[Yaoi] HEAVY WEIGHT รัก ▪️ หนัก ▪️ มาก (Story by ARPO) [END] [Hermit Books]

ตอนที่ 12 : HEAVY WEIGHT: 10 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,894
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 479 ครั้ง
    27 พ.ค. 60

บทที่ 10




“หนูพุก!!!”



ปรี๊นนน!



แตรรถยนต์ดังยาวจนแสบแก้วหู



เอี๊ยด!



เสียงล้อรถยนต์บดลงกับพื้นแฉะ แอ่งน้ำกระเซ็นเป็นหย่อมๆ มีเสียงแอะอะของคนที่อยู่แถวนั้น



“โอย…” ผมครางออกมา อยากจะลืมตาแต่มันเห็นเป็นสีดำๆ ใจยังสั่นระรัว มือสั่นพั่บๆจนต้องกำมือคลายเข้าออก เมื่อกี้ผมเห็นแสงไฟของรถในระยะเกือบชิด คือมันเข้ามาใกล้มาก



นี่ผมโดนชนใช่หรือเปล่านี่!



โฮ...กูจะเป็นพะยูนอืดตายบนถนนลงข่าวหน้าหนึ่งหรือเปล่า มันอาจจะลงข่าวหน้าหนึ่ง




‘ผงะ! รถยนต์ชนเข้ากับนักศึกษาคนหนึ่ง กระโปรงหน้าพังยับ ไฟแตกกระจาย รถยนต์เสียคาที่!’




เฮ้ย...ทำไมเนื้อหาข่าวมันทะแม่งๆวะ



“พุก…” เสียงเข้มๆคุ้นหูครางแผ่วๆ แต่ผมได้ยินชัดเจน



...ฟาโรห์!…



“อืม...โรห์…” ผมพูดชื่อเพื่อนที่อยู่กับผมในวินาทีสุดท้ายของชีวิต อยากจะร้องไห้อะ ผมยังไม่ได้ล่ำลาเลย ยังมีไอ้ปองกุลอีก



อาม่าป๊าม้าอี้ๆเตี๋ยๆกู๋ๆมั้งหลาย แล้วยังหนูจี๊ดอีก เฮียเคนเจ้แคทไอ้คิทอีก กูยังไม่ทันได้กินไชเท้าก๋วยของอาม่าเลย ฮอลลลลล กูจะต้องให้อาม่าจุดธูปเซ่นไหว้ไปให้ในปรโลกให้ได้ เผาเงินเผาทองแท่งไปให้ด้วย ขอบ้านกระดาษหลังใหญ่ๆด้วยนะเอาแบบมีคนรับใช้ในบ้านด้วย อาๆ ใช่ๆต้องให้อาม่าเผาไอโฟน11ไปให้ด้วยเดี๋ยวไม่มีเล่นโซเชี่ยลเฉาตายพอดี



จะให้ไอ้โรห์ไปขนหนังสือการ์ตูนที่หอเผาไปให้ด้วย ให้มันไปซื้อน้ำอัดลม ขนม พิซซ่า ไก่ทอด เซ่นไหว้กูด้วย



ยังมีๆๆๆๆ ฮ่วยยยยย กูยังไม่ได้กิน...เอ๊ย! ทำอะไรอีกตั้งเยอะแยะ



“พุก…” โรห์...กูต้องคิดถึงมึงมากแน่ๆ



จะมีคนหล่อขนาดเทพบุตรจุติที่ไหนจะมาเป็นเพื่อนคนอย่างกู แต่กูมั่นใจนะว่ากูมีดีพอให้มึงคบเป็นเพื่อนได้



แปะๆ



เฮ้ยๆ กูตายแล้วมึงอย่าตบหน้ากูสิ กูเจ็บนะ แล้วใครแม่งเอาเซียงเพียงอิ๊วมายัดรูจมูกกูวะ ห่ะ! กูไม่ชอบเซียงเพียงอิ๊ว กูชอบดมกว้างลุ้งเว้ย เอาออกไป



“หนูพุก! ลืมตาเดี๋ยวนี้” เสียงดุดันเข้มจัดจนต้องย่นคิ้ว



กูตายแล้วจะให้กูลืมยังไงวะ ไอ้แขก! สติมึงยังดีอยู่ไหม!



“กูตายแล้ว…” ผมพึมพำออกไปบอกมัน เผื่อมันจะได้ยินเสียงผมบ้าง ขนาดผมยังได้ยินเสียงมันอยู่ในหัวเลย



แสดงว่าจิตสื่อถึงกันแน่เลย



“หนูพุก! This is not a joke! Open your eyes now!” เออไอ้ห่าน ไม่เห็นต้องพูดภาษาปะกิดเลย



กูลืมตาก็ได้ แต่เดี๋ยวมึงก็รู้ว่ากูน่ะ...ตายแล้ว



ผ่าง!



