『FIC REBORN/KHR』赤い月 - จันทราสีอำพัน

ตอนที่ 28 : (BLUE) MOON - 25

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,065
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 143 ครั้ง
    7 พ.ย. 63

 

25 : เพราะว่ารักเธอมากกว่าใครในโลกนี้ยังไงล่ะ

ฟังเพลงเพื่อเพิ่มอารมณ์ในการอ่านค่ะ บีทมันอาจจะไม่เศร้าเเต่ถ้าใครไปอ่านเนื้อร้องมันจะเศร้ามากๆเลยค่ะ

Song : Missing you

 Artist : Nishino Kana (西野 カナ)

 

เธอเคยฝัน….

มันเป็นฝันที่ชิสุคานิ ฮินารุชอบมากที่สุด 

พวกเราทุกคนจบการศึกษาจากโรงเรียนนามิโมริ ได้ถ่ายรูปกันเป็นหมู่ซึ่งใหญ่มากๆเเต่พวกเขาก็มีความสุขกันทุกคน

หลังจบการศึกษาพวกเราก็เเยกย้ายกันไปยกเว้นวองโกเล่ที่ต้องสืบทอดต่อ ฮินารุได้เป็นเลขาของวองโกเล่เเน่นอนว่างานเธอต้องเยอะอยู่เเล้ว

การกวาดล้าง เเฟมิลี่มาเป็นพันธมิตรมันเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องเจอเเต่ฮินารุคิดว่าพวกเราต้องไม่เป็นอะไร

ตราบใดที่เราอยู่เคียงข้างกันเเละเชื่อใจกัน

เเต่ว่านั่นมันก็เเค่ฝันเท่านั้น….

 

 

 

“เเค่กๆ” เสียงสำลักบางสิ่งทำให้ทุกคนมองหาคนทืี่ได้รับการโจมตีจากเช็กเกอร์โฟสก่อนที่พวกเขาจะตกใจกัน

“ฮินารุ!!!” ฮินารุที่กางบาเรียทันจึงสะบัดมือครั้งหนึ่ง บาเรียหายไปทันทีเเต่เพราะสร้างเเบบไม่ทันตั้งตัวเธอจึงกระอักเลือดออกมาอีกทั้งพลังกายในตัวเธอเริ่มถดถอยลงขึ้นเรื่อยๆ

“นารุจัง!” สึนะที่โดนฮินารุผลักออกมา วิ่งเข้ามาหาเธอพร้อมดูอาการ ส่วนเช็กเกอร์เฟสเเค่ร้องหืมในลำคอเเล้วเอ่ยออกมา

“นั่นคือสิ่งที่เธอได้เรียนรู้สินะ” ฮินารุเงยหน้าสบตากับเขาเเล้วเเสยะยิ้มออกมา

“ฉันยอมเสี่ยงตายเพื่อที่จะไม่ให้ทุกคนโดนทำร้ายหรือบาดเจ็บ” ฮินารุถูกประคองโดยสึนะ เธอรู้สึกได้ว่ามือของสึนะบีบเเขนเธอเเน่น 

เช็กเกอร์เฟสมองฮินารุเเละสึนะก่อนที่จะเเค่นหัวเราะ 

“ฮินารุ ฉันอุตส่าห์กีดกันไม่ให้ต้องเสี่ยงชีวิต อยากให้เธอได้ชีวิตที่สงบสุขเเต่เพราะว่าเรเชลสินะ ที่ทำให้เธอเปลี่ยนความคิด” ฮินารุมองหน้าเช็กเกอร์เฟสก่อนที่จะเอ่ยปาก

“เเฮ่ก… ไม่มีใครควบคุมความคิดของฉันหรอก ฉันเป็นคนคิดเอง”

“ธาตุจันทรามันไม่ควรมีอยู่ คุณก็รู้อยู่เเก่ใจ” ฮินารุกำหินมรกตในมือเเน่น

“…”

“นารุจัง อย่าฝืนนะ” สึนะเขย่าตัวเธอเบาๆ ฮินารุยกมือห้ามปราม มือเรียวชี้ไปที่เช็กเกอร์เฟสก่อนที่จะกำมือเเน่นพลันมือบาเรียหุ้มรอบเช็กเกอร์เฟส เขาเลิกคิ้วก่อนที่จะจ้องการกระทำของฮินารุ

“คิดจะทำอะไร?” ฮินารุเเค่นหัวเราะเเล้วเอ่ยขึ้นมา เช็กเกอร์เฟสที่มองหน้าฮินารุก็เหมือนมีหน้าของใครบางคนซ้อนทับ

“ทำในสิ่งที่ถูกต้องยังไงล่ะคะ”

‘ทำในสิ่งที่ถูกต้องยังไงล่ะ’

“เรเชล…”

“สึนะ ต่อจากนี้ไปอย่าห้ามฉันเลยนะ” ฮินารุยิ้มบางให้กับคนที่ตนรักก่อนที่จะวางหินมรกตบนพื้นเเล้วเรียกให้อัลโกบาเลโน่ทุกคนรวมถึงยูนิมาล้อมรอบหินนี้ไว้

