[Yaoi] HEAVY WEIGHT รัก ▪️ หนัก ▪️ มาก (Story by ARPO) [END] [Hermit Books]

ตอนที่ 13 : HEAVY WEIGHT: 11 KG. (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,683
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 547 ครั้ง
    7 มิ.ย. 60

บทที่ 11



 

สรุปกลับมาหอตัวเอง ไอ้โรห์พยุงผมขึ้นห้อง ไอ้โรห์ไขกุญแจห้องได้ผมรีบถลาเข้าไปล้มตัวลงบนเตียงเลย ปวดหัวมากไม่ไหวแล้ว คอแห้งมาก ร้อนคอด้วย เหงื่อซึมแต่หนาวข้างในบอกไม่ถูก



ผมปรือตามองร่างสูงใหญ่เปิดหน้าต่างระบายอากาศก่อนจะเปิดพัดลมเบอร์หนึ่งเบาสุดแล้วลากพัดลมไปวางให้ห่างจากผม



“เปิดแอร์ก็ได้นะ ร้อนนี่” ผมเห็นเสื้อนักศึกษาของมันชื่นเหงื่อจนแนบแผ่นหลัง



“ไม่เป็นอะไร พุกไม่สบายอย่าตากแอร์มาก”



ผมพยักหน้าหงึกหงักเออออไปกับมัน มันเอาน้ำอุ่นใส่แก้วมาให้ดื่มหนึ่งแก้ว



“เดี๋ยวปองกุลกำลังแวะซื้อข้าวกับยามาให้ จริงๆห้องพุกมียาแต่ว่าไม่รู้หมดอายุยัง เลยให้ซื้อมาใหม่เลยดีกว่า”



ผมส่งเสียงอืออาเป็นการตอบรับ ส่งแก้วคืนมันไปก่อนจะทิ้งตัวลงบนหมอนนุ่ม หลับตาลง ไม่ได้หลับนะครับแค่พักสายตา คือตามันหนักๆไม่อยากลืมเท่าไร แต่หูก็ยังได้ยินเสียงกุกกัก ไอ้โรห์คงเปิดตู้หาเสื้อผ้า สักพักก็ได้ยินเสียงมันเข้าห้องน้ำไป



“หนูอ้วน…” เสียงมันดังข้างเตียง เปิดตาไปเห็นมันเปลี่ยนชุดแล้ว ในมือถือกาละมังกับผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก “เช็ดตัวหน่อยจะได้เปลี่ยนเสื้อผ้า เดี๋ยวกินข้าวกินยาแล้วก็นอนพัก”



มันจัดแจงวางกาละมังบนเก้าอี้นั่งที่มันลากมา ร่างสูงนั่งลงริมขอบเตียงชุบผ้าในน้ำแล่วบิดหมาดๆ



“แค่ก...ทำเป็นด้วยหรอ?” อยากรู้ใครสอนมัน



“แม่เคยทำให้น่ะ” สายตาคมหวานย้อยมองผม “take off your shirt”



อุ้ย! ลามก!



มาให้เขาถอดเสื้อได้ไงกัน แต่ผมก็ค่อยๆแกะกระดุมเสื้อนักศึกษาออกทีละเม็ด คือมันอึดอัด



เสื้อชื้นเหงื่อถูกดึงออกไป คราวนี้เหลือแต่ตัวขาววอกแบบหมูชุบแป้งทอด มีแค่ช่วงแขนส่วนหนึ่งที่คล้ำกว่าเพราะโดนแดด ผมรีบแขม่วพุงเก็บเข้าไปเพราะโดนจ้อง คือผู้ชายเหมือนกันจริงแต่กูยังไม่อยากให้ใครมามองพุงเท่าไร



ผมหันหน้าหนีสายตาคมหวานที่มองจ้องอย่างไม่ลดละ เฮ้ย! มึงจ้องเหมือนจะแดกพุงกูเลยอะ



ผมเริ่มกระดากเล็กน้อย ตอนแรกไม่ได้คิดอะไรเพราะสมองเบอลๆ รีบๆถอดเสื้อตามที่มันบอก แค่ตอนนี้รู้สึกเหมือนตัวเองคิดผิดยังไงก็ไม่รู้แหะ



โกยเอาผ้าห่มมากองๆบนตัวเพื่อปิดร่างกาย นี่สะดิ้งยังกับผู้หญิงแหนะ



“เอ่อ...แฮ่ม…” เสียงมันกระแอมเล็กน้อย มือใหญ่ค่อยๆเช็ดลงบนส่วนแขนก่อน



แอบมองหัวดำๆที่ขมีขมันกับการเช็ดตัว แม้ผิวสีน้ำผึ้งแต่เห็นว่าใบหูสีเข้มขึ้นผิดปกติ



