[BNK48 | TenSic] Dangerous OR | เรื่องเล่าห้องผ่าตัด

ตอนที่ 4 : ความห่วงใยจากใครบางคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 942
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    18 ม.ค. 61

บทที่ 4
แพทย์หญิงเจนนิษฐ์


ตื้อ...  ตอนนี้ในหัวมันตื้อไปหมด เสียงวิ้งๆ ในหู รู้สึกไม่ชอบเลย!

เสียงอะไร เสียงไซเรนรถพยาบาลหรอ ได้ยินทุกห้านาทีเลย

เช้าหรือว่าค่ำ ด้านนอกเหมือนมีแสงสว่าง แต่ในห้องมันมืดสลัวไปหมด

เจนนิษฐ์ตื่นลืมตาขึ้นมาบนเตียงในห้องพักที่ตึกพิเศษ ร่างกายของเธออ่อนเพลียจนรู้สึกถึงความลำบากในการแบกหนังตานั้นไว้  ภาพเบลอค่อยๆ ปรับโฟกัสจนเห็นชัด เจนนิษฐ์หันมองซ้ายและขวา ภายในห้องมีเธออยู่ที่นี่เพียงลำพัง  

แล้วแม่ล่ะ แม่อยู่ไหน

เจนนิษฐ์ดูนาฬิกาบนผนังห้องจึงรู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาหกโมงเช้าแล้ว เธอจำได้ลางๆ ว่ากลับมาที่ห้องนี้พร้อมกับผู้เป็นแม่ตั้งแต่เมื่อคืน คนบนเตียงรู้สึกมึนและตื้อในศีรษะอยู่พอสมควร  แต่มันคงจะหายไปในไม่ช้า 

และเพราะไม่ได้กินอะไรมาร่วมๆ สิบห้าชั่วโมง เจนนิษฐ์รู้สึกปากแห้งคอแห้งกระหายน้ำอย่างมาก หมอดมยาเข้าใจคนไข้แล้วว่าการได้รับน้ำเกลือไม่ได้ทำให้รู้สึกอิ่มเหมือนกินทางปาก เธอมองฝ่าแสงสลัวไปยังเคาท์เตอร์หน้าทีวีก็เห็นว่ามีขวดน้ำตั้งอยู่ มันดึงดูดให้คนที่นอนอยู่บนเตียงลุกขึ้น

“อะ โอ้ย!”

เจนนิษฐ์ร้องลั่นพร้อมกับทรุดลงไปนอนท่าเดิม มันเจ็บมากจนน้ำตาเล็ด คนเป็นหมอพึ่งรู้ว่าแผลผ่าตัดไส้ติ่งเล็กๆ นั้นทำให้เจ็บปวดได้ถึงขนาดนี้ เธอไม่กล้าแม้แต่จะลองขยับดูอีกครั้ง เจนนิษฐ์ทำได้เพียงนอนนิ่งๆ อยู่ในท่าเดิม แล้วรอว่าเมื่อไหร่จะมีใครเข้ามาในห้องเสียที

นี่ทุกคนคิดว่าเธอหลับอยู่ใช่ไหม ทำไมไม่มีใครเข้ามาเลยสักคน

เจนนิษฐ์เริ่มหน้างอเพราะความหงุดหงิด นอกจากจะหิวน้ำ  ตอนนี้ก็เริ่มอยากจะลุกไปเข้าห้องน้ำแล้ว พยาบาลคือที่พึ่งซึ่งตอนนี้กลับไม่เข้ามาดูดำดูดีเลย คนบนเตียงตัดสินใจเอื้อมมือไปกดปุ่มขอความช่วยเหลือที่หัวเตียง เสียงหวานๆ ตอบรับมาจากเคาท์เตอร์ด้านหน้าก่อนรีบสอบถามความต้องการ เจนนิษฐ์กำลังจะบอก แต่เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ คนบนเตียงยกเลิกการขอความช่วยเหลือนั้น เธอกำลังจ้องอยู่ว่า คนที่จะผลักประตูเข้ามาคือใคร

กุลจิราณัฐเปิดประตูเข้ามาช้าๆ ในมือหอบกระเช้าผลไม้มาด้วย หมอศัลย์โปรยยิ้มมาตั้งแต่หน้าประตู เจนนิษฐ์ดีใจจนยิ้มกว้าง ในที่สุดก็มีเหยื่อมาให้เธอใช้งานแล้ว ทันทีที่กุลจิราณัฐวางกระเช้านั้นที่โต๊ะมุมห้อง คนบนเตียงก็รีบชี้นิ้วให้เพื่อนสนิทไปเปิดสวิตซ์ไฟ  จากนั้นก็ชี้นิ้วไปที่น้ำดื่มข้างทีวี กุลจิราณัฐเข้าใจโดยไม่ต้องบอก หมอศัลย์รีบรินน้ำใส่แก้วก่อนยกมาเสิร์ฟให้คนบนเตียงทันที เจนนิษฐ์คว้าแก้วนั้นด้วยมือขวา  เธอไม่ยอมลุกนั่ง แต่ใช้วิธียกศีรษะแล้วค่อยๆ จิบน้ำทีละนิด กุลจิราณัฐต้องช่วยประคองไว้เพราะกลัวเพื่อนสนิทจะสำลัก

“ขอบคุณที่มาตอนนี้พอดีนะเจน รักแกอ่ะ” เจนนิษฐ์พูดหลังจากดื่มน้ำดับกระหายจนพอใจ

“ลุกขึ้นนั่งดีๆ มั้ย เห็นละเมื่อยแทน” 

ความจริงก็เมื่อยนั่นแหละ เจนนิษฐ์นอนท่านี้มาทั้งคืนแล้ว  ถ้าจะต้องแลกความสบายกับความเจ็บจี๊ดแบบเมื่อครู่ คนบนเตียงเลือกที่จะทนเมื่อยต่อไปดีกว่า แต่ตอนนี้เห็นทีจะต้องลองลุกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

“ปวดฉี่อ่ะ พาไปห้องน้ำที” คนบนเตียงร้องขอ กุลจิราณัฐไม่รอช้ารีบคว้าแขนจนเจนนิษฐ์ร้องลั่นพร้อมยกมือห้าม

“เดี๋ยวก่อนๆ ปวดแผลอยู่โว้ย!”

