『FIC REBORN/KHR』赤い月 - จันทราสีอำพัน

ตอนที่ 26 : [SPECIAL PART] : BLACK MOON

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,174
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 132 ครั้ง
    19 ก.ย. 63

 

 

TITLE : ถ้าฮินารุไม่ใช่คนรักของสึนะโยชิ

RATE : PG (DRAMA)

WARNING : ปวดตับเเน่นอนค่ะ เเต่ตอนท้ายไม่ตับนะ

 

ใครที่อ่านในเว็บหรือคอมสามารถเปิดเพลงนี้เพื่อบิ้วท์อารมณ์ไปด้วยได้ค่ะ

 

"..." ชิสุคานิ ฮินารุในวัยสิบเเปดปีหรือมัธยมศึกษาปีที่ห้า โรงเรียนนามิโมริกำลังยืนช็อคกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่

ใต้ต้นซากุระในเดือนเมษายนหรือก็คือวันเปิดเรียนครั้งเเรกของเธอ ต้องมาเจอเรื่องที่สะเทือนใจมากที่สุด

"ผมชอบเธอนะ เคียวโกะจัง!"

"ได้โปรดเป็นเเฟนกับผมที!!!" ซาวาดะ สึนะโยชิเพื่อนสนิทของเธอตั้งเเต่ประถมหรือก็คือเพื่อนที่เธอเเอบรักข้างเดียวกำลังสารภาพรักกับดาวของโรงเรียน ซาซางาวะ เคียวโกะอยู่

"อะ..อืม ฉันก็รู้สึกเเบบเดียวกับสึนะคุงนะ" เคียวโกะก้มหน้าด้วยความเขินอาย สึนะในตอนนี้เป็นคนดังหรือก็คือเดือนของโรงเรียน

"ทำไมกัน...." ฮินารุพึมพำกับตัวเองเเล้วมองทั้งสองคนที่กำลังกอดกันใต้ต้นซากุระที่งดงามเเต่สำหรับเธอนั้นไม่ใช่เลย ฮินารุเม้มปากหูของเธอก็ได้ยินเสียงเเสดงความยินดีไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมห้อง โกคุเดระ ยามาโมโตะ เรียวเฮ ฮารุเเละโคลม ชิม่อนเเฟมิลี่

"สึนะ..." ทั้งๆที่ตัวเราชอบก่อนเเท้ๆ ทั้งๆที่เราช่วยสึนะมามากมายไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้กับวาเรีย โลกอนาคต พิธีสืบทอดเเละคำสาปสายรุ้ง เราเป็นคนที่ปลอบใจสึนะเเละอยู่เคียงข้างมาตลอด ในโลกอนาคตนั้นเราไม่ได้เป็นคนรักกันเเต่เราก็พยายามที่จะให้สึนะรักเรา

มือเรียวยกเเหวนจันทราขึ้นมาก่อนที่จะมองลวดลายของมัน เเล้วเอ่ยด้วยนํ้าเสียงที่เเผ่วเบาเเต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

"เเม่คะ คุณเรเชล พรีโม่ ไม่ไหวเเล้วนะคะ...ทั้งๆที่พยายามมาตลอดเเต่ว่าผลลัพธ์มันไม่ใช่เลย" ฮินารุมองภาพตรงหน้าที่เริ่มหมองขึ้นมา มือเรียวยกขึ้นเช็ดนํ้าตาที่กำลังไหลรินเเล้วหันหลังให้กับภาพที่งดงามนั่น

ฮินารุเดินมาที่ดาดฟ้าก่อนที่จะพิงตะเเกรงที่กั้นไว้ไม่ให้นักเรียนตกลงไป ร่างบางทรุดลงเเล้วร้องไห้ออกมาเสียงดังเเต่ไม่มีใครได้ยินเพราะนักเรีบนส่วนใหญ่กำลังเเสดงความยินดีกับสึนะเเละเคียวโกะ

"ฮือๆ ทำไม...ทำไมกันล่ะ?" มือเรียวทุบพื้นด้วยความเจ็บใจ เเม้เลือดเริ่มออกเเต่ก็ไม่รู้สึกเจ็บเลย

"ทั้งๆที่เรามาก่อน ช่วยเหลืออยู่เคียงข้างเเต่ทำไม?"

'นารุจังเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเลยล่ะ!' สึนะหันมายิ้มให้เธอใต้ต้นซากุระในวันจบการศึกษามัธยมต้น ฮินารุยิ้มบางพลางกระชับกระบอกที่ใส่เกียรติบัตรจบการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น

"เเม่คะ..." มือบางกำจดหมายรักในมือเเน่น ทั้งๆที่เธอรวบรวมความกล้าในการมาหาสารภาพรักกับสึนะเเต่ว่า…เเต่ว่ามันกลับ

‘หนูจะรู้เอง ว่าความรักมันสดใสมากเลยนะ’ ฮินารุกุมหัวเเน่นพลางส่ายหัว

สดใสอะไรกัน……ทั้งๆที่มีคนเคยบอกกันมาว่ารักเเรกจะไม่มีทางสมหวังได้ คราเเรกเธอไม่เชื่อเพราะมันเป็นเเค่คำงมงายเพื่อให้คนที่ชอบเลิกไปเเต่ตอนนี้เธอเลือกที่จะเชื่อคำๆนั้น 

ทั้งเจ็บปวด ทรมาน ทุกๆคำที่เขาเอ่ยบอกเคียวโกะว่าชอบเเละรัก ทำให้บาดเเผลในใจของเธอเสียดลึกราวกับมีมีดมากรีดหัวใจเธอด้วยความเจ็บปวด

ทั้งๆที่รู้อยู่เเล้วว่าสึนะชอบเคียวโกะ เเต่เธอก็ดันทุรังทำทุกวิถีทางเพื่อให้สึนะหันมามองเธอบ้าง เเต่ว่าก็ไม่เลย….สึนะเป็นห่วงเธอเพราะว่าเป็นเพื่อนเท่านั้น

เท่านั้นเอง…..

ทุกครั้งที่สึนะมาขอคำปรึกษาเกี่ยวกับของที่ผู้หญิงน่าจะชอบหรือสิ่งที่เคียวโกะชอบ นั่นทำให้เธอเจ็บปวดเเต่ก็ต้องกลั้นใจไม่ให้ร้องไห้เเล้วเเสร้งไปตอบไป เพราะว่าเคียวโกะก็คือเพื่อนของเธอ

เเม้ในใจจะเจ็บปวดร้าวมากเเค่ไหนก็ไม่สามรถระบายให้ใครฟังได้เลย ได้เเต่เก็บไว้เเละระบายออกมาเมื่ออยู่ในห้องคนเดียว ฮินารุเลือกที่ไม่อยากจะปรึกษาใคร เพราะนี่คือปัญหาของเธอไม่ใช่ของพวกเขา

ฉะนั้นทุกครั้งที่พวกเขาเห็นเธออาการไม่ดี พวกเขาจะถามด้วยความเป็นห่วงเเต่ฮินารุก็ตีสองหน้าเอ่ยบอกว่าไม่เป็นไร

ในตอนที่เคียวโกะตกอยู่ในอันตราย สึนะเลือกที่จะฝากเคียวโกะไว้กับเธอ เพราะว่าเธอเป็นเพื่อนที่เขาเชื่อใจมากที่สุด เเน่นอนว่าฮินารุยอม เพราะว่าทั้งเคียวโกะเเละสึนะคือเพื่อนของเธอ

“ฮึกๆ ฮือๆ” มือเรียวเช็ดนํ้าตาที่ไหลไม่หยุดก่อนที่จะขยุ้มกระโปรงนักเรียนเเน่น

ทั้งๆที่รู้อยู่เเล้วว่าพวกเขาชอบกันเเละกันก็ยังหน้าด้านไปจีบเเละทำให้เขาสนใจตัวเราเองนี่นา….ฮะๆ เรานี่มันบ้าชะมัด

….บ้า…..งั้นหรอ?

คนบ้าที่คลั่งในความรักจนทำให้เราเป็นเเบบนี้?

เพราะชอบเลยเจ็บปวดเเบบนี้หรอ?

เพราะพวกเขาชอบเลยไม่มีสิทธิ์?

ความรักเป็นสิ่งที่สดใสงั้นหรอ?

รักเเรกจะสมหวังเสมอ?

โกหก…..โกหกทั้งเพ

ฮินารุหยุดเช็ดนํ้าตาพลางยันตัวขึ้นเเล้วหันไปมองนักเรียนในโรงเรียนที่เเสดงความยินดีให้สึนะเเละเคียวโกะ เคียวโกะเขินอายมากๆ สึนะก็เช่นกันเเต่เขาก็โอบกอดเคียวโกะเพื่อไม่ให้ใครมองเคียวโกะเพื่อทำให้รู้สึกอายไปมากกว่านี้ นั้นจึงทำให้มีเสียงเเซวขึ้นมา 

ฮินารุเม้มปากเเล้วหันหน้าไปทางอื่นก่อนที่จะเบิกตากว้างเมื่อเห็นใครบางคนที่ยืนมองเธออยู่ มือเรียวเผลอกำจดหมายในมือเเน่น นัยน์ตาสีอำพันสั่นระริก ร่างกายสั่นเล็กน้อย ริมฝีปากที่เม้มมานานอ้าออกมาเเลัวเปล่งเสียงออกมา