ผมหนีบแขนเข้าหาตัวเหมือนไม่ให้มันเช็ดไปมากกว่าตรวแถวๆแขนทั้งสองข้าง



“เดี๋ยวทำเอง…” ผมหยิบผ้ามาถือไว้เอง



ไอ้ฟาโรห์ชะงักไปเล็กน้อย “อ่อ...อืมๆ…”



มันลุกขึ้นไปค้นเสื้อผ้าผมในตู้แทน ผมเลยรีบเอาผ้ามาเช็ดๆตรงนมตรงพุงตัวเองลวกๆ



แม่ง! ขืนให้มันเช็ดต่อมันต้องได้ยินแน่เลย…



...เสียงก้อนเนื้อด้านซ้ายที่เต้นตุบๆเหมือนจะกระเด้งออกมา…



ร่างสูงเอาเสื้อผ้ามาวางไว้ที่เตียงบอกให้ผมเปลี่ยนเสื้อผ้า มันเอากะละมังไปเก็บในห้องน้ำ ผมเลยรีบเปลี่ยนเสื้อผ้ารวดเร็ว แม่งหน้าเกือบมืด



ไม่รู้ทำไมอยู่ๆผมถึงเกิดมาอายอะไรมันก็ไม่รู้ทั้งที่เมื่อก่อนก็ไม่เป็นแท้ๆ



...หลงรัก!...



นึกไปถึงคำพูดของไอ้ปองกุลแล้วลมหายใจสะดุด ไอ้ห่านจิกเอ๊ยยยยย ไม่น่าไปปรึกษามันเลย



ไม่มีทาง!



ผมกับมันคือเพื่อนกันเท่านั้น!


 

 




“ไอ้พุกมาแดกข้าว” ไอ้ปองกุลมาถึงหอผมพร้อมเหาฉลามอย่างไอ้เดือนสาขา แต่กูว่าเคสนี้หน้าไอ้ปองกุลน่าจะเหมือนเหาฉลามมากกว่า



มันซื้อข้าวต้มหมูจากร้านอาหารตามสั่งมาให้ ร้านแถวๆหอผมนี่แหละ แล้วมันก็กะมาแดกข้าวที่นี่เลยเพราะซื้อมาให้ทั้งตัวมันเองและคนอื่นๆ



“เอาไว้ค่อยไปกินเสต็กนะเท่” มันบอกไอ้เดือนสาขาเบาๆ แต่หูกูกระดิกไงเสือกได้ยิน



“อืม...ได้” ไอ้หล่อนี่ก็ดีฉิบหาย พูดเสียงอ่อนเลย มือก็แกะกล่องโฟมไปด้วย “ขอมากินข้าวห้องมึงหน่อยนะ” ไอ้เท่มันบอกผม



“อ่าหะ” เชิญเลยครับมึง จะกินจะนอนได้หมดครับ



ข้าวสามกล่องกับชามข้าวต้มวางลงบนโต๊ะตั้งพื้นตัวกลางๆของผมที่ไอ้โรห์มันเอามากางให้



“พุกลงมากินไหวไหม?” ไอ้โรห์เดินมาถามผมที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่ ผมพยักหน้าค่อยๆกระดึบลงมาจากเตียง ดีว่าเมื่อกี้เช็ดหน้าเช็ดตาไปเลยค่อยยังชั่วบ้าง



พวกมันสละที่นั่งให้ผมนั่งพิงกับขอบเตียง มือใหญ่ดันชามข้าวต้มมาให้ผมพร้อมน้ำอุ่นเต็มแก้ว



ได้แต่มองเศษหมูสับกับกระเทียมเจียวลอยฟ่องเต็มชามข้าว เหลือบมองข้ามกระเพราหมูกรอบไข่ดาวของไอ้แขกแล้วเบะปาก อยากได้หมูกรอบมากระแทกปากอะ ไม่อยากกินหมูสับ



“โรห์อยากกินหมูกรอบ” เจ้าของข้าวกระเพราหมูกรอบมองหน้าผมแล้วส่ายหน้า



“No, you should not eat this”



“ไอวอนนาอีท นะโรห์ ขอคำนึง” นี่สาบานว่ามึงป่วยไอ้พุก ความอยากแดกไม่ได้ลดลงเลย



สุดท้ายผมก็ได้หมูกรอบชิ้นเล็กสุด กระเพราสองใบกับข้าวมาช้อนหนึ่ง เพื่อนกันต้องขี้เหนียวขนาดนี้ไหม ถึงกูจะบอกว่าคำเดียวแต่ไม่เห็นต้องใจร้ายให้แค่นี้เลย



