『FIC REBORN/KHR』赤い月 - จันทราสีอำพัน

ตอนที่ 10 : MOON - 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,736
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 229 ครั้ง
    25 พ.ค. 63

 

 

09 - พระจันทร์กับการพักผ่อนพร้อมทั้งฝึกซ้อม

 

ตอนนี้เรามารวมกันอยู่ที่ศาลเจ้านามิโมริเพื่อเตรียมพร้อมในการไปอนาคตในอีกสิบปี

"เเต่คุณฮิบาริยังไม่มาเลยนะ" สึนะเอ่ยขึ้นมา ฮินารุพยักหน้าเห็นด้วย

"อย่าห่วงไปเลยนา พวกนายไปก่อนเลย" รีบอร์นที่อยู่บนหัวของสึนะเอ่ยขึ้นมา ฮินารุคว้าขึ้นมาก่อนที่จะยิงไปที่โกคุเดระคนเเรก

ปุ้ง!

"เอาล่ะ คนต่อไปนะ" ว่าจบก็ยิงใส่ยามาโมโตะตามด้วย เรียวเฮเเละสาวๆทั้งสามตอนนี้เหลือเเค่เธอกับสึนะเเล้ว

"สึนะ ฉันว่ารุ่นพี่เขาอยู่ที่นู้นเเล้วล่ะมั้ง" ฮินารุบอกสึนะก่อนที่จะยิงใส่ตัวเองทันที

ปุ้ง

"ยัยบ้านี่ ยิงเเบบไม่บอกใครเลย!!!" ทันทีมาถึงโกคุเดระก็ว้ากใส่เธอจนยามาโมโตะต้องล็อกตัวเอาไว้

"น่าๆ โกคุเดระ ใจเย็นก่อนสิ" ยามาโมโตะเอ่ย

ปุ้ง!

ควันชมพูโผล่ขึ้นมาก่อนที่จะปรากฎให้เห็นร่างของสึนะ

"สำเร็จไปด้วยดีสินะ" อิริเอะหันไปคุยกับสปาน่า

"กลับมาเเล้วหรอ วองโกเล่" สปาน่าเอ่ยทักทาย ฮินารุจึงยกเเหวนขึ้นมาลูบเล่นๆพร้อมเเตะผลึกที่เป็นสร้อยคอ

"เอ๊ะ จะว่าไปเบียคุรันล่ะ เขายังหาไม่เจอใช่มั้ย?" สึนะที่นึกขึ้นได้จึงเอ่ยถามอิริเอะ

"ยังหรอก เขายังหาไม่เจอเพราะว่าตอนที่พวกนายกลับไปยังโลกของอดีตที่นี่ก็ผ่านมาเเค่สิบนาทีเอง" อิริเอะบอก ฮินารุเงยหน้ากับคำพูดของอิริเอะ

"สิบนาที?"

"ใช่เเล้วล่ะ นารุจัง ก็ฉันตั้งไว้เเบบนั้นนี่นา" อิริเอะบอกกับเธอ

"เเต่ว่าต่อจากนี้ไปพวกเธอต้องสู้กับคุณเบียคุรัน" เมื่ออิริเอะพูดจบ สึนะจึวหันไปหาพวกโกคุเดระที่มีสายตาที่เเน่วเเน่

"สึนะ" รีบอร์นเอ่ยเพื่อเรียกสติ

"อืม"

"เราจะต้องไม่เเพ้เด็ดขาด นั่นคือเหตุผลที่พวกเรากลับมา" สึนะพูดด้วยความตั้งใจ อิริเอะพยักหน้าก่อนที่จะเดินไปที่คอมเเล้วตรวจเช็คกล้องวงจรปิดทั่วเมืองนามิโมริ

"ข้างนอกเป็นไงบ้างล่ะ โชอิจิ?"

"ไม่เป็นอะไรหรอก ดูเหมือนว่าจะไม่มีปัญหาอะไรเลยนะ สึนะโยชิคุง ผมน่ะจะขอคุยด้วยเกี่ยวกับการต่อสู้นิดหน่อยนะ" อิริเอะบอก ฮินารุมองไปทางประตูเเล้วสะกิดสึนะ สึนะที่ได้ยินเสียงของเเรมโบ้จึงให้อิริเอะหยุดไว้ก่อน

"คุณเเรมโบ้ มาถึงเเล้ว!" เเรมโบ้วิ่งเข้ามาทันทีตามด้วยอี้ผิงที่กำลังวิ่งไล่เเรมโบ้อยู่

"อ๊ะ เบียงกี้ ฟูตะ มีอะไรรึเปล่า?" สึนะเอ่ยถามด้วยความสงสัย ฮินารุมองฮารุเเละเคียวโกะที่ดูเหมือนว่าจะสงสัยพวกเราอยู่

"เคียวโกะจัง...ฮารุ" ฮินารุเหล่มองสึนะเเล้วถอนหายใจเบาๆ รีบอร์นเหลือบมองเธฮเเต่ก็โดนฮินารุจ้องกลับไป ฮินารุมองคนตรงหน้าเเล้วเดินไปหาอิริเอะเเละสปาน่า

"โชอิจิคุง" ฮินารุกระซิบกับอิริเอะ

"มีอะไร นารุจัง?"

"มือถือของตัวฉันในยุคนี้น่ะ ขอหน่อยได้มั้ย?" อิริเอะพยักหน้าเเล้วก็ยื่นให้เธอ ฮินารุรับมาก่อนที่จะหยิบมือถืออีกเครื่องขึ้นมาพร้อมกดมือถือของเธอในยุคนี้เพื่อก๊อปปี้ข้อความพร้อมส่งไปในอีเมล์ของเธอในยุคปัจจุบัน

"อ่ะ ขอบใจมากนะ" ฮินารุยื่นมือถือกลับก่อนที่จะมองเคียวโกะเเละฮารุที่เดินออกไปเเล้ว

"อ่า ให้ตายสิ ยุ่งยากชะมัด" ฮินารุพึมพำเบาๆพร้อมขยี้หัวเล็กน้อยเมื่อเปิดข้อความอ่านจากตัวเองในอีกสิบปีข้างหน้า

"ใจเย็นๆก่อนเถอะ นารุจัง" อิริเอะที่เห็นท่าทางของเธอเลยหัวเราะออกมา

"พวกเขาไม่เป็นอะไรหรอก สึนะโยชิคุง" สึนะตอบรับ

"เเล้วที่จะคุยด้วยคืออะไรล่ะ?" ฮินารุหันไปมองโกคุเดระเเละเเรมโบ้ที่กำลังเเกล้งกันอยู่

"อะไรของพวกนายล่ะเนี่ย?" ฮินารุพึมพำ

"ด้วยชัยชนะของวาเรียที่อิตาลีทำให้พวกเราตอนนี้ได้เปรียบ ที่เหลือก็เเค่..."

