The Best Wingman สุดยอดเพื่อนพระเอกขอรายงานตัว! (BL) (ตีพิมพ์กับสนพ. CLOVER BOOK)

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 616,908 Views

  • 14,226 Comments

  • 20,554 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    17,343

    Overall
    616,908

ตอนที่ 55 : [ARC IV] สายการบินกริฟฟินแอร์ ยินดีต้อนรับท่านสู่เที่ยวบินที่จะนำท่านเดินทางไปยัง ชายแดน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26411
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3207 ครั้ง
    26 ธ.ค. 61

 

หลังจากการบอกเล่าเรื่องราวเอาความจริงผสมกับคำลวงด้วยสีหน้าน่าเชื่อถือ  อโดนิสแห่งเอลเฟออนก็จัดการทำให้ทุกคนเชื่อว่าทวีปมืดกำลังประสบปัญหาขาดแคลนอาหารอย่างหนักจนไม่สามารถผ่านฤดูหนาวปีนี้ไปได้ จึงต้องเร่งเปิดสงครามเพื่อยึดเอาเสบียง 

 

ทุกคนพร้อมจะพยักหน้าให้คำอธิบายนี้ได้แบบไม่ตั้งข้อสงสัยมากมาย แม้จะไม่มีหลักฐานเป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากการให้เหตุผลที่หนักแน่นของอโดนิสโดยยึดเอาหลักฐานโบราณที่บันทึกว่าทวีปมืดคือทวีปแห่งความว่างเปล่าและแห้งแล้ง ผสมกับข้อเท็จจริงที่ในดินแดนของพันธมิตรเองก็มีการขยายเมืองเพื่อรองรับประชากรที่เพิ่มขึ้น 

 

ถ้าอดีตแล้งอยู่แล้ว ปัจจุบันที่ประชากรมากขึ้นจะเกิดอะไร?

 

ตรรกะง่ายๆที่คนฟังทำเสียงอืออาพยักหน้า ผู้คนพร้อมอ้าแขนรับความเชื่อที่คิดว่าตัวเองได้รู้จุดอ่อนของศัตรูหรือนำศัตรูไปหนึ่งก้าวอยู่แล้ว  และสิ่งที่เจ้าชายเอลฟ์ทำก็คือป้อนความฝันอันแสนหวานที่อิงจากความเป็นจริง

 

ว่ากันว่าสงครามคือศาสตร์แห่งการใช้เล่ห์เหลี่ยมกลมายา

 

อโดนิสประสบความสำเร็จในการทำให้คนอื่นเชื่อว่าพวกเขาสามารถเอากะหล่ำปลีไปแลกงาและหนังสัตว์อสูรของทวีปมืดได้

 

[[โฮสต์...คุณสุดยอดมาก]] ห้าน้อยอ้าปากค้าง

 

ฉันเพิ่งค้นพบว่าบางทีตัวเองอาจจะไปได้ดีในสายอาชีพต้มตุ๋นไม่ก็การเมืองผู้เป็นโฮสต์ยักไหล่ เขากำลังเก็บข้าวของส่วนตัวใส่ห่อสัมภาระเตรียมเดินทางไกล  ถึงแม้เขาจะทำให้ที่ประชุมโอนอ่อนได้  แต่ก็หลีกเลี่ยงแผนสำรองในกรณีฉุกเฉินที่เจรจากันไม่ได้อยู่ดี

 

ผลของที่ประชุมคือตรึงกำลังส่วนหนึ่งสร้างแนวตั้งรับที่ชายแดนทางหนึ่ง รอเปิดการเจรจา ส่งโดมินิกลอบเข้าทวีปมืดเอาตราลัญจกรแห่งเฮล์มลอสที่มีไปทวงบัลลังก์อีกทางหนึ่ง  อโดนิสต้องยอมรับ เด็กๆในโลกนี้โตไวกว่าโลกของเขามาก  มันไม่ได้แสดงออกทางคำพูด แต่มันแสดงออกทางการตัดสินใจ

 

และเจ้าชายเอลฟ์ต้องยอมรับในมุมของพันธมิตรแห่งแสง การสนับสนุนให้โดมินิกไปทวงบัลลังก์ปีศาจเป็นเรื่องที่แยบยลมาก 

 

มีเด็กหนุ่มกำพร้าคนหนึ่งที่ไม่มีอะไรเลย ไม่ใช่ทั้งปีศาจ ไม่ใช่ทั้งเทพ ไม่มีสถานะทางสังคม ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไหนอย่างเต็มที่  เป็นเหมือนวิญญาณหลงทางที่ต้องการจะที่ที่ตัวเองควรอยู่ ไขว่คว้าโอกาสที่จะพิสูจน์ตัวเอง

 

การได้เป็นส่วนหนึ่งในการประชุมครั้งนี้ทำให้อโดนิสได้เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับนิยายแนวผู้กล้า  สายตา รอยยิ้ม และคำพูดที่ให้กำลังใจ แสดงความคาดหวังที่เป็นธรรมชาติเหล่านั้น เบื้องหลังทุกคนคือความคิดเดียวกัน  ยื่นเทียนให้คนที่โหยหาแสงสว่าง นั่งมองเขาเดิน แล้วรอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์

 

เด็กกำพร้าที่น่าสงสาร ทั้งหมดที่เขาต้องการคือการยอมรับ ความสนใจ

และนั่นคือสิ่งที่ทุกคนพร้อมจะมอบให้โดมินิกแบบไม่ลังเล

 

