[BNK48 | TenSic] Dangerous OR | เรื่องเล่าห้องผ่าตัด

ตอนที่ 6 : ฉันรู้ เธอไม่รู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    24 ก.พ. 61

บทที่ 6
แพทย์หญิงเจนนิษฐ์


หลังจากที่อาบน้ำและทำธุระส่วนตัวเสร็จ เจนนิษฐ์ใช้เวลาตั้งแต่สองทุ่มหมกตัวอยู่ในห้องเพื่อสะสางงานที่คั่งค้างตั้งแต่ช่วงก่อนผ่าตัด เธอจำต้องนั่งแปลวารสารทั้งๆที่สมาธิแทบเป็นศูนย์ สมองของหมอดมยาตอนนี้ไม่สามารถทำงานอย่างที่ตั้งใจได้ เจนนิษฐ์นั่งมองกระดาษตรงหน้ากับเวลาในโทรศัพท์มือถือสลับกันไปมาทุกห้าที เจ้าของโทรศัพท์เพียงแต่รอเวลาที่เหมาะสมเพื่อจะพูดคุยกับเพื่อนสนิทในคืนนี้อย่างที่ตั้งใจไว้ และตอนนี้ก็เกือบจะห้าทุ่มแล้ว คนที่รออยู่คิดว่าปัญสิกรณ์เพื่อนสนิทคงจะว่างพอให้เธอทักไปหาเสียที

เจนนิษฐ์หยิบโทรศัพท์ตรงหน้าขึ้นมาและกดเข้าไปที่แอพพลิเคชั่นไลน์ทันที มีรายชื่อผู้ติดต่อเพียงไม่กี่คนที่เธอสนทนาด้วย หนึ่งในนั้นคือปัญสิกรณ์ผู้เป็นเป้าหมายในเวลานี้ เจ้าของโทรศัพท์ชั่งใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเริ่มพิมพ์ข้อความ  เธอควรจะเริ่มต้นอย่างไรกับการพูดคุยในครั้งนี้ดีเพื่อจะไม่ให้ดูเป็นการคาดคั้นฝ่ายตรงข้ามจนผิดสังเกต

ปัญ

อยู่เวรป๊ะ

รึว่านอนละ

เจนนิษฐ์เริ่มทักทายทั่วๆไป แบบที่เคยทำ แต่คู่สนทนาคงจะไม่ว่างในเวลานั้น ข้อความที่เธอส่งไปจึงไม่มีผู้อ่าน เจนนิษฐ์อยากจะพิมพ์ข้อความซ้ำๆ ลงไป แต่ดูจะเป็นการกระทำที่ผิดปกติเกินเหตุ หรือเธอควรกดโทรหาเพื่อนสนิทไปเลยในตอนนี้ แต่เรื่องที่อยากถามก็ดันไม่ได้เร่งด่วนจนรอไม่ได้ เจนนิษฐ์พยายามบอกตัวเองว่าเธอควรรอให้ปัญสิกรณ์เป็นฝ่ายทักกลับมาเองมากกว่า เพราะฉะนั้นตอนนี้เธอควรรอ และทำตัวให้อยู่ในความสงบ

เกือบครึ่งชั่วโมงต่อมาเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้น เจนนิษฐ์วางปากกาแล้วคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดทันที ปัญสิกรณ์ตอบกลับข้อความของเธอที่ได้ถามทิ้งไว้ ทำให้เธอรู้ว่าเพื่อนสนิทไม่ได้ทำงานในเวลานี้

เจนนิษฐ์ไถ่ถามเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดในห้องผ่าตัดเมื่อช่วงเช้าเป็นอันดับแรก และเธอก็โล่งใจไม่น้อยเมื่อเพื่อนสนิทแจ้งว่าผลเลือดของคนไข้ไม่มีอะไรผิดปกติ หมอดมยาอดไม่ได้จึงเทศนาหมอศัลย์ที่ไม่รู้จักป้องกันตนเองขณะเข้าเคสผ่าตัดไปพอสมควร ปัญสิกรณ์ดูรำคาญไม่น้อยที่ถูกบ่นเรื่องนี้ เป็นไปได้ว่าหมอศัลย์คงจะโดนใครต่อใครบ่นใส่มาแล้วหลายครั้งหลายคราว

เจนนิษฐ์หยุดนิ่งไปพักหนึ่ง เธอหมดเรื่องบังหน้าที่จะคุยแล้ว ต่อไปเธอควรเข้าเรื่องที่ตั้งใจจะพูดเสียที

เออ...