“รุ่นพี่….” เจ้าของดวงตาสีดำคมกริบมองมาที่เธอ มือที่ถือท่อนฟาใต้เสื้อคลุมหัวหน้ากรรมการคุมกฎ เรือนผมสีดำสนิทที่พลิ้วไปมาเพราะลมบนดาดฟ้า เขามองเธอที่มีนํ้าตานองหน้าก่อนที่จะเอ่ยขึ้นมา

“คุณมาทำอะไรที่นี่?” ฮิบาริ เคียวยะ ผู้พิทักษ์เมฆาเอ่ยออกมาด้วยนํ้าเสียงนิ่งๆเเต่เเววตาของเขาที่ไม่ได้ดุร้ายทำให้ฮินารุผ่อนคลายลงอย่างไม่น่าเชื่อ

“คะ…เเค่มาสูดอากาศเท่านั้นเองค่ะ ไม่มีอะไรหรอก” ใบหน้าเรียวหันหน้าหนีเพื่อไม่สบตากับฮิบาริ เคียวยะเเต่ดันโชคร้ายเมื่อเห็นภาพที่เธอไม่อยากมากที่สุด 

เเค่เห็นภาพนั้นก็ทำให้ฮินารุเจ็บปวดมากที่สุด…..

สึนะจับคางของเคียวโกะขึ้นมาก่อนที่จะจูบต่อหน้านักเรียนหลายร้อยคน เสียงกรีดร้องด้วยความเขินอายเเละอิจฉาดังขึ้นมาระงม เเต่ไม่ใช่สำหรับฮินารุ มือเรียวคลายมือที่กำจดหมายออกมาพลางมองหน้าซองจดหมาย

‘ถึง ซาวาดะ สึนะโยชิ’

“…” ฮินารุมองนิ่งๆก่อนที่จะทำอะไรบางอย่างกับมัน เมื่อคิดอะไรออกจึงหันไปถามฮิบาริ เคียวยะที่กำลังยืนมองเธอเช่นกัน

“รุ่นพี่คะ”

“…”

“พอจะมีไม้ขีดไฟให้ฉันมั้ยคะ?”

“ในโรงเรียนห้ามวางเพลิง” ฮิบาริ เคียวยะตอบทันที เขาเดินเข้ามาใกล้เเล้วก้มหน้ามองฮินารุเล็กน้อยก่อนที่จะยื่นบางสิ่งให้ มือเรียวของฮินารุรับมันก่อนที่จะกระตุกยิ้ม

ไม้ขีดไฟ…

“เเค่นาทีเดียวเท่านั้น” ฮินารุผงกหัว ฮิบาริ เคียวยะหัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนที่จะหมุนตัวกลับเพื่อไปที่ห้องกรรมการคุมกฎ มือที่ถือท่อนฟามาตลอดเอื้อมมาลูบหัวของฮินารุเเล้วขยี้เบาๆ

“!!!”

“เสร็จเเล้ว มาพบผมด้วย” ฮิบาริ เคียวยะเอ่ยเเค่นั้นเเล้วเดินจากไป ฮินารุมองเเผ่นหลังของรุ่นพี่หน้านิ่งก่อนที่จะเอ่ยตอบรับ

“ค่ะ”

“…” เมื่อเห็นว่าฮิบาริ เคียวยะเดินออกไปเเล้ว มือเรียวจึงกำกล่องไม้ขีดไฟเเน่น ร่างบางคุกเข่าเเล้ววางซองจดหมายพร้อมค้นบางอย่างในกระเป๋ากระโปรงเมื่อเจอเเล้วจึงเอาออกมา

“กำไลข้อมือที่สึนะให้ในวันเกิด…” ฮินารุมองมันด้วยความคิดถึงเเต่ชั่วพริบตาก็วางมันพร้อมกับซองจดหมาย เธอหันซ้ายขวาก่อนที่จะเห็นของที่ต้องการ 

ขาเรียวเดินไปหยิบสิ่งนั้นมาพลางอ่านฉลากให้เสร็จสรรพ เมื่อเห็นว่าตรงคุณสมบัติที่เธอต้องการจึงเปิดฝาเเละราดใส่กำไลข้อมือเเละซองจดหมายนั้นไป เมื่อเทเสร็จเเล้วจึงนำไปเก็บเเล้วใช้ไม้ขีดจุดไฟขึ้นมา

ลมที่พัดปลิวไสวทำให้ฮินารุสูดลมหายใจเข้าลึกๆเเล้วมองนกหลายตัวที่กำลังบินอยู่บนฟ้าอย่างอิสระ ริมฝีปากบางกลับมาเรียบเฉยก่อนที่จะเอ่ยขึ้นมาเบาๆ

“ถ้าฉันบินได้เหมือนพวกเเก ฉันก็จะเป็นอิสระใช่มั้ย?”