หากโดมินิกล้มเหลวก็คือล้มเหลว หากสำเร็จก็ได้ราชาปีศาจที่ว่าง่ายขึ้นมาคนหนึ่ง  ทุกคนในที่นี้รู้ว่าแม้โดมินิกจะเกิดมาพร้อมสายเลือดและพลัง แต่เขาก็เป็นแค่เด็กกำพร้าที่เติบโตมาในชนบทที่ไม่รู้เรื่องเล่ห์เหลี่ยมและผลประโยชน์  เขาไม่ได้เติบโตมาในสภาพแวดล้อมของชนชั้นปกครอง  กว่าเขาจะเติบโตพอที่จะเข้าใจโลกของชนชั้นปกครอง  พันธมิตรแห่งแสงก็คงเก็บเกี่ยวจนพอแล้ว หรือในกรณีที่แย่ที่สุดคือโดมินิกจะไม่มีวันรู้เลย

 

ต้องยอมรับว่าเรื่องทั้งหมดทำให้อโดนิสทั้งทึ่งทั้นขนลุกที่เห็นเด็กวัยรุ่นเหล่านี้สามารถคำนวณผลได้ผลเสียได้อย่างเป็นธรรมชาติ  มันไม่ใช่ควาเสแสร้ง สวมหน้ากาก หรือแสดงละคร  ทุกความเป็นมิตรที่ยื่นให้โดมินิกเป็นของจริง...

 

เจ้าชายเอลฟ์ถอนหายใจ เมื่อไม่สามารถหาคำมาอธิบายที่เหมาะสมให้ตัวแทนรุ่นเยาว์เหล่านี้ได้ นอกจากขอถอนความคิดที่ว่าพวกเขาเด็กเกินไป  

 

[[คนอื่นไปรวมตัวกันแล้วนะโฮสต์]] ห้าน้อยวิ่งเป็นวงกลม ส่งเสียงเร่ง ทำตัวเหมือนคุณแม่ขี้กังวลที่เตรียมจะส่งลูกไปทัศนศึกษาครั้งแรก ตรวจดูห่อสัมภาระว่ายังขาดอะไรอีกบ้าง  ท่าทางตื่นเต้นเกินเหตุจนผู้เป็นโฮสต์สงสัย

 

“โอเคๆ ใจเย็นเจ้าตัวเล็ก” มือเรียวรวบมัดสัมภาระทั้งหมด เหวี่ยงขึ้นหลัง ปากบ่นขมุบขมิบ “ฉันให้นายไปสืบว่าสรุปจะเดินทางยังไง นายก็ทำเป็นอุบเงียบ  พอกันเลยทั้งนายทั้งพวกตาแก่นั่น...”

 

ตั้งแต่เขามีห้าน้อยมาเป็นระบบทำให้เจ้าหน้าที่หนุ่มเกิดความคุ้นเคยที่ไม่ว่าข้อมูลอะไรที่เขาต้องการเกี่ยวกับโลกนั้นๆ เขาจะได้คำตอบชัดเจนเสมอ ทำให้ครั้งนี้ยามที่พวกตัวแทนพันธมิตรอาวุโสคนอื่นเก็บวิธีการเดินทางไปยังชายแดนฉบับเร่งด่วนเป็นความลับ แล้วห้าน้อยตัดสินใจเก็บงำปริศนานั้นไว้ไม่ยอมให้คำตอบ เด็กหนุ่มค่อนข้างไปไม่เป็น และอดบ่นงึมงำไม่ได้

 

----------------------------------

 

         อโดนิสมองคนที่เตรียมตัวเดินทางไปชายแดนด้วยสายตาว่างเปล่า ในใจรู้สึกอยากลุกขึ้นปรบมือแสดงความชื่นชมให้โลกที่แม้จะเกิดปรากฎการณ์ผีเสื้อกระพือปีกจนเรื่องราวแทบไม่เหลือเค้าเดิมเพียงไร ก็ยังอุตส่าห์มาลงเอยที่พระเอกและพรรคพวกออกเดินทางไปทวงบัลลังก์ที่ทวีปมืดจนได้

 

ขอเน้นอีกครั้ง และพรรคพวก

 

อโดนิสมั่นใจว่าผลประชุมเมื่อวานสรุปที่ให้พระเอกเดินทางไปทวีปมืดพร้อมการอารักขาของอัศวินกลุ่มหนึ่ง  เนตรสีเงินมองกอร์ดอนและนาฟาร์เพื่อนสนิทของโดมินิกด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ

 

“ข้าเห็นโดมินิกหายไปพร้อมพวกรุ่นพี่หัวสูงหลายคน...” กอร์ดอนเห็นสายตาสอบถามของเจ้าชายน้ำแข็งก็กระแอมก่อนอธิบาย รุ่นพี่หัวสูงหลายคนหรือก็คือตัวแทนพันธมิตรแห่งแสงส่งสายตาไม่พอใจมาให้คนพูด “ข้าเลยคิดว่าบางทีโดมินิกต้องการการช่วยเหลือ เลยแอบมาตามมาด้วย”

 

นาฟาร์ที่ยืนอยู่ข้างๆกลอกตา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครเป็นมันสมองในการคิดหาวิธีในการติดตาม   อโดนิสโคลงศีรษะไม่คิดมากเพื่อสองคนนี้คือพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายของพระเอกอยู่แล้ว   แต่อีกสองคนที่ตอนนี้ไม่ได้สนิทสนมกับโดมินิกเป็นพิเศษอย่างเจ้าชายราเอลและเจ้าชายเอวิส   เอลฟ์หนุ่มไม่คิดว่าอยู่ดีๆจะเกิดเปลี่ยนใจอาสาไปโดยไร้เหตุผล

