล้างมือแล้ว มีกันเพียงเจ็ดคนเพราะอีกสามคนล่วงหน้าไปที่น้ำตกก่อน บอกว่าไปจองที่


ไอ้ดอกถั่วเขียวคะน้าบ่นลันเตา ไม่ได้เรื่อง


เอาเลยนะ?” แจมถามผักบุ้งที่พยักหน้ากลับไป ชลิตพร้อม บุรินทร์พร้อม แจมพร้อม คะน้าครามเซนต์พร้อม ลันเตาช่างมัน แอคชั่น!


ตอนนี้เราก็มาอยู่กันสถานีน้ำตกไทรโยคน้อยซึ่งเป็นสถานีสุดท้ายของเส้นทางรถไฟสายมรณะนี้...


สายตาของผักบุ้งนั้นมองกล้องสลับกับมองกระดาษอยู่บ้าง แต่ระยะห่างระหว่างกล้องกับตัวของผักบุ้งนั้นก็ไม่ได้ถือว่าใกล้ อย่างน้อยคงไม่ได้เป็นที่สังเกตเท่าไหร่นัก ความยิ้มสู้ตายเท่านั้นที่ผักบุ้งอยากให้เพื่อนและอาจารย์ที่จะรับชมวิดีโอนี้ต่อไปได้เห็น


ผักบุ้งพูดถึงการปรับปรุงทางรถไฟของภาครัฐทั้งในอดีตและปัจจุบัน เรื่องของการท่องเที่ยวที่อาจจะไม่ได้สวยงามมากเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ แต่สิ่งที่ทางรถไฟสายมรณะมีคือภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ของประเทศชาติซึ่งแสดงให้เห็นว่าสงครามนั้นสร้างความสูญเสียมากกว่าสันติภาพในอุดมคติอย่างที่เป็นมา


ลันเตาที่ไปล้างมือมานั้นเบรกตัวโก่งเมื่อเห็นว่าผักบุ้งกำลังถ่ายทำอยู่ ยืนให้กำลังใจอยู่ไกล ๆ เพราะคะน้าจะเตะเอา จะเตะลันเตากันทุกคน


เสร็จ!แจมยกมือขึ้นฟ้า บิดเอวซ้ายขวา เดี๋ยวถ่ายเก็บบรรยากาศไว้จบวิดีโอด้วยนะ


ได้ ๆ เดี๋ยวกูเก็บภาพสถานีด้วย จะได้ปูเรื่องก่อนใส่ช็อตบุรินทร์พูด


“...ที่เราพูดดีแล้วเหรอ?” ผักบุ้งไม่ค่อยมั่นใจ เราถ่ายใหม่ได้นะ


ดีแล้ว เสร็จเรียบร้อยเลยแจมชูนิ้วโป้งให้ผักบุ้งก่อนจะหันไปทำหน้าจริงจังใส่ลันเตาที่ยืนยิ้มแป้น บอกคะน้าว่าหิวข้าว งานนี้ลันเตาจะทำอะไร ถ้าไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้คะแนนนะ ถ้าท่องไม่ได้ทำไมไม่ขอเปลี่ยนหน้าที่ตั้งแต่แรก สมมติว่าถ้าผักบุ้งไม่ได้มาพูดด้วย แล้วส่วนของลันเตาจะเป็นยังไง มันจะมีปัญหาไหม ทำไมไม่คิดถึงส่วนรวมบ้าง งานกลุ่มนะลันเตา


“...ขอโทษสีหน้ารู้สึกผิดของลันเตาทำให้ผักบุ้งรู้สึกแย่ไปด้วย รู้ว่าลันเตาก็ไม่ได้ตั้งใจหรอก แต่ที่แจมพูดมาก็บอกว่าผิดไม่ได้ กูทำอะไรได้บ้างอ่ะ กูขอโทษจริง ๆ นะ


ตัดต่อเป็นไหม?”


ไอ้ฉิบหาย โยนถั่วใส่พวกกูอีกทีมตัดต่อสองคนส่ายหน้ากันใหญ่ มึงไม่เป็น ไอ้ถั่ว พวกกูรู้


เออ กูทำไม่เป็น...


ถึงลันเตาจะเป็นแบบนี้ ใช้ชีวิตเหมือนคนไม่ได้นอน แต่ผักบุ้งรู้ว่าลันเตาเรียนเคมีเก่งมาก สอบได้สิบเก้าเต็มยี่สิบก็ทำมาแล้ว แต่วิชาอื่นสวนทางหมดเลย ทำไม่ได้


เอางี้ วันจันทร์ทำอะไรก็ได้มาให้เพื่อนในกลุ่มกิน ต้องทำเองด้วยนะ ห้ามซื้อ ทำอะไรก็ได้ที่คิดว่าใช้แรงเท่ากับไอ้ลิตที่ถือกล้องตั้งแต่เช้า ผักบุ้งที่พูดแทนลันเตา คะน้าที่บทยาวสุดแต่ก็จำได้ทุกคำ ไอ้เซนต์กับไอ้ครามที่จะไปตัดต่อคลิปให้ แล้วก็กูที่เป็นคนคิดบทกับประสานงาน ตกลงไหม?”


ตกลงลันเตารู้สึกผิดจริง ๆ ขอโทษนะหัวหน้า มันตื่นเต้นแล้วก็จำไม่ได้จริง ๆ


ไม่เป็นไร แต่ลันเตาก็คิดเอาไว้นะว่าไม่ใช่ทุกคนหรอกที่จะบอกลันเตาว่าไม่เป็นไร อย่าให้ใครมาว่าอีก เข้าใจรึเปล่า?”


ผักบุ้งมองเห็นลันเตาพยักหน้าแล้วก็ได้เห็นเซนต์กับครามทำท่าปัดฝุ่นพื้น บอกว่าทำสะอาดทางให้ท่านผู้นำเดิน แต่คะน้าที่บอกว่าเป็นพระเอกนั้นเดินนำหน้าสุด บอกว่าทางคนหล่อ ก่อนจะวิ่งไปเตะครามที่บอกว่า เออ ไอ้หล่อ หล่อแบบเขียว ๆ ผักบุ้งเองก็โดนครามใช้เป็นเกราะกำบัง หัวเราะเสียงดังเพราะหน้าคะน้าเวลาโมโหมันตลกดี


เพื่อนเริ่มทยอยไปเล่นน้ำตกกัน ถึงจะเพิ่งสิบโมงเช้าแต่ว่าคนน้อยอยู่ เอาไว้คนเยอะแล้วเราก็จะเลิกเล่น ไปเที่ยวที่อื่นกันต่อตามที่แจมวางแผนเอาไว้


ชลิต...ผักบุ้งมีความสงสัย ไม่ไปเล่นน้ำตกเหรอ?”