วันนั้นที่ฝากคุกกี้ไปอ่ะ

เจนนิษฐ์เริ่มเกริ่นไปแบบนั้น และปัญสิกรณ์ดูจะเข้าใจจุดประสงค์ หมอศัลย์รีบให้คำตอบผ่านตัวหนังสือกลับมาอย่างรวดเร็ว

ให้ทุกคนแล้ว

เป็นคำตอบที่กว้างเกินไป เจนนิษฐ์อยากให้พิมพ์เจาะจงรายคน ซึ่งเพื่อนสนิทก็ตอบมาราวกับรู้สิ่งที่เธอกำลังคิด

พี่เฌอฝากขอบคุณใหญ่เลย

คนอื่นล่ะ

เจนนิษฐ์พิมพ์ถามไปแบบหว่านแห เธอแอบหวังว่าเพื่อนสนิทจะลากเข้าเรื่องได้เองแบบที่เธอไม่ต้องเอ่ยชื่อของแพรวา และก็เป็นไปอย่างที่หวัง ปัญสิกรณ์เริ่มจากการเล่าว่าคุกกี้ของตนถูกพัศชนันท์กินจนหมด ส่วนคุกกี้กล่องสุดท้ายที่เจนนิษฐ์ฝากให้สครับเนิร์สนั้น ปัญสิกรณ์บอกว่าเธอไม่เจอแพรวา แต่ได้ฝากเพื่อนพยาบาลไปให้เรียบร้อยแล้ว

เจนนิษฐ์รู้ว่าแพรวาได้รับคุกกี้แล้วจากการพบกันโดยบังเอิญที่ห้องสมุด  แต่ก็เลือกที่จะไม่เล่าให้หมอศัลย์เพื่อนสนิทฟัง แถมยังแกล้งถามไปว่าปัญสิกรณ์กับแพรวายังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกันใช่ไหม

ก็พึ่งคุยวันนี้แหละ

เรื่องนี้เจนนิษฐ์รู้อยู่แล้วเช่นกันว่าทั้งคู่มีโอกาสพูดคุยกันมากกว่าที่แพรวาพูดคุยกับเธอเสียอีก แต่การพูดคุยของทั้งคู่เป็นในลักษณะไหนนั้นเธอไม่รู้ แพรวาอาจจะพูดคุยกับปัญสิกรณ์ในฐานะเพื่อนร่วมงานทั่วๆ ไป ไม่มีอะไรมากกว่านั้น แต่เพื่อนสนิทของเธอล่ะ คิดอะไรกับแพรวาหรือเปล่า นั่นคือสิ่งที่เธอต้องรู้ให้ได้

แต่เค้าน่ารักดีนะ

เจนนิษฐ์รู้สึกจุกขึ้นมาทันทีที่อ่านข้อความล่าสุด เธอคิดไว้แล้วว่าปัญสิกรณ์จะต้องรู้สึกดีกับแพรวา แต่ไม่คิดว่าเพื่อนสนิทจะเผยความรู้สึกออกมาตรงๆ และรวดเร็วแบบนี้ 

แพรวาเป็นคนน่ารักเหมือนอย่างที่ปัญสิกรณ์บอก ดังนั้นจะมีใครต่อใครมาหลงรักก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เพื่อนสนิทของเธอล่ะ จริงจังกับแพรวามากแค่ไหนกัน

ชอบหรอ

เป็นคำถามสั้นๆ ที่เจนนิษฐ์ใช้เวลาพิมพ์ครู่เดียว แต่กลับต้องใช้เวลากลั้นใจเพื่อกดส่งไปทั้งๆ ที่มันคือคำถามที่เธอตั้งใจจะถามอยู่แล้วแท้ๆ

ตอนนี้ยัง

ต่อไปก็ไม่แน่นะ ตอบแบบนี้ได้ป๊ะ

จะตอบแบบไหนเจนนิษฐ์ก็ไม่สามารถบังคับเพื่อนสนิทได้ ยิ่งปัญสิกรณ์เป็นพวกตกหลุมรักใครง่ายๆ แบบนั้น ถึงสุดท้ายจะบอกกับเธอว่าล้อเล่น แต่เจนนิษฐ์ก็เชื่อเกินครึ่งว่าปัญสิกรณ์ได้ตกหลุมรักแพรวาไปแล้วอย่างแน่นอน

บางทีเค้าอาจจะชอบแกอยู่ก็ได้

พิมพ์ไปก็รู้สึกเจ็บไป ทั้งๆ ที่ควรจะบอกเพื่อนสนิทว่าตนเองก็ชอบแพรวาอยู่เหมือนกัน แต่สุดท้ายเจนนิษฐ์ก็ไม่กล้าทำแบบนั้น

