นางผู้ลิขิตชะตา ( ชื่อชั่วคราว )

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,183 Views

  • 22 Comments

  • 316 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,629

    Overall
    9,183

ตอนที่ 11 : กลับบ้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    21 เม.ย. 62

               
                 หลี่ฮุ่ยหลง 
                     
              
              หยางเหม่ยเฟิ่ง





" พวก-เจ้า-ต้อง-ชด-ใช้ "


           หยางเหม่ยเฟิ่งหันไปมองบุรุษทั้งสามแล้วมาหยุดที่เด็กชายที่ดูอายุน่าจะน้อยกว่าตนเองประมานสองถึงสามหมื่นปี่ สวมชุดสีขาวขลิบทองลายท้องนภาที่ใบหน้าขณะนี้ยิ้มแย้มพึงใจนั่นทำให้รู้ได้ในทันที่ว่าคนที่ทำลายสวนสมุนไพรของตนคือเจ้าเด็กนี่ พลันพุ่งพุ่งตัวเข้าไปหาด้วยความรวดเร็ว
          

" เอ้ย/เฮ้ย "
" พลั๊ว..." หยางเหม่ยเฟิ่งต่อยเข้าที่เบ้าตาของหลี่ฮุ่ยหลงทำให้หลี่ฮุ่ยหลงล้มลงและเหม่ยก็นั่งคร่อมตัวของอีกฝ่ายแต่ขณะที่กำลังจะลงมืออีกครั้งหลิงฟงและไป๋เจินก็เข้ามาดึงตัวทั้งคู่แยกออกจากกัน



ด้านมหาเทพและเง็กเซียน
   
       ทั้งสองที่ตามหลังเหม่ยออกมาเมื่อมีคนไปรายงานว่ามีไฟไหม้ดานหลังตำหนักเมฆาขาว เมื่อมาถึงจึงทำให้รุ้ถึงสาเหตุว่าเหตุใดเหม่ยเฟิ่งจึงเร่งรีบออกมา ทั้งสองมองเหตุการณ์ตรงหน้าในใจพลางคิดว่า 'ฉิบหายแล้ว' พลางมองไปที่ไท่จื่อน้อยที่มีดวงตาข้างขวาช้ำเขียวคงไม่ต้องเดาว่าเป็นผู้ใด้ที่กล้าทำร้ายไท่จื่อแดนสวรรค์แต่จนแล้วจนรอดสาเหตุก็คงมาจากไท่จื่อ องค์เง็กเวียนเดินไปหาไท่จื่อพลางอุ้มขึ้นแล้วมองหน้าหลานตนเองด้วยจนคำพูด ส่วนมหาเทพเดินเข้าไปอุ้มธิดาตนที่สลัดตัวหลุดจากหลิวฟงเพื่อจะเข้าไปหาไท่จื่อน้อย