ถ่ายรูปก่อน จะถ่ายวิดีโอสถานีด้วย


โอเค...ผักบุ้งจะยืนอยู่กับชลิตจนถ่ายเสร็จแล้วเราจะไปเล่นน้ำตกด้วยกัน คือ...ขอโทรศัพท์เรา...


จะเอาไปตอบไอ้กานต์รึไง?”


ไม่ใช่นะ เราอยากตอบแม่ แล้วก็อยากเล่นไอจีด้วยผักบุ้งอยากถ่ายสตอรี่บ้าง เห็นเพื่อนถ่ายแล้วก็อยากถ่ายด้วย เรื่องกานต์ไม่ได้อยู่ในความคิด เราถ่ายชลิตได้ไหม?”


ถ่ายทำไม ไม่ใช่กับข้าวแม่สักหน่อยชลิตส่งโทรศัพท์ของผักบุ้งคืนมาให้ ไม่ให้ถ่าย


ก็เดี๋ยวไอจีเรามีกับข้าวแม่กับชลิตไง


“...เดี๋ยวส่งรูปกล้องเล็กให้ ไปเลือกเอา


ก็ได้...ผักบุ้งจะรอชลิตส่งรูปจากกล้องเล็กมาให้ แล้วจะเอาลงในอินสตาแกรมให้คงอยู่ตลอดไป ถ้าเราแท็กแล้วชลิตจะเห็นไหม?”


ไม่เป็นไรหรอก ก็ไม่ได้อยากเห็นอยู่แล้ว


ผักบุ้งเคยมีความคิดด้านลบเหมือนกันว่าจะกระโดดขึ้นหลังชลิตแล้วกัดหัวให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย แต่ก็ทำได้แค่คิดเท่านั้นแหละ สิ่งที่ผักบุ้งอยากทำจริง ๆ คือการได้มองชลิตแล้วมีความสุขอยู่ข้างในใจก็เพียงพอแล้ว


จะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ ไม่เชื่อหรอก สิ่งที่ผักบุ้งจะเชื่อคือชลิตที่จูงมือผักบุ้งลงจากรถไฟแล้วก็บอกให้เดินระวัง ๆ ถ้าตกแล้วจะตีซ้ำ สองที่เห็นก็แซวว่าอยากเดินจูงมือน้องผักบุ้งลงจากรถไฟบ้าง แล้วชลิตก็ตอบว่ามาจูงตีนกูนี่ จะได้เอาเตะปากด้วย ผักบุ้งฟังแล้วก็คิดว่าไม่เคยพูดกับเพื่อนแบบนี้หรอก แต่พอเห็นเพื่อนที่คงจะพูดกันแบบนี้อยู่แล้วเล่นกันมันก็ตลกดี


บุรินทร์มาช่วยดูหน่อยว่ามันโอเคไหม


อื้อ...ผักบุ้งขยับเข้าไปใกล้ชลิตที่ขยับกล้องมาหาเช่นเดียวกัน ก่อนจะกดปุ่มเล่นให้ผักบุ้งดู อันนี้ตอนจบเหรอ?”


ไม่ใช่ ตอนจบจะเป็นคลิปบุรินทร์เต้นเพลงโรงเรียนหน้าป้ายรถไฟ


ไม่เอาผักบุ้งเต้นไม่ได้ ร้องเพลงยังไม่แม่นเลย สวยแล้ว ดีมากเลย


งั้นเตรียมถ่ายคลิปจบ ไปยืนตรงนั้นชลิตชี้ไปหน้าป้ายสถานีรถไฟที่ตอนนี้มีคนยืนถ่ายรูปอยู่ “บุรินทร์อย่าลีลา”


“...ชลิตพูดจริงเหรอ?”


“จริง”


“แต่...แต่แจมไม่เห็นบอกให้ทำ” ผักบุ้งไม่เคยได้ยินแจมพูดอะไรแบบนี้เลย ไม่อยู่ในแผน “ทำไมชลิตไม่บอกตอนที่เพื่อนอยู่ล่ะ จะได้ช่วยกันเต้น ให้เราเต้นคนเดียวแบบนี้ ซ้อมก็ไม่ได้ซ้อม แล้วต้องเต้นท่าไหน มันเต้นไม่ได้นะ อายก็อาย แล้วต้องทำ...”


ขณะที่พูดความกังวลออกมาจากใจ ผักบุ้งก็ได้เห็นคนที่ทีแรกมีสีหน้าจริงจังนั้นค่อย ๆ ยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะเมื่อผักบุ้งทำหน้าบึ้งเต็มสูบก่อนจะลืมตัวยกมือขึ้นตีแขนชลิตไปหนึ่งที


“อะไรบุรินทร์ ตีชลิตเหรอ?!


“ไม่ได้ตีนะ มือไปโดนเฉย” ผักบุ้งพูดไม่ได้เพราะโดนคนที่มีกำลังแขนเยอะเนื่องจากการเล่นกีฬานั้นคว้าคอเอาไว้ “ชลิต!


“มันเป็นยังไง เดี๋ยวนี้มันเก่งจัง!


“ไม่เก่งเลย ไม่ฮะ ๆ อย่าจี้เอว!


เสียงหัวเราะที่ดังลั่นอาจจะรบกวนคนอื่น ผักบุ้งรู้ดีถึงข้อนั้นแต่ว่ามันก็หยุดไม่ได้เพราะแรงกระตุ้นที่ช่วงเอวอย่างการที่ชลิตจี้เอวผักบุ้งไม่หยุด ทั้งยังจี้ถูกจุดจนหยุดดิ้นไม่ได้ สุดท้ายแล้วพอผักบุ้งหน้าแดงก่ำ ชลิตถึงได้ยอมหยุด คงเพราะรู้ว่าถ้ามากไปกว่านี้คงจะไม่ได้หัวเราะแต่คงจะเป็นการสำลักแทน


แต่ว่าแขนของชลิตที่กอดคอกัน...ก็ยังคงอยู่ที่เดิม ไม่ได้คลายออกไปไหน และยังคงกอดอยู่อย่างนั้นเมื่อเราเดินไปตามเส้นทางที่จะไปน้ำตกด้วยกัน


“บุรินทร์เอาเสื้อสีอะไรมาเล่นน้ำ?”


