M.U.T.E. ไล่ล่าในความเงียบ

ตอนที่ 4 : บทที่ 3 เพื่อนสนิท (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 146
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    13 เม.ย. 59


บทที่ 3 เพื่อนสนิท






อนรรฆวีเล่าเรื่องทุกอย่างให้ลฉัตรฟัง ตลอดเวลาที่อนรรฆวีเล่า ลฉัตรยกมือขึ้นประสานกันบนตัก แม้อีกฝ่ายจะนิ่งเงียบไปพูดขัดอะไรเหมือนกับเป็นผู้ฟังที่ดี แต่นัยน์ตาของลฉัตรเหม่อมองไปที่รูปจิตรกรรมแขวนผนังซึ่งอยู่ผ่านหลังเขาไป อนรรฆวีไม่ถือ เขารู้จักนิสัยเพื่อนดี


“นายคิดว่า” ลฉัตรว่าเมื่อเพื่อนเล่าเรื่องที่ไม่ได้ยาวและซับซ้อนอะไรมากจบ “รูปที่แขวนอยู่ด้านหลังมันเบี้ยวๆไปหน่อยรึเปล่า”


อนรรฆวีหันกลับไปดู “ไม่” เขาว่า “นายคิดไปเอง”


“ฮืม” ลฉัตรรับคำ ยังไม่ละสายตามาจากรูปภาพนั้น “นายคิดว่าทำไมคราวนี้คนพวกนั้นถึงตามตัวนายได้เร็วกว่าทุกครั้ง”


“ไม่รู้สิ” อนรรฆวีโล่งอกที่เพื่อนยังสนใจเรื่องที่เขาเกือบโดนยิงหัวแบะในบ้านตัวเองอยู่บ้าง “หรือว่าพวกนั้นเริ่มรู้ตัวแล้ว”


“นายไปเผยไต๋อะไรให้พวกนั้นรู้ตัวรึเปล่า” ลฉัตรถามต่อ อนรรฆวีคิดตาม


“ก็เป็นไปได้”


“เป็นไปได้เหรอ”


“นายก็รู้ว่าหาข้อมูลพวกนี้มันเสี่ยง” อนรรฆวีแบมืออย่างยอมแพ้ “ถ้าไม่เสี่ยงก็ไม่รู้อะไร”


“ก็จริงของนาย” ลฉัตรยอมผละสายตาออกจากรูปภาพแล้ว เขายกแก้วขึ้นจิบ “ดีนะที่สัญญาณเตือนภัยของฉันช่วยชีวิตนายไว้”


“ไม่ต้องรีบร้อนทวงบุญคุณขนาดนั้นก็ได้มั้ง” อนรรฆวีหรี่ตามองอีกฝ่าย


“เปล่าสักหน่อย ฉันแค่กำลังจะบอกว่าอุปกรณ์อิเลคทรอนิคของฉันน่ะสมบูรณ์แบบ”


“ยังถ่อมตัวเหมือนเดิมเลยนะ” ตามปกติแล้วอนรรฆวีไม่ใช่คนช่างกัด เขาค่อนข้างจะพูดน้อยเสียด้วยซ้ำ แต่อยู่กับเพื่อนคนนี้ทีไร ต้องปะทะฝีปากกันทุกที อีกฝ่ายหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดีก่อนจะพูดอย่างจริงจังขึ้น


“นายไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว”


ดลธีกำลังเดินกลับมาที่ห้องโถงตามลูโบ้ที่ค่อยๆเคลื่อนที่มาหาผู้เป็นนายเพื่อส่งงานที่ได้รับมอบหมาย เด็กชายอยู่ในชุดนอนสีฟ้าอ่อนที่ถูกตัดเย็บแบบลวกๆ ท่าทางของเด็กชายดูผ่อนคลายมากขึ้นและเมื่อสบายใจสบายกายความง่วงก็เข้าครอบงำเขาทันที


“พาเด็กไปนอนก่อนไหม” ลฉัตรว่า “นายให้เขาใช้ห้องชั้นสองก็ได้”


อนรรฆวีเดินนำดลธีขึ้นบันไดไปอย่างเชื่องช้า เด็กชายตามเขาขึ้นไปอย่างไม่เกี่ยงงอน ตาทั้งสองข้างปรือเหมือนจะหลับลงไปได้ทุกเมื่อ ทันทีที่ดลธีล้มตัวลงนอน เจ้าหนูก็ผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มมองเด็กหลงทางที่เขาไม่รู้ที่มาที่ไปอย่างหนักใจนิดหน่อย รู้สึกผิดที่เขาทำให้คนบนเตียงต้องติดร่างแหมากับเรื่องวุ่นวายของเขาไปด้วย


หากอนรรฆวียังไม่รู้ว่าตัวเขาเองก็กำลังจะติดร่างแหความวุ่นวายเพราะมีเด็กชายตัวจ้อยเป็นเหตุเหมือนกัน…


อนรรฆวีเดินกลับมา ลฉัตรยังคงนั่งอยู่ที่เดิม แต่ข้างตัวชายหนุ่มมีกระเป๋าลากใบเล็กที่ที่มีขนาดหิ้วขึ้นเครื่องได้


