แ ก้ ว ก ร ร ม ใ จ | DoJae

ตอนที่ 4 : ๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 565
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    1 ส.ค. 62







            หลังจากมื้อกลางวัน พิเชฐก็มาประจำอยู่ทางด้านหลังโต๊ะบัญชีของร้านเครื่องหนัง ยามนี้ค่อนเวลาบ่ายสามโมงแล้ว หากแต่คนที่เขาต้องการจะพบหน้ายังไม่โผล่มาให้เห็นเลยตั้งแต่เช้า หรือจะพูดให้ถูกก็คือ สัปดาห์นี้เขายังไม่ได้เห็นหน้าอีกฝ่ายเลยเสียด้วยซ้ำ


            ชายหนุ่มขมวดคิ้วให้กับหน้าสมุดตัวเลขที่แสดงผลไม่ตรงกับรายรับเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้วถอนหายใจหนัก ๆ ออกมาอีกครั้ง เสียงมู่ลี่ที่ดังขึ้นทางด้านหลังเรียกให้พิเชฐหลุดจากภวังค์


            “อ้าว ไม่ได้ไปสามเพ็งหรือ”


            “อาซ้อ...”


            เขาเลื่อนเก้าอี้ให้อีกฝ่ายที่แย้มยิ้มตอบรับ


            “อั๊วรออาเฮียอีกลับมาก่อน”


            “อ้อ”


            “อีได้บอกไหมว่าจะกลับมาเมื่อไหร่”


            หญิงสาวส่ายหน้าเล็กน้อย ใบหน้าขาวหยกนั้นทอดมองน้องชายสามีที่หันกลับไปก้มหน้าจดอะไรยุกยิกนิ่ง ๆ ก่อนจะเอ่ยถามออกไป


            “เด็กคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง”


            พิเชฐหันมามองพี่สะใภ้


            “หมายถึงอาแก้วหรือ”


            “อื้ม...ว่าอย่างไร”


            “ก็ดีครับ”


            ตอบไปเพียงเท่านั้นก่อนจะก้มหน้าเขียนหนังสือต่ออย่างไม่ใคร่ใส่ใจ ทิ้งให้คู่สนทนาจ้องมองมาด้วยสายตาไม่พอใจเท่าไหร่นัก ริมฝีปากสีแดงด้วยการแต่งแต้มเหยียดออกเล็กน้อยเนื่องจากคำพูดของชายหนุ่ม


            “แล้วลื้อชอบไหมล่ะ”


            พิเชฐยิ้มบาง ๆ ตอบ ทำเอาในใจของผู้เป็นพี่สะใภ้เริ่มมีอาการคุกรุ่นขึ้นมาอีกครา หล่อนแอบพรูลมหายใจเงียบ ๆ เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต


            “นี่...”


            “โอ๊ะ!


            เสียงของผู้มาใหม่ที่ดังแทรกขึ้นก่อนอาหลิงจะได้เอ่ยอะไรออกไปนั้นทำเอาหญิงสาวหันขวับไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครร่างบางก็รีบดีดตัวลุกขึ้นทันที


            “เฮีย...”


            ยงยศขมวดคิ้วให้กับภรรยาและน้องชายที่เมื่อครู่นั่งใกล้กันเกินความจำเป็น ใบหน้าคมนั้นเรียบนิ่ง ก่อนจะเสหลบสายตาของภรรยาแล้วเดินผ่านไปยังโต๊ะกลมเพื่อวางกระเป๋าเงินอย่างเมินเฉย


            “หายไปไหนมาเสียตั้งหลายวันเฮีย”


            เสียงทุ้มของน้องชายเอ่ยถามขึ้น ยงยศใช้ลิ้นดุนกระพุงแก้มเพื่อระงับอารมณ์หงุดหงิดในใจจากคำถามนั้น แล้วหันกลับมามองหน้าน้องชายอย่างยียวน


            “มันเรื่องของลื้อเหรอฮึ”


            พิเชฐทอดสายตามองพี่ชายต่างมารดานิ่ง ๆ สายตาที่แสดงถึงความไม่เป็นมิตรคล้ายเถ้าแก่เนี้ยนั้นเขาโดนจนชินเสียแล้ว จึงทำเพียงถอนหายใจเบา ๆ


            “เฮียมาก็ดีแล้ว อั๊วว่าจะถาม...”