"โค่นเบียคุรันเท่านั้นใช่มั้ยสุดขั้ว!" เรียวเฮพูดต่อจากอิริเอะ

"อย่าพูดเเทรกคนอื่นได้มั้ยเจ้าหัวสนามหญ้า!" โกคุเดระพูดใส่เรียวเฮ

"หา? ว่าไงนะ เจ้าหัวปลาหมึก!" เรียวเฮก็สวนกลับเช่นกันเเต่ว่ายามาโมโตะก็ห้ามเอาไว้ก่อน

"ใจเย็นๆกันก่อนสิ เเต่มันก็จริงอยู่นะ"

(ไม่หรอก) เสียงของใครบางคนที่ดังขึ้นทำให้ทุกคนต่างหันหาเสียง ฮินารุที่ได้ยินเสียงจึงเผลอทำโทรศัพท์หล่นทันที

เคร้ง

"สะ เสียงนี้มัน....เบียคุรัน..." ฮินารุหลบหลังสึนะเเล้วกำเสื้อเอาไว้เเน่น สึนะที่เห็นท่าทีของเพื่อนที่เเปลกไปจึงจับมือของเธอที่กำลังเกาะเเขนเขาอยู่เเล้วพึมพำ

"เสียงนี้มัน..."

(พวกเราพึ่งเริ่มเอง ทั้งการโจมตีที่อิตาลีเเละการทำลายฐานทัพที่ญี่ปุ่น) สิ้นสุดเสียงก็ปรากฎร่างของชายคนหนึ่งขึ้นมาเป็นภาพโฮโลเเกรม

(สนุกมากเลยล่ะ)

"นะ..นายคือ..."

"คุณเบียคุรัน" เป็นอิริเอะที่เอ่ยออกมาด้วยเสียงที่สั่นๆเเล้วถอยหลังออกมา

"นี่หรอ...เบียคุรัน"

(ได้เห็นหน่วยสุดเเกร่งของวองโกเล่เอาจริงเเบบนี้เป็นการซ้อมรบที่ไม่เลวเลยนะ) เบียคุรันเอ่ยออกมา มือเรียวกำเสื้อของสึนะเเน่น

(ที่ฐานเมโลเน่ โชจังก็เเสดงละครตบตาฉันเป็นอย่างดีเลยล่ะ)

"เอ๊ะ คุณหรือว่าผมหลอกอยู่น่ะ" อิริเอะถาม

(อ่า รู้อย่างดีเลยล่ะ ก็จริงอยู่ว่านายใช้การต่อสู้ในครั้งนี้เพื่อถล่มฐานทัพ เเต่ว่าฉันขอบอกนายตามตรงนะ ไม่คิดว่านายจะไปเป็นพวกกับวองโกเล่เลยเเต่ก็คิดไว้เเล้วล่ะ สักวันโชจังต้องเป็นศัตรู ก็เพราะว่าโชจังชอบทำสายตาเเบบไม่ชอบมาตลอดเลยนี่นา)

"คะ คุณน่ะ คุณทำผิดอยู่รู้มั้ย?" อิริเอะถามออกไป สึนะหันมามองอิริเอะด้วยความสงสัย

(นั่นไงมาเเล้ว เเต่ว่าอยากทำอะไรก็ทำเถอะ ใครจะผิดหรือว่าถูกเดี๋ยวก็รู้กันเเล้วล่ะ) เบียคุรัยเอ่ย

(เเต่ว่าโชจังก็ชอบทำอะไรพิลึกๆน่ะ ดันเอาชะตาของโลกเเล้วก็คนสำคัญไปฝากไว้กับวองโกเล่ที่ปากไม่กลิ่นสิ้นนํ้านมเเบบนี้)

"ชะตา...ของโลก? คนสำคัญ?" สึนะพึมพำ

"นี่เเกอย่ามาพูดจาอะไรพล่อยๆเเบบนี้นะ!" โกคุเดระว้ากใส่ทันที ฮินารุส่ายหน้าเเล้วไปดึงเสื้อโกคุเดระเอาไว้

"มีอะไร ยัยบ้า?" โกคุเดระหันมาหน้ามาเเล้วจิปากใส่

"อย่า..." โกคุเดระมองท่าทีของฮินารุที่ดูเหมือนว่าจะกลัวเบียคุรันจนตัวสั่นไปหมด

(ไม่ได้เจอกันนานนะ ฮินารุจัง) เบียคุรันเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นเธอพร้อมยิ้มออกมา ฮินารุสะดุ้งเฮือกพลางหลบหลังตัวสึนะ

(จะให้วองโกเล่ปกป้องเธอไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก) เบียคุรันเอ่ยเเล้วเดินเข้ามาใกล้สึนะเเละตัวเธอ

(เธอน่ะ ไม่มีทางหนีจากฉันได้หรอก)

'เธอน่ะ ไม่มีทางหนีจากฉันได้หรอก' เสียงในหัวดังขึ้นมาซ้อนทับกับสิ่งที่เบียคุรันพูด ฮินารุหลุบตาลงไม่มองหน้าเบียคุรัน เจ้าตัวยกยิ้มเเล้วเดินออกห่าง

(อันที่จริงจะต่อสู้เเบบไม่ต้องพักเลยก็ได้นะ จะทำลายวองโกเล่เลยมันง่ายจะตาย เเต่ว่าก็ต้องยอมรับเลยว่าฉันสนุกมาก เเถมยังโดนผู้ช่วยที่ฉันไว้ใจหักหลังอีกมันก็เกี่ยวกับศักดิ์ศรีของหัวหน้าซะด้วย เพราะงั้นเรามาทำให้เป็นเรื่องเป็นราวดีกว่า) เบียคุรันเอ่ย

"เป็นเรื่องเป็นราว?" ยามาโมโตะเอ่ยออกมา

(วองโกเล่เเฟมิลี่โดยการนำของซาวาดะ สึนะโยชิเเละมิลฟิลโอเล่เเฟมิลี่ของฉัน มาวัดพลังกันอย่างเป็นทางการกันเถอะ)

วัดพลัง? สึนะคิดในใจ

(เเน่นอนว่าเกี่ยวกับทูรีนิเซตด้วย)

"ทูรีนิเซตงั้นหรอ?" สึนะโพล่งขึ้นมา ฮินารุสะดุ้งอีกครั้งพร้อมกำเเหวนที่สวมเเน่น

(จังหวะเเละเวลาก็เหมาะพอดีที่จะทำลายโลกเก่าๆเเล้วก็โชจังไปด้วย จากนั้นก็จัดพิธีฉลองโลกใหม่กันเลย)

"เเกกำลังวางเเผนอะไรอยู่" รีบอร์นเอ่ยถามขึ้นมา

"โลกใหม่อะไรอ่ะ?" สึนะเอ่ยขึ้นมา

"เดี๋ยวก่อนสิครับ คุณเบียคุรัน คุณทำไม่ได้ง่ายๆหรอก" อิริเอะพูด

(โอ๊ะ สบายดีหรอ โชจัง?)