“ฮินารุ เธอคิดจะทำอะไรกันเเน่ครับ?” ฟงเอ่ยถามเเต่ก็ยอมทำตามาเเต่โดยดี ฮินารุคว้าฟงมากอดก่อนที่จะผละออก มองอาจารย์ของตนด้วยความเคารพเเละเอ็นดู

“โชคดีนะคะ” ฮินารุเอ่ยจบก็สร้างบาเรียขึ้นมาห้อมรอบทั้งพวกสึนะเเละอัลโกบาเลโน่ไม่ให้ใครออกมาจากบาเรียได้ สึนะที่รู้สึกถึงอันตรายจากลางสังหรณ์จึงเคาะบาเรียทันที

“นารุจัง!!!”

“โฮ่ย!” รีบอร์นหันมามองฮินารุที่กำลังฝืนยิ้มอยู่ 

ฮินารุไม่สนใจเสียงจากคนรอบข้างไม่ว่าจะเป็นวองโกเล่ วาเรีย อัลโกบาเลโน่เเละเช็กเกอร์เฟส เธอเเค่ทำตามที่ตัวเธออยากให้เป็น ในชั่วขณะหนึ่งเธอนู้สึกได้ว่าเรเชลเเละเเม่ของเธอบีบไหล่ของเธอคนละข้างพร้อมกระซิบถ้อยคำที่อยากทำให้เธอร้องไห้

‘ไม่ว่าผลมันจะเป็นยังไง เราภูมิใจในตัวเธอมากนะ ชิสุคานิ ฮินารุ’

‘ตัดสินใจทำอะไรเเล้วก็อย่าล้มเลิกความคิดเด็ดขาดนะ ลูก’

เเหมะ เเหมะ 

ฮินารุกัดฟันปล่อยให้นํ้าตาไหลไปเอง มือทั้งสองกุมหน้าอกเอาไว้ก่อนที่จะถอนหายใจเเล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อที่จะได้มีสมาธิ

เเม่…คุณเรเชล…รออีกหน่อยนะ….

…หนู….กำลังไปหาเเล้ว…ชีวิตเดียวเเลกกับอีกหลายชีวิตมันก็คุ้มค่าเเล้วสินะคะ….

กริ๊ก 

มือเรียวถอดเเหวนจันทราออกมาก่อนที่จะนำมาวางไว้บนพื้นพร้อมเเบบมือเพื่อนำธาตุจันทราในตัวออกมา ฮินารุมองหน้าอัลโกบาเล่โน่ทั้งเจ็ดที่กำลังทุบบาเรียให้เเตก มองไปทางอื่นทุกคนก็พยายามเช่นเดียวกันเเต่เพราะมันคือบาเรียที่เเกร่งมากจึงทำอะไรไม่ได้เลย

วูบ

ฮินารุลุกขึ้นยืนเเล้วเดินไปที่หินมรกตที่พวกอัลโกบาเลโน่อยู่ มือเรียวที่มีธาตุจันทรายื่นไปทางหินนั้นก่อนที่จะมีเเสงประกายขึ้นมา

“ผู้คุมของโลก เราขอกล่าว….”ฮินารุเริ่มเอ่ยตามสิ่งที่เขียนอยู่ในสมุดเล่มเล็กในกล่องชองขวัญที่เเม่ให้เธอมาในวันเกิด

“ฮินารุ! หยุดเดี๋ยวนี้นะ ทำเเบบนี้ไปเเล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา!!!” เช็กเกอร์เฟสตะโกนออกมาเเต่ฮินารุก็ไม่ฟัง ปากก็เอ่ยต่อไป

“อัลโกบาเล่โน่หรือเด็กทารกที่เเข็งเเกร่งที่สุดทั้งเจ็ด เราขอให้พวกเขามีร่างที่พ้นคำสาป….” 

“จิ๊ โฮ่ย! เดซิโม่!!! พังบาเรียของฮินารุด้วยเอ็กซ์เบอร์เนอร์เร็วเข้า!!!” สึนะหันไปมองหน้าเช็กเกอร์เฟส เขาพยักหน้าทำตามคำขอ ก่อนที่วองโกเล่เเละวาเรียจะรวมพลังเพื่อที่จะทำลายบาเรียนี้

“จุกนมทั้งเจ็ดนั้นจะไม่มีวันดับสูญ…เพราะว่าเราจะใช้ธาตุจันทราที่มีคุณสมบัติทั้งการฟื้นฟู ป้องกันเเละโจมตีใส่ไว้ในจุกนมทั้งเจ็ดอย่างละเท่าๆกัน” ฮินารุเริ่มเสียงสั่นเเต่ก็เอ่ยต่อ

“เอาล่ะนะ…” โกคุเดระเอ่ยก่อนที่จะนับหนึ่ง สอง สามเเล้วปล่อยการโจมตีพร้อมกัน

“เอ็กเบอร์เนอร์เอ็กซ์เอ็กซ์!!!”

