แ ก้ ว ก ร ร ม ใ จ | DoJae

ตอนที่ 6 : ๕

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 424
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    14 พ.ย. 62


           





            หลังจากเรือยนต์เทียบท่าคลองบางลำพู รถลากที่เถ้าแก่ฮวงจ้างไว้ก็พาคู่บ่าวสาวมาที่ตึกคูหาไม้ เหล่ากุลีอีกทั้งลูกเด็กเล็กแดงต่างโห่ร้องกันอย่างยินดีให้กับลูกชายคนรองของบ้าน ความครึกครื้นนั้นเรียกรอยยิ้มกว้างจากเจ้าสาว ทำเอาหลายคนสายตาพร่าเลือนไปชั่วขณะกับลักยิ้มน้อยนั้นของเจ้าหล่อน


            พิธีไหว้ฟ้าดิน ไหว้บรรพบุรุษต่าง ๆ ผ่านพ้นไปตามฤกษ์ หลังจากนั้นร่างเล็กก็ถูกพาไปทำความรู้จักกับคนในบ้านเพื่อรอฤกษ์เข้าหอ ลูกจ้างสาวรุ่นที่ทำหน้าที่นั้นคือกิมฮวยซึ่งเคยพบหน้ากันมาแล้วตอนที่พานลินไปค้างที่ปากคลองมหานาค เด็กสาวที่โตกว่าช่อแก้วเพียงไม่กี่ปีนั้นยิ้มแย้มไม่หยุด ดูท่าแล้วคงถูกอกถูกใจไม่น้อยกับซ้อคนที่สองของบ้าน


            “นี่ตั่วแจ้ละ แต่งออกไปสองสามปีได้กระมัง”


            ช่อแก้วมองตามนิ้วชี้ป้อม ๆ ที่ชี้ชวนให้ดูภาพถ่ายสีขาวดำบนผนังแล้วยิ้มออกมา


            “หน้าคล้ายเฮียเลยจ้ะพี่กิมฮวย”


            “ซ้อ! จะเรียกพี่กิมฮวยได้อย่างไรเล่า”


            “อ้าว ทำไมไม่ได้ล่ะจ๊ะ”


            “ให้เรียกกิมฮวยเฉย ๆ ซ้อเป็นนาย อั๊วเป็นบ่าว กับกุลีที่เหลือในบ้านก็เหมือนกัน”


            ได้ยินดังนั้นเด็กสาวก็ขมวดคิ้ว ริมฝีปากบางถูกกัดด้วยความเคยชินเมื่อมีเรื่องไม่สบายใจ


            “แต่แก้วว่าไม่เหมาะ...”


            สายตาคมกริบที่คอยทอดมองตามร่างบางอยู่ตลอดยกมือเป็นเชิงขอตัวกับน้องชาย ลุกจากแหย่งไม้หน้าร้านเครื่องหนังเมื่อเห็นว่าคิ้วสวยนั้นขมวดมุ่น พิเชฐเดินตรงเข้าไปหาเด็กสาวสองคนของบ้าน เหลือบตามองกิมฮวยแวบหนึ่ง ก่อนนิ้วโป้งหนาจะแตะเบา ๆ ที่ริมฝีปากบางของภรรยา


            “อย่ากัดปาก...แล้วนี่มีเรื่องอะไรกัน”


            กิมฮวยเล่าเรื่องทั้งหมดให้กับเจ้านายฟัง สายตาคมจึงเหลือบมองเด็กสาวข้างตัวที่ก้มหน้านิ่ง หากแต่เขารู้ว่าหล่อนไม่พอใจอยู่ลึก ๆ เพราะ ริมฝีปากบางนั้นเบะออกน้อย ๆ


            “ลื้อก็เรียกแจ้กิมฮวยซี ใครที่อายุมากกว่าลื้อในบ้านก็เรียกเฮียกับแจ้ไปเสีย เรียกแบบจีนไม่ติดขัดใช่ไหม”


            ความเอ็นดูปรากฏขึ้นในแววตาเมื่อร่างเล็กส่งยิ้มมาให้จนตาหยี หัวทุยนั้นพยักขึ้นลงตอบรับอย่างแข็งขัน ส่วนทางด้านกิมฮวยได้ยินดังนั้นก็ให้โอดครวญออกมา


            “พิโธ่ยี่เฮียก็...”


            “อาเม้งยังเรียกอาฮั้วว่าเฮียฮั้วได้เลย ยังเรียกลื้อว่าแจ้กิมฮวยอีก ทำไมอาแก้วจะเรียกไม่ได้”


            “ก็กับอาโซ้ยตี๋น่ะไม่เหมือนกัน”


            “ไม่เหมือนอย่างไร”


            “ก็...”


            เป็นความเคยชินเพราะหล่อนเองก็อายุอานามต่างจากลูกชายคนเล็กของบ้านเพียงห้าปี ขึ้นชื่อว่าช่วยเจ้านายฟูมฟักมนัสมาไม่ต่างกัน จึงถือได้ว่าเป็นน้องชายคนหนึ่ง แต่กับช่อแก้วนั้นเข้ามาในฐานะสะใภ้รอง เป็นคนของยี่เฮีย จะให้มาเรียกนับญาติอย่างปกติหล่อนคงปฏิบัติตัวไม่ถูกนัก


            “ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงอะไรลื้อก็อย่าให้มันมากกับอีนักเลย ถึงจะแต่งเข้ามา แต่จะให้อีต้องปรับตัวอยู่เพียงคนเดียวก็เห็นจะไม่ใช่...”