แต่พอเอาเข้าปากก็ต้องเบะปากอยากบ้วนทิ้ง มันขมปากมาก ไม่อร่อยเลย ร้อนคอสุดๆ จนต้องเอาน้ำมากิน



“ฮืออออ ขมปาก” ผมร้องเสียงแห้ง



“สม! ตะกละดีนักไอ้พุก” ไอ้แห้งหุบปากแล้วแดกหมูกระเทียมเด็กน้อยของมึงไปซะ



“ทนกินหน่อยนะหนูอ้วน จะได้กินยา” เสียงเข้มอ่อนลง มันหยิบช้อนตักข้าวขึ้นมาช้อนหนึ่งแล้วให้ผมถือช้อนเอาไว้



ผมอยากงอแง อยากกินของอร่อยแต่ตอนนี้มันกินไม่อร่อยเลย เลยไม่อยากกินแล้ว



“ขมปาก”



“กินนี่ก่อนนะ ไว้หายแล้วจะพาไปกินของอร่อยทีหลัง”



“จริงหรอ?” ผมส่งสายตาวาววับไปให้มัน เนื้อย่างของหนูพุก ชาบูของหนูพุก สเต็กของหนูพุก “อยากกินสเต็ก เนื้อย่าง ชาบู”



“ได้ๆ” ไอ้ฟาโรห์ขำเบาๆ “เดี๋ยวพาไปครับ” มีครับด้วย วันนี้พูดเสียงสองเสียงสามเพราะมาก งั้นกูควรจะทำตัวดีๆ



ผมยอมยัดข้าวต้มหมูเข้าปาก ความขมปากขมคอจนเกือบขย้อน กินน้ำตามเข้าไป สุดท้ายก็ไม่ไหว กินได้แค่สามสี่คำก็เลิก



“ปองกุล ถุงยาละ” ไอ้โรห์ขอยาที่ไอ้แห้งมันไปซื้อมา



“เออ นี่ๆ มียาแก้ไข้ แก้หวัด แก้อักเสบ แล้วก็แผ่นเจลลดไข้ มันมีไข้อ่อนๆแปะไว้ก็ดี”



ไอ้แขกหยิบยาทั้งหมดออกมาดู หยิบยาแก้ไขมาสองเม็ดกับแก้หวัด แต่แก้อักเสบไม่กิน



ผมเอายามาโยนเข้าปากดื่มน้ำตามเข้าไป แล้วกระดึบกลับขึ้นเตียงไป ไอ้โรห์ตลบผ้านวมคลุมให้ผม แต่แอบร้อนเพราะว่ามันไม่ได้เปิดแอร์



“ร้อน”



“เดี๋ยวเปิดแอร์แล้วรอแป๊บนะ” มือใหญ่ตบลงบนผ้านวมเหมือนกล่อมให้ผมหลับ เลยหลับตานอน สักพักก็รู้สึกว่าห้องเย็นขึ้นเพราะเครื่องปรับอากาศและเสียงพูดคุยเบาๆดังกล่อมจนหลับสนิท



ผมตื่นมาอีกทีตอนสองทุ่มกว่าๆ ส่วนที่ผมนอนมืดสลัวได้นอนตื่นหนึ่งก็ดีขึ้นหน่อยแต่ก็ยังตัวรุมๆ ว่าจะเอาแผ่นเจลลดไข้มาแปะสักหน่อย



ส่วนตรงโซฟามีเสียงจากโทรทัศน์เครื่องบางลอดออกมาเป็นระยะ เห็นเงาใหญ่ตะคุ่มๆอยู่บนโซฟาเลยค่อยๆย่องไปดูพวกไอ้แห้งกับไอ้เท่คงกลับไปแล้ว ไอ้โรห์นอนพิงพนักโซฟาอยู่ มันหลับสนิทลมหายใจสม่ำเสมอ ยืนมองมันหลับเฉยๆ



เริ่มมองตั้งแต่ใบหน้า จมูกโด่ง ริมฝีปากได้รูป ร่างกายผมขยับเข้าไปใกล้เองโดยอัตโนมัติ ผมรู้สึกเหมือนพิษไข้จะกลับมาเล่นงานจนสมองเบลอไปหมด ยิ่งก้มหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าคมของมันมากขึ้นจนรู้สึกถึงลมหายใจของมัน ผมหน้าเห่อร้อน ตาปรือลง หัวมันหนักและตื้อไปหมด ตาจ้องแต่ริมฝีปากผ่อนลมหายใจเบาๆออกมา



“อือ…” ผมกระตุกร่างกายตัวเองออกมาเมื่อได้ยินเสียง สติที่เตลิดไปเริ่มกลับเข้ามา รีบถอนหน้าตัวเองออกให้ห่างจากมัน



เมื่อกี้กูกำลังจะทำอะไร?!