“…”

“…”

“คิดดีเเล้วหรอ?” เสียงของใครบางคนที่ดังขึ้นมาทำให้ฮินารุหันไปมองเเล้วพึมพำออกมาเบาๆ

“รีบอร์น…เเล้วก็อัลโกบาเลโน่” ฮินารุมองอัลโกบาเลโน่ที่เดินเข้ามาหาเธอ ถึงเเม้จะคลายคำสาปได้เเล้วร่างกายของพวกเขาก็เติบโตมาเป็นเด็กประถมซะเเล้ว

“อื้ม คิดดีเเล้วล่ะ” ฮินารุเอ่ยเบาๆก่อนที่จะทิ้งไม้ขีดที่จุดไฟลงไป

พรึบ!

ไฟเริ่มลุกโชนจากการที่เทนํ้ามันลงไป ฮินารุมองซองจดหมายที่กำลังเผาไหม้อยู่ ในใจเธอไม่รู้สึกอะไรกับซองจดหมายเเละกำไลข้อมือนั้นเลย

“ไม่เป็นไรนะคะ” ยูนิวางมือที่ไหล่ของฮินารุเเล้วบีบเบาๆ ฮินารุตัวสั่นขึ้นมาเมื่อได้คำปลอบใจที่อยากได้ยินมากที่สุด

ไม่เป็นไรนะ….

“ฮึก….ฮือๆ” ฮินารุหันมากอดยูนิเเน่นจนยูนิตั้งตัวไม่ทันเลยทำให้พวกเธอล้มลงไปเเต่ยูนิก็ยังกอดเธอเเล้วลูบหัวพร้อมเอ่ยกับเธอด้วยเสียงที่อ่อนโยน

เเค่นี้เท่านั้น….เธอเเค่อยากได้คำปลอบใจเท่านั้นเอง……

“ฮินารุ เธอเริ่มต้นใหม่ได้นะ” รีบอร์นในร่างเด็กประถมจับมือเธอขึ้นมา ฮินารุเงยหน้ามองรีบอร์นที่ยิ้มให้เธอ เหล่าอัลโกบาเลโน่ก็ลูบหัวเธอเบาๆคนละที ฮินารุยิ่งร้องไห้ออกมาอีก

ไฟที่เริ่มลุกไหม้ช่วงเเรกๆค่อยๆเบาลงเเล้ว เศษกระดาษที่ไหม้เกรี้ยมกับกำไลข้อมือที่ดำไปหมดปรากฎให้ฮินารุเห็น นัยน์ตาสีอำพันไม่ได้มองมันเลย มือเรียวเเค่โอบกอดยูนิเเน่นขึ้นไปอีกเพื่อไม่ให้ตนรู้สึกเดียวดาย

“ฮือๆ เเค่อยากได้ความรักมันทำให้คนเราเป็นได้ขนาดนี้เลยหรอ?” ฮินารุตั้งคำถาม รีบอร์นที่เห็นลูกศิษย์ตัวเองที่เป็นเเบบนี้ก็ย้อนไปดูตัวเองที่ตนรักลูเช่ พอลูเช่ตายตนก็ไม่ได้เป็นเเบบนี้หรอก เเต่พอเห็นลูกศิษย์ตัวเองเป็นเเบบนี้มันก็อดไม่ได้จริงๆ

“ไม่หรอกครับ ฮินารุ” ฟงเอ่ย ฮินารุเงยหน้ามองอาจาร์ยของตน ฟงยิ้มบางเเล้วเดินเข้ามาหาเธอ

“สิ่งที่ฮินารุเป็นขนาดนี้เพราะความรู้สึกที่มีต่อคุณซาวาดะไม่ใช่หรอครับ?”

“…”

“ถ้าฮินารุตัดใจจากเขาได้ ความรักก็สามารถมาหาคุณได้อีกครั้งนะครับ”

“ฮึก เเต่ว่าคนอย่างหนูมีสิทธิ์ด้วยหรอ?” ฮินารุซุกเข้าที่ไหล่ของยูนิ

“มีสิคะ ทุกคนมีสิทธิ์หมดเเต่อยู่ที่ว่าตัวเราเองจะรับรึเปล่า?” ยูนิเอ่ยข้างๆหูของเธอ มือของยูนิลูบหัวเธอไปมา

“…”

‘เเม่คะๆ’

‘มีอะไรหรอคะ?’

‘พ่อกับเเม่รักกันได้ไงหรอคะ?’ 

‘อืม…..’

