『FIC REBORN/KHR』赤い月 - จันทราสีอำพัน

ตอนที่ 6 : MOON - 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,234
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 254 ครั้ง
    24 พ.ค. 63

 

 

05 : พระจันทร์กับโลกในอนาคต

 

 

ร่างบางที่อยู่ในชุดทีเชี้ตสีขาวอ่อนพร้อมกางเกงขายาวสีดำเรือนผมสีดำที่ยาวสลวยถึงเอวก็ปล่อยสยายไปเเล้วเดินเข้ามาในห้องพร้อมมองคนสองที่กำลังคุยกันอยู่

"มาเเล้ว" เสียงหวานของคนที่มาถึงเรียกให้ทั้งคู่หันมามองเธอ

"นารุจัง ขอโทษทีนะ" เสียงทุ้มของคนที่ฮินารุรู้จักเอ่ยขึ้นมา ฮินารุส่ายหน้าไปเเล้วเดินไปหาคนที่กล่าว

"ไม่เป็นไรหรอก ฉันเชื่อใจพวกนายนะ ว่าเเต่ถึงไหนเเล้วล่ะ" เอาเเขนพาดคอคนรักข้างกายเเล้วหันไปถามชายสวมเเว่น เรือนผมสีชมพูออกเเดง

"อืม ใกล้จะเสร็จเเล้วล่ะ เเต่คุณฮิบาริยังไม่มาเลย" ฮินารุขบขันเเล้วชี้ไปที่ประตู ทั้งสองทำหน้างงเเล้วหันหน้าไป

"คะ คุณฮิบาริ" เสียงของคนข้างกายเธอสั่นขึ้นมา ฮินารุคิดในใจว่าจะกี่ปีผ่านไปเขาก็เหมือนเดิม

"เรียกผมมามีอะไร?" ฮิบาริเอ่ย ฮินารุเดินไปหาเเล้วกระซิบกับฮิบาริเล็กน้อย เมื่อบอกข้อความเสร็จเเล้วก็ถอยออกมายืนข้างชายคนเดิม

"น่าสนุกดีนิ ซาวาดะ สึนะโยชิ บอกเเผนมาสิ" สึนะโยชิในวัยยี่สิบสี่มองฮินารุอึ้งๆเเล้วก้มหัวขอบคุณ

"โชอิจิคุง" ฮินารุเรียกหาชายหัวชมพูออกเเดง อิริเอะหันมามองเธอเเล้วทำหน้างงๆ

"คิดว่าเเผนมันจะเป็นยังไง?" ฮินารุถามอิริเอะพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเเล้วเขียนอะไรบางอย่าง

"โคตรจะยุ่งยากน่าดู" อิริเอะถอนหายใจ ฮินารุมองอิริเอะก่อนที่จะชูมือถือให้ดู

"ตราบใดที่มีสิ่งนี้ก็ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก" อิริเอะเบิกตากว้างเเล้วคว้ามือถือมาดู

"ฮินารุสุดยอดไปเลยนะ" อิริเอะทำตาเป็นประกายเเล้วหันไปเรียกสึนะเเละฮิบาริที่กำลังคุยกันอยู่

"สึนะโยชิคุง คุณฮิบาริ ดูนี่สิครับ" ยื่นมือถือให้ทั้งคู่ดู สึนะอ้าปากค้างต่างจากฮิบาริที่หัวเราะในลำคอ

"ยัยหนูไม่เลวนิ เเต่ว่าผมจะทำในเเบบของผมล่ะกัน ซาวาดะ สึนะโยชิ" ฮิบาริลูบหัวฮินารุก่อนที่จะเดินออกไป สึนะกำมือเเน่น ฮิบาริที่เห็นจึงยกยิ้มเเล้วเดินออกไป

"การที่นายเห็นด้วยเเบบนี้ มันอาจจะยากก็ได้นะ" อิริเอะบอกสึนะโยชิ ฮินารุที่อยู่ข้างสึนะจึงบีบมือเเน่น

"ฉันตัดสินใจไปเเล้ว" สึนะพูดออกมา อิริเอะหลับตาเเล้วนึกถึงชะตากรรมที่พวกเขาได้คิดขึ้นมา

"โยชิ ไม่เป็นไรหรอกนะ โชอิจิคุง ฝากด้วยนะ" บอกกับคนตรงหน้าเเล้วหันไปบอกอิริเอะ เขาพยักหน้าเเล้วเดินออกไปจากห้อง

"เฮ้อ" สึนะพิงโต๊ะด้วยความเหนื่อยล้า ฮินารุมองคนตรงหน้าที่กำลังกุมขมับอยู่

"นารุจัง ฉันฝากด้วยนะ" สึนะเงยหน้าขึ้นมามองฮินารุ ฮินารุกดอะไรบางอย่างในมือถือเเล้วเงยหน้าขึ้นมามองคนที่ตัวเองรัก

"อืม ไว้ใจได้เลยนะ" ฮินารุกอดสึนะเเล้วลูบหลัง สึนะจึงกอดคนรักเเน่น เเล้วจูบฮินารุอย่างเเผ่วเบา

"..." สึนะซบไหล่ฮินารุมือใหญ่กำเสื้อฮินารุเเน่น ฮินารุตบหลังสึนะเพื่อให้กำลังใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"รีบอร์น หายตัวไปหรอ?" ฮินารุที่กำลังฟังเพลงโดยที่ใช้หูฟังครอบหัวอยู่ก็เอาออกเเล้วมองคนที่มาใหม่สามคนก็คือสึนะ โกคุเดระเเละยามาโมโตะ

"อื้ม เลยมาถามเธอว่าเห็นรีบอร์นบ้างมั้ย?" ยามาโมโตะเอ่ยถาม ฮินารุเท้าคางเเล้วเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่าง