“ขอโทษๆ งั้นค่อยๆ ลุกนะ  ทนนิดนึงแก ถือว่าเออร์ลี่ แอมบูเลทไปในตัว” หมอศัลย์เพื่อนสนิทมาคุมเองขนาดนี้ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะอยากไปห้องน้ำ เจนนิษฐ์จะไม่ยอมเชื่อฟังง่ายๆ หรอก

เจนนิษฐ์ใช้มือขวากุมแผล ส่วนมือซ้ายยันพื้นเตียงไว้ เธอกัดฟันกลั้นหายใจค่อยๆ ดันตัวลุกนั่งโดยมีกุลจิราณัฐทั้งผลักทั้งประคองหลังให้อยู่  คนบนเตียงปวดแผลมาก เธอร้องลั่นพร้อมกับทิ้งตัวลงไปนอนท่าเดิม แต่หมอศัลย์เพื่อนสนิทกลับไม่ยอมง่ายๆ กุลจิราณัฐดึงแขนไว้แล้วถามคำถามที่เจนนิษฐ์ต้องเลือก

“ไม่ไปแล้วใช่มั้ยห้องน้ำ งั้นแกเลือกเอาเลยว่าจะฉี่รดที่นอน รึจะเอาเบดแพน รึว่าจะเอาโฟเลย์ แคท”  เจนนิษฐ์กัดฟันทนกับความเจ็บปวดนั้น แม้จะบอกให้เพื่อนสนิทปล่อยมือเธอซ้ำๆ แต่คนที่รั้งอยู่ไม่ยอมง่ายๆ 

ไม่มีข้อไหนที่เจนนิษฐ์อยากได้ เบดแพนที่ว่านั่นคือกระโถนที่ใช้สำหรับคนไข้ขับถ่ายบนเตียง ส่วนโฟเลย์ แคทที่ว่าหมอศัลย์หมายถึงการใส่สายสวนปัสสาวะคาไว้นั่นเอง เจนนิษฐ์ถอนหายใจ เธอตั้งสติและยอมให้เพื่อนสนิทดึงเธอลุกขึ้นยืนได้สำเร็จ เจนนิษฐ์ขอยืนนิ่งๆ ข้างเตียงชั่วครู่ ก่อนที่จะให้เพื่อนสนิทประคองพร้อมลากเสาน้ำเกลือไปยังห้องน้ำ

เมื่อทำธุระส่วนตัวอะไรเรียบร้อย กุลจิราณัฐจัดแจงพาคนไข้หลังผ่าตัดที่ดื้อเอาการกลับมาที่เตียง เจนนิษฐ์ค่อยๆ หย่อนตัวนั่งพร้อมส่งเสียงโอยโอดอยู่ตลอดเวลา หมอศัลย์เพื่อนสนิทดูแลถึงขนาดช่วยประคองขาทั้งสองข้างขึ้นบนเตียง

“นี่ไม่ทำงานหรอ” เจนนิษฐ์ถามขึ้นขณะนั่งสบายใจบนเตียง ตอนนี้หัวเตียงถูกปรับให้ยกสูงขึ้นเป็นพนักพิงแล้ว

“ทำสิ ไม่งั้นจะใส่ชุดนี้มาทำไม” หมอศัลย์กระตุกชายเสื้อให้คนบนเตียงสังเกต เธอสวมเสื้อกาวน์สั้นสีขาว และกระโปรงลายดอกไม้แบบที่พวกหมอชอบใส่

“แล้วไอ้ปัญอ่ะ” เจนนิษฐ์อดถามไม่ได้ว่าทำไมหมอศัลย์เพื่อนสนิทอีกคนที่ผ่าตัดให้กับเธอจึงยังไม่โผล่มาเยี่ยม

“ไม่เห็นนะ คงยังไม่มาจากบ้านป๊ะ” คนบนเตียงพยักหน้ากับคำตอบในเชิงรับทราบ เจนนิษฐ์สังเกตว่ากุลจิราณัฐกำลังหยิบเอกสารอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าใบใหญ่ที่พกติดตัวเป็นประจำ มันน่าจะเป็นเอกสารประกอบการบรรยายอะไรสักอย่าง

“แกรีบเปล่า ไปเลยก็ได้นะ” คนบนเตียงคิดว่าเพื่อนสนิทอาจจะต้องเตรียมนำเสนองานหรือเคสตัวอย่างในวันนี้ เธอรู้สึกเกรงใจที่ต้องทำให้เพื่อนเสียเวลาอยู่ที่นี่

“ไม่รีบๆ เดี๋ยวอยู่เป็นเพื่อนก่อน บอกแม่แกไว้แล้ว”

เจนนิษฐ์คิดไว้แล้วเชียวว่ากุลจิราณัฐต้องรับปากกับแม่ของเธอว่าจะมาเฝ้าไข้ให้ คนเป็นแม่คงจะกลับบ้านเพื่อไปดูแลสัตว์เลี้ยง พร้อมกับเตรียมตัวสอนนักศึกษาในช่วงแปดโมงแน่นอน

การเป็นคนไข้มันก็ดีไปอย่าง คนบนเตียงทำเพียงแค่นั่งๆ นอนๆ เพื่อให้เวลาผ่านไปเร็วๆ ตอนนี้เจนนิษฐ์เริ่มจะหิวแล้ว เธอค่อนข้างตื่นเต้นว่าอาหารมื้อแรกหลังผ่าตัดจะเป็นอะไร แต่เจนนิษฐ์คงจะหิวเร็วไปหน่อย เพราะตอนนี้พึ่งจะเป็นเวลาหกโมงครึ่ง เธอต้องรอไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าที่อาหารจะมาเสิร์ฟถึงบนเตียง

ถึงแม้จะมีกุลจิราณัฐอยู่เป็นเพื่อน แต่รายนั้นกำลังง่วนอยู่กับเคสคอนเฟอร์เรนที่ต้องพรีเซ็นท์ตอนเก้าโมงเช้า เจนนิษฐ์ไม่กล้ารบกวนเพื่อน  เธอจึงหันมาสนทนากับเพื่อนในกลุ่มไลน์แทน

ไลน์กลุ่มหมอดมยาดูจะสนใจกับอาการของเจนนิษฐ์อยู่พอมาก โดยเฉพาะเจตสุภาที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์เมื่อคืน หมอรุ่นพี่ถามไถ่อาการหลายอย่างแถมยังเร่งเร้าให้เจนนิษฐ์รีบลุกเดินเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด  แต่หมอดมยาน้องเล็กก็ยังดื้อรั้นที่จะนอนต่อไป 

คนที่อยู่ในห้องผ่าตัดอย่างกานต์ธีราดูจะมีเรื่องเล่าหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องที่เจนนิษฐ์อาละวาดและเผลอทำร้ายร่างกายสครับเนิร์สแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว คนที่ถูกกล่าวหาตกใจไม่น้อยเมื่อได้รู้ว่าตนเองเมายาถึงขั้นตบหน้าพยาบาลคนนั้น เจนนิษฐ์กุมขมับตัวเอง ทำไมเมื่อคืนถึงได้ไร้สติขนาดนั้น  และทำไมถึงเลือกตบผิดผู้ผิดคนได้ขนาดนี้ ป่านนี้คนโดนตบจะรู้สึกยังไงบ้างนะ

เพราะความร้อนใจทำให้เจนนิษฐ์เผลอโวยวายไปในกลุ่มจนเจตสุภาต้องย้อนถามว่ากลัวสครับเนิร์สโกรธใช่ไหม ถึงจะใช่แต่เจ้าตัวก็ไม่ยอมรับ เธอเฉไฉว่ารู้สึกอับอายกับเรื่องที่เผลออาละวาดโวยวายต่างหาก เจนนิษฐ์กังวลกับความรู้สึกของแพรวาจนคิดว่าควรจะหาทางขอโทษเธอ หมอดมยาอยากจะปรึกษาเรื่องนี้กับใครสักคน เมื่อไม่เห็นว่ามีใครนอกจากหมอศัลย์ที่นั่งหน้าเครียดอยู่ เธอจึงตัดสินใจขัดจังหวะเพื่อนสนิทในตอนนั้น

“แก ปรึกษาหน่อยดิ” เจนนิษฐ์พูดเสียงอ้อน แถมยังทำหน้าหงอขอความเห็นใจ กุลจิราณัฐขมวดคิ้วด้วยความงุนงงกับท่าทางแปลกๆ นั้น