"เพราะคุณน่ะส่งสี่คนมาที่ฐานทัพ ที่อิตาลีอีกหนึ่งคนซึ่งเป็นห้าไนหกบุปผาอาลัยเเล้วห้าในเจ็ดก็เสียมาเร่ริงไปเเล้ว ตอนนี้คุณน่ะไม่ต่างอะไรกับนกปืกหักหรอก"

(งั้นหรอ ถ้ามันเป็นของจริงล่ะนะ)

เพล้ง

พูดจบเเหวนที่อยู่บนนิ้วของอิริเอะก็พังทันที ท่ามกลางความตกใจของทุกคน

"เเหวนเเตกไปเเล้ว?!" โกคุเดระเอ่ยขึ้นมา ฮินารุค่อยๆปล่อยมือจากเสื้อของสึนะเเล้วก้มลงไปเก็บศษหินที่เเตกไป

(มันทำมาจากหินเกรดเอเลยนะ) เบียคุรันเอ่ย

(ถ้าเป็นทูรีนิเซตก็จะมากกว่านี้) พูดจบก็ชูมือขึ้นพร้อมกับที่มีเเหวนด้วย ฮินารุกำหินก้อนนั้นให้เเตกเป็นผุยผง

(โทษทีนะ เเต่ฉันมีองค์กรอื่นที่ไม่ได้บอกโชจังเอาไว้น่ะ ถ้าให้เจอกับโชจังเลยคงจะเดือดน่าดู ฉันเลยซ่อนเอาไว้ก่อน) เบีคุรันลืมตาขึ้นมาเเล้วเอ่ย

(เเต่ไหนๆก็เป็นศัตรูกันเเล้วฉันจะเเนะนำให้รู้จัก หกบุปผาอาลัยที่เเท้จริงยังไงล่ะเเละพวกเขาก็เป็นผู้พิทักษ์ที่เเท้จริงของมิลฟิลโอเล่เเฟมิลี่)

(พวกเขาก็คือคนที่ฉันเลือกมาเพื่อสร้างโลกใหม่เเละครองมาเร่ริงของเเท้ยังไงล่ะ)

"ไม่จริงนา งั้นที่ผ่านมา"

"เป็นตัวปลอมงั้นหรอ?"

"นี่มันหมายความว่าไง อิริเอะ!"

"คนพวกนี้คือใครกัน ผมไม่เห็นรู้จักเลย!!" อิริเอะตะโกนขึ้นมา ฮินาริเเตะไหล่เพื่อให้สงบสติก่อน

"โชอิจิคุง ใจเย็นก่อน"

(ก็ฉันน่ะไม่อยากโชจังมีเรื่องปวดหัวเพิ่มขึ้นนิ ฉันก็เลยคิดเเบบนี้) เบียคุรันก่อนที่จอภาพจะเปลี่ยนไปเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีผมสีเเดง

(ยกตัวอย่างเช่นคนนี้ อย่างที่เห็นว่าเขาเป็นคนที่มาจากบ้านเกิดที่มีเเต่ธรรมชาติเเต่พอฉันบอกว่าช่วยเเสดงความพร้อมให้ฉันดูหน่อย) พอพูดจบภาพที่เป็นบ้านเกิดของชายคนนั้นเเปรเปลี่ยนสีดำมือมิด มีลาวาที่กำลังปะทุอยู่

"อย่างกับนรกเลยนะ" รีบอร์นเอ่ย ฮินารุพยักหน้าเห็นด้วย

(เขายอมทิ้งบ้านเกิดตัวเองเลยล่ะ)

"มีอะไรอยู่ในเเมกม่าด้วย" โกคุเดระโพล่งขึ้นมา

"เเต่ว่าจะไปมีอะไรอยู่ในนั้นได้ไงล่ะ?" ยามาโมโตะเอ่ย

"เเมกมาเลยนะ" เรียวเฮพูด โกคุเดระวิ่งเข้าไปดูใกล้ๆ

"เเต่ว่ามันมีจริงๆ ลองดูดีๆสิ" พอเบียคุรันซูมภาพให้ดูก็ปรากฎว่าชายคนนั้นกำลังเเช่เเมกมาพร้อมผิวปากไปด้วย

(หึๆ เข้าใจรึยังล่ะ ว่าหกบุปผาอาลัยมีพลังที่เเข็งเเกร่งมากๆที่ไม่เหมือนชาวบ้าน อีกอย่างพวกเขาก็มีลูกน้องคนละห้าพันนายเเล้วก็ทหารระดับเออีกหนึ่งร้อยนายด้วย)

"ระดับเอหนึ่งร้อยนาย?!" สปาน่าโพล่งขึ้นมาด้วยความตกใจ

(ถ้าโค่นพวกเขาได้คราวนี้พวกนายก็จะชนะจริงๆ มิลฟิลโอเล่จะยอมศิโรราบให้กับวองโกเล่เลย)

"คุณเบียคุรัน วัดพลังที่ว่าคุฯคิดที่จะทำอะไรกันเเน่?" อิริเอะถาม

(ยังจำเกมช้อยส์ที่โชจังเคยเล่นบ่อยๆมั้ยล่ะ?)

"ชะ ช้อยส์งั้นหรอ?" อิริเอะพูดด้วยความตกใจ เเต่พวกสึนะกลับงงว่ามันคือเกมส์อะไร

(ฉันจะทำให้มันเป็นของจริงเอง เอาไว้จะเเจ้งรายละเอียดในอีกสิบวันข้างหน้าเเล้วกันนะ ช่วงนี้ฉันจะไม่ลงมืออะไรเลย)

"พูดบ้าๆน่า ใครจะยอมพักกันล่ะ" รีบอร์นกระโดดมาอยู่ตรงหน้าของเบียคุรัน

(โอ๊ะ เธอคงเป็นอัลโกบาเล่โน่ รีบอร์นจังสินะ อืม ก็อยากจะคุยด้วยหรอกนะเเต่ว่าได้เวลาเเล้วล่ะ เวลาที่ฐานทัพเมโลเน่จะหายไปยังไงล่ะ) พูดจบก็หายไปทันที

"หายไป..?"

(งั้นไว้เจอกันนะ ในอีกสิบวัน) พอเบียคุรันพูดจบก็มีเเสงขาวเปล่งขึ้นมาทันที ฮินารุจึงหลับตาปี๋เเล้วทรุดตัวลง

'อยากหนีก็ลองดูสิ ฮินารุจัง'

บะ เบียคุรัน

'เเต่ว่าสุดท้ายเเล้วชิ้นส่วนสุดท้ายของทูรีนิเซตก็เหลือเเค่เธอเเละวองโกเล่ริงเเล้วล่ะ' เสียงของเบียคุรันเอ่ยขึ้นมา ฮินารุสะดุ้งโหยงก่อนที่จะได้สติกลับมาอีกครั้งว่าฐานทัพได้ย้ายมาที่ไหนไม่รู้

"นารุ เป็นอะไรรึเปล่า?" สึนะรีบวิ่งมาหาทันที ฮินารุส่ายหน้าเเล้วยันตัวเองขึ้นโดยมีสึนะช่วย อิริเอะหันมามองฮินารุเเล้วเอ่ยออกมา

"นารุจัง ไหวรึเปล่า?" อิริเอะเอ่ยออกมา ฮินารุหันไปมองอิริเอะ

"สบายมากๆ เเต่ว่านะโดนเจ้าบ้านั่นเล็งหัวไว้เเบบนี้คงจะเครียดไปสักพักเลยล่ะ" ฮินารุพูด อิริเอะถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปที่เครื่องวงกลมสีขาวขนาดใหญ่เเล้วมอบกล่องวองโกเล่อีกหกกล่องให้กับพวกสึนะ ฮินารุหยิบกล่องธาตุของตัวเองขึ้นมาก่อนที่มันจะเปล่งเเสง

"ชะ โชอิจิ ทำไมกล่องของฉันมัน...?" ฮินารุเอ่ยออกมา ในระหว่างที่ทุกคนกำลังดูกล่องของตัวเอง อิริเอะเดินเข้ามาเเล้วดูกล่อง

"ไม่เป็นอะไรหรอก สัตว์ในกล่องของเธอคงอยากออกมาน่ะ" ฮินารุมองมือที่ถือกล่องมันส่ายไปมาจนฮินารุต้องจุดไฟดับเครื่องเพื่อให้มันออกมา