"เเล้วทำไมถึงหายไปล่ะ?" ฮินารุพูดขึ้นมาในขณะที่ยังมองท้องฟ้าอยู่ ชายทั้งสามจึงเดินเข้ามานั่งบนพื้นที่ทีฟูกวางไว้รอเเล้ว

"อะ อ่า พอดีว่าฉันเดินกลับกับรีบอร์นอยู่ๆดีก็มีบาซูก้าทศวรรษลอยมาจากฟ้าเเล้วพุ่งเข้าใส่รีบอร์น" สึนะเอ่ยออกมา ฮินารุละสายตาจากท้องฟ้ามามองหน้าสึนะ

"เเล้วทำไมไม่หลบล่ะ?" ฮินารุถามสึนะพร้อมเดินฝ่าพวกสึนะจนพวกเขางงๆ

"เห็นว่าขยับไม่ได้น่ะ" สึนะพูดออกมา มือที่จับลูกบิดจึงชะงักไป

'รังสีทูรีนิเซตมีผลต่ออัลโกบาเล่โน' เสียงของยูนิโพล่งเข้ามาในหัวเธอทันที มือบิดประตูเเล้วเดินออกจากห้อง

"ไม่ออกไปตามหาล่ะ?" ฮินารุพูดออกมา ทั้งสามจึงรีบเเยกย้ายทันที ยกเว้นสึนะที่นึกอะไรได้ ฮินารุที่อยู่ข้างๆจึงถามขึ้นมา

"สึนะ?"

"เเรมโบ้มีบาซูก้านี่นา!!!" ว่าเเล้วก็รีบเข้าไปในบ้านเเล้วหาเเรมโบ้ทันที

"เเรมโบ้ บาซูก้าอยู่ไหน?" สึนะเอ่ยถาม ฮินารุยืนมองเหตุการ์ณด้วยความเหม่อลอยก่อนที่จะโดนลูกหลงในการไปอนาคตกับสึนะ

บึ้ม!

"เอ๊ะ?" ทันทีควันชมพูหายไปก็ปรากฎว่าเธอมาโผล่ที่ห้องไหนห้องหนึ่ง

"ที่นี่อนาคตเมื่อ 10 ปีก่อนเมื่อที่ยูนิพูดงั้นหรอ?" ฮินารุพึมพำออกมาเเล้วลุกขึ้นมจากโซฟาเเล้วเดินสำรวจห้องเเต่ก็มีใครเข้ามาก่อน

ครืด

"ฮินารุ?" เสียงเรียกของคนที่คุ้นเคยทำให้ฮินารุหันไปมองคนที่มาใหม่ก็ปรากฎว่าเป็นยามาโมโตะที่อยู่ในวัยยี่สิบสี่เเละสะพายดาบคาตานะอยู่

"ยามาโมโตะงั้นหรอ?"

"อ่า เธอนี่มาจากอดีตเมื่อ 10 ปีก่อนก็เหมือนเดิมเลยนะ" ยามาโมโตะพูดด้วยความร่าเริงเเล้วเดินออกไปนอกห้องเเล้วบอกให้เธอตามมาด้วยกันจนมาถึงห้องนึงที่มีใครบางคนนั่งรออยู่เเล้ว

"รีบอร์น!" ฮินารุตะโกนออกมา

"ดีจ้า เธอคงมาจากสิบปีก่อนใช่มิ?" ฮินารุพยักหน้าพลางลูบเเหวนพระจันทร์เสี้ยวที่ยังอยู่กับเธอ

"ยามาโมโตะ นายไปได้ล่ะ" ยามาโมโตะพยักหน้าเเล้วขอตัวออกไป ฮินารุมองตามยามาโมโตะเเล้วหันมาถามคนที่นั่งอยู่บนโซฟา

"นี่รีบอร์น ยามาโมโตะไปไหนหรอ?"

"รับรัลน่ะเเล้วก็สึนะ เจ้าโกคุเดระด้วย" ฮินารุพยักหน้าเมื่อเข้าใจเเล้วเพราะตอนที่มาที่นี่ก็ไม่เห็นสึนะเลย

"ว่าเเต่ที่นี่...."

"ฐานทัพวองโกเล่ยังไงล่ะ!" รีบอร์นพูด ฮินารุนั่งฟังรีบอร์นพูด

"งั้นหรอ เเต่ว่ารู็สึกปวดหัวจัง" ว่าเเล้วก็เอามือเรียวกุมขมับเเล้วนวดเบาๆ รีบอร์นที่เห็นจึงกระโดดมานั่งบนตักของเธอเเล้วเงยหน้าขึ้นมา

"นอนลงซะ" ฮินารุยอมทำตามอย่างว่าง่าย รีบอร์นมองสภาพของฮินารุเเล้วเอ่ยถามไป

"ได้ยินใช่มั้ย?" ฮินารุตอบในลำคอ

"ตอนที่เธอเรียกเรเชลออกมาจากเเหวนครั้งที่สองน่ะ เธอได้บอกกับฉันไว้ว่าพรีโม่เเละเรเชลได้กรีดเลือดสาบานกันว่าถ้าหากคนใดคนหนึ่งบาดเจ็บจะสูญเสียไฟดับเครื่องชนที่เป็นพลังงานเป็นอย่างมาก"

"อะ อืม"

"วิธีเเก้ก็คือให้ฝ่ายตรงข้ามใช้ไฟดับเครื่องชนเเล้วเเนบหน้าผากเธอ เเต่ถ้าอยากให้เพลาภาระนั้นต้องสืบทอดธาตุจันทราของเรเชลให้ได้ซะก่อน" ฮินารุเอาเเขนบังดวงตาเเล้วหอบหายใจอย่างหนักพลางนึกถึงตอนที่เธออยู่ในเหตุการ์ณของสึนะที่บาดเจ็บเเล้วเธอได้รับผลกระทบด้วย

"เเล้วทำไม...มันถึงส่งผลกับฉันด้วยล่ะ?" ฮินารุเอ่ยออกไป รีบอร์นนิ่งเงียบเเต่ก็มีเสียงในหัวของเธอเอ่ยขึ้นมา