            ชายหนุ่มกล่าวกับน้องสาวต่างสายเลือดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน อีกหลายอย่างที่เขาเองยังคงต้องคอยบอกคอยสอนเด็กในบ้านเพื่อไม่ให้มีอะไรไปขัดหูขัดตาเถ้าแก่และเถ้าแก่เนี้ยเข้า


กิริยานั้นเรียกสมาชิกใหม่ของบ้านให้เหลือบมอง ใบหน้าหวานนั้นก้มต่ำเพื่อซ่อนอาการแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นในใจ ความร้อนที่พัดผ่านแก้มนวลนั้นทำเอาหล่อนเม้มริมฝีปาก...


“ก็ได้...”


“ดีแล้ว เอาล่ะ...ลื้อพาอาแก้วไปอาบน้ำอาบท่าเสีย นี่ก็ค่ำแล้ว ประเดี๋ยวอั๊วจะไปคุยกับเตี่ยเสียหน่อย”


พิเชฐยิ้มเมื่อกิมฮวยพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ก่อนจะเดินออกจากร้านเครื่องหนังเพื่อไปยังร้านขายของชำอีกทาง เมื่อสิ้นเงาร่างโปร่ง มนัสที่นั่งสังเกตการณ์อยู่ก็รุดเข้ามาหาสองสาวทันที เด็กหนุ่มส่งยิ้มเลศนัยให้กับพี่สาวต่างสายเลือดที่ยักคิ้วหลิ่วตาให้ไม่ต่างกัน


“พนันกับอั๊วไหมแจ้ อาตี๋มาในอีกไม่นานดอก”


“ลงไปก็มีแต่เสียกับเสียแหละโว้ย ดูที...อั๊วว่านิดเดียวก็โดนดุเสียแล้ว มีอย่างที่ไหนกัน”


ทั้งคู่ส่งเสียงหัวเราะคิกคักแล้วมองคนสวยที่ยืนทำหน้าฉงนอยู่ด้วยไม่เข้าใจบทสนทนาของคนทั้งสอง เห็นดังนั้นมนัสจึงส่งยิ้มบาง ๆ แล้วปล่อยให้กิมฮวยพาสมาชิกใหม่ไปจัดการธุระตามคำสั่งของพี่ชาย ไม่ลืมกำชับด้วยความทะเล้นจนพี่สาวต่างสายเลือดต้องหันมาส่งค้อนให้วงใหญ่


“พังพังเลยนะแจ้กิมฮวย ยี่เฮียจะได้ชื่นใจ”

 





 

 

 

เทียนหอมที่วางบนลิ้นชักไม้เก็บเสื้อผ้าส่งกลิ่นฟุ้งทั่วห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่ถูกแต่งด้วยแถบผ้าแพรสีแดง หน้าต่างบานเล็กเปิดอ้าให้แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาหยอกเย้าแข่งแสงตะเกียง จันทร์นวลกระจ่างคล้ายเป็นการต้อนรับร่างแน่งน้อยที่บัดนี้ค่อย ๆ นั่งลงกับฟูกนอน ดวงตาใสกวาดมองรอบห้องด้วยความไม่คุ้นเคย


ดูท่าแล้วคงเป็นห้องนอนของผู้เป็นสามีหล่อน กลางฟูกนอนที่หล่อนนั่งอยู่มีถาดส้มสี่ผลพร้อมใบทับทิมวางไว้ กระเป๋าหวายที่บรรจุข้าวของของหล่อนยังคงแน่นิ่งอยู่มุมห้อง ไม่ได้ถูกรื้อออกมาจัดแต่อย่างใด หากแต่ก็ไม่กล้าลุกไปจัดแจงเพราะเจ้าของห้องยังไม่เข้ามา จึงทำเพียงนั่งจับเจ่าเพื่อรอคอยเขาเท่านั้น มือบางลูบไปตามผ้าคลุมเตียงสีแดงแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อเห็นว่าเวลาล่วงไปหลายชั่วยามแล้ว


เสียงเปิดประตูทำเอาเด็กสาวสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะพรูลมเมื่อเห็นว่าเป็นร่างโปร่งที่เดินเข้ามา หล่อนจึงยิ้มบาง ๆ แล้วลุกขึ้นยืนเพื่อสนทนากับเขา


ดวงตาคมสอดส่องไปทั่วห้องอันคุ้นเคยที่ดูแปลกตาไปไม่น้อย ทั้งแถบผ้าแพรสีแดง ผ้าคลุมเตียงสีเดียวกัน กลิ่นเทียนหอมที่ลอยฟุ้งไปทั่ว และสิ่งสุดท้ายที่แปลกใหม่สำหรับห้องนอนอันคุ้นเคยนี้คือร่างน้อยที่ยืนประจันหน้าเขาอยู่