" เจ้ามาเผาสวนของข้า วันนี้ข้าจะตีเจ้าให้หายแค้น "    เหม่ยเฟิ่งพูดแล้วใช้แรงทั้งหมดสลัดจนหลุดออกจากหลิวฟงแล้วพุ่งตัวออกไป  'พรึบ'  แต่กลับถูกยกตัวลอยขึ้นจากบุคคลที่มาใหม่เหม่ยเฟิ่งฮึดฮัดอย่างไม่พอใจพลางหันหน้าไปมองคนที่บังอาจมาจับตนอย่างไม่พอใจ
" ท่านพ่อปล่อยข้านะ ข้าจะตีเจ้าเด็กนี่ที่กล้ามาเผาสวนของข้า "    เหม่ยเฟิ่งพูดกับบิดาแต่สายตาจับจ้องอยู่ที่ฮุ่ยหลงที่เง็กเซียนอุ้มอยู่
" เฟิ่งเอ๋อใจเย็นก่อน เดี่ยวพ่อหามาให้เจ้าใหม่นะ "   มหาเทพพูดกับเหม่ยเฟิ่งเพื่อให้นางใจเย็นแต่เห็นทีจะไม่ได้ผลจึงตัดสินใจกล่าวสิ่งที่ตนไม่อยากกล่าวที่สุด
" งั้นถ้าพ่ออนุญาตให้เจ้าเข้ากองทัพเจ้าจะหยุดหรือไม่ " ประโยคเดียว ทำให้ร่างบางที่อยู่ในวงแขนหยุดชะงักทันที มหาเทพเมื่อเห็นธิดาตนเองหยุดดิ้นจึงปล่อยนางลงยืนบนพื้น
" ก็ได้เจ้าค่ะ แต่ต่อไปนี้เจ้าเด็กนี่ห้ามมาเหยียบที่ตำหนักแห่งนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว " เหม่ยเฟิ่งพูดพลางน้ำตาไหลลงมาหนึ่งหยด แค่เพียงหยดเดียวเท่านั้นแล้วเดินจากไป
" เฟิ่งเอ๋อ "  
" ข้าอยากอยู่คนเดียว " มหาเทพเมื่อเห็นน้ำตาธิดาตนผู้ไม่เคยร้องให้ไม่ว่าจะบาดเจ็บขนาดไหนนางก็ไม่ร้องไห้ให้ใครเห็น แต่สวนสมุนไพรถูกเผาสามารถทำให้นางร้องไห้ได้ก็รู้ได้ทันที่ว่าธิดาตนนั้นคงเสียใจมากในครั้งนี้แต่ด้วยนิสัยนางแล้วคงต้องปล่อยให้นางได้อยู่คนเดียวเพื่อสงบสติอารมณ์ต้วยตนเองพลางหันไปหาตัวต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด


นั่นคือเรื่องที่ข้าไม่สามรถให้อภัยรัชทายาทได้แต่นั่นก็ไม่ใช่เพียงเรื่องเดียวที่เจ้าเด็กนั่นทำ  มีอยู่วันนึงรัชทายาทตามเง๊กเซียนมาพบท่านพ่อซึ่งข้ากำลังนั่งสนทนาด้วยเรื่องโคมวิหคเพลิงเป็นโคมไฟที่หายากและมีเพียงห้าชิ้นเท่านั้นแต่พอรัชทายาทมาถึงก็เดินไปหยิบโคมเล่นและทำมันตกแตก และหลาย ๆ อย่าง จนข้าเข้ากองทัพสวรรค์จึงไม่ได้เจอกับเจ้านั่นจนถึงตอนสงครามกับเผ่าปีศาจที่คิดยึดครองสวรรค์จึงได้เจอกันอีกพอสงครามจบลง รัชทายาทก็ตามรังควานข้าไม่เลิกจนข้าออกอุบายขอท่านพ่อลงมาเกิด ขนาดข้ามาเกิดเป็นมนุษย์แล้วยังจะตามมาอีก



     
            




ยามเหม่า (05.00 - 06.59 น.) 

       วันนี้เป็นวันที่ข้าออกเดินทางเพื่อกลับบ้านที่แคว้นฉีเซี่ยข้าสามคนแต่งกายด้วยชุดบุรุษแบบบัณฑิตหนุ่มห้อยหยกประจำตัวซึ่งเป็นสัญลักษณ์เฉพาะคนตระกูลหยาง ข้าออกเดินทางพร้อมกับ อี้ฝาน อี้หลุน หน่วยหงส์เพลิง ข้าออกเดินทางตอนยามเหม่า (05.00 - 06.59 น.) ซึ่งตอนนี้ก็ถึงเมืองหานเกิงซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านจุดตรวจคนเข้าเมืองข้าเข้าเข้าแถวรอเข้าเมืองแล้วก็เกิดเหตุการณที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับนายทหารผู้ตรวจกับชายที่แต่งตัวเหมือนตู้สมบัติเคลื่อนที่ไม่กลัวโดนดักปล้นหรือไง