“สีน้ำตาล” ผักบุ้งเลือกเสื้อสีเข้ม ๆ ตามที่ชลิตบอก “จริง ๆ ถ่ายอีกก็ได้นะ เผื่อให้เพื่อนเลือกไง”


“ที่ถ่ายไปก็เลือกไม่ไหวแล้ว” ชลิตคงถ่ายไปเยอะมากแล้วจริง ๆ “ถึงจะว่ายน้ำเป็นแต่ถ้าเป็นตะคริวขึ้นมาก็บอกนะเข้าใจไหม น้ำมันเย็น  เป็นตะคริวง่าย”


“อื้อ...” ผักบุ้งยกมือของตัวเองขึ้นจับมือของชลิตที่กอดคอกันอยู่เอาไว้ “ชลิต...”


“ว่า?”


“ตอนที่เราเข้าไปตอบแม่ เรา...เราเห็นว่าชลิตไม่ได้ตอบกานต์”


“...”


“ยังโกรธเราอยู่เหรอ เราขอโทษนะ” ผักบุ้งรู้ตัวว่ากำลังบีบมือของชลิตที่จับอยู่แน่นขึ้น “ชลิตอยากตีเราไหม จี้เอวเราแบบเมื่อกี้ก็ได้นะ แต่อย่าโกรธเราเลย เรา...”


เพราะว่าเรื่องที่ผ่านมา ผักบุ้งยังไม่รู้เลยว่าจะชดใช้ความผิดนั้นได้อย่างไร ความรู้สึกเป็นสิ่งที่นับมูลค่าไม่ได้ ต่อให้เราคิดว่าเราขอโทษเป็นพันครั้ง มันอาจจะยังไม่ถึงครึ่งของความเสียใจของคนที่เราทำให้ต้องเสียความรู้สึกเลยก็ได้


อย่างที่เคยคิดอยู่เสมอเมื่อตัดสินใจว่าจะก้าวต่อไปด้วยความรู้สึกที่มากกว่าความสัมพันธ์ที่เรียกว่าเพื่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ผักบุ้งก็ไม่อยากจะผิดใจหรือทำอะไรให้เราต้องไม่เข้าใจกันอีกแล้ว


“ฉันไม่ได้โกรธอะไร”


“...”


“อย่างที่พูดไป พอคิดดูแล้ว มันก็เป็นสิทธิของนายจริง ๆ ถ้าอยากจะคุยกับใครหรือทำอะไร ฉันไม่มีสิทธิอะไรจะไปห้ามนายอยู่แล้ว”


การก้าวเดินของเราทั้งสองหยุดลงระหว่างทางที่จะนำไปสู่น้ำตกไทรโยคน้อย สายตาของผักบุ้งทอดมองไปยังต้นไม้สีเขียวที่ทำให้รู้สึกสบายตา แต่มือของผักบุ้งที่ตอนนี้บีบมือของชลิตไว้แน่นเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะปล่อยมือไปนั้นคือสิ่งที่กำลังบอกถึงความไม่สบายใจ


“...เราดีใจนะที่ชลิตห้ามเรา”


“...”


“เพราะถ้ากานต์คือปุยฝ้าย เราก็ไม่อยากให้ชลิตคุยเหมือนกัน”


“...”


“แล้วทำไมชลิตจะไม่มีสิทธิ ใจเราบอกว่าชลิตมีสิทธินะ” ผักบุ้งรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งในทุกสิ่งที่ชลิตแสดงออกมาให้เห็น “เราอยากให้ชลิตรู้ไว้นะว่าเรายินดีจะทำในสิ่งที่ชลิตต้องการเสมอ เพราะว่าเราอยากเห็นชลิตมีความสุข เราต้องการแค่นั้นจริง ๆ”


“...”


“ไปเล่นน้ำกันเนอะ เพื่อนคงรอแล้ว”


ผักบุ้งเลือกที่จะผละออกทั้งที่ยังจับมือของชลิตไว้ เป็นคนเดินนำหน้าเพื่อให้เราก้าวเท้าไปถึงจุดหมายที่ควรจะไปเสียที


ถึงจะเป็นคนเริ่มเรื่องนี้เพราะความรู้สึกไม่สบายใจที่ก่อตัวขึ้นตั้งแต่อยู่บนรถไฟ แต่ผักบุ้งก็ตัดสินใจจบมันลงไปในแบบที่ไม่ต้องการคำพูดใด ๆ จากชลิต จะบอกว่ามันเป็นความข้างเดียวก็ได้แต่ผักบุ้งก็แค่อยากจะพูดให้ชลิตได้รู้ในสิ่งที่มันอาจจะค้างคาใจชลิต สิ่งที่ทำให้ชลิตเลือกที่จะนั่งอยู่บนรถไฟคนเดียวอยู่นานสองนาน ยิ่งแจมบอกผักบุ้งว่าความคิดของชลิตซับซ้อน ผักบุ้งก็ยิ่งปล่อยผ่านมันไปไม่ได้


ขอแค่ชลิตรู้ถึงความในใจของผักบุ้ง เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว


“แหมมม มันต้องจูงไม้จูงมือกันมาเล่นน้ำด้วย” สองไม่เคยลืมหน้าที่ของตัวเอง “มันเป็นยังไงเหรอจ๊ะ มันถึงห่างกันไม่ได้?”