"เปิดกล่อง" คิสุเนะร้องออกมาก่อนเเล้วเข้ามาคลอเคลียกับฮินารุด้วยความรัก

"กล่องจะเปิดออกมาเป็นสัตว์งั้นหรอ?" สึนะเดินเข้ามาดูคิสุเนะเเล้วยื่นมือมาจับเจ้าตัวก็ให้จับเเต่โดยดี

"ใช่เเล้วล่ะ" อิริเอะเอ่ย

(โฮ่ย!!! เจ้าพวกเด็กเเสบ ยังมีชีวิตอยู่ใช่มั้ย!!!!) เสียงก้องกังวานที่ดังมาจากหูฟังของสึนะทำให้พวกเราหูอื้อกันไปหมด

(มีการติดต่อจากวาเรียครับ) จางนินิเอ่ย

(เเต่ว่าพวกมิลฟิลโอเล่อาจจะกำลังดักฟังอยู่ก็ได้นะ) ฟูตะเอ่ยขึ้นมา

(รีบต่อสายเร็วๆเข้าเถอะโว้ย!!!)

(เข้าใจเเล้วครับ เเต่ว่าช่วยเบาเสียงหน่อยนะครับ)

"เสียงนี้ สคอวโล่ไม่ใช่หรอ?" ยามาโมโตะเอ่ย

(โฮ่ย เจ้าพวกเด็กเเสบ!!! ฟังนะ เกิดเรื่องเเบบนี้ถือว่าพวกเราวองโกเล่ลงเรือลำเดียวกันเเล้ว พวกเเกน่ะ....โอ๊ย!!! ไอ้บอสบ้าทำอะไรวะ?!)

(ซาวาดะ สึนะโยชิ)

"สะ เสียงเเบบนี้มัน ซันซัส!!" สึนะที่จับหูฟังเอ่ยออกมา ฮินารุที่กำลังเล่นกับคิสุเนะอยู่ก็เงยหน้าขึ้นเเล้วรู้สึกเหมือนเห็นอะไรบางอย่างโผล่ขึ้นมา

 

'อย่าทำเเบบนี้อีกเลยนะ เรเชล ฉันไม่อยากให้เธอเป็นส่วนหนึ่งของทูรีนีเซตนะ!' เป็นพรีโม่ที่ยืนเถียงกับเธออยู่โดยสิ่งที่คั่นระหว่างพวกเขาคือโต๊ะทำงานของพรีโม่ที่มีเเต่เอกสารไปหมด เรเชลกำมือเเน่นเเล้วเอ่ยขึ้นมา

'ฉันก็ไม่อยากจะทำหรอก เเต่ว่าในเมื่อมันเป็นเรื่องของชะตา เราก็ทำอะไรไม่ได้หรอก!' เรเชลเถียงพรีโม่กลับ นัยน์ตาสีอำพันของเธอสั่นไหวเล็กน้อยเพราะว่าความกลัว

'จี...ช่วยฉันห้ามที' พรีโม่หันไปเอ่ยกับจี ผู้พิทักษ์วายุรุ่นเเรกของวองโกเล่ ชายผมเเดงที่มีทรงคล้ายโกคุเดระ ใบหน้าด้านขวาของเขามมีรอยสักอยู่พร้อมทั้งที่คอด้วย

'เเกคิดว่าเราเคยห้ามเธอได้มั้ยล่ะ?' จีที่ยืนข้างเรเชลเอ่ยขึ้นมา

'เเต่ว่านะ เรเชล การที่เธอไปเป็นตัวเเปรสำคัญของทูรีนิเซตเเบบนั้น...' ชิม่อน โคซาร์ท เพื่อนสนิทของทั้งสามเอ่ยขึ้นมาด้วยความกังวล เรเชลถอนหายใจอย่างเเรงเเล้วทรุดนั่งลงบนโซฟาเเล้วเอามือกุมหัวเอาไว้

'ฉันเลือกเเล้ว ไม่เป็นอะไรหรอก' เรเชลเอ่ยออกมา พรีโม่กัดฟันเเน่นเเล้วเบี่ยงหน้าออก ทั้งจีเเละโคซาร์ทก็เช่นกัน เพราะพวกเขารู้ดีว่าถ้าเรเชลตัดสินใจที่จะทำอะไรเเล้ว เธอจะไม่ยอมล้มเลิก

 

(พิสูจน์ให้เห็นสิว่าวองโกเล่น่ะเเข็งเเกร่ง ถ้าเเกยังไม่อยากสูญเสียสิ่งที่เเกรักมากที่สุดไป.....กริ๊ก!!!) ซันซัสเอ่ยเเค่นั้นเเล้วก็ทำลายอุปกรณ์สื่อสารของสคอวโล่ทันที สึนะที่ได้ยินจึงอุทานนิดๆ

ฮินารุที่ได้เห็นว่าภาพนั้นมันออกเเล้วก็หันไปหาคิสุเนะที่กำลังมองหน้ามาทางเธอเเล้วกลับเข้ากล่องพร้อมส่องเเสงอีกครั้ง

"ทำไม...มันถึงส่องเเสงอีกเเล้วล่ะ?" ฮินารุมองกล่องของตัวเองที่กำลังส่องเเสงอยู่ก่อนที่จะดับหายไป

"เเต่ว่าที่สำคัญในตอนนี้คือพวกนายต้องพักผ่อนกันก่อนนะ" อิริเอะพูด ฮินารุที่ได้ยินจึงได้สติกลับมา

"พวกเรายังไหวอยู่นะ!" สึนะเอ่ยขึ้นมา

"เรื่องมันจะเเน่หรอ?" รีบอร์นเอ่ยพลางมีเลศนัยเเล้วกระโดดไปถึงขาของสึนะจนไปชนกับยามาโมโตะเเล้วล้มไปทันที

"เห็นมั้ยล่ะ เเค่จะยืนพวกนายก็จะส้มอยู่เเล้ว"

"เเต่ก็ไม่ควรเอาฉันเป็นเเบบสิ!!!" สึนะเถียงกลับ ฮินารุเริ่มรู้สึกว่าตัวเองมึนหัวเเปลกๆจึงเดินไปคว้าไหล่ของสึนะ

"สึนะ...เรารีบกลับฐานเถอะ..." มือเรียวบีบไหล่ของสึนะเเน่น มืออีกข้างก็กุมกัวเอาไว้ สึนะหันมามองเธอเเล้วเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าเธอมีอาการเเปลกๆ

"นารุ? เธอเป็นอะไรไป?" ฮินารุไม่ตอบอะไรก่อนที่จะทรุดลงไปทันที เเต่ก็ได้ยินเสียงของสึนะเรียกเธอเสียงดัง

"นารุ!!!"

.

.

.

.

.