'เพราะว่ามันอยู่ในสายเลือดยังไงล่ะ'

เสียงของเรเชลดังขึ้นมาอย่างอ่อนโยนทำให้ฮินารุชะงักไปรีบอร์นที่สังเกตได้จึงเลือกที่จะสังเกตอาการ

'ตัวเราเเละพรีโม่เป็นเพื่อนที่รักกันมาก เราจึงสาบานกันเเต่ไม่นึกถึงว่าสิ่งที่พวกเราทำลงไปจะตกกระทบถึงลูกหลานของเราด้วย เราขอโทษด้วยจริงๆ'

'ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ อีกอย่างระหว่างหนูกับสึนะคงเป็นรักข้างเดียวมากกว่า อีกฝ่ายถึงมองหนูเป็นเพื่อนน่ะ' เรเชลที่ได้ยินที่ก็หัวเราะน้อยๆ

'ไม่เป็นไรหรอกถ้าเป็นคนรักกันน่ะ เพราะเราก็เคยเเอบหลงรักพรีโม่ครั้งนึงเเต่ก็ตัดใจมาได้' ฮินารุเลือกที่จะฟังฝ่ายตรงข้ามอย่างเงียบๆ

'ถ้างั้นเราไปก่อนนะ เราจะรอวันที่เจ้าสืบทอดธาตุจันทราได้เเล้ว'

"นี่ รีบอร์น"

"มีอะไรหรอ?"

"การที่จะสืบทอดธาตุจันทราได้เนี่ย นายรู้รึเปล่า?"

"อ่า ก็พอรู้อยู่เเต่ตอนนี้เธอต้องพักก่อนนะ" รีบอร์นพูดขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง ฮินารุหอบหายใจอย่างหนัก สมองของเธอกำลังสั่งการให้เธอหลับฮินารุจึงกำลังสะลึมสะลือเเต่ก็ได้ยินเสียงใครบางคนโวกเวกโวยวายจนฮินารุปวดหู

ครืด!!

เสียงประตูที่เปิดขึ้นมาเเต่ฮินารุไม่สามารถลุกขึ้นไปมองได้เพราะว่ารู้สึกว่าร่างกายของตัวเองหนักเกินไป

"ดีจ้า!"

"ระ รีบอร์น" ฮินารุได้ยินเสียงสึนะจึงวิ่งผ่านโซฟาที่หันหลังให้ฮินารุที่นอนอยู่ที่โซฟาตัวนั้นก็เอาเเขนที่พาดตาออกเเล้วมองสึนะที่วิ่งเข้าไปหาหุ่นรีบอร์นตัวปลอม

"ทางนี้ต่างหากเจ้าโง่" รีบอร์นตัวจริงกระโดดถีบสึนะจนสึนะล้มลงเเล้วลูบหน้าที่โดนกระเเทกพอสึนะหันหลังกลับมาก็เจอคนที่คุ้นเคยอยู่นอนอยู่บนโซฟา

"นะ นารุ!!" สึนะรีบปรี่เข้ามาหาเธอทันทีจนโกคุเดระเเละยามาโมโตะที่อยู่ในวัยยี่สิบปีก้มลงมามองเเล้วตกใจกันทันที

"ยัยนี่เป็นอะไรไปล่ะเนี่ย?" โกคุเดระพูดขึ้นมา สึนะเอาเเขนที่ฮินารุพาดตาออก

"รีบอร์น นารุเป็นอะไรไป" สึนะเริ่มกระวนกระวายเมื่อเห็นอาการของฮินารุ

"ทำเมื่อตอนนั้นซะเเล้วฉันจะอธิบายให้ฟัง" รีบอร์นเอ่ยออกมาพร้อมกระโดดไปที่โต๊ะ สึนะมองรีบอร์นงงๆเเต่ก็ยอมทำตามโดยดี โดยที่สึนะกินเม็ดไฟดับเครื่องชนเเล้วเเนบหน้าผากของฮินารุจนอาการของฮินารุเริ่มคลายลง

"เเฮ่กๆ อือ" ฮินารุที่ได้รับไฟดับเครื่องชนจึงสลบไปทันทีเเล้วยึดหาที่เหนี่ยวไว้ สึนะที่ออกจากโหมดไฮเปอร์เเล้วจึงยื่นมือไปจับไว้เเล้วบีบเเน่น

"เเล้วจะบอกได้รึยังอ่ะ รีบอร์น" หันไปถามครูพิเศษที่กำลังยืนมองพวกเขาอยู่

"อ่า นั่งลงเเล้วฟังให้ดีเจ้าห่วย" รีบอร์นพูดเเล้วชี้ให้ทุกคนนั่งลงซึ่งทุกคนก็ทำตามโดยดี

"เหตุผลที่ฮินารุเป็นเเบบนี้น่ะ ให้ฉันอธิบายคงไม่เข้าท่าเท่าไร"

"หา?" สึนะร้องออกมา รีบอร์นจึงกระโดดไปหาฮินารุเเล้วสะกิดเธอ

"ฮินารุ ตื่นขึ้นมาก่อน" ฮินารุที่รับรู้ได้ถึงเเรงจึงลืมตาขึ้นมาเเล้วตกใจทันทีเมื่อใบหน้าของสึนะก้มลงมามองเธอพอดี ฮินารุจึงลุกขึ้นพรวดทันทีก่อนที่จะคิดได้ว่าตัวเองนอนตักของสึนะ เมื่อตั้งสติได้เเล้วจึงหันไปมองอัลโกบาเลโน่อย่างรีบอร์น

"พวกนี้อยากรู้อาการของเธอน่ะ เรียกได้มั้ย?" ฮินารุเอียงคอเเล้วพยักหน้าพลางชูเเหวนไปข้างหน้าก่อนที่เเหวนจะปรากฎเป็นสองวงเเล้วกลายเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวเเปรเปลี่ยนเป็นหญิงสาวคนหนึ่ง