“นายน่าจะซื้อเครื่องบินส่วนตัวนะ” อนรรฆวีว่า เพื่อนเขาเดินทางออกนอกประเทศบ่อยเหลือเกิน


“จริงๆก็คิดอยู่” ลฉัตรตอบหน้าตาเฉย “แต่ถ้ามีเครื่องบินส่วนตัวก็ต้องมีนักบิน แล้วยังต้องมีสนามไว้ลงจอดอีก ฉันเพิ่งรีโนเวทสระน้ำหลังบ้านเสร็จเองนะ รอเบื่อก่อนค่อยเอาออกแล้วเปลี่ยนเป็นที่ลงจอดแล้วกัน”


เพื่อนสนิทของคนพูดส่ายหน้า ไม่ค่อยจะอวดร่ำอวดรวยเล้ย


“แล้วนี่นายจะเอายังไงกับเด็กคนนั้น” ลฉัตรถามขึ้นมาอีก “คงไม่ได้คิดจะพาไปส่งสถานีตำรวจอยู่หรอกใช่ไหม”


“ถ้าไม่ทำงั้นแล้วฉันควรทำไง” อนรรฆวีตีหน้าซื่อ ลฉัตรถอนหายใจเฮือก


“นายเฉียดเข้าไปใกล้พวกนั้น...” เขายกมือขึ้นมาข้างหนึ่งแล้วทำสัญลักษณ์เป็นรูปปืนที่ถูกยิงออกไป “ปิ้ว… เดินไปให้เขาเก็บชัดๆ”


แน่นอนว่าการที่เดินเอาตัวเองไปหาตำรวจในขณะที่โดนตามฆ่าจากกลุ่มคนอำนาจบาตรใหญ่ล่ะก็นะ...ไม่ใช่เรื่องที่คนฉลาดเขาทำกันแน่นอน


ตำรวจชั้นผู้น้อยมีหน้าที่ทำตามคนใหญ่คนโต ในเมื่อถูกยัดเงินให้ทำเรื่องผิดกฏหมายโดยมีคนหนุนหลังละก็ ต่อให้เป็นเทวดาอย่างไรก็ไม่รอด


กฏหมายเฮงซวยที่มีเอาไว้จับคนจน รังแกคนอ่อนแอ แต่กลับเอื้อประโยชน์ให้คนใหญ่คนโตราวกับเป็นกฏหมายเสียเอง!


“ไม่ใช่ตำรวจทุกคนที่เป็นแบบนั้น” เขาหวังว่านะ...ที่พูดแบบนี้เพราะเขาเองก็มีเพื่อนเป็นตำรวจเหมือนกัน และจนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ ลฉัตรยักไหล่


“นายคงได้เจอแต่คนดีๆหรอกมั้ง พอไปถึงน่ะ”


“แล้วจะทำไงกับเด็กนี่ ฉันเลี้ยงเด็กไม่เป็นนะ แต่ตอนนั้นฉันรู้แค่ว่าถ้าปลอยไว้เขาตายแน่” อนรรฆวีว่า “ฉันเห็นเลือดที่แก้มของเขาด้วยนะ ตอนที่เจอเขา ถึงมันจะไม่ใช่เลือดของเขา แต่ก็ไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลย เด็กคนนี้อาจจะเจออะไรสาหัสมา”


“อาจจะแค่บังเอิญไปเจอคนตีกันก็ได้” ลฉัตรว่า แต่สายตาของเขาไม่ได้คิดอย่างที่ตัวเองคิดเลย ปกติคนตีกันข้างถนนไม่ได้เลือดสาดขนาดจะมาโดนหน้าใครได้ นอกจากว่าคนคนนั้นจะเข้าไปยืนจ่อดูสถานการณ์นั้นอย่างใกล้ชิด


“นายไม่ได้คิดอย่างที่นายพูด” อนรรฆวีส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ เรียกให้อีกฝ่ายยักไหล่อีกที


“เอางี้ นายรอจนกว่าฉันจะกลับ” ลฉัตรหาทางออกได้อย่างสวยงาม “แล้วถึงตอนนั้นมาดูกันว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง”


“เอาไงก็เอา”


ก่อนจะออกจากบ้าน ชายหนุ่มผมบลอนด์ก็หันกลับมาทางเพื่อนรักของตัวเอง ถามอย่างนึกขึ้นได้


“แล้วนี่รถของนายยังอยู่รึเปล่า”


“อยู่ จอดห่างจากที่นี่หน่อย” อนรรฆวีตอบ “ทำไมเหรอ”


“แน่ใจนะว่าไม่ถูกตาม ไม่ถูกสะกดรอย”


“ไม่น่าจะเป็นอะไรนะ” อนรรฆวีตอบ เพื่อนของเขาพยักหน้า จริงๆแล้วรถคันที่เขาใช้อยู่ก็ได้มาจากเจ้าตัวนั่นแหละ ลฉัตรมีรถรุ่นเดียวกันนี้สำรองไว้หลายคัน มันเป็นรถที่ไม่ขึ้นทะเบียน เอาไว้เวลาที่เขาใช้ตามรอยใครหรือทำกิจกรรมผิดกฎหมาย