ติ๊ด ติ๊ด

"ร่างกายอ่อนเเอเพราะว่ามีความเครียดสะสมสูงมากเลย" อิริเอะเอ่ยบอกสึนะที่กำลังกุมมือของฮินารุ

"เเต่ว่านะ ฮินารุไม่ได้เเสดงอาการอะไรเเบบนั้นเลย" ยามาโมโตะเอ่ย สึนะก็พยักหน้าเห็นด้วย

"ความเครียดน่ะ เกิดได้หลายสาเหตุนะ เพียงเเต่ว่าเจ้าตัวไม่ยอมพูดอะไรก็เเค่นั้น" อิริเอะเอ่ย

"พวกนายก็ไปพักผ่อนก่อนเถอะ สองสามวัน หลังจากนั้นเราจะเริ่มฝึกกันเลย" รีบอร์นเอ่ย

"ฝะ ฝึกงั้นหรอ!?" สึนะโวยขึ้นมา

"ก็ใช่สิ เราต้องสู้กับเบียคุรันนะ อีกอย่างเรายังไม่รู้เลยว่าช้อยส์คืออะไร" รีบอร์นเอ่ย อิริเอะสะดุ้ง

"อ่า เดี๋ยวเล่าให้ฟังทีหลังนะ ฉันมีเรื่องที่ต้องไปจัดการน่ะ" อิริเอะเอ่ย

.

.

.

.

สามวันผ่านไป ฮินารุตื่นขึ้นมาด้วยอาการที่เเข็งเเรงเหมือนเดิม เบียงกี้ที่กำลังนั่งเฝ้าเธออยู่ก็บอกเธอว่าพวกสึนะกำลังเริ่มฝึกกัน ฮินารุจึงพยายามเดินไปที่ห้องนั้นเเต่เบียงกี้ก็ห้าม

"เธอต้องพักนะ สองวันมานี้ สึนะมาหาเธอทุกวันเลย เขาเป็นห่วงนะ" เบียงกี้เอ่ย ฮินารุก็ไม่ได้ฟังอะไรเเต่ก็พยายามจะเดินออกไป

"เบียงกี้ ฉันไม่อยากที่จะอ่อนเเอตลอดไป จนต้องให้ใครมาปกป้องหรอกนะ" ฮินารุจับเเขนของเบียงกี้ที่กำลังพยุงเธออยู่ เบียงกี้มองหน้าเธอก่อนที่จะเปลี่ยนใจเเล้วพยุงเธอไปเเทน

"เเค่นี้ก็พอเเล้วล่ะ ตอนนี้พวกสึนะคงเเยกกันกลับที่พักเเล้ว" เบียงกี้พยักหน้าเเล้วลูบหัวเธอก่อนที่จะเดินออกไป

ฮินารุเดินไปตามเธอพลางคิดไปเรื่อยก่อนที่จะมาหยุดที่หน้าห้องของสึนะเเล้วเคาะประตู

ก๊อก ก๊อก

"ครับ?" เสียงของสึนะดังมาจากข้างในทำให้ฮินารุปรับนํ้าเสียงให้ร่าเริงเเล้วเอ่ยออกมา

"ฉันเอง" ก่อนที่จะมีเสียงดังขึ้นหนึ่งครั้งก่อนที่ประตูจะเปิดออก ฮินารุเอียงหน้ามองสึนะที่มีบาดเเผลบนหน้าผาก

"เป็นอะไรรึเปล่า?" สึนะส่ายหน้าเเล้วดึงเธอเข้ามาในหัว

"เธอไม่เป็นอะไรเเล้วใช่มั้ย" สึนะเอ่ยถาม

"อื้อ ก็ได้พักเเล้ว ฉันได้ยินจากเบียงกี้ว่าพวกนายฝึกซ้อมขับเเอร์ไบค์งั้นหรอ?" สึนะพยักหน้าเเล้วเล่าต่อ

"พวกยามาโมโตะขี่ได้เเล้วล่ะ ส่วนฉันได้บ้างเเล้ว รีบอร์นเลยบอกให้เรามาพักผ่อนเตรียมตัวฝึกพรุ่งนี้เกี่ยวกับอาวุธกล่องของวองโกเล่" สึนะเอ่ยพลางมองไปที่กล่องวองโกเล่ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ ฮินารุมองกล่องนั้นเเล้วลุกขึ้นไปหยิบพลางมองมันที่กำลังดิ้นไปมาเพราะสึนะจุดไฟ

"อะ อะไรเนี่ย? ทำไมมันถึงขยับล่ะ?!" สึนะเอ่ยขึ้นมาด้วยความตกใจ ฮินารุส่ายหน้าเพราะว่าไม่รู้

"จะไปรู้เรอะ"

"อ่อใช่ จางนินิบอกว่าเธอก็มีเหมือนกันเเต่เป็นสเกตบอร์ดที่สามารถใช้ไฟเครื่องดับชนของเธอเติมพลังงานให้มันได้

"จริงหรอ พรุ่งนี้ลองไปเล่นดีกว่า อ่ะ" ว่าจบก็คืนกล่องให้สึนะ

"เเต่ว่ารีบอร์นสั่งไว้ว่าอย่าพึ่งเปิดกล่องจนกว่าจะมีถึงวันพรุ่งนี้ เเต่กล่องของฉันกลับ..." ฮินารุเหลือบมองเเล้วถอนหายใจ

"นายอดทนไม่ได้หรอ?" ฮินารุหันหน้าไปหาสึนะที่กำลังถือกล่องอยู่ สึนะหันมาทางเธอเเล้วเบิกตากว้างนิดๆ

นี่เป็นครั้งเเรกที่เขาได้เห็นใบหน้าของเธอเเบบชัดๆ ใบหน้าเรียว นัยน์สีอำพันสว่างช่วยทำให้เธอดูสวยขึ้นมา ริมฝีปากบางสีชมพูอ่อนๆที่เธอไม่ได้ทาลิปมันไว้ สึนะคิดได้อย่างเดียวเลยว่านารุสวยกว่าเคียวโกะจังอีก

"อะ...เอ่อ อืม" ฮินารุเลิกคิ้วเเล้วเอ่ย

"นายควรทำตามคำสั่งดีกว่านะ" ร่างบางลุกออกจากเตียงของสึนะที่นั่งอยู่ก่อนที่จะเดินไปที่ประตูเเต่กลับได้ยินเสียงไฟเครื่องดับชน ฮินารุชะงักเเล้วหันไปมองสึนะที่กำลังเปิดกล่อง ก่อนที่ฮินารุจะรีบกางบาเรียทันทีเมื่อมีอะไรบางอย่างออกมาจากกล่องของสึนะ

ตูม!!!

"เเค่กๆ" ฮินารุสำลักควันออกมาหลายครั้งก่อนที่จะลดบาเรียลงเเล้วเห็นสึนะทีี่อยู่ในโหมดไฮเปอร์กำลังหยุดสัตว์กล่องของตัวเองอยู่

ทำไมสัตว์กล่องของสึนะที่ได้เป็นเเบบนั้นล่ะ? ฮินารุคิดในใจก่อนที่จะยันตัวขึ้น สึนะที่กำลังต่อต้านมันทำให้พลังของมันเเข็งเเกร่งขึ้น

"ท่านซาวาดะ ท่านฮินารุ!" เสียงเรียกของบาจิลทำให้ฮินารุหันไปมองคนที่มาดูได้เเก่ยามาโมโ๖ะ เรียวเฮ โกคุเดระเเละเจ้าของเสียงเมื่อกี้คือบาจิล

"พวกนาย..."

"ทุกคนอย่าเข้ามา!" สึนะเอ่ยดังลั่นเเล้วบินไปทางอื่นทันที นัยน์ตาสีอำพันมองสัตว์กล่องของสึนะที่กำลังโจมตีอยู่ เธอจ้องดวงตาของมันที่กำลังอึดอัดเเละโมโหร้าย

ตึก ตึก

"ยัยบ้า! ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!!!" โกคุเดระเป็นฝ่ายตะโกนเเต่เสียงมันไม่เข้าไปไหนในหัว ฮินารุยังคงย่างก้าวเข้าไปเรื่อยๆ

ติ๊ง...!