“เข้าหอต้องทำอะไรบ้างเฮีย”


ชายหนุ่มใจกระตุกกับคำถามนั้น ก่อนจะเดินไปเลื่อนถาดส้มวางไว้ข้างฟูก แล้วสลัดผ้าคลุมออกเพื่อแก้เก้อ


“นอน”


“เท่านั้นหรือ”


“อืม”


“แก้วนึกว่าต้องมีพิธีอะไรอีก”


เด็กสาวนั่งลงข้าง ๆ ผู้เป็นสามี ทั้งคู่มองหน้ากันอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่หล่อนจะเอ่ยปากถาม


“แก้วยังไม่ง่วงเลยเฮีย ขอจัดของก่อนได้ไหมจ๊ะ”


พิเชฐมองตามนิ้วชี้เรียวสวยของภรรยาที่ชี้ไปยังกระเป๋าหวายข้างตู้ ใบหน้าคมส่ายน้อย ๆ


“อย่าเพิ่งเลย นี่ก็ดึกแล้ว วันพรุ่งนี้ลื้อต้องตื่นแต่เช้าไปล้างหน้าให้เตี่ยกับม้าตามธรรมเนียม ประเดี๋ยวจะตื่นไม่ไหวเอา”


ชายหนุ่มเอื้อมมือไปเพื่อดับตะเกียง ก่อนจะเอนตัวนอนแล้วหลับตาลง เห็นดังนั้นเด็กสาวจึงทำตามอย่างว่าง่าย สอดร่างแน่งน้อยของตัวเองเข้าไปยังผ้าห่มผืนหนาที่ผู้เป็นสามีเหลือไว้ให้ครึ่งหนึ่ง


ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร หากแต่ดวงตาคมยังคงสว่างไม่ต่างจากแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา ชายหนุ่มเหลือบมองคนข้าง ๆ ที่ยังคงหลับตาพริ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร ไม่รู้เรื่องเสียด้วยซ้ำว่ากลิ่นหอมอ่อน ๆ จากกายบางนั้นทำเอาพิเชฐอยู่ไม่สุขแค่ไหน


แปลกใจนักว่าอากิมฮวยเอาสบู่เอาน้ำปรุงอะไรให้หล่อนอาบ กลิ่นถึงได้รัญจวนอยู่นานขนาดนี้... ชายหนุ่มพลิกตัวไปมาเพื่อลดอาการแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นในใจ


สุดท้ายเมื่อข่มตาให้หลับลงไม่ได้เขาจึงลุกขึ้นนั่ง ความเคลื่อนไหวนั้นทำเอาเด็กสาวที่หลับตาอยู่เปิดเปลือกตาขึ้นมาดู หล่อนเองก็ยังนอนไม่หลับเพราะแปลกที่แปลกทาง เห็นดังนั้นจึงลุกขึ้นตามเจ้าของห้อง ก่อนจะเอ่ยเรียกเบา ๆ


“เฮีย เป็นอะไรไปจ๊ะ”


ดวงตาคมหลับลงแล้วหันหน้าหนีเมื่อเห็นร่างขาวในเสื้อคอกระเช้า แสงจันทร์ที่ทอดเข้ามาแม้จะไม่สว่างนักแต่ก็มากพอที่จะขับผิวนวลผ่องให้กระจ่างในความรู้สึก สายเสื้อที่ไหล่ขวามนนั้นลู่ตกลงเล็กน้อย ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนร่วมกันกลั่นแกล้งราวกับรู้ว่าจิตใจของเขาไม่ได้เข้มแข็งนักในเวลานี้


“อั๊ว...คงจะไม่คุ้น ปกติก็นอนคนเดียว”


“พิโธ่...แล้วอย่างนี้จะให้แก้วไปนอนที่ไหน”


“ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่”


“อย่างนั้นแก้วจะนอนหันหลัง”


ได้ยินน้ำเสียงสดใสว่าดังนั้นชายหนุ่มก็ถอนหายใจ แล้วดันร่างเล็กให้นอนลงอย่างเก่า


“ลื้อนอนดี ๆ เถิด ประเดี๋ยวก็หลับเองแหละน่า”


พิเชฐล้มตัวลงนอนแล้วปิดเปลือกตาลง ทำเอาเด็กสาวที่ตะแคงข้างเข้าหาเขาหัวเราะออกมาเล็กน้อย หล่อนทอดสายตามองผู้เป็นสามีที่พยายามข่มตาหลับอยู่


“เฮีย...” เมื่อได้ยินเขารับคำในลำคอหล่อนจึงว่าต่อ “เตี่ยกับม้าจะใจดีกับแก้วใช่ไหม”


ชายหนุ่มลืมตาขึ้นช้า ๆ กับคำถามนั้น หากแต่ไม่ได้เหลือบมองคนข้างกาย


“ถ้าแก้วทำอะไรที่ไม่เหมาะไม่ควรเฮียต้องเตือนแก้วนะ แก้วไม่อยากให้ท่านว่าไปถึงพ่อกับแม่ได้...”