‘เพราะว่าพ่อเขามาสารภาพน่ะสิ ว่าชอบเเม่ เลยจีบไปมาจนมาเป็นคู่รักกันนะค่ะ’ 

“…” ฮินารุนึกได้ถึงอดีต เธอหัวเราะเล็กน้อยก่อนที่จะหลับไปเพราะร้องไห้หนัก

“หลับไปเเล้วล่ะค่ะ” ยูนิเอ่ยบอก รีบอร์นพยักหน้าพลางเดินไปอยู่ที่รั้วกั้นเเล้วมองลงมาเห็นสึนะเเละเคียวโกะกำลังจับมือเเล้วเดินเข้าอาคารเรียนโดยที่มีเพื่อนๆของพวกเขาเข้ามาพูดคุยด้วย

“…”

“รีบอร์น เอาไงต่อล่ะโว้ยเฮ้ย” โคโรเนโล่เอ่ยขึ้นมา รีบอร์นพึมพำว่านั่นสินะเเล้วหันมามองอัลโกบาเลโน่ที่พ้นคำสาปเรียบร้อยเเล้ว

“ถ้าฮินารุอยากตัดขาดกับสึนะจริงๆ ฉันก็มีเเผนให้เธอเรียบร้อยเเล้วล่ะ” รัลที่ได้ยินจึงเอ่ยถาม

“หรือว่า…?”

“อ่า ฮินารุเป็นลูกศิษย์ที่ฉันรักมากเลยนะ เหมือนลูกเลยล่ะ เพราะฉะนั้นเวลาเห็นยัยเด็กนี่ร้องไห้ คนเป็นครูก็ต้องทำทุกวิถีทางสิ” รีบอร์นเดินเข้ามาหาฮินารุเเล้วลูบหัวด้วยความเอ็นดู

“เเล้วอีกสองคนล่ะ?” มาม่อนเอ่ย รีบอร์นหันมามองเเต่ก็ยังไม่ผละมือที่กำลังลูบหัวฮินารุอยู่

“ดีโน่น่ะดูเเลตัวเองได้เเละตอนนี้เจ้าห่วยก็เปลี่ยนไปเเล้ว เหลือเเต่ฮินารุ….”

“…”

“เเน่นอนว่าฉันก็ยังเป็นห่วงเจ้าห่วยสองคนนั้นอยู่เเต่เพราะพวกนั้นมันเป็นผู้ชายเเต่ฮินารุเป็นผู้หญิง เธอได้รับภาระหนักมากเกินไปทั้งผู้สืบทอดธาตุจันทราของเรเชล ศูนย์กลางของวองโกเล่ ความรักอีก ฉันจะไม่เเปลกใจเลยถ้าฮินารุจะเป็นเเบบนี้” รีบอร์นเอ่ยด้วยนํ้าเสียงนิ่งๆ

“นั่นก็หมายความว่านายคิดมาก่อนเเล้วหรอ?” เวลเด้เอ่ยพลางดันเเว่นที่หลุดเล็กน้อยให้เข้าที่ 

“ใช่….ตั้งเเต่ศึกชิงเเหวนกับวาเรีย” 

“นานเหมือนกันนะครับ” ฟงเอ่ย รีบอร์นผงกหัว

“เพราะฉันสังเกตุไง ฮินารุดูเก็บความรู้สึกไว้กับตนเองไม่เคยระบายกับใครเลยน่ะสิ เลยเป็นห่วงตั้งเเต่ตอนนั้นเเล้ว”

“พอมาเห็นเรื่องเเบบนี้ ฉันเลยไม่เเปลกใจไง”

เหล่าอัลโกบาเลโน่ที่เห็นจึงรู้สึกเศร้าไปตามๆกัน ยูนิที่เห็นว่าบรรยากาศมันเงียบๆจึงเอ่ยขึ้นมา

“เเต่ว่านะคะ จะทำยังไงกับฮินารุจังดีล่ะคะ?” รีบอร์นหันมามองฮินารุเเล้วเอ่ยขึ้นมา

“ไม่เป็นไรหรอก ออกมาได้เเล้วล่ะ” ประโยคเเรกเอ่ยกับยูนิเเต่อีกประโยคก็ตะโกนให้กับคนที่หลบอยู่หลังประตู 

คนที่ถูกเรียกค่อยๆเดินออกมา อัลโกบาเลโน่ที่เห็นจึงอุทานออกมา

“นายเองหรอเนี่ย?” มาม่อนบ่นเล็กน้อยเเต่เมื่ออีกฝ่ายส่งสายตาเขม็งมาให้มาม่อนจึงหันหน้าไปทางอื่น

“นึกว่าใครที่เเท้ลูกศิษย์ฉันนี่เอง” สคัลเอ่ยด้วยความตื่นเต้น

“ใครลูกศิษย์คุณ?”

“อึ๋ย! กลัวเเล้วครับ!!!” 