ไอ้ห่านจิก! กูต้องสติหลุดเพราะไม่สบายแน่นอนไม่งั้นกูไม่มีทางทำแบบนั้นแน่



ผมตบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติ รีบถอยออกมาให้ห่างจากตรงนั้น ไปคุ้ยหาถุงยาที่ไอ้แห้งมันซื้อมาไว้



“พุก ตื่นแล้วหรอ?” เสียงงัวเงียของคนที่นอนโซฟาทำให้ผมสะดุ้ง ตัวค้างเหมือนพวกวัวสันหลังหวะที่ไปทำอะไรไม่ดีไว้



“เอ่อ...เอ้อ อืม” ผมก้มหน้าก้มตาคุ้ยถุงยาต่อไปแม้ไอ้ของที่อยากมันแทบจะกระแทกตาอยู่แล้ว



“หาอะไร?”



“เจลลดไข้” ผมบังคับเสียงตัวเองให้เป็นปกติ แม้กูจะรู้สึกโคตรไม่ปกติก็ตาม



รู้สึกถึงความอุ่นที่หลัง ผมหยุดมือ ไอ้โรห์มันมายืนข้างหลังผม ชะโงกหน้ามาดูถุง



“นี่ไง” แขนแข็งแรงทาบทับบนแขนเนื้อแน่นของผม



“เอ่อ...ขอบใจๆ” รีบผละออกจากตัวมันทันทีที่ได้ของ



นัยน์ตาคมหวานมองผม ผมกลับไม่ยอมสบตามัน ผมมองไม่ออกเลยว่ามันคิดอะไรอยู่ ผมรู้สึกเหมือนไข้จะขึ้นอีกรอบเลยเดินเป๋กลับที่เตียง แกะซองแผ่นเจลลดไข้ออกแล้วเอามาแปะหน้าผาก



ความเย็นสบายกระจายจนรู้สบายกว่าปกติ ผมครางในลำคอเบา ป่วยแล้วทำให้รู้สึกแย่ชะมัด



ผมมองร่างสูงที่เดินมาทิ้งตัวข้างๆเตียงอีกครั้ง มันมาดูอาการผมรอบดึก แต่ผมไม่อยากกินยาแล้ว ตอนแรกไอ้โรห์ไม่ยอมแต่พอเห็นผมส่ายหน้าไปมา มันก็บอกว่าให้นอนได้แล้ว



เพราะความเย็นจากเจลลดไข้หรือว่าจากมือใหญ่ที่ผมเอามาแนบแก้มให้เย็นสบายก็ไม่รู้ที่ทำให้ผมหลับลงไปอีกครั้ง

 

 



ผ่านไปครู่ใหญ่จนลมหายใจของคนป่วยสม่ำเสมอ ฝ่ามือใหญ่ที่แนบอยู่บนแก้มนุ่มนิ่มก็ค่อยๆขยับออก คนนอนร้องครางแผ่วๆแล้วก็เงียบลง



นัยน์ตาคมหวานย้อยมองร่างที่นอนอยู่บนเตียงนิ่ง นั่งมองอย่างนั้นจนไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ใบหน้าคมเข้มตามแบบฉบับของชาวอาหรับค่อยๆก้มลงต่ำจนเกือบชิดอีกฝ่าย



ชายหนุ่มรู้ตัวมาตลอดว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ แต่ตอนนี้เขากำลังทำให้ตัวเองตกอยู่ในการควบคุมของจิตใจมากกว่าสมอง แผ่นอกด้านซ้ายเต้นเป็นจังหวะที่ดังขึ้นแต่กลับหนักแน่นมั่นคง



กลิ่นหอมอ่อนๆประจำตัวของอีกฝ่ายที่เขาคุ้นชิน จนต้องเข้าไปใกล้มากขึ้น ริมฝีปากได้รูปสวยเกือบชิดกับริมฝีปากแห้งผากเพราะอาการป่วย



เจ้าของริมฝีปากได้รูปสวยขยับชิดจนแตะกับริมฝีปากแห้งผากแผ่วเบาราวแมลงปอบินแตะผิวน้ำ ชั่วพริบตาก็ถอนออก เป็นชั่วพริบตาที่นานราวกับชั่วกัลย์ในความรู้สึก



...แม้จะแผ่วเบาแต่ก็หนักแน่น…



นัยน์ตาคมทอดมองอีกฝ่ายอีกครั้ง ลูบใบหน้าเนียนใสนิ่มลื่นมือ



“ตุศบิฮู  อะลัลค็อยรฺ ยาฮายาตี”



...ฝากเสียงกระซิบ ฝากไปในสายลมผ่าน...