“ไม่คุยกับสองหรอก ไม่ต้องมาพูดเลย”


มุมที่เพื่อน ๆ กำลังเล่นน้ำกันอยู่นั้นเป็นมุมที่น้ำลึกพอสมควร เนื่องด้วยเป็นกลุ่มผู้ชายสูง 170 เซนติเมตรขึ้นไปกันทุกคนจึงไม่ได้มีปัญหามากนัก ผักบุ้งที่เห็นคะน้าลอยคออยู่ในน้ำ พอยืนแล้วแล้วสูงต่ำกว่าอกลงมาเล็กน้อยก็คิดว่าปลอดภัย อย่างก็มีพื้นที่ให้ยืนได้


ของที่พื้นวางทับถมกันไว้นั้นถูกใช้ในการบดบังกระเป๋ากล้องของชลิตเอาไว้ ผักบุ้งเองก็เอาของมีค่าใส่เอาไว้ในกระเป๋ากล้อง ถ้าเกิดจะมีใครมาขโมยก็ต้องผ่านถุงขนมสิบถุงของสองไปก่อน ไหนจะกระเป๋าของแต่ละคนที่วางกองกันจนมิด กระเป๋าของผักบุ้งเองก็อยู่ในกองนี้เหมือนกันเพราะให้เต็มถือมาให้


ผักบุ้งหาเสื้อที่เอามาเปลี่ยนลงน้ำยังไม่ทันเจอก็เห็นว่าชลิตถอดเสื้อทรงเชิ้ตสีแดงของตัวเองออกแล้วสวมเสื้อสีดำที่ตัวเองเอามา ส่วนกางเกงนั้นทั้งผักบุ้งและชลิตใส่แบบที่ลงน้ำมาได้ แล้วก็เอากางเกงมาเปลี่ยนกัน ทุกคนที่มาด้วยกันทำแบบนี้ทั้งหมด ผักบุ้งที่ไม่เคยมาเล่นน้ำตกก็เลยทำบ้าง คิดว่ามันก็ดีเหมือนกัน


“บุรินทร์จะทำอะไร?”


“เปลี่ยนเสื้อไง” มือของผักบุ้งที่กำลังจะถอดเสื้อของตัวเองออกชะงัก “ทำไมเหรอ จะไปไหนรึเปล่า?”


“อย่าเพิ่ง” ชลิตห้ามผักบุ้งเอาไว้ก่อนที่จะหันไปรื้อกระเป๋าของตัวเองดึงผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ที่ไม่ได้หนามากออกมา “ลุกขึ้น เดี๋ยวกางผ้าให้”


“อะแฮ่มมม! มันเป็นยังไงครับพ่อ ทำไมมันหวงจัง!


“มึงเลิกแกว่งปากแล้วไปหาเมียนะ จะได้เลิกถาม”


“ฮิ้วววววว!” เสียงเพื่อนที่รับประโยคของชลิตกันอย่างพร้อมเพรียงทำให้ผักบุ้งรู้สึกขัดเขินอย่างบอกไม่ถูก ได้แต่รีบเปลี่ยนเสื้ออยู่ในผ้าเช็ดตัวที่ชลิตกางบังสายตาคนอื่นที่อาจจะมองมาให้ “เรือนร่างของเมียไม่เป็นที่เปิดต่อสาธารณะนะครับ!


“กูหวงนมเมียกู พวกมึงพอใจยัง?”


“ชลิต!” อันนี้ไม่ได้ ถึงจะเขินอยู่แต่ว่าต้องตะโกนจริง ๆ เผื่อจะเรียกสติคนพูดได้ เกินไปแล้ว


“พอใจแล้วครับพ่อ เชิญหวงเมียตามสบายครับ!


“พวกมึงพูดเหี้ยอะไรกัน มาให้กูต่อยปากเลยนะ ไอ้สอง ไอ้ปากขี้ควาย!


ผักบุ้งได้ยินเสียงคะน้าด่าเพื่อน ก่อนจะตามด้วยเสียงผู้ชายโวยวายกันยกใหญ่ คงจะตีกันในน้ำ เล่นกันตามประสาวัยรุ่น


“เสร็จรึยัง?”


“เสร็จแล้ว...” ผักบุ้งใช้เวลาเปลี่ยนเสื้อไม่ถึงสามสิบวินาที “ชลิต...พูด...ทำไม...แบบนั้น”


“อะไรนะ?”


“นมเราอ่ะ!” ผักบุ้งไม่ไหวจริง ๆ “พูดได้ยังไง เกินไปแล้วนะ!


“ทำไมจะพูดไม่ได้?”


“ชลิตถามเราแบบนี้ได้ยังไง มันต้องพูดไม่ได้อยู่แล้ว!


“ก็จะเก็บไว้ดูคนเดียว”


“...”


“หรือบุรินทร์อยากให้คนอื่นดูด้วย?”


“ไม่อยากสักหน่อย...” เมื่อก่อนไม่เคยคิดอะไรเรื่องเปลี่ยนเสื้อในที่สาธารณะเพราะเป็นผู้ชาย ถึงจะมีแอบ ๆ บ้างแต่ก็ไม่ได้ใช้ผ้าบังแบบนี้ ตั้งแต่วันนี้คงจะต้องคิดใหม่ “ชลิตก็ไม่ให้ดูหรอก”


“เดี๋ยวก็รู้”


“ชลิต!” ผักบุ้งตะโกนชื่อคนที่ตอนนี้ลงน้ำไปแล้ว ทั้งยังยิ้มแบบเจ้าพ่อเซี้ยงไฮ้ ทำไมถึงพูดแบบนี้กับผักบุ้ง มันไม่เห็นจะตลกตรงไหน


สิ่งที่ทำได้ก็มีแต่มองคนนิสัยไม่ดีด้วยสายตาตัดพ้อ ก่อนจะค่อย ๆ หย่อนตัวลงน้ำที่เย็นพอสมควรเพื่อไปเล่นกับลันเตาที่นั่งแช่ตัวบริเวณทางน้ำไหล เล่าสู่กันฟังเสียงดังว่าโดนเซนต์ถีบตกน้ำหัวทิ่ม จะกลับไปฟ้องแม่แน่ ๆ 


“โอ๊ย! ไอ้เขียว มึงต่อยหัวกูทำไม!?”


“กูพลาด กูจะต่อยปากมึง!


“มึงมาต่อยกูอยู่คนเดียวอ่ะ ไอ้ลิตมันก็ต่อกูไหม?!


“ก็กูต่อยมันได้ที่ไหน มันคนของเพื่อนกู!