“ฝากฮินารุด้วยนะ” รีบอร์นเอ่ย เขามองหน้ารีบอร์นเเล้วหันไปมองฮินารุที่หลับไปเเล้วคาอ้อมกอดของยูนิ เขาไม่ได้พูดอะไรเเค่ช้อนตัวฮินารุขึ้นมาเเล้วเดินออกไปทันที

“นี่รีบอร์นที่บอกว่าเตรียมเเผนไว้เเล้วนี่คือ?” รัลที่พอจะเดาเหตุการ์ณได้จึงเอ่ยถามรีบอร์นที่กำลังยกยิ้มอยู่

“อ่า….อย่างที่คิดนั่นเเหละ” 

.

..

“ฉันจะให้ฮินารุเรียนที่ต่างประเทศถ้าฮินารุต้องการ” เเละสายตาของรีบอร์นไม่มีทางโกหกเลย

 

 

 

 

 

 

“นารุจัง ไม่สบายงั้นหรอ?” สึนะเอ่ยด้วยความตกใจเมื่อขึ้นมาบนดาดฟ้าเนื่องจากครูมีประชุมกะทันหันทั้งโรงเรียนเลยยกเลิกการเรียนทั้งๆที่เป็นวันเเรกของการเรียนมัธยมปลายปีที่ห้า

“อ่า เห็นบอกว่าปวดหัวน่ะ” รีบอร์นเอ่ยเเต่ไม่ได้หันไปมองหน้าสึนะเลย เขามองเเต่ท้องฟ้า

“งั้นหรอ นี่ตอนกลางวันไปหานารุจังกันมั้ย ทุกคน” สึนะหันไปถามเพื่อนๆ

“เอาสิ เป็นห่วงรายนั้นอยู่เหมือนกัน” ยามาโมโตะเอ่ย โกคุเดระเบ้ปาก

“ถ้ารุ่นที่สิบว่าเเบบนั้นล่ะก็”

“ค่ะบอส” โคลมพยักหน้า

“อย่าดีกว่านะ” รีบอร์นดักเอาไว้

“เอ๊ะ ทำไมล่ะ?” สึนะเอ่ยถาม รีบอร์นไม่ได้ตอบอะไรเเต่หันมาหาสึนะ

“ตอนนี้ฮินารุไม่อยากเจอใครน่ะ”

“…” สึนะเลิกคิ้วเล็กน้อยเเต่ก็ยอมพยักหน้าโดยดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“อือ…” ฮินารุลืมตาขึ้นมาก่อนที่จะเห็นเพดานห้องที่เป็นสีขาว พอขยับร่างกายเล็กน้อยก็รู้สึกว่ามีผ้าห่มสีฟ้าเข้มห่มให้เธออยู่ มือเรียวค่อยๆลุกขึ้นมาก่อนที่จะกวาดสายตาไปทั่วบริเวณก่อนที่จะอุทานออกมาทันที

“ห้องกรรมการคุมกฎนี่นา” เธอพึมพำเบาๆ ก่อนที่จะมองไปที่โต๊ะของหัวหน้ากรรมการคุมกฎเเล้วเบิกตากว้าง

“รุ่นพี่?” ฮิบาริที่รู้ตั้งเเต่ฮินารุตื่นเเล้วจึงเบนสายตาที่กำลังอ่านหนังสืออยู่หันมามองเธอ ฮิเบิรด์ที่อยู่บนหัวของเขาก็บินออกไปนอกห้อง ฮิบาริลุกขึ้นเเล้วเดินไปปิดหน้าต่าง 

“…” ฮินารุมองการกระทำของฮิบาริงงๆก่อนที่จะพับผ้าห่มให้เรียบร้อยเเล้วลุกขึ้นจากโซฟาเเล้วโค้งตัวให้

“ว่าเเต่ว่ารุ่นพี่เรียกฉันมามีอะไรรึเปล่าคะ?” ฮินารุเอียงคองงๆด้วยความสงสัย ฮิบาริวางหนังสือที่ตนอ่านก่อนที่จะเดินเข้ามาใกล้เธอเเล้วเอ่ยนิ่งๆ

“คุณน่ะ…ทำใจได้รึยัง?” ฮินารุเลิกคิ้ว

“ทำใจ…..เรื่องนั้นน่ะหรอ” มือเรียวยกเเหวนจันทราขึ้นมาเเล้วเอ่ย

“ของเเบบนั้นภายในวันเดียวใครจะไปทำใจได้ล่ะ” ฮินารุหัวเราะเยาะตัวเองเเล้วทรุดตัวลงที่โซฟาเเล้วใช้มือเรียวกุมขมับเอาไว้

“…”

“เห็นคนที่ตัวเองชอบไปชอบคนอื่น เเถมยังสารภาพกันเสร็จสรรพ เเต่ตัวเองก็กลายเป็นหมาหัวเน่าไปซะงั้น ฮะๆน่าสมเพชจริงๆเลย” ฮินารุก้มหน้าไม่มองหน้าฮิบาริ

“นี่รุ่นพี่ สงสัยฉันคงจะเหมือนฉายาที่รุ่นพี่บอกไว้เลยล่ะ”

‘สัตว์ที่กินพืชเเละเนื้ออย่างคุณจะมีโอกาสมั้ยล่ะ?’