...ข้ามขอบราตรีที่ยาวนาน ให้เธอฝันดี…



(เพลง: วิมานดิน ศิลปิน นันทิดา แก้วบัวสาย
อ้างอิง https://www.siamzone.com/music/thailyric/2345)






ผมลืมตาโพลงในความมืด นัยน์ตาชินกับมือจนเห็นเป็นเงาลางๆทั่วห้อง ห้องของผมที่จำได้ขึ้นใจว่าอะไรวางอยู่ตรงไหน สิ่งแปลกปลอมหนึ่งเดียวในห้องคือ เงาร่างสูงใหญ่ที่นอนพาดยาวไปกับโซฟา ด้วยความที่โซฟาสั้นกว่าร่างกายทำให้ไอ้โรห์ต้องเหยียดขาห้อยออกมา



ทุกอย่างดูเหมือนปกติดีทุกอย่าง



...แต่…



ที่ไม่ปกติคือ...สิ่งที่ผมเจอมาเมื่อสักพักที่ผ่านมา



ในช่วงเวลาที่ผมกำลังหลับแต่ก็หลับได้ไม่เต็มที่เพราะความไม่สบายตัว เคลิ้มๆเหมือนลอยละล่องไปมา



เตียงที่ยวบ ความอุ่นของอุณหภูมิของมนุษย์ ลมหายใจร้อนที่ผมยังไม่แน่ใจว่าของผมหรือของมันจะร้อนกว่ากันเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมอ่อนคุ้นจมูก



ตอนนั้นร่างกายผมยังคงไม่กระดิก มันแน่นิ่งจนเหมือนกล้ามเนื้อตายด้าน ก้อนเนื้อด้านซ้ายเลือดสูบฉีดได้ดีจนน่าแปลกใจ



ผมสะดุ้งหวาบในใจเมื่อรู้สึกถึง…



...ความนุ่มหยุ่นร้อนประทับลงมาบนปากแห้งๆ…



...แผ่วเบา…



...เบาเหมือนปุยนุ่น…



แต่ใจผมกลับกระตุกเสียดแน่นเหมือนโดนกดทับ เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวมันก็หายไป



ตาไม่กล้าลืม เสียงก็ไม่กล้าเอ่ย



...ตุศบิฮู  อะลัลค็อยรฺ ยาฮายาตี…



ประโยคแผ่วเบากว่าเสียงลมหายใจดังข้างหู แน่นอนว่า...แปลไม่ออกแต่รู้สึกอุ่นหวาบหวานเข้าไปในใจจนขนลุก



ได้แต่นอนนิ่งเป็นปลาตายจนรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวในห้องหยุดลง ถึงลืมตาขึ้นมา



ผมรับรู้เรื่องราวทั้งหมด



...ฟาโรห์…



...จูบ…



...ผม!...



ทำไม?!!!!



มือไล้ไปตามริมฝีปาก ความอุ่นซ่านตอนนั้นยังคงอยู่จนรู้สึกหน้าเห่อร้อน



...ความอุ่นซ่าน…



...ที่ทำให้ใจเต้นระรัว…



ผมตาค้างเหมือนโด๊ปเอ็มร้อยมาสามกระป๋อง ใจเต้นรัวตึกๆยังไม่มีทีท่าว่าจะเบาลง มือชื้นเหงื่อ เจลเย็นบนหน้าผากแทบไม่มีผลต่อความร้อนรุ่มนี่เลยสักนิด



ผมทำเพียงขยับคอไปทางโซฟาที่คาดว่าร่างสูงใหญ่นั่นคงนอนยืดตัวยาวอยู่ แต่ผมไม่กล้าขยับตัวเยอะกลัวว่าเสียงผ้าห่มมันจะทำให้มันรู้ว่าผมไม่ได้หลับ



