Zeraph star Adventure

ตอนที่ 2 : เข้าเมืองและ…เหตุฆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 เม.ย. 61

 “นี่ ไพรด์ฉันว่า…พวกเราแหกคุกกันดีใหมนะ…”

“จะดีหรอ…นายจะกลายเป็นอาชญากรไปนะ”

“…แล้วนายจะให้ทำยังไงละ…?”

“เฮ้อ~ ตามใจนายแล้วกัน…”

พวกเราพูดคุยกันอยู่ในห้องอิฐ 4 เหลี่ยมจตุรัตที่ไร้แสง มีเพียงแสงจันทร์จากหน้าต่างพอจะทำให้เห็นห้องสลัวๆได้

พร้อมกับมองไปยังผู้คุมที่นั้งอยู่ที่ทางเดิน

ทำไมถึงมาติดอยู่ในนี้ได้งั้นหรอ? คงต้องเล่าย้อนไปหลายวันอยู่เลยนะ 

เรื่องมันเริ่มต่อจากตอนนั้นเลยละ…

_________________________________

[2 วันก่อน]

“แล้ว…ออกไปจากที่นี่กันเลยใหมเซราฟ?”

“ที่นี่…?”

“ป่าไงละ ฉันถามว่าจะออกจากป่ากันเลยใหม?”

“นายหาทางออกได้หรอ?”

“ได้สิ! คิดว่าฉันเป็นใครกัน!?”

“เป็นเงาของฉัน”

“โอเค โทษที งั้นกลับไปเรื่องออกจากป่านี้เถอะ”

“ยังไง?”

ไพรด์ยิ้มให้ผมและชี้นิ้วขึ้นไปบนฟ้า แล้วจากนั้นจึงตวัดนิ้วชี้มาที่ผม

“เมื่อมีเเสงจำต้องมีเงา หากแสงอยู่ที่ใดเงาจึงอยู่ที่นั่น หากไร้แสงจึงไร้เงา หากไร้เงาจึงไร้แสง เงานั้นกลืนกินแสง และ แสงนั้นกลืนกินเงา”

“นายเข้าใจคำพูดนี้ใหมเซราฟ”

“……………”

“ก็…เรื่องปกติอะนะที่จะไม่เข้าใจ…ง่ายๆเลยก็คือ ฉันสามารถพานายออกจากป่านี่ได้! แค่นั้นแหละ!”

“อือ”

“……”

“โอเค ไปกันเถอะเดี๋ยวฉันจะบอกทางนายเอง”

หลังจากพูดจบไพรด์ก็จมหายไปในเงาของผม พร้อมกับที่มีเสียงของไพรด์ดังขึ้นมาในหัวผมแบบตอนเจอกันครั้งแรก

“เอาละอย่างแรกก็เดินไปทางข้างหลังของนาย”

ผมเดินไปตามทิศทางที่ไพรด์บอกจนเดินไปเจอกับ เส้นทางลูกรังที่คาดว่ามนุษย์น่าจะเป็นคนทำเอาไว้

“ที่เหลือก็เดินตามทางนี้ไปเลย~ โอะ! ลืมไปอย่างหนึ่งแหะ”

“อะไร?”

“เสื้อผ้าของนายไงละ ใส่ชุดแบบนี้เขาไม่อนุญาตให้เข้ามเืองหรอกนะ”

ยังไม่ทันได้พูดอะไรเพิ่มจู่ๆเงาใต้เท้าของผมก็ไหลขึ้นมาครอบเกือบทั้งตัวองผมจนเหลือแค่หัว หลังจากที่เงากลับไปที่เดิมแล้วเสื้อผ้าของผมก็เปลี่ยนไป มันกลายเป็นชุดที่ทำจากผ้าหยาบๆ สีเขียวกับน้ำตาลซีดๆ ชุดนหนึ่ง

“เป็นไงละ-? ไม่แปลกใจหน่อยหรอ?”

“…ไม่…เข้าเมืองกันเถอะ…”

“ฮะฮะ นั้นสินะ เข้าเมืองกันเถอะ!”