ตูม!

เพล้ง!!!

เพราะพลังการโจมตีรวมกันทำให้พวกสึนะสามารถพังบาเรียออกมาได้ สึนะรีบวิ่งไปหาบาเรียที่มีฮินารุเเละอัลโกบาเลโน่อยู่ มือที่สวมถุงมือทุบบาเรียสองสามครั้งก่อนที่จะใช้ท่าเอ็กซ์เบอร์เนอร์ทั้งสองมือ 

ฮินารุที่ยืนหันหลังให้สึนะอยู่ก็หันมายิ้มให้สึนะบางๆก่อนที่จะหันหน้ากลับไป

“ในนามของคนที่สืบทอดธาตุจันทรา ชิสุคานิ ฮินารุ ลูกหลานของเรเชลผู้ให้กำเนิด…”

“…” ฮินารุเม้มปากเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มรู้สึกหวาดกลัว 

“เรา…ขอให้ธาตุจันทราที่อยู่ในร่างกาย….ฮึก” ฮินารุสะอื้นออกมา ร่างบางทรุดตัวลงเเล้วเอ่ยต่อไป สึนะใช้ท่าไม่ตายอีกครั้ง บาเรียที่อินารุสร้างมาเริ่มอ่อนเเอลงสึนะจึงสามารถพังเข้ามาได้ทันที สึนะคว้าฮินารุเข้ามากอดเเล้วเอ่ยทันที

“นารุจัง…ทำไมถึงทำเเบบนี้ล่ะ?”

“ทำไมสึนะถึงขวางฉันล่ะ….” ฮินารุเอ่ยออกมา สึนะมองฮินารุที่อยู่ในอ้อมกอดของเขา ร่างกำลังสั่นขึ้นเรื่อยๆ 

“ทั้งๆที่มีเเค่วิธีนี้วิธีเดียวเท่านั้น นายอยากช่วยรีบอร์นไม่ใช่หรอ?”

“…นารุจัง”

“ชีวิตเดียวที่ตายไปเเลกกับเจ็ดชีวิตน่ะ มันคุ้มค่าจะตายไป” ฮินารุเงยหน้าขึ้นมองสึนะด้วยเเววตาที่ดุดัน

“ใครที่ขัดขวาง เเม้เเต่พวกพ้องฉันก็จะไม่ปราณีอีกต่อไป….” ในชั่วขณะนั้นสึนะเหมือนจะเห็นร่างโปร่งเเสงของคนเเปลกหน้าโผล่ขึ้นมาจากด้านหลังของฮินารุ มือเรียวของฮินารุผลักสึนะออกไปก่อนที่จะหันหลับไปเพื่อทำพิธีต่อ

“นารุจัง! มันอาจจะมีวิธีที่ดีกว่านี้ก็ได้นะ!” ฮินารุหยุดนิ่ง ร่างโปร่งเเสงทั้งเก้าร่างที่อยู่รอบๆฮินารุหันมามองสึนะเช่นเดียวกัน ฮินารุเปิดปากพูดเเละทันที่ฮินารุพูดออกมา สึนะก็รับรู้ได้ทันที

“มันจะมีวิธีอะไรได้อีกล่ะ?”

‘มันจะมีวิธีอะไรได้อีกล่ะ?’

ว่านารุจัง…กำลังถูกคนอื่นครอบหงำ

“ว่าไงล่ะ ซาวาดะ สึนะโยชิเอ่ยออกมาสิ” ฮินารุเริ่มมีท่าทีที่เปลี่ยนไป เธอเสยผมก่อนที่จะเท้าเอว สึนะกลืนนํ้าลายหนืดลงคอ 

“คุณคือใครครับ?” ฮินารุที่ถูกใครบางคนครอบหงำเอ่ยออกมา

“ผู้สืบทอดจันทราคนที่สี่ เฮเลน ราซ์” เฮเลนที่ครอบหงำฮินารุอยู่เอ่ยขึ้นมา รีบอร์นที่ได้ยินชื่อจึงเอ่ยสมทบ

“เฮเลน ราซ์หรือว่าจะเป็นผู้หญิงที่คิดจะกำจัดทูรีนิเซตใช่มั้ย?” เฮเลนปรายตามองรีบอร์น

“ถ้ามันใช่เเล้วจะทำไม ธาตุจันทราไม่ควรมีอยู่ตั้งเเต่เเรกเเล้ว ทูรีนิเซตพวกนี้ก็ควรทำลายให้สิ้นซาก”

“…”

“เพราะคนที่เเข็งเเกร่งกว่าย่อมทำร้ายคนที่อ่อนเเอกว่า เพราะฉะนั้นถ้าทำลายทูรีนิเซตรวมถึงไฟธาตุที่อยู่ในร่างกายของทุกคนบนโลกใบนี้มันคงจะง่ายมากกว่า”