บอกตามตรง...ตอนนี้ผมไม่มีสติหรือความกล้าใดๆทั้งนั้นที่จะมาเผชิญหน้ากับมันตอนนี้ ไม่รู้เลยว่าจะพูดเริ่มกับมันยังไง ผมคิดว่ามันคงไม่รู้ว่าผมยังตื่นอยู่และรับรู้เรื่องราวการกระทำของมันทุกอย่าง



ซึ่งเรื่องนี้ผมก็ไม่อยากรับรู้เหมือนกัน อยากจะทำเป็นลืมๆไปเลย แต่แม่งเอ๊ย! ทำไมมันถึงคิดอยู่ในหัวตลอดเวลาแบบนี้ ความรู้สึกที่มันทิ้งเอาไว้ก็ยังเหลืออยู่



ผมค่อยๆตลบผ้าห่มคลุมหน้าตัวเอง นับแกะให้หลับก็ไม่ยอมหลับ คิดสะระตะไปเรื่อยๆจนหัวจะระเบิด



...แต่ที่รู้ๆคือ…



...พรุ่งนี้จะทำใจกล้าเผชิญหน้ากับไอ้โรห์ได้ไหม?...



ไม่รู้เลยว่า...ผมยังกล้าคุยกับมันแบบเดิมอีกไหม?



ผมยังตอบไม่ได้เลยว่า…



...มันจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไป…

 

 



“โอย…” นั่งเคี่ยวกรำตัวเองจนเกือบหกโมงเช้า อาการป่วยก็ไม่ได้ดีขึ้น แถมยังนอนไม่หลับอีก



ตอนนี้ตาทั้งคล้ำทั้งบวมช้ำ หน้าโทรมจนรู้สึกได้ ร่างกายป้อแป้ไม่สดชื่นสักนิด ผมขยับตัวขึ้นมาแผ่นเจลหล่นลงมาแบบเหี่ยวแห้งเหมือนชีวิตกูตอนนี้เลยว่ะ



มองไปรอบๆห้อง แสงจางๆลอดส่องเข้ามาให้ห้องทำให้ห้องไม่มืดอีกต่อไป ร่างสูงใหญ่ของไอ้แขกไม่อยู่ในห้องแล้ว มันอาจจะกลับไปก่อนหรือไม่ก็ไปซื้อข้าวเช่าข้างนอก เป็นปกติครับ บางทีไอ้ฟาโรห์มันก็ออกจากห้องผมไปก่อนเพราะมันมีกุญแจอยู่แล้วมันจะทิ้งไลน์บอกไว้ แต่นี่ไม่ได้ไลน์ไว้เพราะงั้นมันคงออกไปซื้อข้าวเช้ามากกว่า



ผมเลยตลบผ้าขึ้นลุกจากเตียง ล้างหน้าล้างตา มองสารรูปตัวเองในกระจกห้องน้ำเหมือนศพขึ้นอืดมาหลายวันหน้าเลยบวมขนาดนี้ เอาตาโหลๆมองตัวเองในกระจก



ใบหน้ากลมแก้มยุ้ย แขนเนื้อแน่น มองลงมาเห็นพุงขาววอกก่อนเห็นนมตัวเองเสียอีก ไม่มีตรงไหนที่ดูดีเลยสักนิด ถ้าเรียกแบบไม่รักษาน้ำใจกันเลยคือ...กูอ้วนครับ ห่านเอ๊ย! แล้วไอ้แขกมันเอาซีรีเบลลัมไหนมาคิดจะจูบกูวะ หรือเซลลูไลท์กูไปกระแทกตากระแทกใจมัน



นี่ขนาดยื่นหน้าเข้าไปใกล้กระจกกูยังจูบตัวเองไม่ลงเลย เลิกทำปากจู๋ใส่เงาสะท้อนเพราะทุเรศลูกตา จัดการแปรงฟันแล้วอาบน้ำ เอาให้สมองมันโล่งๆหน่อย เดินออกมาจากห้องน้ำก็ต้องสะดุ้งจนไขมันสะเทือน



“พุก...ตื่นแล้วหรอ?”



