[Yaoi] HEAVY WEIGHT รัก ▪️ หนัก ▪️ มาก (Story by ARPO) [END] [Hermit Books]

ตอนที่ 19 : HEAVY WEIGHT: 16 KG. [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,976
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,003 ครั้ง
    10 ธ.ค. 61

บทที่ 16


“กูก็ชอบมึงนะ...”

ประโยคนี้ผมพูดกับตัวเองด้วยเสียงที่เบาที่สุด

แต่…

มันดังก้องกังวานในหัวใจของใครอีกคนมากที่สุด

จนเหมือนหัวใจกำลังพองโตเป็นลูกโป่ง

“จริงเหรอ?”

“เออสิ...ฮือ...ยังไม่ได้บอกมันเลยอะ”

“ชอบโรห์จริงเหรอ?”

“อื้มม” จะถามย้ำอะไรหนักหนาวะแม่ง! คนยิ่งดราม่าอยู่ไม่เห็นหรือไงเนี่ย “ชอบ!”

เอ๊ะ! ว่าแต่กูกำลังพูดกับเจ้าที่เจ้าทางที่ไหนวะเนี่ย เสียงแม่งโคตรคุ้นหูฉิบหาย เหมือนวิญญาณเริ่มกลับเข้าร่าง รีบหันขวับกลับมามองข้างหลัง

ผมรู้สึกเหมือนขนตามร่างกายกำลังลุกชัน ทำหน้าเหมือนเห็นผี อยากร้องเหี้ยหนักมากจริงๆ แต่สติยังบอกว่าที่นี่คือโรงพยาบาลและเหี้ยไม่มีทางเข้ามาอยู่ในนี้ได้ สิ่งที่ทำได้มีแค่…

“ฮึก...แงงงงง” ร้องไห้น้ำตาท่วมซอยแม่งซะเลย

“Gosh! พุก!” เสียงทุ้มคุ้นหูดังอย่างตื่นตระหนกพร้อมกับความอุ่นของฝ่ามือใหญ่ที่ลูบขึ้นลูบลงที่ไหล่และหลังไปมา ผมกัดฟันสะอื้นเบาๆ น้ำตามันไหลออกมาเอง ตอนแรกผมกังวลแทบตายแต่พอเห็นมันยืนอยู่ตรงหน้าแล้วเหมือนน้ำหนักตัวลดหวบหาบเพราะมันรู้สึกเบาโหยงขึ้นมาเลย

“มึง...ฮึก...ไอ้นิสัยไม่ดี!” ผมสะอื้นฮักๆ มือก็กำเสื้ออีกฝ่ายแน่น ความอบอุ่นของอุณหภูมิจากร่างสูงทำให้ผมรับรู้ถึงความมีชีวิตอยู่ ผมโถมน้ำหนักไปพิงมันทั้งตัวอย่างไม่กลัวว่ามันจะหนักหรืออะไรทั้งสิ้น

“ชู่ว...นิ่งนะๆ” เสียงทุ้มเข้มที่ดังเหนือหัวค่อยๆปัดเป่าความกังวลทั้งหมดที่สะสมมาลอยหายไปอย่างรวดเร็ว “ไม่ร้องๆ ไหนเงยหน้าสิ เดี๋ยวหายใจไม่ออก”

เกลือกกลิ้งใบหน้าไปกับเสื้อยืดสีขาว ไม่ยอมเงยหน้ามองมันตามที่มันขอร้อง เรื่องอะไรเล่า หน้าตาตอนนี้ของผมคงทุเรศเต็มทน ไอ้โรห์โยกตัวผมไปมาเหมือนกล่อมเด็กน้อย เสียงทุ้มนุ่มยังคงปลอบประโลมอยู่ข้างหู

“เอ้า กอดกันเข้าไป ไอ้โรห์ไม่ได้เป็นไรมากซะหน่อย” เสียงของไอ้พี่เก่งครับ หนูพุกจำได้ คนที่พูดแล้วทำให้ผมใจเสียหมด

“ก็พี่เก่งนั่นแหละ พูดอะไรไม่รู้ทำผมใจหายหมด” เงยหน้าออกจากอกแข็งๆไปแหวใส่เฮียแก “แล้วไหนที่หมอเขาบอกว่าต้องแสกนสมองคืออะไร?” เมื่อกี้ผมว่าผมได้ยินหมอพูดแบบนั้นนะครับ

พวกพี่เก่งถอนหายใจเฮือก “พวกกูยังไม่ทันพูดจบเลย เอ็งตีโพยตีพายไปก่อนนี่หว่า” พูดเสร็จผมถึงเริ่มรู้สึกตัวได้ว่ามีแต่กูเองนี่หว่าที่เอาแต่พูดคนเดียว แม่งขายขี้หน้ามากเลยเว้ย “นั่นคนไข้คนละคนเว้ย”

“เออ แต่ก็ดี...กูเจอช็อตเด็ดๆ” สายตาหลายคู่ของคนในชมรมคาราเต้ทำให้ผมหน้าร้อนเป็นกระทะหอยทอดจนต้องโขกหน้าผากกับไหล่แข็งๆของไอ้แขกมันแรงๆ ไม่รู้ว่าอยากทำให้มันเจ็บเพราะความเจ็บใจแต่ว่ากลายเป็นกูนี่แหละที่เจ็บแทน แม่งเอย...ร่างกายจะแข็งไปทุกส่วนเลยไม่ได้นะเว้ย