“อะไร เป็นไรเนี่ย”

“คือว่า เมื่อคืนหลังออฟทิวบ์อ่ะ นี่เผลอไปตบหน้าคนอื่นเข้า”

“หา!” หมอศัลย์เพื่อนสนิทตกใจเสียงดังจนคนบนเตียงรีบยกมือปฏิเสธพร้อมกับคำว่า “ไม่ใช่ๆ”

“ไม่ได้ตบจริงจังเว้ย คือมันสะลึมสะลือแล้วมือมันไปโดนหน้าเค้า” เจนนิษฐ์รีบชี้แจงตามที่กานต์ธีราเล่าให้ฟัง กุลจิราณัฐพยักหน้า หมอศัลย์ดูจะเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

“คิดมากทำไม ก็แกไม่ได้ตั้งใจหนิ”

“คิดมากดิ ก็เป็นคนนี้อ่ะ”

“คนนี้คือคนไหน” เจนนิษฐ์เผลอทำพิรุจให้เพื่อนสนิทสงสัย  เธอเงียบไปชั่วขณะ กุลจิราณัฐมองคนบนเตียงอย่างจับผิด

“คนที่ชื่อมิวสิค ไม่สนิทไง ก็เลยกลัวเค้าโกรธ” เจนนิษฐ์แก้ตัวด้วยเสียงเรียบๆ คนที่กำลังจับผิดดูท่าทางจะเอือมกับความกังวลของเธอจนถึงกับมองบนและพ่นลมหายใจแรงๆ

“ถ้าจะโกรธคนเมาก็ใจร้ายเกินไปละ แต่ว่าเค้าไม่คิดอะไรหรอก เชื่อนี่สิ!” กุลจิราณัฐบอกเสียงเข้ม เจนนิษฐ์ก็อยากจะเชื่อ แต่เธอก็อยากจะแสดงความขอโทษเพื่อความสบายใจของตัวเองสักเล็กน้อย

หลังจากกุลจิราณัฐกลับไปแล้ว เจนนิษฐ์นั่งคิดอยู่นานว่าจะขอโทษแบบไหนดี เมื่อตาดันมองไปเห็นกระเช้าผลไม้ที่กุลจิราณัฐนำมาเยี่ยม เจนนิษฐ์จึงคิดว่าเธอควรจะมีของขอบคุณให้กับคนอื่นๆ  และนอกจากขอบคุณ ก็จะเป็นโอกาสอันดีที่จะเนียนขอโทษคนบางคนไปด้วยในขณะเดียวกัน

เจนนิษฐ์โทรสั่งขนมของฝากจากร้านเบเกอรี่เจ้าประจำที่สั่งบ่อยจนมีเบอร์โทรติดเครื่องไว้ เจ้าของร้านซึ่งสนิทสนมกันอย่างดีอาสามาส่งถึงโรงพยาบาลเพราะต้องการมาเยี่ยมไข้เธอด้วย ขนมที่ว่ามันคือคุกกี้เนยสดที่เจนนิษฐ์ชอบกิน เพื่อนของเธอหลายๆ คนที่ได้ลองก็ชื่นชอบ มีแค่แพรวาที่เจนนิษฐ์ไม่รู้ว่าเธอจะชอบหรือเปล่า 

เจ้าของร้านมาถึงในช่วงเที่ยง เขานำคุกกี้มาให้ถึงห้ากล่องทั้งๆ ที่สั่งไปเพียงสาม เจนนิษฐ์แจกแจงว่าจะนำไปฝากใครบ้าง แต่มีหนึ่งกล่องแน่นอนที่เจนนิษฐ์ต้องการนำไปไถ่โทษสครับเนิร์สผู้ถูกเธอทำร้ายร่างกาย

เจนนิษฐ์ทนเอื้อมหยิบกระดาษโน้ตและปากกาบนโต๊ะข้างเตียงทั้งๆ ที่ไม่อยากเอี้ยวตัวให้ปวดแผล  เธอตั้งใจจะเขียนอะไรบางอย่างให้กับแพรวา

แต่จะเขียนว่าอะไรดีล่ะ

“เจ็บไหม เราไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษจริงๆ นะ...เจนนิษฐ์”

เขียนไปแบบนี้แหละ ไม่รู้ว่าแพรวาจะเข้าใจหรือเปล่า แต่จะเล่าให้ละเอียดกว่านี้ก็กลัวคนอื่นมาเห็น เจนนิษฐ์ใส่มันลงไปในก้นถุงกระดาษที่เจ้าของร้านหามาให้ เธอเอากล่องคุกกี้วางทับลงไป ถึงจะกังวลว่าแพรวาอาจมองไม่เห็น แต่ก็กลัวคนอื่นจะเห็นโน้ตใบนี้มากกว่า

ปัญสิกรณ์เข้ามาเยี่ยมเจนนิษฐ์ในตอนห้าโมงเย็นโดยไร้ของฝาก หมอดมยาแกล้งเปรียบเทียบความใส่ใจของหมอศัลย์ตรงหน้ากับหมอศัลย์คนเมื่อเช้า ปัญสิกรณ์บอกว่าเธอพึ่งออกจากเคสผ่าตัดและไม่มีเวลาพอที่จะไปหาอะไรมาเยี่ยม ฉะนั้นจึงอยากขอติดไว้ก่อน  เจนนิษฐ์ยกมือปรามพร้อมกับบอกว่าพูดเล่น เป็นเธอมากกว่าที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือ

ด้วยความที่อยู่เวรในวันนี้ ปัญสิกรณ์ถูกห้องผ่าตัดโทรตามในเวลาเกือบหกโมงเย็น  เจนนิษฐ์สบโอกาสที่จะฝากขนมไปขอบคุณหลายๆ คนดังที่ตั้งใจ เธอแจกแจกขนมแต่ละถุงให้เพื่อนสนิทฟัง

“ถุงนี้ให้แก เอาไปแบ่งไอ้เจนด้วย” เจนนิษฐ์ชี้ไปที่ถุงกระดาษถุงแรก ปัญสิกรณ์แง้มปากถุงก็เห็นว่าด้านในมีคุกกี้อยู่สองกล่อง

“ถุงนี้ฝากให้พี่หมอเฌอ” คนบนเตียงชี้ไปที่ถุงที่สอง

“ทำไมไม่รอให้เองอ่ะ ยังไงพี่เฌอก็ต้องมาราวน์ที่นี่อยู่ละ”

“แกเอาไปให้นั่นแหละ วันนี้พี่เฌอคงไม่เข้ามาแล้วมั้ง” ปัญสิกรณ์พยักหน้าตกลงตามที่เจ้าของคุกกี้บอก

“จะฝากให้ใครอีก” คนรับหิ้วของฝากชิงถามก่อนเพราะเห็นอยู่แล้วว่ายังเหลือคุกกี้อีกสองถุงบนโต๊ะตรงหน้า

“ถุงที่สามนั่นฝากให้พี่เนย”

“ให้พี่เนยหรอ โอเค ได้เลยเพื่อน” แค่ได้ยินคำว่าพี่เนย ปัญสิกรณ์ก็ออกอาการดี๊ด๊าเป็นพิเศษ เจนนิษฐ์พอจะรู้ว่าเพื่อนสนิทแอบปลื้มหมอดมยารุ่นพี่คนนี้อยู่ และพอจะรู้ด้วยว่าปัญสิกรณ์คงไม่ได้จริงจังถึงขั้นอยากทำความรู้จัก หมอศัลย์เพื่อนสนิทนั้นเป็นประเภทตกหลุมรักคนง่ายโดยปกติอยู่แล้ว