" ขอใบผ่านเข้าเมืองด้วยขอรับ " นายทหารที่ตรวจพูดขึ้น 
" หยวนๆให้ข้าหน่อยนะ ข้าทำหนังสือหายน่ะ " ชายคนนั้นพูดพลางหยิบบางอย่างใส่มือทหารนายนั้น แต่ทหารผู้ตรวจคนเข้าเมืองก็ยังยืนยันคำเดิม 
" ยังไงก็ไม่ได้ขอรับ ไม่มีหนังสือเข้าเมืองข้าไม่สามารถให้ผ่านเข้าไปได้ขอรับ " จนเกิดมีากเสียงกันขึ้นแล้วก็มีทหารสามนายเดินเข้ามาถาม
" เกิดอะไรขึ้น " ทหารที่ทาใหม่พูดขึ้นดูท่าจะเอาเรื่องไม่เบา
" ก็คุณชายท่านนี้น่ะสิไม่มีหนังสือหนังสือผ่านทาง "
" นี่เจ้าข้าก็บอกอยู่ว่าข้าทำหนังสือหาย เจ้าไม่รู้หรือไงว่าข้าเป็นใคร " แหมะวางท่าบาดใหญ่เชียวสักพักก็มีชายคนนึงเดินเข้าไปแต่งตัวไม่ต่างกันเลยกลัวไม่มีใครรู้ว่ารวยหรือไง
" เอ่อคุณชายใจเย็น ๆ นะขอรับ " นายทหารที่มาใหม่พูดพลางหันไปพยักหน้าให้อีกสองคนที่ตามมาด้วยก่อนจะหันไปหาคุณชายตู้สมบัติและข้ามองดูทหารคนเดิมเดินตามทหารที่มาใหม่สองคนไปด้านหลังแล้วข้าก็หันกลับมามองเหตุการณ์ตรงหน้าอีกครั้ง คุณชายตู้สมบัติมองหน้านายทหารที่ถามพลางยื่นบางอย่างใส่มือนายทหารอ่าติดสินบนสินะ
" เชิญคุณชายขอรับ " นายทหารพูดพลางยิ้มแย้มแล้วปล่อยให้คุณชายตู้สมบัติเข้าเมืองข้ารออยู่สักพักก็ถึงคิวข้าแล้วทหารคนเดิมก้กลับมาพร้อมกับหน้าตาที่ฟกช้ำพลางก้มหน้าแล้วพูดขึ้น เห็นแล้วมันของขึ้นคนดีกับดดนทำร้าย