คราวนี้ดวงตาคมหันมาสบกับลูกแก้วใสนั้น ความสั่นไหวที่ส่งมาให้ทำเอาชายหนุ่มต้องเก็บความคิดลำบากใจกลืนลงไปในลำคอ แล้วส่งเสียงตอบรับเบา ๆ เพื่อเรียกรอยยิ้มหวานด้วยความสบายใจจากภรรยา


“เฮียนี่พูดน้อยจริงเชียว...”


ชายหนุ่มอมยิ้มเล็ก ๆ กับคำเย้าแหย่นั้น เขาทอดสายตามองฝ้าเพดาน ความคิดหลายอย่างเริ่มประดังประเดเข้ามาในหัวอีกรอบ แม้แต่ตัวเขาเองยังหาความมั่นใจไม่ได้เลยว่าหล่อนจะมีความสุขหรือไม่หากต้องร่วมเรียงเคียงหมอนกับคนอย่างเขา ทุกวันนี้ตัวเขายังคงต้องคอยหาทางหลบเลี่ยงสายตาไม่เป็นมิตรหลายคู่ที่จ้องมองมา แม้กายจะไม่ลำบากมากมายนัก หากแต่จิตใจกลับไม่ได้สบายอย่างที่ควรจะเป็น เจ้าดอกแก้วกลีบบางข้างกายเขานี้จะทนได้หรือไม่...


“อาแก้ว...”


ชายหนุ่มเอ่ยเรียกเสียงแผ่ว


“หากว่าลื้อรู้สึกไม่มีความสุข ลื้อก็ต้องบอกอั๊วเหมือนกัน”


“...”


“ถ้าคนที่นี่ทำให้ลื้ออึดอัด ไม่ว่าลื้อจะทนได้หรือไม่ ลื้อก็ต้องบอกอั๊วทุกเรื่อง...”


เหลือบมองภรรยาตัวน้อยเมื่อไม่ได้ยินเสียงอะไรตอบรับ แล้วก็พบว่าดวงตาใสแจ๋วนั้นปิดสนิทไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทันได้มอง ลมหายใจสม่ำเสมอนั้นเป็นตัวยืนยันว่าหล่อนได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปเสียแล้ว


“หลับเสียแล้ว”


ชายหนุ่มส่ายหน้าเบา ๆ


“บอกว่าเฮียพูดน้อย พอเฮียจะพูดบ้างละไม่รอฟังเสียนี่”


เขายิ้มขำให้กับความน่าเอ็นดูนั้น ไหนจะตื่นเพื่อมาเตรียมตัวแต่เช้า ไหนจะเดินทางมาที่บางลำพู หล่อนคงจะเหนื่อยจากพิธีวันนี้ไม่น้อย ชายหนุ่มจึงดึงผ้าห่มที่กองอยู่ตรงเอวบางนั้นขึ้นมาคลุมจนถึงลำคอระหงด้วยเกรงว่าดึกกว่านี้แล้วอากาศจะหนาว อีกฝ่ายอาจจะไม่สบายได้


เขาตะแคงตัวหันมาทางภรรยาตัวน้อย มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ระลงมาเคลียแก้มนวลขึ้นทัดหูเพื่อที่จะมองหน้าอีกฝ่ายได้ชัดเจน ชายหนุ่มนึกถึงคำของช่อเอื้องเมื่อตอนบ่าย


ฝากน้องด้วยนะอาเต๋า...


แววตาของชายและหญิงวัยกลางคนมีแต่ความห่วงหาให้กับลูกสาวเพียงคนเดียวนี้ ช่อแก้วเองยังเด็กนักในสายตาของเขา ตั้งแต่รู้จักกันมาก็มีเพียงความบอบบางและอ่อนหวานเท่านั้นที่เขาสัมผัสได้จากอีกฝ่าย ตัวเล็กเพียงนี้ควรหรือที่จะต้องมาต่อกรกับความยากลำบากต่าง ๆ นานาไปพร้อมกับเขา


ทอดมองอีกฝ่ายอยู่เป็นนาน พิเชฐจึงได้ข้อสรุปกับตัวเองว่า แม้ในใจหล่อนจะไร้ซึ่งความรัก หากแต่ชีวิตของหล่อนต่อจากนี้ถือว่าขึ้นอยู่กับเขาแล้วส่วนหนึ่ง ในเมื่อแต่งเข้ามาแล้วเขาคงต้องรับผิดชอบเจ้าดอกแก้วนี้อย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังที่ให้คำมั่นไว้กับเจ้าของแก้วตาดวงใจนี้ไป


คิดได้ดังนั้นชายหนุ่มจึงส่งมือไปลูบกลุ่มผมนิ่มนั้นเบา ๆ ก่อนที่ความเหนื่อยล้าสะสมจะพาเขาเข้าสู่ห้วงนิทราตามหล่อนไปในไม่ช้า...