เชี่ย! แสบตาจังวะ เหมือนแบบปิดไฟนอนแล้วม้ามาปลุกให้ไปเรียนโดยการเปิดไฟทั่วห้อง ทำร้ายกันเกินไปแล้ว แต่พอกระพริบตาถี่ๆก็ค่อยเห็นอะไรชัดขึ้น



สิ่งแรกที่เห็นเลยคือใบหน้าเข้ม แววตาหวานย้อยตอนนี้ดุดันแต่ก็แฝงไปด้วยความเป็นห่วง ฝนยังคงตกอยู่ ผมรู้สึกเปียกโชกไปหมดตั้งแต่หัวยันไข่ เอ้ย กางเกงใน



“โรห์…” ผมครางชื่อมันเสียงแผ่ว ค่อยๆเอามือลูบหน้ามัน ปาดน้ำออกจากไรหัวที่ไหลหยดมาโดนดวงตาสวย



“ไหวไหม?” มันจับผมขึ้นนั่ง ตอนนี้ถึงรู้ตัวว่ากำลังพิงแผ่นอกแข็งแรงของมันอยู่



“กู...ยัง…”



“ชู่ว...ไม่พูดนะ...พุกโอเค” มันพูดเสียงแหบ



ตอนนี้เริ่มสติกลับมา รับรู้ว่ากูยังไม่ตาย โฮ...หนูพุกยังอยู่ครับพี่น้อง หันไปมองรอบๆ เหมือนจะอยู่บนทางเท้าแล้ว แถมรอบๆยังพอมีคนยืนอยู่บ้าง กลิ่นเหม็นของเซียงเพียงอิ๊วหายไปแล้วด้วย มีรถคันดังกล่าว ดูเป็นทางการจัง เอาเป็นว่าไอ้รถแสงสีส้มแสบตากูคันนั้นยังจอดอยู่ริมทางที่ฝนตกๆ เปิดไฟกระพริบเป็นสัญญาณ



คือสภาพมันจะออกแบบ ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกร้านริมทางแถวนั้นที่หลบฝนในกันสาด ไอ้โรห์นั่งเก้าอี้อยู่อีกตัวแล้วจับให้ผมนั่งพิง



หลังจากทุกอย่างดูโอเคขึ้น สติผมกลับมาบ้างแล้ว ก็เห็นไอ้โรห์ถอนหายใจอย่างโล่งอก



“เพื่อนน้องโอเคใช่ไหม?” เสียงของคนที่ยืนอยู่แถวนั้นก็ดังขึ้น เป็นผู้ชายแต่งตัวเหมือนวัยทำงานแล้ว หน้าตาก็โตกว่าพวกผมอยู่นะ



“ครับ...ขอโทษนะครับที่ทำให้เดือดร้อน” ไอ้แขกมันหันไปบอก แล้วคืนขวดยาเซียงเพียงอิ๊วให้



อ้อ...เป็นเจ้าของเซียงเพียงอิ๊วนั่นเอง



“ผมแนะนำนะ...พี่ควรจะซื้อกวางลุ้งมาใช้ดีกว่านะ ผมว่าเซียงเพียงอิ๊วกลิ่นมันแรงไป” คือนี่แนะนำจริงจังนะ ควรเปลี่ยนยี่ห้ออะ



“ฮ่าๆ พี่ว่าเพื่อนน้องโอเคมากๆเลยล่ะ” หัวเราะทำไมอะ ก็พูดเรื่องจริง ฮ่วย!



“ขอโทษพี่เขาสิ เพราะพุกมัวแต่เดินดูโทรศัพท์ตอนข้ามถนน” เฮ้ย! กูไม่ได้ดูโทรศัพท์แค่หยิบมามองว่าทำไมสั่นๆ “พี่เขาเป็นเจ้าของรถ” มันพยักเพยิกไปที่รถเปิดไฟจอดอยู่



อ้าว...เขาไม่ใช่ว่าต้องขอโทษกูหรอวะ เขาเฉี่ยวชนนะเว้ย



“เขาไม่ใช่เฉี่ยวกูหรอ” ผมกระซิบถามมัน โดนไอ้แขกทำหน้าดุใส่



“พี่เขาเบรคทัน” พอผมจะอ้าปากถามต่อว่าแล้วทำไมผมถึงล้มลงไป “พุกเป็นลมน่ะ คงตกใจ”



อีห่านจิก! คือขายขี้หน้าเขาไหม ตกใจขี้หดตดหายจนเป็นลม



“แล้ว…” คือผมเงยหน้ามองขึ้นมองลงดูสภาพตัวเอง แบบใครจะแบกกูเข้ามาไหววะ อย่าบอกนะไอ่โรห์แม่งลากผม แต่เสื้อก็ไม่เลอะดำๆนี่หว่า



“ว่าแต่เพื่อนน้องแข็งแรงมากเลย อุ้มน้องเขามาได้ด้วย” พี่เจ้าของรถมันพูด



ตอนนี้กูรู้แล้วว่ากูเข้ามาในร่มได้ไง หันไปมองหน้าเข้มๆของเพื่อนแขก มองซ้ายมองขวาแบบอยากจะหาจุดสะสมพลังของมันว่าแม่งเอาแรงที่ไหนมาแบกผม คงไม่ใช่แบบมันเป็นชาวไซย่าหัวเหลืองๆหรอกนะ