อืม… อันนี้คุณก็อ่านไม่ผิดอีกนั่นแหละ เพื่อนของเขาคนนี้ยังมีอะไรให้น่าแปลกใจอีกเยอะ ไว้จะค่อยๆเล่าให้ฟังแล้วกัน


“ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี” ลฉัตรว่าขณะก้าวออกนอกบ้าน ลูโบ้เคลื่อนที่ตามผู้เป็นนายไปเพื่อกล่าวอำลา


“นายก็เหมือนกัน เดินทางปลอดภัยนะ” อนรรฆวีรอจนกระทั่งลฉัตรเดินจากไป ชายหนุ่มจึงเดินขึ้นไปที่ห้องนอนห้องประจำที่เขาใช้เวลามาที่นี่ หัวถึงหมอนเขาก็หลับไปอย่างรวดเร็ว


หวังว่าคงไม่มีอะไรมาปลุกเขาก่อนจะถึงเวลาที่สมควรเหมือนไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานะ






◈◈◈◈


แสงแดดจากด้านนอกทะลุผ่านผ้าม่านที่เผยอออกจากกันเล็กน้อย อนรรฆวีลืมตาตื่นขึ้น เขารู้สึกว่าได้นอนอย่างเต็มอิ่มจริงๆก็คราวนี้นี่แหละ


เมื่อลุกขึ้นจากเตียงชายหนุ่มก็ตรงดิ่งเข้าไปในห้องน้ำที่อยู่ในตัวห้อง ทำภารกิจยามเช้าของตัวเองและเดินออกจากห้อง มองหาเด็กชายอีกคนที่เขาบังเอิญเจอเมื่อคืน เลิกคิ้วอย่างแปลกใจนิดหน่อยเมื่อเห็นว่าห้องโถงเงียบสนิท


เขาเดินลงมาที่ชั้นล่าง เปิดดูตู้และตู้เย็นเพื่อดูว่ามีอะไรพอเป็นอาหารเช้า… ไม่สิ อาหารเช้าควบกับอาหารกลางวันต่างหาก เพราะขณะนี้นาฬิกาบนผนังเรือนสวยกำลังบอกเวลาสิบเอ็ดโมงกว่า


อนรรฆวีไม่แน่ใจว่าเด็กซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลชั่วคราวของเขากินอะไรหรือยัง เขาจึงตัดสินใจลงมือผัดข้าวแบบง่ายๆวางทิ้งไว้ เขาไม่ใช่คุณชายแบบเพื่อนสนิทที่ทำกับข้าวยังต้องเรียกหุ่นลูโบ้มาทำให้และเขาตั้งใจจะเดินตามหาดลธีในบ้านที่หลังใหญ่เกินความจำเป็นหลังนี้


“สวัสดีค่ะ คุณอนรรฆวี” เสียงที่เรียกเขาแบบอิเล็กทรอนิกส์ทำให้ชายหนุ่มไหวตัวเล็กน้อย หุ่นยนต์สาวลูโบ้นั่นเอง “เมื่อคืนหลับสบายไหมคะ”


“สบายดี นี่เธอเห็นดลธีรึเปล่า”


“เห็นค่ะ” ลูโบ้ตอบด้วยน้ำเสียงโมโนโทน แหงล่ะ มันเป็นหุ่นยนต์นะ “เขาค่อนข้างมีปัญหาเล็กน้อย เขาไม่ฟังคำขอร้องของฉัน”


“ปัญหา?” ชักเริ่มสังหรณ์ไม่ดี “เขาอยู่ที่ไหน?”


“ทางนี้ค่ะ” ลูโบ้ตอบและเริ่มเคลื่อนที่นำเขาไป ส่วนล่างของมันมีเครื่องดูดฝุ่นติดอยู่อย่างที่ถูกโฆษณาเอาไว้ มิน่าล่ะ พื้นบ้านถึงได้สะอาดเกลี้ยงเกลาตลอดแบบนี้


ลูโบ้ปรับเปลี่ยนท่อนล่างของมันเล็กน้อยและเริ่มเคลื่อนที่ขึ้นบันได อนรรฆวีมองกลไกนั้นอย่างสนใจระคนทึ่งๆ ยิ่งพอนึกว่าเพื่อนสนิทของเขาสร้างหุ่นยนต์ตัวนี้ขึ้นมาด้วยแล้วยิ่งรู้สึกว่าเพื่อนของเขานี่ช่างสุดยอด


แต่ก็นะ… เพราะลฉัตรมีพลังจิตในรูปแบบของScientificซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มมีความสามารถในการประดิษฐ์และทดลองสิ่งต่างๆซึ่งมักได้ผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์ใจออกมาทุกที