" เอ่อ ขอใบผ่านเข้าเมืองด้วยขอรับ " 
" เงยหน้าขึ้น " ข้าพูดพลางจ้องทหารตรงหน้าแต่ก้ยังไม่เงยหน้า
" เจ้ามีอะไรกับเพื่อนทหารของข้ารึ " ทหารที่รับสินบนพูดกับข้าพลางมองหน้าเอาเรื่องเจ้านี่น่าจะเป็นหัวหน้าของทหารสองคนที่นั้นข้าไม่สนใจหันมาพูดกับทหารผู้ตรวจอีกครั้ง
" ข้าบอกให้เงยหน้า " ข้าพูดเสียงดังขึ้นจนทำให้ทหารนายนั้นตกใจรวมทั้งบุคคลบริเวรนั้นนั้นด้วย
" นี่เจ้าจะเข้าก้เอาหนังสือผ่านทางมา อย่ามาสงสัยเรื่องที่ไม่ควรถามจะทำให้ตนเองเดือดร้อนเสียเปล่า " พอข้าได้ยินก็ขึ้นเลยสิเป็นถึงทหารปกป้องแผ่นดินแต่กลับใช้อำนาจข่มขู่ประชาชนแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนแล้วนายหทารผู้ตรวจคนเดิมก็เงยหน้าแล้วพูด
" คุณชายข้าไม่เป็นอะไรขอรับ คุณชายอย่าเข้ามายุ่งเลยขอรับเดี๋ยวจะเดือดร้อนไปด้วย " 
" ไม่เป็นไรได้อย่างไรดูหน้าและตัวเจ้าซิ มาดูกันว่าเจ้ากับข้าใครจะเดือดร้อนกันแน่ อี้ฝานไปดูเขา   อี้หลุนไปเชิญผู้บัญชาการการที่นี่มา " ข้าพูดกับนายทหารผู้ตรวจพลางมองดูสภาพของคนตรงหน้า แล้วหันไปมองทหารที่ข่มขู่ข้าแล้วสั่งการอี้ฝานกับอี้หลุน แต่อี้หลุนยังไม่ทันได้ไปก็มีเสียงดังขึ้นมาซะก่อนพร้อมกับทหารที่มาใหม่ท่าทางน่าเกรงขามดู่ท่าจะอายุมากกว่าท่านพ่อไม่กี่ปีตามมาด้วยทหารอีกห้านาย การปรากฎตัวของเขาทำให้นายทหารสี่คนที่ที่ตอนนี้มีปัญหากับข้าอยู่ก้มทำความเคารพ แต่หน้าคุ้นๆแหะ ช่างมันเหอะ
" เกิดอะไรขึ้นเหตุใดจึงเสียงดังเอะอ่ะโวยวายนัก " 
" คารวะผู้ผู้บัญชาการ " ทหารทั้งสี่คนทำความเคาระบุคคลมาใหม่
"เรียนผู้ผู้บัญชาการคุณชายท่านนี้ขัดขวางการทำงานของพวกข้าน้อยขอรับ " ทหารนายนี้พูดพลางหันมายิ้มเยาะใส่ข้ารู้จักข้าน้อยไปเสียเเล้ว 
" ข้าน้อยคารวะผู้บัญชาการ "ข้าทำความเคารพคนตรงหน้า
" ข้าอู๋ซวงเป็นผู้บัญชาการทีนี่ ไม่ทราบว่าเกิดอันใดขึ้นเรียนคุณชายแจ้งให้ข้าน้อยได้ทราบได้หรือไม่ " อู๋ซวงพูดพลางสำรวจบัณฑิตหนุ่มตรงหน้าจนสายตาไปสะดุดกับหยกพกข้างเอวบัณฑิตหนุ่ม
" อู๋ซวง ...." ข้าพูดขึ้นเบาๆ ชื่อนี้มันชื่อท่านลุง ตงอู๋ซวงนิแต่คนตรงหน้าจะใช่หรือดูแก่ชรากว่าท่านลุงอีก แต่ก่อนที่ข้าจะได้พูดอะไรอีกคนตรงหน้าก็พูด
" ไม่ทราบว่าคุณชายเกี่ยวข้องอันใดกับตระกูลหยางหรือขอรับ "  ผู้บัญชาการอู๋ซวงกล่าวถามข้า
" ท่านคือท่านตงอู๋ซวงใช่หรือไม่ขอรับ " ข้าไม่ได้ตอบคำถามแต่ถามกลับแทน
" ใช่ คุณชายรู้จักข้าด้วยหรือ  " อู๋ซวงถามบัณฑิตหนุ่มอย่างสงสัย
" ท่านจำข้ามิได้หรือขอรับ " แล้วข้าก็ก้มลงกระซิบบอกคนตรงหน้าให้ได้ยินแค่สองคน
' ข้าเองหยางเหม่ยเฟิ่งเจ้าค่ะ ' ข้าพูดแล้วขยับถอยออกมาพลางมองหน้าท่านลุงที่ทำหน้าตกใจหนักมาก
"อู๋ซวงคารวะคุณห..เอ้ยคุณชาย ข้าน้อย....... " 
" คารวะอันใดกันขอรับ ลุกขึ้นเถิด ท่านก็เหมือนคนในครอบครัวของข้า "   