หลังจากเคลียร์ทุกอย่าง ขอโทษขอโพยพี่เจ้าของรถ รวมถึงบอกให้ไปซื้อยาดมยี่ห้อใหม่ด้วย ขอบคุณเจ้าของร้านบะหมี่เกี๊ยวแถวนั้นที่สละให้ยืมเก้าอี้พร้อมกับน้ำชาเย็นๆให้ผมดื่มก่อนกลับ



แต่เรื่องมันยังไม่หมดเท่านั้นครับ



ความหายนะของกูมันหลังจากนี้ครับ พอเดินกลับมาเอารถนี่บรรยากาศมาคุมากเลยครับ ไอ้แขกมันไม่คุยกับผมสักคำเดียว รู้อยู่แล้วว่ามันต้องโกรธแน่ๆ ยิ่งทำอาการแบบนี้ยิ่งใช่เลย



เฮ้ย! สงครามเย็นมันระหว่างอเมริกากับรัสเซียมันจบตั้งแต่ปีไหนแล้ว!



สงครามเย็นระหว่างกูกับมึงมันก็ไม่ควรจะเกิดขึ้นเหมือนกัน!



“ฟาโรห์…” ผมเรียกชื่อมันเสียงอ่อย มันไม่สนใจสักนิด เปิดประตูรถขึ้นไปนั่งเลยทั้งที่ตัวยังเปียกชื้นผมเองก็เช่นกัน กลัวรถมันเลอะ



“Get in the car” เสียงมันเรียบจนเหมือนไม่บรรทัดเลยอะ



ผมขึ้นรถอย่างหงอยๆ มึงเป็นไบโพล่าร์หรอ เมื่อกี้ยังคุยกันอยู่เลยอะ คือไอ้โรห์มันจะเป็นพวกแบบถ้าเกิดอะไรขึ้นมันจะคุยให้แน่ใจก่อนว่าทุกอย่างโอเคแล้วค่อยโกรธทีหลัง คือเหมือนพวกดีเลย์ที่แบบค่อยมาคิดได้ว่ากูควรจะโกรธแล้วนะอะไรแบบนี้อะ



ผมนั่งแบบไม่สนิทใจเพราะตัวเปียก เบาะมันเปื้อน เสียงแอร์เบอร์เบาที่สุดยังดังกว่าลมหายใจพวกกูในตอนนี้ คือกูนี่กลั้นหายใจจนก้านสมองจะตายเพราะขาดออกซิเจนแล้ว



“เอ่อ...แล้วมือถืออะ” ผมถามถึงมือถือเจ้าปัญหา คือผมไม่ได้ตั้งใจจะเล่นมือถือตอนข้ามถนนแต่ว่าตอนที่ข้ามแบบมันสั่นเลยแค่จะเอามาดูว่ามีใครโทรมาหรือเปล่า



นัยน์ตาคมไม่ยอมหันมามอง ไม่มีแม่แต่คำพูดใดๆทั้งสิ้น แอร์ในรถก็ว่าเย็นแล้วแต่ว่าความเย็นชาที่ไอ้โรห์มันทำกับผมนี่หนาวใจยิ่งกว่า มันล้วงมือถือจากกางเกงคือให้



ตัวเครื่องไม่บุบสลาย หน้าจอไม่แตก แต่มันดูเปียกชื้นเล็กน้อย กดปุ่มเครื่องก็สว่างขึ้นมาตามปกติ โดยรวมยังไม่เจ๊ง แต่ต้องรีบเก็บลงเพราะยังไม่พ้นบรรยากาศมาคุนี่



“I told you thousand times to not use your phone while you walking on the street.”



งุย ไม่ถึงพันครั้งสักหน่อย แค่ไม่กี่ครั้งเองอะ มันเคยว่าครั้งก่อนที่เดินริมฟุตบาทในมหาลัย มันบ่นว่าเลิกเล่นได้แล้วไม่งั้นมันจะยึด



“I have been always warning you because I care about you”



ผมกระตุกเพราะคำว่ามันแคร์ผม มันห่วงผม ทำไมความอ่อนหวานมันพุ่งเข้ามาเหมือนเบาหวานขึ้นตาเลยอะ ฮอล นอกจากหัวใจแล้วยังเบาหวานหรือเปล่าวะ กูควรไปตรวจฉี่ตรวจเบาหวานด้วย



“I care about you because you are my...friend”



มันห่วงเพราะผมเป็นเพื่อนมัน



ริมฝีปากหนาได้รูปพึมพำภาษาอังกฤษต่อแต่ผมไม่ค่อยได้ยินเท่าไรเพราะเบามาก



“You are my chubby Noopook.”



“หะ?” ผมกระดิกหูถาม



“...” มันเงียบไปอีกแล้วอะ ฮืออออออ



“โรห์ พุกขอโทษ…” ผิดก็รู้ตัวต้องขอโทษ



“...”



“ขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วง” ผมจับแขนข้างซ้ายของมัน



ได้ยินเสียงถอนหายใจเฮือก “I am glad that you are still fine.  You do not know how much I was worry about you when I saw that car approaching to you” เสียงมันยังเข้มจัดแต่สั่นเครือเบาๆ “I was scared to death”



ผมจับเสียงได้ว่ามันคงกลัวจริงๆ กูยังกลัวจนเป็นลมอะคิดดู



“ไอแอมโซซอรี่”



ฝ่ามืออวบวางลงฝ่ามือใหญ่กว่าที่มันวางบนตักตัวเอง เพียงครู่เดียวฝ่ามือสีน้ำผึ้งพลิกหงายจนมือผมถูกกุมเอาไว้ นิ้วเรียวยาวสอดเข้าไปตามร่องนิ้วของผม ผมมองเสี้ยวหน้าคมเข้มแล้วยิ้มให้ สุดท้ายมืออวบของผมก็สอดนิ้วลงเข้าไปบ้าง



มือที่สอดประสานกันพร้อมกับความรู้สึกอบอุ่น ความรู้สึกที่ก่อขึ้นในใจตอนนี้คือ...



ดีแล้ว...ที่มีมันอยู่ข้างๆ



หาไม่แล้วใครมันจะมีปัญญาแบกกู!





“แค่ก…” หลังจากเป็นลมกลางถนน ไอ้โรห์อุ้มผมขึ้นได้ เป็นเรื่องที่กูจำไม่ลืม มันก็ผ่านมาสองสามวันแล้ว



นอกจากเป็นขี้หดตดหาย ตากฝนหัวเปียก ขนาดไอ้แขกให้กินยาดักเอาไว้แม่งเชื้อโรคยังแทรกซึมเข้ามาได้อะ ร่างกายช่วงนี้อ่อนแอเหลือเกิน



ผมน่าจะโดนหวัดแดกแล้วแน่นอน



อาการมันบอก ทั้ง น้ำมูกเริ่มไหล ไอค่อกแค่กๆ ขัดจมูก เริ่ทร้อนเห่อๆที่หัวตาและใบหน้า



“ไอ้พุกมึงไหวมั้ยเนี่ย” เสียงหึ่งๆของไอ้แห้งดังข้างๆ ไอ้ปองกุลมึงเป็นญาติแมงวันหรอวะ หึ่งๆได้ตลอดเวลา รำ!



หูเริ่มอื้อจนไม่ค่อยได้ยินอะไรเลยด้วย



“เงียบน่ามึง”



ไอ้แห้งมันเลยเลิกสนใจผมไป ตอนนี้ยังนั่งอยู่ในห้องเรียนครับเพราะอาจารย์ยังไม่เข้า ผมตะแคงหน้าลงกับแขนที่วางอยู่บนโต๊ะ เป็นท่าที่ใครดูก็รู้ว่ากูเตรียมหลับ แต่ก่อนจะหลับมีเรื่องอยากคุยกับไอ้ปองกุลสักหน่อย เมื่อกี้ลืมไป



“เออ...มึง...แค่กๆ” ไอแถมให้ด้วย



“ไร?” มันส่งสายตามาถาม



ผมเงียบลง มันรู้สึกตื้อๆ ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี จะถามว่าถ้าเกิดเจอเรื่องแบบที่ผมเจอจะต้องไปหาหมอไหม



“คือ...กูเริ่มไม่ถูกวะ”



“เอ้า ก็เริ่มง่ายๆสิวะ”



“พอดีกูมีเรื่องของ...เอ่อ...เพื่อนสมัยมัธยมอะ มันแบบมีเพื่อนสนิทมากๆคนหนึ่ง พวกมันสองคนอยู่ด้วยกันตลอด…”



“อ่าหะ”



“แล้วแบบ...เอ่อ...กูแทนมันว่าเอกับบีละกัน ไอ้เออะเป็นผู้ชายที่หน้าตา...ดีเลยล่ะ ส่วนบีเนี่ยไม่ค่อยวะ ออกจะทุเรศด้วยซ้ำ คือไอ้เอเป็นเพื่อนที่ดีมากคอยดูแลไอ้บีไง แต่แบบอยู่ๆไอ้บีก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ แบบ...ใจเต้นบ่อยเวลาไอ้เอมาทำดีด้วย จับมือถือแขนไรงี้” ผมเกาหัวแกรกๆ กระดากปากฉิบหาย “ไอ้บีมันเลยแบบกังวลว่ามันเป็นโรคอะไรหรือเปล่า”



“โรค?” ไอ้ปองกุลทำหน้าเอ๋อแดกใส่ผม



“ฮ่วย ก็แบบโรคหัวใจไรงี้”



“เดี๋ยวนะ กูขอตั้งสติ คือไอ้เอกับไอ้บีคือเพื่อนมึง แล้วไอ้บีใจเต้นกับไอ้เอเวลามาอยู่ใกล้ๆ? ใช่ไหม?”



ผมพยักหน้าหงึกหงัก



“นอกจากใจเต้นแล้วมีอย่างอื่นไหม?”



“อย่างอื่น?”