“ทั้งมาเฟีย…”

“เด็กหนุ่มสาวที่รังเเกกันเเละกัน” เฮเลนเอ่ยออกมาก่อนที่จะหันหน้าไปทางเช็กเกอร์เฟส

“เเต่เพราะว่านายบอกว่าทูรีนิเซตควรมีอยู่ตั้งเเต่เเรกเเล้วเเละไม่สามารถทำลายมันได้ฉันถึงเปลี่ยนเป้าหมาย” มือเรียวทาบลงหน้าอกของฮินารุเเล้วเอ่ยออกมาด้วยนํ้าเสียงที่เย็นชา

“ถ้าทำลายชีวิตของคนที่สืบทอดธาตุจันทรามันคงจะง่ายกว่านี้เยอะ” สึนะที่ได้ยินจึงเอ่ยขัดทันที

“เเต่คุณก็ไม่ควรที่จะตัดสินชีวิตของคนอื่นนะครับ!” เฮเลนมองหน้าสึนะ 

“เเบบไหนกันที่เรียกว่าถูกต้อง เเเบบไหนกันที่เรียกว่าไม่ถูกต้อง” สึนะสะอึกไป 

“สงครามที่มีเเต่การสูญเสีย เเย่งชิง ริษยา ความเเค้น ฉันเจอมาหมดเเล้ว เจอมาเยอะจนเอียน” เฮเลนย่างก้าวไปหาเช็กเกอร์เฟสก่อนที่จะจิ้มลงที่อกของเขา

“ที่นายฆ่าคนที่สืบทอดธาตุจันทราเพราะว่าคนเหล่านั้นเลือกที่จะทำลายธาตุจันทราสินะ เเต่นายก็ไม่ยอม นายต้องการให้พวกเราอยู่ต่อไปเเบบนี้ หาผู้สืบทอดต่อไปเรื่อยๆ เก็บไว้หาข้อมูล” เฮเลนจ้องหน้าเช็กเกอร์เฟส เธอเอียงหน้าก่อนที่จะมองด้วยหางตาเเล้วเอ่ยขึ้นมา

“ตาเฒ่าคนนั้นไม่อยู่หรอ?” รีบอร์นที่ได้ยินจึงเลิกคิ้วขึ้น 

“เธอหมายถึงทัลโว?” เฮเลนพยักหน้า รีบอร์นดึงปีกหมวกลง

“เขาเสียไปเเล้วล่ะ” เฮเลนเปลี่ยนสีหน้าเล็กน้อย ร่างบางสั่นเล็กน้อยก่อนที่จะถอนหายใจ

“งั้นหรอ ปู่ทัลโวไปเเล้วสินะ” มือเรียวเอื้อมหยิบหินมรกตเล็กน้อยก่อนที่จะบีบมันให้เเตกทันที

เพล้ง!

“หล่อนทำอะไรน่ะ!!!” โกคุเดระเอ่ยขึ้นมา เฮเลนใช้ธาตุจันทรารวบรวมขึ้นมาก่อนที่จะกำหมัดเเน่นเเล้วเเบมือออก พลันเเสงจุกนมของอัลโกบาเลโน่ก็ส่องเเสงขึ้นมา

“เอ๊ะ!”

“นี่มัน….” 

“คุณเฮเลน! คุณคิดที่จะทำอะไรกันเเน่ครับ!” สึนะเอ่ยถามเฮเลนที่ครอบหงำอยู่ เธอหันมาหาสึนะเเล้วเอ่ยออกมา

“สิ่งที่พวกเรา เหล่าผู้สืบทอดธาตุจันทราหวังมาตลอด” เช็กเกอร์เฟสที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งไปหาเฮเลนเเล้วกระชากเเขนข้างหนึ่ง

“จะทำอะไร” เขากัดฟันข่มอารมณ์เอาไว้ เฮเลนเงยหน้ามองเขาเเล้วเอ่ยด้วยถ้อยคำสั้นๆที่เช็กเกอร์เฟสรับรู้เเค่เขาคนเดียว

“ลาก่อนนะคะ….”

(50%) 

 

ต่อตรงนี้ค่ะ

 

 

กลิ่นเเอลกฮอล์ลลอยฟุ้งไปทั่วห้องคนไข้ มีร่างกำลังหลับบนเตียงโดยที่ไม่มีท่าทีที่จะตื่นขึ้นมา บนใบหน้าของเธอใส่หน้ากากหายใจเอาไว้ เเขนที่ถูกเจาะเพื่อหยอดนํ้าเกลือ 

อีกร่างที่กำลังฟุบอยู่ที่เตียงค่อยๆเงยหัวขึ้นมาก่อนที่จะมองคนที่กำลังหลับไหลอยู่ ใบหน้าของเขามีสีหน้าที่เศร้าใจ พลันเขาได้ยินเสียงประตูที่ดังมาจากดังหลังพร้อมกับเสียงที่คุ้นเคยดี