         เหม่ยเฟิ่งเดินเข้าไปประครองอู๋ซวงที่กำลังจะก้มหัวทำความเคารพตน ซึ่งการกระทำของอู๋ซวงทำให้นายทหารทั้งหลายถึงกับอึ้งและตกใจในเวลาเดียวกันที่ผู้บัญชาการทำก้มคารวะบัณฑิตหนุ่มหน้าอ่อนตรงหน้าแต่คนที่ดูจะตกใจที่สุดคงหนีไม่พ้นทหารสามคนที่มีปัญหากับเหม่ยเฟิ่ง ทั้งสองเดินเข้าไปคุยในห้องบัญชาการโดยการเชิญของเจ้าของห้องเหม่ยเฟิ่งเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้อู๋ซวงฟังตั้งแต่ต้น 


         

         ข้าเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้ท่านลุงอู๋ซวงฟังตั้งแต่ต้น ทหารสามนายนั้นโดนลงโทษไปตามกฎทหารส่วนทหารที่ถูกทำร้ายนั้นข้าได้สอบถามประวัติกับท่านลุงได้ความว่าทหารนายนั้นชื่ออวี่หาน อวี่หานมาจากหมู่บ้านชนบทแถบชานแดน ครอบครัวยากจน แต่เป็นขยันขันแข็ง ซื่อสัตย์กับงานที่ทำเดิมทีก็ไม่ได้คิดจะเป็นทหารแต่แรกแต่เพราะต้องหาเงินไปเลี้ยงครอบครัว น้องอีกสามคนและจ่ายค่ายาให้แม่ที่ป่วยไม่หายอีก แต่อย่างว่าเบี้ยหวัดทหารจะได้เท่าไรกัน และในระหว่างช่วงพักก็มักรับจ้างซักผ้า ทำความสะอาดห้องหับของทหารนายอื่นๆ บางครั้งก็ถูกเบี้ยวค่าจ้าง แต่ยังดีที่ค่ายมีข้าวปลาอาหารให้กินฟรี ท่านลุงไปเจอตอนที่อวี่หานตอนที่กำลังหางานทำในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งแต่กลับถูกสาดน้ำไล่ออกมาท่านลุงจึงชวนมาเป็นทหาร แต่ข้าถูกใจที่เขาเป็นคนซื่อสัตย์จึงคิดจะช่วยเหลือ ตอนนี้ข้ายืนมองดูอวี่หานที่กำลังยืนคุยกับทหารนายนึงอยู่ข้าจึงเดินเข้าไปหาเมื่อทหารนายนั้นเห็นข้าจึงหันมาก้มหัวแล้วรีบเดินจากไป ข้ามองอวี่หานที่ยังไม่รู้ตัวว่าข้าเดินมาหาสายตาเขามองตามทหารนายนั้นด้วยความโกรธสักพักก็ราวกับจำนนแต่ก็กลับมาฮึดสู้ใหม่ สายตาใช้ได้
" มีอันใดหรือ " อวี่หานสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเหม่ยเฟิ่งทักขึ้น
" เอ่อ.....คือ ช่างมันเถอะขอรับ เฮ้อ.. คุณชายจะกลับแล้วหรือขอรับ " อวี่หานอึกอักและลังเลที่จะกล่าวก่อนถอนหายใจแล้วตัดสินใจไม่บอกก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง
" เค้าไม่จ่ายเงินค่าทำงานใช่หรือไม่ " เหม่ยฟิ่งถามออกไป
" คุณชายรู้หรือขอรับ " อวี่หานพูดพลางก้มหน้าลง
" เจ้าน่ะอยากไปอยู่กับข้าหรือไม่ " 
" เอ่อ...คือเห็นข้าเป็นคนอ่อนแอเช่นนี้แต่ข้าเป็นบุรุษเต็มตัวนะขอรับ " อวี่หานพูดพลางขยับถอยห่างเหม่ยเฟิ่งในคราบบุรุษหนุ่มแล้วมองอย่างระแวง เหม่ยเฟิ่งที่เห็นท่าทางนั้นจึงคิดว่าเจ้านี่น่าแกล้งน่าชะมัด