ไอ้ปองกุลทำหน้าครุ่นคิด “ก็แบบ...เพื่อนมึงแบบคิดถึงไอ้เอตลอดเวลาไหม แบบเขาจะอยู่ไหน ไปกับใคร ทำอะไรอยู่”



อืม...ผมก็คิดถึงไอ้โรห์ตลอดเวลานะ แบบเหมือนเป็นห่วงเพื่อน กินข้าวยัง ตอนนี้อยู่ไหน มันเหมือนเป็นความเคยชินอะ



“ก็มีนะ มันเคยชินอะ แบบพวกมันอยู่ด้วยกันเกือบตลอด”



“แล้วมีแบบไม่ชอบให้คนอื่นมองไอ้เอหรือไอ้เอมองคนอื่นไหม หรือประมาณว่าแบบเห็นเขาอยู่กับคนอื่นแล้วรู้สึกยังไง”



อันนี้ ไม่รู้สิ ไอ้โรห์ก็อยู่กับผมตลอด ไม่เคยเห็นมันมองใครเลยอะ



“ไม่นะ เพราะไอ้เออยู่ติดกับไอ้บีตลอด”



ไอ้แห้งเริ่มขมวดคิ้วออกอาการเซ็งๆ “งั้นคำถามสุดท้าย...ถ้าไอ้เอหายไปหรือไม่มายุ่งวุ่นวายกับไอ้บี ไอ้บีรู้สึกยังไง”



ผมชะงักไป! ไอ้โรห์จะหายไปคือไม่มาเจอหน้ากันหรอ? ไม่มาหากัน ไม่ซื้อข้าวมาฝาก ไม่พาไปหาอาม่าที่เยาวราช ไม่ให้ไปนอนคอนโดสุดหรูของมันแล้ว ไม่มีใครแบกผมเวลาเป็นลมอีก



แค่ลองคิดว่า...ไอ้แขกจะหายไปจากชีวิต ทำไมผมถึงปวดใจยิ่งกว่าตอนใจสั่นอีกอะ ปวดหนึบจนขนลุก



ผมยังนึกภาพไม่ออกเลยว่า…ชีวิตที่ไม่ได้เจอไอ้โรห์แล้วผมจะรู้สึกยังไง…



“คง...รู้สึกแย่ฉิบหายเลยว่ะ”



ผมหายใจไม่ค่อยออก...ไอ้ปองกุลมองผมแล้วยิ่งขมวดคิ้ว



“มีงจะทำหน้าเหมือนหมาเมายาเบื่อทำไม นั่นมันเพื่อนมึงไม่ใช่มึงนี่!”



ผมสะดุ้ง...เออ ใช่ๆ นี่มันเรื่องของไอ้เอกับไอ้บีนี่หว่า ไม่ใช่กู



“สรุปไอ้บีไม่ได้เป็นโรคอะไรใช่ไหมวะ?” ขอบทสรุปให้กับเรืองของเอบีหน่อยสิ



“เป็น…” ไอ้ปองกุลพูดเสียงเครียด



เอ้า ฉิบหาย กูยังเป็นโรคอยู่หรอวะ



“โรคไรวะ”



ไอ้ปองกุลทำหน้าเครียด “โรคโง่ไงล่ะมึง”



“มีโรคโง่ด้วยหรอวะ” กูยิ่งงงเข้าไปใหญ่ เหมือนโดนมันหลอกด่ายังไงไม่รู้



“มีสิไอ้ห่า โรคโง่...โง่ที่ไม่รู้ว่าตัวเองหลงรักอีกคนยังไงล่ะ”



เฮ้ย! ห่านจิก!



หลงรักเหรี่ยอัลไลลลลล ขอวิบัติเพื่อความสมจริงของอาหารตื่นตระหนกตกใจอย่างหาที่สุดมิได้



“ล...หลงรัก?!”



กู + ไอ้โรห์ = หลงรัก



กู + หลงรัก =ไอ้โรห์



กู + xyz = หลงรักไอ้โรห์



โรห์ + กู = xxx



เฮ้ย! สมการส้นตีนอะไรตีกันในหัวกูเนี่ย



“เออ มึงเชื่อกูเหอะ…” มันตบบ่าผมปักๆ “ไอ้บีมันรักไอ้เอชัวร์ ว่าแต่เพื่อนมึงเป็นเกย์หรอวะ”



ผมตัวสั่นเทือม...ไม่จริงน่า กูนี่นะ คนอย่างหนูพุกเนี่ยนะ ไม่มีทาง!



“ไอ้เชี่ย! กูไม่ได้รักมัน! แล้วกูก็ไม่ได้เป็นเกย์ด้วยเว้ย!” ผมตะโกนเสียงดัง บุกพรวดพราดจนไอ้ปองกุลตาเหลือก มันรีบกดไหล่ผมให้นั่งลงเพราะคนในห้องเรียนหันมามองเกือบหมด ดีนะอาจารย์ก็ยังไม่มา ไม่งั้นกูได้โดนแบบ นักศึกษาคนนั้นเชิญออกไปสงบสติข้างนอกด้วย



“ไอ้ห่ามึงจะเสียงดังทำไมวะ!” ไอ้ปองกุลนี่ถ้าตบหัวผมได้มันคงอยากทำไปนานแล้วล่ะผมว่า



กูถึงกับรีบดึงสติแป๊บ ยุบหนอ พองหนอ มันเป็นเรื่องของไอ้เอกับไอ้บีไม่ใช่เรื่องของกู สะกดจิตตัวเองเอาไว้