 

 





 

 

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นนำพาให้เปลือกตาสีน้ำนมนั้นค่อย ๆ ขยับ เด็กสาวลุกขึ้นนั่งพร้อมกับขยี้ตาเล็กน้อย ข้างกายหล่อนนั้นว่างเปล่าไร้ซึ่งเงาของผู้เป็นสามี มือบางส่งไปลูบผืนฟูกแล้วสัมผัสได้เพียงแต่ความเย็นจากผ้าปูที่นอน ดูท่าเขาคงลุกไปนานแล้ว สีทองของตะวันยังไม่ทันได้พาดผ่านขอบฟ้าเสียด้วยซ้ำ เขาจะรีบลุกไปไหนแต่เช้ามืด


หล่อนปัดความคิดในใจออก ก่อนจะพับผ้าห่มจัดแจงที่นอนให้เรียบร้อยตามความเคยชิน แล้วเดินออกมาเปิดประตูตามเสียงเคาะเรียกนั้น ก็พบว่าเป็นกิมฮวยที่ยืนแย้มยิ้มอยู่


“กี่โมงแล้วหรือจ๊ะแจ้”


“ตีสี่แล้ว ประเดี๋ยวซ้อไปล้างหน้าล้างตาเสียก่อน แล้วเอากะละมังนี่ไปใส่น้ำล้างหน้าให้เตี่ยกับม้าเสียนะ”


เด็กสาวส่งยิ้มพลางรับกะละมังมาถือไว้ ก่อนจะเดินลงไปจัดการธุระตามคำบอกของลูกจ้างสาวรุ่นที่เดินแยกไปทางฝั่งครัวเพื่อตระเตรียมอาหารเช้า


เมื่อจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อย ห้านาทีต่อมาร่างบางก็มายืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องนอนของสองสามีภรรยาซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นประมุขของบ้าน มือบางส่งไปเคาะอย่างประหม่า เมื่อได้ยินเสียงตอบรับหล่อนจึงค่อย ๆ ดันประตูเปิดแล้วก้าวเข้าไปในห้องด้วยท่าทางสงบเสงี่ยม


“จะรอให้ไก่โห่ก่อนรึแม่คุณถึงจะมาได้”


น้ำเสียงประชดประชันดังขึ้นจากหญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนเตียงไม้ ใบหน้าขาวอวบนั้นเบ้ปากให้หล่อน ก่อนจะเชิดขึ้นเล็กน้อยเมื่อหล่อนคุกเข่าลงตรงหน้า


“เตี่ยล่ะจ๊ะ”


“ลุกไปแล้ว สายขนาดนี้เสียเวลาทำมาหากินเขาพอดี เอ้า! จะทำอะไรก็รีบทำซี่”


เด็กสาวเม้มปากให้กับคำพูดเป็นชุดนั้น พรูลมหายใจเล็กน้อยเพื่อเรียกขวัญแก่ตัวเองพลางใช้ผ้าขนหนูจุ่มลงกับน้ำในกะละมัง บิดน้อย ๆ แล้วส่งให้หญิงวัยกลางคน


“น้ำเย็นขนาดนี้จะล้างได้อย่างไร!


เถ้าแก่เนี้ยขึ้นเสียงด้วยความไม่พอใจ มือเหี่ยวตามวัยโยนผ้าลงกะละมังจนน้ำกระฉอกอย่างขัดใจ


“ไม่เห็นมีใครบอกแก้วว่าต้องต้มด้วย”


“ต้องให้บอกให้สอนทุกเรื่องหรือ มีปัญญาก็คิดเอาไม่เป็นหรืออย่างไร อากาศเย็นขนาดนี้ยังจะเอาน้ำเย็นมาให้อั๊วล้างอีก ดูทีคราวอาหลิงยังไม่ต้องให้มาคอยบอกคอยสอนเรื่องนี้”


ช่อแก้วหลุบสายตาต่ำ ภายในใจของเด็กสาวเต็มไปด้วยความตกใจระคนงุนงง หากแต่ยังคงเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้กับผู้เป็นแม่สามี


“อย่างนั้นให้แก้วไปต้มน้ำมาใหม่ไหมจ๊ะ”


“พอ ๆ เสียเวล่ำเวลาหมด ไป! จะไปไหนก็ไปไม่ต้องทำแล้ว ลงไปช่วยคนอื่นเขาข้างล่างโน่น”


ว่าจบก็ลุกผ่านไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งราวกับหล่อนเป็นธาตุอากาศ เห็นดังนั้นเด็กสาวจึงเก็บกะละมังแล้วลุกออกจากห้องนอนใหญ่นี้ไปเพื่อไม่ให้เป็นที่ขวางหูขวางตาต่อหญิงวัยกลางคนอีก


ร่างน้อยยืนนิ่งทันทีเมื่อประตูปิดลง ในใจยังไม่หายสับสนจากเหตุการณ์ชั่วครู่ หัวใจดวงน้อยคิดแต่เพียงว่าหล่อนทำอะไรพลาดไปถึงได้โดนว่ากล่าวเสียงดังเพียงนั้น เรื่องที่หล่อนตื่นไม่ทันเถ้าแก่หรือ หรือว่าเรื่องที่หล่อนคิดไม่ถึงว่าต้องต้มน้ำไปล้างหน้าให้เถ้าแก่เนี้ย


กายบางเดินลงบันไดมาอย่างเชื่องช้า คิ้วเรียวสวยยังคงขมวดมุ่น เด็กสาวเดินไปหากิมฮวยในครัวเพื่อเตรียมเก็บกะละมัง


