『FIC REBORN/KHR』赤い月 - จันทราสีอำพัน

ตอนที่ 13 : MOON - 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,859
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 201 ครั้ง
    26 ก.ค. 63

 

 

12 : พระจันทร์กับบททดสอบของวองโกเล่เเฟมิลี่รุ่นเเรก (2)

 

-คำเตือน ในตอนนี้มีฉากที่อาจทำให้จิตตก ขอให้ทำใจก่อนอ่านด้วยนะคะ-

 

ที่โรงเรียนนามิโมริตอนนี้ก็เป็นเวลาที่เราจะเลิกเรียนเเล้ว ฮินารุฟุบกับโต๊ะเพราะง่วงนอนเป็นอย่างมากกับวิชาเมื่อครู่เเต่ยังไงผลการเรียนของเธอก็อยู่ในลำดับต้นๆอยู่ดี

ครืด

"ออกกำลังกายสุดขั้ว!!!" เสียงของเรียวเฮเรียกให้เธอเดินออกจากห้องเเล้วชะเง้อหน้ามองรุ่นพี่ที่กำลังวิ่งอยู่

"เสียงดังอ่า" ฮินารุบ่นขึ้นมา สึนะหัวเราะเเห้งๆก่อนที่ฮานะจะเดินออกมาจากห้อง

"ลำบากเเย่เลยนะ เคียวโกะที่มีพี่ชายเเบบนี้น่ะ" ฮานะเอ่ย ฮินารุพยักหน้าตาม

"ยะ ยังไงก็ตามเรากลับบ้านกันเถอะ ฮานะจัง ยูนิจัง นารุจัง" เคียวโกะเอ่ยชวนเรา

"ฉันขออยู่ต่อล่ะกัน เธอกลับไปกับฮานะเถอะ" ฮินารุโบกมือไปมา

"ฉันก็ด้วยค่ะ" ยูนิเอ่ย

"งั้นไปฉันกลับก่อนนะ" เคียวโกะเอ่ยลา ฮินารุพยักหน้าพลางเหลือบมองฮิยาริที่กำลังเดินมา

"พวกคุณมาสุมหัวอะไรกันอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวก็ขยํ้าซะหรอก" ฮิบาริเอ่ย

"คะ คุณฮิบาริ" สึนะขนลุกขึ้นทันควัน

"คนที่ส่งเสียงโวยวายเมื่อครู่นี่คือพวกคุณงั้นหรอ?" ฮิบาริหันมาถามฮินารุ ฮินารุส่ายหน้าเเล้วบอก

"เปล่าค่ะ รุ่นพี่เรียวเฮวิ่งรอบโรงเรียนเเล้วตะโกนเท่านั้นเองค่ะ" ฮิบาริมองเธอสักพักเเล้วหันหลังหลับไป

"ยังไงก็ตามไปเตือนด้วยล่ะ" ฮินารุขานรับก่อนที่โกคุเดระจะเอ่ย

"เฮ้ย ฮิบาริคนต่อไปอาจจะเป็นนายก็ได้นะ" โกคุเดระเอ่ยด้วยความเสียงดังเเต่ฮิบาริก็ไม่สนใจเช่นเดิม

"ฮิบาริเนี่ยไม่สนใจอะไรนอกจากกฎของโรงเรียนเท่านั้นสินะ" ยามาโมโตะเอ่ย

"ให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง" สคัลที่โผล่มาจากไหนไม่รู้วิ่งผ่านเราไป

"สคัล?"

"คนอย่างนายก็เป็นเเค่ครูพิเศษที่ห่วยเเตกน่ะนะ" ฮินารุเท้าคางกับหน้าต่างเเล้วเอ่ยออกมา

"ก็จริง" โกคุเดระเอ่ย ฮินารุมองสคัลที่พยายามเกลี้ยกล่อมมฮิบาริเเต่ก็โดนฮิบาริยกท่อนฟาใส่สคัลเลยกระโดดหายไปทันที

"ห่วยเเตกจริงด้วย" สึนะเอ่ย

"เราไปหารุ่นพี่กันเถอะ" ยามาโมโตะเอ่ย ฮินารุที่กำลังเดินไปที่ห้องชมรมที่เรียวเฮอยู่ก็รู้สึกถึงบางอย่างขึ้นมา

จิตสังหาร? ไม่ใช่ๆ เหมือนมีคนกำลังจ้องมองมาทางเราอยู่ ฮินารุคิดเเล้วหันซ้ายหันขวาเเต่ก็ไม่พบใคร

"นารุจัง เป็นอะไรรึเปล่าคะ?" ยูนิหันมาถามเธอ ฮินารุส่ายหน้าพลางเดินต่อไปที่ห้องของชมรมที่เรียวกำลังฝึกซ้อมต่อยมวยกับสัตว์กล่องของตัวเองอยู่

"เฮ้อ จะว่าไปต่อไปคือตาฉันรึเปล่า?" เรียวเฮเช็ดเหงื่อเเล้วถาม

"ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่นะคะ" ฮินารุเอ่ย

"โอ้ยยย ทำไมถึงยังไม่ใช่ล่ะเนี่ย!!!" เรียวเฮกุมหัวเเล้วโวยวายออกมา

"เเล้วทำไมฮินารุถึงคิดเเบบนั้นน่ะ?" ยามาโมโตะเอ่ยถาม ฮินารุชี้ไปที่สคัลที่กำลังซ่อนอยู่

"นั่นไง" สคัลสะดุ้งโหยงเเล้วค่อยๆออกมา

"ทำไมครูพิเศษอย่างเเกถึงไม่อยู่กับฮิบาริล่ะ?" รีบอร์นเอ่ยออกมา

"นั่นก็เป็นเหตุผลที่ฉันมาหาพวกนายเลยไง!!!" สคัลเอ่ย

"มีเรื่องอะไรหรอคะ?" ยูนิเอ่ยถาม

"ฟังนะ พอผู้พิทักษ์เมฆารุ่นเเรกบอกว่าไม่อยากสู้เท่านั้นเเหละ ฮิบาริเลยบอกว่า งั้นผมก็ไม่สนใจเรื่องการทดสอบนั่นเหมือนกัน" สคัลเอ่ย

"คุณฮิบาริน่ะหรอ?" สึนะเอ่ย

"หมายความว่ายังไงกัน?" รีบอร์นเอ่ย ฮินารุกอดอกพลางหลับตาใข้สมองคิดก่อนที่จะเดินออกไป

"เอ๊ะ นารุจัง ไปไหนน่ะ?" สึนะหันมาถามเธอ

"ก็ไปคุยไง ฉันคุยกับรุ่นพี่ได้โดยที่เขาไม่ขยํ้าฉันได้" ฮินารุเอ่ยพลางเดินไปที่ห้องกรรมการคุมกฏ

"เออ จริงด้วย ฮินารุเป็นคนเดียวที่ฮิบาริจะไม่สู้ด้วยนี่นา" ยามาโมโตะเอ่ย

ห้องกรรมการคุมกฎ

"ขออนุญาติค่า" มือเรียวเปิดประตูก่อนที่จะพบเป้าหมายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ฮิบาริเหลือบมามองเธอก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมา

"คุณมีธุระอะไร?" ฮิบาริเอ่ย

"อืม งั้นนี่ไม่ใช่คำสั่งนะคะ นี่เป็นคำขอร้อง" ฮินารุเอ่ยดักรุ่นพี่ไว้ก่อน

"..."

"ฉันอยากให้รุ่นพี่เข้าร่วมการทดสอบของผู้พิทักษ์เมฆารุ่นเเรกเถอะนะคะ" ฮินารุพนมมือไหว้ขอร้องสุดฤทธิ์

"ไม่"

เพล้ง

ง่ะ....ฮินารุรู้สึกว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างเเตกซึ่งเธอก็รู้โดยทันทีว่ามันคือใบหน้าของเธอที่กำลังขอร้องรุ่นพี่คนนี้อยู่

"ผมไม่ได้อยากทำอะไรวุ่นวายขนาดนั้น" ฮิบาริเอ่ยพลางเบนสายตามองไปด้านอื่น

"ทำไมหรอคะ?" ฮินารุเอ่ยถาม ฮิบาริหรี่ตาลงเเล้วลุกขึ้นเดินตรงมาหาเธอ

"เอ่ยถามผมหรอ?" ฮินารุยืดตัวให้เป็นเหมือนเดิมก่อนที่จะวูบกะทันหันก่อนที่จะรู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่หน้าห้องเเล้ว

"นะ นารุจัง!!!" สึนะที่วิ่งมากับยูนิเอ่ยเสียงดังพร้อมวิ่งมาดูอาการทันที ฮินารุที่พึ่งได้สติจึงไอสองสามทีเพราะว่าโดนท่อนฟาของฮิบาริชกมาที่ท้องเเต่ไม่หนักมากยังถือว่าปราณีอยู่

"เเค่กๆ" สำลักเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆลุกขึ้นตามเเรงพยุงของยูนิที่เข้ามาช่วย

"เอ๊ะ คุณฮิบาริได้โปรดเข้ารับการทดสอบเถอะนะครับ" สึนะที่เห็นว่าฮิบาริกำลังเดินออกไปจึงเอ่ย ฮิบาริยืนนิ่งก่อนที่จะเดินต่อไปจนไปถึงโกคุเดระเเต่เขาก็เบี่ยงไปอีกทางก็เจอยามาโมโตะเเต่ก็เดินหลบไปอีก

"อ่า ให้ตายสิ รุ่นพี่ดื้อด้านชะมัด" ฮินารุเอ่ยพลางมองฮิบาริที่เดินออกไป

"เเต่ว่าจะทำยังไงดีล่ะ" สึนะเอ่ยด้วยความกังวล มือเรียวของฮินารุเเตะที่ท้องเเล้วใช้พลังทันที

"ไปที่ดาดฟ้าก่อนเถอะ" ฮินารุเอ่ย

เมื่อพวกเรามารวมตัวที่ดาดฟ้าก็หาทางจนเรียวเฮที่ทนไม่ไหวเลยไปตามตื้อฮิบาริเอง

"คนอย่างรุ่นพี่คงไหวเเหละ" ฮินารุมองเรียวเฮที่พึ่งวิ่งลงบันไดไปตามตื้อ

"งั้นหรอ"

.