ไม่หรอกแก เค้าดีกับทุกคน

เป็นประโยคเชิงปฏิเสธที่ถูกส่งมาเพื่อถนอมน้ำใจหรือเปล่าไม่รู้ แต่ก็มีส่วนจริง แพรวาดีกับปัญสิกรณ์อย่างไร แพรวาก็ดีกับเธออย่างนั้น แพรวาห่วงใยปัญสิกรณ์อย่างไร แพรวาก็เหมือนจะห่วงเธออย่างนั้นเช่นกัน ถ้าแพรวาดีกับทุกคนแบบนั้นจริงๆ บางทีแพรวาอาจจะไม่ได้คิดอะไรกับทั้งเธอและปัญสิกรณ์เลยก็ได้ 

เจนนิษฐ์เลิกสนทนาด้วยการบอกว่าตนเองจะไปนอนแล้ว หมอศัลย์เพื่อนสนิทไม่ได้เซ้าซี้อะไร คนบอกว่าจะไปนอนวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะหลังจบการสนทนาผ่านข้อความ เธอลุกเดินไปตรงปลายเตียง เจนนิษฐ์ไม่รู้ว่าต้องจัดการความรู้สึกนี้ยังไง ทั้งที่เคยคิดว่าถามเพื่อให้รู้คำตอบจะช่วยให้สบายใจขึ้น แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกกังวลมากกว่าเดิมเสียอีก คนที่เต็มไปด้วยความกังวลทิ้งตัวลงบนที่นอนโดยลืมนึกถึงแผลผ่าตัดไปชั่วขณะ และเธอก็นึกถึงมันขึ้นมาได้ในทันทีที่ร่างกระแทกกับที่นอน

"อะ โอ้ย!"

เจนนิษฐ์กัดฟันพร้อมกับกุมหน้าท้องแน่น ในใจก็นึกบ่นตัวเองที่ไม่ระมัดระวัง เธอนอนนิ่งๆ ดวงตาก็มองเพดานด้านบนก่อนจะถอนหายใจยาวๆ

นี่ไจะต้องลงสนามแข่งกับเพื่อนสนิทตัวเองจริงๆ หรอ

คู่แข่งของเธอไม่ควรเป็นเพื่อนสนิทแบบนี้สิ

เพื่อนสนิทไม่ควรจะต้องมาแย่งผู้หญิงคนเดียวกัน!

เจนนิษฐ์พยายามใช้คำว่าเพื่อนสนิทเป็นข้ออ้างเพื่อปฏิเสธการแข่งขันนี้ การคิดแบบนั้นมันทำให้เธอรู้สึกดีกว่าการยอมรับว่าจริงๆ แล้วเธอกำลังกลัวการพ่ายแพ้ต่อปัญสิกรณ์นั่นเอง

แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับความจริง เจนนิษฐ์รู้ดีว่าคู่แข่งอย่างปัญสิกรณ์มีบุคลิกน่าคบหามากกว่าเธอ คนที่เฟรนด์ลี่ และเทคแคร์คนอื่นอยู่เสมอแบบนั้น เป็นใครใครก็รัก เป็นใครก็ชื่นชม มันแตกต่างกับเธอชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ 

หมอดมยาอย่างเธอไม่ได้เท่แบบหมอศัลย์เพื่อนสนิท เจนนิษฐ์คิดว่าหมอที่จับมีดผ่าตัดอย่างปัญสิกรณ์ยังไงก็ดูเข้มแข็งกว่าหมอที่จับเข็มฉีดยาแบบเธอ และแพรวาอาจจะชอบคนที่แลดูปกป้องคุ้มครองเธอได้แบบนั้น

เจนนิษฐ์ชอบทำหน้านิ่งๆ ไม่ค่อยเป็นมิตร ทั้งๆที่ความจริงมันก็เป็นเพียงบุคลิกภายนอก ทุกคนมักตีความว่าเธอหยิ่ง แพรวาก็อาจจะคิดแบบนั้น และแพรวาคงจะไม่ชอบคนแบบนี้สักเท่าไหร่

เจนนิษฐ์ไม่เอาใจใครโดยเฉพาะกับคนที่ไม่สนิท แต่ใครจะรู้ว่าเธอมีคนที่อยากจะเอาใจอยู่อย่างน้อยหนึ่งคน  ซึ่งคนที่เจนนิษฐ์อยากจะเอาใจก็ดันไม่ได้อยู่ในสถานะที่เธอสามารถทำแบบนั้นได้

ยิ่งคิดก็ยิ่งแพ้ เจนนิษฐ์พลิกตัวเพื่อนอนคว่ำ เธอฟุบหน้ากับที่นอนนั้นอย่างสิ้นหวัง

มีทางเดียวจริงๆ ที่จะชนะหมอศัลย์เพื่อนสนิทได้ 

ทางเดียวที่ว่านั่นคือแพรวามีใจให้เธออยู่ก่อนแล้ว 

แต่มันจะเป็นไปได้หรือ...


.....….......................................................