"สวยจัง" สึนะพึมพำออกมา

"นี่มันอะไรกัน?" โกคุเดระพึมพำ

"โห ไม่น่าเชื่อเลย" ยามาโมโตะพูด

'ไม่นึกเลยว่าเราจะได้เจอกันอีกครั้ง อัลโกบาเลโน่เเห่งอรุณเเล้วก็เหล่าวองโกเล่รุ่นที่ 10' เรเชลพูดออกมา

"วะ วองโกเล่รุ่นที่สิบงั้นหรอ คุณรู้จักพวกเราด้วยหรอครับ?" สึนะที่ตั้งสติได้ก็เอ่ยถาม เรเชลพยักหน้า สึนะเบนใบหน้าไปหาฮินารุที่กำลังสัปหงกอยู่

"นะ นารุ?"

'ไม่ต้องห่วงหรอก เธอเเค่หลับไปเฉยๆเพราะว่าในการเรียกจิตวิญญาณที่สิงสถิตในเเหวนออกมาต้องใช้ไฟดับเครื่องชนมากน่ะ' เรเชลเอ่ย

'เอาล่ะ พวกเธออยากรู้เรื่องอาการของฮินารุสินะ' ทั้งสามพยักหน้าทันที

.

.

.

.

.

.

'เรื่องเป็นเเบบนี้ล่ะ' เรเชลเอ่ยเมื่อเล่าเรื่องทั้งหมดจบเเต่ดูเหมือนว่าคนที่มีผลกระทบมากที่สุดคือสึนะ

"เพราะฉันบาดเจ็บ ฮินารุเลย..."

"รุ่นที่สิบ"

"สึนะ" สึนะมองฮินารุที่กำลังสัปหงกอยู่

'อย่าเป็นห่วงเลย เดซิโม่ อีกไม่กี่วันฮินารุก็จะรู้เองว่าควรจะสืบทอดธาตุจันทราได้ยังไง' เรเชลพูด

"ตะ เเต่ว่า"

'เราถึงฝากให้เธอดูเเลฮินารุไงล่ะ ถึงเเม้เธอจะชอบหญิงสาวคนอื่นก็เถอะ' สึนะหน้าเเดงขึ้นมาเมื่อเรเชลพูด

'งั้นเราขอตัว'

วูบ

"..." สึนะที่มองจิตวิญญาณที่หายไปเเล้วจึงมองฮินารุที่กำลังหลับอยู่

"วันนี้พอเเค่นี้เเละ พรุ่งนี้ก็อย่าลืมออกไปตามหาผู้พิทักษ์คนอื่นด้วยล่ะกัน" รีบอร์นพูด ทั้งสามที่รู้เกี่ยวกับโลกอนาคตเเล้วจึงเเยกย้ายกันไปนอน

"รีบอร์นเเล้วนารุล่ะ?" สึนะถาม

"ตามมาสิ" รีบอร์นเดินออกจากห้อง สึนะจึงเเบกฮินารุขึ้นหลังเเล้วเดินตามไป

"ถึงเเล้วล่ะ" สึนะเข้ามาในห้องของฮินารุเเล้ววางตัวเธอเตียง ห่มผ้าให้เรียบร้อย

"..." มือใหญ่ลูบหัวของเธอเบาๆเเล้วเดินออกไปจากห้อง

 

 

 

 

 

 

 

 

สองวันต่อมา

ฮินารุลืมตาขึ้นมาเเล้วลุกจากเตียงพลางมองไปที่ของที่อยู่บนโต๊ะ มือเรียวหยิบมันขึ้นมาก็พบว่าเป็นสมุดบันทึกที่เป็นของเธอในยุคนี้

'ถึงชิสุคานิ ฮินารุในวัยสิบสี่ปี สมุดเล่มนี้จะบันทึกเรื่องราวของในยุคนี้ซึ่งเเน่นอนว่าเธอคงเคยได้ยินมาจากยูนิในอดีตเเล้วนะ ถ้างั้นจะขอเริ่มเล่าเลย

อันดับเเรก วิธีในการใช้ธาตุจันทราเเละสืบทอดซึ่งมันก็เป็นวิธีที่ง่ายมากๆ นั่นก็คือใช้จุดไฟดับเครื่องชนที่เเหวนขึ้นมาเเล้วเธอจะอยู่ในมิติหนึ่งที่มีคุณเรเชลอยู่ด้วย การสืบทอดก็คือหาความหมายของพระจันทร์เเละรับรู้เรื่องราวของเรเชล

อันดับที่สองเธอกับซาวาดะ สึนะโยชิในยุคนี้คือคนรักกัน เเต่ก็ไม่อยากบอกหรอกว่าเป็นได้ไง ซึ่งโยชิในยุคนี้ดูเกรงขามขึ้นเยอะเเต่ก็ยังคงความซุ่มซ่ามเหมือนเดิม ในลิ้นชักชั้นสองนับจากด้านบนจะมีอาวุธกล่องของเธอสองกล่องเเล้วก็เเหวนเเนะนำให้ใส่นะ

อันดับที่สาม การปลุกวิญญาณ ตัวฉันในยุคนี้ยูนิได้บอกกับฉันว่าต้องใช้ไฟดับเครื่องชนเยอะใช่มั้ยที่จริงก็ถูกอยู่เเต่ต้องใช้ธาตุจันทราเข้ามาเกี่ยวด้วย ส่วนวิธีนี้หาเองนะ

อันดับสี่ ฮินารุ ตัวเธอจะถูกเบียคุรันเพ่งเล็งเป็นพิเศษเพราะว่าธาตุจันทราเป็นของหายากจึงทำให้เบียคุรันอยากได้เป็นอย่างมาก