.

.

ช่วงเย็นพวกเราเห็นฮิบาริเเละเรียวเฮจากอีกฟากของตึกซึ่งเรียวเฮก็ยังตามตื้อฮิบาริอยู่ดี

"สุดยอดเลย"

"เเต่คุณฮิบาริไม่สนใจเลย" สึนะเอ่ยขึ้นมาประจวบกับที่รีบอร์นขึ้นมาบนดาดฟ้าพอดี

"รอดูไปก่อนเถอะ" สึนะหันมาเเล้วพยักหน้า

"สคัลหายไปนิ อย่าบอกนะ" ฮินารุเอ่ยออกมาก่อนที่จะหันไปหารีบอร์นที่ยืนยิ้มอยู่

"หึ" เเค่เสียงหัวเราะของรีบอร์นฮินารุก็คิดได้เเล้วว่ารีบอร์นไปพูดอะไรกับสคัล

"ถ้าคุยกันไม่รู้ก็ต้องคุยด้วยหมัดนี่เเหละ!!!" เสียงเรียวเฮตะโกนขึ้นมา ก่อนที่จะมีเรือเหาะบินมาทางโรงเรียนนามิโมริทำให้การต่อสู้ของเรียวเฮเเละฮิบาริหยุดไป

"ลายเเบบนั้น สคัล?" ฮินารุมองลวดลายปลาหมึกสีม่วงเขียวที่ติดอยู่บนเรือเหาะ

"คากัสซ่าเเฟมิลี่งั้นหรอ!!!" สึนะพูดขึ้นมาด้วยความกังวล

"ไปพูดอะไรมาเนี่ย?" ฮินารุหันไปพูดกับรีบอร์นเเต่เจ้าตัวไม่ได้ตอบอะไรเธอ

[อ่า...อ่า ทดสอบๆ เอ้ย ได้ยินรึเปล่าฮิบาริในฐานะทีี่เป็นครูพิเศษของนายขอสั่งให้นายเข้าร่วมการทดสอบโดยดีซะเถอะ นักเรียนอย่างนายต้องทำตามที่คุณครูสั่งไม่ว่าอะไรก็ตาม] สคัลประกาศออกไมค์

"..." ฮินารุ

"เล่นใหญ่เกินไปมั้ยเนี่ย?" สึนะเอ่ย

"เเถมพูดจาไม่เข้าหูสุดๆ" โกคุเดระเอ่ยต่อ

"รีบอร์นทำไมถึงเป็นเเบบนี้ไปได้ล่ะ?" หันไปถามครูพิเศษของตัวเอง

"นั่นน่ะเป็นวิธีสอนเเบบสคัล"

"สอนเเบบนี้ใครจะอยากทำตาม" ฮินารุเอ่ยพลางเกาะรั้วเเล้วเท้าคางกับเเขนเเล้วดูสถานการ์ณไป

"ฮินารุ เธอนี่ดูชิวจังเลยนะ" ยามาโมโตะเอ่ยด้วยความขบขัน

"เราทำอะไรไม่ได้อยู่เเล้ว ดูๆไปเถอะ" ฮินารุเอ่ย

สคัลยังคงประกาศออกไมค์เพื่อให้ฮิบาริเข้าร่วมเเต่เจ้าตัวก็เปิดกล่องเพื่อให้โรลสัตว์กล่องของฮิบาริที่เป็นตัวเม่นจัดการเรือเหาะ เเต่ทว่าเม่นที่ฮิบาริปล่อยออกไปทำให้ไปทะลุเรือเหาะเเละกำลังจะตกมาทางโรงเรียน สคัลจึงยิงจรวดมาทางโรงเรียน

"รุนเเรงเเท้ เเบบนี้คนรักโรงเรียนอย่างรุ่นพี่คงโกรธมากเเน่" ฮินารุเอ่ยก่อนที่จะเห็นว่าเรียวเฮบินขึ้นไปด้วยอาวุธกล่องของเขานั่นก็คือรองเท้าที่มีธาตุอรุณรองรับอยู่เเล้วเเยกตัวเป็นสามคนก่อนที่จะทำลายจรวดให้สำเร็จเเล้วบินไปทำลายเรือเหาะ

"เครื่องบินหลบหนีของสคัล?" รีบอร์นเอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นว่าสคัลใช้เครื่องบินหลบหนีออกมาคนเดียวโดยที่ทิ้งพวกพ้องเอาไว้ซึ่งการกระทำเเบบนี้ทำให้ฮินารุไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก

"รู้สึกอยากสั่งสอนคนชะมัด" ฮินารุปล่อยจิตสังหารออกมาจนพวกสึนะยกเว้นอัลโกบาเลโน่กลืนนํ้าลายไปตามๆกัน

"ใจเย็นก่อนสิครับๆ " ฟงกระโดดมาอยู่บนหัวเธอเเล้วลูบหัว ฮินารุกรอกสายตามองอาจารย์ของตัวเองเเล้วเก็บจิตสังหารเหมือนเดิม

"ค่าๆ" ฮินารุยกมือเหมือนยอมเเพ้ก่อนที่จะเดินลงดาดฟ้าไป

"ปะ...ไปซะเเล้ว" สึนะที่พึ่งตั้งสติได้เอ่ยออกมา

"เฮ้อ เเต่ว่าสุดยอดเลยนะ จิตสังหารรุนเเรงมากๆ" ยามาโมโตะเอ่ย

ทางฝั่งฮินารุที่เดินลงดาดฟ้ามาก็เห็นพวกเคียวโกะจึงเดินเข้าไปหา

"มาทำอะไรที่นี่กันน่ะ?" ฮินารุเดินเข้าไปหาพวกเคียวโกะ

"ฮาฮิ นารุจัง" ฮารุหันมาทางเธอ

"เรามาให้พวกสึนะคุงนะจ๊ะเเต่ว่า..." เคียวโกะเอ่ยบอกเธอ ฮินารุพยักหน้าพลางมองเเรมโบ้ที่ถูกฮารุอุ้มอยู่

"เอ๊ะ พวกเธอระวัง!!!" สึนะรีบวิ่งมาเกาะที่รั้วเเล้วตะโกนเสียงดังเมื่อเห็นว่าจรวดที่ยิงมาจากเครื่องบินของสคัลกำลังมาทางพวกเธอ ฮินารุเบิกตากว้างเล็กน้อยก่อนที่จะรวบตัวฮารุเเละเคียวโกะเข้ามากอดเอาไว้

ตูม!

"นารุจัง! เคียวโกะจัง! ฮารุ!" สึนะตะโกนขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง

"ไม่เป็นอะไร?" ฮินารุลืมตาขึ้นมาก่อนที่พวกเคียวโกะจะลืมตาเช่นกัน ฮินารุหันไปมองบางอย่างที่เข้ามากั้นไว้พอดี

"เม่นของรุ่นพี่?"

"น่ารักจังเลย" เคียวโกะเอ่ย

"ช่วยพวกเราไว้สินะคะ" ฮารุเอ่ย

"โล่งอกไปที" สึนะโล่งใจ ก่อนที่โรลจะเพิ่มตัวออกมา ฮิบาริจึงกระโดดไปหาเครื่องบินของสคัลโดยที่มีเม่นคอยรองรับ ฮิบาริตวัดท่อนฟาเพื่อทำลายเครื่องบินจนสคัลดีดตัวไปไกล

.

.

.