เอ่อ...ผมหมายถึงพวกกล้ามเนื้ออะไรพวกนี้นะครับ รบกวนอย่าคิดลึก

“กูชอบมึงนะ...” ไอ้พี่เก่งมันกุมมือสีน้ำผึ้งเนียนสวยของไอ้แขกขึ้นแล้วพูดเสียงเล็กเสียงน้อย แม่งโคตรขนลุกเลยครับ

“ไอ้พี่เก่ง!” การสารภาพรักครั้งแรกของหนูพุกแม่งโดนโลกรับรู้เรียบร้อยแล้วครับ หน้าเห่อร้อนไปดิ ยิ่งเงยหน้าไปเจอใบหน้ายิ้มกว้างกับนัยน์ตาระยิบระยับของไอ้โรห์ทำเอาผมไปไม่เป็นเลย

แต่ว่าใบหน้าและนัยน์ตาแบบนี้ที่ผมอยากเห็น...ผมเชื่อแล้วที่ใครๆก็บอกว่าดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ ผมรับรู้เลยว่าตัวเองสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น…

ผมโดนล้อไม่จบไม่สิ้น ยิ่งไอ้คนที่ผมเพิ่งรู้ว่ามันแค่โดนเตะแล้วคิ้วแตกเฉยๆจับมือผมไว้แน่นไม่ยอมปล่อยตลอดทางที่พวกผมเดินไปจ่ายเงินค่ารักษา พยายามจะเอามือออกจากการเกาะกุมเพราะคนมองตาม แต่ไอ้แขกมันปล่อยเลยครับ สุดท้ายเลยต้องยอมแพ้มัน ยอมให้ตัวเองหน้าแดงเป็นหัวหมูต้มกับมือที่โดนกุมจนร้อนและชื้นเหงื่อ

เนื่องจากฟาโรห์บาดเจ็บ พี่เก่งและที่ชมรมเลยลงมติว่าให้มันกลับบ้านไปพักผ่อนและดูอาการต่อ เนื่องจากมันอาจจะรู้สึกตึงๆหรือปวดแผล ผมนี่ไม่รอช้ารีบลากมันกลับคอนโดทันทีเลยครับ ตอนแรกผมจะให้มันทิ้งรถไว้ที่มหาวิทยาลัยแล้วนั่งแท็กซี่กลับ แต่มันยืนกรานว่ามันขับได้และไม่อยากทิ้งรถไว้ด้วย

“พุก...”

“โรห์” ยังไม่ทันจะเปิดไฟในห้องเลยแต่อ้อมแขนแกร่งก็สวมกอดผมจากทางด้านหลัง จมูกโด่งๆคลอเคลียอยู่แถวขมับและไรผม หมุนตัวกลับไปมองใบหน้าคมเข้ม บนหน้ผากมีผ้าพันแผลสีขาวเอาไว้ ผมค่อยๆเอื้อมมือไปแตะเบาๆ “เจ็บมั้ย?”

“ตึงๆ” มันพยักหน้า

“อืม ดีแล้วไวๆ” ผมดึงใบหน้าหล่อลงมาก่อนที่จะเป่าลมเบาๆที่ช่วงหน้าผาก “เพี้ยง หายไวๆนะโรห์”

ร่างสูงใหญ่ของมันคว้าเอวไปกอดหมับ เนื้อปลิ้นหมดแล้วครับเนี่ย มันรัดแน่นจนผมได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นตุบๆอยู่ที่อกข้างซ้ายของมัน

“วันนี้ที่พูด พูดจริงใช่มั้ย?” มันน่าจะหมายถึงที่ผมบอกชอบมันวันนี้ล่ะมั้ง แม่ง...ไม่มีใครบ้าบอไปยืนสารภาพกลางโรงพยาบาลหรอกนะ หน้าตาก็หล่อมากๆ ทำไมไม่มั่นใจตัวเองซะเลย “ถึงจะบอกว่าพูดเล่น But I will take it serious!!”

ลอบยิ้มกว้างก่อนจะสอดแขนนุ่มนิ่มของตัวเองกอดร่างสูงนั่นไว้แน่น พ่อยอดชายขี้ใจน้อยเอ๋ย…

“ชอบ...ชอบมากเลย”

“ฉันก็รักมากเหมือนกัน”

“อื้อ รู้แล้ว อย่าพูดบ่อย” ไม่ใช่ว่าอะไรเลยนะครับ “มันเขินเว้ย!” ร่างที่กอดผมอยู่สั่นระริกเพราะมันหัวเราะไม่หยุด ทำให้ผมยิ้มตามมันไปด้วยเลย

ผมกำลังคิดว่าบางครั้งการที่คนเรายอมรับความรู้สึกของตัวเองได้มันทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้นอีกเป็นกองเลย ถ้ารู้ว่าไม่เล่นตัวแล้วโลกจะเป็นสีชมพูขนาดนี้ ผมน่าจะเลิกเล่นตัวตั้งแต่แรก ชีวิตจะได้มีความสุข