            “ไปซื้อโอเลี้ยงให้อั๊วทีอาหลิง”


            ชายหนุ่มชะงักมองพี่ชายที่ยื่นเหรียญสลึงให้กับภรรยาเพื่อตัดบทสนทนากับเขา ในใจก็เริ่มขุ่นมัวขึ้นมาเล็กน้อย หากเป็นปกติเขาคงเลือกที่จะไม่พูดต่อเพื่อให้มันไม่เป็นปัญหา แต่กับเรื่องนี้ชายหนุ่มคิดว่าไม่พูดเห็นทีจะไม่ได้


            “เงินของสัปดาห์ที่แล้วหายไปไหนตั้งสองร้อย”


            พิเชฐเอ่ยถามพี่ชายต่างมารดาด้วยน้ำเสียงจริงจัง


            “อั๊วจะไปรู้หรือ”


            “จะไม่รู้ได้อย่างไร บัญชีเมื่อสัปดาห์ก่อนที่เฮียปิดได้สามพันถ้วน บัญชีก็ลงไว้สามพัน แต่นับในเก๊ะได้สองพันแปด”


            ชายหนุ่มชี้ไปที่ตัวเลขในสมุดสีซีด ดวงตาเรียวรีจับจ้องพี่ชายอย่างเค้นคำตอบ


            “คนเฝ้าเก๊ะร้านมันก็มีแค่เฮียกับเตี่ย แล้วมันจะไปไหน”


            “อั๊วก็แค่ยืมเท่านั้น”


            “ยืมไปไหน”


            “ถามมาก”


ยงยศโบกมือใส่น้องชายต่างมารดาด้วยความรำคาญ จนพิเชฐต้องถอนหายใจหนัก ๆ ขึ้นมาอีกครั้ง


“จะหยิบจะยืมทำไมไม่ลงบัญชีแยก จะได้รู้ว่ามันหายไปไหน อยากโดนเตี่ยว่าเอาหรือ”


“ลืม”


“แล้วมันต้องใช้มากถึงขนาดสองร้อยเชียวหรือเฮีย ข้าวยากหมากแพงแบบนี้เฮียเอาไปซื้ออะไร”


คราวนี้ผู้เป็นพี่ชายเริ่มมีโทสะเล็ก ๆ เกิดขึ้น ใบหน้าประพิมพ์ประพายเดียวกับเถ้าแก่เนี้ยนั้นบูดเบี้ยวขึ้นมาเนื่องจากไม่พอใจที่โดนน้องชายคาดคั้น เขาจ้องกิริยาที่คิดว่าข้ามหัวนั้นแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงกดต่ำ


“กูแค่ยืมประเดี๋ยวเดียว ถ้ามีกูก็คืนให้ มึงจะอะไรนัก”


“...”


“แล้วทีหลังอย่าขึ้นเสียงใส่กู”


ได้ยินดังนั้นพิเชฐจึงถอนหายใจเป็นหนที่ร้อย


“อั๊วไปขึ้นเสียงใส่เฮียตอนไหน”


“ลื้อก็กำลังทำอยู่นี่ไง”


“มีอะไรกัน”


น้ำเสียงเรียบ ๆ ของบุคคลที่สามดังแทรกความคุกรุ่นขึ้นมา ทั้งคู่หันไปมองก่อนจะพบกับหญิงวัยกลางคนที่เดินออกมาจากหลังร้าน สายตาของเถ้าแก่เนี้ยตวัดมองไปที่ลูกเลี้ยงอย่างจับผิด


“อั๊วแค่คุยเรื่องบัญชีกับเฮีย”


“อะไร”


“ตัวเลขกับตัวเงินมันไม่เท่ากัน อั๊วเพียงแค่สงสัยว่ามันหายไปไหน”


คราวนี้เถ้าแก่เนี้ยหันมามองลูกชายที่ยักไหล่อย่างไม่สนใจ


“อั๊วก็แค่ยืมไปใช้ก่อน”


“มันเป็นเงินกงสีนะเฮีย ตั้งสองร้อยไม่ใช่น้อย ๆ นะ”


“สองร้อยเลยรึ”


หญิงวัยกลางคนถามลูกชาย


“ใช่ม้า แต่อั๊วตั้งใจจะคืนอยู่นะ เพียงแต่ลืมลงบัญชีแยกก็เท่านั้น ไม่คิดว่าจะมีใครมานั่งจับผิด”


“อั๊วเพียงแค่ถามเพราะเห็นมันหายไป ถ้าเฮียลงบัญชีแยกไว้อั๊วก็คงไม่ต้องมาสงสัยอย่างนี้ดอก”


“พอ ๆ” เถ้าแก่เนี้ยเอ่ยแทรก


“เงินไม่ใช่น้อย ๆ และไม่ใช่ของลื้อโดยตรง จะหยิบจะยืมอะไรเตี่ยลื้อไม่ว่าดอก แต่คราวหน้าคราวหลังก็อย่าสะเพร่า ไม่อย่างนั้นมันจะเหมือนลื้อไม่บริสุทธิ์ใจ เข้าใจไหมอาย้ง”


            น้ำเสียงของหญิงวัยกลางคนเพียงแค่ว่ากล่าวตักเตือนเท่านั้น ผู้เป็นลูกจึงยิ้มเผล่แล้วพยักหน้าให้คล้ายรับปาก เห็นดังนั้นหล่อนจึงส่งยิ้มบาง ๆ กลับไป