 

“ทางจักรวรรดิเห็นว่าเป็นหน้าที่สำคัญที่จะช่วยเหลือทายาทบัลลังก์ว่าที่พันธมิตรและข้าแค่อยากเป็นกำลังให้รุ่นน้อง” เจ้าชายราเอลยิ้มอ่อนให้คำอธิบาย  ส่วนเจ้าชายเอวิสก็คือเจ้าชายเอวิส แค่สหายผมทองตัดสินใจไปก็เป็นเหตุผลเพียงพอแล้ว  บรรดารุ่นน้องที่ได้รับความช่วยเหลือส่งสายตาแสดงความนับถือและซาบซึ้งใจ

 

“......” อโดนิสลอบมองบน

 

[[คุณต้องการให้ระบบไปค้นหาเหตุผลที่แท้จริงไหมโฮสต์]] ห้าน้อยถามขึ้น ในใจค่อนข้างทึ่งไม่แพ้กัน  ถ้าไม่นับนางเอกที่โดนสั่งให้รักษาตัวอยู่ในการคุ้มครองที่เข้มงวดที่สุด กับโฮสต์ของมันที่ทำหน้าที่ไปคุมการตั้งรับที่ชายแดนและเป็นตัวแทนเจรจากับราชาปีศาจในฐานะที่ทุกคนคิดว่ามีความรู้เรื่องทวีปมืดเยอะที่สุด  ก็จัดว่าสมาชิกตรงสำเนาเดิมแทบทุกอย่าง

 

ฉันว่าไม่จำเป็นต้องรู้หรอกอโดนิสถอนหายใจ 

 

สรุปว่าครั้งนี้คนที่จะเดินทางไปพร้อมกับโดมินิกมีกอร์ดอน นาฟาร์ เจ้าชายราเอลและเจ้าชายเอวิส  รวมตัวเกิดเป็นห้าหนุ่มบอยแบ—คณะพันธมิตรเพื่อทวงบัลลังก์สู่รัชทายาทที่แท้จริง  ส่วนอโดนิสแค่ตามไปด้วยแล้วแยกลงกลางทาง

 

คณะเดินทางเฉพาะกิจครั้งนี้ต้องเร่งเดินทางไปให้ถึงชายแดนเร็วที่สุด  ก่อนที่ทัพอีกฝ่ายจะตั้งค่ายแน่นหนาจนไม่มีทางลักลอบเข้าไป  ซึ่งตอนนี้ทุกคนที่จะเดินทางก็พร้อมจะไปแล้ว ขาดแต่พาหนะ...

 

ทุกคนหันไปจ้องเจ้านครอากัสอย่างขอคำตอบ ชายสูงวัยมองฟ้าท่าทางกระวนกระวายปากพึมพำ “...ก็น่าจะมาประมาณนี้นะ...”

 

ไม่นานก็มีเสียงร้องคำรามดังก้องน่านฟ้า  ทุกคนหันไปมองก็พบกริฟฟินร่างมหึมาจำนวนหกตัวก็ปรากฏตัวเรียงกันเป็นแถวทรงลูกศรอยู่ไกลลิบและค่อยๆบินเข้ามาเป็นภาพที่ชวนให้ฮึกเหิมยิ่ง

 

เจ๋ง...” กอร์ดอนและนาฟาร์อ้าปากค้าง สองเจ้าชายจากจักรวรรดิมนุษย์มองด้วยสายตาเป็นประกายชื่นชม  โดมินิกทึ่งไปแล้ว ไม่คิดว่าพันธมิตรแห่งแสงจะอำนวยความสะดวกให้โดยการหาพาหนะกิตติมาศักดิ์อย่างกริฟฟินที่ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์อสูรหายากและหยิ่งทระนงแบบนี้

 

นี่หรือเซอร์ไพร์สที่นายอุบน่ะห้าน้อยเจ้าชายน้ำแข็งมองกริฟฟินด้วยใบหน้าเฉยชา แต่ดวงตาเป็นประกายตื่นเต้นไม่แพ้กัน ถ้าไม่ต้องเก็บอาการและมีสมาร์ทโฟนในมือ  อโดนิสก็คงจะทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวดูแพนด้าในสวนสัตว์แล้ว  เขาทวนความจำของร่างเดิมอีกรอบก็ยังไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่เคยรู้มาก่อนว่าฝูงกริฟฟินจะมายอมรับใช้ใครด้วย...

 

[[จริงๆแล้วหลักๆต้องขอบคุณกษัตริย์เอเรรอส ท่านพ่อของคุณนะ ไม่งั้นต่อให้พวกมนุษย์คุกเข่าสามปี แม้แต่ปลายเล็บก็ยังไม่ได้เห็น]] ห้าน้อยตอบอย่างภาคภูมิใจแทนโฮสต์ที่มีพ่อเป็นคนใหญ่คนโต

 

กษัตริย์เอเรรอสนึกใจดีอะไรขึ้นมาล่ะ?ผู้เป็นโฮสต์งงหนัก ตามเรื่องเดิมก็ไม่เคยเห็นจะเสนอให้ความสะดวกอะไรขนาดนี้

 

[[พ่อโฮสต์ไม่อยากให้โฮสต์มีโอกาสอยู่กับพระเอกมาก และกริฟฟินก็ตอบโจทย์ที่สุด]]

 

“.........”