____________________________________

หลังจากที่เดินตามทางลูกรังมาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งจากที่ไพรด์บอกมา เราก็เริ่มจะเห็นกำแพงเมืองที่สูงประมาณ 10 กว่าเมตร

“ดูท่าจะเป็นเมืองที่ใหญ่ไม่เบาเลยนะ”

“อืม”

เราพูดคุยไปตามทางระหว่างที่เดินไป จนเริ่มได้ยินเสียงคึกคักจากหน้าประตูเมือง 

“แล้ว…ต้องทำยังไงต่อหรอไพรด์”

“สิ่งที่นายต้องทำก็แค่เดินเข้าไปต่อแถวแค่นั้นแหละ ที่เหลือแค่พูดตามที่ฉันบอกแค่นั้นแหละ”

[คนต่อไป!]

เสียงทหารยามตะโกนออกมาจากหน้าประตูใหญ่เรียกให้ผมเดินเข้าไป

“คะ ครับ”

[มาจากใหน?]

“หมู่บ้านไอนส์”

[มาทำอะไร?]

“เออ…มาพักอาศัยระหว่างเดินทางครับ…”

[อืม เข้าได้]

“คะ ครับ”

“ไม่เป็นอะไรแน่ใช่ใหมไพรด์”

“แน่นอนสิ ไม่เชื่อใจฉันรึไงกัน แถมทหารยามก็ให้ผ่านมาแล้ว ไม่เป็นไรหรอกน่า”

“แล้วยังไงต่อ”

“หาที่พักกับอาหาร”

“อืม จะลองถามทางดู”

เมื่อตกเย็นพวกเราจึงได้ที่พักกันเป็นโรงแรมแห่งหนึ่ง ไพรด์ทำการจำลองเงินออกมาเพื่อเป็นค่าที่พักแล้วก็บอกอีกว่ามันเป็นหนึ่งในความสามาถของตน

“นี่ เซราฟ”

“อะไรหรอ?”

“ออกไปสำรวจเมืองกันใหม?”

“แต่นี้มันก็มืดแล้วนะจะดีหรอ?”

ผมมองออกไปนอกหน้าต่างที่เปิดไว้เห็นดวงอาทิตย์ที่ส้มที่ลับขอบไปหนึ่งในสี่

“ก็ตลาดตอนมืดไงละ จะได้หาอะไรกินด้วย เรื่องเงินน่ะใช้พลังของฉันเอาก็ได้”

~โครก~

“อืม…เอาอย่างงั้นก็ได้”

พอตกลงกันเสร็จผมจึงลุกออกจากห้องและออกจากโรงแรมไปยังย่านการค้า หรือควรจะเรียกว่าตลาดดีนะ มันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องคิดมากสิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือ การหาของกินไงละ!

____________________________

หลังจากที่พวกเราได้กินอาหารกันจนอิ่ม ก็ทำการเดินกลับโรงแรมแต่…กลับมีบางอย่างผิดปกติ

“นี่…ไพรด์…นายได้กลิ่นอะไรแปลกๆใหม?”

“กลิ่น? อืม~ ไม่รู้สิฉันเป็นเงานี้นา~ แล้วกลิ่นที่นายรู้สึกมันเป็นแบบใหนหรอ?”

“อืม…ไม่รู้สิ…รู้สึก…อยากจะอวก คลื่นไส้…เหมือนกับตอนท่ี่ฉันกัดลิ้นตัวเองจนเลือด แต่กลิ่นมันแรงกว่าตอนนั้มากเลย…”

“หืม…แล้วนายได้กลิ่นมาจากตรงใหนละ?”

“…ตรงนั้น…”

ผมชี้นิ้วไปทางตรอกแคปๆแห่งหนึ่ง

“งั้น…จะเข้าไปดูใหมละ?”