            “ถึงอย่างนั้นลื้อก็ต้องเอาเงินมาคืนก่อนปิดบัญชีของสัปดาห์นี้ ไม่อย่างนั้นเตี่ยจะว่าเอาได้”


ก่อนจะแปรเปลี่ยนอารมณ์เมื่อหันมาพูดกับลูกเลี้ยง


            “แล้วลื้อน่ะ เฮียอธิบายอะไรก็ฟังเสียบ้าง คนคุมบัญชีสัปดาห์ก่อนมันก็เตี่ยกับเฮียเขา ลื้อไม่ไว้ใจเฮียก็เหมือนไม่ไว้ใจเตี่ย คราวหน้าคราวหลังสงสัยอะไรก็ถามเฮียดี ๆ ไม่ใช่มาอวดเบ่งวางก้าม”


            พิเชฐเม้มปากให้กับคำกล่าวหานั้น อีกครั้งแล้วที่เขากลายเป็นคนผิดทั้งที่มันควรจะเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเสียด้วยซ้ำ คนเป็นเถ้าแก่เนี้ยของกงสีกลับเข้าข้างลูกชายเต็ม ๆ หากลองเปลี่ยนเป็นเขาทำดูบ้าง เถ้าแก่เนี้ยคงไม่ปล่อยให้เรื่องมันจบง่าย ๆ แบบนี้หรอก


            “เป็นผู้น้อยก็อย่าพูดจาข้ามหัวผู้อาวุโสกว่า ทำตัวอย่างนี้ถ้ามันเจริญสิแปลก”


            ว่าจบก็สับเท้าไปรินชาร้อนเพื่อดับกระหาย ทิ้งให้พิเชฐมองใบหน้ายิ้มเยาะของพี่ชายด้วยจิตใจที่ขุ่นมัว เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเก็บของแล้วลุกจากโต๊ะบัญชี ไม่ลืมยกมือไหว้เถ้าแก่เนี้ยขณะจะออกจากร้าน


ชายหนุ่มเดินสวนกับพี่สะใภ้ที่ถือโอเลี้ยงเข้ามา หญิงสาวส่งยิ้มให้กับพิเชฐอย่างสดใส หากแต่อารมณ์คุกรุ่นในใจทำให้เขาเพียงแต่ยิ้มฝืน ๆ กลับไปเท่านั้น...

 

 

 

 

 

 

   


              อีกด้านของฝั่งคลอง ร่างแน่งน้อยของเด็กสาวยืนยิ้มคอยอยู่บนท่า เมื่อเห็นเรือยนต์เทียบเข้ามาจอด พร้อมกับเถ้าแก่และลูกชายคนเล็กที่หอบของพะรุงพะรังลงจากเรือ หล่อนจึงรีบรุดเข้าไปช่วย


            “โอ๊ย ไม่ต้อง ๆ ซ้อ อั๊วทำได้น่า”


            มนัสยกยิ้มให้อย่างสบาย ๆ เด็กสาวจึงไม่ว่าอะไร แล้วหันไปไหว้เถ้าแก่ใหญ่ ก่อนจะนำทั้งคู่เดินกลับไปตัวเรือนที่ผู้เป็นแขกเริ่มจะคุ้นชินขึ้นมาบ้างแล้วหลังจากแวะเวียนเอาของมาให้บ่อย ๆ ในช่วงเดือนที่ผ่านมา


            “อีกไม่กี่วันก็พิธีแล้ว เดี๋ยวมะรืนอาลั้งอีจะมาอยู่เป็นเพื่อน”


            ช่อแก้วพยักหน้าอย่างว่าง่าย ทำเอาเถ้าแก่ใหญ่อมยิ้มกับความนอบน้อมนั้น เขาจัดแจงของที่จะใช้ในพิธีให้เด็กสาวดู


            “คราวนี้อั๊วเอาพวกชุดตะเกียบ ชุดน้ำชามาให้...” มือเหี่ยวตามวัยรื้อของออก “มันมีเป็นคู่นะ ลื้อดูให้ดี ๆ มีพัดมีอะไรด้วย เอ้อ! อั๊วเอาพวกชุดเครื่องนอนให้ไปแล้วใช่ไหม”

            “จ้ะ”


            “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว อั๊วขอโทษนะที่ไม่ได้จัดงานให้มันใหญ่โตอะไร”


            ช่อแก้วยกมือไหว้ให้กับความเมตตาของคนตรงหน้าอีกครั้ง ในสายตาของหล่อน เถ้าแก่ฮวงถือว่าใจดีมากแล้ว หล่อนแทบไม่ต้องเตรียมอะไรเลยด้วยซ้ำกับงานพิธีในครั้งนี้ หากเป็นคนอื่นหล่อนเองก็ไม่แน่ใจว่าจะได้รับความเมตตามากถึงขนาดนี้ไหม...