ไอ้เชี่ย! มึงกลับมาแล้วหรอวะ ใจเต้นหมด เอ๊ย ตกใจหมด



“อ้อ...อื้ม…” ผมบังคับเสียง หน้าตาให้เป็นปกติ ทำเหมือนผมไม่รับรู้เรื่องเมื่อคืนแต่อย่างใด มองร่างสูงจัดแจงเอาชามสองชามมาวางบนโต๊ะตั้งพื้น มันยังไม่ได้เปลี่ยนชุดเลยยังอยู่ในชุดนอนของมันเหงื่อแตกซ่กเลยทั้งที่เป็นตอนเช้า



ก๋วยเตี๋ยวน้ำสองชามแกะใส่ชามเรียบร้อย ผมใจอุ่นหวาบแย่างไม่รู้สาเหตุ ร้านก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ขายตอนเช้าแล้วขายดีมากคนซื้อเป็นข้างเช้าเยอะ ผมไม่ค่อยกินเพราะไม่อยาหต่อแถวแต่มันอุตส่าห์ไปต่อซื้อมาให้ มิน่าถึงเหงื่อออกเพราะไปยืนรอนานล่ะสิ



ไอ้โรห์! มึงจะแทรกซึมอยู่ในทุกอนูความคิดของกูเลยหรือไงวะ ห่ะ?!!!



“มากินสิ ฉันไปต่อแถวตั้งนาน พุกชอบเส้นใหญ่ร้านนี้นี่” ผมกัดปาก ไม่อยากยิ้มแต่ก็ไม่เป็นผล มันจำได้ว่าผมชอบเส้นใหญ่ร้านนี้



พึมพำขอบคุณมันโดยไม่มองหน้า กลัวจะคิดถึงเรื่องเมือคืนด้วย เลยรีบคีบก๋วยเตี๋ยวขึ้นมาเป่า ไอ้แขกก็นั่งกินของมันบ้าง เหลือบมองฝ่ายตรงข้าม



ใบหน้าคมเข้ม จมูกโด่งจนน่าอิจฉา แพขนตาหนากระพริบถี่ๆเพราะโดนไอความร้อน พอนัยน์ตาคมหวานเงยขึ้นมาสบก็สะดุ้งหลบหน้าหลบตาลงกับชาม ผมดันใจเต้นตึกอีกแล้ว



...ความร้อนของน้ำแกงยังไม่เท่าริมฝีปากอุ่นของมันเลย…



เฮ้ย!!!!



ผมส่ายหัวพัลวัน เลิกคิดๆ



“เป็นอะไร ไม่อร่อยเหรอ”



“เป...เปล่าๆ อร่อยๆ”



สักพักมันก็ลุกขึ้นไปรินน้ำมาวางสองแก้ว ผมกำลังเพลินกับเส้นใหญ่น้ำแต่เสือกไม่ระวังกัดโดนปากตัวเองอีก



“โอ๊ย!” เจ็บสัส



“เป็นอะไร?”



“กัดโดนปาก” ผมทำหน้าเบ้ ไอ้โรห์ส่ายหน้า



“ไม่ระวังเลย” มันบ่นพึมพำ ลุกหายไปไหนครัวกลับออกมาพร้อมน้ำแข็งก้อนหนึ่ง “อมเอาไว้เลือดจะได้ไม่ไหล”



ผมรับมาอมไว้ในปาก ความเย็นทำให้รู้สึกชาไม่ค่อยเจ็บ



...กึก!...



ผมผงะตัวไปด้านหลังอย่างอัตโนมัติเมื่อมือใหญ่เอื้อมเข้ามาใกล้ปากผม นัยน์ตาคมหวานย้อยฉายแววแปลกใจชั่วหนึ่งเพราะปกติผมจะไม่ผงะหนีมันขนาดนี้



“จะดูแผลให้”



“อ่อ...ไม่เป็นไร” ผมหันหน้าหนีจากคนพูดเสลงมาที่ชามก๋วยเตี๋ยว แต่โดนจับหน้าให้เงยหน้า



“อ้าปากก่อน” ผมรู้สึกเลือกทุกเม็ดไหลมากองที่หน้าอย่างไม่รู้สาเหตุ



“อื้อ” นิ้วโป้งของไอ้ฟาโรห์จับริมฝีปากดึงให้มันลงเล็กน้อย



“เลือดหยุดแล้ว”



ผมถึงกับตัวแข็ง นิ้วใหญ่อุ่นไล้เบาๆที่ปากหยุ่น เจ็บจี๊ดนิดหน่อยตอนมันโดนแผล



ได้แต่นิ่งค้างให้มันยืนลูบเบาๆ นัยน์ตาคมของมันโดนแพขนตาบังจนมองไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่ จนสุดท้าย…



...ผมผละออกจากมันก่อน…



ด้วยหัวใจเต้นถี่แต่กลับรู้สึกหนักอึ้งจนหายใจไม่ออก ถ้าอยู่ใกล้มันแล้วกลายเป็นรู้สึกอึดอัด บางทีผม…



...น่าจะลองถอยออกมาเพื่อจะได้หายใจสะดวกขึ้น...