“แล้วถุงสุดท้ายนี่ให้ใคร” 

เจนนิษฐ์เงียบไปครู่หนึ่ง ปัญสิกรณ์มองตรงมาเพื่อรอคำตอบ

“มิวสิค” คนบนเตียงตอบเสียงเบาโดยไม่ยอมมองหน้าคนถาม

“ให้ทำไม ทำไมต้องให้” 

“ก็เค้าเป็นสครับเนิร์สไง” เจนนิษฐ์พยายามตอบด้วยน้ำเสียงปกติ  หมอศัลย์ทำท่าเข้าใจ และดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้

“อ๋อ สครับเนิร์สคนที่โดนแกตบนี่เอง” ปัญสิกรณ์พูดพลางหัวเราะ คนบนเตียงถึงกับทำหน้าเซ็ง

“นี่แกก็เห็นดิ”

“ใครๆ ก็เห็นทั้งนั้นแหละ มือหนักนะเรา หน้าเค้าชาไปหมดละมั้ง” คำบอกเล่าของปัญสิกรณ์ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งทำให้เจนนิษฐ์รู้สึกผิดไปกว่าเดิม เธอไล่เพื่อนสนิทให้รีบกลับไปทำงานเพราะต้องการให้เจ้าขนมไถ่โทษเดินทางไปถึงมือสครับเนิร์สผู้เคราะห์ร้ายโดยไวที่สุด

เจนนิษฐ์ถูกคนเป็นแม่ที่กลับมาหลังจากเพื่อนสนิทออกไปได้สักครู่บังคับให้ลุกจากเตียงลงมานั่งที่โซฟาแทน ถึงจะอยากต่อต้านเพราะยังปวดแผล แต่ก็กลัวอำนาจของคนเป็นแม่มากกว่า อาหารของโรงพยาบาลที่เคยรู้สึกอร่อยมากในมื้อเช้านั้น ตอนนี้กลับขายไม่ออก เจนนิษฐ์เลือกอาหารที่คนเป็นแม่ซื้อเข้ามาจากข้างนอกแทน

“เออนี่...  เมื่อคืนตอนที่แม่นั่งรอน่ะ แม่ได้คุยกับพยาบาลคนนึง” จู่ๆ คนเป็นแม่ก็พูดขึ้นมาขณะที่เจนนิษฐ์จ้วงข้าวผัดตรงหน้า  มันทำให้เธอต้องหยุดกิน เงยหน้ามองและตั้งใจฟังสิ่งที่แม่กำลังจะบอก

“พยาบาลคนนั้นบอกว่าเค้าเข้าเคสเต็นด้วยนะ” เจนนิษฐ์เอะใจ พยาบาลที่เข้าเคสเธออย่างนั้นหรอ แล้วเป็นสครับหรือเซอร์คูเลทกันล่ะ

“ชื่ออะไรอ่ะแม่” แน่นอนว่าเจนนิษฐ์อยากได้ยินคำว่า “แพรวาหรือมิวสิค” ชื่อไหนก็ได้จากสองชื่อนี้

“ไม่ได้ถาม” คนรอคำตอบถึงกับเหลือกตามองบน 

“แต่นิสัยน่ารักดีนะ แม่ชอบ อุตส่าห์เล่าอาการเต็นให้ฟัง ทั้งๆ ที่ต้องรีบกลับ” คนเป็นแม่เล่าไปยิ้มไป ท่าทางแบบนี้เจนนิษฐ์ไม่ค่อยได้เห็นสักเท่าไหร่ พยาบาลคนที่ว่าเป็นใคร ถึงทำให้แม่ของเธอปลื้มใจได้ขนาดนี้

ถ้าแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าเป็นแพรวาจะได้ไหมนะ

เจนนิษฐ์ไม่พูดอะไร เธอตักข้าวกินต่อ กินไปยิ้มไปอย่างอารมณ์ดี จู่ๆ ก็รู้สึกเขินขึ้นมาซะอย่างนั้น คงเป็นเพราะไอ้คำว่า "แม่ชอบ" นี่แหละ ทั้งๆ ที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพยาบาลคนที่แม่ชอบจะใช่แพรวาหรือเปล่า แต่อย่างน้อยถ้าคืนนี้นอนไม่หลับ เจนนิษฐ์จะเลิกนับแกะ แล้วท่องคำว่า “แม่ชอบ” ไปซ้ำๆ ทั้งคืนแทน

ในเช้าของอีกวัน เจนนิษฐ์อาการดีพอที่จะลุกทำอะไรด้วยตัวเองแล้ว สายน้ำเกลือที่มือถูกถอดออกไปตั้งแต่เมื่อวานเย็นทำให้สามารถเดินเหินได้สะดวกขึ้น เจนนิษฐ์ลุกไปห้องน้ำเพื่อล้างหน้าแปรงฟันและทำธุระส่วนตัว จากนั้นก็กลับมานั่งบนโซฟาแทนที่จะขึ้นไปนอนบนเตียงดังเดิม ตอนนี้เธออยู่คนเดียวเพราะคนเป็นแม่กลับบ้านไปเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว

อาหารเช้ามาเสิร์ฟในเวลาเจ็ดโมงตรง เมนูวันนี้คือข้าวต้มกุ้งที่มีกุ้งฝอยลอยอยู่สามตัว ผัดผักรวมมิตรหน้าตาจืดชืด  ผลไม้เป็นแอปเปิ้ลเขียวหนึ่งลูก และนมสดร้อนอีกหนึ่งแก้ว คนไข้บนเตียงมองอาหารตรงหน้าด้วยความสิ้นหวัง สำหรับเธอมื้อนี้ไม่มีอะไรน่ากินเลย เจนนิษฐ์เลือกยกแก้วนมสดมาดื่มเพียงเท่านั้น 

ราวๆ แปดโมงครึ่งขณะที่เจนนิษฐ์กำลังจะงีบหลับเพื่อให้เวลาผ่านไปเร็วๆ เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น เฌอปรางเดินเข้ามาพร้อมพยาบาลประจำตึกคนหนึ่ง เจนนิษฐ์ขยับตัวขึ้นนั่งและไม่รีรอที่จะยกมือไหว้หมอรุ่นพี่ คนโดนไหว้รีบรับไหว้พร้อมกับฉีกยิ้มทักทาย 

“เป็นไงบ้าง ปวดแผลอยู่ไหม” แพทย์เจ้าของไข้ถามไถ่อาการอย่างเป็นกันเอง 

“ปวดค่ะ โดยเฉพาะตอนลุกนั่ง” กับเฌอปรางแล้ว เจนนิษฐ์รู้สึกว่าต้องสุภาพกับเธอมากเป็นพิเศษ  เพราะภาพลักษณ์ที่แสนดีของหมอรุ่นพี่นั้นมันทำให้เจนนิษฐ์รู้สึกเกรงใจไปเสียหมด