“ฮินารุ เป็นไงบ้าง? เจ้าห่วย” รีบอร์นเดินเข้ามาพร้อมดีโน่ ดีโน่ที่ได้รักษาตัวไปเเล้วจึงเดินเข้ามาหาคนที่กำลังหลับไหลอยู่

“หมอบอกว่ามีโอกาสห้าสิบห้าสิบ” สึนะเอ่ยออกมา ดีโน่เบิกตากว้างเล็กน้อย

“ห้าสิบห้าสิบนี่ ในเรื่องของอะไร?” สึนะมองหน้าดีโน่เเล้วเอ่ยโดยที่สายตาหันไปมองร่างที่กำลังหลับอยู่

“โอกาสที่นารุจังจะตื่นขึ้นมาน่ะครับ” มือหนาของสึนะบีบมือของฮินารุเล็กน้อย รีบอร์นถอนหายใจออกมา

“ไม่เเปลกใจหรอก….” สึนะเเละดีโน่หันไปมองรีบอร์นที่พูดออกมา

“หมายความว่าไงหรอ รีบอร์น?” สึนะเอ่ยถามครูตัวเอง รีบอร์นกระโดดมาอยู่บนเตียงฮินารุเเล้วเเตะที่เเขนของฮินารุเบาๆ

“เฮเลนทำให้ธาตุจันทราที่อยู่ในตัวของฮินารุออกไปเติมเชื้อเพลิงให้จุกนมของพวกเราอย่างละเท่าๆกัน ผลก็คือพวกเรารอดพ้นจากคำสาปเเละจุกนมจะเป็นเเบบนั้นตลอดไปเเต่มันก็เเลกกับการที่ฮินารุไม่มีธาตุให้คงอยู่เวียนในร่างกายของเธอ”

“…”

“การที่ธาตุจันทราของฮินารุหายไปอย่างฉับพลันทำให้ร่างกายรับไม่ไหว สมองจึงตัดการตอบสนองของเธอเอง เหมือนที่เราเห็นกันไงล่ะ” รีบอร์นเอ่ย สึนะย้อนนึกไปถึงตอนที่เฮเลนเอ่ยกับเช็คเกอร์เฟสสำเร็จ

 

หลังจากที่เฮเลนได้ทำให้หินมรกตเเละธาตุจันทรารวมเป็นหนึ่งเดียว พลังของพวกมันกก็เเยกเป็นเจ็ดส่วนพร้อมพุ่งไปหาจุกนมของอัลโกบาเลโน่ ร่างของฮินารุเซไปมาเเต่ก็ได้เช็กเกอร์เฟสรับได้ไว้ทัน เฮเลนลืมตาขึ้นมาก่อนที่จะยื่นบางอย่างให้เช็คเกอร์เฟส

“ฉันฝากของสิ่งนี้ให้เด็กคนนี้ด้วยนะ” เฮเลนเอ่ยเเค่นั้นก่อนที่จะสลบไป เช็คเกอร์เฟสรีบวางตัวของฮินารุนอนกับพื้น เบอร์มิวด้าบินมาหาเช็กเกอร์เฟสเเล้วค่อยๆลดระดับที่บินอยู่ลง

“ลมหายใจเริ่มเเผ่วลงเรื่อยๆ” เบอร์มิด้าเอ่ยเเค่นั้น สึนะวิ่งมาหาฮินารุเเล้วจับมือขึ้นมาก่อนที่จะถ่ายเถธาตุนาภาให้ถึวเเม้จะใช้เยอะเเต่เขาก็ยอมเพื่อให้คนที่ตนรักมีชีวิตกลับมา

‘เเค่นั้นไม่เพียงพอหรอก…’ เสียงของคนที่เช็คเกอร์เฟสคุ้นเคนเอ่ยขึ้นมา

เมื่อจบประโยคนั้นเรเชลเเละพรีโม่จึงปรากฎออกมา สึนะมองพรีโม่ด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ

“หมายความว่ายังไงหรอครับ พรีโม่?” พรีโม่ยิ้มบางๆเเล้วลูบหัวสึนะ

‘ธาตุของเจ้ามันไม่เพียงพอที่จะทำให้ฮินารุฟื้นคืนมาน่ะ’ พรีโม่เห็นสีหน้าของสึนะที่ซีดลง เขาหัวเราะเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยต่อ

‘เเต่ไม่ต้องกังวลหรอก’

‘เอ๊ะ…?’ เรเชลเดินเข้ามาใกล้ฮินารุก่อนที่จะวางมือทาบบนหน้าผาก

‘เเค่ถ่ายเถธาตุให้ฮินารุก็เหลือเฟือเเล้วล่ะ’ เรเชลเอ่ยจบ พรีโม่จึงเอ่ยกับคนที่เหลือ

‘ถ้าพวกเจ้าอยากทำก็เเเตะที่ตัวเดซิโฒ่หรือไม่ก็ฮินารุเเล้วกัน’ พรีโม่เอ่ยเเค่นั้นก่อนที่จะเริ่มถ่ายเถธาตุให้ฮินารุ