 

กริฟฟินทั้งหกแลนดิ้งลงพื้นโดยมีการโฉบลงกลางวงให้คนเขยิบหนีพร้อมหลุดส่งเสียงร้อง  เหมือนพวกเด็กแว๊นซ์ที่ขี่มอเตอร์ไซต์ปาดหน้าให้คนตกใจเล่น อโดนิสมองด้วยสายตารู้ทัน ที่ก็มีออกตั้งมากยังเลือกลงจอดตรงนี้  พวกนายจงใจเกรียนพี่ชายรับรู้ได้  และการพองขนอย่างภาคภูมิใจของสัตว์อสูรปากจงอยก็เป็นหลักฐานชั้นดี   

 

“อ้า...! ขอบคุณสหายกริฟฟินที่ให้เกียรติช่วยเหลือ” เจ้านครอากัสและผู้อาวุโสรีบตรงเข้ามาแสดงความขอบคุณแก่เผ่าพันธุ์สัตว์อสูรชั้นสูงจอมหยิ่ง  กริฟฟินที่ดูเป็นจ่าฝูงกลอกตาแบบไม่ปิดบัง  ก่อนจะหันมามองทางเจ้าชายเอลฟ์แบบไม่สนใจคนอ่าน

 

“ยินดีที่ได้พบท่านเจ้าชายเอลฟ์อโดนิส ข้ามูฮาห์สหายเก่าแก่ของบิดาท่าน” มันส่งกระแสจิตทักทายพร้อมงอเข่าข้างหนึ่งโค้งแสดงความเคารพ  เห็นได้ชัดว่าเหตุผลเดียวที่ยอมช่วยเหลือคือเพราะเห็นแก่กษัตริย์เอเรรอสนั้นไม่ผิดเลย  กริฟฟินอีกห้าตัวที่เหลือก็โค้งให้เจ้าชายเอลฟ์โดยพร้อมเพรียงกัน  เป็นภาพที่ยิ่งแสดงความเหนือชั้นของเอลฟ์ได้อย่างชัดเจน  อโดนิสได้ยินเสียงผิวปากเบาๆด้วยความทึ่ง

 

“ยินดีที่ได้พบท่านเช่นกัน มูฮาห์” เสียงขรึมตอบอย่างเป็นมิตรพร้อมโค้งตอบอย่างให้เกียรติ  มูฮาห์ส่งเสียงพอใจกับมารยาทเจ้าชายเอลฟ์

 

“รบกวนท่านบอกพวกมนุษย์ว่าไม่ต้องพูดมาก พวกข้าไม่ได้มีเวลามานั่งต่อปากต่อคำทั้งวัน  รีบเกาะพวกข้าให้แน่นแล้วออกเดินทางได้แล้ว ถ้าชักช้าพวกข้าคีบพวกมันไปแน่ๆ” น้ำเสียงของกริฟฟินหนุ่มเห็นได้ชัดว่าชังความคิดที่ว่าต้องให้มนุษย์ปีนขึ้นมานั่งบนตัวพวกมันนัก  และถ้าโอ้เอ้คงมีคนได้เดินทางโดยอาศัยกรงเล็บของกริฟฟินแทนการนั่ง

 

เจ้าชายน้ำแข็งรีบแจ้งให้ทุกคนรู้ โดยใช้คำที่นุ่มนวลลงหลายระดับ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนไฟลนเท้ารีบขยับตัวทำตามหน้าที่ 

 

“ท่านอโดนิส...คือ...เอ่อ...เรเนลลาไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ คงไม่ได้มาส่งท่าน” เจ้านครอากัสเห็นว่าสัมภาระของว่าที่ลูกเขยถูกผูกติดบนหลังกริฟฟินที่ชื่อมูฮาห์เรียบร้อยและเจ้าตัวกำลังจะขึ้นหลังกริฟฟินไปรีบถือโอกาสเข้ามาลา 

 

“ให้นางดูแลตัวเองด้วย” อโดนิสพยักหน้า ในใจรู้ดีว่าเรเนลลาคงอยากหลบหน้าเขา

 

“ท่านเองก็ขอให้เดินทางดีๆ อีกไม่นานกองทัพจะตามไปสมทบ” เจ้านครสูงวัยโค้ง

 

หลังเด็กหนุ่มทั้งหกขึ้นหลังกริฟฟินเรียบร้อยแล้วก็ออกเดินทางจากนครอากัส พร้อมคำล่ำลาไม่กี่คำ   ตาของเจ้าชายเอลฟ์ดีพอจะมองเห็นร่างระหงของท่านหญิงคนงามที่มองส่งพวกเขาห่างๆจากหอคอย หรือพูดให้ชัดเจน มองส่งตัวเขาด้วยสายตาเจ็บปวด

 

อโดนิสปวดหัวจี๊ดเมื่อคิดว่าสายตาอาลัยของนางเอกมีเป้าหมายที่เขา ไม่ใช่พระเอก เจ้าชายน้ำแข็งได้แต่คิดว่ามันยังทางไหนอีกไหมที่จะดันพระนางให้กลับมาคู่กันเหมือนเดิม  ทำไมทุกโลกที่เขาไปมันจะต้องมีปัญหาอะไรสักอย่างกับพระเอก? 