" ไม่ต้องรีบร้อน ข้าจะให้เวลาเจ้าคิด " เหม่ยเฟิ่งพูดพลางยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์พลางมองหน้าดำดำของอวี่หานที่เจ้าตัวเอามาทาแล้วคิดว่าหากจับอาบน้ำแต่งตัวให้ดีหน่อยคงดูดีไม่น้อยไหนจะดวงตาที่เหมือนลูกกวางนี่อีก หึหึ แต่ก่อนจะได้คิดไปไกลอวี่หานก้โพล่งขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของเหม่ยเฟิ่ง
" แต่ข้าเป็นทหารจะไปทำงานรับใช้คุณชายได้อย่างไร แล้วข้าก้ยังต้องเลี้ยงน้องเลี้ยงแม่อีกหากไปอยู่กับคุณชายข้าก็ได้ทำงานรับใช้คุณชายแค่อย่างเดียว ข้าน่ะอยู่ที่นี่มีงานให้ข้าทำตั้งหลายอย่าง ข้าขอบคุณคุณชายที่เมตตาต่อข้าน้อยนะขอรับ *;'*]/l** " อวี่หานพูดร่ายยาวไปอีกจนเหม่ยเฟิ่งทนไม่ไหวให้อาหลีกับอาหูจัดการต่อส่วนตนเองนั้นเดินจากไปแล้ว อี้ฝานกับอี้หลุนกลั้นยิ้มแทบไม่อยู่กับท่าทางของอวี่หานที่ที่โดนเจ้าสำนักแกล้ง
" นี่เจ้าน่ะหยุดพูดสักทีข้าฟังไม่ทัน หากเจ้าไปอยู่กับคุณชายของเราเจ้ามีแต่จะสบาย เรื่องครอบครัวก็ไม่ต้องห่วงคุณชายดูแลให้ทุกอย่างไม่ต้องห่วง " อี้หลุนพูดขัดอวี่หานที่พูดไม่หยุดขึ้นมาแล้วยังแกล้งอวี่หานต่อ ส่วนอวี่หานก็หยุดพูดแล้วมองหาเหม่ยเฟิ่งแต่ก็ไม่พบจึงหันมาตั้งใจฟังคนตรงหน้า
" อ่ะนี่ หากตัดสินใจได้แล้วอีกสี่ก็นำนี่ไปที่โรงเตี้ยมเหอชุ่ยยื่นให้เสี่ยวเอ้อ อย่าทำหายหรือให้ผู้ใดดูเด็ดขาด " อี้ฝานพูดแล้วยื่นป้ายหยกที่เป็นสัญลักษณ์สำนักเหม่ยเฟิ่งให้อวี่หานและเน้นย้ำประโยคสุดท้าย แล้วเดินจากไป ส่านอี้หลุนที่อดแกล้งคนไม่ได้ก็เดินมาตบไหล่อวี่หานสองทีพลางยิ้มให้แบบมีเลศนัยแล้วเดินจากไป


 




อิมเมจ 
          

                

                  อี้ฝาน                                   อี้หลุน               
      
         

       อวี่หาน (จับอาบน้ำแต่งตัวใหม่)



อิมเมจ พ่อกับแม่เหม่ยเฟิ่ง ( ขอเปลี่ยนแม่ของเหม่ยเฟิ่งจากเทพบุปผาเป็นธิดาเผ่าวิหคหรือหรือหงส์ทองนะคะ)


           

       มหาเทพตงหวง    ไป๋เสี่ยวเฟิ่งธิดาราชาเผ่าวิหค/หงส์ทอง



        

เว่ยกุ้ยเหนียงฮองเฮาธิดาราชาจิ้งจอก    เง็กเซียนฮ่องเต้หลี่ต้าเจิน
    

ปล.มหาเทพเป็นมังกรทอง แล้วนางเอกเป็นตัวไรวะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #14 เหมยดำ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 12:47

    เป็นหงส์หัวมังกร กับมังกรหัวหงส์ไรท์เลือกอันไหนคะอิอิอ

    #14
    1
  2. #13 65h56 (@65h56) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 03:31
    ตี3ไรท์ไม่นอนเหรอ(ถามไม่ดูตัวเองเลย555+)
    #13
    1