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณสมบัติของธาตุจันทราก็คือ สามารถรวบรวมธาตุให้เป็นหนึ่งเดียวกันซึ่งฉันก็ไม่เคยทำหรอก คุณสมบัติอีกอย่างคือข้างขึ้นข้างเเรม พลังของเธอจะขึ้นอยู่กับสิ่งนี้หากเป็นข้างขึ้นจะมีพลังมากเเต่ถ้าข้างเเรมจะน้อยเเต่ไม่มากหรอก อาวุธของธาตุนี้ธนูที่รวมไปกับปืนสั้นลองเปิดกล่องดูสิ เเต่เเนะนำให้ไปเปิดที่ห้องใต้ดินชั้นที่ 18 นะ

โชคดีล่ะ'

ฮินารุที่อ่านจดหมายที่ตัวเธอเองเขียนในอีก10ปีข้างหน้าก็นิ่งนิดๆก่อนที่จะเปิดลิ้นชักเเล้วเจอกล่องอาวุธที่มีรูตรงกลางซึ่งกล่องทั้งคู่เป็นสีเหลืองอ่อนมีตราพระจันทร์เสี้ยวประดับอยู่เเล้วก็เเหวนสีเงินที่มีเพชรพลอยสีดำประดับเช่นกัน ฮินารุเก็บใส่กระเป๋าเสื้อเเล้วเปลี่ยนชุดเพื่อเดินไปกินข้าว

ตึก ตึก ตึก

ระหว่างทางฮินารุคิดเกี่ยวกับการสืบทอดของตัวเองซึ่งเป็นธาตุจันทรา ร่างบางเดินไปที่ห้องอาหารโดยที่ไม่รู้ว่าเดินไปได้ไงเพราะไม่เคยสำรวจบริเวณนี้มาก่อน

ครืด

"ฮาฮิ? นารุจัง" เสียงของฮารุทำให้ฮินารุมองคนตรงหน้าที่ทุกคนกำลังทานอาหารอยู่โดยทันทีที่ฮารุเรียกชื่อเธอทุกคนก็หันมาหาเธอ"

"นารุ เป็นไงบ้าง!" สึนะที่เห็นจึงลุกจากเก้าอี้เเล้วเดินมาจับเเขนเธอ ฮินารุตกใจเเทบไม่ทันเเต่ก็พูดปลอบโลมเพื่อน

"มะ ไม่เป็นอะไรเเล้วล่ะ สึนะเนี่ยโอเวอร์ชะมัด" ฮินารุยู่ปากเเล้วตบไหล่ของสึนะเเล้วเดินไปนั่งบนโต๊ะ

"ขอโทษทีนะ เคียวโกะจัง ฮารุจังเเต่ขอข้าวเช้าได้มั้ยอ่ะ นอนมาสองวันชักจะหิวเเล้ว"

"อะ อ๋อ ได้เลยจ๊ะ" เคียวโกะทีี่ถูกฮินารุทักก็รับคำ

"ฮินารุ" เสียงของผู้หญิงบางคนทำให้ฮินารุละสายตาจากเเหวนที่กำลังสวมอยู่ ผู้หญิงผมสีฟ้าที่มีรอยสีส้มเเดงบนหน้า

"รัล มิลจิที่รีบอร์นเคยบอกน่ะหรอ?'' เธอพยักหน้าเเล้วลุกจากโต๊ะ

"กินข้าวเสร็จเเล้วมาที่ชั้นใต้ดินด้วย" รัลพูดพร้อมลากตัวสึนะไป

"อะ ดะ เดี๋ยวสิ รัล!!" ฮินารุมองภาพตรงหน้าด้วยความเอือมระอา

"ระ รุ่นที่สิบ!" โกคุเดระที่เห็นจึงรีบตามไป

"เเต่ว่านะ นายโตขึ้นเยอะเลยนิ ฟูตะ" พอดูเหตุการ์ณจบก็หันไปทักคนที่อยู่เฉียงๆ ฟูตะในตอนโตนี่หล่อขึ้นเยอะเลย

"ครับ พี่นารุ" ฟูตะตอบรับ

"คิดถึงตอนเด็กเลยนะ ตอนที่นายวิ่งเเจ้นมาหาฉันน่ะ" ฮินารุผงกหัวขอบคุณเคียวโกะเเล้วลงมือทานข้าว ฟูตะที่ได้ยินจึงหน้าเเดงนิดหน่อย

"พี่ครับ เลิกพูดเถอะ"

"อือ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"ให้สืบทอดธาตุสินะคะ"

"อ่า" หลังจากที่เธอกินข้าวเสร็จก็ลงมาที่ชั้นใต้ดินที่สิบเเปดตามาที่รัลบอก เธอก็เจอทั้งสามหนุ่ม ฮิบาริในวัยยี่สิบสี่ คุซาคาเบะ รัลเเละรีบอร์น

"ก็ได้อยู่หรอกคะ เเต่ขออยู่คนเดียวนะคะ" รัลพยักหน้า ฮินารุเดินไปที่มุมห้องเเล้วจุดไฟดับเครื่องชนทันที

วูบ

ไฟที่ปรากฎบนเเหวนเป็นสีเหลืองอ่อนเเล้วเริ่มโอบล้อมเธอไว้

"นารุ!?" สึนะที่เห็นจึงวิ่งเข้ามาเเต่ก็โดน เม่นของฮิบาริขวางทางไว้

"คุณน่ะ ทำหน้าที่ของตัวเองไปเถอะ" ฮิบาริเอ่ยกับสึนะพลางใช้นิ้วเล่นกับฮิเบิร์ด

นัยน์ตาสีอำพันมองไฟดับเครื่องชนสีเหลืองที่กำลังโอบล้อมตัวเธอเเล้วเเปรเปลี่ยนเป็นภาพเหตุการ์ณของเรเชลตามที่ตัวเธอในอีกสิบปีบอก