 

[[ไม่ใช่ว่าเพราะโลกก่อนๆพระเอกมาตกหลุมรักคุณหรือไงโฮสต์]] ห้าน้อยพูดเหมือนมันเป็นเรื่องปกติ ก่อนจะตาโตเหมือนนึกอะไรได้สักอย่าง [[โอ้พระเจ้าอย่าบอกนะว่าโลกนี้ก็ด้วย? โฮสต์! คุณเป็นเพื่อนพระเอกนะไม่ใช่นางเอก!]]

 

เงียบไปเลยน่าห้าน้อย! ก็แค่โลกก่อนเท่านั้นแหละที่พระเอกเกิดบั๊คอะไรสักอย่าง สองโลกแรกก็ปกติดี...นิ้วเรียวดีดเจ้าก้อนขนที่ชักแกร่งกล้าขึ้นทุกวัน

 

[[บางทีพระเอกอาจจะตกหลุมรักคุณตั้งแต่โลกแรกก็ได้ใครจะรู้?]] เจ้าก้อนขนวิ่งหนีไปที่หัวพี่กริฟฟิน ที่ที่ปลอดภัยจากการประทุษร้ายของโฮสต์

 

อโดนิสเห็นท่าทางของเจ้าก้อนขนแล้วทั้งฉิวทั้งขัน  

 

ในระหว่างเที่ยวบินแอร์กริฟฟิน วินาทีที่อโดนิสกำลังจะดื่มด่ำกับประสบการณ์ใกล้ชิดปุยเมฆเต็มที่เลิกคิดถึงเรื่องความสัมพันธ์พระ-นาง  และห้าน้อยเกาะบนหัวกริฟฟินหนุ่มพยายามทำตัวเป็นมิตร 

 

กอร์ดอนโฉบกริฟฟินเข้ามาเลียบเจ้าชายอโดนิส  ถึงแม้ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าชายหนุ่มและกอริลลาสมองถั่วจะค่อนไปทางไม่ราบรื่น  แต่ก็ยังนับว่าเป็นมิตรสหายกันได้

 

โดมินิกได้ข่าวท่านและเรเนลลายังช็อคไม่หาย!!กอร์ดอนพยายามตะโกนส่งเสียงให้เจ้าชายเอลฟ์ได้ยิน  

 

อโดนิสเหลือบมองแผ่นหลังของพระเอกที่นำหน้าไปราวสองช่วงตัว   ไม่ต้องห่วงว่าอีกฝ่ายจะรับรู้ว่ามีคนกล่าวถึง  ด้วยเหตุผลบางประการโลกแฟนตาซีที่ตบหน้าวงการวิทยาศาสตร์ด้วยการให้มนุษย์สามารถเดินทางบนหลังกริฟฟินที่บินสูงจากพื้นผิวโลกกว่า 20,000 ฟุต  โดยไม่ต้องกังวลถึงออกซิเจน อุณหภูมิ และความกดอากาศตัดสินใจว่าเสียงไม่สามารถเดินทางไปถึงหูของคนที่อยู่ห่างออกไปอย่างโดมินิกได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

เขาเศร้าน่าดู แต่พวกท่านก็เป็นคู่ที่เหมาะสมกันกอร์ดอนผู้มีความแน่วแน่ในการเม้าท์ ไม่ยอมแพ้แม้ต้องตะโกนทุกคำพูด ส่ายหน้าถอนหายใจรำพึงข้าเข้าใจท่านและเรเนลลานะ  แต่โดมินิกคงต้องใช้เวลาทำใจสักพัก...เขาอกหักครั้งใหญ่ทีเดียว

 

“........” อโดนิสมองเจ้ากอริลล่าที่มีความพยายามสื่อสาร  แต่เลือกที่จะไม่โต้ตอบสิ่งใด   นอกจากมองไปยังเบื้องหลังของโดมินิกพร้อมตัดสินใจว่าจะรีบบอกพระเอกให้เร็วที่สุดว่ายังไงเขาก็ไม่ได้จะแต่งกับเรเนลลาอยู่แล้ว

 

----------------------------------------------

 

         หลังจากบินมาได้เกือบสี่ชั่วโมงคณะเดินทางก็แวะพักค้างคืนกลางทาง  ดื่มน้ำ ทำธุระส่วนตัว   ตั้งแคมป์ผิงไฟรับความอบอุ่น  กอร์ดอนและนาฟาร์รับหน้าที่เฝ้าเวรกะแรก  ตามด้วยสองเจ้าชายรุ่นพี่สภา  ปิดท้ายด้วยอโดนิสและโดมินิก   ทีแรกกอร์ดอนตั้งใจจะสลับเวรด้วยความเป็นห่วงความรู้สึกของเพื่อนสนิท  ทว่าโดมินิกยังยืนยันว่าจะอยู่เวรกะเดียวกับเจ้าชายน้ำแข็ง  เจ้าชายราเอลและเจ้าชายเอวิสส่งสายประหลาดมาให้เด็กหนุ่มรุ่นน้องทั้งสอง  คาดว่าสายข่าวของพวกเขาจะดีพอที่ได้ยินอะไรแปลกๆเช่นกษัตริย์เอเรรอสตัดสินใจจับบุตรชายแต่งงานบังหน้า

 

เนตรสีเงินมองกลับ ตัวละครที่นักเขียนสร้างมาเพื่อเป็นคู่จิ้นเซอร์วิสสาววายอย่างพวกนายมีสิทธิ์มองคนอื่นแบบนี้ด้วยหรือน้องชาย?