“มึงแม่งแปลกๆนะวันนี้ ตั้งแต่เอาเรื่องนี้มาถามกูแล้ว” ไอ้แห้งหรี่ตามอง เชี่ยทีนี้เสือกจมูกไว



ผมทำตาล่อกแล่ก “กูเป็นหวัดไงไอ้ห่า สมองตื้อๆ” แกล้งไอด่อกแด่กเป็นการประกอบ



ผมค่อยๆสูดลมหายใจพยายามสงบสติอารมณ์ ไอ้เรื่องที่คุยกับไอ้ปองกุลเมื่อกี้ปล่อยให้ลืมๆไปซะ



ตอนนี้รู้แค่ว่าไอ้ปองกุลแม่งไม่ใช่นักปรึกษาที่ดีเท่าไร พูดมาได้รักเริกอะไร เพ้อเจ้อ คนอย่างกูนี่นะจะรักไอ้โรห์



ถึงจะรักจริง...แต่มันคงไม่เอากูหรอก!



เดินคู่กันแค่นี้คนก็เรียก...ตือโป๊ยไก่กับซัวเจ๋งแล้วไอ้เชี่ย เฮ้ยแต่กูขอค้านหน่อย! ไอ้โรห์หล่อกว่าซัวเจ๋งเยอะเลยนะ



เพราะงั้นกูกับมัน ไม่...เหมาะกันเลยสักนิด



แต่ฉิบหายเอ๊ยยยย!



ทำไมกูปวดใจขนาดนี้วะ!



...แค่เพราะเราสองไม่เหมาะสมกันอย่างนั้นหรอ?...

 


 


ผมพล็อยหลับไปเพราะอาการป่วยๆของตัวเองตอนที่อาจารย์เข้ามาในห้องแล้ว ก่อนหลับผมบอกไอ้ปองกุลว่าฝากจดเลคเชอร์ด้วยเดี๋ยวค่อยเอามาลอกทีหลัง



ผมรู้สึกนอนไม่สบายตัวเลยมันครั่นเนื้อครั่นตัวจนรู้สึกไม่ดีเลย แถมแอร์ในห้องก็หนาวมากจนผมต้องขดตัวมากขึ้น หัวหนักๆจนต้องทิ้งหัวลงบนโต๊ะตลอดเวลา



“พุกๆ มึงไหวไหม?” แรงเขย่าทำให้ผมร้องอืออา ขยับตัวหนีเสียงหึ่งๆของไอ้ปองกุล



“อืม…” ผมครางเสียงแผ่ว รู้สึกร่างกายอ่อนเปรี้ยไปหมด



“มึงไข้ขึ้นว่ะ” มือเย็นๆแห้งๆแปะลงมาบนหน้าผากของผม รู้สึกเย็นดีเลยจับมือมันเอาไว้เหมือนเดิม



“อืม…” ผมขยับตัวหาที่สบายๆเพื่อจะได้นอนสบายขึ้น แล้วก็หลับไปอีกรอบ



“ไอ้ไม้เสียบมึงจะพามันกลับหอยังไงเนี่ย”



“กูยังไม่รู้เลยเนี่ย แม่งหลับสนิทเลย”



“มึงปลุกมันได้ไหม พามันไปรถกู เดี๋ยวพาไปส่ง”



“เออได้ๆ”



“เออ”



“เฮ้ย! เดี๋ยวนะมึงไอ้ชะรีฟมันโทรมา” พอปองกุลรับโทรศัพท์ “ไอ้ชะรีฟฟ้ามาโปรด ไอ้พุกน่ะหรอ มันหลับอะ มันไม่สบายไข้ขึ้น กูกำลังจะพามันกลับหอแล้ว”



“มึงจะมารับหรอ โอเคได้ๆ เดี๋ยวรอในห้องเรียน ชั้นสองนะ พุกมันหลับ ไม่อยากปลุก”



“พุก ไหวไหม?” เสียงทุ้มเข้มดังไกลๆ แต่ผมเริ่มคุ้นหู



“อือ…” ผมคราง ค่อยขยับตัว อยากจะลืมตาแต่ตาหนักจนเปิดไม่ไหว รู้สึกร้อนๆไปหมด



มือเย็นแต่ใหญ่กว้างไม่เหมือนมือไอ้แห้งสักนิด ลูบหน้าผากเลยไปถึงกลุ่มผมจนรู้สึกสบาย



“ตื่นนะ เดี๋ยวเรากลับหอกัน” กลับหอหรอ? คิดถึงเตียงนุ่มๆผ้านวมหอมกรุ่น อยากจะฝังตัวลงเตียงไปเลย



“โรห์” ผมขยับเปลือกตาร้อนๆขึ้น ลำคอร้อนแต่แห้งผาก ริมฝีปากเริ่มแตกเพราะหนาว



“นี่เป็นหวัดแล้วยิ่งมาตากแอร์เย็นๆไข้ขึ้นเลย” เสียงบ่น ผมเลยหันหน้าหนี รู้แล้วว่าไม่สบายอะ จะบ่นอีกทำไม