พยาบาลแพรวา


ใครจะรู้สึกอย่างไรก็ช่าง แต่ตอนนี้แพรวารู้ว่าเธอกำลังมีความสุขที่สุด

เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มแล้ว หญิงสาวยังไม่ยอมอาบน้ำเตรียมตัวนอนทั้งๆ ที่พรุ่งนี้ต้องทำงานแต่เช้า เธอนอนเกลือกกลิ้งไปมาบนเตียงนุ่มๆ นั้น หนังสือที่ยืมมาทั้งสองเล่มเปิดกางอยู่ใกล้ๆ แต่กลับไม่ได้รับความสนใจจากคนบนเตียงเลยสักนิด

แพรวาหยุดคิดถึงเหตุการณ์ที่ห้องสมุดไม่ได้ มันเป็นความบังเอิญที่เธออยากให้เกิดขึ้นทุกๆ วัน นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้อยู่ด้วยกันกับเจนนิษฐ์สองต่อสอง และเป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นหมอดมยาคนนั้นในอีกหลายบุคลิก

เจนนิษฐ์ในบุคลิกคนขี้แกล้ง

เจนนิษฐ์ในบุคลิกคนขี้กังวล

และเจนนิษฐ์ในบุคลิกคนอบอุ่น

ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเจนนิษฐ์แค่หาข้ออ้างเพื่อเดินมาส่งที่หอพัก หากต้องเดินมาด้วยเพราะกลับทางเดียวกัน เจนนิษฐ์ควรจะแยกกับเธอตั้งแต่ทางแยกนั้นแล้ว ทางแยกไปยังคณะแพทย์ที่หมอดมยาควรไป แต่เจนนิษฐ์กลับเลือกเดินตรงไปยังหอพักพยาบาลพร้อมกับเธอเสียอย่างนั้น

แพรวารู้ว่าเจนนิษฐ์ตั้งใจเดินมาด้วยกัน แต่เธอไม่แน่ใจในเจตนาของการมาส่งครั้งนี้ บางทีหมอดมยาอาจจะเห็นว่าทางกลับนั้นมืดจนไม่ควรเดินเพียงลำพัง หรืออาจจะเกรงใจหากต้องทิ้งให้เธอเดินไปคนเดียวตรงทางแยกนั้น แต่ต้องไม่ใช่การกระทำจากการตกหลุมรักเธออย่างแน่นอน

การคิดไปเองมันอันตรายต่อแพรวาอย่างยิ่ง เธอชอบเจนนิษฐ์อยู่แล้ว และจะยิ่งชอบขึ้นไปอีกเมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้มาสนับสนุน  แต่หากสุดท้ายถ้าทั้งหมดที่เจนนิษฐ์ปฏิบัติต่อเธอไม่มีอะไรแอบแฝง ก็จะเป็นเธอเพียงคนเดียวที่ต้องเสียใจ เพราะฉะนั้นการคอยเตือนว่าอย่าคิดเข้าข้างตัวเองให้มากนัก คงจะช่วยปกป้องหัวใจของเธอไม่ให้บอบช้ำได้ในอนาคต

เพราะเอาแต่คิดเรื่องของหมอดมยา แพรวาหันมองนาฬิกาอีกครั้งก็เป็นเวลาห้าทุ่มแล้ว เวลานี้เธอควรจะปิดไฟนอนเพื่อตื่นให้ทันในเช้าของอีกวันมากกว่าจะมาคิดเรื่องของหมอดมยาแบบนี้  แพรวารีบลุกจากเตียง เธอตั้งใจจะคว้าผ้าขนหนูวิ่งเข้าห้องน้ำ  แต่เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นมาก่อนจนเจ้าของห้องชะงัก ใครกันนะที่อยากจะพบเจอเธอในเวลาแบบนี้

แพรวาเปิดแง้มประตูเพียงนิดเดียวก็เห็นพิชญาภายืนยิ้มตาหยีอยู่ เจ้าของห้องขมวดคิ้วเล็กน้อย ปกติเพื่อนสนิทไม่มาหาในยามวิกาลสักเท่าไหร่

“มีอะไร กำลังจะไปอาบน้ำ มาขัดจังหวะจริงๆ เลย”

“เปล่าๆ เดินผ่านละเห็นว่าไฟเปิดอยู่ เลยแวะมาหา” พิชญาภาบอก แพรวาส่ายหน้า เธอนึกว่ามีอะไรสำคัญเสียอีก

“ปกติแกต้องนอนแล้วสิ วันนี้ทำไมนอนดึก คุยกับใครอยู่ป๊ะ” ไม่ใช่แค่ถาม คนนอกห้องรีบชะโงกหน้าเข้ามาในห้อง แพรวารีบถอยหลังแทบไม่ทัน