'เธอพร้อมเเล้วใช่มั้ย?' เรเชลปรากฎกายขึ้นมาเเล้วพูดด้วยนํ้าเสียงที่อ่อนโยนเหมือนเดิมเเต่กลับก้องกังวานไปทั่วในกรงเเห่งนี้ ฮินารุกำมือเเน่นเเล้วตอบออกมา

"ค่ะ"

'ถ้างั้นขอให้เธอโชคดี' เรเชลพูดเเล้วเดินเข้ามาใกล้เธอราวกับจะเข้าสิง ฮินารุปล่อยใจให้สบายก่อนที่เรเชลจะเอามือปิดตาเธอไปสักพักเเล้วเปิดออกมา

(จากนี้ไปจะเป็นอดีตของเรเชลนะคะ)

'จีอ๊อตโต้ นายกำลังทำอะไร?' เรเชลในวัยสามสิบปีเดินไปหาชายที่มีนามว่าจีอ๊อตโต้ เขากำลังทำงานบนโต๊ะโดยที่มีจี ผู้พิทักษ์เเห่งวายุอยู่ข้างกาย

'ก็นะ จีให้ทำงานน่ะสิ' จีอ๊อตโต้ตอบเรเชล จีที่ได้ยินจึงตอกกลับ

'ก็เเกเล่นทิ้งงานให้ฉันทำ เเกต้องทำบ้าง'

'น่าๆ ใจเย็นก่อนเถอะจี จริงสิ จีอ๊อตโต้ เราขอไปที่ลานกว้างนะ จะฝึกใช้พลังหน่อย' เรเชลพูด จีอ๊อตโต้เงยหน้าจากเอกสารเเล้วปรับนํ้าเสียงกดดันทันที

'มันอันตรายนะ เรเชล ครั้งก่อนเธอก็พังลานของอเลาวดี้ไปเเล้วนะ'

'เเต่เขาก็ไม่ได้โกรธฉันน่ะ' เรเชลสวนกลับเเล้วหันหลังกลับเพื่อไปที่ลานกว้าง

'เรเชล!!!' เสียงตะโกนของจีอ๊อตโต้ที่จะห้ามเธอทำให้เรเชลหันมายิ้มให้

'ไม่ต้องห่วงหรอก ครั้งนี้ไม่เป็นไรเเน่นอน'

ระหว่างทางการเดินไปที่ลานกว้างเรเชลก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่กำลังเข้ามาใกล้ปราสาทวองโกเล่ เเต่เรเชลก็ไม่ได้คิดอะไร เมื่อมาถึงลานกว้างหลังปราสาทวองโกเล่ เรเชลเงยหน้าขึ้นไปก็เห็นจีอ๊อตโต้เเละจีมองเธอจากทางหน้าต่างอยู่

'งั้นก็เอาเลยล่ะกัน' มือกำเเหวนขึ้นมาเเล้วจุดไฟดับเครื่องชนบนเเหวนพร้อมโยนขึ้นฟ้า ประกายเเสงจากเเหวนค่อยๆออกมาล้อมตัวเธอเป็นอาวุธ

ตูม!!!

จู่ๆก็มีเสียงระเบิดขึ้นมาทำให้มือเรียวที่ถืออาวุธอยู่เผลอปล่อยลงมาเเล้วหันไปมองต้นตอของเสียงก็พบว่ามันมาจากด้านหน้าของเธอ

'เรเชล!' จีอ๊อตโต้เปิดหน้าต่างเเล้วกระโดดลงมาป้องกันตัวเธอเอาไว้ เรเชลที่สัมผัสถึงบางสิ่งที่กำลังเข้ามาจึงรีบหยิบอาวุธตัวเองเเล้วหันไปทางปราสาทพร้อมเป่าละอองเเสงบางส่วนเพื่อสร้างเกราะป้องกันปราสาทวองโกเล่ไว้

ปัง ปัง

เรเชลเปลี่ยนจากธนูเป็นปืนสั้นเเล้วยิงออกไปสองนัดเพื่อดูลางเเต่ก็ไม่มีใคร เรเชลที่รู้สึกระเเวงจึงกระตุกผ้าคลุมของเพื่อน

'จีอ๊อตโต้ เราว่ามันไม่ธรรมดาเเล้วล่ะ' เรเชลพูด จีอ๊อตโต้รับฟัง

'พรีโม่!!!' เสียงของผู้พิทักษ์ยกเว้นเดม่อนเเละอเลาวดี้ที่ไม่โผล่มาทำให้จีอ๊อตโต้หันไปมองเเต่เรชลที่มองในป่ากลับรู้สึกว่ามีอะไรกำลังตรงดิ่งมาที่เธอ

'จีอ๊อตโต้ หลบไป!!!' มือเรียวผลักร่างของชายหนุ่มออกไปเเล้วโดนบางสิ่งจู่โจมจนลอยไปที่ปราสาททำให้เกราะที่โอบล้อมปราสาทถูกทำลาย

เพล้ง!

'เรเชล!!!' ทุกคนตะโกนออกมาเเล้วหันไปมองคนที่จู่โจม

'คราวนี้เเหละ ฉันจะต้องเอาตัวเธอมาให้ได้' เสียงทุ้มที่เรียบนิ่งเรียกให้เรเชลบอกคนที่มาใหม่เเล้วเบิกตากว้าง

'ละ ลูโพ(ตัวละครที่สมมติขึ้นมาค่ะ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับวองโกเล่)' เรเชลพยายามขยับร่างกายเเต่ก็ไม่เป็นผล

'อาซาริ นัคเคิ้ล ปกป้องเรเชล!' สิ้นเสียงคำสั่งของพรีโม่ ทั้งคู่ก็หยุดยืนอยู่ที่หน้าเรเชลทันที อาซาริประคองเรเชลขึ้นมา

'ไม่เป็นอะไรน่ะขอรับ...' เรเชลพยักหน้าเเล้วมองไปที่ลูโพที่กำลังต่อสู้กับพรีโม่ เเรมโพเเละจีอยู่