“อ้าว อาแก้ว ตื่นเช้าเสียจริง ไปล้างหน้าให้ม้ามาแล้วใช่ไหม”


เป็นนลินที่นั่งอยู่ด้วยกันข้างในส่งเสียงทักทาย หญิงสาวส่งยิ้มให้กับน้องสะใภ้คนใหม่อย่างใจดี กิมฮวยรุดตัวเข้าไปรับกะละมังในมือเด็กสาวมาจัดการต่อ ด้านช่อแก้วก็นั่งลงข้าง ๆ พี่สาวคนรองของสามีที่หั่นหมูสามชั้นเตรียมทำกับข้าวอยู่


“เช้าหรือแจ้”


“เช้าสิ กับข้าวกับปลายังไม่ทันได้เตรียมเลย ลื้อมาก็ดี มาช่วยอั๊วทอดปลานี่หน่อยมา”


หญิงสาวส่งกระจาดปลาแห้งให้กับน้องสะใภ้ ช่อแก้วรับมาอย่างว่าง่าย ก่อนจะเดินไปติดเตาอย่างคล่องแคล่ว หากแต่จิตใจที่สั่นไหวจากเหตุการณ์ก่อนหน้าพลันให้หล่อนนึกไปถึงใครอีกคน


“เฮียเล่าจ๊ะ”


“หือ...เฮียไหน ตั่วเฮียหรืออาเต๋า”


“เฮียเต๋าจ้ะ”


“อ้าว อาเต๋าลุกแล้วหรือ”


เมื่อเห็นน้องสะใภ้พยักหน้า นลินจึงหันไปสบตากับกิมฮวยที่ยักไหล่อย่างปลงตก


“ไหนว่าวันนี้ให้อาฮั้วไปเปิดเขียงอย่างไร อาแก้วเพิ่งจะเข้ามาหยิบจับอะไรก็ยังไม่คุ้น ทำไมไม่อยู่กับเมียเสียก่อน ใช้ได้เสียที่ไหนอาเต๋านี่”


เด็กสาวฟังพี่สาวคนรองของสามีร่ายยาวก็โบกมือเป็นพัลวัน


“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะยี่แจ้ แก้วก็อยู่กับยี่แจ้ได้นี่ไงจ๊ะ”


เมื่อถูกปะเหลาะไปทีหนึ่งหญิงสาวก็หัวเราะคิกคักอย่างนึกเอ็นดู ใบหน้าขาวนั้นส่งยิ้มให้หล่อนอย่างออดอ้อนเรียกแววตาอ่อนโยนจากนลินได้อย่างง่ายดาย


“ประเดี๋ยวช่วงสาย ๆ เขาก็คงกลับมา ลื้ออย่าคิดมากไปเลย”


ช่อแก้วยิ้มบาง ๆ ได้เพียงไม่นาน วินาทีถัดมาคิ้วสวยก็ขมวดมุ่น ช่วงสายอย่างนั้นหรือ...


“เฮียไม่กินข้าวเช้าหรือจ๊ะ”


“เจี๊ยะซี่ ก็กลับมาเจี๊ยะตอนสายนั่นแหละ คงต้องรอเวลาให้ตลาดวายเสียก่อนถึงจะปิดเขียงเช้าได้อย่างไรล่ะ”


ได้ยินดังนั้นเด็กสาวก็ยู่ปากอย่างนึกขัดใจ


“เฮียหิวแย่เลย...”


“ห่วงหรือ”


น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่ดังขึ้นทำเอาตะหลิวในมือน้อยกระตุกด้วยความตกใจ ก่อนที่เด็กสาวจะหันขวับไปมอง ก็เห็นร่างโปร่งที่คุ้นเคยเดินเข้ามาในส่วนครัว เขาเอนตัวพิงตู้กับข้าว บิดเอากล้วยที่ห้อยไว้ข้างตู้มาปอกเข้าปากไปคำ สายตาคมนั้นทอดมองมายังหล่อนคล้ายจะเย้าแหย่


“นึกว่าไปสามเพ็งเสียแล้ว”


“พาเตี่ยไปธุระมา จะไปทำไมสามเพ็งก็เตี่ยกำชับอาฮั้วอีไว้อยู่”


“ก็ดี แล้วไปธุระอะไรกันแต่เช้ามืด”


“ธุระของเตี่ยกับเพื่อนเขา อั๊วก็ไม่แน่ชัดดอก”


ชายหนุ่มตอบผู้เป็นพี่สาวก่อนจะเหวี่ยงเปลือกกล้วยลงตะกร้าขยะ แล้วเดินเข้าไปหาภรรยาตัวน้อยที่นั่งทอดปลาแห้งไม่พูดไม่จาอยู่ เมื่อเขาเข้าไปขนาบข้าง หล่อนก็ค้อนสายตาใส่ทีหนึ่ง


“อะไร”


“เฮียมาไม่ให้ซุ่มให้เสียง แก้วตกใจหมด”


ชายหนุ่มหัวเราะหึหึให้กับคำค่อนขอดนั้น


“ถ้ามาให้ซุ่มให้เสียงจะได้ยินหรือ”