“เอ้า หน้าบานเข้าไปๆ” เสียงแหลมๆของไอ้ปองกุลทะลุเข้าหูจน แต่เนื่องจากตอนนี้ผมกำลังอยู่ในทุ่งดอกไม้เลยไม่สนใจแมลงหวี่แมลงวันหึ่งๆพวกนั้น “กูละหมั่นไส้ ก่อนหน้านี้จะเป็นจะตาย”

“เอาน้ำแข็งประคบตามึงหน่อยมั้ย?” ผมแสยะยิ้ม

“เอามาทำห่าอะไร กูไม่ได้ปวดตา” ไอ้แห้งทำหน้ามึน

“เปล่า...กูหมายถึงตาร้อน” พวกขี้อิฉาตาร้อนไงเลยต้องเอาน้ำแข็งมาประคบซะหน่อย จะได้เย็นๆกับเขาบ้าง

มันยิ่งทำหน้าเบ้เป็นตูดหมาก่อนจะส่งเสียงเหอะใส่ แต่ผมไม่สนใจมันหรอกเพราะโรห์ไลน์มาบอกว่าจะพาไปกินข้าวเย็นที่ห้างแทนเนื่องจากมันไม่ได้บอกให้ป้าแช่มทำอาหารไว้ให้ แต่ผมเปลี่ยนใจบอกมันว่าไปกินข้าวที่บ้านอาม่าแทน มันก็ตอบตกลง

“สรุปมึงไม่ไปกับกู?” ผมถามไอ้ปองกุลให้แน่ใจอีกครั้ง

“ไม่อ่ะ อยากนอน” มันส่ายหน้า “แต่ว่าแพ็คใส่กล่องกลับมาให้กูด้วยก็ดีนะ” โว๊ะ ไอ้ตละกะ แต่เชื่อเถอะว่าเดี๋ยวม้าก็เก็บใส่กล่องให้ผมเอามาฝากมันอยู่ดีครับ

ผมพยักหน้าออเออแล้วแต่มันครับ ไอ้ปองกุลมันเผ่นแน่บกลับไปนอนที่หอมันแล้วครับ ผมก็แกว่งขารอไอ้แขกมารับที่คณะเพราะมันจะติดพันงานกลุ่มหรืออะไรสักอย่างอยู่ จนสุดท้ายผมเลยไลน์ไปบอกมันว่าจะเดินไปหาที่คณะมันแทนเพราะขี้เกียจรอแล้ว เผื่อเดินไปแล้วมันเสร็จพอดี

มาถึงหน้าคณะเศรษฐศาตร์อินเตอร์ของมันแล้วผมก็ได้แหงนหน้ามองอย่างสะท้อนใจ คณะค่าเรียนแพงหูดับ ตึกก็สวยสมราคาจริงๆครับ ไลน์ไปบอกมันว่าถึงหน้าคณะมันแล้ว ไอ้ฟาโรห์ไลน์กลับมาบอกว่าใกล้เสร็จแล้ว หลังจากนั้นไม่ถึงสิบนาทีร่างสูงใหญ่ผิวสีน้ำผึ้งเนียนสวยของมันก็เดินออกมา

ผมมองมันตาลอยเลยครับ ก็รู้หรอกนะว่ามันหล่ออยู่แล้วแต่ตอนนี้ผมเห็นมันหล่อกว่าเดิม ยิ่งรอยยิ้มกับสายตาแวววาวทำเอาผมทำหน้าไม่ถูก แอบหลบสายตาไปมองต้นไม้ใบหญ้า เห็นอีกทีก็คือปลายรองเท้าหนังมาหยุดอยู่ตรงหน้าแล้ว

“แอบมองทำไม?” เสียงทุ้มนุ่มถาม ผมเม้มปากพยายามบังคับไม่ให้ตัวเองทำใจเด้งกระดอนออกไป

“มองไม่ได้?” แค่นี้มาทำหวงตัวหรือไงวะ ไอ้แขกมันยิ้มกว้าง เนี่ย...ชอบยิ้มสู้อะ ผมก็พ่ายแพ้ไปสิครับ

“กวนตีน” แยกเขี้ยวใส่มัน ก่อนที่มันจะกวักมือเรียกผมให้ไปได้แล้ว  

พอเดินมาถึงรถผมก็นั่งประจำที่รัดเข็มขัดเรียบร้อย แอบเหล่มองร่างสูงใหญ่ เห็นรอยแผลข้างคิ้วที่ยังติดผ้าก๊อซเอาไว้แต่ก็ไม่ทำให้มันหมดหล่อเลยสักนิด แต่เชื่อเถอะว่าไปถึงบ้านผมมันโดนอาม่าซักฟอกแน่นอนครับ แน่สิ...นี่หลานรักอาม่าเลยนะขอบอก แทบจะยกสมบัติให้แล้วมั้งเนี่ย

ก่อนจะไปถึงบ้านผมพวกเราแวะซื้อห่านพะโล้เจ้าอร่อยชื่อดังติดมือไปด้วย แต่ผมแอบเดินไปร้านข้างๆแล้วสั่งติ๋มซำมาอีกหลายเข่งแบบที่ไอ้โรห์เห็นแล้วยืนทำตาเขียวปั๊ดใส่ผมอยู่นี่