'เเล้วสองคนนั้นล่ะ?' เรเชลเอ่ยถามเเล้วเปลี่ยนปืนเป็นธนู

'กำลังมาขอรับ' อาซาริพูดเเล้วตกใจเมื่อเรเชลพยายามลุกขึ้นอยู่

'เรเชล ท่านกำลังทำอะไรขอรับ?!' เรเชลไอเล็กน้อย

'ยังไม่เห็นอีกหรอ อุเก็ทสึ ทำลายเจ้านั่นไง ก่อนที่อเลาวดี้กับเดม่อนมา สามคนนั้นได้หมดเเรงพอดี' เรเชลยันตัวเองขึ้นมา

'เรเชล เธอบาดเจ็บอยู่นะ' นัคเคิ้ลหันมาบอกเรเชล เรเชลส่ายหน้า

'ถึงจะบาดเจ็บเเต่ฉันไม่อยากให้ใครมาบาดเจ็บเพราะปกป้องฉันหรอก' เรเชลตบบ่าอาซาริเเละนัคเคิ้ล

'เรเชล'

'ข้า ผู้ที่กำเนิดธาตุจันทราเอ๋ย ขอจงปกป้องพรรกพวกของเราเเล้วพัดความชั่วทุกสิ่งออกไป' สิ้นเสียงคำพูดมือเรียวก็ตั้งธนูขึ้นมาเเล้วเเบมือรอลูกธนู

'พวกนายน่ะถอยไป!!!' เรเชลตะโกนบอกทั้งสามที่กำลังสู้อยู่

'เธอพูดอะไรน่ะ' จีหันมาตะโกนก่อนที่จะเห็นสภาพของเรเชล

'เดี๋ยวนี้!' เรเชลกดดันทั้งสามให้ถอยออกมา ขาเรียวเดินไปข้างหน้าเเล้วผ่านทั้งสามไปเเต่ก็ถูกจับไว้โดยพรีโม่

'เรเชล...'

'พรีโม่ ฉันบอกเเล้วใช่มั้ยว่าฉันต้องจบเรื่องนี้'

ทั้งสองมองหน้ากันจนพรีโม่ปล่อยเเขนของเธอ ใบหน้าเรียวยื่นบางสิ่งให้พรีโม่เเล้วเดินผ่านไป พรีโม่ที่สิ่งของที่เรเชลฝากไว้ก็เบิกตากว้าง

'เรามาจบเรื่องนี้กันเถอะ ลูโพ' เรเชลพูด

'ฉันก็ว่างั้นเเละ' ลูโพเอ่ยพร้อมถือดาบที่เป็นอาวุธไว้

วูบ

ลูกธนูปรากฎในมือของเรเชล มือเรียวดึงสายธนูพร้อมลูกธนู เรเชลยิ้มออกมาโดยที่ไม่รู็ตัวว่านํ้าตากำลังไหลริน

ติ๋งๆ

นํ้าตาเริ่มไหลรินเเล้วง้างธนูเเน่น ละอองสีเหลืองเริ่มมารวมกันจนเป็นพลังใหญ่ที่สามารถทำลายสิ่งที่ขวางหน้าได้ เรเชลถอนหายใจด้วยความโล่งอก

'ตัวข้าผู้ถือกำเนิดธาตุจันทรา ขอให้สิ่งที่ชั่วร้ายถูกปัดเป่าโดยลูกธนูลูกนี้' เมื่อเอ่ยจบก็เหนี่ยวไกลูกธนูทันที

ตึง

เสียงดีดธนูที่ดังก้องกังวานทำให้พวกพรีโม่อุดหูเพราะว่าเสียงดังมากเกินไป พลังจันทรามุ่งไปที่ลูโพที่สร้างเกราะเอาไว้

กริ๊กๆ

'หึๆ พลังเเค่นี้ทำอะไรไม่ได้หรอก' ลูโพเอ่ยขึ้นมาเมื่อสร้างเกราะป้องกันเอาไว้ เรเชลก้มหน้าเเล้วยิ้มออกมา

'ใครว่ามีไพ่ตายเเค่นี้ล่ะ?' เรเชลพึมพำออกมา ยกมือขึ้นมาเเล้วรวบไฟดับเครื่องชนที่มาจากร่างกายทั้งหมด ใบหน้าหวานหันไปหาพรีโม่ที่กำลังเบิกตากว้าง เรเชลพูดกับพรีโม่โดยที่ไม่ออกเสียงเเต่พรีโม่ก็รับรู้ได้ทันที

'เรเชล!'

'พรีโม่ อย่า!' จีล็อกตัวเพื่อนเอาไว้เเต่พรีโม่ก็ดิ้นขัดขืน

'ขอบคุณเเละฝากดูเเลเรน่าด้วยนะ' นั่นคือคำสั่งเสียของเรเชล มือเรียวขว้างพลังที่รวบรวมเฮือกสุดท้ายเเล้วปาออกไปจนทำให้เกราะของลูโพพังเเล้วทำลายลูโพทันที

ตูม!!!

เสียงระเบิดดังขึ้นมาก่อนที่พรีโม่จะรีบวิ่งไปหาเรเชลที่ล้มลงไปเเล้ว พรีโม่เบิกตากว้างเเล้วค่อยๆช้อนตัวเรเชลขึ้นมา ร่างบางมีเลือดไหลออกจากปากเเละหัว ผู้พิทักษ์ทั้งสี่รีบวิ่งเข้ามาล้อมเอาไว้ อเลาวดี้ที่พึ่งมาถึงก็ขมวดคิ้วหน่อยๆเเต่เมื่อเดินมาที่ๆพวกพรีโม่กำลังสุมอยู่ถึงกับเบิกตากว้างเเต่ไม่ได้ส่งเสียงออกมาเช่นเดียวกับเดม่อน

'เรเชล...เรเชล' พรีโม่เรียกร่างบางที่กำลังถูกเขาประคองอยู่ นัยน์ตาสีอำพันค่อยๆลืมตาเล็กน้อย