“แผลซึมไหม ขอพี่ดูหน่อยนะ” เฌอปรางขยับเข้ามา คนบนเตียงเปิดเสื้อเพื่อให้หมอรุ่นพี่ดู แผลที่ถูกแผ่นพลาสติกใสปิดไว้แห้งและสะอาดดี เฌอปรางพยักหน้าก่อนเดินอ้อมมาที่ท้ายเตียง หมอรุ่นพี่หยิบชาร์ตของคนไข้ขึ้นมาเขียนสั่งการรักษา เจนนิษฐ์ลุ้นว่าเฌอเปรางจะอนุญาตให้เธอกลับบ้านภายในวันนี้หรือไม่

“แผลดี ไอวีก็เอาออกแล้ว กินข้าวได้ กลับไปพักฟื้นที่บ้านต่อละกันเนาะ เดี๋ยวค่อยนัดมาตัดไหม” เจนนิษฐ์ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างพร้อมกับพยักหน้ารับทราบ สำหรับคนติดบ้าน นี่คือเสียงสวรรค์สำหรับเธอเลยทีเดียว

“พี่เฌอได้ขนมที่ฝากปัญไปให้หรือยังคะ” เจนนิษฐ์ไม่ลืมถามถึงคุกกี้ที่ฝากเพื่อนสนิทไปให้แพทย์เจ้าของไข้เมื่อวานนี้

“ได้แล้วๆ อร่อยมาก ขอบใจนะ” แพทย์เจ้าของไข้ที่ว่าตอบพร้อมยิ้มกว้าง มันเป็นรอยยิ้มที่เจนนิษฐ์รู้สึกประทับใจอย่างบอกไม่ถูก  ถ้ารุ่นพี่ที่ปัญสิกรณ์ปลื้มคือกานต์ธีรา รุ่นพี่ที่เจนนิษฐ์ปลื้มก็คือเฌอปรางนั่นเอง แต่เป็นการปลื้มในฐานะรุ่นพี่ผู้น่าเอาแบบอย่างเท่านั้น  เพราะเฌอปรางไม่สามารถทำให้เธอหัวใจเต้นแรงได้เหมือนใครบางคน

“งั้นเดี๋ยวพี่ขอตัวก่อนนะ ต้องไปราวน์วอร์ดศัลย์ต่อน่ะ ค่อยเจอกันในโออาร์เนาะ” เจนนิษฐ์พยักหน้า เธอยกมือไหว้รุ่นพี่พร้อมกล่าวขอบคุณก่อนที่เฌอปรางจะออกจากห้องไป 

แพทย์เจ้าของไข้กลับไปแล้ว แต่พยาบาลประจำตึกยังยืนอยู่ที่เดิม เจนนิษฐ์คิดว่าพยาบาลคนนี้คงจะรอให้คำแนะนำก่อนกลับบ้านแก่เธอ คนบนเตียงยังสังเกตเห็นว่าคนตรงหน้าถือช่อดอกไม้เล็กๆ อยู่ด้วย  เธอเดินเข้ามาหาพร้อมส่งสิ่งที่อยู่ในมือนั้นให้ เจนนิษฐ์อึ้งจนพูดไม่ออก

“เอ่อ.....” คนบนเตียงยื่นมือไปรับช้าๆ เจนนิษฐ์รู้สึกสับสนงุนงง ที่จู่ๆ ก็มีคนไม่รู้จักมายื่นดอกไม้ให้แบบนี้

“มีคนฝากมาให้คุณหมอค่ะ”

หืม...

เจนนิษฐ์อึ้งหนักกว่าเดิม ใครกันล่ะที่ฝากดอกไม้มาให้เธอ คนบนเตียงรับมามันพิจารณา ดอกลิลลี่สีขาวสามดอกมีดอกคัตเตอร์แซมอยู่ด้วย ถูกจัดเข้าช่อกระดาษเรียบๆ และผูกโบว์ด้วยเชือกป่านสีน้ำตาล ไม่มีการ์ดบอกที่มาที่ไป  มันเรียบง่ายแต่ก็น่าทะนุถนอม แล้วใครกันล่ะที่ตั้งใจมอบสิ่งนี้ให้กับเธอ

“ใครฝากมา พอจะบอกได้ไหมคะ” คนบนเตียงขมวดคิ้ว เธออดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามหาเจ้าของ พยาบาลตรงหน้ายิ้มก่อนให้คำตอบ
 
“บอกไม่ได้ค่ะ” คำตอบนี้ทำเอาเจนนิษฐ์ดึงหัวคิ้วลงต่ำไปอีก เธอไม่ชอบอะไรที่ค้างคาใจแบบนี้จริงๆ

“บอกได้แค่ว่าคนๆ นั้นเป็นห่วงคุณหมอมากเลยนะคะ” 

เป็นคำตอบที่ทำให้เจนนิษฐ์นิ่งไปชั่วขณะ เธอยิ้มปนหัวเราะออกมาอย่างเปิดเผย

อะไรกัน จู่ๆ ก็มีคนมาแสดงความเป็นห่วงแบบไม่เปิดเผยตัวตนให้ใจสั่นเล่นซะอย่างงั้น

เจนนิษฐ์มองช่อดอกไม้ในมือนั่นไม่เลิก เธอกำลังคิดพิจารณาหาความน่าจะเป็นถึงที่มาของเจ้าช่อดอกไม้นี้ 

“ส่วนเรื่องคำแนะนำก่อนกลับบ้าน ดิฉันจะกลับเข้ามาคุยอีกครั้งนะคะ ขอตัวสักครู่ค่ะ” 

เจนนิษฐ์ถูกสะกิดให้ละความสนใจจากช่อดอกไม้ด้วยเสียงของพยาบาลตรงหน้า คนบนเตียงตอบกลับไปเพียงคำว่า "ค่ะ" เบาๆ เธอมองตามพยาบาลประจำตึกที่ออกจากห้องไปพร้อมกับความลับนั้น เจนนิษฐ์แทบอยากจะตะโกนบอกให้เธอรีบกลับมาโดยไว  

คนบนเตียงไม่ได้อยากรู้เรื่องการปฏิบัติตัวหลังผ่าตัด  แต่สิ่งที่เธออยากรู้คือเรื่องดอกไม้ปริศนาช่อนี้มากกว่า... 



..….............................................................................



พยาบาลแพรวา

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบเก้าโมงเช้า แพรวาซึ่งสวมชุดไพรเวทยืนหาวฟอดใหญ่อยู่หลังเคาท์เตอร์พยาบาลในหอผู้ป่วยแห่งหนึ่ง เธอแทบจะหลับกลางอากาศเพราะพึ่งจะลงเวรดึกมา แถมเมื่อคืนก็ยุ่งจนไม่มีโอกาสได้งีบพักผ่อน แต่ถึงจะง่วงมากขนาดไหนเธอก็ยังกลับไปนอนไม่ได้ แพรวามีธุระที่ต้องจัดการให้แล้วเสร็จในตอนนี้เสียก่อน

ธุระที่ใช้เป็นข้ออ้างในการรีบออกมาจากห้องผ่าตัดของเธอก็คือ การมาเยี่ยมคุณหมอดมยาที่พึ่งผ่าตัดไส้ติ่งไปเมื่อวันก่อนนั่นเอง แพรวาทราบอาการคร่าวๆ ของเจนนิษฐ์จากพยาบาลรุ่นน้องที่ประจำอยู่ตึกพิเศษพอสมควร  เดิมทีแพรวาไม่คิดจะมาเยี่ยมหมอดมยาคนนี้ เธอรู้ว่าเจนนิษฐ์อาการดีแถมไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และเหตุผลสำคัญคือทั้งคู่ไม่ได้สนิทสนมหรือรู้จักกันเป็นการส่วนตัว แพรวาคิดว่ามันคงแปลกๆ ถ้าเธอจะโผล่มาเยี่ยมเจนนิษฐ์ แต่เธอก็เปลี่ยนใจหลังจากที่ได้รับคุกกี้กล่องหนึ่งพร้อมคำขอโทษจากคุณหมอดมยาคนนี้นี่เอง