            “แก้วกับแม่กำลังจะทำขนม เถ้าแก่รอสักประเดี๋ยวนะจ๊ะ”


            “อั๊วไปดูด้วยได้ไหมซ้อ”


            มนัสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทำเอาช่อแก้วแย้มยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู


            “ไปสิ”


            เด็กสาวคลานเข่าผ่านเถ้าแก่ใหญ่ ก่อนจะนำน้องชายของว่าที่สามีเดินลงไปทางใต้ถุนฝั่งครัว กลิ่นหอมของกะทิลอยมาเตะจมูกเรียกให้ท้องของเด็กหนุ่มเริ่มมีอาการประท้วง เมื่อไปถึงก็เห็นช่อเอื้องกำลังกรีดใบตองอยู่ เด็กหนุ่มจึงเดินเข้าไปทัก


            “น้าเอื้อง สวัสดีจ้ะ”


            “เม้งหรือ เออ ๆ ไหว้พระเถิด”


            ช่อเอื้องพยักหน้าให้กับลูกชายคนเล็กของเถ้าแก่ฮวง อีกฝ่ายนั่งลงตรงข้ามหล่อนเพื่อดูการกลัดใบตองอย่างสนอกสนใจ ส่วนลูกสาวคนเดียวนั้นเดินไปตั้งไฟเพื่อเตรียมทำขนม


            “วันนี้จะทำอะไรน่ะ”


            “ตะโก้สวรรค์กับขนมกล้วย”


            “แล้วจะไปขายตลาดเย็นหรือ”


            “อืม”


            แม้ในใจจะนึกชังคนจีนอยู่มาก หากแต่เมื่อเจอกันบ่อยครั้งเข้า ความเป็นมิตรและความสดใสตามวัยของมนัสทำให้ช่อเอื้องลดทิฐิในใจลงไปได้เล็กน้อย อย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นเพียงเด็กวัยคราวลูกคนหนึ่ง ไม่ได้ดูมีพิษมีภัยอะไร หล่อนจึงพอพูดคุยกับอีกฝ่ายได้คล่องปากอยู่บ้าง


            “แล้วนี่มากับพ่ออีกแล้ว พี่ชายเธอไปไหนเสียล่ะ จะเป็นเจ้าบ่าวแท้ ๆ กลับไม่เห็นหน้าเห็นตา”


            “รายนั้นเขางานหนักน่า”


            “งานหนักหรือมีอีสามเพ็งที่ไหน”


            “วุ้ย! น้าก็ว่าไป เฮียน่ะไม่มีอะไรแบบนั้นดอก”


            ช่อเอื้องหัวเราะหึหึในลำคอ แล้ววานให้เด็กหนุ่มหยิบกล้วยหวีใกล้ ๆ ตัวมาให้ ปากก็ว่าต่อ


            “อย่าให้รู้ว่าช่วยกันปิด”


            “ไปกันใหญ่ ยี่เฮียนะขยันอย่างนี้” ยกนิ้วโป้งไปทางว่าที่พี่สะใภ้ที่หันมามองยิ้ม ๆ เพื่อยืนยัน


“วัน ๆ เอาแต่ขลุกอยู่ที่เขียง ไม่ก็ไปดูเนื้อดูปลา บางทีก็มาช่วยขายของที่ร้านเครื่องหนังบ้างแล้วแต่เวรบัญชี”


            “แล้วเธอไม่ช่วยอะไรเขาเลยหรือ”


            “ยังเด็กอยู่น่า”         

    

             คราวนี้ช่อแก้วหัวเราะให้กับคำแก้ตัวของน้องชายว่าที่สามี ช่อเอื้องเองก็ส่ายหน้ายิ้ม ๆ กับความทะเล้นนั้น


            “ก็ดีแล้วที่เขาเป็นโล้เป็นพาย หัวอกคนเป็นแม่อย่างฉันมันจะได้เบาใจลงไปอีกสักหน่อย”


            “ไม่ต้องห่วงหรอกน้า ซ้อเขาจะลำบากก็แต่ต้องมาช่วยเฮียทำมาหากินเท่านั้นแหละ”


            “เออ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงมันก็ไม่เท่าไหร่ดอก เกิดเป็นคนมันก็ต้องทำมาหากินน่ะถูกแล้ว”


            ช่อเอื้องถอนหายใจเบา ๆ ไม่ได้คิดต่อความยาวอะไร คล้ายกับปลงตกไปเสียแล้วกับเรื่องการแต่งงานของลูกสาว


            หลังจากนั้นทั้งคู่สนทนาอะไรกันต่อช่อแก้วก็ไม่ได้ฟัง ในใจของเด็กสาวนึกไปถึงใบหน้านิ่ง ๆ ของลูกชายคนรองเถ้าแก่ฮวง หล่อนพอจะรู้มาบ้างว่าเขาคล้ายเป็นเสาหลักให้กับกงสี ใบหน้าที่มีดวงตาเรียวรีเรียบนิ่งหากแต่ไม่ได้ดูจืดตานั้นขมวดคิ้วแทบตลอดเวลา ผิวก็ออกคล้ำกว่าหล่อนเล็กน้อยเสียด้วยซ้ำทั้งที่เป็นลูกคนจีน เขาคงจะทำงานหนักจริง ๆ อย่างที่หล่อนได้ยินมา