“ตอนนั้นฉันก็ไม่ได้คิดอะไรมากเเต่พอมาเจอเเบบนี้คงจะจริงเเหละ บางครั้งก็อ่อนเเอ บางครั้งก็เข้มเเข็ง” ฮินารุกำหัวเเน่น ฮิบาริมองฮินารุนิ่งๆก่อนที่จะเอ่ยออกมา

“ก็ทิ้งไปซะสิ”

“คะ?” ฮินารุเงยหน้ามองฮิบาริที่กำลังก้มหน้ามองเธออยู่

“ทั้งความรักที่งี่เง่าเเละอ่อนเเอเเล้วกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้เเล้ว” ฮิบาริเอ่ย ฮินารุชะงักไปเล็กน้อย

“…”

“อยู่คนเดียวมีเเต่จมปลักไปเปล่าๆงั้นก็ระบายออกมาสิ” ฮิบาริวางเเขนกั้นฮินารุเอาไว้ทั้งสองข้างเพื่อไม่ให้เธอขยับหนีไปไหนได้ ฮินารุมองใบหน้าของฮิบาริที่เข้ามาใกล้

“…”

“…”

“…”

เกิดความเงียบขึ้นในห้อง ฮินารุได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงาน เสียงของนักเรียนนอกห้องที่โวยวายกันเเต่ฮิบาริไม่ได้สนใจ เสียงของบางสิ่งที่กำลังตีกลองอยู่รัว

ตึก ตัก ตึก ตัก

มือเรียวกำโซฟาเเน่นเเล้วเอ่ยออกไป

“ทำไม…” ฮิบาริเลิกคิ้วเเต่ก็ยังรับฟังอยู่

“ทำไมถึงทำเเบบนี้ล่ะคะ รุ่นพี่” ฮินารุเอ่ยถามฮิบาริ 

“…”

“…”

“ต้องมีเหตุผลด้วยรึไง?” ฮิบาริลดเเขนที่กั้นเอาไว้ก่อนที่จะฉุดเเขนของฮินารุขึ้นมาเเล้วดึงเข้ามากอดเธอเเน่น ฮินารุเบิกตากว้างด้วยความตกใจปนสับสน ใบหน้าเรียวที่ได้ยินเสียงหัวใจของรุ่นพี่เมฆาเต้นอยู่จึงสงบลงได้

ทำไมเสียงหัวใจของคนๆนี้ถึงทำให้ใจเราสงบลงได้ล่ะ? มือเรียวที่อยู่ข้างลำตัวสั่นเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆยกขึ้นมาเเล้วกำเสื้อเชิ้ตสีขาวบริเวณสีข้างเเน่น ฮิบาริมองท่าทางของฮินารุเเล้วเเค่นหัวเราะเล็กน้อย 

มือสากที่ผ่านการจับท่อนฟายกขึ้นลูบหัวของฮินารุเล็กน้อย สัมผัสที่อบอุ่นเเละเต็มไปด้วยความอ่อนโยนทำให้ฮินารุรู้สึกว่าภาพตรงหน้าเริ่มมัวๆขึ้นมา 

“ร้องไห้เเล้วรึไง?” ฮิบาริทักเมื่อรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างชื้นๆบริเวณไหล่ของตน ฮินารุที่ได้ยินดังนั้นจึงทุบเข้าที่สีข้างเบาๆเป็นการว่าเล็กน้อย ฮิบาริขบขันเล็กน้อยเเต่ก็ยอมลูบหัวฮินารุเเต่โดยดี

“….” เสียงร้องไห้ของอินารุนั้นไม่มี มีเเต่นํ้าตาที่ไหลลงมา มือเรียวกำเเน่นเเล้วทุบเเผงอกของฮิบาริไปมาเพื่อระบายอารมณ์เเต่เธอก้ไม่ได้พูดอะไร

ฮิบาริยังคงลูบหัวเธอต่อไปเเละไม่ว่าเธอเลย จนกระทั่งฮินารุยอมวางมือเเล้วลดข้างไว้ที่ลำตัวเหมือนเดิมเเล้วพูดด้วยเสียงอู้อี้เพราะว่าตอนนี้เธอยังคงใช้ไหล่ของฮิบาริในการซุกอยู่

“ปกติต้องว่าไม่ใช่หรอคะ?” ฮิบาริที่ได้ยินคำถามเลยตอบ

“ครั้งนี้จะยอมปล่อยผ่าน” ฮินารุที่ได้ยินจึงยิ้มขึ้นมา

‘ถ้าฮินารุตัดใจจากเขาได้ ความรักก็สามารถมาหาคุณได้อีกครั้งนะครับ’

‘ทุกคนมีสิทธิ์หมดเเต่อยู่ที่ว่าตัวเราเองจะรับรึเปล่า?’