คนอื่นๆท่ี่ได้ยินจึงตัดสินใจถ่ายเถให้คนละเล็กคนละน้อยก่อนที่เอ็นมะจะเอ่ยขึ้นมา

“ถ้าพวกเรารวมธาตุเข้าไปในร่างกายฮินารุเเบบนี้ เธอจะไม่เป็นอะไรหรอครับ?” เรเชลที่ได้ยินคำถามจึงตอบเอ็นมะ

‘ไม่ต้องกังวลหรอก เพราะว่าข้าคอยรวมธาตุที่พวกเจ้าส่งมาให้เป็นหนึ่งเดียวกันอยู่’

“หนึ่งเดียวกันหรอครับ?” สึนะเงยหน้าจากการที่กำลังตั้งใจอยู่ เรเชลผงกหัวให้

‘การที่ฮินารุได้รับเข้าไปเเบบนี้ร่างกายก็ต้องใช้เวลาในการปรับตัวเพราะเเบบนั้นให้ทำให้ระยะเวลาในการพักฟื้นน้อยที่สุดเเต่มันก็อาจจะมีผลกระทบตามมาในภายหลัง’

“ผลกระทบ?” เวลเด้

“อ่า หลังจากที่ฮินารุได้รับเข้าไป สมองของเธออาจจะลืมเลือนก็ได้พูดง่ายๆก็คือความทรงจำเสื่อมนั่นเเหละ”

“ความจำเสื่อม?!” รัลตกใจเป็นอย่างมาก เรเชลผละมือออกเเล้วลุกขึ้นยืน พลางมองอาการของฮินารุที่เริ่มดีขึ้นเเล้ว

‘อืม เเต่ว่านั่นก็เเค่ห้าสิบห้าสิบ’ เรเชลเดินไปหาพรีโม่ก่อนที่จะเอ่ยคำจากลา 

‘เพราะพวกเราเเท้ๆทำให้ลูกหลานต้องคอยมาเเก้ปัญหาให้ ขอบคุณมากจริงๆเเต่ว่ามันจะไม่มีอีกเเล้ว การต่อสู้จะไม่มีอีกต่อไป’ เรเชลยิ้มบาง

‘เเต่ในอนาคตพวกเจ้าคงจะเป็นมาเฟียสินะ จีอ๊อตโต้’ พรีโม่ผงกหัว เรเชลมองพรีโม่ที่เลือนรางหายไปก่อนเเล้ว

‘เดซิโม่ จำเอาไว้อย่างหนึ่ง’

“ครับ”

‘ฮินารุน่ะ พร้อมเสมอที่จะอยู่เคียงข้างเจ้า เจ้าควรปกป้องคนที่ตนรักด้วยชีวิตนะ’ เรเชลเอ่ยเเค่นั้นก่อนที่จะขว้างอะไรบางอย่างให้เช็คเกอร์เฟส เขารับมันมาก่อนที่จะเงยหน้ามองเรเชล

‘เราจิกมาจากนายเมื่อกี้น่ะ เฮเลนฝากให้ฮินารุใช่มั้ยล่ะ เพราะเเบบนั้นฝากให้เธออีกครั้งนะ’ 

 

“อืม ก็พอจะเข้าใจอยู่หรอก”

“งั้นก็เลิกทำหน้าซึมได้เเล้วเจ้าห่วย” รีบอร์นมองลูกศิษย์คนที่สองกำลังกุมมือฮินารุอยู่

ก็นะ..เจอเรื่องที่ใหญ่ตัวมาตั้งหลายเรื่องติดต่อกัน จะเป็นเเบบนี้ก็ไม่เเปลก รีบอร์นถอนหายใจออกมาก่อนที่จะไล่ดีโน่ออกไปด้านนอกห้องพร้อมด้วยรีบอร์น

“ถ้าฮินารุตื่นขึ้นมาเเล้วเห็นเเกเป็นเเบบนี้ เธอคงไม่มีความสุขหรอกเจ้าห่วย ยิ้มเข้าไว้ซะ” สึนะชะงักก่อนที่จะหันไปมองรีบอร์นที่เดินออกไปเเล้ว สึนะมองประตูที่ลงกลอนเอาไว้เรียบร้อยราวกับไม่ให้มีใครมารบกวน 

เเหมะ เเหมะ

อ่า…เราคงเป็นเจ้าห่วยเหมือนที่รีบอร์นบอกจริงๆนั่นเเหละ

นํ้าตาสีใสไหลตามนัยน์ตาสีเปลือกไม้ก่อนที่มันจะหยดลงมือของฮินารุที่สึนะเป็นคนจับอยู่ สึนะจับมือขึั้นมาเเนบหน้าผากเเล้วร้องไห้ออกมา