"ไม่เป็นไรนะ!!!" เรียวเฮพร้อมด้วยพวกสึนะรีบวิ่งเข้ามาหาพวกเราที่ฮินารุกำลังไถ่ถามพวกฮารุอยู่

"อืม พวกเราไม่เป็นอะไรหรอก" ฮินารุกล่าวบอกพร้อมเอามือทั้งสองข้างไขว้หลังเอาไว้เเต่มือเรียวก็ลูบบริเวณหลังที่โดนสะเก็ดไฟจากระเบิดเมื่อกี้นี่เเถมยังหลายเเผลด้วยเพราะว่าเธอหันหลังให้พร้อมรวบตัวพวกเคียวโกะด้วย

จี๊ด

ทันทีที่นิ้วเรียวเเตะที่กลางหลังของตัวเองจึงเบ้หน้าเล็กน้อยเเต่ก็ปรับสีหน้าได้เหมือนเดิมก่อนที่จะทำตัวตามปกติถึงเเม้จะยังเเสบหลังอยู่ก็ตามเเต่ว่าเธอจะเเสดงความอ่อนเเอให้ใครเห็นไม่ได้เด็ดขาด

"อึก..." ฮินารุกัดฟันเเน่นก่อนที่ไฟเครื่องดับชนธาตุอรุณปรากฎขึ้นมา

"ผู้พิทักษ์อรุณรุ่นเเรก นัคเคิ้ล" ชายในชุดบาทหลวงเอ่ยขึ้นมา

"ไม่ใช่คุณฮิบาริงั้นหรอ?!" สึนะตกใจพร้อมมองไปที่ฮิบาริด้วยความเป็นห่วง

"น่าๆ ดูไปก่อนเถอะ" รีบอร์นเอ่ย

"รีบอร์น...."

"ตำเเเหน่งผู้พิทักษ์อรุณได้รับการสืบทอดอย่างสมบูรณ์อย่างสุดยอดเเล้ว" นัคเคิ้ลเอ่ย

"เอ๊ะ?" ทุกคนร้องออกมา

"ฉันได้เห็นมาหมดทุกอย่างเเล้วยังไงล่ะ ผู้พิทักษ์อรุณของวองโกเล่เดซิโม่ ซาซางาวะ เรียวเฮ"

"โอ้"

"นายน่ะ ไม่ว่าจะเจออุปสรรคเเบบไหนก็ไม่หวาดกลัวเเถมยังพยายามเจรจาผู้พิทักษ์เมฆาโดยหัวใจที่มุ่งมั่นอย่างสุดยอดเเละปกป้องพวกพ้องของนายไม่ว่าศัตรูจะเป็นใครด้วยหัวใจที่เร้าร้อนเเละไม่ลังเล ผลลัพธ์จึงทำให้โรงเรียนปลอดภัยเเละสามารถเกลี้ยกล่อมผู้พิทักษ์เมฆาที่ไม่มีใครสามารถทำได้ การกระทำของนายทั้งหมดนั้น ดั่งร่างกายที่เร่าร้อนดุจดั่งดวงอาทิตย์ที่อยู่บนนภา"

"นอกจากนั้นตัวนายเองถึงไม่มีใครมาบอกว่าจะเริ่มการทดสอบเมื่อไรนายก็ยังคงฝึกฝนร่างกายอยู่เสมอ ในฐานะผู้พิทักษ์อรุณ ฉันยอมรับนายเเบบสุดยอด" นัคเคิ้ลเอ่ยจบเรียวเฮจึงตะโกนด้วยความดีใจ

"โอ้!!!"

"สำเร็จเเล้วนะครับ พี่ชาย" สึนะดีใจกับเรียวเฮ

"ทำได้เเล้วนะคะพี่" เคียวโกะเอ่ยยินดี

"ผ่านฉลุยเลยนะค่ะ" ฮารุเอ่ยอีกคน

"สมเเล้วที่เป็นรุ่นพี่"

"เหอะ ก็เเค่บังเอิญเเหละ"

พรึบ

ไฟธาตุดับเครื่องชอนธาตุเมฆาปรากฎข้างๆนัคเคิ้ลเเละต่อหน้าฮิบาริ

"ต่อไปเป็นตาของคุณเเล้วนะคะ" ยูนิเอ่ยบอก

"หมอนี่คือผู้พิทักษ์เมฆา อเลาวดี้" นัคเคิ้ลเอ่ยเเนะนำคนข้างกาย

"ผู้พิทักษ์เมฆาของวองโกเล่เดซิโม่ ฮิบาริ เคียวยะ" ทุกคนเงียบสนิทเพื่อฟังคำพูดของอเลาวดี้ว่าจะผ่านรึไม่ผ่าน

"คอยปกป้องเเฟมิลี่อย่างอิสระดั่งเมฆที่ลอยไป"

"หืม?"

"นอกจากนี้ยังทำตัวเป็นอิสระ ไม่คลุกคลีกับใคร ปรับตัวตามสถานการ์ณเเละก็ได้ช่วยเด็กพวกนี้เอาไว้ การตัดสินใจนั้นมีค่าน่าชื่นชม" อเลาวดี้พูดจบฮิบาริก็หัวเราะในลำคอ

"หึ"

"งั้นก็หมายความว่า?" สึนะถามขึ้นมา

"จะยอมสืบทอดก็ได้ ตำเเหน่งผู้พิทักษ์เมฆาอะไรนั่นน่ะ" อเลาวดี้เอ่ย

"ดีจังเลย"

"จะยังไงก็เถอะ" ฮิบาริเอ่ย พวกสึนะจึงหันมามอง

"จะสู้กับผมได้รึยัง?" ฮิบาริชักท่อนฟ้าออกมาจนพวกสึนะต้องห้ามเอาไว้

"เหมือนกับนายสมัยก่อนเลยนะ" นัคเคิ้ลเอ่ยกับอเลาวดี้ เขาเเค่หันมามองนัคเคิ้ลเเล้วเบี่ยงสายตาออกไป

"หึ ผู้พิทักษ์อรุณเอ๋ย"

"โอ้"

"ผู้พิทักษ์เมฆาเอ๋ย"

"..."

"เราจะขอยอมรับการสืบทอด ณ บัดนี้" ฮินารุยกมือขึ้นมาพร้อมจุดไฟธาตุจันทราเเล้วรวมกับธาตุอรุณเเละเมฆาก่อนที่จะเข้ากล่องวองโกเล่ของทั้งคู่ไป

"เหลือเเค่โคลมสินะ" สึนะพูด

"สึนะคุง โคลมจังไม่ได้กลับมาที่โกคุโยเเลนด์เลย" เคียวโกะพูดขึ้นมา ฮินารุเลิกคิ้วกับคำพูดที่ว่าโคลมไม่ได้กลับโกคุโยเเลนด์

"ว่าไงนะ?"

"เราพึ่งไปมานะจ๊ะ"

"เเต่เพื่อนของโคลมจังบอกว่าเธอไม่ได้กลับมาหลายวันเเล้ว" ฮารุพูดต่อจากเคียวโกะ

"เราไปหาเธอพรุ่งนี้เเล้วกัน วันนี้เรากลับบ้านกันก่อนเถอะ" รีบอร์นพูดให้ทุกคนเลิกความคิด ทุกคนพยักหน้าเเม้ในใจจะกังวลมากเเค่ไหน

 

 

 

 

 

 

ห้องฮินารุุ

ร่างบางเปิดประตูเข้ามาในห้องก่อนที่เลิกเสื้อผ้าข้างหลังขึ้นมาพร้อมหันหลังให้กระจกเพื่อให้ตัวเองเห็นบาดเเผล

"..." ฮินารุเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลเเล้วทำเเผลให้ตัวเองเเต่หูก็ได้ยินเสียงโวยวายจากห้องของสึนะเป็นบางคราว

นุฟุฟุฟุ

เสียงหัวเราะชวนขนลุกของใครบางคนดังขึ้นมาในห้อง ฮินารุปิดกล่องปฐมพยาบาลเเล้วหันซ้ายหันขวา

'ความรักของวัยรุ่นนี่เจ็บปวดจริงๆนะครับ' ฮินารุมองไปที่ระเบียงห้องของตัวเองเเล้วเบิกตากว้าง

ผู้พิทักษ์สายหมอกรุ่นเเรก เดม่อน สเปด!!!

นัยน์ตาสีอำพันเบิกตากว้างขึ้นมาก่อนที่จะถอยหลังเมื่อเห็นว่าเดม่อนกำลังเดินเข้ามาหาเธอเรื่อยๆ ฮินารุถอยไปเรื่อยๆจนชนกับประตู เดม่อนหัวเราะในลำคอก่อนที่จะย่อตัวให้ใบหน้าของเขาเท่ากับฮินารุ

'คุณสินะครับ คนที่สืบทอดเจตนารมณ์ของเรเชล' เดม่อนเอ่ย ฮินารุเม้มปากเเน่นก่อนที่จะกำเเหวนเเน่น

'ช่างน่าสงสารเหลือเกิน ชิสุคานิ ฮินารุ' มือที่สวมถุงมือสีดำเอื้อมมาจับใบหน้าของเธอเเล้วลูบเเก้มของเธอเล็กน้อย

"คะ คุณต้องการอะไร?" ฮินารุเอ่ยด้วยนํ้าเสียงสั่นพลางในใจก็พยายามเรียกเรเชลเเต่เธอกลับไม่ตอบ

'นุฟุฟุฟุ ไม่มีอะไรหรอกครับ' เดม่อนผละออกเเล้วยืดตัวเหมือนเดิมเเล้วเอามือไขว้หลัง

'เเค่อยากจะรู้นะครับ' ฮินารุเลิกคิ้ว

"รู้?"

'ทำไมคุณถึงไม่สารภาพรักกับเดซิโม่ไปล่ะครับ?' ฮินารุเบิกตากว้าง

"ทำไมคนอย่างนายถึง..." ฮินารุเอ่ยด้วยความตกใจ

'การกระทำมันชัดเจนครับ'

"..."

"..."

"..."