“คะน้าพอแล้ว ไอ้สอง ล้อเล่นมันก็ล้อกันได้ แต่กูบอกให้ใช้คำว่าแฟนไง” แจมปรามเพื่อนทั้งสองคนที่ตอนนี้กำลังตีกันไม่หยุด “ไอ้ลิตก็ต่อไอ้สองไม่เลิก มึงพูดแบบนั้นอ่ะ ไม่เคารพความรู้สึกผักบุ้งเลย เค้าไม่ใช่เมียมึงนะ”


“เมียในอุดมคติ”


“ไอ้สัด กูยอมพ่อ” ครามหัวเราะก่อนจะยกมือขึ้นไหว้ชลิต ส่วนผักบุ้งที่อยู่ตรงนี้นั้นคิดอะไรไม่ออกแล้ว หัวสมองมันว่างเปล่าไปหมด “สมแล้วที่กูให้ความนับถือ”


“ผักบุ้ง!” เซนต์ที่นั่งอยู่บนขอบหินตะโกนเรียกชื่อรวมทั้งเรียกสติให้ผักบุ้งด้วย “ไอ้ลิตเป็นผัเอ้ย! สามีในอุดมคติไหม?”


“...ไม่ต้องมาแกล้งเราเลย” ผักบุ้งรู้ทันเพื่อนทุกคน จะไม่พูดอะไรออกไป “แกล้งเรากันทุกคนแหละ ชลิตก็แกล้ง เรารู้”


ผักบุ้งเลือกที่จะหันหลังให้เพื่อนทุกคนแล้วเป็นที่ปรึกษาให้ลันเตาว่าวันจันทร์จะทำอะไรมาเลี้ยงเพื่อนดี ผักบุ้งไม่โกรธใช่ไหมที่ลันเตาให้พูดแทนแบบนั้น เอาเข้าจริงก็จะไม่ฟังแล้วว่าเพื่อนจะพูดอะไรกัน ชลิตเองที่พูดแบบนั้นก็แกล้งผักบุ้งไปเรื่อย ไม่เคยไม่แกล้งกันหรอก


“จะโกรธทำไม เราเข้าใจว่าลันเตาตื่นเต้น ช่วยกันได้ก็ช่วยกันเนอะ” ผักบุ้งตบไหล่เพื่อนรักเพื่อให้กำลังใจ “แจมไม่ได้ว่าหรอก ลันเตาอย่าคิดมาก เพื่อนก็แค่อยากแนะนำ”


“เออ กูรู้ว่าแจมมันเป็นห่วงกู ก็รู้แหละว่าถ้าไปทำอย่างนี้ที่อื่นคงโดนด่าแหงม ๆ” ลันเตารู้ดี “ทำข้าวตังดีไหม กูทำเป็นนะ”


“ทำเลย ๆ” ผักบุ้งสนับสนุน “เอาที่ลันเตาคิดว่าตัวเองทำแล้วอร่อยนะ เอาที่ตัวเองถนัดก็ได้ เพื่อนกินกันหมดแหละ”


“เดี๋ยวทำเต็มที่เลย แจมจะต้องอึ้งในตัวลันเตา” ถึงจะยังไม่ได้ลงมือทำ แต่ลันเตาก็ภูมิใจเอาไว้ก่อน


เราเชื่อในฝีมือลันเตานะ จะรอกินของอร่อยอย่างตั้งใจเลย


ลันเตาคงรู้สึกผิดเรื่องที่วันนี้นั้นไม่สามารถทำหน้าที่ที่ตนเองได้รับมอบหมายได้ ผักบุ้งเชื่อว่าเพื่อนรักของผักบุ้งคนนี้จะพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต ถ้าตั้งใจจริง (และชอบ) ลันเตาทำได้ทุกอยู่แล้ว


คะน้าว่ายน้ำมาหาผักบุ้งด้วยท่าทีมีความสุขเพราะได้ต่อยคนไปทั้งหมดหนึ่งหมัดถ้วน บอกกับผักบุ้งว่าจัดการให้แล้ว ใครล้อมึงเกินเลยอีกกูจะต่อยมันให้หมด ถือว่าไม่มีมารยาททางสังคม ไอ้ลิตก็อีกคน แหย่มึงอยู่ได้ ก็รู้แหละว่าคิดจริง แต่ยังไม่ได้เป็นเมียก็ไม่ต้องพูดไหม


คะน้า!ผักบุ้งล่ะเหลือเชื่อในเพื่อนคนนี้ ได้เป็นเมียอะไร พูดไม่ได้!


เอ้า มันคือการแสดงความรักคะน้ายักไหล่ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าราวกับกำลังจะพูดเรื่องจริงจัง จะว่าไปนะ ชีวิตไอ้ลิตนี่เป็นความลับสุด ๆ กูสืบแทบตาย ตอนนี้ยังไม่ได้อะไรเลย


ก็ดีแล้วนะ ชีวิตเป็นส่วนตัวไงผักบุ้งเข้าใจคนอย่างชลิตที่ชีวิตไม่ต้องการบ่นหริอแชร์อะไรลงโลกที่ผู้อื่นเข้าถึงได้ง่ายทั้งนั้น เราก็เคยตามดู ไม่มีอะไรเลยนอกจากข่าวกีฬา


เออ กูจบกับเฟสบุ๊กแล้ว อินสตาแกรมเนี่ยแหละมีเงื่อนงำ!คะน้าเอาจริงเอาจังเป็นอย่างยิ่ง กูจะเอาหลักฐานไปฟาดหน้ามัน คิดว่าจะปิดคนอย่างคะน้าลูกแม่สมหมายได้เหรอ ไม่มีทาง!


กูอยากเอาไปฟาดด้วยอ่ะ เดี๋ยวกูช่วยมึงฟาดเองลันเตาก็เอากับเค้าด้วยเหมือนกัน ช่วยกันหาหลักฐานเนอะ


ผักบุ้งเคยใช้บัญชีเฟสบุ๊กของคะน้าที่เป็นเพื่อนกับชลิตในการนั่งดูความเป็นไปของเฟสบุ๊กว่าเป็นอย่างไรบ้าง พบว่านอกจากการสมัครมาเพื่อให้คนขอเป็นเพื่อนและใช้ในการดึงข้อมูลที่เพื่อนโพสต์ลงไปในกลุ่ม ตามข่าวกีฬา ลงรูปที่เชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นมาจากอินสตาแกรมบ้าง ตอบคอมเมนต์บ้าง แต่ไม่เคยโพสต์อะไรลงไปเลย


มึงรู้เหรอว่ากูหาอะไร?”


ไม่รู้


โอ๊ย ไอ้ลันเตา กูจะด่ามึงแล้วนะ


มึงด่าแล้ว มึงไม่เคยไม่ด่ากูเลย


ผัก!เสียงแจมที่เรียกเราทั้งสามคนนั้นทำให้ผักบุ้งละสายตาจากเพื่อนหันไปมอง มากินขนมกัน!