“แก้วไม่ได้ว่าอะไรเสียหน่อย”


“อั๊วก็ไม่ได้ว่าอะไรเสียหน่อย”


ชายหนุ่มหัวเราะอีกครั้งเมื่อริมฝีปากสีชมพูยื่นออกมาอย่างขัดใจ ก่อนจะเอ่ยปากบอกกับผู้เป็นภรรยา


“วันนี้อั๊วไม่ไปไหนดอก จะอยู่กินข้าวเช้ากับลื้อ เพราะเป็นมื้อแรกที่ลื้อร่วมโต๊ะกับคนในบ้าน แต่วันต่อไปเห็นทีจะไม่ได้ เพราะอั๊วก็ต้องไปเปิดเขียง”


“อย่างนั้นแก้วรอกินพร้อมเฮียได้ไหมจ๊ะ”


“ไม่ควร บางวันอั๊วก็ไม่ได้กลับมา ประเดี๋ยวลื้อได้เจ็บป่วยกันพอดี”


พิเชฐยังคงทอดสายตาไปยังใบหน้าหวาน แววตาใสนั้นหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด เขารู้ว่าหล่อนคงมีเรื่องกังวลอะไรในใจที่ยังไม่ได้เอ่ยปากเล่า หากแต่คงกวนใจหล่อนไม่น้อย และตัวเขาเองก็พอจะเดาได้ลาง ๆ ... เห็นดังนั้นชายหนุ่มจึงว่าต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลงเพื่อปลอบประโลม


“มียี่แจ้กับอาโซ้ยตี๋กินด้วย ไม่เป็นไรดอก...”


“...”


“...หรืออย่างนั้นอั๊วไปเปิดเขียงแล้วกลับมากินข้าวเช้ากับลื้อ แล้วค่อยไปปิดเขียงอีกทีดีไหม”


ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเมื่อได้รับค้อนจากภรรยาวงใหญ่ เด็กสาวส่งเสียงฮึดฮัด แววตานั้นดูสดใสขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย แต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับพิเชฐในเช้านี้...


“พิโธ่! แก้วเข้าใจว่าเฮียมีงานมีการต้องทำ แก้วไม่คิดมากดอก เฮียจะคิดอะไรพิเรนทร์นักฮึ!











Talk : เข้าหอคืนแรก น้องหลับใส่ /ทด.    //ภาษาตอนนี้ออกจะแปร่ง ๆ หน่อยเนื่องจากอาการนอนน้อยของผู้เขียน ถ้าอ่านแล้วติดขัดตรงไหนต้องขออภัยด้วยจริง ๆ นะคะ แล้วก็ขอบคุณที่คอยติดตามนะ แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ<3

TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

206 ความคิดเห็น

  1. #173 กะเจีย (@cchoti) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 13:29
    แก้ว อย่าไปยอม ลุกขึ้นมาเลยค่ะ สั่งสอนเถ้าแก่!!!
    #173
    0
  2. #145 Wittha259 (@Wittha259) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 14:19
    ฝากน้องด้วยนะเฮีย ;--;
    #145
    0
  3. #144 ทนา นาทนรท (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 21:10

    น่ารักจังเลยคู่นี้ จีบกันเบาๆ งื่อออ

    #144
    0
  4. #143 นมผงตราหมี (@yeeninja1930) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 23:36
    ฮือ ม๊าอย่าร้ายกับน้องได้ไหม น้องตัวแค่นี้ น้องแก้วน่ารักมาก แบบมากๆ คำพูดคำจา ละเฮียเต๋านะ แงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มาหยอกกันในครัว เฮียเต๋าพูดน้อยจริง แต่แต่ละประโยคคือแบ๊บบบบ เขิ๊นนนนนนนนนนน
    #143
    0
  5. #142 18Sec.♞ (@mayexotics) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 23:52
    ดูแลน้องด้วยนะเฮียㅠㅡㅠ
    #142
    0
  6. #141 doyo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 11:59

    T_T มาอัพแล้ว รอทุกวันเลยค่า ภาษาดีเหมือนเดิมเลยค่ะ เอ็นดูน้องแก้วเข้าหอคืนแรก T_T พอเฮียพูด น้องก็กลับใส่ซะงั้น 5555 เขินเฮียเต๋ามาก นี่แค่เริ่มต้นการกระทำไม่อ่อนโยนเลยซักนิด มาจับปากตอนน้องกัดปากนี่รอบนึงแล้วนะคะ มาหยอกๆน้องในครัวก็เขินไปหมดเลย อยากให้ม้าใจดีกับน้อง อยู่ในบ้านนี้ไม่ง่ายเลยจริงๆ น้องแก้วมีอะไรก็พูดกับเฮียนะคะ T_T สงสารน้องแล้ว