"งั้นหรอ" ฮินารุหลบสายตาที่กำลังจ้องกับเดม่อนอยู่พลางทรุดตัวลงพิงประตู

"เหตุผลที่ไม่สารภาพเพราะไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของฉันกับสึนะต้องเเย่ไปกว่านี้"

'ถึงเเม้เขาจะชอบคนอื่นที่เป็นเพื่อนคุณน่ะหรอครับ?' เดม่อนเอ่ยถาม ฮินารุสะอึกไปเล็กน้อย

เป็นบรรพบุรุษที่ชอบเเxกเผือกจริงๆ ฮินารุคิด

"รู้ดีจังเลยนะ อ่า...คงเป็นเพราะเหตุผลนั้นด้วยเเหละ" ฮินารุเอ่ยพลางลูบเเหวนที่สวมอยู่

'คุณเคยบอกใครไมครับว่าคุณชอบเดซิโม่' เดม่อนเอ่ยถาม ฮินารุส่ายหน้าไปมา

"มีเเค่รีบอร์นคนเดียวที่รู้ ฉันไม่อยากให้ใครรับรู้หรอก"

'คิดจะเจ็บปวดไปถึงเมื่อไรกันครับ?'

"!!!" ฮินารุเงยหน้าขึ้นมาเพื่อสบตากับเดม่อน นัยน์ตาสีฟ้าที่ราวกับมหาสมุทรมองมาทางเธอด้วยความโศกเศร้า

'ถ้าคุณไม่อยากเจ็บปวด คุณก็ตัดใจจากเขาสิครับ คิดจะทำให้ตัวเองทุกข์ทรมานไปถึงเมื่อไร?' เดม่อนนั่งคุกเข่าตรงหน้าเธอพร้อมปาดนํ้าตาที่กำลังไหลริน

เอ๊ะ...นํ้าตา...ไหลอีกเเล้ว

"อย่ามาทำเหมือนมันเป็นเรื่องง่ายสิ" มือเรียวปาดนํ้าตาที่กำลังไหลริน

'...'

"ยิ่งเขาทำดีกับฉันมากเท่าไร ฉันก็ยิ่งชอบเขามากขึ้นไม่สิรักมากกว่า"

"ความรักทำให้คนอ่อนเเอ ฮะๆ" ฮินารุพึมพำออกมา

'มองตาผมสิครับ....' เดม่อนช้อนคางฮินารุขึ้นมาให้สบตากับตัวเขาเอง นัยน์ตาสีอำพันสบตากับนัยน์ตาสีนํ้าทะเลจ้องมองเธอก่อนที่มือที่สวมถุงมือสีดำเลื่อนมาปิดตาเธอเเล้วกล่าว

'ทำใจให้สงบ ไม่เป็นไรเเล้วนะครับ...' เดม่อนเอ่ย ฮินารุปิดปากรับฟังก่อนที่จิตใจจะจมดิ่งสู่ความมืดมิดที่ไม่มีใครล่วงรู่ได้เลย

'นุฟุฟุฟุ นี่น่ะหรอ คนสืบทอดของคุณน่ะ เรเชล' เดม่อนเอ่ยขึ้นมาอย่างเงียบสงบเมื่อเห็นว่าฮินารุหลับไปเเล้ว

'วองโกเล่ที่อ่อนเเอน่ะ ผมไม่ต้องการมันหรอกครับ' มือทั้งสองอุ้มร่างบางที่กำลังหลับไหลอยู่เดินไปส่งที่เตียงพร้อมจัดท่าให้เรียบร้อย

'เดซิโม่ เจ้าจะทำหน้าเช่นไรเมื่อเห็นว่าคนที่คุณรักดั่งเพื่อนพ้องกำลังจะจมสู้ความมืดมิด' เดม่อนเอ่ยก่อนที่จะหายไปทันที

ทางด้านอีกฝั่งก็คือห้องสึนะในขณะที่พวกเพื่อนๆกำลังคุยกันอยู่ สึนะก็มีลางสังหรณ์ขึ้นมาว่า

ถ้าไม่รีบช่วยนารุจัง....เวลาจะค่อยๆกลืนกินเธอไป

"....นะ....สึ....นะ...เจ้าห่วยสึนะ!!!" รีบอร์นตะโกนเสียงดังเพื่อให้ลูกศิษย์คนที่สองของตัวเองตั้งสติขึ้นมา

"!!!"

"รุ่นที่สิบ เป็นอะไรรึเปล่าครับ?" โกคุเดระเอ่ยถามเขาด้วยความเป็นห่วง

"นั่นสิ นายดูเหม่อลอยนะ" ยามาโมโตะพยักหน้าเห็นด้วย

"ขอโทษทีนะ..." สึนะเท้าคางกับโต๊ะเเล้วใช้มือที่เท้าคางขยํ้าผมของตัวเองที่กำลังฟูอยู่

"เป็นอะไรรึเปล่าคะ คุณซาวาดะ?" ยูนิเอ่ยถามขึ้นมา

"ท่าทางเเบบนี้ไม่สมกับเป็นซาวาดะเลยนะสุดขั้ว!" เรียวเฮเอ่ยออกมา สึนะคิดอะไรเล็กน้อยก่อนที่จะหันไปหาครูพิเศษที่นั่งอยู่บนโต๊ะพร้อมด้วยฟงเเละโคโรเนโล่

"รีบอร์น...ฉันรู้สึกได้ว่าถ้าไม่รีบช่วยนารุจัง นารุจังจะตกอยู่ในอันตราย" รีบอร์นที่ได้ยินจึงชะงักไป

ลางสังหรณ์สายเลือดวองโกเล่นั่นถูกทุกอย่างถ้าเป็นเเบบนั้นจริง ฮินารุก็จะตกอยู่ในอันตราย

"...ฉันขอตัวไปดูนารุจังก่อนนะ ขอโทษนะทุกคน" สึนะลุกพรวดขึ้นมาเเล้วเดินออกจากห้อง

"คิดว่ายังไงรีบอร์น?" โคโรเนโล่หันมาถาม รีบอร์นดึงปีกหมวกลง

"ฉันก็รู้สึกเเบบนั้นเเต่ว่าเดม่อน สเปด ผู้พิทักษ์สายหมอกรุ่นเเรกน่าจะมีเอี่ยวด้วย"

"..."

เเอด

สึนะเปิดประตูเข้ามาในห้องก่อนที่จะเดินไปนั่งบนเตียงของฮินารุ

"อือ...." ฮินารุร้องในลำคอเล็กน้อยก่อนที่จะยกยิ้มเมื่อมีมืออุ่นๆเเตะที่เเก้มของเธอ

"...." สึนะมองฮินารุที่จับมือเขาเอาไว้เเล้วไม่ปล่อย นัยน์ตาเปลือกไม้มองร่างบางที่กำลังนอนอยู่ก่อนที่จะเกลี่ยผมที่ปรกหน้าผากให้เธอ

"คงกังวลมากไปสินะ" สึนะเอ่ยออกมาก่อนที่จะดึงมือออกจากเเก้มเเล้วลูบหัวเธอก่อนออกไป

 

 

 

 

 

 

ศาลเจ้านามิโมริในช่วงเวลากลางคืนปรากฎไฟธาตุเครื่องดับชนของวองโกเล่รุ่นเเรกยกเว้นสายหมอก

"หึ ผู้พิทักษ์อรุณกับผู้พิทักษ์เมฆาผ่านเเล้วงั้นหรอ?" จีเงยหน้าเอ่ยถาม อเลาวดิมองหางตาเเล้วไม่พูดอะไร

"อ่า พวกนั้นเเสดงถึงคุณสมบัติที่ดีเลยล่ะ" นัคเคิ้ลเอ่ย

"ตาต่อไปเป็นของผู้พิทักษ์สายหมอกสินะครับ" อุเก็ตสึเอ่ย

"เดม่อน สเปดงั้นหรอ" นัคเคิ้ล

"พูดตามตรง ฉันยังไม่ไว้ใจหมอนั่นด้วยซํ้า" จีก้มหน้าพลางพัวเราะดังหึ

"หวังว่าการสืบทอดครั้งนี้จะเป็นไปด้วยดีนะครับ" อุเก็ตสึหันไปหาพรีโม่ที่นั่งอยู่ที่บันไดของศาลเจ้านามิโมริ พรีโม่เงยหน้าขึ้นมาก่อนที่จะหยิบนาฬิกาล็อกเก็ตก่อนที่จะเปิดออก มีข้อความเป็นภาษาอิตาลีสลักอยู่ส่วนหน้าปัดก็มีไฟธาตุดับเครื่องชนธาตุนภา

"ดูหดหู่จังนะ" เสียงหวานที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นมา พวกเขาเงยหน้าเพื่อหาต้นเสียงก่อนที่ไฟธาตุดับเครื่องชนธาตุจันทราปรากฎขึ้นด้านหลังนัคเคิ้ล

"เรเชล..." พรีโม่เอ่ยเสียงเบา เรเชลปรากฎออกมาเเล้วโบกมือทักทาย

"ไง พวกเจ้าดูสบายดีกว่าที่ข้าคิดนะ" เรเชลเอ่ยก่อนที่จะเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าผู้พิทักษ์อีกสี่คนเว้นอเลาวดี้วิ่งเข้ามากอดเธอเเน่น

"ไม่เจอกันนานนะขอรับ"

"คิดถึงพี่เรจัง" เเรมโพเอ่ย เรเชลหัวเราะเล็กน้อย

"ยินดีต้อนรับนะ เรเชล" นัคเคิ้ลเอ่ย

"หายไปไหนมาตั้งนาน ยัยบ้า" จีเอ่ยเสียงสั่น ก่อนที่พวกเขาจะผละออก อเลาวดี้ี่เห็นจึงเดินมาลูบหัวโดยไม่มีคำพูดเอ่ยใดๆ เรเชลผงกหัวเป็นการขอบคุณ

"เอาเถอะ ที่ข้ามาที่นี้เพราะว่ามีเรื่องจะบอกน่ะ" เรเชลปรับนํ้าเสียงให้จริงจัง

"มีเรื่องอะไรรึเปล่า?" พรีโม่เดินเข้ามาหาเธอ เรเชลพยักหน้าเเล้วกุมขมับ

"เดม่อน สเปดกำลังคิดจะใช้ฮินารุเป็นเครื่องมือน่ะสิ" จบประโยคทุกคนก็เบิกตากว้างเล็กน้อยก่อนที่จีจะโวยวายออกมา

"เจ้าเดม่อนคิดจะทำอะไรของมัน!!!"