 

แต่อย่างไรการจัดเวรแบบนี้ก็ทำให้อโดนิสใจชื้น โอกาสพูดคุยเคลียร์ความเข้าใจผิดกับพระเอกมาถึงเร็วกว่าที่คิด  เขารีบจัดการตัวเองและหลับตางีบพักเอาแรงเพื่อจะได้ตื่นขึ้นมาแก้ไขความเข้าใจผิดข้อหาแย่งนางเอกมาจากพระเอก

 

ขณะนี้เป็นเวลาตีสาม  เป็นช่วงที่เงียบสงบที่สุดและคนที่นอนก็กำลังหลับลึกที่สุด   โดมินิกนั่งเขี่ยไฟในกองที่เริ่มมอดลง  พลางโยนฟืนลงไปเพิ่ม  ตอนนี้พวกเขายังอยู่ในเขตปลอดภัยทำให้ไม่ต้องระวังศัตรูมาก  ยืนยันโดยห้าน้อยหน่วยลาดตระเวนเสริมและสัญญาณกันอันตรายตลอด 24 ชั่วโมง  ส่วนเจ้าชายน้ำแข็งกำลังครุ่นคิดว่าควรจะเกริ่นยังไง  พูดไปเลยว่าเขาไม่ได้คิดเกินเลยกับเรเนลลาแล้ว หากโดมินิกจะจีบก็จีบเลยดีไหม?

 

ดาวสวยนะโดมินิกเปิดบทสนทนา  เด็กหนุ่มลูกครึ่งแหงนหน้ามองดาว

 

อืมเพราะมัวแต่คิดเรื่องอื่น เอลฟ์หนุ่มจึงส่งเสียงในลำคอตอบโดยไม่ทันคิด  กว่าจะรู้สึกตัวว่าควรจะพูดอะไรเพิ่มก็เกิดเดดแอร์ขึ้นชั่วขณะ   เด็กหนุ่มลูกครึ่งปีศาจเลื่อนสายตามาจ้องมองเจ้าชายเอลฟ์นิ่ง  ดวงตาสีเดียวกับราชาปีศาจมีประกายซับซ้อน ในนั้นมีคำพูดนับพันคำที่ได้เพียงซ่อนไว้ไม่อาจเอ่ยปาก

 

อโดนิสกระพริบตา บางอย่างทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ

 

เจ้า…ดูไม่ได้ดีใจกับการหมั้น?” ในที่สุดโดมินิกก็หลุดปากถามออกมา

 

อโดนิสส่ายหน้าโดยไม่ต้องคิด

 

ถ้าอย่างนั้นทำไม…โดมินิกมีสีหน้าลิงโลดราวปลาได้น้ำโพล่งถามต่ออย่างเร็ว  เจ้าชายน้ำแข็งเห็นท่าทางนั้นแล้วอดยกมุมปากขึ้นไม่ได้  เขาขอปักใจเชื่อว่าเป็นเพราะพระเอกหลงรักนางเอก

 

“ไม่ใช่การตัดสินใจของข้า” เจ้าชายน้ำแข็งยักไหล่อย่างไม่ยี่หร่ะ “และข้าก็บอกเรเนลลาไปแล้วว่าข้าคิดอย่างไร นางเหมาะสมกับคนที่รักนาง”

 

“โอ้...” โดมินิกกระพริบตา ก่อนทำสีหน้าปั้นยากเมื่อคิดว่าเจ้าชายน้ำแข็งก็คือเจ้าชายน้ำแข็ง  ขนาดปฏิเสธรักยังปฏิเสธตรงๆแบบไม่มีอ้อมค้อม แต่ริมฝีปากยังเผลอยิ้ม  เขาเกาหลังคอตัวเอง “...ข้าเสียใจกับนางนะ ข้าเชื่อว่าตอนนั้นเจ้าคงพูด...ตรง...มาทีเดียว” คิ้วเข้มขมวดนิดๆ “ข้านึกว่าเจ้ารักนางมาตลอดเสียอีก”

 

“นางก็พูดแบบนั้น...” อโดนิสถอนหายใจ “ข้าเลยแก้ว่า เคย

 

“.......เจ้า...โหดใช้ได้เลย” โดมินิกจินตนาการภาพตามแล้วพูดไม่ออก ก่อนจะหัวเราะเบาๆ  เด็กหนุ่มเงยหน้ามองฟ้าอีกครั้งด้วยท่าทางปลอดโปร่งขึ้น “ว่าแต่...อะไรทำให้ท่านตัดใจจากนางได้ล่ะ?”

 

“เพราะเจ้า”

 

สองคำสั้นๆที่ทำให้คนฟังใจแทบหยุดเต้น  โดมินิกตาค้าง เด็กหนุ่มหันกลับมาสบตาสหายผู้สูงศักดิ์  เนตรสีเงินไม่มีแววล้อเล่น “เจ้าเป็นคนที่สามารถทำให้นางหัวเราะได้ตลอด  อยู่กับเจ้านางจะมีความสุขมากกว่าคนน่าเบื่ออย่างข้า...อะไร?”

 

คำอธิบายหยุดกลางคันเมื่อเห็นสีหน้าเหมือนได้กลิ่นเหม็นของพระเอก  สีหน้าที่มีทั้งความผิดหวังและเจ็บปวด 

 

[[...ท่าไม่ดีแล้วโฮสต์]] ห้าน้อยพูดในสิ่งเดียวกับที่เจ้านายของมันคิด

 

อโดนิสเริ่มเครียด ใจหล่นไปถึงตาตุ่ม สีหน้าแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็นมัน  โลกที่แล้วเขาเห็นสายตาทำนองนี้จากมาซายะหลายครั้ง ทว่าเจ้าชายหนุ่มก็ยังอดถามด้วยใจที่ยังคาดหวังว่าตัวเองจะเข้าใจผิดไปเอง “....เป็นอะไรหรือเปล่า?”