ผมลืมเต็มตามอง ในห้องเหลือคนอยู่ไม่กี่คนคงเพราะเลิกเรียนแล้ว ดีว่านั่งหลังๆอาจารย์ไม่มาเพ่งเล็ง เห็นไอ้โรห์นั่งอยู่เก้าอี้ข้างๆ มีไอ้ปองกุลยืนอยู่ข้างๆเป็นไอ้เดือนสาขา ผมขมวดคิ้ว เดี๋ยวนี้ตัวติดกันจังวะ แต่ตอนนี้เวียนหัว ขี้เกียจคาดคั้น เอาไว้หายดีก่อนนะพวกมึง



ร่างสูงใหญ่พยุงร่างแน่นเนื้อนิ่มของผมขึ้น ไม่ถึงกับต้องอุ้มนะครับเพราะผมยังเดินได้อยู่และยังไม่อยากให้มันหลังเดาะกลางมหาลัย ผมว่าผลพวงจากวันนั้นที่มันอุ้มผมหลังมันอาจจะไม่หายดี อันนี้เดาเอานะครับ ฮ่าๆ



“เดี๋ยวกูไปหอมันด้วย” ไอ้ปองกุลบอก มันขอเจ้าของรถอย่างไอ้โรห์ว่าจะนั่งไปด้วย



“เฮ้ย! แล้วมึงจะทิ้งกูหรอวะ” ผมมองไอ้เดือนสาขาโวยวายไอ้แห้ง



“มึงก็กลับหอมึงไปก่อนสิวะ”



“แล้ววันนี้มึงจะไม่ไปกินเสต็กร้านที่กูจะพาไปหรอวะ” เฮ้ย! มึงจะไปแดกไรกันไม่เห็นเรียกกูเลย



“ไปด้วยดิ แค่กๆ” พวกมันหันมามองผม “ก็เสต็กอะ อยากกิน” ถึงจะเพิ่งกินมาแต่ก็กินได้เรื่อยๆ



“หนูพุก ขึ้นรถได้แล้ว” ผมมองคนพูดหน้าดุ เสียงก็ดุ อะไรวะแค่พูดเล่นเอง ไม่เห็นต้องดุเลย ผมสอดตัวขึ้นรถไป มองไอ้เท่กับไอ้ปองกุลที่ยังตกลงกันไม่ได้



สุดท้ายผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นอีกเพราะผมขึ้นรถปุ๊บก็หลับคร่อกไปเลย



++++++++++++++++++++++++++ 100% +++++++++++++++++++++++++++++


สวัสดีค่า


วันนี้วันเสาร์เนอะ เราเอาอีกครึ่งตอนที่เหลือมาฝากกันค่ะ ตอนนี้ยัยหนูมันเอาปัญหาชีวิตหนักพุงหนักตูดของมันมาปรึกษาปองกุล แต่ดูแล้วอหนูดูมันจะไม่ยอมรับความจริงอะไรทั้งสิ้นนั้น ฮ่าๆ อิหนูคนซื้อบื้อ ยอมใจเลย มีใครบื้อได้เท่าอิหหนูอีกมั้ยยยยยย ฮ่วยยยยยยย

ปล. เอ้า ทุกคนเตรียมตะเกียบไว้ให้พร้อมนะ ตั้งแต่ตอนหน้าเราจะพาตั้งน้ำร้อนให้เดือด เราจะมาต้มยำยำจัมโบ้ รสหมูสับกัน ฮ่าๆ หรือจะเป็นไวไวควิกรสต้มโคล้งดี อิอิๆ เอ...หรือว่าไม่ต้มอะ ไม่รู้อะว่าต้มหรือไม่ต้มน้ำดีกว่ากันอะ ต้องติดตามกันต่อไป

ปล. คอมเม้นมาได้เลยน้า คอมเม้นมาเยอะๆ คนเขียนชอบอ่านมาก ขอแบบหนึ่งหน้าเอสี่เลยได้มั้ยอะ อยากอ่านคอมเม้นของคนอ่าน ฮืออออออ พลีสสสสส


ปล. เผื่อใครไม่เคยเห็นเซียงเพียงอิ๊วและกวางลุ้ง เราแปะภาพไว้ให้ดูนะคะ


  เซียงเพียงอิ๊ว


  กวางลุ้ง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 479 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,695 ความคิดเห็น

  1. #1692 Fahkk_Sai (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 21:11
    ตอนแรกเข้าใจว่าเซีงเพียงอิ๊วคือยี่ห้อของซีอิ๊ว ก็ว่าอยู่ซีอิ๊วหกใส่ตัวทำไมทนได้อยู่555
    #1,692
    0
  2. #1682 Xialyu (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 13:19
    อิจฉาดูแลดี อิอิ
    #1,682
    0
  3. #1603 CallistoJpt (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 23:21
    หนูพุกอย่าดื้อชะรีฟอีกนะ ชะรีฟเป็นห่วงจะแย่แล้ว
    #1,603
    0
  4. #1474 nuang1 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 12:36
    เรานี่นึกว่าหนูพุกแค่อวบๆ ไม่อ้วนกำลังน่ารัก
    #1,474
    0
  5. #1308 «PhuengAugust» (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 10:13
    ฮรือออ อิน้องตั้งสติค่ะ ตั้งสติ
    #1,308
    0
  6. #1275 Ryze (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 23:45
    เราว่าฉากนี้ใส่โจ๊กล้อเล่นของหนูพุกเยอะไปนิดอ่ะ เกือบจะดูไม่สำนึกแล้วน่ะค่ะ
    #1,275
    0
  7. #1252 chandio (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 13:13
    ดูแลดีตลอดดดดดดดด
    #1,252
    0
  8. #1240 GottomonEye (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 01:30