"จี เจ้าใจเย็นก่อน" พรีโม่หันไปยับยั้งมือขวาที่เป็นเพื่อนของตน จีจิปากไม่ชอบใจเเต่ก็ทำตาม

"เเต่เขาจะทำเพื่ออะไรล่ะขอรับ?" อุเก็ตสึเอ่ย เรเชลถอนหายใจ

"เดม่อนไปพูดเรื่องที่เธอชอบเดซิโม่น่ะสิ ให้ตายเถอะเเถมยังใส่ไฟอีกด้วยนะ พรีโม่นายจะทำยังไง?" เรเชลเอ่ยเพราะว่าตอนที่เธอได้ยินเสียงฮินารุที่เรียกจึงไม่สามารถคุยด้วยเพราะจิตใจของฮินารุกำลังถูกความมืดกลืนกิน

"..."

"พรีโม่ ไม่สิ จีอ๊อตโต้ เจ้าอย่าเงียบได้มั้ย ข้ารู้อยู่หรอกว่าเดม่อนมีพลังสายหมอกที่สูงมากเเต่การกระทำเเบบนี้มันไม่สมควรนะ" เรเชลพยายามเอ่ย เเต่พรีโม่กลับวางมือที่หัวของเรเชลเเล้วลูบไปมา

"เเต่นี่ไม่ใช่ปัญหาของเรา เดซิโม่ควรจะจัดการเอง เพราะว่านั่นคือปัญหาของพวกเขา" พรีโม่เอ่ย เรเชลกำมือเเน่นเเล้วตัวสั่น

"จีอ๊อตโต้....เเต่ว่านางถูกความมืดครอบงำเเล้วนะ นางจะไม่สามารถเเสดงอารมณ์อะไรออกมาได้เลยนะ" เรเชลก้มหน้าบอก

"..."

"..."

 

 

 

 

 

 

 

ฮินารุตื่นขึ้นมาก่อนที่จะพยายามปรับสายตาจากการหลับนอน ร่างบางลุกขึ้นไปที่ห้องนํ้าเเล้วทำธุระส่วนตัวโดยที่ตัวเองไม่รู้เลยสักนิดว่านัยน์ตาของเธอไม่สดใสเหมือนปกติซึ่งมีเเต่ตัวเธอที่ไม่รู้

พวกเราที่รวมไปถึงสึนะ ยูนิ โกคุเดระ ยามาโมโตะ ฮารุเเละเคียวโกะกำลังเดินไปที่โกคุโยเเลนด์เพื่อไปหาโคลม ฮินารุเดินรั้งท้ายก่อนที่จะคิดอะไรบางอย่างที่พวกสึนะไม่มีทางรู้ด้วยเลย

 

 

 

 

ในห้วงความคิดของฮินารุ เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะตกไปในเหวเหมือนฝันร้ายที่ไม่ที่สิ้นสุด นํ้าตาพลันไหลตลอด มือเรียวทั้งสองพยายามกวักหาบางสิ่งที่ยึดตัวเองได้ ร่างกายรู้สึกเบาหวิว

นัยน์ตาสีอำพันมองไปที่พระจันทร์เต็มดวงที่กำลังส่องเเสงมายังเธอ เเสงจันทร์ที่กระทบกับร่างของเธอทำให้ฮินารุรู้สึกผ่อนคลายเเต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ทำให้ใจโล่งอกไปเลย

เมื่อคิดว่าจะใช้ไฟดับเครื่องชนเเต่เเหวน สร้อยเเละอาวุธไม่อยู่กับตัวเธอ ริมฝืปากสั่นระริก พยายามอ้าปากใช้เสียงเเต่มันไม่มีเสียงเลยราวกับลำคอเเห้งไม่มีนํ้าทำให้ชื้น

พรึบ

จู่ภาพรอบๆตัวเธอก็เปลี่ยนไป ร่างบางกระเเทกกับต้นหญ้าสีเขียวขจี ดวงตามองไปรอบเเต่ไม่พบอะไรก่อนที่จะมีบางอย่างฉายขึ้นมา ภาพของสึนะก็ปรากฎ ฮินารุที่เห็นจึงร้องออกมาเเต่ลำคอไม่มีเสียงเช่นเดิม

'สึนะ...'

มือเรียวพยายามเอื้อมไปเเต่ก็ไม่สามารถจับอะไรได้เลย ภาพที่ปรากฎต่อหน้าเธอคือสึนะที่กำลังพูดอะไรบางอย่างกับเธอ ท่าทางเขาดูอึดอัดก่อนที่จะเดินสวนผ่านเธอไป ตัวเธอในภาพทรุดลงก่อนที่จะปรากฎนํ้าตาที่ไหลรินบนพื้น กำมือเเน่น

เข้าใจรึยังล่ะ ว่าถ้าสารภาพไปมีเเต่จะทำให้ตัวเธอไม่มีความสุข' เสียงของใครบางดังขึ้นข้างหูของเธอ ฮินารุกัดฟันเเน่นพยายามคิดว่ามันคือว่าภาพลวงตาเเต่ความารู้สึกที่ปรากฎในภาพนั้นกลับส่งมาให้เธอด้วย

เสียใจ...ทรมาน...ผิดหวัง....

เธอน่ะ ไม่มีใครอยู่เคียงข้างหรอก' เสียงนั้นยังคงเอ่ยต่อไป ภาพนั้นเลือนหายไปก่อนที่จะปรากฎภาพใหม่ก็คือภาพที่เเม่เธอประสบอุบัติเหตุ นัยน์ตาสีอำพันเบิกตากว้างเรื่อยๆ

'....เเม่....' ฮินารุตัวสั่นเมื่อเห็นสภาพของคนที่ให้กำเนิดเธอมาเเละให้ความรักเเก่ตัวเองมีเลือดอาบอยู่

ตัวเธอน่ะ อยู่คนเดียวมาตั้งนานเเล้ว'

...กึก...

ชั่วขณะนั้นรู้สึกว่าเหมือนมีอะไรที่กำลังเเตกสลายเเต่ฮินารุไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่ามันคืออะไร

ไม่มีใครเข้าใจเธอได้หรอก'

เธออยู่คนเดียวมาตั้งนานเเล้วนี่นา'

ใช่ เธออยู่ตัวคนเดียวมานานเเล้ว ไม่มีใครคอยให้คำปรึกษาเธอได้

....กึก....

ไม่มีใครเป็นที่พึ่งให้เธอ'

ถ้าเธอไม่อยากอยู่คนเดียว ก็ไปหาเเม่ของเธอสิ' เสียงนั้นหัวเราะเล็กน้อย ฮินารุเริ่มไม่เป็นตัวของตัวเองต่อไป

....กึก....

เอาล่ะ ชิสุคานิ ฮินารุ ตัวเธอจะไม่ทรมานอีกต่อไป'

....เพล้ง....!!!

ราวกับว่าจิตใจของเธอกำลังพังทลายไปเรื่อยๆจนไม่สามารถคิดหรือเเสดงอารมณ์อะไรได้อีก

ไม่ทรมาน...ไม่อยู่คนเดียว

หยิบขึ้นมาสิ' ฮินารุรู้สึกว่าตัวเธอมาอยู่ในอีกที่หนึ่งที่มีไม้เก่ารองรับไว้ ร่างบางมองไปรอบๆก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องใหญ๋ที่เป็นไม้เก่าๆ หูของเธอก็ได้ยินเสียงอะไรเเผ่วเบาเหมือนกับว่ากำลังเรียกเธออยู่

....ฮินารุจัง!!!....

....นารุจัง!!!....

นัยน์ตาสีอำพันหันไปมองก่อนที่กลุ่มเหล่านั้นจะตกใจกับสภาพของเธอเพราะว่าดวงตาของเธอ

ไม่มีอารมณ์หลงเหลืออยู่เลย....เเม้เเต่น้อย

.

.

.