“บ้ารึไง คุยกับใครล่ะ อ่านหนังสืออยู่” แพรวารู้สึกขอบคุณตัวเองที่กางหนังสือทิ้งไว้แบบนั้น ถึงแม้ความจริงเธอจะยังไม่ได้อ่านมันเลยสักหน้าก็ตาม

“นึกว่าคุยกับหมอปัญ” เป็นประโยคที่ทำเอาแพรวาถึงกับแสดงสีหน้างุนงงใส่เพื่อนสนิท

“ทำไมต้องคิดว่าคุยกับหมอปัญ แล้วหมอปัญจะมาอยู่ในห้องได้ไง แกนี่ก็”

“ก็วิดิโอคอลอะไรกันแบบนี้ ท่าทางหมอเค้าจะชอบแกอยู่นะ หลายคนก็คิดแบบฉัน  แกไม่ชอบหรอ หมอเค้าน่ารัก นิสัยก็ดีด้วย” พิชญาภาชื่นชมปัญสิกรณ์อย่างออกนอกหน้า  แพรวาเห็นด้วยว่าปัญสิกรณ์เป็นคนน่ารักและนิสัยดีอย่างที่เพื่อนสนิทบอก  แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าท่าทีแบบไหนกันที่หมอศัลย์แสดงออกว่าชอบเธอ นึกไม่ออกยิ่งกว่าท่าทีของหมอดมยาคนนั้นเสียอีก

“ได้ค่าจ้างมาเท่าไหร่ มาอวยขนาดนี้อ่ะ”

“แหม ไม่ได้ค่าจ้างอะไรสักบาท อวยจากความรู้สึกย่ะ ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าหมอปัญดีขนาดไหน จริงมะ”  แพรวาพยักหน้ารับฟังสิ่งที่เพื่อนสนิทบอกด้วยท่าทีนิ่งเฉย พิชญาภาคงจะพอเข้าใจอารมณ์ของเธอจึงเลิกพูดเรื่องนั้นทันที

“เออๆ ไม่กวนละ ไปอาบน้ำนอน เดี๋ยวตื่นสายก็โทษฉันอีก”

“โอเค งั้นก็ฝันดีล่ะ บาย” แพรวาว่าก่อนโบกมือให้เพื่อนสนิทขี้เมาท์ที่เดินดุ่มๆ กลับห้องของตนเองทันที แพรวาปิดประตูนั้นเบาๆ ก่อนล็อกลูกบิดประตูจนเรียบร้อยจึงกลับมานั่งที่ปลายเตียง

คิดไม่ถึงว่าหลายคนกำลังจับตาเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับหมอศัลย์อย่างปัญสิกรณ์อยู่

ทำไมหลายคนถึงคิดว่าปัญสิกรณ์ชอบเธอ

ทำไมคนที่เพื่อนสนิทมาพูดชื่นชมไม่เป็นหมอดมยาอย่างเจนนิษฐ์บ้างล่ะ

แพรวานึกสงสัยแต่ก็รู้คำตอบได้ในทันที เจนนิษฐ์ไม่เคยแสดงออกกับเธอให้คนอื่นเห็น มีเพียงแค่เธอคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าหมอดมยาคนนี้มีมากกว่าแค่การปั้นหน้านิ่งๆ เหมือนไม่สนโลกแบบนั้น

แต่แพรวาไม่แน่ใจนักว่าการที่เจนนิษฐ์เป็นแบบนี้มันดีหรือไม่ดีกันแน่  ยิ่งเมื่อเทียบกับปัญสิกรณ์ หมอศัลย์ดูจะได้ใจเพื่อนสนิทของเธอไปแล้ว ถึงตอนนี้เธอจะชอบเจนนิษฐ์มากแค่ไหน แต่ถ้าหากวันนึงปัญสิกรณ์เข้ามาในชีวิตของเธอจริงๆ เธอก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะต่อต้านคนใจดีแบบหมอศัลย์คนนี้ได้นานเพียงใด

ไม่อยากทรยศความรู้สึกต่อหมอดมยาคนนั้นเลย

อยากจะภาวนาให้หมอดมยาช่วยมีใจให้คนอย่างเธอจริงๆ ทีเถอะ!

แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นใจให้กับหมอศัลย์ที่ทุกคนเชียร์อยู่จริงๆ เช้าวันรุ่งขึ้นแพรวาได้พบกับปัญสิกรณ์ซึ่งมารอเข้าเคสผ่าตัดที่ห้องอาหาร ทั้งคู่ร่วมนั่งโต๊ะเดียวกัน หลังทานข้าวเสร็จมีเวลาเหลือร่วมๆ ยี่สิบนาทีก่อนที่แพรวาต้องไปเตรียมห้องผ่าตัด เธอจึงไถ่ถามเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดกับปัญสิกรณ์เมื่อวานนี้ รวมถึงพูดคุยเรื่องทั่วไปกับหมอศัลย์อย่างเป็นกันเอง

“วันนี้มิวสิคอยู่ห้องไหนล่ะ” 

“ห้องสี่ค่ะ วันนี้เป็นเคสสายพลาสติก”

“เราอยู่ห้องสิบสองอ่ะ นิวโร” หมอศัลย์บอกหน้าเศร้าๆ แพรวารู้สึกประหลาดใจต่อท่าทีแบบนั้น

“ตอนนี้เทิร์นนิวโรน่ะ ไม่ชอบที่สุดเลย อยากกลับไปเจนศัลย์แล้ว” นั่นเป็นสาเหตุที่หมอศัลย์หน้างอคอตก  แพรวาพยักหน้าพลางยิ้มมุมปาก

“เราก็ต้องเทิร์นเหมือนกัน และก็มีหน่วยที่ไม่ชอบเหมือนกัน แต่ก็ต้องทน” แพรวาร่วมแชร์ประสบการณ์กับหมอศัลย์ตรงหน้า ปัญสิกรณ์ดูจะตั้งใจฟังอยู่ไม่น้อย

สำหรับสครับเนิร์สอย่างแพรวาแล้ว เธอเข้าใจความรู้สึกของการอยู่กับสิ่งที่ไม่ชอบนี้ดี การที่เธอสามารถเข้าเคสผ่าตัดทุกเคสได้ ใช่ว่าเธอจะชอบทุกเคสไปเสียหมด แต่มันคือหน้าที่และความจำเป็นมากกว่า โดยเฉพาะการต้องอยู่เวรตอนกลางคืนซึ่งไม่รู้ว่าจะมีเคสอะไรโผล่มาตอนไหน เมื่อถึงเวลานั้นสครับเนิร์สจะต้องส่งเครื่องมือและต้องทำงานร่วมกับหมอทุกระบบอย่างปฏิเสธไม่ได้  ซึ่งนี่คือประโยชน์ของการต้องเทิร์นทุกหน่วย ทุกระบบนั่นเอง

“ของหมอเทิร์นครั้งเดียวเดี๋ยวก็ได้กลับไปในจุดที่หมอชอบ แต่เราน่ะ พอเทิร์นครบทุกหน่วยเสร็จก็ต้องเทิร์นรอบใหม่ สุดท้ายก็ต้องวนมาในจุดที่ไม่ชอบอีก เห็นมั้ย หมอดีกว่าตั้งเยอะ”  สครับเนิร์สพยายามปลอบใจหมอศัลย์ด้วยการเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ และหมอศัลย์ดูจะเข้าใจที่เธอบอก

“ก็จริงอย่างที่มิวสิคพูด แล้วมิวสิคชอบสายไหนล่ะ เจนศัลย์ไหม” ปัญสิกรณ์ต้องอยากได้ยินคำตอบแบบคำถามชี้นำแน่ๆ แต่แพรวายิ้มพร้อมกับส่ายหน้า 

“ชอบนิวโรค่ะ” ดูเป็นคำตอบที่ทำร้ายจิตใจหมอศัลย์อย่างมาก เธอดันชอบในสิ่งที่ปัญสิกรณ์ไม่ชอบเสียอย่างนั้น หมอศัลย์หน้านิ่งลงอย่างเห็นได้ชัด

“ชอบนิวโรตอนนี้ อนาคตอาจจะไม่ชอบก็ได้ค่ะ จริงมั้ย” แพรวารีบเอ่ยขึ้นเพราะอยากถนอมน้ำใจคนตรงหน้าสักหน่อย ปัญสิกรณ์คลี่รอยยิ้มเล็กๆ อีกครั้ง

“เหมือนบางคนเลย ครั้งหนึ่งเคยบอกว่าชอบอีอาร์ แต่สุดท้ายก็หนีไปเรียนดมยา” คำว่า “ดมยา” ที่ปัญสิกรณ์พูด ทำเอาแพรวาเอะใจไม่น้อย หมอศัลย์ต้องพูดถึงหมอดมยาอย่างเจนนิษฐ์แน่ๆ

“รู้จักหรือเปล่า หมอเต็นน่ะ คนที่ฝากขนมมาให้มิวสิคไง” ใช่จริงๆ ด้วย แพรวาอมยิ้มเล็กๆ เธอมองคนตรงหน้าและคาดหวังว่าอาจได้ฟังเรื่องของหมอดมยาที่พรั่งพรูออกมาจากหมอศัลย์คนนี้