แพรวาพบถุงกระดาษที่หน้าล็อกเกอร์ของเธอเมื่อคืนนี้ เมื่อเปิดดูก็เห็นว่าเป็นคุกกี้กล่องหนึ่ง ไม่มีข้อความบอกไว้ว่าเป็นของใคร แพรวาคิดว่าเพื่อนสนิทอาจจะรู้ที่มาของมัน เธอตั้งใจจะไลน์ไปถาม แต่พิชญาภาได้ให้คำตอบไว้ในไลน์กลุ่มแล้ว

พิชญาภาเป็นคนนำมาแขวนไว้ให้ พร้อมกับบอกว่าหมอศัลย์เป็นคนฝากมา แพรวางงเล็กน้อย เธอนึกไม่ออกว่ามีเหตุผลอะไรที่หมอศัลย์ต้องนำขนมมาให้ แล้วหมอศัลย์ที่ว่าคือใครกันล่ะ

เพราะวันนี้มาทำงานเร็ว หลังจากเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วยังพอมีเวลาอีกประมาณสิบนาที แพรวาคว้าถุงกระดาษนั้นไปยังห้องอาหาร เวลาเกือบเที่ยงคืนห้องอาหารตอนนี้จึงเงียบสงัด ไม่มีใครอยู่ที่นี่แล้ว เธอนั่งที่เก้าอี้ใกล้ประตู  หยิบกล่องคุกกี้ที่น่าสงสัยนั้นออกมา เมื่อเห็นชื่อร้านบนสติกเกอร์หน้ากล่องก็เอะใจอยู่ไม่น้อย

นี่มันร้านเบเกอรี่เจ้าดังที่เคยกินตอนนั้นหนิ

แพรวาจำได้ว่าเธอเคยกินคุกกี้เจ้านี้ครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นตอนที่เธอป่วยเข้าโรงพยาบาลเพราะไข้เลือดออกจนไปสอบไม่ได้นั่นแหละ มันเป็นคุกกี้แบบเดียวกับที่มีคนฝากเพื่อนของเธอมาให้ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าคุกกี้เมื่อหลายปีที่แล้วเป็นของใคร แพรวาเกือบจะลืมเรื่องนี้ไปแล้ว แต่คุกกี้กล่องใหม่ตรงหน้ามันทำให้เธอระลึกขึ้นมาได้

แพรวาไม่กล้าคิดว่าเจ้าของคุกกี้กล่องปัจจุบันกับเจ้าของคุกกี้ในอดีตเป็นคนๆ เดียวกัน มันน่าจะเป็นเรื่องบังเอิญเสียมากกว่า แพรวายังไม่อยากกินขนมแสนอร่อยในตอนนี้ เธอจะเก็บมันในถุงดังเดิมและรอถามเพื่อนสนิทเพื่อหาตัวคนให้ในตอนที่เจอหน้ากัน เมื่อแพรวากำลังจะวางกล่องคุกกี้ลงในถุง สายตาก็มองเห็นว่าก้นถุงมีกระดาษโน้ตอยู่แผ่นหนึ่ง มันต้องเป็นข้อความจากคนให้แน่นอน แพรวาเริ่มใจเต้นแรงที่กำลังจะได้รู้ว่าหมอศัลย์เจ้าของคุกกี้กล่องนี้คือใคร เธอหยิบมันขึ้นมาเพื่ออ่านข้อความ

เจ็บไหม เราไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษจริงๆ นะ

ขอโทษงั้นหรอ...

แพรวากระตุกคิ้ว เธอกำลังคิดอยู่ว่าหมอศัลย์หมายถึงเหตุการณ์ตอนไหนกันล่ะ

....เจนนิษฐ์

แพรวาจ้องที่ชื่อนั้นตาแทบไม่กระพริบ 

ไม่ใช่หมอศัลย์ แต่เป็นหมอดมยา!

แพรวาตกใจ เผลอยิ้มกว้างออกมาแบบไม่รู้ตัว ตอนนี้ใจเต้นระรัวไปหมด นี่เธอไม่ได้ตาฝาด ไม่อยากจะเชื่อว่าหมอดมยาคนที่เธอชอบจะทำอะไรแบบนี้ให้ ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่เธอชอบอยู่ฝ่ายเดียวจะใส่ใจกับเรื่องในวันนั้น

เจนนิษฐ์ต้องหมายถึงอุบัติเหตุตบหน้าโดยไม่ตั้งใจอย่างแน่นอน ทั้งๆ ที่ไม่ต้องขอโทษก็ได้ แต่หมอดมยาก็เลือกที่จะขอโทษ เมื่อแพรวาคิดเช่นนี้มันยิ่งทำให้หัวใจพองโตขึ้นไปอีก

จากที่เคยคิดว่าเหตุการณ์คุกกี้ข้ามเวลาอาจเป็นเรื่องบังเอิญ แพรวาเริ่มคิดเข้าข้างตัวเองอีกครั้ง จะเป็นไปได้ไหมว่าเจ้าของคุกกี้เมื่อแปดปีที่แล้วจะคือหมอดมยาเจ้าของคุกกี้กล่องนี้ เหตุผลสนับสนุนเดียวที่แพรวานึกออกก็คือ เจนนิษฐ์อยู่โรงเรียนเดียวกับเธอในขณะนั้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่ไม่จำเพาะเจาะจงให้มั่นใจได้เลยสักนิด แต่ถึงจะไม่ใช่คนเดียวกัน แพรวาก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจเลยสักนิด  เพราะตอนนี้เธอสนใจเพียงแค่เจ้าของคุกกี้กล่องปัจจุบันเท่านั้น

เพราะถูกทำให้รู้สึกมีความหวัง แพรวาตัดสินใจว่าจะไปเยี่ยมหมอดมยาเจ้าของคุกกี้กล่อง เธอรีบขอตัวกลับทันทีที่ถึงเวลาแปดโมงด้วยการอ้างว่ามีธุระด่วน เมื่อจัดแจงเปลี่ยนชุดเรียบร้อย แพรวาก็โทรหาพยาบาลรุ่นน้องที่ตึกพิเศษ โชคดีที่รุ่นน้องของเธออยู่เวรเช้าวันนี้พอดี แพรวาคิดว่าควรจะมีอะไรติดไม้ติดมือไปฝากหมอดมยาสักหน่อย แล้วของเยี่ยมควรจะเป็นอะไรดีล่ะ  แพรวาไม่อยากหิ้วกระเช้าของขวัญแบบนั้นเพราะมันดูทางการเกินไป 

หากเธอจะให้เป็นดอกไม้ เจนนิษฐ์จะชอบมันไหมนะ

แพรวารีบไปที่ร้านดอกไม้หน้าโรงพยาบาล ที่นี่มีดอกไม้สดหลากหลายชนิดทั้งที่เป็นดอกเดี่ยวและจัดเข้าช่อแล้ว มันเยอะเกินไปจนเลือกไม่ถูก แพรวายืนมองอยู่นาน คนขายแนะนำดอกไม้หลายอย่างให้เธอ แต่เธอก็ยังเลือกไม่ได้เสียที

“ถ้าไม่รู้จะเลือกดอกอะไร เลือกดอกไม้ที่เค้าชอบสิหนู” ดูเป็นคำแนะนำที่ดี แต่แพรวากลับไม่รู้เลยว่าเจนนิษฐ์ชอบดอกไม้อะไร

ดอกกุหลาบแดงช่อนี้ก็ดูจะไม่เหมาะกับการนำไปเยี่ยมไข้สักเท่าไหร่ 

ดอกคาเนชั่นสีชมพูตรงนั้นจะดูหวานเกินไปหรือเปล่านะ 

ดอกทานตะวันหรอ มันดอกใหญ่ไปหรือเปล่าเนี่ย!