“ซื้อไปแบ่งที่บ้านไง” รีบยิ้มประจบ ทำตาหยี

“ไม่ใช่ว่าสั่งแต่ของที่พุกอยากกินหรือนี่?” โว๊ะ! ทำมาเป็นรู้ทันอีกเว้ย สั่งของชอบแค่ไม่กี่เข่งอย่ามาว่ากูนะ

“เออน่า ของชอบกูป๊าม้าอาม่าก็ชอบเหมือนกัน” รีบจ่ายเงินก่อนที่ไอ้แขกมันบอกคนขายว่าไม่เอาแล้ว นี่โดนเจ้าของร้านปาเข่งใส่หน้าแน่นอน ได้ของมาครบก็รีบขึ้นรถครับเพราะจอดนานๆไม่ได้

ฝ่ารถติดเพราะคนเลิกงานกันจนมาถึงร้านทองย่านเยาวราชจนได้ครับ ไอ้แขกมันขับเลยไปจอดที่ซอยบ้านผมก่อนแล้วค่อยเดินไปร้านทองด้วยกัน ตอนนี้อาม่าคงยังนั่งเป็นเถ้าแก่เนี้ยอยู่ร้านล่ะมั้ง อาม่าชอบไปนั่งเพราะมีลูกค้าเป็นเพื่อนคุยกับ ตอนกลางวันหลานๆไปเรียนกันหมดอาม่าแกเหงาครับ แล้วค่อยเข้าบ้านช่วงเย็นๆค่ำเพื่อทานข้าวเย็นกับครอบครัวครับ

ผมเดินดุ่มๆเปิดประตูเข้าไปในร้านพร้อมกับไอ้แขก ลูกค้าหลายคนหันมามองกันเพราะร่างสูงใหญ่ของไอ้ลูกครึ่งตาหวานย้อยเป็นตาเดียว มันยิ้มบางให้เหล่าอาอี้อาอึ๊มจนพวกอี้ๆละลายลงไปกองกับพื้น

“อาชาหลี้ๆ” อาม่ากวักมือรัวๆ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

ไอ้ฟาโรห์ยิ้มกว้างรีบสาวเท้าเข้าไปสวัสดีอาม่า มือเหี่ยวย่นตามวัยของอาม่าคว้าร่างสูงใหญ่มากอดอย่างคิดถึง ผมถึงเบะปากเป็นแป๊ะยิ้มแล้วรีบเข้าไปแทรกสองยายหลานออกจากกันก่อนที่อาม่าจะเซ็นยกมรดกให้มันหมด อาม่าดูตกใจที่เห็นผ้าก๊อซที่หัวคิ้วของมัน ถามอย่างเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้างรวมถึงบอกให้ระวังตัวเองมากกว่านี้ โดยลืมไปแล้วมั้งว่าใครคือหลานแท้ๆ ปล่อยให้ผมยืนหัวเถิกอยู่กับลูกจ้างในร้านนั่นแหละครับ พี่ๆเขาก็ยิ้มระคนเอ็นดูผม แต่เอาเข้าจริงพวกพี่เขาก็ปลื้มไอ้โรห์จะตาย

“อาม่า พุกอยู่นี่” ผมทำหน้าเบ้ปากยู่ อาม่าหัวเราะลั่นอย่างอารมณ์ดี

“อะไรๆ ลื้อเด็กข้างบ้านไม่ใช่เหรอ”

“อาม่าาา” ผมบ่นกระปอดกระแปด “นี่หลานเองๆ” อาม่าหัวเราะโดยมีไอ้โรห์หัวเราะผสมโรงไปด้วย หันไปถลึงตาใส่มัน มันส่ายหน้ายิ้มๆ นัยน์ตาหวานย้อยมองผมจนหน้าร้อนเห่อ ต้องรีบแลบลิ้นใส่มันแล้วหันไปคุยกับอาม่าแทน

“มาๆอาชาหลี้มาช่วยอาม่าขายทองมา” อาม่าลากแขนสีน้ำผึ้งไปยืนที่หน้าตู้กระจก ใช้หน้าหล่อๆของมันเรียกลูกค้า

จนเวลาผ่านไปสักพัก ผมเห็นว่าอาม่าควรกลับบ้านได้แล้วเลยฝากฝังร้านให้ผู้จัดการดูแลต่อ ไอ้ฟาโรห์รีบกุลีกุจอประคองอาม่าเดิน อาม่าก็ยิ้มหน้าบานไปสิครับ เดินจนถึงหน้าบ้านก็ได้ยินเสียงจ่อกแจ่กมาจากด้านใน เหมือนว่ายัยหนูจี๊ดกับคิตจะกลับมาแล้ว

“เฮียยย” ยัยหมวยเล็กเห็นแล้วร้องเสียงแหลม “อ๊ะ! เฮียชา” ยัยน้องสาวผมรีบวิ่งหน้าตั้งมาเกาะแขนไอ้แขกทันที เฮ้ย! เฮียอยู่นี่เองหนูจี๊ด มากอดเฮียนี่ ไม่ใช่ไปกอดเฮียร่วมโลกนั่น

“สวัสดีค่ะอาหมวย”