 

ให้ตายสิ...บางทีมีเสน่ห์มากไปก็บาปนะ

 

ระบบ : ………………………

 

“ไม่...” โดมินิกปรับสีหน้า แล้วเงยหน้าขึ้นมองฟ้าอีกครั้ง “แค่คิดว่าเจ้าไม่รู้อะไรเลย... เรเนลลาไม่มีวันมีความสุขเพราะข้า อย่างน้อยก็ไม่ใช่อีกแล้ว... ถ้าเจอไม่ได้สังเกต ตั้งแต่สายเลือดปีศาจของข้าตื่นขึ้นมา นางก็เริ่มห่างข้าไปเรื่อยๆ” กล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน

 

นี่ฟังดูเหมือนตัดพ้อนางเอก...?

 

เจ้าชายเอลฟ์สบตากับระบบคู่หูเพื่อขอความเห็น  ห้าน้อยเองก็ทำหน้าไม่มั่นใจเช่นกันแต่ก็พยักหน้าให้  อโดนิสถอนหายใจปัดความคิดเดิมที่คิดว่าโดมินิกอาจจะคิดกับเขามากกว่าเพื่อนทิ้ง  ท่าทางโลกที่ผ่านมาคงทำให้เขาคิดมากเกินไปแล้ว 

 

“บางทีนางอาจต้องการเวลา...” เอลฟ์หนุ่มเอ่ยปลอบผสมลองเชิง

 

“.....” โดมินิกไม่กล่าวสิ่งใด  หลังจากความเงียบอันยาวนาน เด็กหนุ่มก็กล่าวขึ้นอีกครั้ง

 

“ก่อนนางจะเดินทางกลับไปอากัส นางมาลาข้าและสารภาพว่านางหมั่นไส้และรำคาญข้า  นางคิดว่าข้าจะเป็นคนศัตรูหัวใจแย่งเจ้าไปจากนาง”

 

อโดนิสหลุดมาด สำลักอากาศ

 

โดมินิกหันมามองด้วยท่าทางขบขันแต่ยังแฝงไปด้วยความเศร้าโศก “...เจ้าคิดว่าเวลาจะช่วยอะไรได้หรือ?”

 

ความผิดได้รับการตัดสินแล้ว เขาเป็นสาเหตุให้โดมินิกอกหักจากนางเอกชัดเจน “ข้าขอโทษ... ข้าไม่รู้ว่าอะไรทำให้คนเข้าใจไปแบบนั้น”

 

“แน่นอนเจ้าไม่รู้... เจ้าไม่รู้หรอกว่าทำให้ใครเข้าใจผิดอะไรบ้าง” เด็กหนุ่มหัวเราะขมขื่น นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดขึ้นไปอีก

 

“ทุกอย่างมีทางแก้...เชื่อข้า”

 

เด็กหนุ่มผมดำหลับตา กล่าวเสียงเหนื่อยอ่อน “ไม่...เจ้าไม่ต้องแก้อะไรหรอก เจ้าเป็นเหมือนที่ผ่านมานั่นแหละดีแล้ว”

 

เจ้าชายแห่งเอลเฟออนทวนคำ “ที่ผ่านมา?”

 

“เป็นสหายที่ห่วงข้าที่สุด” โดมินิกตอบ

 

อโดนิสฟังคำตอบแล้วก็พยักหน้าอย่างไม่ลังเล  นั่นคือเป้าหมายของเขาอยู่แล้ว

 

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สัญญาว่าจะคอยอยู่ข้างข้า เป็นสหายข้าตลอดไป” เนตรสีโลหิตที่คล้ายใครบางคนเลื่อนมาสบตาของเจ้าชายน้ำแข็งเพื่อขอคำมั่น  ในใจของอโดนิสลังเลเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าเรื่องราวจะออกมาเป็นอย่างไรเมื่อคนที่เขารักคือศัตรูของพระเอก 

 

“ข้าไม่แน่ใจว่าจะอยู่ข้างเจ้าได้...”

 

ทันทีที่ได้ยินโดมินิกสีหน้าเปลี่ยนเป็นย่ำแย่

 

“แต่สัญญาว่าจะเป็นสหายของเจ้าตลอดไป” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยสัญญา พร้อมคลี่รอยยิ้มบางเบา

 

--------------------------------------------

 

นักเขียน : *ตบบ่าตัวร้าย* ฉลาดมากที่ครั้งนี้ปฏิเสธบทพระเอก เลยได้หลุดอาถรรพ์เฟรนด์โซน

ตัวร้าย : *ยิ้มกริ่ม*

เพื่อนพระเอก : *กลอกตา* ฉลาดมากเลยสินะที่เลือกบทศัตรูมาเนี่ย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.207K ครั้ง

191 ความคิดเห็น

  1. #13913 Live In The Night (@WanidaYanajit) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 13:08

    ได้หลุดจากวังวนของคนเป็นเพื่อนแล้วนะ//ยิ้มกริ่ม

    #13913
    0
  2. #13897 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 09:31
    อื้อหือมีความยิ้มกริ่ม