"วองโกเล่เดซิโม่ คุณช่างโง่เขลายิ่งนั้น" อีกด้านหนึ่งของฝั่งสึนะที่อยู่หน้าโกคุโยเเลนด์เเต่มันกลับปรากฎสายหมอกที่กำลังครอบคลุมตึกอยู่

"นายพูดอะไรน่ะ?" สึนะเอ่ยถามเดม่อน สเปดที่กำลังยืนบนตึก ลางสังหรณ์ของเขาได้เอ่ยบอกว่าให้รีบช่วยนารุจังเดี๋ยวนี้

"เเม้เเต่ความรู้สึกของเธอ คุณก็ไม่สามารถมองมันออก" เดม่อนเอ่ยเเล้วขบขัน

"เธอ? ใครกัน" ยามาโมโตะเอ่ยถามด้วยความหวาดระเเวง เดม่อนผายมือไปทางด้านซ้ายก่อนที่จะปรากฎภาพที่ทำให้ใจของสึนะเริ่มไม่อยู่กับตัวรวมถึงคนอื่นเเละอัลโกบาเลโน่ทั้งสามที่มีรีบอร์น ฟงเเละโคโรเนโล่ด้วย

ภาพนั้นเเสดงให้พวกเขาเห็นว่าฮินารุอยู่ในโดมเล็กอันหนึ่งโดยที่เธอกำลังนั่งคุกเข่าพร้อมกุมหัวเเล้วร้องไห้ออกมาพร้อมกรีดร้องอย่างหนัก ข้างๆก็มีโดมของพวกเคียวโกะที่กำลังร้องเรียกหาเธออยู่

"ฮินารุ..." ยามาโมโตะเอ่ยเพราะเห็นสภาพของเพื่อนสาวที่กำลังกุมหัวเเน่นพร้อมจิกหัว

"นายทำอะไรกับเธอ!!!" สึนะในตอนนี้ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ต่อไป เขาตะโกนถามเดม่อนด้วยความโกรธ เดม่อนกระตุกยิ้มเเล้วเอ่ยด้วยท่าทีสบายๆราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

"เเต่ให้ภาพหลอนเเล้วค่อยๆทำลายจิตใจของเธอพร้อมๆทำให้เธอไม่มีความรู้สึกยังไงล่ะครับ นุฟุฟุฟุ" เดม่อนหัวเราะออกมา สึนะกำมือเเน่น

"สึนะ ใจเย็นก่อน" รีบอร์นกล่าวนิ่ง สึนะหันมามองคล้ายกำลังจะเถียงเเต่ก็กลืนคำที่จะพูดลงไป รีบอร์นในตอนนี้ดูน่ากลัวเพราะจิตสังหารที่ปล่อยออกมา

"เลือกเอาสิครับ....ว่าจะช่วยเด็กพวกนี้หรือจะช่วยชิสุคานิ ฮินารุ" มันกลายเป็นตัวเลือกที่ดีหรือเเย่สำหรับพวกเขารึเปล่า

ทางด้านวองโกเล่รุ่นเเรกที่เห็นเหตุการ์ณก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจเพราะไม่คิดว่าเดม่อน สเปดจะทำลายจิตใจเด็กอายุสิบสามสิบสี่ คนที่ช็อกมากที่สุดเห็นทีจะเป็นเรเชลที่ยืนปิดปากพร้อมนํ้าตาที่ไหลรินเเล้วมองโดยที่เธอไม่สามารถทำอะไรได้เลย

"ฮะ ฮินารุ..." เรเชลเอ่ยเสียงสั่นเเล้วก้มหน้าไม่ฟังอะไรอีกต่อไป

"เจ้าหมอนั่นจะทำเกินไปเเล้ว!!!" นัคเคิ้ลเอ่ยด้วยความเหลืออด

"พรีโม่ เราไปหยุดเถอะ เด็กคนนั้นไม่สามารถรับมือกับภาพมายาของเดม่อนได้หรอกนะ!" จีหันมาบอกพรีโม่เเต่เขากลับเรียบเฉย

"ไม่ การทดสอบต้องดำเนิน" พรีโม่เอ่ย เรเชลที่ได้ฟังจึงทรุดตัวลงโดยที่มีอุเก็ตสึประคองเธอเอาไว้

"คิดดีเเล้วหรอขอรับ พรีโม่" พรีโม่หลับตาลงเเล้วเอ่ย

"ถึงเดม่อนจะมีนิสัยเเบบนั้น เขาก็ยังเป็นผู้พิทักษ์ฉันอยู่ดี" พรีโม่เอ่ยพร้อมนั่งลงเเล้วประคองตัวเรเชลให้ลุกขึ้นเเล้วกอดเธอเเน่น

"พรีโม่....ฮึก" เรเชลกำผ้าคลุมของเพื่อนเเน่น มือของพรีโม่ลูบหัวเธอเเผ่วเบาคล้ายปลอบโยน

"ไม่เป็นไรหรอก ลางสังหรณ์ของข้าบอกว่าฮินารุต้องไม่เป็นไร" พรีโม่กระซิบที่หูของเรเชล เรเชลซุกอกของพรีโม่เเล้วร้องในลำคอเเต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นห่วงอยู่ดี

.

.

.

"นารุจัง!!!" เคียวโกะพยายามส่งเสียงเรียกเพื่อนของเธอ เเววตาของฮินารุเปลี่ยนไปราวกับไม่มีความรู้สึกหลงเหลือ

"ฮินารุจัง!!!" ฮารุร้องไห้อย่างหนักเมื่อเห็นว่าเพื่อนของตนที่เมื่อกี้กำลังกรีดร้องอย่างหนักกลับไม่มีเเววตาสดใส

"คุณฮินารุ..." โคลมมองด้วยความไม่สบายใจพลางร้องเรียกหามุคุโร่เพื่อช่วยเพื่อนของเธอ

"...นารุจัง..." ยูนิที่เห็นสภาพของฮินารุก็เเทบใจสลายสิ่งนี้มันมากกว่าที่เธอโดนเบียคุรันทำลายจิตวิญญาณ

"ไม่มีใครเข้าใจฉัน...." ฮินารุส่ายหน้าไปมา นํ้าเสียงนั้นดูเศร้ามาก

"พูดอะไรกันน่ะคะ!" ฮารุเอ่ยออกมา ฮินารุจ้องพวกเคียวโกะ

"ไม่มีใครช่วยฉัน...ไม่มีใครเคียงข้าง...ทรมาน...." ฮินารุเอ่ยออกมา ทำให้พวกเคียวโกะเเทบจะร้องไห้หนัก

"พวกฉันอยู่ข้างเธอนะ พวกสึนะคุงด้วย!! ได้โปรดเถอะ นารุจัง..." เคียวโกะพยายามทุบโดมเพื่อบอกกับเธอ

"อี้ผิงด้วย!"

"....ฉันอยู่คนเดียวมาตลอด...มันเป็นความผิดของฉัน...." ฮินารุเอ่ยออกมาเสียงสั่นๆ

"เธอไม่ได้ตัวคนเดียวนะคะ!!" ฮารุเอ่ยบ้าง

"นารุจัง ได้สติเถอะนะคะ!" ยูนิเอ่ยบ้าง

"..."

อย่าไปฟังสิ่งที่พวกเขาพูดนะ ชิสุคานิ ฮินารุ พวกเขามีทุกอย่าง ยกเว้นคุณ' เสียงของใครบางคนยังคงดังข้างหู ฮินารุรับฟังมัน

หยิบสิ่งนั้นสิ' ฮินารุมองไปที่มีดที่กำลังปรากฎต่อหน้าเธอ

ใช้สิ่งนั้นสิ มันจะทำให้เธอสบาย เธอจะได้ไปหาเเม่ของเธอไงล่ะ' ฮินารุพยักหน้าเเล้วหยิบมีดขึ้นมา มือเรียวลูบใบมีดนั้นเล็กน้อย

"นารุจัง...อย่านะ!" เคียวโกะที่เห็นว่าฮินารุหยิบมีดขึ้นมาจึงเอ่ยดังลั่น

"นารุจัง!!!"

"เเม่คะ...ทรมานเหลือเกิน" ฮินารุเอ่ยออกมาพร้อมจับด้ามมีดพร้อมเเทงที่หัวใจ

นั่นเเหละ เเค่เเป๊ปเดียวเธอก็จะได้ไปหาเเม่เเล้ว'

"ใช่ เเค่นิดเดียวเท่านั้น" ฮินารุหลับตาลงก่อนที่จะเตรียมตัวเเทงตัวเอง

"นารุจัง!!!"