แน่นอนว่าผู้คนที่มีพลังจิตในรูปแบบScientificนี้สามารถประดิษฐ์ของต่างๆที่น่าทึ่งได้ออกมาเช่นกัน แต่ไม่มีใครมีพรสวรรค์เท่าลฉัตร ชายหนุ่มทุ่มเทให้กับงานของเขามากมายเช่นกัน ผลงานที่ออกมาจึงเป็นที่ต้องการของท้องตลาดและขายดีเป็นเทน้ำเทท่า


อนรรฆวีเดินตามลูโบ้ไปและเริ่มขมวดคิ้วหนักขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดพวกเขาก็มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องห้องหนึ่ง


“นี่มันห้องของลฉัตร” เขาพูด เริ่มรู้สึกไม่ดีขึ้นมาจริงๆ


“ค่ะ คุณดลธีอยู่ที่ห้องนี้” อนรรฆวีเปิดประตูเข้าไป ห้องนอนห้องนี้กว้างขวางกว่าห้องอื่นๆในบ้านหลังนี้ เฟอร์นิเจอร์หรูหราถูกจัดวางไว้อย่างลงตัว ทุกส่วนของห้องนี้ดูสมบูรณ์แบบ ยกเว้นโต๊ะทำงานที่กองไปด้วยเอกสาร ถึงกระนั้นห้องของลฉัตรก็ยังดูดีราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด ราวกับทุกส่วนกำลังบอกกับเขาว่า รวย รวย และรวย


“ดลธี!” อนรรฆวีอุทานอย่างตกใจ เด็กชายใช้ที่วางเท้าเหยียบขึ้นไปวุ่นวายอยู่กับตู้เสื้อผ้า ดูเหมือนเด็กชายจะจัดการเรื่องที่ตัวเองกำลังทำอยู่เสร็จพอดี


เสื้อผ้าของลฉัตรในตู้ตอนนี้ถูกเรียงไปในแนวเดียวกัน สีของมันก็ถูกไล่เป็นเฉดแบบสีแก่ไปสีอ่อน อนรรฆวีขมวดคิ้ว ในขณะที่ดลธีค่อยๆลงจากที่วางขาอันนั้นแล้วยกมันไปวางไว้ที่เดิม ดูๆไปแล้วเด็กชายก็ดูเป็นเด็กดี รักความเป็นระเบียบใช้ได้…


รักมากขนาดต้องมานั่งไล่เฉดสีเสื้อผ้าหรือเรียงหนังสือตามตัวอักษร


ดลธีหันมาทางอนรรฆวี ไม่มองหน้าเขาตรงๆเหมือนเดิม แต่ชายหนุ่มเริ่มเข้าใจแล้วว่ามันหมายความอะไร เด็กชายกำลังมองหน้าเขาตามแบบฉบับของตัวเองนั่นแหละ เสียงท้องร้องดังขึ้นเล็กน้อย และมันไม่ได้มาจากเขา


“หิวแล้วสิ” เขาถาม อีกฝ่ายไม่ตอบอะไรตามเดิม “มาเถอะ ฉันทำข้าวผัดไว้ นายกินได้รึเปล่า”


ดลธีไม่พยักหน้าแต่ก็เดินตามชายหนุ่มไปต้อยๆ และเมื่อจานข้าววางลงตรงหน้าเขา เด็กชายก็ตักข้าวเข้าปากอย่างทุลักทุเลเล็กน้อย แต่อนรรฆวีเดาว่าเด็กชายคงหิวไม่น้อย เพราะนี่ก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว


พวกเขาสองคนไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากนัก อนรรฆวีที่ตามปกติแล้วในช่วงเวลาแบบนี้เขาต้องออกไปตระเวนตามที่ต่างๆก็ยังตัดสินใจที่จะอยู่ในคฤหาสน์ของเพื่อนสนิทตัวเอง บางครั้งเขาก็ต้องการเวลาพักผ่อนบ้างเหมือนกัน


ดลธีที่หลังจากกินข้าวเสร็จ เด็กหนุ่มก็เดินไปที่ลูกโลกจำลองขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของห้องโถงแล้วก็ไล่ปลายนิ้วไปตามประเทศต่างๆ ปากขมุบขมิบไปด้วย อนรรฆวีลอบมองการกระทำนั้นของดลธีอย่างสนใจเป็นเวลาสามสิบวินาทีแรกแล้วก็ผละไปหาหนังสืออ่านตามชั้นหนังสือของลฉัตร


ลูกโลกอันนี้เขาเคยค่อนเพื่อนของตัวเองไปครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว วันนั้นเขาได้มีโอกาสไปเยือนบ้านของเศรษฐีอีกคนที่รวยน้อยกว่าลฉัตรหน่อย บ้านหลังนั้นเองก็มีลูกโลกแบบนั้นตั้งอยู่ในห้องทำงานเหมือนกัน ดูเหมือนว่ามันจะเป็นอะไรที่เหมาะกับพวกคนรวยมาก เพราะมันใหญ่และไร้ประโยชน์สิ้นดี