ขนม ๆๆลันเตาโดดลงน้ำว่ายป๋อมแป๋มคนแรก ตามด้วยคะน้าที่บอกว่าหิว ส่วนผักบุ้งนั้นส่ายหน้า ยังไม่ค่อยอยากกินอะไรเลย


ไม่ไปไง?”


ไม่อ่ะ เดี๋ยวเราไปเล่นน้ำตรงนั้นดีกว่าผักบุ้งตอบคำถามคะน้า ไปกินเลยนะ ไม่ต้องห่วง


คิดมากเรื่องไอ้ลิตไง?”


“...นิดหน่อย ไม่มีอะไรจริง ๆ ก็แค่คิดน่ะ


ผักบุ้งไม่อยากให้เพื่อนเป็นห่วง จริง ๆ มันก็ไม่ได้มีอะไรนักหรอก ผักบุ้งก็แค่เอาแต่คิดถึงเรื่องของชลิตไม่หยุด มันก็เท่านั้นจริง ๆ


ถึงผักบุ้งจะไม่ได้หวังให้ชลิตตอบแทน อะไรกลับมาแต่พอคิดว่าตัวเองมีสิทธิไหมมันก็อดน้อยใจไปไม่ได้เหมือนกัน ถึงแม้จะไม่ได้คาดหวัง แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริง ๆ เป็นเหมือนความรู้สึกที่ทับซ้อนกันอยู่ภายในใจ ถึงจะบอกกับใจตัวเองว่าผักบุ้งหวังให้ชลิตมีความสุขเท่านั้นก็พอ แต่มันก็เหมือนเป็นสัจธรรมของชีวิต ในการที่เราชอบหรือหลงรักใครสักคน เสี้ยวหนึ่งของความรู้สึกในหัวใจย่อมมีความหวังว่าจะได้รับความรักกลับคืนมาไม่ต่างกัน


ถึงการแสดงออกของชลิตจะชัดเจน แต่ใครจะไปมีความมั่นใจว่าเรามีสิทธินะ เราทำแบบนั้นได้นะเราทำแบบนี้ได้นะ กับชลิตที่ผักบุ้งชอบมากขนาดนั้นก็ยังบอกว่าตัวเองไม่มีสิทธิเลย แล้วผักบุ้งที่ไม่รู้ว่าความรู้สึกของชลิตมากน้อยแค่ไหน ถึงจะรู้ว่ามีอยู่แต่ก็ไม่รู้ว่ามันมีอิทธิพลต่อหัวใจของคนที่มีมันอยู่มากเท่าไหร่ จะไปกล้าคิดว่าตัวเองมีสิทธิได้อย่างไรมันคิดไม่ได้จริงๆ


แล้วไหนจะเรื่องนั้นอีก...ไม่มั่นใจเลยสักนิด


บริเวณผืนน้ำฝั่งตรงข้ามที่ติดกับผืนป่านั้นได้รับความสนใจจากผักบุ้งเพราะไม่มีใครไปนั่งเล่นอยู่ตรงนั้น คิดว่าไปนั่งมองนั่นมองนี่ให้ใจรู้สึกสบายแล้วก็จะกลับมาอยู่ที่เดิม จะได้ไม่ไกลเพื่อน นั่งมองสายน้ำกระทบกับโขดหิน ฟังเสียงจากธรรมชาติที่อาจจะทำให้รู้สึกดีขึ้นก็ได้


บุรินทร์


“...”


จะไปไหน?”


ไม่ใช่เพียงเสียงแต่เป็นสัมผัสบริเวณช่วงเอวที่รั้งผักบุ้งเข้าไปหา ทำให้ก้าวเดินต่อไปไม่ได้ ถึงในใจจะมีเรื่องที่ทำให้รู้สึกไม่สบาย แต่ก็ยังรู้สึกดีเสมอเวลาที่เราได้ใกล้ชิดกัน


ความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้น...เป็นเพราะชลิตทั้งนั้น


เรา...จะไปนั่งตรงนั้น


ไม่ต้องไป ใกล้ต้นไม้แมลงจะเยอะ เดี๋ยวโดนกัด


อื้อ...ผักบุ้งเชื่อฟังทั้งยังไปตามแรงรั้งของคนที่พาผักบุ้งไปนั่งบริเวณโขดหินที่ทำให้น้ำตื้นเขิน ชลิตไม่ไปกินขนมกับเพื่อนเหรอ เดี๋ยวคะน้ากับลันเตากินหมดนะ


ช่างมัน


“...”


บุรินทร์งอนอะไรอีก?”


เราเปล่า...ผักบุ้งไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลย


แล้วเป็นอะไร ทำไมต้องมานั่งอยู่คนเดียว?”


“...”


“...”


เรา...ผักบุ้งทอดสายตามองน้ำตกที่สร้างความชุ่มชื้นให้แก่ผืนป่า แค่มีเรื่องต้องคิด...


ไม่อยากจะเป็นแบบนี้เลย อยากจะกดมันลงไป เก็บเอาไว้ในใจให้สุดลึก แสดงอารมณ์ในด้านที่ดีของตัวเองออกมาแล้วเข้าไปนั่งกินขนมกับเพื่อน ๆ ไม่ใช่ต้องให้ชลิตมานั่งอยู่ด้วยกันแบบนี้


โอบเอวกันด้วยนะจ๊ะ!สองไม่มีวันเข็ด คะน้าต่อยหัวอะไร หายเจ็บแล้วก็ไปต่อได้ มันมีโลกส่วนตัวเป็นสีชมพู!


เฮ้ย! กูถามจริง ๆเสียงของแจมทำให้ทั้งชลิตและผักบุ้งให้ความสนใจ ถึงจะหันหลังให้เพื่อนอยู่แต่ก็จะหันกลับไปมอง เป็นอะไรกัน?”


“...”


เพื่อน ไม่ใช่เพื่อน คุยกัน เป็นแฟน หรือเป็นอะไร—”


เป็นผัเอ้ยยย! สามีภรรยาครับ!


ไอ้พวกสันขวาน!คะน้าจะไล่ต่อยปากทีละคน มันจะได้รู้สำนึก ปากนี่นะ กูบอกให้เก็บไว้ล้อในรถ!