'พะ...พรี...โม่' เรเชลเอ่ยเสียงเบาเเล้วกำมือพรีโม่ที่กำเเหวนของเธอไว้

ฟู่

เรเชลใช้เลือดที่อาบมือตัวเองสลักเอาไว้เพื่อให้สายเลือดของเธอหรือลูกหลานรุ่นต่อไปรับรู้ถึงอดีตเหล่านี้

'จีอ๊อตโต้...เราฝากเรน่าด้วยนะ ช่วยส่งเเหวนของเราไปให้ถึงเธอที'

'อึก....' มือของพรีโม่กำมือของเรเชลเเน่น หยดนํ้าตาของลูกผู้ชายได้ไหลรินกระทบกับใบหน้าของเรเชล

'ท่านเเม่!!!' เสียงตะโกนของเด็กในวัยสิบปีนามว่าเรน่าวิ่งมาหาผู้เป็นเเม่เมื่อได้รับข่าวจากคนรับใช้ ผู้พิทักษ์เเหวกทางให้เรน่า

'เรน่า..งั้นหรอ....' มือเรียวเอื้อมไปกุมใบหน้าของเรน่าเอาไว้ นัยน์ตาสีอำพันของเรน่าสะท้อนภาพของมารดาที่กำลังจะตายในไม่ช้า

'เเม่....'

'รักมาก....เลยนะ' เรเชลยิ้มออกมา เรน่ากุมมือที่เนบเเก้มเเล้วร้องไห้ออกมา

'ทุกคน ขอบคุณมากนะ.....ที่ปกป้องมาตลอด' เรเชลเอ่ยขึ้นมา ทุกคนที่กำลังล้อมตัวของเรเชลก็ร้องไห้ออกมาเเต่ไม่มีเสียงสักนิด

วูบ

ภาพตัดเเค่นั้นฮินารุที่มองภาพทั้งหมดก็นิ่งไปจนมือโปร่งของเรเชลเช็ดนํ้าตาของฮินารุจนฮินารุรับรู้ว่าตัวเองร้องไห้

'นั่นคือสาเหตุการตายของเรา เช่นนั้นเราจะถามเจ้า ความหมายของจันทราเจ้ารู้รึเปล่า?'

"ค่ะ อ่อนโยน ปกป้องทุกสิ่งด้วยความรัก" เรเชลยิ้มออกมาเมื่อได้ยินคำตอบ

'ผ่านเเล้วล่ะ เอามือมาประกบกับเราสิ' มือเรียวยกขึ้นไปประกบเรเชล เรเชลเเนบหน้าผากชิด

'พูดตามเรานะ'

"ค่ะ"

'ข้า ผู้สืบทอดจันทราจากผู้ที่ถือกำเนิด'

"ข้า ผู้สืบทอดจันทราจากผู้ที่ถือกำเนิด''

'พลังจงสถิตที่เราเเละปกป้องพวกพ้องที่ข้ารัก'

"พลังจงสถิตที่เราเเละปกป้องพวกพ้องที่ข้ารัก''

'การสืบทอดเสร็จสิ้นเเล้วล่ะ' เรเชลละมือออกพร้อมกับที่ธาตุของจันทราเริ่มเข้ามาในเเหวนของฮินารุ ฮินารุมองหน้าเรเชลที่กำลังยืนยิ้มให้อยู่

'ธาตุจันทราเกิดมาจากการขอพรของข้าที่อยากปกป้องพวกพ้องจึงมีพลังนี้ขึ้นมา ธาตุจันทราสามารถเป็นทั้งเกราะ อาวุธคือธนูเเละปืนเเละช่วยผู้อื่นได้ จึงมีคนอยากได้เยอะ' เรเชลกล่าวออกมา

เพล้ง

ไฟดับเครื่องชอนที่โอบล้อมเธอกำลังจะพังทลายเรื่อยๆ

"ขอบคุณมากเลยนะคะ"

'เรายินดีนะ เเล้วเจอกันใหม่นะ ชิสุคานิ ฮินารุ' นั่นคือนํ้าเสียงสุดท้ายที่ฮินารุได้ยินก่อนที่จะรู้สึกได้ว่าพื้นที่ตัวเองยืนกำลังโหวงเเล้วร่วงทันที

"กรี๊ด!"

"ฮินารุ!!!" รัลที่เฝ้าอยู่ตะโกนขึ้นมาทำให้สึนะที่กำลังสู้กับฮิบาริอยู่บินไปช่วยฮินารุ

พรึบ

"นารุ" เสียงทุ้มของสึนะเรียกให้ฮินารุลืมตาขึ้นมาสบตากับสึนะ

"ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย?" ฮินารุพยักหน้า สึนะลงมาจากฟ้าเเล้ววางตัวฮินารุลง รัลเเละรีบอร์นเดินมาหาทันที

"เป็นไงบ้าง ฮินารุ?" รีบอร์นเอ่ยถาม ฮินารุยกเเหวนขึ้นมาที่มีรูปลักษณ์เเปลกไปจากเดิม

"อืม ไม่เป็นไรหรอก สืบทอดเรียบร้อยเเล้ว" รัลพยักหน้า

"ดีจังเลยนะ" ฮินารุเห็นด้วยกับคำพูดของรีบอร์น

_________________________________________________________________

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 254 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

295 ความคิดเห็น

  1. #251 Jecelyn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 15:14
    ฮิบาริมีซัมติงกับน้องอ่าาาา ถ้าสึนะไม่เอาน้องเรายกให้ท่านฮิบารินะ! เเลดูมีซัมติงตั้งเเต่อเลาวดี้เเล้วอะ!
    #251
    0
  2. #19 04140606 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 22:43
    สู้ๆนะคะ
    #19
    0
  3. #18 Mynun9412 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 20:11
    สนุกกกก รอนะค้าบบบบ
    #18
    0
  4. #17 polytome (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 19:20
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #17
    0