ผมประคองอาม่าไปนั่งในบ้าน ไอ้โรห์มันเลยลูบหัวของยัยน้องสาวผมที่ยังเกาะแขนเกาะขาไม่ปล่อย พอมันเห็นผมไหว้รูปอากงมันก็เดินมาไหว้ตาม หันไปมองใบหน้าคมเข้มกับรอยยิ้มบางๆที่ทำให้ผมสบายใจทุกครั้งที่ได้เห็น

หลังจากนั้นป๊ากับม้าก็รีบออกมาต้อนรับลูกชายคนสำคัญของบ้าน โดยลืมไปแล้วครับว่าผมเป็นลูกชายตัวจริงที่ได้แต่เปิดกล่องห่านพะโล้ เอาขนมจีบฮะเก๋าใส่จาน บอกผมทีว่าผมไม่ใช่เด็กข้างบ้านหรือเด็กเสิร์ฟฮะเก๋าอะครับ แง…

และไอ้โรห์ก็ต้องสนตอบคำถามเดิมๆอยู่ประมาณสามรอบเรื่องแผลที่หัวคิ้วของมันครับ ผมล่ะอยากจะให้มันอัดคลิปไว้แล้วพอใครเข้าบ้านมาก็เปิดเสียงอัดให้ฟังเลยครับ จะได้ไม่ต้องพูดซ้ำหลายรอบ

“อาพุกตักข้าวให้อาชาหน่อยเร็ว” ผมกลอกตาไปที่กำแพง รู้ว่าป๊าแกล้งแต่ขอหมั่นไส้หน่อย ร่างสูงใหญ่ของมันเดินมายืนข้างๆผมที่หม้อหุงข้าว ตอนที่ส่งชามข้าวร้อนให้ ไอ้แขกมันทำการอุกอาจด้วยการจับมือผมไว้แน่น ลูบไล้เบาๆจนผมหน้าร้อนแข็งกับหม้อแล้ว รีบสะบัดมือมันก่อนที่ใครจะเดินมาเห็น

“โรห์ไม่เล่นนะ”

“ครับๆ ขอโทษนะ” นัยน์ตาหวานย้อยมีแฝงไปด้วยความเศร้า ไม่รู้ว่าทำให้มันรู้สึกไม่ดีหรือเปล่า

ผมเม้มปากก่อนจะกระซิบเบาๆ “เอาไว้กลับคอนโดก่อนนะ” หลังจากนั้นมันจะทำอะไรผมจะไม่ว่าเลยครับ

เริ่มเห็นแววตายินดีจากนัยน์ตาคู่สวยผมค่อยยังชั่วหน่อยที่มันไม่ได้รู้สึกแย่มากนัก เดินตีคู่ออกมานั่งที่โต๊ะพร้อมๆกับอาม่าบอกให้ทุกคนเริ่มกินข้าวได้ วันนี้อาหารมีหลายอย่างรวมถึงห่านพะโล้กับติ๋มซำที่พวกผมซื้อมาด้วย

ไอ้โรห์เอาใจทุกคนในบ้านผมยกใหญ่ หม่าม้านี่ยิ้มแป้นตอนที่มันตักแกงจืดมะระให้ ยิ่งหนูจี๊ดนี่ยิ่งติดเฮียชาๆ เล่านู่นเล่านี่ให้ฟัง

“อาพุก ลื้อกินข้าวชามที่เท่าไหร่แล้ว?” ป๊าถามขณะที่ผมกำลังเดินไปเติมข้าว

“อะไรป๊า ถ้วยที่สามเอง” ก็ถ้วยที่บ้านอาม่ามันเป็นชามข้าวแบบคนจีนอะครับ มันตักได้ไม่เยอะ

“กินอย่างกับยัดยังงี้ใครจะเลี้ยงลื้อไหวเนี่ย” ป๊าพูดเสียงกลุ้ม ดูท่าทางเป็นห่วงชีวิตผมในอนาคตเหลือเกิน

“เลี้ยงมาตั้งนานแลี้ยงอีกหน่อยแล้วกันนะป๊า” ผมยิ้มแผล่ หย่อนก้นนั่งพร้อมกับชามข้าวพูดชาม

“ไอ้หยา พุงลื้อมีหลุมดำหรือนี่” อาม่าพูดพร้อมกับชี้ตะเกียบมาที่พุงนุ่มนิ่มของผม ทำให้ต้องรีบแก้ตัว

“ใช่ที่ไหนล่ะอาม่า แบ่งกับไอ้โรห์ต่างหาก” รีบตักข้าวส่วนหนึ่งไปให้ไอ้แขกที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แม่ง...คนเข้าใจผิดเพราะมันเลยครับ ฝากผมตักข้าวด้วย “เนี่ย...เอาไปเลย”

“สาวที่ไหนมองเนี่ย ตุ้ยนุ้ยขนาดนี้” หม่าม้าก็ผสมโรง ผมมุดหน้ากับชามข้าวแล้วยักไหล่

“ไม่เห็นเป็นไรเลยม้า เดี๋ยวนี้หนุ่มโสดเยอะแยะ” พูดจบก็คีบห่านเข้าปากสองชิ้นรวด ป๊าคงปลงหันไปมองไอ้แขก