เสียงของอะไรบางอย่างที่เหมือนกับว่าเชื่อมต่อกับอะไรบางอย่างซึ่งคนที่รู้คือสึนะที่กำลังป้องกันตัวเองเเละฮินารุที่กำลังเดินไปหา

"นารุ อย่าเข้ามา!" สึนะดึงสติกลับมาเเล้วตะโกนบอกเธอ ฮินารุส่ายหน้าเเล้วเดินไปอยู่หน้าสึนะ

"นี่..." สัตว์กล่องของสึนะหันมาหาเธอเเล้วชะงักไปก่อนที่จะบินมาหาเธอ สึนะที่เห็นจึงรีบขวางเอาไว้ทันที

"สึนะ เดี๋ยวก่อน ใจเย็น" ฮินารุบีบเเขนของสึนะที่อยู่ด้านหน้าของเธอ มือเรียวยกขึ้นมาเเล้วเเตะไปที่สัตว์กล่องที่กำลังมองมาทางเธอ

"เป็นห่วง...ความโกรธ....ความอึดอัด..." ฮินารุที่เเตะตัวไปจึงเอ่ยขึ้นมาก่อนที่ตัวของมันจะมีเเสงวาบขึ้นมาเเล้วเข้าไปในกล่องเหมือนเดิมพร้อมกับกล่องวองโกเล่ของสึนะที่เปล่งเเสงเหมือนกับของเธอเมื่อตอนนั้น

"เหมือนตอนนั้นเลย" ฮินารุพึมพำเเล้วหยิบกล่องวองโกเล่ของสึนะขึ้นมา

"รุ่นที่สิบ เป็นอะไรมั้ยครับ?" โกคุเดระวิ่งเข้ามาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง สึนะออกจากโหมดไฮเปอร์เเล้วตอบ

"ไม่เป็นอะไรหรอก เเต่ทำไมสัตว์กล่องถึงทำร้ายฉันล่ะ?" สึนะพึมพำ ฮินารุหยิบกล่องของตัวเองขึ้นมาไว้บนมืออีกข้างเเล้วถือไว้ข้างๆกันก่อนที่จะมีเเสงวาบออกมา

"สะ เเสงอะไรกัน?" เรียวเฮเอามือปิดตาเอาไว้เพราะว่าเเสบตา ฮินารุมองกล่องทั้งสองที่ส่องเเสงก่อนที่จะดับไป

"เมื่อกี้น่ะ สึนะเป็นคนผิดนะ ยิ่งกับธาตุนภาเเล้วต้องละเอียดอ่อนมากเลยล่ะ" เสียงของใครบางคนที่คุ้นหูดังขึ้นมาทำให้พวกเราหันไปมอง

ชายผมบลอนด์สีทองเเสกไปอีกข้างพร้อมรอยสักบริเวณเเขนซึ่งเขากำลังขี่ม้าที่เป็นสัตว์กล่องอยู่

"ดี...โน่ซัง?" สึนะพูดออกมา ดีโน่ยกยิ้มก่อนที่จะลงจากม้าเเล้วโบกมือทักทาย

"ไง ไม่เจอกันนานนะ" ฮินารุรู้สึกว่าคิ้วของเธอกระตุกรัวๆเลย

'เรายังไม่เคยบอกเจ้าสินะว่าเรา พรีโม่เเละเราสามารถติดต่อกันทางจิตได้ ซึ่งตอนนี้พวกเธอก็สามารถทำได้เช่นกัน' เสียงของเรเชลดังขึ้นมาในหัวของเธอในตอนที่เธอกำลังลูบเเหวนอยู่ สึนะชะงักก่อนที่จะหันไปทางเธอเมื่อได้ยินอะไรบางอย่างในหัว

'เดซิโม่ ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้ตอนนี้ทั้งเธอเเละฮินารุสามารถสื่อสารกันผ่านจิตได้โดยที่ไม่มีใครรู้'

เสียงของคุณเรเชลนี่นา....สึนะคิดในใจพลางมองฮินารุที่มองมาทางตนอยู่เหมือนกัน

เเสดงว่าเเสงที่เปล่งออกมาจากกล่องของวองโกเล่ของเขาเเละของเธอนั่นคือสัญญาณ

"เฮ้อ" ฮินารุถอนหายใจเฮือกเเล้วทำให้ทุกคนหันมามองเธอ

"มีอะไรรึเปล่า?" ยามาโมโตะเอ่ยถามเธอ

"เปล่าๆ ไม่มีอะไรหรอก" โบกมือไปมาเเล้วเดินผ่านทุกคนทันทีเพื่อไปที่ห้องนอน

'สึนะ ถ้าพวกนายมีประชุมอะไรกัน มาบอกฉันด้วยนะ' เธอถือโอกาสนี้ลองใช้จิตสื่อสารกับสึนะดู ถึงเเม้เจ้าตัวจะตกใจไปบ้างเเต่ก็ตอบกลับมาด้วยสีหน้าที่เเน่วเเน่

'อ่า ได้สิ' ฮินารุหลับตายิ้มอ่อนเเล้วเดินออกไปก่อนที่จะเจอฟูตะ

"ฟูตะ?"

"พี่นาจัง?"

"นายมาทำอะไรอ่ะ?" ฮินารุเอ่ยถาม

"ผมมาตามพวกพี่สึนะน่ะครับ"

"อ่อ งั้นขอตัวก่อนล่ะกัน"

ฮินารุป้องปากตัวเองเหตุเพราะว่าความง่วงถึงเเม้เธอพึ่งจะตื่นนอนขึ้นมาจากการหลับสองวันเเต่ใช่ว่าจะนอนเต็มอิ่ม

.

.

.

.

.

ฮินารุตื่นขึ้นมาอีกครั้งด้วยความงัวเงียก่อนที่จะเดินไปที่ห้องประชุมเพราะว่าดีโน่เรียกมา

"ฮ้าว หวัดดีค่ะ" ฮินารุเอ่ยขึ้นมา ดีโน่หันมามองเธอ

"มาเเล้วหรอ เป็นไงบ้าง?" ดีโน่เอ่ยถาม ฮินารุขยี้ตาเเล้วตอบ

"อือ ก็ยังเหนื่อยๆอยู่เเต่ไม่เป็นไรหรอก" ฮินารุพูดเเล้วเดินไปนั่งที่ตัวเอง

"ว่าไง สึนะ" สึนะที่เดินเข้ามาใหม่ทำให้ดีโน่เอ่ยทักทาย

"คุณดีโน่? เเล้วก็นารุ?" ฮินารุโบกมือให้ก่อนที่จะเท้าคางต่อไป

"มาทำอะไรที่นี้หรอครับ?" สึนะเอ่ย

"มาฟังการฝึกของเจ้าพวกนี้น่ะ" ชี้ไปทางพวกโกคุเดระก่อนที่โกคุเดระจะตะโกนออกมาทันที

"รุ่นที่สิบ ฟังหน่อยสิครับ"

"มีอะไรหรอ โกคุเดระคุง"

"ก็เจ้าหัวสนามหญ้ากับเจ้าวัวบ้าไม่ยอมฟังที่คนอื่นอธิบายเลย เอาเเต่ใจชะมัดยาก" พูดเสร็จก็กอดอก

"ก็นายอธิบายยากเอง!" เรียวเฮเอ่ยออกมา ฮินารุมองทั้งคู่ที่กำลังทะเลาะกันอยู่

"มันก็จริงนะ เพราะว่าโกคุเดระอธิบายทีฉันยังไม่เข้าใจในสิ่งที่นายพูดเลย" ฮินารุเอ่ยออกมา โกคุเดระที่ได้ยินจึงหันมาทางเธอ

"ว่าไงนะ?!"