            เหลือบตามองมนัสที่กำลังหัวเราะคิกคักหลังจากถูกแม่ของหล่อนฟาดเบาๆ เพราะอีกฝ่ายปอกกล้วยที่จะเอาไว้ใช้ทำขนมกินเล่นก็ได้แต่อมยิ้มออกมา เห็นทีวันนี้หล่อนคงต้องวานเด็กหนุ่มให้ช่วยอะไรสักอย่างเสียแล้ว...

 

 

 

 

 

 

           


            “แล้วเงินเดือนล่ะไปไหนหมด ถึงต้องมาลักกินของกงสีไปตั้งสองร้อยฮึเฮีย”


            น้ำเสียงที่เจือความหงุดหงิดดังมาจากลูกน้องคนสนิท ฮั้วคือเด็กหนุ่มอายุสิบเก้าปี เป็นลูกของคนงานที่เถ้าแก่เลี้ยงไว้ตั้งแต่ยังไม่ได้มีกินถึงขนาดนี้ แม้จะตกทุกข์ได้ยากหากแต่ก็ไม่เคยละทิ้งกุลีในบ้าน ความใจดีมีเมตตานั้นทำให้เด็กหนุ่มเคารพบูชาเถ้าแก่ฮวงยิ่งนัก รวมไปถึงคุณ ๆ ที่เถ้าแก่อนุญาตให้เรียกพี่น้องได้อย่างสนิทใจ


            เขาจึงโมโหทุกครั้งที่เห็นความไม่เป็นธรรมกับพิเชฐจากเถ้าแก่เนี้ยและลูกชายคนโต


            “อีว่าอียืมเท่านั้น...”


            “เฮอะ! จงใจไม่ลงบัญชีแยกแบบนั้นเฮียคิดว่าจะได้คืนหรือ”


            หลังจากที่ออกจากร้านเครื่องหนัง พิเชฐก็นั่งเรือยนต์มาที่สัมพันธวงศ์เพื่อกลับมาดูร้านเขียงหมูในสามเพ็ง ฮั้วที่นั่งประจำอยู่คงสังเกตท่าทีว่าเขาดูไม่สบอารมณ์ผิดปกติจึงถามไถ่อย่างเป็นห่วง กลับกลายเป็นว่าพอเล่าจบ อีกฝ่ายก็หงุดหงิดแทนเขาขึ้นมาเสียนี่


            “ก็ต้องดูไป”


            “แล้วเราจะยอมได้อย่างไรเฮีย”


            ฮั้วถามเสียงระเหี่ย


            “ถึงอย่างไรสิ้นสัปดาห์นี้เงินมันก็ต้องอยู่ครบ” พิเชฐว่า “ไม่ว่าจะวิธีไหน ม้าก็ทำให้มันครบได้อยู่แล้ว”


            “อ้อ...คงเอาเงินตัวเองออกแทนลูกชายอีกล่ะสิ”


            ลื้อคิดว่าอย่างนั้นไหมล่ะ


            เขามองพิเชฐที่ส่ายหน้าน้อย ๆ แล้วได้แต่ถอนหายใจออกมา ด้วยอายุอานามไล่เลี่ยกับลูกชายคนเล็กของเถ้าแก่ เขาและมนัสนั้นเรียกได้ว่าโตมาด้วยกัน จึงทำให้เขาพลอยสนิทใจกับพิเชฐที่ถือเป็นพี่ชายสายเลือดเดียวกันแท้ ๆ ของมนัสไปด้วย และชายหนุ่มเองก็ปฏิบัติกับเขาไม่ต่างจากน้องชายอีกคน


            หลังจากสงครามมหาเอเชียบูรพาสิ้นสุดลงไปเมื่อสองปีก่อน เถ้าแก่ถือว่าสูญเสียไปไม่น้อยทั้งทางด้านธุรกิจและกำลังคน หากแต่ชายวัยกลางคนไม่ได้มานั่งตีโพยตีพาย ค่อย ๆ ฮึดสู้จนพลิกกลับมาขายต่อได้ดังเดิม แม้จะไม่รุ่งเรืองอย่างเก่า แต่ก็ถือว่ามีกินมีใช้กว่าคนทั่วไปอยู่มากนัก


            ตัวเขาเองสูญเสียพ่อแม่ไปในเหตุการณ์นั้นก็คล้ายหัวเดียวกระเทียมลีบอยู่หน่อย หากแต่ยังได้พิเชฐคอยเอาใจใส่อยู่เสมอ ยิ่งทำให้เขารักและเทิดทูนลูกชายเถ้าแก่คนนี้มากกว่านายคนอื่น