แต่เมื่อผ่านไปพักหนึ่ง เด็กชายก็เดินมาหาเขาที่กำลังนอนยาวอยู่บนโซฟาหรูหราอ่านหนังสือในมือ ดลธีมีดินสอกับกระดาษที่อนรรฆวีไม่แน่ใจว่าเจ้าตัวไปเอามาจากไหน เมื่อมาถึง ดลธีก็นั่งลงกับพื้น เขียนอะไรบางอย่างลงในกระดาษแผ่นนั้น


‘ต้องไปโรงเรียน’


อนรรฆวีเบิกตากว้าง มองหน้าดลธีทีหนึ่งแล้วหันกลับมามองที่กระดาษอีกรอบ นี่เขาลืมนึกไปได้ยังไงกันว่ามีวิธีการสื่อสารแบบนี้ นั่นสินะ ไม่อย่างนั้นเด็กคนนี้จะสื่อสารกับคนอื่นๆรอบตัวยังไง


“โรงเรียนเหรอ” อนรรฆวีค่อยลุกขึ้นมานั่ง ดลธีไม่ตอบ ไม่มองหน้าเขา นัยน์ตายังเหม่อมไปที่ที่ไหนซักแห่งข้างๆเขา “ดลธี มองหน้าฉัน”


สายตาของเด็กชายยังคงอยู่ที่บริเวณด้านซ้ายของเขา แต่มันก็ใกล้กับสายตาเขามากกว่าเมื่อครู่


“ดลธี” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่หนักแน่น “มองตาฉันหน่อยได้ไหม”


ราวกับว่าน้ำเสียงนั้นค่อยๆสื่อไปถึงเด็กชายอีกคน ดลธีค่อยๆเลื่อนสายตามาประสานตากับอนรรฆวีแม้จะแค่แวบเดียวเท่านั้น แต่นั่นทำให้ชายหนุ่มรู้สึกดีขึ้น


“เรื่องโรงเรียน… ฉันว่าวันนี้นายไม่ต้องไปนึกถึงมันหรอก ถือซะว่าได้หยุดพักเล่นๆหนึ่งวัน โอเคไหม” ดลธีไม่พูดตอบอะไร อนรรฆวีพยายามเบี่ยงประเด็น “เอางี้ นายอยากอ่านอะไรรึเปล่า ถ้าเกิดว่านายเบื่อ”


ดลธีก้มลงไปเขียนอะไรอีกครั้ง ‘อยากทำพัสเซิล’


“พัสเซิลเหรอ” อนรรฆวีทวนคำอย่างแปลกใจ แต่ก็พยักหน้า “เดี๋ยวลองดูให้นะ”


เขาค้นๆตู้หนังสือของเพื่อน ลฉัตรเป็นคนที่ชอบเล่นปริศนาอะไรพวกนี้เช่นกัน ชายหนุ่มจึงพอมีหนังสือเหล่านี้ติดไว้บ้าง เขาส่งให้เด็กชาย ดลธีรับมันไปโดยไม่ไหว้อย่างที่เด็กๆที่ดีควรทำ แต่กับเด็กที่แม้แต่ตาของคู่สนทนาก็ไม่มอง อนรรฆวีจะว่าอะไรได้ล่ะ


เมื่อทุกอย่างกลับมาสงบสุขอีกครั้ง ชายหนุ่มก็หยิบหนังสือเล่มเดิมขึ้นมาอ่านต่อ อีกพักหนึ่งถึงได้มีเสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นมา


“ฮัลโหล” เขากรอกเสียงลงไปตามสาย “ว่าไง ลฉัตร”


“ข่าวที่บ้านนายโดนบุกเมื่อวานขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์” เสียงจากปลายสายตอบกลับ อนรรฆวีทำเสียงออกไป เหมือนแค่นหัวเราะ พูดประชดตอบ


“น่าแปลกใจตรงไหน ทุกคนดูชอบสอดรู้เรื่องชาวบ้านขนาดนั้น เหอะ”


“นั่นสินะ” ลฉัตรนิ่งไปอีกครู่หนึ่ง “นายได้เปิดทีวีดูบ้างหรือยัง”


“ยัง” วันนี้เขาปิดตัวเองจากข่าวสารทั้งหมด “บ้านฉันคงสวยน่าดูเลยสิ” สวยเป็นซากเลย ระเบิดลงเหมือนอยู่สงครามกลางเมืองขนาดนั้น


“และก็ยังมีข่าวว่ามีคนพบศพคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งถูกยิงตายอยู่ในบ้าน ส่วนลูกชายหายสาบสูญ เพราะไม่เจอศพ” ลฉัตรพูดต่อ ไม่สนใจคำพูดประชดติดตลกของเพื่อน “อยู่ในละแวกที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากนายเท่าไร”


“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน” แค่เรื่องของตัวเองเขายังเอาตัวไม่รอดเลย

“ฟังฉันพูดให้จบก่อน” เสียงปลายสายว่า “นามสกุลของสามีภรรยาคู่นี้น่ะ…” ลฉัตรพูดนามสกุลนั้นออกมา และนั่นทำให้อนรรฆวีนิ่งงันไป