“อาชาหลี้เอามั้ย ป๊ายกให้ เลี้ยงไม่ไหว” ป๊าพูดเสียงจริงจัง

“แค่กกกกกกก” ผมได้ยินถึงกับสำลักห่าน...ห่านจิก! “ป...ป๊า!” รีบมองใบหน้าหล่อคมเข้มนั่นที่ฉายแววแปลกใจอยู่ชั่วครู่ก่อนที่มันจะยิ้มกว้าง นัยน์ตาหวานย้อยหันมามองผม ทำเอาใจเต้นเป็นจังหวะอุงก้าอุงก้า เลือดวิ่งมากองบนหน้าผมหมดแล้ว

“จริงเหรอครับ?” เสียงทุ้มนุ่มถามอย่างจริงจัง “ยกให้แล้วผมไม่คืนนะครับป๊า” ไอ้โรหหหห์

ป๊าตบไหล่หนาปักๆ “เออ ป๊ายกให้ เอาไปเลย” ผมรู้ว่าป๊าพูดเล่นแต่ว่าเหมือนมีคนที่คิดเป็นจริงเป็นจังไปเรียบร้อย เหลือพื้นที่ให้หนูพุกยืนบ้างป๊า “แถมทองห้าบาทด้วย”

“ขอบคุณครับ” พ่อยอดชายของทุกคนยิ้มกว้าง ยิ้มหวานแบบยัยคิตเคลิ้มตาลอย

“ไอ้โรห์” กัดฟันเรียกมันเสียงแข็ง พยายามบังคบหลอดเลือดไม่ให้มันวิ่งขึ้นมาที่หน้า แต่หูเหอร้อนฉ่าไปหมดแล้วตอนนี้ “มึง...”   

ไอ้หล่อมันยิ้มละไมก้มหน้าพุ้ยข้าวเข้าปาก ใจผมยังเต้นไม่เป็นสำ ฟังแล้วใจมันก็ฟูนะครับแต่ว่า...สิ่งที่ผมกลัวอยู่ตอนนี้คือ...ผมยังไม่กล้าบอกคนในบ้านเรื่องของเราสองคน บอกตรงๆผมไม่เคยมีแฟน ไม่เคยพาใครมาที่บ้านยกเว้นมันกับไอ้ปองกุล

ผมไม่รู้เลยจริงๆว่าถ้าป๊าเรื่องความสัมพันธ์ของผมกับมันแล้วป๊ายังจะยิ้มแบบนี้ได้อีกหรือเปล่า?...คิดถึงตรงนี้ก็ทำเอากินไม่ลงไปถนัดตา มือชะงักกึก

แล้วถ้าเกิดป๊ารับไม่ได้...ผมจะทำอย่างไรดี?

“พุกๆ เป็นอะไร?” เสียงทุ้มนุ่มจากคนที่นั่งข้างทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์ ค่อยๆเงยหน้าสบตา

“ป...เปล่า” เสตาหลบไปมองชามข้าว แล้วผมก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อฝ่ามืออุ่นจัดสีน้ำผึ้งเนียนสวยเอื้อมมาจับมือผมที่อยู่ใต้โต๊ะ ผมเลิ่กลั่กมองคนอื่น กลัวโดนเห็นครับ ผมขมวดคิ้วใส่ไอ้โรห์แล้วกำลังสะบัดมือมันออกแต่มันกลับยึดมือผมไว้แน่น ทั้งลูบเบาๆเหมือนปลอบประโลม

“ไม่เป็นไรๆ” เสียงทุ้มพูดเสียงเบา...น่าแปลกที่สายตาของโรห์ทำให้ใจผมค่อยๆเต้นช้าลงจนเกือบเป็นปกติ “กินข้าวนะ” แล้วมันก็คีบกับข้าวมาวางบนชามผมทั้งที่มือเราสองคนยังจับกันอยู่ใต้โต๊ะ แต่ขออีกแป๊บนะครับ มันอุ่นดี อีกอย่างตอนนี้ไม่มีใครสนใจพวกผมเท่าไหร่เพราะมัวแต่สนใจหม่าม้าที่ทำของหวานเป็นถั่วเขียวกับลูกเดือยต้มน้ำตาลกันหมด

ผมอยู่ที่บ้านอาม่าจนเกือบสี่ทุ่ม ปล่อยให้ไอ้โรห์มันสอนการบ้านหนูจี๊ดไป คุยกับอาม่าไปด้วย ผมก็อยู่ช่วยหม่าม้าล้างจานไป พยายามจะไม่คิดอะไรมากให้คนที่บ้านจับสังเกตุได้ แต่เหมือนไอ้แขกจะรู้ตัวเพราะมันหันมามองผมบ่อยครั้ง จนเราทั้งสองคนขอกลับก่อนเพราะอาม่าจะได้พักผ่อนแล้วอีกอย่างผมไม่อยากให้ไอ้โรห์มันขับตอนดึกๆครับ

ผมนั่งเงียบๆบนรถมาตลอดทาง ไอ้โรห์มันก็ไม่พูดอะไร ปล่อยให้ผมจมอยู่กับความคิดของตัวเองจนรถมาจอดที่คอนโดมันผมก็ยังไม่ยอมลงจากรถจนมันต้องเรียก

“พุก...” ฝ่ามือใหญ่ลูบผมของผมเบาๆ “Are you ok?”