“นารุจัง…ฉันขอโทษนะ ขอโทษที่ไม่สามารถช่วยเธอได้เลย ขอโทษที่ฉันไม่ได้สังเกตอาการเธอตั้งเเต่เเรก” สึนะเอ่ยด้วยนํ้าเสียงที่สั่นพอสมควร

“ถ้าฉันเเข็งเเกร่งขึ้นกว่านี้คงปกป้องเธอได้”

“ฉันยอมทำทุกอย่างถ้าเกิดเธอไม่ฟื้นขึ้นมา…” 

“เพราะว่าฉันรักเธอมากกว่าในโลกใบนี้ยังไงล่ะ”

“ตื่นขึ้นมาเถอะนะ….นารุจัง” สึนะมองใบหน้าของฮินารุที่กำลังนอนหลับอยู่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เจอกันอีกเเล้วนะ เเต่ว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายเเล้วล่ะ” เสียงของเรเชลที่ดังขึ้นมาทำให้ฮินารุในชุดเดรสสีขาวหันไปตามเสียงก่อนที่จะเห็นเรเชลยืนข้างพรีโม่พร้อมโบกมือให้อยู่

“คุณเรเชลเเล้วก็พรีโม่?”

“หมายความว่ายังไงกันคะ ที่ว่าครั้งสุดท้ายน่ะ” เรเชลเดินมาหาฮินารุ มือของเธอวางไว้บนหัวของฮินารุเเล้วลูบไปมา

“ตามนั้นเเหละ ธาตุจันทราที่อยู่ในตัวของฮินารุมันไม่มีเเล้วล่ะเเต่เพราะว่าทุกคนช่วยกันถ่ายเถธาตุให้เธอ ฉันก็เป็นคนที่รวบรวมให้มันเป็นหนึ่งเดียว” ฮินารุมองเรเชลที่มองมาที่เธอด้วยความเศร้า

“เเต่ว่าทำไมกันล่ะคะ ทั้งๆที่ฉันอุตส่าห์เตรียมใจไว้เเล้ว” เรเชลผละมือที่กำลังลูบหัวออกมา เธอกำลังจะอ้าปากตอบเเต่พรีโม่ก็เอ่ยตัดหน้าเธอไปก่อน

“คนเป็นจะทุกข์กับคนที่ตายไปเเล้ว” ฮินารุชะงักเล็กน้อยมองพรีโม่ที่เอ่ยอยู่ 

“เดซิโม่จะเป็นเช่นนั้นถ้าหากเจ้าได้ตายไป” ฮินารุกำเดรสบริเวณหน้าอกเเน่น

“…”

“อันที่จริงเจ้าน่ะยังไม่ถึงอายุขัยหรอก เจ้าสามารถกลับไปได้เเต่ทว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายเเล้ว” พรีโม่เอ่ย เรเชลผงกหัวเพื่อยืนยันคำพูด 

“เป็นเเบบนั้นเองหรอคะ”

“อืม เพราะเเบบนั้นไปเถอะ อย่าให้เขาต้องรอนานเลยนะ” เรเชลจับตัวฮินารุหันหลังก่อนที่จะปรากฎประตูสีขาวที่เเสบตา ฮินารุยกมือบังก่อนที่เรเชลจะผลักหลังให้ฮินารุเดินไปหาประตูนั้น

“จากนี้จะไม่มีการต่อสู้เกี่ยวกับพวกเรารุ่นที่หนึ่งอีกต่อไป” เรเชลกระซิบข้างหูฮินารุ 

“มีความสุขให้มากๆน่ะ ลูกหลานของข้า” สิ้สุดประโยคนั้นเรเชลผลักฮินารุให้เข้าไปในประตูนั้นก่อนที่จะมัยจะปิดลง  เรเชลเท้าเอวพร้อมถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้า พรีโม่ที่เห็นท่าทีของเพื่อนสาวจึงเอ่ยออกมา

“มันจบเเล้วล่ะ เรเชล”

“…”

“ทั้งเรื่องราวเเละการต่อสู้ของพวกเขาด้วยที่เกี่ยวกับพวกเรา” เรเชลที่หันหลังให้พรีโม่ยิ้มบางเล็กน้อย เธอหันมามองพรีโม่

“อื้ม นั่นสินะ!” 

ชั่วเวลานั้นพรีโม่เบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยยิ้มของเพื่อนสาวที่ไม่ได้ยิ้มจากใจมานานเเล้ว พรีโม่ผ่อนไหล่ที่เกร็งมานาน เขายิ้มบางเล็กน้อยก่อนที่จะใช้นํ้าเสียงที่อ่อนโยนเเละอบอุ่นกล่าวกับเรเชล

“เราไปกันเถอะ พวกเขาคงรอนานเเล้ว” พรีโม่เอียงคอไปด้านหลัง เรเชลเดินตามพรีโม่มาอยู่ข้างๆก่อนที่ด้านหน้าของพวกเขาจะปรากฎผู้พิทักษ์ทั้งหกคนของรุ่นเเรกเเละชิม่อนเเฟมิลี่รุ่นเเรก พวกเขายิ้มให้เรเชลเเละพรีโม่ก่อนที่จะเอ่ยประโยคหนึ่งพร้อมกัน