    #141
    0
  7. #140 weirdmoon (@195195) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 11:22
    แงงงง น่ารักที่สุดเลย นี่ขนาดยังไม่สนิทกันมากนะเนี่ย ใจน้วยมั่ก รอติดตามเสมอนะคะ ;///;
    #140
    0
  8. #135 - 0409 - (@magleecho) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 22:07
    ภาษาไม่แปลกเลยนะคะสำหรับเรา ลื่นไหลๆเป็นกำลังใจให้มากๆน้า ชอบมากค่ะ เฮียกับแก้วน่ารักมาก เหมือนจะไม่กุ๊กกิ๊กแต่กิ๊กกิ๊กนาาา มันเปนเขินๆ ตอนที่เฮียบอกว่าตอนกินข้าวมีแจ้อยู่ด้วยเพราะคิดว่าน้องน่าจะเจอไรมาคือน้ำตาจะไหลแทน สงสารน้องต้องมาอยู่ตัวคนเดียว น้องก็มีแต่เฮียนี่แหละเนอะ ดูแลกันดีๆน้า แฮปปี้ไปเร็วๆ
    #135
    0
  9. #133 สมยศอ๋องๆ (@siryoky) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 09:10
    เขินนนน เขินไปหมด จริงๆอาเต๋าก็ใจดีกับน้องน้าาา แต่ตอนน้องโดนดุ สงสารน้อง ม้าก็ไม่เอ็นดูน้องเลยเหรอ น้องก็ตัวแค่นี้เอง
    #133
    0
  10. #132 0061. (@nutlovedonghae) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 03:28
    ฮือออออ​ เขินจังเลยค่ะ​ ความข้่าวใหม่ปลามันเนอะ​ มองหน้ากันก็อมยิ้มไม่หยุดเลย​ น้องแก้วน่าเอ็นดูมากๆๆๆเลยเนอะเฮียเนอะ​ เฮียต้องเอ็นดูน้องแก้วเยอะๆนะคะ​ ลูกสาวคุณแม่สู้ๆมีเฮียอยู่ด้วยทั้งคนอะไรก็ทำอะไรหนูไม่ได้​ เอ็นดูตอนเข้าห้องหอแล้วเฮียต้องอดทนมากเลยค่ะ​ แง​ ฮึบไว้นะคะเฮีย​ น้องก็แค่หอมขาวใสตัวนุ่ม!
    #132
    0
  11. #131 peachpuffs (@chzckhnp) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 01:24
    เอ็นดูมากๆคู่ข้าวใหม่ปลามันหวานกันจริงเชียวว คืนนี้นอนหลับฝันดีแล้ว เขินมากแบบม้ากกกกกมาก T —— T นอนดีดดิ้นบนเตียง คิดภาพเฮียเต๋ายิ้มเฮียเต๋าแหย่น้องใจก็น้วย กอดน้องแก้วนะคะ พี่จะปัดเป่าสิ่งไม่ดีให้น้อง เป็นกำลังใจให้จากตรงนี้ ความน่ารักของหนูทุกคนต้องได้เห็นและรับรู้!
    #131
    0
  12. #130 Kimbyundo (@angel_mameaw) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 01:00
    คิดถึงไรท์มากเลยค่าาาา

    คือเฮียยย ฝากน้องด้วยนะเฮีย
    ดูแลน้องด้วย
    #130
    0
  13. #129 PHEROJJ (@PHEROJJ) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 00:55
    แงงงงงงงงงงงงงง ก่อนจะหวีดเฮียเต๋า ดีใจมากเลยค่ะที่ไรท์กลับมา คิดถึงน้องแก้วและเฮียเต๋ามากๆๆๆๆๆ 😭😭😭😭😭


    พาร์ทนี้คือไม่ไหวแล้ว เขินเฮียเต๋ามากมากมาก เฮียเขาก็เอ็นดูของเขาจริงๆ
    รออาตี๋น้อยแทบไม่ไหวละค่ะ ./////.
    พ่อแง่แม่งอนช่างเย้าแหย่กันเหลือเกิน
    แต่สงสารน้องแก้ว เจอม้าแผลงฤทธิ์ใส่แต่วันแรกเลย เฮียเต๋าต้องปกป้องน้องด้วยน้า แง ㅠ ㅠ

    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ รอทุกวันเลย????????????
    #129
    0
  14. #128 kurohatsuji+ (@june001) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 00:55
    ปั๊ดโถ้5555555555555 เฮียคะเฮีย ฮึบก็ฮึบ หอมก็หอม แต่น้องหนีหลับไปก่อนอะ อ้ย55555555555 เอ็นดูเหลือเกินค่ะน้องแก้ว ม้าอย่าใจร้ายกับน้องมากได้มั้ยคะทางนี้ใจบางแล้ว ;-;
    #128
    0
  15. #127 Meemie40 (@meemie40) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 00:30
    ฮือออ เขินเฮียเต๋า รออาตี๋น้อยอยู่น๊าา
    #127
    0
  16. #126 DONGJAEN (@AiHongxia) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 00:29
    น้องแก้วต้องสู้ๆ!
    #126
    0
  17. #125 YOURCHORD (@YOURCHORD) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 00:16
    น้องลูกกกกกก พิโธ่!! แม่ก็อุตส่าหวังอะไรหวานๆเขินๆ
    เจ้าเด็กเล็กของแม่เข้าหอแล้วอ่ะ แงงง หอมมากไหมคะเฮีย เอ็นดูน้องน้อยของแม่เยอะๆๆๆๆเลยนะคะ
    #125
    0