จะทำอะไรก็นึกถึงใจกันบ้างนะ ยังไงก็บอกเพื่อนด้วย จะได้ทำจะได้ล้อเล่นอะไรกันมีขอบเขต


คำพูดของแจมทำให้ผักบุ้งว่าความคิดกำลังตกตะกอนในใจหนักขึ้น เรื่องสถานะผักบุ้งไม่ได้คิดมากอะไรเพราะบอกหัวใจตัวเองไปแล้วว่าไม่เป็นไร เพียงแต่ทุกวินาทีที่รู้สึกราวกับว่ามีชลิตเพิ่มขึ้นในทุก ๆ วัน มันทำให้ทั้งรู้สึกดีทั้งรู้สึกเจ็บปวดอยู่แบบนี้


คิดอะไรอยู่?”


“...”


“...”


“...เยอะเลยผักบุ้งยิ้มออกมาเพราะความรู้สึกในใจของตัวเอง ถึงจะไม่ได้มีความสุขนัก แต่ว่ามันก็เป็นรอยยิ้มแหละนะ ชลิตล่ะ คิดอะไรอยู่?”


หลายเรื่อง


“...”


จริง ๆ แล้ว...ฉันมีเรื่องจะบอกนาย ก็ไม่ได้สำคัญอะไรหรอก แต่ก็อยากจะบอกต่อหน้าชลิตหันมามองหน้าผักบุ้งที่ตอนนี้ก็กำลังมองหน้าชลิตอยู่เหมือนกัน จะได้เข้าไปซ้อมกับทีมชาติแล้วนะ เริ่มอาทิตย์หน้า


จริงเหรอ?!”


บุรินทร์ เดี๋ยวตกน้ำชลิตจับผักบุ้งที่ตอนนี้ตื่นเต้นจนหยุดตัวเองไม่ได้ จริง แต่แค่เข้าไปเล่นดูก่อน ทำความรู้จักกัน มันยังไม่ใช่ฤดูกาลแข่งขันน่ะ


อื้อ...ผักบุ้งเข้าใจ ชลิตก็ซ้อมกับสโมสรเหมือนเดิมใช่ไหม แล้วพอมีแข่งค่อยไปเก็บตัวกับทีมชาติ


ประมาณนั้น


เราดีใจด้วยนะผักบุ้งรู้สึกว่าตัวเองน้ำตารื้น แต่ร้องไห้ไม่ได้แล้ว ต้องกลั้นมันเอาไว้ ชลิต...เรา...


ฉันรู้


“...”


บุรินทร์ไม่ต้องพูดอะไรหรอกมือของชลิตที่ยกขึ้นมาลูบศีรษะกันเบา ๆ ทำให้ผักบุ้งกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้ อย่าร้องไห้...


ไม่ได้ร้องเลยนะผักบุ้งพยายามแล้ว ไม่ร้อง


ห้ามร้อง อยู่กับชลิตร้องไห้ไม่ได้ชลิตไม่อนุญาตให้ผักบุ้งร้องไห้ ฮึบเอาไว้ ห้ามเสียน้ำตา


อื้อ...


ทั้งดีใจทั้งรู้สึกผิดในสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเรา ไม่ว่าจะนานสักเท่าไหร่มันก็เป็นเรื่องราวและเป็นความรู้สึกที่ไม่มีวันเลือนหายไปจากหัวใจได้ ความรู้สึกในใจของผักบุ้งนั้นไม่ต่างจากในวันที่รู้ว่าชลิตได้เข้าไปคัดตัวทีมชาติ เพียงแต่มันเพิ่มพูนมากขึ้นกว่าวันนั้นหลายสิบเท่านัก ถ้าชลิตที่ผักบุ้งเคยทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจอย่างแสนสาหัสไม่ให้ร้องไห้ ผักบุ้งก็จะไม่ร้องไห้อย่างเด็ดขาด


เพราะความอบอุ่นที่ผักบุ้งได้รับผ่านฝ่ามือของชลิตที่ปลอบโยนกันได้อย่างใจดีที่สุด แม้ว่าคนที่ทำให้เรื่องทั้งหมดต้องเป็นแบบนี้คือผักบุ้งก็ตาม ความรู้สึกที่ได้รับนั้นทำให้ผักบุ้งตัดสินใจยกมือขึ้นลูบผมที่อยู่บริเวณหน้าผากของชลิตเบา ๆ บางทีอาจจะเป็นความรู้สึกรักใคร่ที่อยู่ในใจก็เป็นได้ที่ทำให้ผักบุ้งทำแบบนี้ ก่อนที่มืออีกข้างของชลิตจะเข้ามารวบมือของผักบุ้งเอาไว้ สอดประนิ้วทั้งห้าเพื่อให้มือของเราจับกันแน่นมากยิ่งขึ้น


เรื่องในใจที่เป็นกังวลถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกดี ๆ จากชลิตทั้งหมดเลย


“ชลิต...”


“ครับ?”


“...” ใจมันอยากจะยิ้มออกมา แต่ว่ามัน... “ยังเกลียดเราอยู่ไหม?”


“...”


“เรารู้ว่าชลิตพยายามมาก ๆ เราไม่ได้ขอให้ชลิตเลิกเกลียดเราเลยนะ จะเกลียดเราก็ได้ แต่ว่า


“ฉันก็คงไม่ลืม”


“...”


“แต่ถ้าทุกครั้งที่ด่าที่ว่านาย ฉันก็มานั่งเสียใจเองทุกที แบบนี้เรียกเกลียดไหม?”


ผักบุ้งรู้ว่ารอยยิ้มกำลังแผ่กระจายทั่วใบหน้า ก่อนที่ร่างกายจะห้ามหัวใจของตัวเองเอาไว้ไม่ได้ เพราะรู้ตัวอีกทีผักบุ้งก็โผเข้ากอดชลิตที่ตั้งตัวไม่ทันจนตกน้ำลงไปกันทั้งคู่ แต่อ้อมแขนของชลิตและเสียงหัวเราะดังลั่นที่ได้ยินนั้นทำให้ผักบุ้งมีความสุขที่สุดเลย


“ไอ้ชลิต! มึงทำอะไรลูกกู!


“จับไอ้น้าไว้! อย่าให้มันขัดขวางความสุขของพ่อเรา!


“ไอ้ผักบุ้ง มึงกอดกับผู้ชายในน้ำเหรอ กูจะฟ้องแม่มึง!