+++++++++++++++++++++++++++ 100% ++++++++++++++++++++++++++++



สวัสดีค่า

เอาอีกครึ่งตอนมาลงให้ค่า ขอโทษที่มาดึกเลย ฮือ เพิ่งถึงบ้าน รีบมาลงเลยกลัวรอนาน แฮ่ๆๆ

คอมเม้นมาเยอะๆน้า คนเขียนขอกำลังใจในการขับเคลื่อนสมอง ฮ่าๆ

เยิฟ

ขอบคุณทุกการติดตามค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 547 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,695 ความคิดเห็น

  1. #1683 Xialyu (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 13:29
    หนูพุกสู้ๆ^^
    #1,683
    0
  2. #1645 Fon (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 21:45

    ต้องถอยตั้งหลักเลยเหรอ สงสารโรห์นะ

    #1,645
    0
  3. #1604 CallistoJpt (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 23:44
    แงงงงงหนูพุก ถอยเพื่อตั้งหลักน้าาอย่าถอยห่างนะสงสารชะรีฟ
    #1,604
    0
  4. #1475 nuang1 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 18:46
    หนูพุกถอยเพื่อทบทวนความรู้สึกใช่ไหม
    #1,475
    0
  5. #1429 PPSnook (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 15:48
    พุกกำลังสับสน
    #1,429
    0
  6. #1393 maybee23 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 11:47
    น้องพุกสับสนสินะ แบบนี้พี่ฟาโรห์ต้องทำอะไรให้ชัดเจนแล้วละ พี่มาเนียบๆอ่อยๆแบบเดิมไม่ได้แล้วนะ
    #1,393
    0
  7. #1309 «PhuengAugust» (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 10:23
    พี่โรห์หนูเค้ารู้แล้วนะ ไปค่ะเดินหน้าาา
    #1,309
    0
  8. #1253 chandio (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 13:39
    ดูแลดีมากกกกกกกกน่ารัก
    #1,253
    0
  9. #1131 agasep2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 14:38
    หนูฟังก่อนนนน
    #1,131
    0
  10. #1028 lvsj (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 19:20
    ฮื่ออออ หนูพุกกกกก
    #1,028
    0
  11. #898 ninggdestiny (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 00:54
    วี้ดดดดดดดดดด
    #898
    0
  12. #686 pimtnw (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 20:05
    ทำไมพุกตะงุ้ยตะมุ้ยขนาดนี้อะะ แต่อย่าดูถูกตัวเองซี่
    #686
    0
  13. #685 JeejeeKung (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 06:20
    งื้อออออ น่ารักกกกก ยอมรับกันได้แล้วว
    #685
    0
  14. #682 ลักยิ้มข้างซ้าย (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 23:26
    หือออออออ TT
    #682
    0
  15. #678 PATPAT69 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 17:21
    อึดอัดๆๆ หนูพุกต้องลดน้ำหนักแน่เลอ
    #678
    0
  16. #677 baekbow (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 16:51
    ไม่เอาอย่ามาม่าเดะ ฮือออออ ตัวก็ชอบเขาไม่ใช่หรอ ทำไมต้องรู้สึกอึดอัดด้วยอ่ะ แงงงงง~
    #677
    0
  17. #676 Kanokwan Maitem (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 14:19
    พุกจะลดน้ำหนักไหมค่าาา
    #676
    0
  18. #675 krappom_pompam (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 09:42
    หมูพุกเป็นพวกไม่รู้ใจตัวเองสินะ ฮึ่ยๆๆๆ
    #675
    0
  19. #674 noowiwie (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 22:41
    งื้ออออ น่ารักมากกกกกก ดูแลกันดีมากกกกกก
    #674
    0
  20. #673 Thassanee Pinkeaw (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 22:08
    พุกอย่าเพิ่งถอยดิ โรห์จะน้อยใจนะ
    #673
    0
  21. #672 bowling_27 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 14:07
    ฟินสุดริด ????????
    #672
    0
  22. #671 P'oil (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 13:19
    หนูพุกอย่าพึ่งถอยสิลูก ฮืออ แขกต้องรุกหนักๆนะพุกจะหนีแล้วว
    #671
    0
  23. #670 Pop nomsod (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 11:05
    เอาแล้วววววววว
    #670
    0
  24. #669 unloveable_m (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 07:31
    โธ่หนูน้อย.. กลัวซะแล้วอ่ะ
    #669
    0
  25. #668 0895426863 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 06:53
    เดินหน้าต่อเลยลูกพุก ฟาโรห์เปิดทางให้แล้ว อิแม่จะได้ฟินต่ออออ
    #668
    0