    //อยากหลุดจากเฟรนโซนนานแล้วสิ

    ยินดีด้วยนะ55
    #13897
    0
  3. #13703 102044 (@102044) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 07:51
    พระเอกหลุดพ้นเฟรนโซนไปได้ หุหุ
    #13703
    0
  4. วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 12:48
    อืมเฟรนโซนนั้นมีผลแค่คนที่รับบทเป็นพระเอกสินะ ดังนั้นในโลกนี้ตัวร้ายวินค่ะ.......//ยิ้มกริ่ม
    #13521
    0
  5. #13487 manabi kaminaga (@manabu_sensei) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 20:55
    เฟรนโซนไม่มีอีกต่อไปเมื่อเปลี่ยนบทเป็นตัวร้าย //ยิ้มกริ่ม
    #13487
    0
  6. #13168 shin ai2 (@konekoshinai2) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:09
    เกลียดความยิ้มกริ่มจัง
    #13168
    0
  7. #13049 Kwan_Z.E* (@kwan-kirenez) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:55
    ว้อยยยย มันดีขึ้นจริงๆ นะไม่อยากจะยอมรับ *ตบบ่าพระเอก*//ไม่ว่าจะโลกนี้หรือก่อนหน้า
    #13049
    0
  8. #12178 Zer_Cya (@Zer_Cya) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 23:17
    พระเอกฉลาดขึ้นจริงหนีไปรับบทตัวร้ายเผื่อจะสมหวัง
    #12178
    0
  9. #12177 Zer_Cya (@Zer_Cya) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 23:16
    นางร้ายรู้ตั้งแต่โลกแรกแล้ว
    #12177
    0
  10. #11725 Azlyss (@Azlyss) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 20:37
    5555555555555 ยินดีด้วย
    #11725
    0
  11. #11694 sweet-meringue (@sweet-meringue) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 19:03

    อุหุหุ

    #11694
    0
  12. #11323 Jajahpraewpun (@Jajahpraewpun) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 16:30
    โอ๊ยยย ความช่วงทอล์คนี่ก็นะ วิธีแก้อาถรรพ์แบบใหม่ หากคุณออกจากเฟรนด์โซนไม่ได้ งั้นก็เปลี่ยนบทมันซะเลย 5555555
    #11323
    2
    • #11323-1 najaaa555 (@najaaa555) (จากตอนที่ 55)
      29 ธันวาคม 2561 / 22:13
      เกลียดจริงไม่ต้องมีนางเอกมาเจ๊าะแจ๊ะให้รำคาญด้วย55555
      #11323-1
    • #11323-2 najaaa555 (@najaaa555) (จากตอนที่ 55)
      29 ธันวาคม 2561 / 22:19
      เกลียดจริงไม่ต้องมีนางเอกมาเจ๊าะแจ๊ะให้รำคาญด้วย55555
      #11323-2
  13. #11316 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 06:05
    5555555อาถรรพ์เฟรนโซน
    #11316
    0
  14. #11258 Mamorudes (@Mamorudes) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 16:04

    โว้ย นี่ก็ตาถลนเหมือนกันตอนนางบอก "เพราะเจ้า" อีเพื่อนพระเอกนี่มันไม่เคยได้บทเรียนเล้ยยยย 555555

    #11258
    0
  15. #11244 neovenesia (@neovenesia) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 14:34
    มันต้องเป็นอาถรรพ์ไปแล้วแน่ๆค่ะ
    #11244
    0
  16. #11243 661295 (@661295) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 12:57
    แบบนี้ก็ได้หลาาาาาาา
    #11243
    0
  17. #11241 PiyaaRr (@PiyaaRr) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 11:02
    ดีใจกับความสำเร็จที่ออกจาก friends zone แล้ว
    #11241
    0
  18. #11240 NongYingNutty (@haruminilove) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 10:38
    ตลกช่วง talk สั้นๆอ่ะ 5555555
    #11240
    0
  19. #11239 FINFINFIN (@finfinfin) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 10:35
    ลุ้นแล้วนะคะว่าท่านราชาจะโดนศรปักอกเพิ่มจากศรรักของโฮสต์อีกหรือไม่ในเวอร์ชั่นนี้—แค่ก *โดนโฮสต์ฟาด*
    #11239
    0
  20. #11236 jeeun (@jiiji) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 09:32
    เป็นพระเอกมันไม่ได้ไง เป็นตัวร้ายซะ ชิงมาดื้อๆงี้ล่ะ
    #11236
    0
  21. #11235 NOT2RUE (@nickixx) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 08:52
    นี่ไง โลกที่ผ่านมาเป็นได้แค่เพื่อน โลกนี้เลยเป็นตัวร้ายซะเลย
    #11235
    0
  22. #11234 MaoGown (@Phantom-Tsubaki) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 08:39
    ราชาปีศาจส่องดูอยู่รึเปล่า บีบแก้วแตกไปกี่ใบแล้ว5555
    #11234
    0
  23. #11233 MIN&FRONG (@fern55-helen66) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 08:05
    เฟรนโซนนะแข็งแกร่ง ทำใจแล้วหาใหม่นะพระเอก เกิดเป็นพระเอกก็อาภัพงี้แหละ 555555
    #11233
    0
  24. วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 07:19
    เฟรนด์โซนช่างยิ่งใหญ่ 55555
    #11232
    0
  25. วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 03:54
    เฟรนโซนไม่ใช่เรื่องตลก! ทำใจนะพ่อพระเอกกก 55555555
    #11226
    0