"เธอก็เหมือนกันหรอก ชิสุคานิ" ฮินารุพยักหน้ากับคำถามของเรียวเฮ ก่อนที่โกคุเดระจะช็อกไปเเล้ว

"ทางโคลม เบียงกี้ก็บอกมาเเล้วว่าเธอกำลังพัฒนาในเเบบของเธอเอง คงไม่ต้องเป็นห่วงหรอก" รีบอร์นที่กำลังเเต่งตัวเป็นนางฟ้าอยู่เอ่ยขึ้นมา ฮินารุมองรีบอร์นนิ่งๆเเล้วถอนหายใจ

"งั้นหรอ งั้นก็เลือกเเต่..." พูดจบเว้นว่างเเล้วหันไปทางดีโน่

"ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันเอาเคียวยะอยู่" ดีโน่พูดเพื่อไม่ให้สึนะกังวล

"คนอย่างรุ่นพี่ฮิบาริน่ะ สึนะไม่ต้องห่วงหรอก" ฮิินารุพูดเเล้วเเตะไหล่ของสึนะสองสามที

จู่ๆทีวีก็ปรากฎภาพอะไรบางอย่างขึ้นมาก่อนที่จะปรากฎโมเดลของเบียคุรันตัวเล็กๆเเล้วเเปรเปลี่ยนเป็นเบียคุรันที่กำลังกินของหวานอยู่ทำเอาฮินารุอยากลุกขึ้นไปเเล้วต่อยหน้าทันที

ฝั่งเราฝึกเเทบตายเเต่ฝั่งนั่นกลับนั่งกินของหวานอร่อยเลย...

(ไง สนุกดีใช่มั้ยล่ะ?) เบียคุรันเอ่ยออกมา

"บะ...เบียคุรัน"

(พอดีเบื่อๆเลยมาเที่ยวเฉยๆน่ะ...จะกินหน่อยมั้ย? ก็ว่าไปนั่น) เบียคุรันตักไอศกรีมที่อยู่บนถ้วยเเล้วเอ่ยถาม ทำเอาฮินารุคิ้วกระตุกเลย สึนะที่รับรู้ความรู้ของฮินารุจึงหันมาหาเธอเเล้วปรามเธอไว้ก่อน

"ใจเย็นๆก่อน นารุ" สึนะจับไหล่เธอเเล้วบีบเบาๆ

(ที่จริงฉันจะมาประสานงานเรื่องช้อยส์น่ะ)

"ประสานงานช้อยส์งั้นหรอ?" สึนะพึมพำ

(ก็นั่นไง ที่บอกว่าจะมาประสานให้ในภายหลัง อีกหกวันหลังจากนี้ไปรวมตัวกันที่ศาลเจ้านามิโมริตอนเที่ยงตรง) เบียคุรันเอ่ย

"อีกหกวัน..." ยามาโมโตะพึมพำ

"ที่ศาลเจ้านามิโมริ" โกคุเดระพึมพำตาม

"จะสู้กันที่นามิโมริหรอ?!"

(อืม จะว่าไงดีน้า? เตรียมของที่จำเป็นมาให้ครบเเละก็รวบรวมพรรคพวกให้ครบเเล้วกัน อย่างน้อยๆก็คือพวกที่มาจากอดีตทุกคน) เบียคุรันไม่สนใจคำถามของสึนะเเล้วเอ่ยต่อ

"ว่างไนะ?"

"ทุกคนงั้นหรอ"

"เคียวโกะจังเเล้วก็ฮารุก็ด้วยหรอ?" สึนะอุทานขึ้นมา

"ว่าไงนะ" เรียวเฮที่ได้ยินจึงโพล่งออกมา เบียคุรันที่อยู่ในจอก็เริ่มเปลี่ยนสีหน้า

(ก็บอกเเล้วไงว่าให้มาครบทุกคน ถ้าไม่ทำตามนี้พวกนายก็จะเเพ้)

"เดี๋ยวก่อนสิเฟ้ย!!"

(งั้นก็โชคดีนะ)

ติ๊ด

ฮินารุมองภาพที่ฉายเบียคุรันตัดไปก่อนเเล้วก่อนที่จะเหลือบไปมองสึนะที่กำลังกังวลอยู่ เรียวเฮที่กำลังโวยวายเสียงดังลั่นจนฮินารุเริ่มจะตื่นขึ้นมาทีละนิด

เสียงดัง....

"จะทำยังไงดีล่ะ?" ดีโน่หันไปถามรีบอร์น

"ต้องทำตามที่เบียคุรันบอกอย่างเดียว" รีบอร์นเอ่ย

"เเต่ว่า"

"เราไม่มีทางเลือกอื่นเเล้วนะ" รีบอร์นหันมาเถียงลูกศิษย์ของตัวเอง

"มีเเต่ต้องบอกเจ้าพวกนั้นงั้นหรอ?" โกคุเดระเอ่ย

"ต้องพาไปโดยที่เก็บเป็นความลับไว้" ยามาโมโตะพูดด้วยความกังวล

"พอเป็นสถานการ์ณเเบบนี้นับว่าดีเเล้วนะที่สึนะยอมบอกไป" รีบอร์นพูดด้วยความอารมณ์ดีเเต่หากรู้มั้ยว่ามันไปสะกิดต่อมของเรียวเฮเข้าอย่างจัง

"ว่าไงนะ!" ฮินารุมองสึนะที่กำลังเม้มปากอยู่

"ครับ ผมบอกพวกเขาไปหมดเเล้ว"

"ถ้าเป็นเเบบนั้นเคียวโกะก็จะอยู่ในอันตราย นายรู้รึเปล่า?!" เรียวเฮโมโห

โครม!!!

เรียวเฮกำหมัดเเน่นเเล้วต่อยกำเเพงข้างกายด้วยความโมโหอย่างมาก

"ช่วยไม่ได้หรอก ยังไงมันก็ต้องมีสักวันที่ต้องบอกอยู่ดี" ดีโน่เอ่ย เรียวเฮกัดฟันเพื่ออดทน

"ความลับไม่มีในโลก รุ่นพี่ก็รู้นิ" ฮินารุลุกขึ้นมาเเล้วเดินมาขนาบสึนะ

"เเต่ถึงยังไง..."