    อย่กได้โรห๋ ดูแลดีเหลือเกิ๊นนน หนูพุกก็ยังไม่เก็ทอีกว่าเค้าร้ากกก

    #1,240
    0
  9. #1130 agasep2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 14:12
    หนูถามโรห์ก่อนสิคะ หืออออ อย่าพึ่งคิดเองงง
    #1,130
    0
  10. #1027 lvsj (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 19:11
    หนูพุก เราก็ชอบกวางลุ้งงง 55555
    โอยยย ตอนหนูพุกคิดว่าไม่เหมาะสมกันนี่ใจแป้วเลยค่ะ งือออ TT
    #1,027
    0
  11. #616 atom190023 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 17:41
    อย่าม่าก็พอเราขอออ
    #616
    0
  12. #614 fatsugar-louve (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 21:11
    พอหนูพกบ่นเรื่องเหงื่อ นี่เหมือนได้กลิ่นตามมาด้วยเลย 555555 ฟาโรลนางก้อนักของนาง
    #614
    0
  13. #613 fatsugar-louve (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 21:10
    จะมีดราม่าไหมคะ? อยากให้เรื่องจะได้ดูเรียลขึ้น เข้มข้น แม้ว่าทั้งสองคนก้อดูรวย แต่ฟาโรล์ พี่ที่คณะต้องมีจับเทอจิ้นกับดาวคณะกรือผญ บ้างสิ
    #613
    0
  14. #612 tiktok (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 00:31
    มาม่าไม่ดีต่อสุขภาพ (ใจ) ค่ะไรท์
    #612
    0
  15. #610 gabriel.la(: (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 20:52
    ฮืออยากกินสเต็กด้วย55555 ยัยหนูชอบทำตัวให้โรห์เป็นห่วงตลอดเลยน้า น่าตีจริงๆ
    #610
    0
  16. #605 Rujie Taew (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 19:24
    หนูพุกรู้ตัวแล้ว แต่!!! นางก็มีความป๊อด มีความไม่ยอมรับอ่ะนะ แต่ก็เข้าใจ โรห์ทั้งหล่อทั้งแสนดีขนาดนั้น เปนใครก็กลัวแหละ เราขอร้องเถอะนะ พลีส~ อย่าต้มมาม่าเลยค่ะ ไม่อร่อย ไม่มีสารอาหาร หนูพุกต้องไม่ชอบกินแน่ :)
    #605
    0
  17. #602 pitchanana (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 19:02
    รอค่าาาา
    #602
    0
  18. #598 mamieweiei (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 09:52
    งุ้ยยยไหนๆหนูพุกก็รู้อาการตัวเองแล้วงั้นก็รู้อาการของโรห์ไปด้วย แค่เพื่อนกันเขาคงไม่มาตามประคบประหงมระดับความดูแลเอบวกๆหรอกนะหนูพุกกก ไม่อยากกินม่าเลย ไม่ขอเส้นอืดนะคะฮื่อออ
    #598
    0
  19. #597 HGR-horntail (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 08:42
    ไม่เอามาม่าน๊าาาาา รออ่านนะคะ
    #597
    0
  20. #595 Fernbenben (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 01:04
    พุกจะต้มมาม่ากินเองใช่มั้ย โอ๊ยยยยย ไม่ต้องจัดมรเยอะนะคะไรท์ ฮือออออ ยิ่งซื่อๆอยู่ แล้วมาคิดว่าไม่เหมาะสมกันแล้วด้วย กัดผ้า ไม่เอามาม่าจัมโบ้น้ำข้นนะ ปิ๊งๆ ก่อนจากตอนนี้...พ่อยอดชายคิดถึงมากกก จุ๊บๆ
    #595
    0
  21. #594 Nest (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 00:26
    ขี้หวงงงง
    #594
    0
  22. #593 Paeng Jaa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 23:00
    ไม่กินมาม่าาาา ท้องอืดดดดดด ปล่อยความใสซื่อของหนูพุกไปแบบนี้ก่อนน อยากเห็นคุณชะรีฟรุกหนักค่ะะะะ
    #593
    0
  23. #592 Baitoey Za (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 22:02
    ไม่เอามาม่านะไรท์ ถ้าจะมาม่าขอแบบไม่มาก จบในตอนแล้วแถมตอนหวานๆเพิ่มให้จะดีมาก 55555
    #592
    0
  24. #591 Sakuya Akanishi (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 21:15
    เราไม่กินมาม่า ม่ายอาววววววววส
    #591
    0
  25. #590 y.phee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 20:55
    ไม่เอามาม่ารสต้มยำนะ มันเผ็ดเกิน 555555 ขอแบบรสหมูสับนะคะ
    #590
    0