ใต้โต๊ะ - ใต้โต๊ะ นิยาย ใต้โต๊ะ : Dek-D.com - Writer

    ใต้โต๊ะ

    Urban Legend คลาสสิคของนักเรียนไทย ... ระวัง !!! มันมาเคาะใต้โต๊ะคุณ

    ผู้เข้าชมรวม

    2,621

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    5

    ผู้เข้าชมรวม


    2.62K

    ความคิดเห็น


    10

    คนติดตาม


    1
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  23 ก.ค. 49 / 10:49 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ

      ใต้โต๊ะ


      นี่เป็นเรื่องผีที่น่ากลัวมากที่สุดเรื่องหนึ่ง
      ใครที่เคยเรียนอยู่ถาปัดจุฬาฯ จะเคยได้ยินมาแล้วทั้งนั้นนะคะ
      เป็น Urban Legend ประจำคณะทีเดียวค่ะ

      และวันที่ได้ฟังกันมากที่สุดก็คือคืนวันรับน้องใหม่
      หลังมีพิธีกรรมสำคัญซึ่งจะต้องรออะไรบางอย่างท่ามกลางความมืดและเงียบ
      เรื่องผี ๆ เรื่องแล้วเรื่องเล่าจะถูกถ่ายทอดจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง
      เรื่องแล้วเรื่องเล่า…
      เรื่องแล้วเรื่องเล่า…

      จนมาถึงเรื่องนี้ซึ่งเป็นไคลแมกซ์ทีเดียว
      ฟังกันจนขนหัวลุก
      บางคนถึงขนาดกรี๊ดออกมาอย่างหยุดไม่อยู่
      ...


      ต่อมาเรื่องก็ถูกดัดแปลงเล่าต่อ ๆ กันไปเรื่อย ๆ ๆ ๆ
      จนค่อย ๆ เปลี่ยนไป เพี้ยนไปบ้าง
      บางคนก็บ้าส่งเป็นฟอเวิร์ดเมวกันจนรู้จักไปทั่วทีเดียว

      แต่ถ้าจะให้ kp เล่าอันที่เป็นออริจินัลดั้งเดิมไม่เสริมแต่งจนผิดรูปผิดรสล่ะก็
      ได้เลยค่ะ...เพราะ kp จำได้แม่นทีเดียว...
      ลองอ่านดูนะคะ


      เรื่องก็มีอยู่ว่า...


      ที่คณะสถาปัตย์จุฬาฯเป็นคณะที่เก่าแก่มาก ๆ
      อาคารเดิมนั้นตั้งอยู่ริมถนนพระรามหนึ่ง
      ถ้าเดินเข้าไปในจุฬาฝั่งสระน้ำแล้วเลี้ยวซ้ายละก็ จะพบคณะเราเป็นคณะแรก

      ด้วยจุดที่ตั้งที่เข้าถึงได้สะดวก ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองนั้น
      พวกญี่ปุ่นเขาจึงใช้อาคารเรียนเก่าทำเป็นอาคารพยาบาลฉุกเฉิน
      มีทหารบาดเจ็บล้มตายเข้าออกมากมายทีเดียว

      ว่ากันว่า
      บางคืนที่มีการค้างคืนทำโปรเจ็กที่คณะ
      นิสิตบางคนที่โชคดี ...
      จะได้ยินเสียงรองเท้าบู๊ตเดินย่ำบ้าง
      เสียงพูดคุยภาษาญี่ปุ่นแว่วมาตามลมบ้าง...
      บางคนก็ได้ยินเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวด

      แต่ที่น่าสนใจคือ
      เสียงที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือเสียงเคาะดังมาจากใต้โต๊ะทำงาน
      ซึ่งทำมาจากไม้...

      โต๊ะทำงานของเราจะเรียกว่าโต๊ะดร๊าฟ หรือโต๊ะเขียนแบบค่ะ
      จริง ๆ ก็เหมือนโต๊ะธรรมดาทั่ว ๆ ไปนั่นแหละ แต่ใหญ่กว่า
      และเราจะเอาเชือกผูก ที-ไสลด์ คือไม้บรรทัดยาว ๆ สำหรับเขียนแบบ

      เข้าใจว่าสมัยสงคราม เตียงสนามไม่พอจึงเอาโต๊ะมาต่อ ๆ กัน
      พอใครตายลงก็ขนลงมาไว้ใต้โต๊ะ ให้บนโต๊ะว่างสำหรับคนเป็นรายต่อไป

      ทีนี้ถ้าใครอ่านคู่กรรมนะ ก็จะรู้ว่าหมอทหารญี่ปุ่นน่ะใจแข็ง
      โกโบริจะตายแล้วก็ไม่ช่วย เพราะต้องประหยัดยาไว้ช่วยคนที่มีโอกาสรอดมากกว่า

      บางคนคงยังไม่ "ตายสนิท" แต่ถูกกดลงมาทับถมรวมกับพวกที่ "ตายสนิท"แล้วใต้โต๊ะ


      คิดดูสิว่าทั้งบาดเจ็บจากสงคราม บางคนแขนขาขาดนิ้วกุด บางคนโดนทรมานจากระเบิดหัวหูอยู่ไม่ครบ
      ทั้งหวาดกลัว ต้องถูกซุกไว้ใต้โต๊ะแคบ ๆ กับศพเพื่อนสภาพเละ ๆ
      น่าสยดสยองทรมานแค่ไหนน่ะ

      คงตะเกียดตะกายเคาะใต้โต๊ะเพื่อขอความเป็นธรรมกระมัง
      ไม่มีใครทราบ.....