‘ไม่เป็นไรนะคะ’ 

‘ฮินารุ เธอเริ่มต้นใหม่ได้นะ’

ร่างบางยกมือขึ้นมากอดตัวของฮิบาริเเน่นเเล้วร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ฮิบาริที่เห็นจึงกอดเธอเเน่นขึ้นเเล้วกระซิบข้างหูเธอซํ้าไปมาในระหว่างที่เธอร้องไห้

“ไม่เป็นไร ผมยังอยู่ตรงนี้กับคุณ”

ในเมื่อรักเเรกของเราไม่สมหวัง เราก็จะค้นหารักที่เเท้จริงของเราต่อไป……

______________________________________________________________________________

TALK WITH WRITER : ตอนพิเศษจบเเล้วค่าาา สารภาพเลยว่ายุ่งยากโคตรๆเพราะว่าต้องบิวท์อารมณ์ตัวเองโดยการฟังเพลงเศร้า คิดเนื้อเรื่อง เเต่นี่คือตอนพิเศษนะคะ ไม่ใช่เนื้อเรื่องหลัก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 132 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

295 ความคิดเห็น

  1. #201 YuYui (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 15:44
    ประท้วงค่ะ!!! ให้ท่านฮิเป็นพระเอก!!!!! *ชูป้ายชื่อท่านฮิบาริตัวโตๆ*
    #201
    0
  2. #199 mayzung (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 18:38

    ประท้วงงงง!!ขอพระเอกเป็นท่านฮิค่ะ!!//ร้องไห้ไม่ไหวแน้วจะเอาท่านฮิ;-;
    #199
    0
  3. #198 คนหลับมืออาชีพ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 16:06
    เปลื่ยนพระเอกเถอะ ให้ท่านฮิเถอะนะ!!
    #198
    0
  4. #197 จันทิรารัตน์ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 15:13
    พอเปิดเพลงแล้วอ่านไป บีบใจเหลือเกินค่ะ เศร้า แงงงง
    #197
    0
  5. #196 dawrrn07112562 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 14:36
    เอาล่ะ เในเมื่อเป็นอย่างงี้เเล้ว ลงมันทุกเรือเลย
    #196
    0
  6. #195 ฝuดๅวตn (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 14:29
    ฮือออ~ยิ่งฟังกับเพลงแล้วยิ่งร้องอะ~ แง๊~
    #195
    0
  7. #194 Lordvampire (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 14:00
    อ่านแล้วอยากเปลี่ยนพระเอก
    #194
    1
  8. #193 Flyhight2 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 13:58

    ร้องไห้หนักมากเลยค่ะ นั่งร้องไห้จนแมวมองอะคะ

    #193
    0
  9. #192 wing999 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 13:40
    รอน่ะค่ะทิชชู่หมดเเล้วค่ะ
    #192
    0
  10. #191 DarkLight DarkStar (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 13:07
    เปลี่ยนพระเอกจากสึนะเป็นฮิบาริได้ไหมค่ะ TT
    #191
    0
  11. #190 polytome (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 13:03
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #190
    0
  12. #189 icesupicha (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 22:44

    ตับพังแน่😢😢

    #189
    0
  13. #184 คนหลับมืออาชีพ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 21:04
    ฮือ

    ตับพังอีกเเล้วเเน่
    #184
    0
  14. #182 dawrrn07112562 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 07:53
    เตรียมทิชชู่เเป๊บ
    #182
    0
  15. #181 wing999 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 05:30
    รอวววววว
    #181
    0
  16. #180 จันทิรารัตน์ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 21:02
    โอ๊ยยยย เริ่มต้นก็เห็นความดราม่าอย่างหนัก ต้องเตรียมทิชชู่แล้ว
    #180
    0
  17. #178 000000000000000r (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 20:55

    มาแค่นี่ยังเจ็บอยู่เลยถ้ามาเ็มเรื่องมันจะเจ็บขนาดไหรเหนย||~||

    #178
    0
  18. #177 NaomiSama (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 20:50
    มันต้องมาม่าหนักแน่นอนน ผู้โดยสารทุกท่านเตรียมตัวรับแรงกระแทกขนาดอุกาบาตชนโลก
    #177
    1
    • #177-1 dawrrn07112562(จากตอนที่ 26)
      16 กันยายน 2563 / 07:52
      อุกกาบาตต้องใหญ่มากเเน่ เตรียมตัวกัน
      #177-1