“แต่ก็ดีแล้วที่มันเรียนดมยา ขืนไปอยู่อีอาร์ละทำหน้านิ่ง ทำตาขวางใส่ชาวบ้าน ต้องมีตีกับญาติคนไข้บ้างล่ะ” แพรวาอดหัวเราะไม่ได้ อาจจะจริงอย่างที่ปัญสิกรณ์พูด เพราะทุกวันนี้หลายๆ คนยังคงเข้าใจผิดเรื่องนิสัยของหมอดมยาอยู่นักต่อนัก

“แล้วจริงๆ หมอเต็นเป็นคนอย่างไรล่ะคะ” ในเมื่อปัญสิกรณ์เปิดประเด็นเรื่องของเจนนิษฐ์ขึ้นมาเอง แพรวาก็ไม่พลาดที่จะคว้าโอกาสนั้นไว้

“อืม....ไอ้เต็นหรอ อาจจะดูเหมือนพูดน้อย ไม่สนโลก แต่จริงๆมันก็ใจดีนะ ใส่ใจเพื่อนดี” ฟังดูเป็นเชิงบวกมากกว่าเชิงลบ และเป็นแบบที่แพรวาคิดเอาไว้ ปัญสิกรณ์ไม่พูดข้อเสียของเพื่อนตนเองให้เธอฟังไปมากกว่าเรื่องบุคลิกที่น่าขัดตานั้น

“ไม่สนโลก พูดน้อย.... แบบนี้เดาได้เลยว่าไม่มีแฟน” ทั้งๆ ที่ไม่ควร แต่แพรวาก็เผลอพูดออกไปเบาๆ หมอศัลย์ท่าทางจะหูดีกว่าที่คิด ปัญสิกรณ์ส่ายหน้าทันที

“โหย ก็ไม่เห็นจะคบใครตั้งแต่สมัยเรียนละอ่ะ วันๆ เอาแต่ทำอะไร นอกจากเรียนกับเล่นกีฬา นี่ยังไม่รู้เลยว่าเพื่อนตัวเองมันมีหัวใจหรือเปล่า” ปัญสิกรณ์บ่นออกมายาวๆ โดยที่ไม่รู้ว่าแพรวายิ้มกริ่มกับสิ่งที่ได้ฟังนั้น

“เมื่อคืนมันยังไลน์มาถามเรื่องเลือดกระเด็นเข้าตาอยู่เลย” 

“แต่ก็ไม่แน่ใจว่าอยากรู้เรื่องไหนกันแน่” ปัญสิกรณ์หลุดพูดออกมาเองจนแพรวาขมวดคิ้วสงสัย เธอเงียบเพื่อรอฟัง แต่หมอศัลย์กลับทำอึกอักที่จะพูดต่อ

“มีอะไรหรือเปล่าคะ” แพรวาถามออกไป ปัญสิกรณ์ยิ้มเขินเล็กๆ ก่อนเบนสายตาไปมองทางอื่น

“หมอปัญ” เธอเรียกชื่อคนตรงหน้าพร้อมกับเน้นเสียงให้รู้ว่ากำลังคาดคั้นเอาคำตอบอยู่ ปัญสิกรณ์จำใจต้องพูดเรื่องนั้น

“ไอ้เต็นน่ะ มันสงสัยว่าเราชอบมิวสิคด้วยแหละ”

อะไรนะ! นี่หูไม่ได้ฝาดไปใช่ไหม 

นอกจากเพื่อนสนิทของเธอแล้ว เจนนิษฐ์ก็สงสัยเรื่องที่ปัญสิกรณ์ชอบเธอด้วยอย่างนั้นหรือ หรือว่าคนที่นั่งตรงหน้าตอนนี้จะคิดอะไรกับเธอจริงๆ อย่างที่คนอื่นพูดกัน แพรวามองปัญสิกรณ์ด้วยความรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที

“แต่มิวสิคไม่ต้องกังวลนะ ไอ้เต็นมันก็พูดไปเรื่อยน่ะ” ท่าทางหมอศัลย์จะรู้ว่าบรรยากาศเริ่มผิดสังเกต เธอจึงรีบชี้แจงขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ไม่ได้กังวลอะไรหรอกหมอปัญ หมอปัญไม่ได้คิดอะไรกับเราหนิ ใช่ไหมคะ” ปัญสิกรณ์ยิ้มแห้งพร้อมกับพยักหน้าเล็กๆ  แพรวากำลังพยายามทำทุกอย่างที่จะไม่ให้ความหวังกับหมอศัลย์คนนี้ ถึงจะไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าปัญสิกรณ์ชอบเธอจริงๆ หรือเปล่า

แล้วอะไรดลใจให้คนไม่สนโลกอย่างเจนนิษฐ์สนใจจับผิดความสัมพันธ์ของเพื่อนสนิทกับเธอแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะความอยากรู้อยากเห็น ก็ต้องเพราะรู้สึกหวงใครบางคน จะหวงเพื่อนสนิทแบบปัญสิกรณ์หรือหวงคนไม่สนิทแบบเธอกันล่ะ

หวงจนต้องทำเนียนเดินไปส่ง

หวงจนพยายามรีบกลับมาทำงานให้ไวที่สุด!