"พวกเคียวโกะน่ะ สงสัยพวกนายตั้งเเต่พวกนายพูดเรื่องมาเฟียในห้องครัวเเล้วล่ะ จนพวกเธอต้องไปเเอบฟังในห้องที่พวกนายอยู่เเละกำลังคุยเรื่องการฝึกซ้อม" ฮินารุพูดขึ้นมา

"หา? เเอบฟังงั้นหรอ?" โกคุเดระเอ่ยขึ้นมา

"พอพวกเธออยากให้พวกนายเล่าก็ไม่เล่า ฉันรู้ดีว่าเป็นห่วงเพราะว่าพวกเธอต้องตกอยู่ในอันตรายเเต่ว่านะ เหตุการ์ณเเบบนี้มันไม่มีใครที่จะอยากรู้หรอก"

"มนุษย์น่ะ หยุดความอยากรู้อยากเห็นไม่ได้หรอก"

"เเต่ว่านะ ทำไมเบียคุรันถึงเจาะระบบได้ล่ะเนี่ย?" รีบอร์นเอ่ยก่อนที่จะมีใครบางคนเดินเข้ามา

"เพราะว่าระบบมันอ่อนยังไงเล่า!!" เป็นสคอวโล่นั่นเองซึ่งก็มีปลามากุโร่ตัวใหญ่ติดตัวมาด้วย

"สะ สคอวโล่!" ยามาโมโตะเอ่ยด้วยความตกใจ

"เอ้า ของฝาก" ยื่นไปให้ดีโน่ซึ่งเจ้าตัวก็รับไว้

"โอ้ ขอบใจ"

"นายมาสายนะ ลูกศิษย์นายรออยู่" ดีโน่พูด สคอวโล่จิปากอย่างไม่สบอารมณ์เเล้วหันไปมองยามาโมโตะที่กำลังจะพูดเเต่ก็ยังไม่ได้พูดเพราะว่าสคอวโล่ก็พุ่งเข้าไปต่อยเพื่อให้ยามาโมโตะสลบซักก่อน

"ขอยืมตัวสักเเป๊ป" พลางเเบกร่างของเขาให้พาดไหล่เอาไว้

"ยามาโมโตะ!" สึนะตะโกนเรียกเเต่ก็ถูกดีโน่จับเอาไว้

"ยัยหนู" ฮินารุเลิกคิ้วเมื่อสคอวโล่เรียก เขายื่นกระดาษมาให้ก่อนที่จะทิ้งข้อความก่อนเดินออกไป

"ไอ้บอสสวะนั่นฝากมาให้เเก" ฮินารุเลิกคิ้วขึ้น ซันซัสนั่นน่ะ?

"ซันซัสน่ะหรอ?"

ผัวะ!!!

ยังไม่ถึงนาทีเรียวเฮก็พุ่งเข้าไปต่อยสึนะทันที สึนะล้มลงไปพร้อมจับจมูกที่โดนต่อยไปด้วย

"คะ คุณพี่..."

"..."

"..." เรียวเฮไม่ได้พูดอะไรอีกเเล้วเดินออกไปทันที ฮินารุมองตามเเผ่นหลังของเรียวเฮที่กำลังเดินออกไป

"เลวร้ายน่าดูเลยนะ" พึมพำเบาๆพลางฉุดให้สึนะลุกขึ้นมาเเล้วทำเเผลให้

"นารุ..."

"นายไม่ต้องโทษตัวเองเลยนะ สึนะ บอกไว้ก่อนเลยว่าฉันไม่อยากฟัง" ฮินารุพูดดักสึนะเอาไว้

"ผู้หญิงน่ะ เมื่อถึงเวลาก่อนจะเเข็งเเกร่งกว่าผู้ชายอีกนะ" ฮินารุพูด

"งั้นหรอ..."

"นายตั้งใจฝึกไปเถอะ ฉันก็จะไปฝึกเหมือนกัน" มือเรียวลูบหัวของสึนะเล่นก่อนที่จะเดินออกไป

"นายมีเพื่อนที่ดีมากเลยนะ" ดีโน่เอ่ยขึ้นมา สึนะเงยหน้าเเล้วพยักหน้าตาม

"ครับ เธอเป็นเพื่อนรักผมนิครับ" สึนะยิ้มบาง รีบอร์นหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ฮินารุที่ได้ยินสิ่งที่สึนะพูดจึงชะงักไปเล็กน้อยเเต่ก็ไม่มีใครสังเกตเห็นเลย

"อ่า...จุกเลยเรา" มือเรียวขยี้หัวตัวเองเล็กน้อยก่อนที่นัยน์ตาสีอำพันจะวูบไปมาด้วยความรู้สึกที่ไม่มีใครอ่านออกเลยสักคน

ถึงเเม้จะเป็นนภาที่โอบล้อมทุกสิ่งเเต่นภานั้นกลับซื่อบื้อมากกว่าที่เธอคิดเสียอีก เเต่เธอก็โกรธเขาไม่ลงหรอก

ก็นะ...เพราะคำว่าเพื่อนที่หมอนั่นมอบให้ไงล่ะ 

อย่างกับว่ามีบวงมารัดตัวเธอไว้เพื่อไม่ให้ก้าวข้ามสถานะนี้ไป ฮินารุกำเสื้อบริเวณหน้าอกเเน่น

'ถ้าวันหนึ่งเราหายไป สึนะจะรู้สึกยังไงกันล่ะ?' นั่นคือคำถามที่ฮินารุคิดในใจ

.

.

.

.

หกวันต่อมาทุกคนก็เปลี่ยนเเปลง ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องทำ กัดฟันสู้เเล้วข้ามอุปสรรค เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีเเละเมื่อถึงวันในการต่อสู้ พวกเราก็ฝึกเสร็จสิ้น

______________________________________________________________

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 229 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

295 ความคิดเห็น

  1. #255 Jecelyn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 16:49
    อย่างสึนะอะต้องให้น้องได้หายไปก่อนถึงจะรู้สึก ถ้าไม่เห็นโลงศพก็ไม่หลั่งน้ำตาหรอก ย้ำจังนะเพื่อนเนี่ย อยากให้น้องออกมาจากจุดนั้นเร็วๆ
    #255
    0
  2. #147 autumn morning^^ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 23:54
    จะจบแบบเฟรนด์โซนเหมือนรุ่นที่หนึ่งมั้ยน้อ สึนะซื่อบื้อขนาดนี้
    #147
    0
  3. #56 JNM84. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 15:06
    สึนะซื่อบื้อสุดโคตร
    #56
    0
  4. #40 wing999 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 18:47
    ลักพาตัวไปลองใจสึนะได้ไหม
    #40
    0
  5. #39 Archer_21 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 00:16

    กว่านายจะรู้สึกตัวน้องก็หายไปเเล้วล่ะ
    #39
    0
  6. #38 04140606 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 22:45
    ต้องให้น้องหายไปก่อนถึงจะรู้สึกรึไง
    คนเราจะเห็นค่าก็ตอนที่เสียมันไปแล้ว

    ใช้ได้จริงๆคำนี้ เดี๋ยวตัวเองจะเจ็บเจียนตายเลยล่ะสึนะ
    #38
    0
  7. #37 Pattamawan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 20:26

    เมื่อไหร่จะยอมรับหัวใจตัวเองสักทีสึนะ!!!!! หรือจะยอมให้นางเอกหายไปซะก่อน
    #37
    0
  8. #36 polytome (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 19:42
    เฮือก!!! จุกสถานะเพื่อนเนื่ย จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #36
    0
  9. #35 AbsTxz_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 19:07
    โอ้ยย ย้ำเก่งคำว่าเพื่อนเนี่ย มันจุกไปหมดแร้วนะฮืออ
    #35
    0
  10. #34 Sunshine_Miew (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 18:15
    จะตั้งใจรอเลยนะคะ สนุกมากกกก
    #34
    0