            ช่วงหลังสงครามที่เถ้าแก่แบ่งสรรกำลังคนช่วยทั้งร้านเครื่องหนังและเขียงหมู กำลังใหญ่ทางฝั่งเขียงหมูตกเป็นของพิเชฐ เถ้าแก่เนี้ยและยงยศไม่คิดจะย่างกรายเข้ามา เขาจึงไม่ลังเลที่จะเลือกมาช่วยที่เขียง อย่างน้อยถ้าวันไหนพิเชฐไม่เข้า ก็จะเป็นมนัสที่มาดูแล ฮั้วจึงรู้สึกสบายใจที่ไม่ต้องมานั่งระแวงว่าจะโดนจับผิดเอาตอนไหน


            เสียงรถลากจอดเทียบหน้าร้านทำเอาเด็กหนุ่มที่กำลังจะเลื่อนประตูพับปิดหันขวับไปมอง ก็เห็นคนที่กำลังนึกถึงอีกคนก้าวลงมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม มนัสเดินเข้ามาพร้อมกับตะกร้าหวายเล็ก ๆ อันหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากถาม


            “ยี่เฮียเล่า”


            ฮั้วบุ้ยปากไปทางโต๊ะบัญชีที่มีพิเชฐนั่งคิ้วขมวดอยู่กับหน้าสมุด


            “กะแล้วเชียว ไม่เห็นที่ร้านเครื่องหนัง” มนัสหัวเราะเล็กน้อย “แล้วนี่ลื้อกินอะไรหรือยังเฮียฮั้ว”


            “ยัง มีรึ”


            มนัสชูตะกร้าขึ้นแล้วยักคิ้วอย่างทะเล้น ก่อนจะเดินเข้าไปหาพี่ชายแล้ววางของลงกับโต๊ะกลม เห็นดังนั้นฮั้วที่ปิดเขียงเรียบร้อยจึงเดินเข้าไปทางหลังร้านเพื่อหยิบถ้วยชามมาเพิ่ม


            “อ้าว อาโซ้ยตี๋”


            “จะนอนนี่หรือเฮียวันนี้น่ะ”


            “อืม”


            “อ้อ...เอาเถิด แต่วันมะรืนต้องกลับไปนอนที่บางลำพูนะเฮีย”


            คราวนี้เป็นฮั้วที่พูดออกมาอย่างนึกขึ้นได้


            “เออหนอ! เกือบลืมไปเลยว่าอีกเดี๋ยวก็มีอาซ้อมาเพิ่มแล้ว”


            พิเชฐมองตามน้องชายที่คิกคักกันอยู่สองคนแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบา ๆ เขาบอกให้ทั้งคู่รีบจัดแจงอาหารเย็นเสียเพื่อตัดบท หากแต่มนัสที่เดินยิ้มเผล่เข้ามาทำให้เขาต้องขมวดคิ้วอีกรอบ


            “อะไร”


            “นี่ซ้ออีฝากมาให้แน่ะ”


            เหลือบมองกระทงใบตองที่มีขนมตะโก้สวรรค์อยู่สี่ห้าชิ้นในนั้นแล้วรับมาอย่างงุนงง


            “อีฝากมาหรือ ฝากมาทำไม”


            “อั๊วไม่รู้ วันนี้เอาพวกข้าวของที่จะใช้วันงานไปให้ ซ้อแก้วอีก็บอกว่าเอาให้เฮีย”


            “เอ้อแน่ะ น่ารักไม่หยอกนะเฮีย” ฮั้วว่ายิ้ม ๆ


            พิเชฐพยักหน้าให้กับน้องชายเป็นเชิงเข้าใจ แล้วเลื่อนกระทงขนมออกไปไว้ข้าง ๆ ก่อนจะก้มหน้าดีดลูกคิดเพื่อตรวจบัญชีของวันต่อ หากแต่วงหน้าแฉล้มที่คอยแย้มยิ้มอยู่ตลอดนั้นเข้ามารบกวนความคิดของชายหนุ่มจนแทบไม่มีสมาธิ


            เขาเลื่อนสายตากลับมามองขนมในกระทงอีกรอบ กลิ่นหอมกะทิที่ยังคงลอยมาเตะจมูกทำให้เดาได้ว่าอีกฝ่ายคงเพิ่งทำเสร็จได้ไม่นาน ชายหนุ่มหยิบออกมาหนึ่งชิ้นแล้วส่งเข้าปาก ความมันและหอมหวานของตัวขนมนั้นทำให้อารมณ์ที่ค่อนข้างเสียอยู่ดีขึ้นมาเล็กน้อย เขาพยักหน้าเบา ๆ กับรสชาติที่ถูกปากนั้น


            พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ที่พับเหน็บมากับตัวกระทง มือหนาเอื้อมหยิบมาเปิดอ่านดูว่าคืออะไร เมื่อลายมือที่ค่อนข้างเป็นระเบียบปรากฏสู่สายตา รอยยิ้มแรกของวันก็ถูกจุดขึ้นบนมุมปาก..