โครม

เสียงไม้ที่กระทบเสียงดังทำให้ฮินารุชะงักก่อนที่จะหันไปมองคนที่มาใหม่ นัยน์ตาสีอำพันที่ไร้อารมณ์หันไปมองคนที่กำลังมองเธอด้วยความตกตะลึง

"นารุจัง...?" สึนะในโหมดไฮเปอร์เอ่ยออกมา พวกยามาโมโตะมองเด็กสาวที่กำลังเเทงตัวเอง

"ยัยบ้า เธอกำลังทำอะไรอยู่รู้ตัวบ้างรึเปล่า?!" โกคุเดระตะโกนดังลั่น ฮินารุส่ายหน้า

"ไม่ ฉันอยากไปหาเเม่เท่านั้น ไม่มีคนที่เคียงข้างฉัน ฉันอยู่ตัวคนเดียว" ฮินารุเอ่ยออกมาเเผ่วเบา สึนะกำหมัดเเน่นเเล้วพยายามเดินเข้าไปฮินารุ

"นุฟุฟุฟุ หยุดอยู่ตรงนั้นครับ" เดม่อนเอ่ยก่อนที่จะปรากฎด้านหลังฮินารุพร้อมเอามืดจ่อคอเธอ

"เดม่อน สเปด!!!" เรียวเฮตะโกนดังลั่น

"ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้ ทำให้เธอเป็นเหมือนเดิมด้วย" สึนะเอ่ยเสียงตํ่า เดม่อนยกยิ้มเเล้วกระซิบข้างหูฮินารุ

"..." ฮินารุยืนนิ่งก่อนที่จะคว้ามีดจากมือของเดม่อนมาเเล้วเเทงตัวเองทันที

"นารุจัง!!!" สึนะรีบปัดมีดออกจากมือของฮินารุเเล้วกระชากตัวเธอให้มาหาเขา ฮินารุเซจนซบอกของสึนะ

"ทำไม....ฉันอยากไปหาเเม่" ฮินารุตัวสั่น มือที่สวมถุงมือไฟธาตุนภาค่อยๆดับลง สึนะเม้มปากเเล้วเเละเชยคางของฮินารุขึ้นมาให้สบตากับดวงตาของเขา

"นารุจัง ฟังฉันนะ เธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เธอยังมีพวกเรานะ เธอพึ่งพิงเราได้ ไม่เป็นไรเเล้วนะ เรากลับบ้านเราเถอะนะ" สึนะเอ่ย ฮินารุเบิกตากว้าง

กลับบ้านของเรา....

ไม่เป็นไรเเล้ว....

"บ้าน..." ฮินารุพึมพำสึนะพยักหน้าพลางเช็ดนํ้าตาที่ไหลรินให้เธอ ฮินารุรู้สึกถึงไออุ่นที่สัมผัส นัยน์ตาสีอำพันสั่นระริก

"ขอเหตุผลในการมีชีวิต...ได้มั้ย?" ฮินารุกำเสื้อของสึนะเเน่นเเล้วเงยหน้าสบตากับเขา นัยน์ตาสีเหลืองเหลือบมองมาที่เธออย่างอ่อนโยน

"รีบอร์น" สึนะหันไปหาครูตัวเอง รีบอร์นมองสึนะเล็กน้อยก่อนที่จะหัวเราะในลำคอ ก่อนที่จะออกคำสั่ง

"พวกนายทุกคนหันหลังไป พวกเธอด้วย" ทุกคนงงเล็กน้อยเเต่ก็ยอมหันหลังเเต่โดยดี

"ปิดหู" รีบอร์นเอ่ยต่อ ทุกคนทำตาม

"พวกนายด้วย" อัลโกบาเลโน่ร้องออกมาอย่างตกใจเเต่ก็ยอมทำตามเพราะรีบอร์นจ้องเขม็ง

สึนะคลี่ยิ้มบางเมื่อเห็นว่าไม่มีใครเห็นในสิ่งที่เขาจะทำยกเว้นรีบอร์น

ฮินารุจ้องตาของสึนะที่สบตาเธอก่อนที่สึนะจะเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้

"เหตุผลงั้นหรอ..." สึนะเอ่ยเบาๆ

ร่างบางเบิกตากว้างเมื่อริมฝีปากอุ่นประทับกับริมฝีปากนุ่มยุ่นของเธอ นัยน์ตาสีเหลืองเหลือบส้มมองเธอด้วยความอ่อนโยนดั่งนภาที่โอบล้อมทุกสิ่ง มือข้างหนึ่งลูบหัวเธอส่วนอีกข้างก็กระชับเอว

สัมผัสที่อ่อนโยนเเต่เต็มไปด้วยความสุขทำให้ฮินารุคล้อยตามได้อย่างง่ายดาย

สึนะขบริมฝีปากล่างของฮินารุด้วยความหยอกล้อก่อนที่จะลิ้มรสของหวาน ฮินารุเบิกตากว้างเเต่มืออุ่นที่กำลังลูบหัวปลอบโยนเธอจึงทำให้ฮินารุหลับตารับสัมผัสที่เเสนหวาน

"..."

"..."

ผ่านไปไม่นานสึนะถอนริมฝีปากอ่อนก่อนที่จะใช้นิ้วที่สวมถุงมือลูบไล้เเก้มของฮินารุ

"มันไม่มีอะไรมากเลย..." ฮินารุลืมตาขึ้นมองสึนะ

"ฉันอยากให้เธอมีความสุขเเค่นั้นเอง เหตุผลที่เธอควรมีชีวิตอยู่" สึนะเอ่ยเเล้วจูบที่หน้าผากเเผ่วเบา

นัยน์ตาสีอำพันวูบวาบเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มกลับมามีอารมณ์ที่สดใสอีกครั้ง

จิตใจได้รับการซ่อมเเซม ฮินารุมองสึนะไฮเปอร์โหมดที่มองเธอด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น

"นารุจัง พักผ่อนเถอะ เธอเหนื่อยมามากเเล้ว" สึนะเอ่ย ฮินารุคลี่ยิ้มบาง

"...สึนะคนบ้า..." ฮินารุเซไปมาก่อนที่จะสลบไปเเต่สึนะก็รับไว้ได้ทัน

เขาพึ่งรู้สึกตัว ความรู้สึกของเขาที่มีต่อนารุเพื่อนเขา...ต่างจากเคียวโกะจัง

สำหรับเขา นารุเป็นเพื่อนที่อยู่ข้างเขาในยามที่ลำบากเขาชอบเธอในฐานะคนๆหนึ่งที่เขารัก

ใช่....รัก

ไม่รู้เลยว่าตั้งเเต่เมื่อไร....ที่เขารักผู้หญิงที่มีชื่อว่าชิสุคานิ ฮินารุได้มากขนาดนี้

กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็หลงรักเธอซะเเล้ว สำหรับเคียวโกะเขาได้ลองทบทวนสิ่งที่เขาชอบ สิ่งที่เขาชอบคือนิสัยของเคียวโกะ มารยาทเเละนิสัยเเต่ว่าเขาไม่รู้ตัวตนที่เเท้จริงของเคียวโกะ

เเต่นารุจังกลับเปิดเผยตัวตนต่อหน้าเขาไม่ว่านารุจะทำอะไร เขาก็รู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไร

"รีบอร์นฝากด้วย" วางร่างบางใกล้ๆรีบอร์นเเล้วเดินไปข้างหน้าเพื่อสู้กับเดม่อน

"เออ ได้ทีใช้ใหญ่เลย เอา พวกนายเอามือออกจากหูเเล้วหันหน้ามา"

เขาต้องปกป้องพวกพ้อง...เเละคนที่เขารัก

.

.

.

"นุฟุฟุฟุ ยอมเเพ้เเล้วล่ะครับ" เดม่อนปรากฎออกมาเมื่อสึนะใช้เอ็กซ์เบอร์เนอจัดการเขาไป

"เเต่ว่าพวกคุณก็น่ารำคาญเสียจริง" เดม่อนกระตุกยิ้มเเล้วหันไปคุยกับมุคุโร่ที่ออกมาเเทนที่โคลม คุยไปได้สักพัก มุคุโร่จึงเอ่ยกับสึนะ

"ซาวาดะ สึนะโยชิ ฝากดูเเลเธอด้วยนะครับ" มุคุโร่ค่อยๆเลือนหายไปก่อนที่สึนะจะรีบวิ่งไปรับ

"...บอส...."

"โคลมจัง!" เคียวโกะกับฮารุรีบวิ่งเข้ามาหา สึนะจึงให้ทั่งสองดูเเลโคลมต่อไป

พรึบ พรึบ

"!!!"

ไฟธาตุนภาเเละจันทราลุกขึ้นมาก่อนที่จะปรากฎร่างของพรีโม่ที่สงบนิ่งเเละเรเชลที่กำลังเช็ดนํ้าตาอยู่

"เดม่อน ขอบคุณมากที่ทำงานหนัก" พรีโม่เอ่ย เรเชลเดินเข้าไปหาฮินารุที่กำลังหลับอยู่

"อัลโกบาเลโน่อรุณ เธอเป็นอย่างไรบ้าง?"

"เเค่สลบไปเท่านั้นเต่จิตใจได้รับการเยียวยาเเล้ว" รีบอร์นเอ่ย

"สำหรับคุณหนูท่านนั้นน่ะหรอ?" เดม่อนเอ่ยเรียกให้ทุกคนหันไปมอง

"ถึงจะทำลายจิตใจเเต่เดซิโม่ก็ดึงกลับมาได้ไม่มีอะไรต้องห่วงหรอก" เดม่อนเอ่ยกับพรีโม่

พรีโม่มองเดม่อนด้วยเเววตาที่อ่านไม่ออกก่อนที่จะเดินมาหาเรเชล

"เรเชล เราขอดูอาการของนาง" เรเชลพยักหน้าเเล้วถอยออกมา พรีโม่คุกเข่าลงเเล้วนำมือเเนบหน้าผากเพื่อถ่ายไฟเครื่องดับชนให้ฮินารุ

"เท่านี้นางก็ดีขึ้นเเล้วล่ะ ดูเหมือนว่าคำเเนะนำที่เจ้าให้ไปจะได้ผลสินะ" พรีโม่เอ่ยกับเรเชล เรเชลพยักหน้าเเล้วเหลือบมองสึนะที่มองมาทางพวกเธอ

"อืม"

"ยอมรับการสืบทอดก็ได้" เดม่อนยักไหล่ เรเชลยกมือขึ้นมา ธาตุจันทราปรากฎบนฝ่ามือก่อนที่จะรวมกับสายหมอกของเดม่อนเเล้วเข้ากล่องวองโกเล่ของโคลมไป

"ผมต้องทำอะไรต่อครับ?" สึนะเอ่ยถามขึ้นมา พรีโม่หันไปมองเเล้วยิ้มเล็กน้อย

"ไม่จำเป็นหรอก"

"เอ๊ะ?"