เมื่อเห็นว่าตัวเองเสียเวลานานเกินไปแล้ว แพรวาจึงหยิบดอกลิลลี่สีขาวที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดส่งให้กับคนขาย เธอไม่ได้คำนึงถึงความหมายของดอกไม้ชนิดนี้ แต่มันก็ดูเหมาะกับการเอาไปเยี่ยมไข้ดีเหมือนกัน และที่สำคัญกว่านั้น ตัวเธอเองชอบดอกลิลลี่สีขาวมาก หมอดมยาคงไม่ว่าอะไรถ้าจะเลือกดอกไม้ตามความชอบของคนให้แทน

แพรวาให้คนขายจัดเป็นช่อเล็กๆ เขาให้กระดาษโน้ตมาด้วย แพรวารับมา ในใจก็คิดว่าเธอควรเขียนข้อความอะไรดี แต่ช่างมันเถอะ ตอนนี้เธอต้องรีบไปที่ตึกพิเศษก่อน 

แพรวาไปถึงตึกพิเศษชั้นห้าในตอนเกือบจะแปดโมงครึ่ง  ภายในตึกสะอาดสะอ้านและเงียบสงบ ที่หน้าเคาท์เตอร์แพรวาเห็นพยาบาลรุ่นน้องยืนรออยู่ รุ่นน้องที่ว่าฉีกยิ้มให้กับแพรวามาแต่ไกล

“อะไรน่ะพี่มิว มีดอกมงดอกไม้ด้วย”

แพรวารู้สึกเขินเล็กๆ ที่โดนทักขึ้นมาแบบนี้ พยาบาลรุ่นน้องยังจ้องแถมยิ้มแบบมีเล่ห์นัยใส่

“อะไรเล่า ก็ไม่รู้จะซื้ออะไรให้อ่ะ” 

“ก็ไม่ได้ว่าอะไร” คนถือดอกไม้ก้มหน้าหงุดๆ พลางคิดในใจว่าตนเองทำถูกไหมที่แสดงออกมากเกินไปแบบนี้

แพรวาเงียบไปชั่วครู่ เธอยื่นช่อดอกไม้นั้นให้กับรุ่นน้องตรงหน้า

“ฝากเอาไปให้หน่อย ไม่กล้าเข้าไปอ่ะ”

“เอาไปให้เองเลยพี่ ก็ชอบให้รู้ว่าชอบไปเลย” พยาบาลรุ่นน้องผลักมือของแพรวากลับ เจ้าของดอกไม้รีบส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่ใช่ว่าชอบ แค่อยากขอบคุณ”

“ขอบคุณอะไร”

“ก็...หลายๆ อย่าง” เป็นคำตอบเบาๆ ซึ่งแพรวาบอกอย่างไม่มั่นใจ มันเป็นหลายๆ อย่างที่แพรวาคิดว่าเจนนิษฐ์ทำให้ ทั้งที่ความเป็นจริงมันอาจจะไม่ใช่อย่างที่เธอคิด

“เข้าไปเลยพี่ ตอนนี้หมออยู่คนเดียว” 

คำว่า “อยู่คนเดียว” ดูจะช่วยปลุกความกล้าของแพรวาขึ้นมาได้นิดหน่อย  เธอมองรุ่นน้องที่กำลังพยักหน้าในเชิงว่า “เอาเลย เข้าไปเลย” อย่างลังเล

นี่ต้องกำดอกไม้เข้าไปยื่นให้กับคนที่ชอบจริงๆ แล้วหรอเนี่ย เอาวะ!

“อุ้ย! หมอเฌอมาแล้ว”

แพรวาหันหลังกลับไปมองตามคำที่รุ่นน้องเอ่ยขึ้น เฌอปรางในชุดเชิ้ตสีครีมกางเกงขายาวสีน้ำตาลและสวมเสื้อกาวน์สีขาวทับ กำลังเดินเข้ามาในหอผู้ป่วยแห่งนี้ แพรวารีบหันกลับก่อนวิ่งไปหลบหลังเคาท์เตอร์พยาบาล เธอทำทีว่ากำลังยุ่งกับเอกสารตรงหน้า

“พี่มิวเป็นอะไร จะหลบทำไม” รุ่นน้องชุดขาวรีบเอ่ยถามกับท่าทีแปลกๆ ของแพรวา

“ไม่อยากให้หมอเฌอเห็น แกรับหน้าไปก่อนนะ” แพรวาพูดเชิงกระซิบ เธอไม่อยากต้องตอบคำถามว่า "มาเยี่ยมใคร" หรือ "มาทำอะไรที่นี่" ถึงแม้บางทีเฌอปรางอาจจะจำเธอไม่ได้ก็ตามที

เฌอปรางเดินเข้ามาที่หน้าเคาท์เตอร์ เธอพูดคุยทักทายกับพยาบาลรุ่นน้องคนนั้น แต่ก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงโทรศัพท์ทันที  คนสวมเสื้อกาวน์รับสายและเดินออกไปคุยโทรศัพท์ที่หน้าหอผู้ป่วย พยาบาลรุ่นน้องสบโอกาสรีบปรี่เข้ามาหาแพรวาที่หลังเคาท์เตอร์

“จะเอายังไงพี่มิว” คำถามของรุ่นน้องที่ดูคาดคั้น ทำให้แพรวาหยิบดอกไม้นั้นส่งให้

“ฝากเอาไปให้นะ ให้หลังหมอราวน์เสร็จก็ได้”

“เอางั้นหรอ แล้วจะให้บอกไหมว่าใครฝากมา” แพรวารีบยกมือห้าม 

“งั้นเขียนการ์ดไปมั้ย” รุ่นน้องแนะนำเพราะเห็นว่ามีการ์ดเปล่าเสียบอยู่ที่ช่อดอกไม้ แพรวาจัดการดึงการ์ดใบนั้นออกทันที

“ไม่ต้องเขียนแล้ว แค่บอกว่ามีคนฝากมาให้แค่นั้นแหละ” แพรวาบอกเสียงห้วนๆ ทุกอย่างถูกเร่งด้วยเวลาจนเริ่มรู้สึกหงุดหงิด เธอมองผ่านรุ่นน้องตรงหน้าไปก็เห็นว่าเฌอปรางเดินกลับเข้ามาแล้ว และตอนนี้กำลังตรงไปยังหน้าห้องพิเศษ  แพรวารีบบอกรุ่นน้องให้ไปตามราวน์ ถึงจะโล่งอกที่สามารถหลบหมอศัลย์ได้ แต่แพรวาก็เสียดายโอกาสเมื่อครู่อยู่ไม่น้อย 