            แก้วอยากให้เฮียลองชิม หวังว่าเฮียจะชอบ


            ช่างฉอเลาะเสียด้วย ว่าที่สะใภ้ของเถ้าแก่คนนี้...


            เขายิ้มขำเบา ๆ กับข้อความนั้น


            อาการที่ดูคล้ายไม่ได้มีเรื่องหัวเสียมาก่อนหน้าของพิเชฐนั้นทำเอาฮั้วที่กำลังจะเรียกให้มากินข้าวเย็นขมวดคิ้วด้วยความงงงวย ก่อนจะหันไปกระซิบกระซาบกับมนัส


            “เฮียเต๋ามีหลานให้เถ้าแก่ปีนี้แน่อาเม้ง ดูสิ...นั่งยิ้มกับขนมตะโก้ ท่าจะบ้า”    

           










          Talk : นางแอบร้าย นางฉอเลาะ นางมีเหน็บจดหมายน้อย ลูกสาวใคร!!!!! // ถ้าถามว่าสองร้อยเยอะไหม เทียบกับสมัยนี้คิดว่าก็ร่วมหมื่นได้อยู่นะคะ ยุคนั้นทองบาทละประมาณสี่ร้อยอะค่ะ ก็นะ... ดูชีวิตเฮีย เป็นกำลังใจให้เฮียเต๋าด้วยเถอะค่ะ สาธุบุ๊ญญ

           

TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

206 ความคิดเห็น

  1. #171 กะเจีย (@cchoti) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 12:45
    นางมีแอบจดหมาย นางกล้าฉอเลาะ ยัยแก้วววววว น่ารักกกก
    #171
    0
  2. #138 weirdmoon (@195195) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 09:55
    แงยัยน้องแก้วววว
    #138
    0
  3. #121 SUCHA_ (@eyesuchanuch) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 01:20
    น้องแก้วมีแนบจดหมายยย ฮึ้ยยย ยัยเด็กน่ารักกกก แบบนี้จะไม่ละลายใจแข็งเฮียเต๋าได้เหรอ แต่ยิ่งอ่านพาร์ทเถ้าแก่เนี้ย เฮียยศยิ่งมอหออออ ทำไมต้องใจร้ายกับเฮียเต๋าเบอร์นี้ ลูกชายเธอไม่ได้เรื่องเองมั้ย
    #121
    0
  4. #116 optimus1995 (@optimus1995) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 03:08
    โอยยยยยย เหมือนเรากำลังดูละครอยู่เลย ชอบมาก เขียนให้สนุกแบบนี้ได้ไง น่ารักมากกกก ชอบนะคะ
    #116
    0
  5. #84 0061. (@nutlovedonghae) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 12:35
    แงงงงตอนนี้น่่ารักกกกยัยหนูของแม่มีส่งจดหมายเร้กให้อาเฮียด้วย​ ฮือ​ ความน่ารักจะเยียวยาหัวใจเฮียได้แน่นอนเลยน้องแก้ว
    #84
    0
  6. #83 มิกะ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 18:40

    ชอบมากเลยค่ะ เค้าน่ารักกันจังแงงงง

    #83
    0
  7. #82 Vars (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 16:18

    มันน่ารักกกกก มันดี คิดถึงไรท์มากๆเลยน้าาาา ตามทั้งในนี้ ในจอย มีที่ไหนอีกจะตามตลอดไปป 555555555555

    เฮีนต๋าววว น่ารักมาก มันละไมมาก มันเป็นรอยยิ้มแรกของวันเลยน้าาา เครียดมาทั้งวัน ยิ้มให้ตะโก้เฉย คนเรา 55555555555555 ติดตามค่าา

    #82
    0
  8. #80 Jenobomb (@Pepi1aSoulTY3852) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 10:08
    อ่านเเล้วยิ้มตามเลยค่ะ น่ารักมาก เเงงงงงงงงง
    #80
    0
  9. #79 doyo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 22:44

    เผลอยิ้มกับข้อความของน้องแก้วเลย จดหมายน้อยของน้อง เฮียชอบมากแน่ๆยิ้มใส่ตะโก้ขนาดนี้ เขิน ;-; น้องงงง น่ารักจังเลยทำขนมให้ด้วย หงุดหงิดแทนเฮีย กว่าจะเจอน้องก็ตอนแต่งเลยมั้ยยังไง ฮือ ชอบบบบ คุณไรท์สู้ๆนะคะ เราชอบภาษาของคุณมาก