"เจ้าได้เเสดงให้ข้าเห็นว่าทั้งการกระทำเเละความคิด ถึงผู้พิทักษ์ของเจ้าจะเป็นเเบบไหนเจ้าก็รับได้ รวมถึงความรู้สึกของเจ้าที่มีต่อฮินารุด้วย" พรีโม่เอ่ย

"อะ...เอ่อ..."

"ซาวาดะ สึนะโยชิ ข้ายอมรับเจ้าในฐานะบอส " ธาตุจันทราของเรเชลรวมกับธาตุนภาของพรีโม่เเล้วเข้ากล่องวองโกเล่ของสึนะไป

"ทำได้เเล้วนะ สึนะ!"

"สำเร็จเเล้วนะครับรุ่นที่สิบ"

"อืม ขอบใจทุกคนมากนะ" สึนะพยักหน้าให้ทุกคนก่อนที่ฮิบาริที่วิ่งไล่สคัลมาหัวเราะในลำคอเเล้วเดินออกไป

สึนะมองฮิบาริที่เดินออกไปก่อนที่จะเดินเข้าไปดูอาการฮินารุที่กำลังหลับอยู่ สึนะยกตัวฮินารุพาดหลังเเล้วเดินออกมาจากโกคุโยเเลนด์กับทุกคน

"รวมพลกันที่ศาลเจ้านามิโมริ?" โกคุเดระเอ่ยด้วยความสงสัยเมื่อรีบอร์นให้สคัลไปตามฮิบาริมาที่ศาลเจ้าพรุ่งนี้

"อ่า กลับโลกอนาคตในอีกสิบปีไงล่ะ" รีบอร์นเอ่ยตอบ สีหน้าทุกคนเปลี่ยนไปก่อนที่จะเเยกย้ายกลับบ้าน

 

 

 

 

 

 

"อือ..." เสียงร้องในลำคอที่ดังขึ้นมาทำให้สึนะที่เเบกฮินารุอยู่บนหลังจึงหันมามองเเล้วเอ่ย

"ตื่นเเล้วหรอ? จริงๆนอนต่อก็ได้นะ" สึนะพูด ฮินารุขยี้ตาเล็กน้อยเเล้วเอาหัวซบหลังเหมือนเดิม

"สืบทอดเสร็จเเล้วหรอ?" ฮินารุเอ่ยถามพลางกระชับเเขนที่คล้องคอไว้

"อืม พรุ่งนี้เราก็กลับโลกอนาคตเเล้วล่ะ" สึนะพยักหน้า ฮินารุมองไปที่ยูนิที่ยิ้มมาทางเธอ

"สึนะ"

"หืม?"

"ทำไมนายถึงจูบฉันล่ะ?" สิ้นสุดคำถาม สึนะเเละยูนิก็ชะงักไป หน้าของสึนะเริ่มขึ้นสิมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนยูนิก็หน้าเเดงเเล้วเอามือปิดปาก

"อะ เอ่อ คือ" สึนะลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัด ฮินารุเขกหัวสึนะไปทีหนึ่งเพื่อให้สึนะกลับมาตั้งตัว

"ใจเย็นก่อนได้มั้ย ตาซื่อบื้อ นายไปเรียนรู้อะไรเเบบนี้มาจากไหนมากกว่า ฉันอยากรู้" ฮินารุถาม สึนะเม้มปากเเล้วเอ่ย

"รีบอร์นน่ะ" ยูนิหันไปหารีบอร์นที่เดินอยู่บนกำเเพงเเล้วทำท่าไม่รู้ไม่ชี้

"เก๊าไม่เกี่ยวนะตัวเอง" รีบอร์นเเอ๊บท่าน่ารักๆจนฮินารุอยากยิงทิ้ง

"เเต่ว่านะนารุจัง เธอกลับมาเป็นปกติได้ไงหรอคะ?" ยูนิเอ่ยถามฮินารุ 

"นั่นสิ"

"คงเป็นเพราะสึนะจูบฮินารุล่ะมั้ง?" รีบอร์นเอ่ยขึ้นมาอย่างสบายใจ

"มันจะไปใช่ได้ไงเล่า!!!" สึนะหันไปเเวดรีบอร์นกลับ

"ทำไมน่ะหรอ?" ฮินารุยิ้มบางเเล้วกอดคอสึนะเเน่นขึ้น

"คงเป็นเพราะสึนะล่ะมั้ง" 

"เอ๊ะ?" 

"ตอนที่ตัวฉันถูกทำลายจิตใจไปเเล้ว ฉันถามสึนะอยู่นี่นาว่าขอเหตุผลในการมีชีวิตได้มั้ย? สึนะก็ตอบมานิว่าอยากให้ฉันมีความสุข เเล้วตอนนี้ฉันไม่ได้อยู่คนเดียวเเล้วนี่นา" ฮินารุเอ่ยด้วยความร่าเริง สึนะที่ได้ยินจึงยิ้มบาง ยูนิก็เช่นกัน รีบอร์นดึงปีกหมวกเพื่อให้บังหน้าตนเองเเล้วหัวเราะในลำคอ

CR.PINTEREST

ฉันเเค่อยากให้เธอมีความสุขเท่านั้นเอง

SAWADA TSUNAYOSHI

________________________________________________________________

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 201 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

295 ความคิดเห็น

  1. #295 Piszerel (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:08
    ฮุ้ยยย มันละมุนค่ะ งื้อมากๆๆ
    #295
    0
  2. #258 Jecelyn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 20:00

    ในที่สุด! ในที่สุด!! ก็รู้ใจตัวเองสักที!!! เด็ก14ทำได้ขนาดนั้น โอ๊ยยยยยเขิน! รีบอร์นสอนอะไรเนี่ยยยย
    #258
    0
  3. #183 คนหลับมืออาชีพ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 18:10

    โอ้มายก๊อด ฉันเขินโมเม้นเด็กสิบสามสิบสี่

    ฟินเหลือหลาย
    #183
    0
  4. #148 autumn morning^^ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 15:05
    รีบอร์นเป็นคุณลุงแล้วอย่ามาแบ๊วนะ555
    #148
    0
  5. #71 Pattarawan2001 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 01:21

    คุณแม่คะดือมากๆๆๆๆๆ รีบอัพนะคะ

    #71
    0
  6. #68 NaomiSama (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 01:46
    รับรู้ได้ว่าน้ำตาไหลแล้ว แงงงงงงงง
    #68
    0
  7. #66 nay2547 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 16:15

    ในที่สุดสึนะก็รู้ใจตัวเองสักที
    #66
    0
  8. #65 Mynun9412 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 02:46

    อ๊ากกกกกกกก สึนะคุ๊งงงงงงงงง โอ้ย อยากกระโดดเข้าไปเป็นนางเอกกกก
    #65
    0
  9. #64 จันทิรารัตน์ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 20:17

    อร๊ายยยย ฟิน ในที่สุดพวกเค้าก็รู้ใจตนเองซะที ดีจังๆ
    #64
    0
  10. #63 N-StAnG-W (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 18:56
    เขินมากกกกกก
    #63
    0
  11. #62 Ploy Parita (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 17:13
    จูบกันแล้ว~
    #62
    0
  12. #61 polytome (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 16:41
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #61
    0
  13. #60 Pattamawan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 16:37

    อ๊ากกกกเขาจูบกันแล้ววยอมรับสักทีนะสึนะ
    #60
    0
  14. #59 lemonade SWEETHEART (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 16:29
    โว้ยยยยย!! ใน งี้ฟะ อ่านไปยิ้มไป
    #59
    1
    • #59-1 lemonade SWEETHEART(จากตอนที่ 13)
      14 มิถุนายน 2563 / 16:30
      *ในที่สุดๆๆๆ เขาจูบกันเเล้ว สึนะไปเรียนมาตอนไหนอะลูก
      #59-1
  15. #58 AbsTxz_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 16:26
    ฮืออออ น้ำตาไหลแร้วนะ น้องต้องทรมานมากแน่ๆเลยอ่าา แต่ก็ผ่านมาได้แล้วนะ สึนะ! นายยอมรับความรู้สึกของตัวเองแล้วหรอ!!! อห!! แถมยัง!! จู บ น้ อ ง นายนี่มัรแน่จีงๆ
    #58
    0
  16. #57 Skawrat (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 16:25

    เขาจูบกันแล้วค่ะคุณแม่!!!!!
    เขินนน
    #57
    0