      แต่ที่น่ากลัวที่สุดที่ทำให้เรื่องนี้ได้กลาย "เป็นเรื่อง" ขึ้นมาได้
      เพราะมันไม่ได้มาแค่เสียง หรือแว่ว ๆ แว๊บ ๆ
      แต่ว่า.... เขามาให้เห็นกันชัด ๆเลยทีเดียว 

      กลางดึกคืนหนึ่ง...
      เป็นคืนที่มีการทำงานกลุ่มและต้องค้างที่สตูดิโอตึกเก่าที่คณะ
      หลังจากที่เพื่อน ๆ ในกลุ่มเริ่มงีบหลับกันทีละคน ๆ
      จนเหลือนิสิตชายคนหนึ่งนั่งทำงานอยู่คนสุดท้าย...
      ท่ามกลางความเงียบนั้นเอง
      เขาก็ได้ยินเสียงเคาะไม้เบา ๆ ...
      ตอนแรกเขาก็ยังไม่เอะใจ... คิดว่าเพื่อนอาจจะเตะเท้าไปโดนโต๊ะตัวใดตัวหนึ่ง...

      เขาทำงานต่อไป...
      แล้วเขาก็ได้ยินอีก
      คราวนี้ชัดขึ้น...
      เขาหยุด...
      มันดังมาจากใต้โต๊ะที่เขายืมใช้ทำงานอยู่นั่นเอง !!!

      เขากลั้นหายใจ...แล้วค่อย ๆ ก้มลงไปมองใต้โต๊ะ
      ปรากฎว่าไม่มี !!!
      ไม่มีใครอยู่เลย !
      อย่างที่เขานึกภาพว่าจะต้องเห็นหน้าเพื่อนคนใดคนหนึ่งทะเล้นมาเล่นพิเรนเอากลางดึก

      เขาเริ่มนึกถึงเรื่องที่ได้ยินได้ฟังมาจากปากรุ่นพี่
      แล้วก็ต้องรีบถอยห่างออกมาจากโต๊ะตัวนั้น...
      เขาเพิ่งสังเกตุว่า มันเป็นโต๊ะที่เก่ามาก ๆ และใต้โต๊ะนั้นก็มีใครบางคนเอาเศษไม้ไปปะอยู่
      เหมือนตั้งใจทำเป็นกล่องใส่ของอะไรสักอย่างขนาดใหญ่หน้าตาเหมือนลิ้นชัก
      ซึ่งโต๊ะตัวอื่นไม่มี
      ตอนเขาหัวค่ำ เขาก็ไม่ทันสังเกตุเสียก่อนจะถือวิสาสะจับจองใช้นั่งทำงานอยู่หลายชั่วโมง โดยไม่รู้ว่าเจ้าของเป็นใคร

      เสียงเคาะมันดังขึ้น ...ดังขึ้น
      มันดังมาจากลิ้นชักนั่นเอง !!!   

      น่าแปลกที่เสียงดังขนาดนั้น แต่กลับไม่มีเพื่อนคนไหนตื่นเลยสักคน
      เขาได้แต่ตาเหลือกค้างจ้องมอง"มัน"ส่งเสียงดังเหมือนพยายามจะออกมา...
      เขาอยากจะวิ่งหนี แต่ขาก็ก้าวไม่ออก มันไม่แรงจะขยับเลยด้วยซ้ำ
      ได้แต่ทรุดนั่งแปะอยู่ตรงพื้นหน้าโต๊ะนั่นเอง

      ...แล้วมันก็มันค่อย ๆ โผล่ออกมาจากลิ้นชัก...
      เป็นมือขาวซีด...ไม่มีนิ้วมือเหลืออยู่เลยซักนิ้ว...ค่อย ๆ ยื่นออกมา
      จากข้อมือไล่ขึ้นไปเป็นสีฟ้าบวมพองจนเป็นปล้อง

      แล้วที่น่าตกใจกว่านั้น...
      หัวมันที่ตามออกมา...

      หัวมันพองโตกว่าคนปกติหลายเท่า...
      เหมือนพองน้ำจนกลม
      บนหัวนั้นก็ไม่มีผมหลงเหลือเลยซักเส้น...
      มันบวมเปล่งและเป็นสีฟ้าจนน่ากลัว

      ปากที่อ้ากว้างเกือบครึ่งหน้า จนเห็นลิ้นแดงคับปาก
      ตรงส่วนที่น่าจะเป็นใบหูก็กลับเรียบเตียนหายไปเหมือนโดนตัดทิ้ง

      หน้าท้องขาวซีดเปิดเปลือย ก็มีรอยกรีด ผ่าขาดขวางลำตัวอยู่
      มันคืบคลานออกมาทั้งตัว
      ขาทั้งสองสั้นกุดผิดปกติฝ่าเท้าไม่มีนิ้วเลยสักนิ้วเดียว มันกุดด้วนจนกลมป้อม

      แล้วมันเปล่งเสียงออกมา...
        

      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .







      "โนบิตะ สวัสดี !?" 

      อ่นนะอน นะอิ๊อี่นะ ...

      อั๊ง อัง อั่ง อดเต๊มะนาอิ๊ซึกิ โดราเอมอนอือ

      มันคือโดราเอม่อนนั่นเอง !!!!
       


      ใครเคยได้ยินแล้วก็นะคะ
      อันนี้แหละ ดั้งเดิม 55555555555555555

      ใครที่งงงง ว่าเป็นโดเรม่อนไปได้ยังงัย
      ลองกลับไปอ่านบรรยายอีกทีนะคะ
      หัวกลมพองใหญ่กว่าตัว ปากอ้ากว้างครึ่งหน้า หูด้วน นิ้วกุด ขาสั้นเป็นปล้อง หน้าท้องผ่าขวาง
      จะเป็นคนอื่นไปได้ยังงัยกันคะ จริงม๊ะ หุหุ

      ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      ความคิดเห็น

      ×