“นั่นน่ะ นามสกุลของเด็กคนนั้นใช่รึเปล่า” ปลายสายถาม อนรรฆวีกลืนน้ำลายลงคอ


มันตรงกับชื่อ-นามสกุลบนสมุดของเด็กนั่นเปี๊ยบ


“ใช่”


“แปลว่าเลือดนั่นอาจเป็นเลือดของพ่อหรือไม่ก็แม่ของเขา” อนรรฆวีได้ยินเสียงกรอบแกรบที่ปลายสายพลิกกระดาษ “นายนพดลกับนางธีรตาหรือ เอาชื่อพ่อกับแม่มารวมกันตั้งเป็นชื่อลูก น่ารักดีนะ และเด็กที่หายสาบสูญที่ว่าก็คือเจ้าหนูนี่” ลฉัตรคิดว่าตัวเองเดาถูก100เปอร์เซ็นต์


“อาจจะไม่ใช่เลือดของพ่อหรือแม่เขาก็ได้” ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองมือเย็นเฉียบ นี่หมายความว่าดลธีเห็นฉากฆาตกรรมที่คร่าชีวิตพ่อแม่ของเขาต่อหน้าต่อตาเหรอ แล้วคงวิ่งตะเลิดออกมาแบบไม่คิดชีวิต อนรรฆวีหลับตาลง นึกสะท้อนใจถึงเด็กชายตัวจ้อยที่นั่งขีดๆเขียนๆอยู่บนโต๊ะ


“อ้อ คงเป็นเลือดของพวกมือปืนพวกนั้น ถ้างั้นน่ะ” ลฉัตรพูดประชด “ยังไงก็ตาม ฉันว่าเรื่องนี้ชักไม่ชอบมาพากล อย่าเพิ่งออกไปไหนนะ ฉันกำลังจะขึ้นเครื่องอยู่แล้ว แล้วจะไปเจอนายที่บ้าน”

“โอเค” อนรรฆวีรับคำ เคลื่อนไหวกันสองคนย่อมดีกว่าคนเดียว “แล้วฉันจะรอ”


ลฉัตรกลับมาถึงบ้านเร็วกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาในบ้านพร้อมกับกระเป๋าใบเดิมที่เขาเพิ่งลากออกไปไม่ถึงวัน ลูโบ้เคลื่อนที่มาหาผู้เป็นนายอย่างรู้หน้าที มันใช้แขนขยับเสื้อนอกของผู้เป็นนายออกทั้งๆที่อากาศข้างนอกร้อนใช่เล่นแท้ๆ ลฉัตรควงกุญแจรถมาเซราติคันสวยของเขา โดยปกติแล้วเขาใช้รถคันนี้เป็นรถประจำตัว


พวกคนรวย


“ทุกอย่างเรียบร้อยดีนะ?” ลฉัตรเอ่ยถาม เดือนไปที่ตู้เย็น หยิบน้ำแร่อย่างดีออกมาจากตู้เย็นแล้วรินให้ตัวเอง “ไม่มีใครมาจ่อปืนที่หัวนาย?”


“ทุกอย่างเรียบร้อยดี” อนรรฆวีพูดอย่างเบื่อๆ ไม่มีทางที่ใครก็ตามจะทำแบบนั้นได้แน่ในบ้านของประธานที.แอล.ซีได้แน่ ลฉัตรติดตั้งสัญญาณเตือนภัยไว้รอบบ้าน และเขาก็ไม่แน่ใจว่าเพื่อนรักของตัวเองติดของจำพวกเลเซอร์หรือระบบปืนอัตโนมัติเทือกๆนั้นไว้ไหม แต่ถ้าลฉัตรทำจริง เขาก็พอนึกภาพออก ลฉัตรไม่ชอบต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญนักหรอก ไม่เหมือนเขา… บ้านเขาถึงได้มีใครต่อใครบุกเข้ามาทำลายบ่อยเหลือเกิน


“เอาละ” หนุ่มลูกครึ่งผู้ดีดื่มน้ำอึกๆ “เอายังไงกันต่อดี”


“ฉันยังคิดว่าเราควรจะพาดลธีไปที่สถานีตำรวจอยู่ดี” อนรรฆวีว่าในขณะที่เจ้าบ้านหันไปมองเด็กชายที่กำลังแก้โจทย์ต่างๆด้วยความสนใจ ลฉัตรทำตาวาว


“ว้าว เด็กนี่เจ๋งใช่เล่นนะเนี่ย แก้โจทย์พวกนี้เร็วชะมัด”


“ลฉัตร” อนรฆวีพูดเสียงแข็งขึ้นมา


“แล้ว” เขายอมหันกลับมาคุยต่อ “ทำไมนายถึงคิดว่าเราควรพาเขาไปส่งให้ตำรวจล่ะ”


“เพราะเราดูแลเขาไม่ไหวน่ะสิ” พูดถึงตรงนี้อนรรฆวีก็เผลอถอนหายใจออกมาอีกรอบ “บางทีดลธีอาจจะมีญาติพี่น้องที่ไหน…”


“หรือบางทีเขาอาจจะได้เห็นฉากฆาตกรรมเมื่อคืน” ลฉัตรเสริมต่อ “แล้วบางทีคนพวกนั้นอาจจะกำลังตามล่าเขาอยู่”