จบแบบหมอเป้งบ้างไหมคะ

5555555555555555

#ชลิตไม่กินผักบุ้ง





**เห็นใน #ชลิตไม่กินผักบุ้ง ก็คือ...อยากให้มี NC คืออะไรคะ 555555

(ใครที่คิดถึง NC แนะนำให้กลับไปอ่านตอนที่ 1-10 ค่ะ 55555)




B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.701K ครั้ง

5,940 ความคิดเห็น

  1. #5805 heykiki (@kmxiioxe_) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 15:38
    จบแบบนี้ ตีกันตรงนี้เลยดีกว่า
    #5805
    0
  2. #5799 inbaek1906 (@inbaek1906) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 13:05
    จบแบบหมอเป้งเหรอ.. ไม่นะ
    #5799
    0
  3. #5707 MTSN (@MTSN) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 10:33
    จบแบบหมอเป้งหรอ.. เรามาต่อยกันมั้ย
    #5707
    0
  4. วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 21:09
    อะเอ่อ แล้วสรุปเป็นอะไรกันอ่าค้าาาา
    #5688
    0
  5. #5325 แพะบยอน❤ (@zpen) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 02:15
    เราเคยคิดว่าเพราะว่าจะต้องทำตามความฝันเลยไม่อยากให้ผักบุ้งรู้สึกกับตัวเองมากไปกว่านี้เพราะยังไงชลิตก็เลือกบาสไรแบบนั้น
    #5325
    0
  6. #5323 Nrm-p (@Nrm-p) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 23:25
    เอาจริงๆนะ ที่ชลิตพูดแย่ๆกับผักบุ้งทุกครั้ง (ถึงความจริงจะสวนทางกันก็เหอะ) เราเป็นผักบุ้ง ต่อให้รู้ว่าสิ่งที่ชลิตพูด แค่พูดไปแบบนั้น มันไม่เป็นความจริง เราก็ไม่ทนนะ มันบั่นทอนอ่ะ คนเราจะสามารถรับฟังคำพูดแย่ๆกันได้ขนาดนี้จริงๆหรอ?
    #5323
    0
  7. #5183 its-meeeee (@its-meeeee) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 21:28
    1ตอน100ครส.ครบรสจิงๆค่ะ
    #5183
    0
  8. #5173 ไพลอท (@pasuda56) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 18:23
    ดีใจแทนบุ้งอ่ะที่รู้ว่าลิตจะได้ไปซ้อมกับทีมชาติ ลิตไม่เกลียดลูกเราแล้วนะ เค้าโอบกันด้วยอ่ะกรี๊ดดดดด
    #5173
    0
  9. #5163 Kyss (@KyungSoo_KaiSoo) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 14:31
    น่ารักมากก ทำสำเร็จแลเวนะชลิต ผักบุ้งหนูก้ไม่ต้องรุ้สึกผิดอีกแลเวนะ /ว่าแต่ ขอเอ็นซีด้วยคนได้มิคะ555555555555555555
    #5163
    0
  10. #5000 KPICMY_REAL (@KPICMY_REAL) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 18:43
    ให้อภัยชลิตก็ได้ ????
    #5000
    0
  11. #4968 Mat.ing (@formin-97) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 11:56
    เริ่มแล้วค่ะ เริ่มแล้ว!!!!!!!!! กรี้ดดดดดดำพพ
    #4968
    0
  12. #4865 KAMSNW (@kamsnw) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 10:40
    ฮืออออออ น่ารักมากกกกกก แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังหมั่นไส้ชลิตนิดๆอยู่ดี 5555
    #4865
    0
  13. #4808 yu-na (@yu-na) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 23:38
    กลับไปอ่านตอนที่1-10ก็คือไม่ยกลูกให้แน่ๆ
    #4808
    0
  14. #4722 bbblueskyy (@skyhappy) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 15:13
    เขินไปหมดแล้วว คะน้าจะฟ้องแม่น้องบุ้ง 55555
    #4722
    0
  15. #4391 areenachesani (@areenachesani) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 20:31
    เป็นน่ารักกกก
    #4391
    0
  16. #4360 Bxxk04 (@Bxxk04) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 10:07
    ต้องกอดแรงขนาดไหนถึงตกน้ำลงไปทั้งคู่อะผักบุ้งงงงง ส่วนNCนั้นถ้าไรท์ว่าได้ก้ได้ แต่ถ้าให้ไปอ่าน1-10แล้วก้คิดว่าไม่ด้ายย5555555
    #4360
    0
  17. #4143 Darkmate (@Darkmate) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 15:57
    ผักบุ้งหนูจะทำแบบนี้ไม่ได้ลูกกกก เก็บไว้ทำสองคนเนอะ5555555555
    #4143
    0
  18. #4121 ออมม่า (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 18:42

    ปลื้มปริ่มน้ำตาจิไหล

    #4121
    0
  19. #4104 Bubblett (@titlethanatporn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 13:48
    ชลิตตตตตตตต เราเขินจะตายอยู่แล้ว
    #4104
    0
  20. #3994 TrixieP (@TrixieP) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 13:22
    ผักบุ้ง เดี๋ยวคะน้าฟ้องแม่!!55555
    #3994
    0
  21. #3674 TOEYEOL (@CHADAWAN99) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 23:40
    คุณไรท์คะอย่างเขินนนนนนน แอ้แงเวรี่ชอบบบบค่าาาาา
    #3674
    0
  22. #3661 pbcy (@zensles) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 08:34
    โอยยยยยยยยยยยยยนายชลิตตตตตตตการกระทำของนายอ่ะมันทำเราเขินจนจะบ้าอยู่แล้ววว ㅠㅠ
    #3661
    0
  23. #3660 _tangkwajiya (@_tangkwajiya) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 08:09

    บนโลกนี้จะหาผู้ชายแบบชลิตได้ที่ไหนอีกนะ แงงงงง

    #3660
    0
  24. #3638 ชันเเบ้กโยล (@kkantappad) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 17:30
    น่ารักมาก หัวอกคนเปนเเม่ อิ่มเอมㅠㅠ
    #3638
    0
  25. #3599 Nam_127 (@Nam_127) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 22:56

    นี่อยากมีแฟนเลยมาอ่านนิยาย สรุปยิ่งไม่มีแฟนเข้าไปใหญ่เพราะในชีวิตจริงไม่มีชลิตไง//งืออ

    ชั้นต้องไปบนวัดไหนถึงจะเจอผู้ชายอย่างชลิต


    #3599
    0