“เหนื่อยหน่อยนะ พรีโม่ เรเชล”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นิ้วเรียวที่ไม่มีท่าทีขยับเริ่มขยับทีละเล็กน้อยก่อนที่เปลือกตาจะค่อยๆลืมขึ้นมาพลางเห็นผนังสีขาวเธอก็รู้ได้ทันที

โรงพยาบาล…

กลิ่นเเอลกฮอลล์ที่คลุ้งไปทั่วทำเอาฮินารุฉุนมากๆ เธอที่รู้สึกถึงนํ้าหนักที่กดทับตรงเเขนจึงค่อยๆมองก่อนที่จะยิ้มออกมาถายใต้หน้ากากที่ช่วยหายใจ 

ผมสีนํ้าตาลฟูฟ่องเหมือนสิงโตกำลังนอนอยู่ด้วยความเหนื่อยล้า ฮินารุมองสึนะที่กำลังหลับอย่าสบายใจก่อนที่จะกระดิกนิ้วเล็กน้อยเพื่อให้เขาตื่น 

“อือ” สึนะที่รู้สึกว่ามีอะไรสะกิดเขาจึงตื่นขึ้นมาก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นคนที่ตนรักกำลังมองมาที่เขาเเล้วยิ้มให้อยู่

“…สึ….นะ” ฮินารุที่พยายามเปล่งเสียงไอเล็กน้อยเพราะว่าไม่ได้ดื่มนํ้าทำให้ลำคอเเห้งผาก สึนะนํ้าตาคลอก่อนที่จะกอดเธอที่นอนอยู่เเล้วพึมพำกับตัวเองว่าเธอฟื้นเเล้ว

“อื้อ หาย….ใจ…ไม่…อ..อก” สึนะที่ได้ยินจึงเด้งตัวออกพร้อมรินนํ้าให้เธอดื่มพร้อมกดปุ่มเรียกพยาบาล

หลังจากที่คุณหมอตรวจร่างกายของฮินารุเรียบร้อยเเล้วก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลเเต่ก็ต้องเพื่อฟื้นร่างกาย ฮินารุมองสึนะที่จับมือเธอเเล้วบีบเบาๆ

“ฉันดีใจนะที่นารุจังฟื้นขึ้นมา” ฮินารุยิ้มบางๆให้สึนะ มือเรียวของเธอยกขึ้นมาจับที่เเก้มของสึนะพร้อมใช้นิ้วโป้งลูบเบาๆ ริมฝีปากที่ได้รับนํ้ามาเเล้วจึงเอ่ยออกมา

“กลับมาเเล้วนะ…สึนะ” สึนะเม้มปาก มือของเขาวางทับมือของเธอเเล้วจับเเน่น เขาก้มหน้าร้องไห้เล็กน้อยเพราะความสุขก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมามองเธอพร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยนํ้าตา

“ยินดีต้อนรับกลับมานะ นารุจัง”

________________________________________________________

:อีกครึ่งหนึ่งถ้าทันก็จะไม่เกินวันอังคารหน้าเเน่นอนค่ะ!!! ตอนนี้ได้ร่างตอนจบเอาไว้เรียบร้อยเเล้วค่าาาา

 

:สุดท้ายก็ไม่ทันวันอังคารเนื่องจากสัปดาห์นั้นเป็นวันสอบค่ะ เเต่ว่าไรท์สอบเสร็จเเล้ว ตอนหน้าจบเเล้วนะคะ เร็วมากเลยค่ะ ฝากด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 143 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

295 ความคิดเห็น

  1. #229 icesupicha (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 21:21

    ฮือออ จะมีความสุขแล้วสินะ ใกล้จบแล้ว

    #229
    0
  2. #228 Pattamawan (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 07:58

    งื่อๆจะจบแล้ววรเลยคร้า
    #228
    0
  3. #227 wing999 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 06:25
    ดีต่อใจ
    #227
    0
  4. #226 Miracle_Angel​ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 / 21:38
    แงง ดีใจ
    #226
    0
  5. #225 Onnalin- (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 / 20:47
    น้องงงงง อย่าเป็นไรน๊าาาาา
    #225
    0
  6. #224 icesupicha (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2563 / 21:49

    อุแงงงง น้องงงง ไม่น๊าาาาา

    #224
    0
  7. #223 wing999 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2563 / 14:22
    ค้างงงงงงงงงรออยู่เด้อ
    #223
    0
  8. #222 liguyi (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 21:51
    ค้าง~~~~
    #222
    0
  9. #221 Pattamawan (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 21:02
    ปวดตับเลยนะจุดๆนี้(╥﹏╥)(╥﹏╥)(╥﹏╥)
    #221
    0
  10. #220 MC ZERO (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 21:02
    ค้างงงงงงง
    #220
    0