แพรวาไม่ใช่ก้อนหินที่ไร้ความรู้สึก และเธอไม่ได้โง่จนตีความสิ่งต่างๆ เหล่านั้นไม่ออก หากการบอกว่าเจนนิษฐ์ชอบเธออยู่เป็นการกระทำที่หลงตัวเอง แพรวาจะยอมรับว่าตอนนี้เธอเริ่มหลงตัวเองเสียแล้ว แพรวายิ้มออกมาเป็นนัยๆ เธออาจจะต้องแสดงออกบางอย่างถ้าคนไม่สนโลกแถมดูไร้หัวใจในสายตาคนอื่นไม่ยอมเผยความรู้สึกจริงๆ สักที บางทีเจนนิษฐ์อาจเป็นคนประเภทที่ต้องถูกกระตุ้นให้รู้สึกมากกว่าที่จะรู้สึกด้วยตนเองก็เป็นได้

แพรวายังไม่ได้คิดหรอกว่าจะทำอะไร  เธอเพียงแค่รอให้ถึงวันจันทร์ วันที่หมอดมยาไร้ความรู้สึกบอกว่าจะกลับมาทำงาน เมื่อถึงเวลานั้น เธออาจจะคิดได้เองว่าควรจะทำอะไรต่อไป

ทำอะไรก็ได้....ที่เจนนิษฐ์จะกล้าเผยใจตัวเองเสียที...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #60 Farsuu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 19:59

    รอ ถึงไม่มีความหวังก็ยังจะรอ????

    #60
    0
  2. #59 tv123www (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 10:49
    รออยู่นะครับ อิอิ สนุกมาต่อเร็วๆนะครับ ขอให้หมอมีเวลาว่างมาแต่งเร็วๆนะครับ อิอิ
    #59
    0
  3. #58 Lordsider (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 15:57

    เราก็ยังรอ​ หืออออออ

    รออย่างมีความหวัง555

    #58
    0
  4. #56 Devil_secret (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 08:30
    น่ารักกกก
    #56
    0
  5. #55 aikka12 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 12:59
    รอน้าาา
    #55
    0
  6. #52 parnpuparn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 21:44

    เอาแล้วววว ต่างคนต่างมีใจ แต่ดูท่าคุณพยาบาลน่าจะรู้ตัวไวกว่า55555 อยากรู้จังว่าจะทำยังไงน้า

    #52
    0
  7. #46 coshiang\'devil (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 19:53
    น่าสนใจมากๆๆๆเลยค่ะ ฟิคบรรยายที่ดีสุดๆ งื้ออ อินกะเต็นสิค
    #46
    0
  8. #45 jinjuthabmw (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 15:41
    หมอเต็น พยาบาลสิค กรี๊ดดด
    #45
    0
  9. #44 mobai (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 19:25
    งืออออ หมอเต็น มิวสิค อยากอ่านต่ออ่า
    #44
    0
  10. #43 KaNeKi_Kung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 05:19
    หมอเต็นคืนยาดมยังครัช
    #43
    1
  11. #42 DragonKnighX (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 11:35
    วันจันทร์มันช่างยาวน้านนนนนนนนนนนนนนน >< // ไรท์สู้ๆน้าาาา เป็นกำลังใจให้อยู่เด้อออออ
    #42
    0
  12. #41 framesoshi9 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:43
    เขินมากค่ะไม่ไหวแล้ววว ยังรอและคอยติดตามเสมอนะคะ ชอบเรื่องนี้มากๆทั้งในจอยและบทบรรยายเลยค่ะ สู้ๆนะคะ
    #41
    1
  13. #40 Black Dragon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:31
    โง้ยยยย เจ้าหนูเต็นรู้กกกกกก นึกภาพนอนหดๆ ออกเลย น่ารัก เอาใจช่วยค่ะ
    #40
    1
  14. #39 Black Dragon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:31
    โง้ยยยย เจ้าหนูเต็นรู้กกกกกก นึกภาพนอนหดๆ ออกเลย น่ารัก เอาในช่วยค่ะ
    #39
    0
  15. #38 TheNon13 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:18
    หมอเต็นกับเจ้าสิคมันน่ารักโคตร
    เนื้อเรื่องดีมากๆเลยครับ บทน่ารักสุดๆ ทำให้อินได้ง่ายมากๆ ค่ายไหนก็ได้ ซื้อบทแล้วเอาน้องๆไปทำละครที
    #38
    1
    • #38-1 Airichan04(จากตอนที่ 6)
      24 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:44
      ขอบคุณนะคะ ^^
      #38-1