“……”

หลังจากคิดอยู่สักพักผมจึงพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปในตรอกนั้น

ภายในตรอกนั้นเหม็นอับเต็มไปด้วยกลิ่นขยะและยังมีกลิ่นเลือดที่มาจากข้างในนนี้อีกมันทำให้รู้สึกอยากจะออกจากตรงนี้ให้ไวที่สุด

“จะไม่เป็นอะไรแน่หรอไพรด์…”

“นายเป๋นคนเข้ามาเองนะอย่ากลัวสิ”

“อีกอย่างอุตส่าห์มีฉันอยู่ทั้งคนจะกลัวอะไรอีกละ!”

“…อึก…อุก…!”

ไม่รู้ทำไมจู่ๆกลิ่นความเลือดมันก็แรงมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ผมยังได้ยิ่นเสียงแปลกๆอีกด้วย

“เสียงน้ำไหล…เสียงเลือดหรอ…?”

“ไม่ใช่หรอก ถ้านับเวลาจากกลิ่นเลือดที่นายได้กลิ่นมันก็ประมาณ 10 กว่านาที และถ้าเกิดมันไหลพรากแบบนี้ตั้งแต่ก่อนนายเข้ามาละก็ เลือดคงหมดตัวไปแล้วล่ะ เพราะงั้นมันน่าจะเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อกี้เลย…”

“เซราฟ! ระวังตัว! เสียงน้ำหายไปแล้ว!”

“อืม”

ด้วยคำเตือนของไพรด์ผมจึงเพิ่มความระมัดระวังตัวแล้วค่อยๆก้าวเดินไปอย่างช้าๆ จนในที่สุด…

“อุก!”

ภาพที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้าบวกกับกลิ่นคาวเลือดที่มากกว่าเดิมทำให้ผมแทบอวก

“นี้มัน…ใครเป็นคนทำเรื่องแบบนี้…?”

สิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเราก็คือ ศพ ของหญิงสาวที่เครื่องในกระจัดกระจายเต็มพื้น

นอกจากนั้นที่บริเวณท้องยังมีร่องรอยที่คาดว่าน่าจะเป็นจุดที่ทำให้ตายและยังเป็นจุดที่คิดว่าทำให้เกิดเสียงน้ำไหลและกลิ่นคาวที่เพิ่มมากขึ้นเมื่อกี้แน่

แต่…ร่อยรอยบริเวณท้องนั้นดูไม่เหมือนการผ่าเลยแม้แต่น้อยหากเป็นการผ่าด้วยของมีคม เพราะหากเป็นของมีคมรอยคงจะเรียบกว่านี้

แต่รอยนี้กลับเหมือนกับการ แหวกออก โดยใช้ของแหลมแทงเข้าไปแล้วแหวกออกมา

“เซราฟข้างบน!!”

ผมที่กำลังวิเคราะห์สภาพศพอยู่ก็ได้ยินเสียงเรียกของไพรด์และมองไปยังข้าบนพร้อมกับดีดตัวออกมาจากบริเวณเดิม

ตูม!

เสียงพื้นอิฐที่แตกกระจากเนื่องจากแรงกระแทกจากบางสิ่งดังเข้ามาในหูของผม 

ควันฝุ่นคละคลุ้งปะปนไปกับอากาศเบื้องหน้าจนต้องเอามือปิดปากเพื่อไม่ให้สูดเข้าไป

เมื่อควันจากหายไปสิ่งที่เหลืออยู่ก็แค่รอยแตกบนพื้นกับศพที่ยังอยู่ที่เดิม

[นั่นเสียงอะไรน่ะ!]

[ใครอยู่ในนั้นออกมาเดี๋ยวนี้!!]

เพียงชั่วขณะหลังจากควันจางหายไปก็ปรากฎเสียงของผู้ชายจำนวนหนึีงและเสียงฝีเท้าจำนวนมากตามมมาพร้อมกับแสงไปที่สองมายังผมภายใต้ความมืดของตรอกจนทำให้ผมแสบตาจนต้องปิดไว้

[นายที่อยู่ตรงนั้นอย่าขยับ]

‘อ่า…ซวยแล้วสิ…’

นั้นเป็นเรื่องราวก่อนที่พวกผมจะโดนจับมาเข้าคุกแบบนี้


0 ความคิดเห็น