โอกาสที่มาพร้อมกับความกล้าซึ่งตอนนี้ได้ปลิวหายไปหมดแล้ว

แพรวาตัดสินใจนั่งรออยู่ที่เคาท์เตอร์นั่น เธอกะว่าจะรอฟังอาการและรอถามปฏิกิริยาของคนได้รับดอกไม้จากรุ่นน้องคนสนิท  ไม่ถึงสิบนาที แพรวาเห็นเฌอปรางเดินกลับออกมา หมอศัลย์คนนี้น่าจะมาดูอาการของหมอดมยาเพียงคนเดียวจึงใช้เวลาเพียงชั่วครู่  แพรวารีบก้มหน้ากับหนังสือขณะที่เฌอปรางเดินผ่าน โชคดีที่หมอศัลย์ไม่ได้เอ่ยถามอะไรขึ้นมา  คราวนี้ก็เหลือพยาบาลรุ่นน้องที่คงจะตามออกมาในไม่ช้า

ครู่เดียวรุ่นน้องคนสนิทก็ออกมาจากห้องของหมอดมยาคนนั้น แพรวาเห็นก็รีบกวักมือเรียก คนในชุดขาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหา

“นึกว่ากลับไปแล้ว”

“หมอเต็นเป็นไงมั่ง” แพรวาไม่ได้สนใจเรื่องที่รุ่นน้องทัก เธออยากรู้อาการของเจนนิษฐ์หลังจากที่แพทย์เจ้าของไข้ตรวจแล้วมากกว่า

“หมอเฌอให้กลับบ้านวันนี้แหละ”

“หรอ...” แพรวาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ก่อนจะหยุดเงียบไปพักหนึ่ง ไม่ใช่ว่าไม่ดีใจแต่การที่เจนนิษฐ์ได้กลับบ้านนั่นหมายถึงเธอจะไม่เจอหมอดมยาคนนี้ไปอีกหลายวัน

“แล้วดอกไม้ล่ะ เค้าว่ายังไง” เธอเอ่ยขึ้นมาอย่างตื่นเต้น พยาบาลรุ่นน้องยิ้มแห้งๆ ก่อนให้คำตอบ

“เค้าก็ดูงงๆ แล้วก็ถามว่าใครฝากมาให้”

“แต่ไม่ได้บอกใช่ไหม” แพรวารีบถามขึ้นมาฉับพลัน
 
“ไม่ได้บอกว่าเป็นพี่” คนตรงหน้ารีบปฏิเสธ แพรวาโล่งอกที่รุ่นน้องของเธอยังรักษาความลับไว้ได้

“บอกแค่ว่า จากคนที่ห่วงใย” คนพูดยิ้มกว้างให้กับเจ้าของดอกไม้แถมยังหัวเราะในเชิงหยอกให้แพรวาเขิน

“นี่บอกแบบนี้จริงสิ” พยาบาลรุ่นน้องยักคิ้วแทนคำตอบ แพรวาทำหน้างอใส่ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้ว่าอะไรคนที่ช่วยเหลือเธอ 

ถึงแม้เจนนิษฐ์จะรู้หรือไม่รู้ว่าใครเป็นคนให้ดอกไม้ แพรวาก็เชื่อว่าหมอดมยาจะต้องรู้สึกดีอย่างแน่นอน ความรู้สึกคงจะคล้ายๆ กับตอนที่เธอนอนป่วย แล้วจู่ๆ ก็มีกล่องคุกกี้ปริศนามาเยี่ยมไข้ มันเป็นคุกกี้ที่ทำให้หัวใจเต้นแรงไปกับการคาดเดาต่างๆ นานา

แล้วเธอล่ะ...

เธอคนที่รับช่อดอกไม้ไปเมื่อครู่น่ะ จะรู้สึกวุ่นวายใจกับการคาดเดาต่างๆ นานาเหมือนกันบ้างไหมนะ...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #65 ณธร (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:02

    แหน่~ ร้ายไม่เบา

    #65
    0
  2. #50 parnpuparn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 19:55

    เขินค้าาาาา มีความเขินมากกกกกก เขินตั้งแต่แม่ชอบมายันของฝากแทนใจกันอีกกกก เสียดายที่ไม่ได้ให้กับมือ แต่แค่นี้ก็ดีมากแล้ววววว

    #50
    0
  3. #36 CyaneumTao (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:33
    มีความ”แม่ชอบ”5555
    คุมแพรวาพลาดโอกาศที่จะได้ให้ดอกไม้กับมือเฉย.....
    ปล.คุณหมอเพิ่งผ่าตัดมาทานเป็นอาหารน้ำ/อาหารอ่อนก่อนก็ดีนะคะ
    #36
    0
  4. #31 DragonKnighX (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 12:45
    ตัยล้าวววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว เขิลแรงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    #31
    0
  5. #30 Yokzaza444 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 21:07
    เจนนิษฐ์ก็มีมุมมุ้งมิ้งกับเขาเป็นนะเนี่ยยยยยย
    อร้ายยยยยยยย ขอเปลี่ยนร่างกับเจนนิษฐ์แปปค้าาาา
    อยากไปบอกชอบคุนแพรวาจังงงงงงงง
    #30
    0
  6. #29 Yokzaza444 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 21:07
    เจนนิษฐ์ก็มีมุมมุ้งมิ้งกับเขาเป็นนะเนี่ยยยยยย
    อร้ายยยยยยยย ขอเปลี่ยนร่างกับเจนนิษฐ์แปปค้าาาา
    อยากไปบอกชอบคุนแพรวาจังงงงงงงง
    #29
    0
  7. #28 Yokzaza444 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 21:07
    เจนนิษฐ์ก็มีมุมมุ้งมิ้งกับเขาเป็นนะเนี่ยยยยยย
    อร้ายยยยยยยย ขอเปลี่ยนร่างกับเจนนิษฐ์แปปค้าาาา
    อยากไปบอกชอบคุนแพรวาจังงงงงงงง
    #28
    0
  8. #27 Yokzaza444 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 21:07
    เจนนิษฐ์ก็มีมุมมุ้งมิ้งกับเขาเป็นนะเนี่ยยยยยย
    อร้ายยยยยยยย ขอเปลี่ยนร่างกับเจนนิษฐ์แปปค้าาาา
    อยากไปบอกชอบคุนแพรวาจังงงงงงงง
    #27
    0
  9. #26 KROOWAI (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 00:49
    งื้อออ >////////<
    ชอบครับ ทำไมมันละมุนอย่างนี้
    อ่านแล้วต้องอมยิ้มตามตลอดเลย
    เป็นกำลังใจให้ครับ
    #26
    0
  10. #23 framesoshi9 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 21:40
    รักบทบรรยายเรื่องนี้เพราะไม่มีฉากมุ้งมิ้งแต่อ่านแล้วกลับทำให้ยิ้มได้นี่แหละค่ะ มีเสน่ห์มากๆเลย ถึงเนื้อเรื่องจะดำเนินค่อยเป็นค่อยไปแต่รู้สึกละมุนกับรายละเอียดการบรรยายต่างๆมากเลยค่ะ จะคอยติดตามเสมอนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่า
    #23
    0