หันไปมองใบหน้าที่ฉายแววเป็นห่วงของมัน นัยน์ตาคมสวยทั้งกังวลและไม่สบายใจ นิ้วเรียวยาวไล้ไปตามหัวคิ้วและขมับนวดคลึงเบาๆ

“อืม” ผมไม่รู้จะบอกมันยังไงดี ผมไม่พร้อมจะบอกป๊าม้าแต่ก็ไม่ได้อยากเสียมันไปอีกเหมือนกัน “เรื่องของเราสองคน…”

“...”

“ป๊ากับม้าจะว่าไง?” ผมพึมพำออกมา

ฝ่ามือสีน้ำผึ้งจับแก้มผมให้หันไปมองมัน นัยน์ตาคมเข้มฉายแววจริงจัง ใบหน้าคมค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้จนหน้าผากมันชนกับหน้าผากเหม่งๆของผม เสียงทุ้มนุ่มที่ปัดเป่าความกังวลของผมออกไปได้อย่างประหลาด

“Everything will be just fine...” นัยน์ตาหวานย้อยจนผมยิ้มออกมา “เราจะผ่านมันไปด้วยกัน...”

ผมเม้มปากโถมตัวเข้าไปกอดร่างสูงใหญ่ไว้แน่น ช่วงนี้ผมเจออะไรมาหลายอย่าง รวมถึงจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่สำหรับและมันเลยทำให้ผมเครียดและกังวลไปทุกอย่าง เผลอทำให้มันกังวลไปด้วย

“ขอบคุณนะโรห์” ที่อยู่ข้างพุกเสมอ…

“ครับ” ท่อนแขนแข็งแรงรัดตัวผมแน่น ถ่ายเทกำลังใจจนผมรู้สึกดีขึ้น เคยได้ยินมั้ยครับว่าแค่กอดใครสักคนเราจะมีกำลังใจขึ้นมาทันที ผมเชื่อแล้วตอนนี้…

เราสองคนกอดกันสักพักจนผมรู้สึกดีขึ้น เราถึงค่อยลงจากรถระหว่างทางฝ่ามือใหญ่ของฟาโรห์ยังคงจับมือไปตลอดทางจนเข้าห้อง น่าแปลกที่ว่าผมไม่ขัดขืนต่อให้พนักงานต้อนรับหน้าเคาน์เตอร์จะแอบเหล่มองก็ตาม ผมทำเป็นเดินไม่รู้เรื่องจนถึงห้อง

คราวนี้พอถึงห้องผมเป็นฝ่ายสวมกอดร่างหนาอีกครั้งด้วยตัวเอง “อยู่กับพุกนะ...อย่าทิ้งกันไปไหน”

“ครับ...” จมูกโด่งกดลงบนกลุ่มผมนุ่ม

คืนนั้นผมนอนค้างที่คอนโดของพ่อยอดชาย เตียงนุ่มและกลิ่นที่คุ้นเคยทำให้ผมหลับไปอย่างรวดเร็วเพราะความเหนื่อยอ่อนโดยที่มีฝ่ามือใหญ่ค่อยลูบหลังให้ตลอด

ผมกับโรห์เราสองคนใจตรงกัน และฟาโรห์ก็ยังคงเป็นโรห์คนเดิมของผมไม่เปลี่ยนแปลง มันเสมอต้นเสมอปลายเหมือนเดิม ผมบอกตรงๆว่าความสัมพันธ์ของเราจะเรียกว่าแฟนหรือเปล่าไม่รู้เพราะมันไม่ได้พูดผมก็ไม่ถาม แต่ผมรับรู้ได้ว่ามันดีแล้วที่เป็นแบบนี้

ผมยิ้มให้กับชามโจ๊กร้อนกับปาท่องโก๋สองตัวในถุง อมยิ้มมุมปากกับร่างสูงใหญ่ที่กำลังติดกระดุมเสื้อนักศึกษาอยู่ มันอุตส่าห์ตื่นเช้าไปซื้อมาให้ ร้านเจ้าประจำของผมสองคน วันนี้หนูพุกคนนี้ไม่ร้องโวยวายว่าไม่ไส้กรอกบิ๊กไบค์หรือซาลาเปาขนมจีนเพิ่มนะ ผมได้แต่ยิ้ม

ผมกวักมือเรียกไอ้โรห์ที่เซ็ทผมเสร็จให้มานั่งกินข้าวเช้า บรรยากาศตอนเช้าในคอนโดสุดหรูติดตะเข็บรถไฟฟ้า ผู้ชายร่างสูงหุ่นนายแบบคนหนึ่งกับหนุ่มแป๊ะยิ้มหน้าเหมือนผลิตภัณฑ์ซีอิ้๊วชื่อดังกับโจ๊ะร้อนๆที่ไม่พอยาไส้เท่าไหร่แต่ก็พอไปวัดไปวาได้ล่ะวะ เห็นแกที่มันแถมปาท่องโก๋ให้ผมตั้งสองตัว

“เลิกแล้วเจอกันนะ” ผมพูดตอนกำลังลงจากรถ

“ครับ See you”   



     