“ตำรวจจะคุ้มครองเขาได้” อนรรฆวีเสริมต่อและเพื่อนของเขาเลิกคิ้ว


“มั่นใจจังนะ”


“นายก็รู้ว่าแค่นี้ฉันก็โดนพัวพันนู่นนี่นั่นวุ่นวายไปหมดแล้ว ไม่มีปัญญาจะรับเลี้ยงเด็กอีกคนหรอก ไม่อยากให้เขามาเสี่ยงไปด้วย”


“พูดอีกก็ถูกอีก” ลฉัตรผู้ที่ไม่ถูกกับเด็ก ไม่อยากรับเลี้ยงเด็กเหมือนกันพยักหน้าหงึกหงัก “งั้นก็ได้ ไป เอาเด็กใบ้นี่ไปส่งที่สถานีตำรวจ ถึงฉันจะมั่นใจว่าพวกนั้นจะสงสัยว่าฉันไปทำอะไรแถวๆที่ไปเจอเขามาก็ตาม นายก็รู้ว่าคนอย่างพวกฉันไม่ค่อยไปสถานที่แบบนั้นเท่าไร” คนอย่างพวกฉันเหรอ “แต่ก็เอาเหอะ พวกนั้นคงไม่ได้อะไรลึกซึ้งนักหรอกมั้ง”


“เรามีอย่างอื่นให้ต้องทำอีกเยอะ” อรรฆวีว่า พยายามข่มความรู้สึกผิดและเห็นใจที่มีต่อเด็กชายคนนั้นที่เขาเพิ่งเจอเมื่อคืน “ค่ำนี้ฉันจะไปหาหวาน”


“น้ำหวานยอดยาหยีของนายเหรอ” ลฉัตรยิ้มแต่อนรรฆวีจับน้ำเสียงล้อเลียนนั้นได้และตีหน้าบึ้ง


“อย่ายุ่งไม่เข้าเรื่องน่า”


“ว้า โกรธซะแล้ว” ลฉัตรยักไหล่ มองเข้าไปที่ก้นแก้วที่ว่างเปล่า “นึกว่านายคิดอะไรกับหวานซะอีก”


“ก็บอกว่าเป็นเพื่อนไง”


เรื่องความสัมพันธ์ของเขากับน้ำหวาน เพื่อนที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยมัธยมนั้นเคยก้าวข้ามผ่านคำว่าเพื่อนอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่เมื่อเห็นว่าไปกันไม่รอดพวกเขาทั้งสองคนก็กลับมาเป็นเพื่อนกัน เป็นเพื่อนที่สนิทมากกว่าแต่ก่อนเสียด้วยสิ


“เพื่อนก็เพื่อน” ลฉัตรยอมถอย ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้ “แล้วนี่จะไปหาหวานทำไม?”


ความจริงแล้วทั้งอนรรฆวี ลฉัตร และน้ำหวานต่างเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนกันมา ทั้งสามคนศึกษาอยู่ชั้นมัธยมเดียวกัน โดยเฉพาะอนรรฆวีและลฉัตรที่เป็นรูมเมทห้องเดียวกันมาก่อนเพราะเป็นโรงเรียนประจำ ลฉัตรไม่สนิทกับน้ำหวานเหมือนที่อนรรฆวีสนิท แต่ก็นั่นแหละ ลฉัตรไม่ค่อยสนิทกับใครนักหรอก แม้แต่กับอนรรฆวี เขายังใช้เวลาพอสมควรกว่าจะสนิทและเชื่อใจซึ่งกันและกัน


มองจากสายตาคนภายนอกแล้วลฉัตรคือลูกครึ่งที่ถือว่าตัวเองสูงส่งกว่าใคร เย่อหยิ่ง และไม่เคยใส่ใจความรู้สึกของใคร หากความเป็นจริงแล้วมีเพียงไม่กี่คนที่ลฉัตรใส่ใจ และคนจำนวนน้อยนิด ชายหนุ่มจะทุ่มเทให้กับคนคนนั้นเต็มที่


“ฉันจะขอให้เขาช่วยอะไรหน่อย” อนรรฆวีพูดตอบ “นายจะมาด้วยกันไหม?”


“จะดีเหรอ” ลฉัตรยิ้มแหย่ “จะไม่เป็นการขัดขวางการเดทของพวกนายแน่นะ?”