    #79
    0
  10. #78 AIMEM (@Porntipa_12) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 22:06
    น้องแก้วน่ารักกกก เฮียเต๋าสู้ ๆ นะครับ !
    #78
    0
  11. #77 peachpuffs (@chzckhnp) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 19:22
    เฮียเต๋าต้องอดทนมานานเท่าไหร่ ฮือ หงุดหงิดแทน ข่มเข้าไปเถ้อะ ระวังไว้ๆ ฮึ่ม เป็นกำลังใจให้เฮีย ให้น้องแก้วเป็นความสดใสของเฮียนะ น้องน่ารัก เขินจดหมายน้อย
    #77
    0
  12. #76 Meemie40 (@meemie40) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 11:20
    ยัยแก้วน่ารักกก ฮึ่ยยย
    #76
    0
  13. #75 salmonpuffx (@phaktsuna) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 02:26
    น่ารักที่สุดเลยอ่ะ ข้อความเดียวของยัยแก้วก็สร้างรอยยิ้มเล็กๆให้เฮียได้แล้ว
    #75
    0
  14. #74 Minifame (@minifame) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 02:06
    ยัยลูกสาวแมมมมมมม๊
    #74
    0
  15. #73 Micsrees (@Micsrees) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 23:39
    น่ารักกก นี่เฮียต้องอดทนขนาดไหน ทั้งพี่ทั้งแม่ใหญ่ดูเหยียดมาก น้องแก้วมาจะโดนขนาดไหน เฮียก็ช่วยเป็นหลักเป็นร่มให้น้องด้วยนะ หวังว่าเฮียจะไม่เงียบอย่างเดียว
    #73
    0
  16. #72 jaedimples (@puiyuch) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 22:38
    ลูกสาวแม่เองงงงงงงงง
    ช่างฉอเลาะและเอาใจเก่งจริงๆ
    อยากให้เฮียเจอกับน้องแก้วอีกเร็วๆ หรือจะเจอกันตอนแต่งเลย ตื่งเต้ลลลล
    #72
    0
  17. #71 นมผงตราหมี (@yeeninja1930) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 22:33
    ยิ้มแรกของวัน สาเหตุมาจากจดหมายเร้กๆจากน้องแก้ว เอ้อออออ ไม่เบาเด้อลูกฉัน55555555 น่ารัก แง
    #71
    0
  18. #70 - 0409 - (@magleecho) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 22:28
    อ่านทีละนิดละหนีไปหวีด กลัวจบตอน น้องงงงงง น่ารักจังแนบจดหมายก็เขินแล้วแง่ แต่กลัวชีวิตหลังแต่งนี่สิกลัวน้องลำบาก สนุกแน่แน่
    #70
    0
  19. #67 sanx (@kaofangks) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 21:49
    น้องแก้วววววววว ฮือ น่ารักมากเลย ตอนแรกเครียดมาก เจอฉากน้องแก้วคือยิ้มเลย น่ารักอะ ; - ; รอตอนต่อไปเลยค่ะ
    #67
    0
  20. #66 powerpuff♥ (@prowlovely) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 21:37
    มีทำขนมฝากไปให้พี่เค้าอีกแหนะ ตอนนี้ไม่ได้เจอกันยังเขินได้5555555 มีกำลังใจน่ารักขนาดนี้ก้สู้ๆนะคะเฮียเต๋า > <
    #66
    0
  21. #64 Playgame Candy (@mrq-1994) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 20:48
    โอ้ยยยย น้องช่อแก้วคือน่ารักมากลูกกกกกกกกกกกก ไม่ต้องถามเลยว่าลูกสาวใคร ลูกสาวเราเองค่า อุแง้ น่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้ เฮียเต๋าต้องมีใจให้น้องบ้างแล้วล่ะ สนุกมากๆเลยค่ะ ♥♥♥
    #64
    0
  22. #63 DONGJAEN (@AiHongxia) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 20:31
    ลูกสาวเราเอง!
    #63
    0
  23. #62 #AAZ (@aemza302) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 19:37
    แสนแซ่บ เฮียเต๋าสู้ๆๆๆๆๆ
    #62
    0
  24. #61 faiene (@faiene) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 19:29
    แก้ว แลเป็นเด็กโลกสวยนะ แต่ก็อารมณ์หญิงไทยแม่พลอยอยู่ นางน่ารัก รู้จักปรับตัว เราว่าก็ดีที่มีขนมไปฝาก เพราะมันเป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆ ไหนๆก็จะแต่งงานกันแล้ว ทำดีใส่กันไว้เถอะเนอะ ดีใจที่พิเชฐก็เอ็นดูน้องแก้วอยู่นะ อาซ้อชอบพิเชฐมากกว่ารึป่าวนะ คู่อาเฮียอาซ้อนี่น่าจะเป็นตัวแปรของความรักคู่นี่แน่เลย เดาๆ
    #61
    0
  25. #60 J.Jillion (@hh-forever) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 19:21
    หึ่ยยยย ยัยลูกสาววววว ป้อล้อผู้ชายก่อนนะลูกกกกก มันเขี้ยว!
    #60
    0