สวัสดีค่า

อาโปเอาอีกครึ่งตอนที่เหลือมาฝากกันนะค้า ช่วงนี้หนูพุกนางงอแงเยอะเพราะมีเรื่องให้คิดไม่ตกหลายเรื่อง เอาใจช่วยนางหน่อยนะค้า นางรู้ใจตัวเองแล้วเพราะงั้นนางไม่ทำให้โรห์เสียใจอีกแล้ว

สำหรับเรืองรักหนักมากมีการรวมเล่มกับทางสนพ.เฮอร์มิทนะคะ ถ้าท่านใดสนใจรับหนูอ้วนไปขุนต่อหยอดปุกหมูกันไว้ได้นะคะ

แอบมากระซิบอีกนิดว่าเรื่องของหนูพุกเริ่มจะถึงฝั่งแล้วนะคะ คาดว่าน่าจะอีกประมาณไม่เกินห้าตอน (ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดค่า)

ขออภัยที่หายไปนานและขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจเสมอมาค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.003K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,695 ความคิดเห็น

  1. #1688 Xialyu (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 14:00
    ต้องผ่านไปด้วยกัน
    #1,688
    0
  2. #1670 sunsansun2 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 18:12
    เอ็นดูพุก ไม่ยกให้ชาลีฟแล้ววว
    #1,670
    0
  3. #1647 baekbow (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 10:17
    งืออออออ ยังน่ารักกันเหมือนเดิมเลย ชะรีฟก็ยังอบอุ่นกับหนูพุกเหมือนเดิม ละมุนมากกกก
    #1,647
    0
  4. #1613 CallistoJpt (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 13:43
    บรรยาการระหว่างชะรีฟกับหนูพุกเขาสองคนมีกันและกันเป็นอะไรที่อบอุ่นจริงๆค่ะ
    #1,613
    0
  5. #1434 PPSnook (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 02:15
    ต้องผ่านไปได้แน่ สู้ๆนะทั้งสองคนเลย
    #1,434
    0
  6. #1419 maybee23 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 14:27
    หวานจ้าหวานนนน ความรักลอยทั่วคอนโดเลย55555
    #1,419
    0
  7. #1418 Baimon Chulalak (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 21:31
    งื้ออออ น่ารักกก อยากได้ชะรีฟฟฟฟ คึคึ
    #1,418
    0
  8. #1415 Notty Kero (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 13:14
    พุกโรห์สู้เขา
    #1,415
    0
  9. #1413 plaatitaya99 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 01:41
    ฮืออออ หนูพุกน่ารักมากกก เอ็นด อยากกอดบ้างงง 555555 /ขอบคุณนะคะไรท์💜
    #1,413
    0
  10. #1412 Jamjungjammy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 00:33
    ไรท์มาแล้ว งื้อออ น่ารักกก หลงรักหนูพุกกับโรห์มากกก
    #1,412
    0
  11. #1410 maysrpl (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 23:25
    หนูพุกน่ารัก
    #1,410
    0
  12. #1409 Bowling_2743 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 22:32
    เรียกว่าหลงรักเรื่องนี่สุดๆไปเลยย เนื้อเรื่องน่ารักมากก #อยากหยิกแก้มหนูพุกกก
    #1,409
    0
  13. #1408 Laamoon (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 19:52
    รักหนูพุก
    #1,408
    0
  14. #1407 Tw0164 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 19:40
    น่ารักจังเยยยน
    #1,407
    0
  15. #1406 punnup (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 19:26
    คิดถึงสุดๆ
    #1,406
    0
  16. #1405 «PhuengAugust» (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 19:20
    หนูพุกสู้ มันจะดีขึ้นเชื่อเรานะ
    #1,405
    0
  17. #1404 sweety242 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 19:08

    ในที่สุดก้อมา
    #1,404
    0
  18. #1403 PuiPui--r (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 19:03
    ก็เข้าใจนังหนูพุกนะที่คิดเยอะ คือที่บ้านดีมากกกก.. เป็นครอบครัวที่อบอุ่นน่ารักก็กลัวเรื่องของตัวเองกับโรห์จะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป เอาเถอะค่อยๆคิดเชื่อโรห์นะทุกอย่างต้องมีทางออก
    #1,403
    0
  19. #1402 F9tiss (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 18:46

    น่าเอ็นดูอะ
    #1,402
    0
  20. #1401 biscuitaww (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 18:34
    ผู้ชายแบบฟาโรห์นี่มีอีกมั้ยอะ ฮื้อออคนรึไมโครเวฟฟฟอิจหมูพุกกกก
    #1,401
    0
  21. #1397 Jamjungjammy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 01:52
    แงงง คิดถึงหนูพุกกก
    #1,397
    0
  22. #1396 maybee23 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 12:54
    นุ้งงงงง
    #1,396
    0
  23. #1381 Asakuryo (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 19:35
    เวลคัมแบ็คค่าาา คิดถึงหนูพุกมากๆๆ
    #1,381
    0
  24. #1380 o นู๋ น้ำหวาน o (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 02:07
    มาต่อแล้วววว
    #1,380
    0
  25. #1379 Prrrrrrr (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 18:17
    เขินอ่ะ หนูพุกลูกกกก
    #1,379
    0