“ไร้สาระน่ะ” ชายหนุ่มส่ายหัว “ก็บอกว่ามีเรื่องจะขอให้เขาช่วย”


“เอ้า นายว่าไงก็ว่าตาม” คนผมบลอนด์ทองพูด “งั้นก่อนอื่น… เรื่องดลธีก่อนสินะ”
























--------------------------------------------------------------------------------
สุขสันต์วันปีใหม่ไทยนะคะ ทุกคน!
เนื่องด้วยโอกาสอันดีนี้(+มีคนทวงถาม ฮาา)เราจึงได้ฤกษ์มาอัพนิยายเรื่องนี้ต่อเสียที
ถ้าเป็นไปได้ จะพยายามอัพเรื่องนี้อาทิตย์ล่ะครั้งนะคะ แต่ไม่รับประกันนะ >.< แบบว่า... ยุ่งจริงๆ
ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดี แล้วก็ขอฝากเนื้อฝากตัวกันตลอดทั้งปีเลยค่ะ! XD
อย่าลืมคอมเม้นท์เป็นกำลังใจกันด้วยน้าาา~~
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25 ความคิดเห็น

  1. #23 Rimini (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 15:04
    รออออออออ
    #23
    0
  2. #19 SaiSineZaiZine (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 15:57
    ชอบบบ
    รออยู่นะ
    #19
    0
  3. #17 Shadowlock (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 13:45
    เด็กดีอ่ะ
    #17
    1
    • #17-1 Airin_and_Arpo(จากตอนที่ 4)
      14 เมษายน 2559 / 17:46
      เนอะ จะเด็กดีไปไหน 555555
      #17-1
  4. #16 yhafu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 20:54
    พัซเซิลล! สมเป็นดลธี เรานี่เมื่อก่อนขยาดมากอะ แต่ตอนนี้ต้องทนเพื่อเจ้าชาย(?)...รู้สึกชอบลฉัตรเป็นพิเศษจัง สเปค(?) ถถถ สนใ--//ดลธียังอยากไป รร.อีกหรอ...
    #16
    1
    • #16-1 Airin_and_Arpo(จากตอนที่ 4)
      14 เมษายน 2559 / 17:45
      อันนี้คือสงสัยมาก เพื่อเจ้าชายนี่ยังไง? 55555555
      พัซเซิลสำหรับเรานี่แล้วแต่ประเภทนะ บางอันก็ชอบ บางอันก็แบบ ไม่แตะเลย
      //แต่ก็เล่นไม่เก่งหรอกนะคะ 5555555
      ///ดลธีเด็กดีอยากไปโรงเรียน 55555
      #16-1
  5. #15 ตุ๊กตาตัวตลก.Joker (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 20:43
    ดลธีเก่งอ่าาา
    พวกนายคงไม่พาดลธีไปสถานีตำรวจจริงๆใช่ไหม?
    //รอต่อน้าา><
    #15
    1
    • #15-1 Airin_and_Arpo(จากตอนที่ 4)
      14 เมษายน 2559 / 17:44
      ดลธีเป็นเด็กเก่งค่ะ แต่เพี้ยน 555555
      #15-1
  6. #14 MaMoN. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 21:50
    รอด้วยคนค่าาาา ติดใจเรื่องนี้หนักมากก
    //โชตะค่อน ฮะ ยิ่งเด็กฉลาดแต่มีปัญหาไรงี้ น่าร๊ากกกก
    ///จะมีต่อไหมคะ?? รอต่ออยู่นะ ^^
    #14
    2
    • #14-1 Airin_and_Arpo(จากตอนที่ 4)
      12 เมษายน 2559 / 18:13
      โอยยยย ไรท์ก็อยากกลับมาเขียนเรื่องนี้ค่าาา แต่ตอนนี้พยายามดันอีกเรื่องให้จบอยู่ TvT
      ยังไงอดใจรอหน่อยน้าาา จะมาต่ออย่างแน่นอนค่าาา
      #14-1
    • #14-2 MaMoN.(จากตอนที่ 4)
      13 เมษายน 2559 / 09:36
      โอ๋ๆ ไรท์ ไม่เป็นไร รออยู่ค่ะ
      // คือทุกวันมานั่งปั้มยอดวิว 555
      /// นั่งเปิดหน้านี้ค้าง อยากอ่านก็คลิ๊กเข้า งงตัวเองมากก เพื่อออ 555
      #14-2
  7. #12 ตุ๊กตาตัวตลก.Joker (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 00:24
    ดลธีนี่มีอะไรให้น่าแปลกใจเยอะแหะ
    ส่วนอัคก็รวยนะ==
    //รอต่อนะ^^
    #12
    1
    • #12-1 Airin_and_Arpo(จากตอนที่ 4)
      31 มีนาคม 2559 / 15:18
      ธียังมีอะไรให้แปลกใจอีกเยอะค่ะ 555555
      //รอหน่อยน้าาาา TvT แงๆ
      #12-1
  8. #11 Yhafufuya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 20:10
    บางที่ธีอาจเป๋นเทพประจำตัวนายก้ได้นะอัค...เทพยาจ---แค่กๆ เห็นช่วงนี้ซวย ถถถ//ธีออกจะน่าลักกก(?)
    #11
    2
    • #11-1 Airin_and_Arpo(จากตอนที่ 4)
      31 มีนาคม 2559 / 15:17
      5555555 โถๆๆ น่าสงสารแท้ //ธีน่ารักเนอะะะ
      #11-1
    • #11-2 Airin_and_Arpo(จากตอนที่ 4)
      31 มีนาคม 2559 / 15:17
      5555555 โถๆๆ น่าสงสารแท้ //ธีน่ารักเนอะะะ
      #11-2